*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3339
  • จำนวนผู้ชม : 2235050
  • จำนวนผู้โหวต : 489
  • ส่ง msg :
  • โหวต 489 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 5 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 239 , 17:49:47 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link : พายุโซนร้อน ปาบึก อ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน// สูญ5พันล้าน ก๊าซ-น้ำมัน-ไม่ขาด

     วันเสาร์ 5 มกราคม 2562

          จากข่าว 'เสร็จแล้วอีไอเอระเบิดหินน้ำโขง! เจอต้านทั้ง 3 อำเภอ แต่จีนยังยันเดินหน้าให้ได้' นั้น แสดงความไม่สมดุล

หรือ 'ความไม่เสมอภาค' ในสัมพันธภาพระหว่าง ไทย - จีน ที่ชัดเจน เพราะจีนในฐานะมหาอำนาจ ก็จะเอาแต่ผลประโยชน์ของ

ตัวเองเป็นใหญ่ มิไยที่ประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง อันมี พม่า กัมพูชา ไทย ลาว และเวียตนาม จะเสียหายอย่างไรก็ช่าง

 

 

ดับ3-สูญหายอีก1ราย!'กอปภ.ก.'สรุปฤทธิ์พายุ'ปาบึก'ถล่ม8จังหวัดใต้

ดับ3-สูญหายอีก1ราย!'กอปภ.ก.'สรุปฤทธิ์พายุ'ปาบึก'ถล่ม8จังหวัดใต้

วันเสาร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2562, 14.41 น.

5 ม.ค.62 นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค.62 อิทธิพลจากพายุโซนร้อน“ปาบึก” ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก พายุลมแรง คลื่นซัดฝั่ง ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 8 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช เกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพนัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.หัวไทร อ.ขนอม อ.สิชล และ อ.ท่าศาลา รวมถึงเกิดน้ำหลากที่ อ.ฉวาง และ อ.พิปูน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง และมีน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่ม อ.ร่อนพิบูลย์

ทั้งนี้ ได้อพยพประชาชนในพื้นที่ 7 อำเภอ (อ.ปากพนัง อ.ท่าศาลา อ.สิชล อ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.หัวไทร อ.ขนอม อ.ลานสกา) 31 อำเภอ 240 จุดรวม 34,089 คน จากการสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น เสาไฟฟ้าล้ม 32 ต้น ระบบสื่อสารพื้นฐานใช้งานได้แล้ว มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย ( อ.ปากพนัง 1 ราย และอ.เฉลิมพระเกียรติ 1 ราย)

สถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีฝนตกในพื้นที่ ปัตตานี เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง รวม 2 ตำบล (ต.แหลมโพธิ์ ต.ตะโละกาโปร์) บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 25 หลัง มีผู้เสียชีวิตจากเหตุเรืออับปางในเขต อ.ยะหริ่ง 1 ราย สูญหาย 1 ราย ทั้งนี้ ได้อพยพประชาชนใน 3 อำเภอ (อ.ยะหริ่ง อ.หนองจิก อ.เมืองฯ) รวม 22 จุด 1,906 คน ปัจจุบันท้องฟ้าเปิด สุราษฎร์ธานี เกิดน้ำหลากท่วมในเขต อ.กาญจนดิษฐ์ และอ.ดอนสัก

ทั้งนี้ ได้อพยพประชาชนใน 7 อำเภอ (อ.ดอนสัก อ.พุนพิน อ.เกาะสมุย อ.เกาะพะงัน อ.ท่าชนะ อ.เมืองฯ อ.ท่าฉาง) รวม 27 จุด 1,661 คน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันฝนเล็กน้อย สงขลา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสงขลา อ.ควนเนียง และอ.รัตภูมิ เสาไฟฟ้าล้ม 17 ต้น หอกระจายข่าวเสียหาย 1 แห่ง บ้านเรือนเสียหายจากคลื่นซัดฝั่ง 475 หลัง

ได้อพยพประชาชนในพื้นที่ 6 อำเภอ (อ.สิงหนคร อ.สทิงพระ อ.ระโนด อ.เทพา อ.กระแสสินธุ์ และอ.เมืองฯ) รวม 56 จุด 5,622 คน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันไม่มีฝนตก ชุมพร ได้อพยพประชาชนในพื้นที่ 6 อำเภอ (อ.ละแม อ.หลังสวน อ.สวี อ.ทุ่งตะโก อ.เมืองฯ และอ.ปะทิว) รวม 39 จุด 2,121 คน ไม่มีรายงานความเสียหาย ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ปัจจุบันมีฝนตกเล็กน้อย ยะลา ได้อพยพประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา รวม 1 จุด 11 คน ไม่มีรายงานความเสียหาย ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันมีฝนตกเล็กน้อย พัทลุง ได้อพยพประชาชนในพื้นที่อำเภอควนขนุน รวม 1 จุด 50 คน และนราธิวาส เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนราธิวาส อ.บาเจาะ อ.ยี่งอ รวม 8 ตำบล 59 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 1,422 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันไม่มีฝนตก

กอปภ.ก โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย สนับสนุนการระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมถึงได้การดูแลชีวิตความเป็นอยู่และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ พร้อมทั้งแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

นอกจากนี้ ได้กำชับจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ หากมีประกาศแจ้งเตือนอพยพ ขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

เสร็จแล้วอีไอเอระเบิดหินน้ำโขง! เจอต้านทั้ง 3 อำเภอ แต่จีนยังยันเดินหน้าให้ได้

เสร็จแล้วอีไอเอระเบิดหินน้ำโขง! เจอต้านทั้ง 3 อำเภอ แต่จีนยังยันเดินหน้าให้ได้

วันเสาร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2562, 15.50 น.

5 ม.ค.62 ที่หอประชุมสามเหลี่ยมทองคำ เทศบาลตำบลเวียง อ.เชียงแสน นายลี่ หัว รองประธานบริษัท CCCC Second Harbor Consultant จำกัด พร้อมด้วย ดร.ตวงสรวง สกุลกลจักร ผู้จัดการโครงการฯประชุมรับฟังความเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อโครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ยังคงนำบริษัททีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตัวแทนของบริษัทแรกเดินหน้าจัดประชุมรับฟังความเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อโครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง อย่างต่อเนื่องหลังจากวันที่ 3-4 ม.ค.ที่ผ่านมาได้ดำเนินการในพื้นที่ อ.เวียงแก่น และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ไปแล้ว 

โดยพบว่าเวทีสุดท้ายนี้มีประชาชนและเครือข่ายองค์กรเอกชนเข้าร่วมมากกว่าทุกครั้งโดยมีกว่า 300 คน และส่วนใหญ่ยังคงแสดงทัศนะไปในทางคัดค้านโครงการ แต่ทางบริษัทฯ ก็ยังคงชี้แจงถึงแผนการโครงการว่าเพื่อปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงเพื่อความสะดวกในการเดินเรือโดยมีทั้งการขุดลอก ระเบิดหิน ทำแนวกันตลิ่งพัง ฯลฯ สำหรับให้เรือขนาด 500 ตัน สามารถแล่นได้อย่างปลอดภัยโดยกรณีของแม่น้ำโขงที่ผ่าน จ.เชียงราย ระยะทาง 96 กิโลเมตร พบว่ามีอันตรายจำนวน 15 เกาะแก่ง และต้องดำเนินการปรับปรุงจำนวน 13 เกาะแก่ง โดยจุดสำคัญมีหลายจุด เช่น คอนผีหลง แก่งไก่ ฯลฯ 

 

 

นายหลิว ลี่ หัว กล่าวว่า ได้มีการสำรวจโครงการมานานกว่า 6 ปี และในการประชุม 4 ชาติคือไทย สปป.ลาว เมียนมา และจีนก็ตั้งเป้าร่วมกันในการพัฒนาแม่น้ำโขงโดยหนึ่งในการพัฒนาคือปรับปรุงร่องน้ำเพื่อความสะดวกในการเดินเรือจึงต้องทำให้เป็นจริงต่อไป โดยเฉพาะการให้เรือขนาด 500 ตันแล่นได้โดยสะดวกซึ่งในย่านนี้ยังไม่สามารถทำได้เพราะมีเกาะแก่งจำนวนมาก ทั้งนี้ยืนยันว่าควรพัฒนาเพราะการขนส่งสินค้าทางเรือมีต้นทุนที่ถูกกว่าการขนส่งทางถนน และยังมีต้นทุนการพัฒนาน้อยกว่าอีกด้วย ทั้งนี้การพัฒนาจะทำให้สินค้าจากประเทศไทยสามารถส่งออกไปยังประเทศลุ่มแม่น้ำโขงได้มากขึ้นด้วย

จากนั้น ดร.ตวงสรวง ได้นำเสนอผลการศึกษาประกอบภาพวีดีโอระบุว่าโครงการมีการวางแผนการเพื่อปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงเพื่อความสะดวกในการเดินเรือโดยมีทั้งการขุดลอก ระเบิดหิน ทำแนวกันตลิ่งพัง ฯลฯ โดยยืนยันวัตถุประสงค์เดิมว่าเพื่อให้เรือขนาด 500 ตัน สามารถแล่นได้อย่างปลอดภัยโดยเฉพาะเมื่อมีเกาะแก่งที่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ ซึ่งกรณีของแม่น้ำโขงที่ผ่าน จ.เชียงราย ระยะทาง 96 กิโลเมตร ได้สำรวจพบว่ามีอันตรายจำนวน 15 เกาะแก่ง แต่ต้องดำเนินการปรับปรุงเพียงแค่ 13 เกาะแก่ง โดยจุดที่อยู่ในเขต อ.เชียงของ มีจำนวน 6 เกาะแก่ง เช่น คอนผีหลง แก่งไก่ ฯลฯ 

 

 

ทางด้านนายสุเทพ ล้อสีทอง นายกสมาคมเชียงแสนเมืองน่าอยู่ กล่าวว่ส ตนกังวลเรื่องการขุดลอกทรายเพราะปัจจุบันเรือขนส่งสินค้าน้ำหนักประมาณ 150 ตัน สามารถแล่นในน้ำโขงช่วงเดือน เม.ย.ด้วยความลึกประมาณ 1.20 เมตร แต่หากใช้เรือขนาด 500 ตันก็ต้องขุดลอกเอาทรายใต้ท้องน้ำออกไปให้ได้ลึกไม่ต่ำกว่า 3 เมตร ซึ่งโครงการก็ระบุชัดว่าจะมีการขุดทรายออกจึงเป็นคำถามว่าจะเอาไปไหนและมีปริมาณเท่าไหร่รวมทั้งจะส่งผลกระทบต่อริมฝั่งทำให้ตลิ่งไทยเสียหายได้ 

ขณะเดียวกันยังกังวลเรื่องความมั่นคงเพราะหากน้ำโขงลึกมากและมีการนำเรือรบเข้ามาแล่นก็เป็นคำถามว่าความมั่นคงของเราจะอยู่ตรงไหน นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีเส้นทางทางบกหลายเส้นทางทั้งรถยนต์และรถไฟเชื่อมจีน-สปป.ลาว-ไทย จึงสงสัยว่าจะแล่นผ่านเชียงแสน-เชียงของ-เวียงแก่น เพื่อไปแขนวงหลวงพระบาง สปป.ลาว เพราะเหตุใด ตนจึงอยากให้เป็นลักษณะนี้ต่อไปเพื่อความสงบเรียบร้อย

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้พบว่านายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว แกนนำกลุ่มรักษ์เชียงของ ยังคงเดินทางไปคัดค้านโครงการเช่นเดิมหลังจากเคยไปแสดงความเห็นคัดค้านพื้นที่ อ.เวียงแก่น และ อ.เชียงของ มาแล้ว นอกจากนี้ ยังมีพระฐาปนพงษ์ ฐานิษโร แกนนำสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือระบุว่าโครงการไม่สร้างประโยชน์ต่อโครงการแต่เพื่อกลุ่มทน นายดำรงค์ จันแปงเงิน นายกเทศมนตรี ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน กังวลว่าหากระเบิดแก่งจะทำให้ปลาตายเป็นจำนวนมากจนกระทบชาวบ้านที่หาปลาได้

รายงานข่าวแจ้งว่าโครงการปรับปรุงร่องน้ำฯ มีที่มาจากการที่ทั้ง 4 ประเทศลุ่มแมน้ำโขงมีตกลงความร่วมมือว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง 4 ชาติคือไทย จีน สปป.ลาว และเมียนมา เมื่อปี 2543 เพื่อพัฒนาเมืองท่าในแม่น้ำโขงในแต่ละประเทศรวม 14 แห่ง ตั้งแต่มณฑลยูนนานของจีนจนถึงแขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว ระยะทางประมาณ 890 กิโลเมตร และมีการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อประสานการดำเนินการตามความตกลงฯ หรือ The joint Committee on Coordination of Commercial Navigation on the Lancang–Mekong River among China,Laos Myanmar and Thailand (JCCCN) เป็นหน่วยงานประสานงาน ทำให้ประเทศจีนได้จัดตั้งโครงการปรับปรุงร่องน้ำฯ โดยมีบริษัท CCCC Second Habor Consultant จำกัด ได้สัมปทานและดำเนินการมาตั้งแต่ชายแดนจีน-เมียนมา-สปป.ลาว และเว้นช่วงที่ติดกัปบระเทศไทยระยะทาง 96 กิโลเมตรกระทั่งมีการสำรวจในปี 2560 และจัดประชุมในครั้งนี้ดังกล่าว

 

‘ก.เกษตรฯ’เปิดศูนย์สำรวจเสียหายช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิษพายุ‘ปาบึก’

‘ก.เกษตรฯ’เปิดศูนย์สำรวจเสียหายช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิษพายุ‘ปาบึก’

วันเสาร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2562, 16.04 น.

“กฤษฏา" ตั้งศูนย์บัญชาการณ์พายุปาบึก ระดมกำลังทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งสำรวจความเสียหาย เปิดศูนย์ช่วยเหลือเกษตรกรทุกพื้นที่ 

5 ม.ค. 62 นายสุรจิตต์ อินทรชิต รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการและบัญชาการณ์สถานการณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ศอบ.กษ.) พายุโซนร้อนปาบึก เปิดเผยว่า นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้เปิดศูนย์อำนวยการและบัญชาการณ์สถานการณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ศอบ.กษ.) พายุโซนร้อนปาบึก ขึ้น เพื่อติดตามสถานการณ์ รวบรวมข้อมูล และความต้องการช่วยเหลือ ประสานความร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสรุปรายงานสถาการณ์ภาพรวมเป็นรายวัน จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ณห้องปฏิบัติการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ห้อง 137 ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. 62 เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ ได้มีการประชุมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา เพื่อหารือวางแนวทางการป้องกันและแก้ไขภัยพิบัติ โดยแต่งตั้งให้มีเจ้าหน้าที่จากแต่ละหน่วยงานในสังกัดเป็นผู้ประสานงานเพื่อแจ้งข่าวสารและรับรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ โดยจะสรุปรายงาน 2 ช่วงให้ทราบ (เช้า-เย็น) พร้อมกันนี้ให้แต่ละหน่วยงานไปตั้งศูนย์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ ขณะนี้ กรมชลประทาน และกรมปศุสัตว์ ได้จัดตั้งแล้ว ส่วนหน่วยงานอื่นๆ กำลังเร่งดำเนินการ 

อีกทั้ง ได้แจ้งไปยังเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพื่อให้เตรียมการรับมือ และประสานงานการปฏิบัติกับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด กระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิด โดยศูนย์ของหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ จะเข้าไปช่วยเสริมในการช่วยเหลือเบื้องต้นที่ประชาชนร้องขอ รวมทั้งประเมิน วิเคราะห์ สถานการณ์เพื่อจัดทำพื้นที่เสี่ยงด้านพืช ด้านประมง ด้านปศุสัตว์ และแผนป้องกันและเผชิญเหตุ ตลอดจนบูรณาการข้อมูลสถานการณ์ การให้ความช่วยเหลือ และแจ้งแผนเผชิญเหตุและรายงานสถานการณ์ให้กระทรวงฯ ทราบเพื่อลดความสูญเสียให้มากที่สุด กระทบผลผลิตทางการเกษตร พืช สัตว์ ประมง ให้น้อยที่สุด ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมการดังกล่าวตั้งแต่ก่อนที่ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นแล้ว 

“ทุกหน่วยงานจะเร่งสำรวจความเสียหายด้านการเกษตรและเข้าให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อาทิ ด้านชลประทาน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือ ได้แก่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถขุด ด้านปศุสัตว์ กำหนดจุดอพยพสัตว์ สำรองเสบียงสัตว์ ด้านพืช ด้านประมง กามส่งเสริมการเกษตร และกรมประมงได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมความพร้อมและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึกด้วยแล้ว” รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว

 

อธิบดีกรมคุกไล่ออก6ขรก.ประพฤติมิชอบฉลองรับปีกุน

อธิบดีกรมคุกไล่ออก6ขรก.ประพฤติมิชอบฉลองรับปีกุน

วันเสาร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2562, 11.12 น.

5 ม.ค.62 เมื่อเวลา 09.00 นาฬิกา พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์  อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า  กรมราชทัณฑ์ ได้จัดการประชุม อ.ก.พ.กรมราชทัณฑ์ เพื่อพิจารณาลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดวินัย  โดยในปี พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ ได้มีมติพิจารณาลงโทษข้าราชการที่ทำผิดวินัย ซึ่งได้ไล่ออก ปลดออก และให้ออกไปแล้ว 43 ราย ด้วยพฤติการณ์ที่ทำให้เกิด    ความเสื่อมเสีย และมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

สำหรับปี พ.ศ.2562 กรมราชทัณฑ์ ได้เริ่มต้นจัดการประชุม อ.ก.พ.กรมราชทัณฑ์ ครั้งที่ 1/2562ขึ้น เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2562 โดยที่ประชุมมีมติพิจารณาลงโทษข้าราชการกรณีกระทำผิดวินัย จำนวนทั้งสิ้น 6ราย โดยมีมติไล่ออกจากราชการ จำนวน 5 ราย มีพฤติการณ์ต่างๆ ได้แก่

1. ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต

2. มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และลักลอบนำยาเสพติดเข้าเรือนจำฯ 3. นำหมึกสักเข้าไปให้ผู้ต้องขังภายในเรือนจำฯ และได้รับผลประโยชน์ตอบแทน 

4. ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน

5. ตรวจปัสสาวะ ผลปรากฏพบสารเสพติดประเภทเมทเอมเฟตามีนในปัสสาวะ และละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า 50 วัน นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติให้ออกจากราชการอีก จำนวน 1 ราย ด้วยพฤติการณ์นำยา B5 (Benzhexol)  จำนวน 5 เม็ด  เข้าไปให้ผู้ต้องขังในเรือนจำฯ ซึ่งถือเป็นสิ่งของต้องห้าม

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์   ได้เน้นย้ำให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกคน ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสตรวจสอบได้  ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย  แต่ยังคงมีข้าราชการส่วนน้อยที่มีพฤติการณ์กระทำผิด    ซึ่งกรมราชทัณฑ์ มิได้นิ่งเฉยต่อการกระทำของบุคคลเหล่านี้ และได้ดำเนินการพิจารณาลงโทษผู้กระทำผิดเพื่อมิให้เป็นแบบอย่างกับข้าราชการอื่นๆ ตลอดจนเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต่อไป

 

พิษพายุ'ปาบึก'พัดเข้าชายหาดระยอง บ้านชายหาดจมหายกว่า 10 หลัง

พิษพายุ'ปาบึก'พัดเข้าชายหาดระยอง บ้านชายหาดจมหายกว่า 10 หลัง

วันเสาร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2562, 17.31 น.

5 ม.ค.62 เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวประมงเรือเล็กบ้านพลา บริเวณสะพานกันคลื่น หมู่ที่ 5 ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ตลอดแนวชายฝั่งมีลมแรงคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตรส่งผลกระทบกับบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมชายหาด ได้รับความเสียหาย เบื้องต้นนายสมพร เหลือล้น นายกเทศมนตรีตำบลพลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลือ และได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระมัดระวังต่อไปอีก 3-4 วันอาจมีน้ำทะเลหนุนขึ้นสูงมาก หากบ้านเรือนไม่แข็งแรง ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ส่วนที่ชายหาดในเขตอำเภอเมืองระยอง แหล่งท่องเที่ยวชายหาดต่างๆ ยังคงมีนักทอ่งเที่ยว ตั้งใจเดินทางมาเพื่อพักผ่อนแต่เมื่อพบเห็นคลื่นทะเลสูงผิดปกติ และยังซัดเข้าฝั่งท่วมทะลักจนถึงพื้นถนน เลียบชายหาดทำให้นักท่องเที่ยวต่างตื่นตาตื่นใจ พากันจอดรถ ลงไปบันทึกภาพกันอย่างไม่กลัวว่ากระแสคลื่นอาจจะซัดเข้ามาถึงตัว จนเกิดอันตรายได้

ชาวประมงชายหาดสวนสน อำเภอเมืองระยอง บอกว่า ตั้งแต่เช้าวันนี้ คลื่นซัดเข้าฝั่งสูงกว่า 4 เมตร ซึ่งไม่เคยเห็นปรากฏการณ์อย่างนี้มาก่อน ไม่ได้เตรียมตัวกันทำให้นำเรือขึ้นฝั่งไม่ทัน เรือประมงพื้นบ้านที่ชายหาดสวนสน จมน้ำได้รับความเสียหายไปจำนวน 5 ลำ อุปกรณ์ ประมง ได้รับความเสียหายทั้งหมด อีกทั้งยังมีกระชังปูไข่ที่สร้างเป็นโรงเรือนไว้ก็หายไปกับกระแสคลื่น

เช่นเดียวกับที่ชุมชนหัวตลาด ตำบลบ้านเพ อำเภอเมืองระยอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างพรกุศล ต้องระดมกำลังกว่า 100 นายช่วยอพยพประชาชนและขนข้าวของออกจากบ้านเรือนชายหาดไปอยู่ในที่ปลอดภัย เนื่องจากตั้งแต่เช้าของวันนี้ บ้านเรือนที่สร้างอยู่ริมหาดจมหายไปในทะเลแล้วกว่า 10 หลังคาเรือน
 

 
 
 
..........................................................
 
5 มกราคม 2562
 
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน