*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3339
  • จำนวนผู้ชม : 2235040
  • จำนวนผู้โหวต : 489
  • ส่ง msg :
  • โหวต 489 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 6 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 368 , 13:25:02 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 6 มกราคม 2562

 

สวัสดีครับ

         ฝนยังตกหนักในภาคใต้ โดยมีรายงานข่าวว่า

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-33 องศาเซลเซียส 
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-28 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดพังงาลงไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

      สำหรับข่าวการคาดการณ์ของอดีตอธิการบดีธรรมศาสตร์ ที่บอกว่าคสช.แพ้แน่ๆ ก็น่าคิดทีเดียว ดังข่าวท้ายนี้

6 ม.ค.2662 - นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า Not to be too optimistic แต่ แต่ แต่ สำหรับอภิสิทธิ์ชนไทย ๆ เลื่อน ก็ไม่ชนะ ไม่เลื่อนก็ไม่ชนะ

นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)

 


กรมอุตุฯเตือนฝนยังหนักในภาคใต้/คนกรุง 60%เตรียมพกร่ม


    
 

6 ม.ค.2562 -  กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศประจำวันอาทิตย์ที่ 6 ม.ค.2562 ว่าลักษณะอากาศทั่วไป 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำได้  สำหรับคลื่นลม บริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นมามีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง 

สำหรับลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “ปาบึก” (PABUK) ปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังอ่อนลง

โดยอากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ    อากาศเย็นถึงหนาว โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 15-22 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา และชลบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-33 องศาเซลเซียส 
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-28 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดพังงาลงไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 28-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

 


 

'อย่าปล่อยคนทรามได้ใจ'

    
 

    ข้อความในทวิตเตอร์ของผู้ใช้นามว่า Bow Nuttaa Mahattana สักเล็กน้อย
    ถ้าไม่พูดอะไรกันเสียเลย เดี๋ยวจะหลงเข้าใจว่า ที่ทวีตนั้น ถูกต้อง-เหมาะสม สังคมชาติยอมรับ
    เธอทวีตไว้ดังนี้........
    Bow Nuttaa Mahattana
‏     @NuttaaBow
    สิทธิพื้นฐานของคนทั้งประเทศถูกปฏิเสธมาจนแตะ 5 ปี หลังจากนี้จะมีเหตุผลใหม่อะไรได้อีกที่จะอ้างเพื่อเหยียบสิทธิการเลือกตั้งให้จมดินต่อไป? นี่คือคำถามสำคัญ ไม่ใช่เรื่องรายละเอียดว่าคุณต้องไปสรรหาน้ำจากแม่น้ำไหนในโลกมาทำพิธี วันนี้ วิษณุ เครืองาม ได้ตบหน้าคนไทยทั้งชาติ #เลื่อนเลือกตั้ง
    ผู้ใช้นามนี้.......
    เป็นคนคนเดียวกันกับในคลิปเข้าโรงแรมกับนายวัฒนาใช่หรือไม่ ผมไม่แน่ใจ?    
    แต่บอกได้ว่า เธอมีสิทธิขั้นพื้นฐานจะแสดงความเห็นเรื่องเลื่อนวันเลือกตั้งได้
    แต่เธอไม่มีสิทธิ์ก้าวล่วงถึงเรื่องการสรรหาน้ำในประเด็นที่รองนายกฯ วิษณุพูด ด้วยประการทั้งปวง!
    เธอบังอาจ และต่ำช้ามาก
    ชาติสกุลเธอมาจากไหน ผมไม่ทราบ ทราบเพียงว่า มีการศึกษาดี จบอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรัฐ และเป็นนักกิจกรรมแบเพื่อระบอบทักษิณ
    กับคนศึกษาน้อย ก็พออนุโลมได้ว่า ไม่รู้ความ
    แต่นี่ จบอักษรศาสตร์ อันใดควร-ไม่ควร ย่อมแยกแยะได้ 
    แต่ที่ทวีตเช่นนั้น เจตนาเหยียดเย้ย-ย่ำหยามใช่หรือไม่ ชนทั้งหลาย ย่อมดูเจตนาออก
    น่าให้ "ราชบัณฑิตยสภา" พิเคราะห์คำ-พิเคราะห์ประโยคไว้เป็นบรรทัดฐาน
    และอีกทาง ควรให้ผู้รักษากฎหมาย เชิญไปสอบเจตนาให้แน่ชัดตามกรอบกฎหมาย
    ถ้าทุกคน-ทุกฝ่ายนิ่งเฉย...... 
    นั่นจะเท่ากับยอมรับความถูกต้องในการพูดจาและการสื่อความลักษณะจงใจพาดพิงไปถึงเช่นนี้
    ซึ่งแน่นอน ที่ทึกทักว่าถูกต้องนั้น ก็จะเป็นบรรทัดฐานอ้างอิงในการทำต่อๆ ไป
    ทวีตที่ Bow Nuttaa Mahattana เอ่ยถึงการสรรหาน้ำนั้น บางท่านอาจสงสัย ต้นสายปลายเหตุเป็นอย่างไร?
    เป็นอย่างนี้......
    เมื่อ ๓ ม.ค.ท่านรองนายกฯ วิษณุ ไปแจ้งข้อมูลกับ กกต.
    พร้อมเอกสาร "การเตรียมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก"
    เพื่อ กกต.จะได้พิจารณาถึงวันเลือกตั้งที่เหมาะสม
    คือ ก่อน "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก" ๔-๖ พ.ค.๖๒ จะต้องมีพระราชพิธีที่เกี่ยวเนื่องก่อน ประมาณ ๑๕ วัน 
    และหลัง ๖ พ.ค.อันเป็นวันสุดท้ายพระราชพิธีฯ ก็จะมีกิจกรรมอื่นอีกประมาณ ๑๕ วัน
    ทั้ง ๒ ส่วนนี้ ไม่อยู่ในประกาศพระราชโองการ เมื่อ ๑ ม.ค.๖๒
    แต่อยู่ในประกาศของส่วนคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีฯ จะเป็นผู้กำหนด
    รองฯ วิษณุ ยกตัวอย่าง.....
    เช่น ๑๕ วัน ก่อนวันที่ ๔ พ.ค.จะต้องทำน้ำอภิเษก ซึ่งมาจากแหล่งน้ำต่างๆ ๔ แหล่ง
    แหล่งที่ ๑ มาจากปัญจมหานที ในประเทศอินเดีย เอามาเจือปนกับน้ำที่จะได้ในแหล่งที่สอง คือแม่น้ำบริสุทธิ์ ๕ สาย ในประเทศไทย 
    ได้แก่ แม่น้ำบางปะกง, เจ้าพระยา, ป่าสัก, แม่กลอง และเพชรบุรี มาเจือปนกับแหล่งที่สาม 
    คือ น้ำจากสระทั้ง ๔ ในเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งใช้มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา 
    และมาเจือปนกับน้ำแหล่งสุดท้าย คือ น้ำจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์ ๗๖ จังหวัด ในประเทศไทย 
    หลังพระราชพิธีทำน้ำอภิเษก ก็จะต้องมีพระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏพระปรมาภิไธยของรัชกาลใหม่ 
    รวมถึงพิธีเสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะพระบรมอัฐิพระบรมราชบรรพบุรุษตามโบราณราชประเพณี  
    ทั้งหมดนี้..........
    เกิดขึ้นก่อนวันที่ ๔ พ.ค.ทั้งสิ้น!
    ขณะที่ หลังวันที่ ๖ พ.ค.จะมีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติอื่นตามมาตามโบราณราชประเพณี ใช้เวลาประมาณ ๑๕ วัน 
    ซึ่งจะจบลง ไม่เกินวัน ๒๐ พ.ค.! 
    "นี่คือข้อมูลที่นำกราบเรียนให้ กกต.ทราบ เมื่อ กกต.ทราบแล้ว จะได้นำไปประกอบการพิจารณาว่า จะเห็นสมควรดำเนินการอย่างไรต่อไป"
    ดร.วิษณุท่านว่าอย่างนั้น..........
    พร้อมอธิบายถึงโอกาสที่จะทับซ้อนกันระหว่างพระราชพิธีฯ กับขั้นตอนปฏิบัติทางการเลือกตั้ง หากเลือกตั้งวันที่ ๒๔ ก.พ.ว่า
    เลือกตั้งวันที่ ๒๔ ก.พ.ก็ไม่ได้กระทบอะไร แม้แต่การหาเสียงก็ตาม แต่สิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วงคือ 
    ช่วงเวลาหลังเลือกตั้ง ยังมีกิจกรรมทางการเมืองเกิดขึ้นต่อ เช่น กกต.ต้องประกาศรับรองผลเลือกตั้งภายใน ๖๐ วัน หรือภายในวันที่ ๒๔ เม.ย. 
    ถ้าเป็นเช่นนี้..........
    ก็จะเป็นช่วงเวลาเดียวกับการประกอบพระราชพิธีทำน้ำอภิเษก! 
    ทำนองเดียวกัน พระราชพิธีเสด็จฯ มาทรงเปิดประชุมรัฐสภาภายใน ๑๕ วัน หลัง กกต.รับรองผลหรือภายในวันที่ ๘ พ.ค. 
    ช่วงก่อนถึงวันที่ ๘ พ.ค.ก็มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทุกวัน
    ความละเอียดตรงนี้ บีบีซีไทย สรุปคำแถลงท่านรองฯ วิษณุไว้กระชับดี ดังนี้
    "การเลือกตั้งควรเกิดขึ้นภายในเดือน มี.ค.เพื่อไม่ให้วันประกาศผลเลือกตั้งไปทับซ้อนกับพระราชพิธี
     หากกำหนดวันเลือกตั้งเป็น ๒๔ มี.ค.หรือ ๓๑ มี.ค.ก็สามารถประกาศผลเลือกตั้งได้หลังพระราชพิธี" 
    ท่านย้ำว่า.....
    พระราชพิธีบรมราชาภิเษกไม่ได้เกิดขึ้นเพียง ๓ วันเท่านั้น 
    แต่ก่อนและหลังพระราชพิธี ยังต้องมีกิจกรรมอื่นนำหน้าครึ่งเดือนและมีกิจกรรมตามหลังอีกครึ่งเดือน
    ท่านนำหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมัยรัชกาลที่ ๙ เมื่อ ๕ พ.ค.๙๓ เทียบเคียงให้ กกต.ดูด้วย 
    ตามปฏิทินพระราชพิธี/กิจกรรมเกี่ยวเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (กลาง เม.ย.-20 พ.ค.) จะเป็นดังนี้
    สมัย ร.๙
    ๑๘-๑๙ เม.ย.๙๓: การตั้งพิธีทำน้ำอภิเษก
        ๒๐-๒๑ เม.ย.๙๓: พระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ พระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลใหม่     
    ซึ่งต้องตั้งการพระราชพิธีที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ถ้ามีการสถาปนาฐานันดรศักดิ์พระราชวงศ์พระองค์อื่น จะมีการจารึกพระสุพรรณบัฏเพิ่มขึ้น แปลว่าเพิ่มวัน)
        ๓ พ.ค.๙๓: พระราชพิธีถวายราชสักการะพระบรมอัฐิ พระอัฐิ พระราชบุพการี
        ๔ พ.ค.๙๓: มีการประกาศพระราชพิธีบรมราชาภิเษกท่ามกลางมหาสมาคม
        ๕ พ.ค.๙๓: วันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
    สมัย ร.๑๐
    ๔ พ.ค.๖๒: พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเสด็จออกมหาสมาคม พระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล และพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร (ขึ้นบ้านใหม่)
    ๕ พ.ค.๖๒: พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธยและสถาปนาฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศานุวงศ์ จากนั้นเสด็จเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค (ทางบก)
        ๖ พ.ค.๖๒: เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท พสกนิกรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล 
    จากนั้น เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท คณะทูตานุทูต และกงสุลต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล
        ๖-๒๐ พ.ค.๖๒: เป็นกิจกรรมที่ไม่ใช่พระราชพิธี แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนและรัฐบาลจัด 
    เช่น อาจเสด็จออกทรงรับผู้นำต่างประเทศที่มาร่วมพระราชพิธี, กิจกรรมการสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคล
    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติจิตอาสา ด้วยการบูรณะแม่น้ำลำคลองทั่วประเทศ 
    และอาจมีกิจกรรมอื่นๆ ที่คณะกรรมการอำนวยการฯ จะได้ประชุมหารือกัน เช่น การจัดงานสโมสรสันนิบาต เป็นต้น
    ด้วยเหตุ-ด้วยผลตามนั้น ผมมองไม่เห็นประเด็นอื่นจะเป็น "เบื้องหน้า-เบื้องหลัง" แอบแฝงในการเลื่อน 
    และที่มาของ "น้ำศักดิ์สิทธิ์" ในพระราชพิธีฯ ก็ยกตามที่ ดร.วิษณุอธิบายมาให้ทราบแล้ว
    ฉะนั้น ย้อนไปพิจารณาทวีต Bow Nuttaa Mahattana กันดูซิ ว่าถูกต้อง เหมาะสมมั้ย?
    ใครตอบ-ไม่ตอบ ไม่เป็นไร ผมขออนุญาตหลบภัยปาบึกก่อนสัก ๗ วันนะ!


    
 

6 ม.ค.2662 - นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า Not to be too optimistic แต่ แต่ แต่ สำหรับอภิสิทธิ์ชนไทย ๆ เลื่อน ก็ไม่ชนะ ไม่เลื่อนก็ไม่ชนะ 

Election is a must in the modern world  การเลือกตั้งกลายเป็นพิธีกรรม เป็นธรรมเนียม ที่ต้องกระทำในโลกสมัยใหม่ ไม่ว่าประเทศจะปกครองด้วยระบอบ อะไร ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยแบบสหรัฐฯ หรือสหราชอาณาจักร ที่มีสองพรรคใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคอมมิวนิสต์ (ในนาม) มีพรรคเดียวแบบจีน เกาหลีเหนือ หรือเวียดนาม หรือแม้แต่ประเทศคณาธิปไตยทหารอย่างพม่า ในที่สุดต่างก็ต้องมีเลือกตั้ง

ดังนั้น คณาธิปไตยทหารไทย ที่เหมือน แต่ก็ต่างจากพม่า ตรงที่ยังมีสถาบันกษัตริย์ แม้จะยื้อ จะเลื่อนเลือกตั้ง มาหลายปี ก็คงต้องยอมให้มีเลือกตั้งแน่นอน  และที่น่ากลัวสำหรับคณาธิปไตยทหารไทย กับผู้สนับสนุนหลัก+พรรคการเมืองตัวแทน  คือ ทำอย่างไรถึงจะ "ไม่แพ้" แล้วถูกชำระ ทั้งนี้ ทั้งนั้น ดูเหมือนว่า ฝ่ายเขา ฝ่ายกระทำรัฐประหารถึงเลื่อนก็แพ้ ถึงไม่เลื่อนก็แพ้ ส่วนฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายถูกรัฐประหารกระทำ ถึงเลื่อนก็ชนะ ถึงไม่เลื่อนก็ชนะ

 

เปิดตัวเลขเยียวยาชาวประมงจากพายุปาบึก

    
 

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมงกล่าวถึงสถานการณ์พายุปาบึกที่ทำให้ชาวประมงและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความเสียหายใน 7 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และสตูล จำนวน 5,668 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเสียหาย 20,805 ไร่ 4,625 ตารางเมตร เรือประมง 64 ลำว่า กรม ได้ให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้าโดยจัดชุดเฉพาะกิจจำนวน 15 ชุด พร้อมเจ้าหน้าที่ 187 นาย รถยนต์ 26 คัน เรือตรวจการประมง 39 ลำ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

สำหรับการให้ความช่วยเหลือนั้น นายอดิศรกล่าวว่า ในส่วนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ.2556 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยใช้อัตราการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยฯ 2556 ตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ ดังนี้ 1.กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล ปูทะเล และหอยทะเล ไร่ละ 10,920 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ 2.ปลา หรือสัตว์น้ำอื่น นอกจากข้อ 1 ในบ่อดิน ไร่ละ 4,225 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ 3.สัตว์น้ำตามข้อ 1 และ ข้อ 2 ที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ ตารางเมตรละ 315 บาท รายละไม่เกิน 80 ตารางเมตร

ส่วนการช่วยเหลือเรือประมง ประกอบด้วย 1.การช่วยเหลือตามระเบียบกรมประมงฯ 2541 อัตรา ดังนี้ เรือความยาวไม่เกิน 10 เมตร ค่ากู้ ไม่เกิน 10,000 บาท/ลำ ค่าซ่อม ไม่เกิน 20,000 บาท/ลำ และเสียหายทั้งลำ ไม่เกิน 66,000 บาท/ลำ เรือความยาวเกิน 10 เมตร ค่ากู้ ไม่เกิน 25,000 บาท/ลำ ค่าซ่อม ไม่เกิน 70,000 บาท/ลำ และเสียหายทั้งลำ ไม่เกิน 200,000 บาท/ลำ และ 2.การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ.2556 ด้านการดำรงชีพ ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ หรือเงินทุน ครอบครัวละไม่เกิน 11,000 บาท 

ระหว่างโลกสวย-โลกซวย-และโลกแห่งความเป็นจริง

    
 

      เรื่องของ การเลือกตั้ง กับเรื่อง พระราชพิธีบรมราชาภิเษก นั้น...อันที่จริง คงต้องถือเป็น คนละเรื่อง อย่างมิอาจปฏิเสธได้ ส่วนการที่มีผู้ห่วงบ้าน ห่วงเมือง ไปจนบรรดาผู้จงรักภักดีทั้งหลาย หยิบเอามาโยงไป-โยงมา จนกลายเป็น คนละเรื่องเดียวกัน ไปจนได้ อันนั้น...ก็พอเป็นที่ เข้าใจได้ แม้ว่าออกจะเป็นอะไรที่ อันตราย มิใช่น้อย!!!

 

                                                                --------------------------------------------------------

      คือถ้าหากมองโลกในแง่ลบ หรือแง่ร้ายเอาไว้ก่อน...หลังการเลือกตั้งตามกำหนดการวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ไม่ว่าใครชนะ-ใครแพ้ มันก็ย่อมมีสิทธิ์ “ยุ่งๆ” ไปด้วยกันทั้งนั้น แต่จะยุ่งไปถึงระดับไหน ระดับยุ่งฉิบหาย ยุ่งตายห่ะ และจะยุ่งยาวไกลไปถึงขั้นก่อให้เกิดความกระทบกระเทือนต่อ “พระราชพิธี” หรือไม่ อย่างไร??? อันนั้น...ก็น่าจะยากซ์ซ์ซ์ ที่จะวาดฉากสถานการณ์ออกมาให้ชัดๆ แต่ก็อาจเป็นเพราะการวาดภาพ การจินตนาการ ไปตามแบบใครก็แบบมัน เลยทำให้ผู้ห่วงบ้าน ห่วงเมือง ตลอดไปจนผู้จงรักภักดีทั้งหลาย เขาเลยเกิดความคิด ความรู้สึก ขึ้นมาว่า น่าจะต้องเลื่อนๆ “การเลือกตั้ง” ออกไปอีกซักพัก หรือจนกว่าพระราชพิธีจะผ่านพ้นไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว...

                                                               ----------------------------------------------------------

      แต่อันที่จริงแล้ว...ถ้าลองมองโลกในแง่บวก หรือในแบบ โลกสวย เอาไว้ก่อน การที่มีสิ่งสำคัญระดับชาติ อย่างงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไปประมาณ 2-3 เดือน ความสำคัญ ความยิ่งใหญ่ ของงานระดับนี้ อาจมีส่วนช่วยๆ ให้อะไรที่ยุ่งๆ มันอาจไม่ถึงกับยุ่งตายห่ะหรือยุ่งฉิบหายเกินไปนัก เพราะคงไม่น่าจะมีใครที่อาจเอื้อม บังอาจ คิดสร้างความฉิบหาย ตายห่าขึ้นมา จนส่งผลให้เกิดความกระทบ กระเทือน ต่องานพระราชพิธี โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่ถือเป็นพสกนิกรทั้งหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอยู่ด้วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเรียกตัวเองฝ่ายไหนต่อฝ่ายไหน พรรคไหนต่อพรรคไหนก็แล้วแต่...

                                                               ---------------------------------------------------------

      หรือพูดง่ายๆ ว่า...อาจด้วยเพราะ เดชะพระบารมี  นั่นเอง ที่พอมีส่วนช่วยให้อะไรที่ต่อมิอะไรมันน่าจะยุ่งๆ มีสิทธิ์ยุ่งน้อยลง หรือไม่ถึงกับยุ่งฉิบหาย ยุ่งตายห่ะ มากมายจนเกินไป ดังนั้น...ถ้ามองโลกในแง่นี้ หรือมองให้สวยๆ เข้าไว้ การนำเอาการเลือกตั้ง ไปเกี่ยวโยงกับงานพระราชพิธี ก็คงไม่ถึงกับส่งผลให้เกิดแง่ลบ หรือแง่ร้าย เสมอไป เพราะมันมีทั้งบวก-ทั้งลบ อยู่ภายในตัว ขึ้นอยู่กับว่าจะมองกันไปในแง่ไหน แบบไหน...

                                                              ----------------------------------------------------------

      อย่างไรก็ตาม...ถ้าหากมองโลกในแง่ ความเป็นจริง   คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า กำหนดการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นั้น มันถูกทำให้แทบกลายเป็น สัญญาประชาคม ไปแล้วก็ว่าได้ ไม่ว่าต่อปวงชนภายในประเทศ หรือแม้แต่ชาวโลกก็ตาม การปรับ การเปลี่ยน หรือการเลื่อนกำหนดการดังกล่าวออกไป ถ้ามี เหตุผล ใดๆ ที่จะนำมาใช้เป็นตัวรองรับ เหตุผลนั้นๆ คงต้องมี น้ำหนัก เอามากๆ และไม่ควร หรือไม่บังควรอย่างยิ่ง ที่จะไปนำเอา สถาบันพระมหากษัตริย์ มาใช้เป็นเครื่องรองรับหรือต้องเป็น ผู้แบกรับ ต่อปรากฏความเป็นไปในลักษณะเช่นนี้...

                                                             -------------------------------------------------------------

      หรืออย่างที่ว่าเอาไว้แล้วนั่นแหละว่า...มันออกจะ อันตราย เอามากๆ เพราะโดยวิถีทาง แนวทาง ของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเท่าที่เคยมีมา แทบไม่ได้ก่อให้เกิดแรงเสียดสี เสียดทานใดๆ ไม่ว่าต่อความเป็นไปของโลก ของสังคมไทย หรือแม้แต่ต่อฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใด มาโดยตลอด แม้แต่ในโลกยุคที่มีการแบ่งข้าง เลือกข้าง ออกเป็นสองโลก สามโลก สองฝ่าย สามฝ่ายใดๆ ก็เถอะ สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ยังดำรงสถานะเหนือไปจากแรงเสียดสี เสียดทาน เหนือไปจากความขัดแย้งแตกต่างของสิ่งเหล่านี้อันเป็นตัวช่วยประคับประคอง ให้เกิดความยั่งยืน สถาพร มาจนตราบเท่าทุกวันนี้...

                                                              ------------------------------------------------------------

      การนำสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือนำเอางานพระราชพิธี...ไปเกี่ยวข้อง เกี่ยวพัน กับสิ่งซึ่งอาจก่อให้เกิดแรงเสียดสี เสียดทาน ขึ้นมาได้ง่ายๆ ไม่ว่าในระดับโลก หรือในระดับประเทศก็แล้วแต่ จึงออกจะเป็น อันตราย อย่างที่ว่าเอาไว้แล้ว แม้เป็นสิ่งที่อุบัติขึ้นมาจากพื้นฐานความจงรักภักดี อย่างจริงใจ อย่างบริสุทธิ์ใจ เพียงใดก็ตามที ด้วยเหตุนี้...บรรดาผู้ที่คิดดี ใฝ่ดี แต่เวลาลงมือทำ อาจ เลยธง ไปซักหน่อย คงต้องหันมาทบทวน ใคร่ครวญ ถึงความปรารถนาดีของตัวเองให้ละเอียด ให้ประณีต เข้าไว้...

                                                             ------------------------------------------------------------

      สรุปรวมความแล้ว...ในเมื่อ รัฐบาล ท่านยังยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ถึงความเป็นไปตาม โรดแมป โดยจะต้อง โรดหมับ อีกต่อไปหรือไม่ก็ตาม และในเมื่อ กกตที่แม้จะออกอาการหมุบๆ หมับๆ หนุบๆ หนับๆ เขาจับ เขาจี๋ อยู่บ้างในบางช่วง บางระยะ ก็ยังไม่ถึงกับแสดงท่าทีว่าอยากจะเลื่อน-ไม่เลื่อนเลือกตั้งออกไปจากกำหนดการเดิมๆ ทุกสิ่งทุกอย่าง...ก็น่าจะเป็นไปตามสิ่งที่มันควรจะเป็นนั่นแล หรือน่าจะ จบข่าว เรื่องนี้ เอาไว้แต่เพียงเท่านี้...เทอญญ์ญ์ญ์...

                                                            -----------------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Shakespeare... He that patiently lifes burden bears, no burden bears, but is a King, a King.- ผู้ซึ่งมีความอดทนสู้แบกภาระแห่งชีวิตไว้นั้น อันที่จริงมิได้เป็นเพียงผู้แบกภาระ หากแต่เป็นพระราชาโดยแท้...

                                                            -------------------------------------------------------------

6 มกราคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน