*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3339
  • จำนวนผู้ชม : 2235050
  • จำนวนผู้โหวต : 489
  • ส่ง msg :
  • โหวต 489 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 461 , 13:24:43 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        7 มกราคม 2562

          อ่านข่าว 'งุนงง ชาวพัทลุง แห่ต้อนรับ 'พรรคเพื่อไทย' เกินความคาดหมาย แล้วก็งุนงงเหมือนกันครับ

แต่ก็ไม่เกินความคาดหมายแต่อย่างไร เพราะคนไทยเราไม่ค่อยจะคิดอย่างมีเหตุผลตามความเป็นจริง แต่ชอบที่

จะคิดตามคนชักชวนเท่านั้น เป็นอย่างนี้มานานแล้ว แล้วยังสอดคล้องกับข้อคิดของ 'ผักกาดหอม' อีกด้วย

 

 

สังคมเสื่อมได้เพราะสื่อทราม?


    
 
  ตรวจสอบสถานการณ์กันนิด 

    หลายพรรคการเมือง แสดงท่าทีค่อนข้างชัดเจน ว่าไม่มีปัญหา หากการเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปอีกครั้ง 
    ย้ำคำว่า "อีกครั้ง" เพราะเลื่อนมาหลายรอบ จนคนบางกลุ่มนำไปเป็นเงื่อนไขเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง
    คำอธิบายจาก "วิษณุ เครืองาม" ที่เกี่ยวเนื่องไปถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จำต้องลงไปในรายละเอียดถึงการตระเตรียมงานพระราชพิธีในบางส่วน 
    โดยเฉพาะการเตรียมน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษก 
    ประเด็นนี้เกี่ยวเนื่องไปถึง คุณผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Bow Nuttaa Mahattana 
    ที่รู้จักกันในนาม โบว์ อยากเลือกตั้ง 
    หลังจาก "ป๋าเปลว" เขียนถึงเธอ 
    เธอก็ตอบกลับทันควัน ด้วยหัวข้อ
    สังคมเสื่อมได้เพราะสื่อทราม
    "โบว์วิจารณ์คุณวิษณุ ก็บิดเบือนให้เป็นเรื่องสถาบัน เมื่อวานเพิ่งแจ้งความหมิ่นประมาทไปสำหรับคนที่มีพฤติกรรมเยี่ยงนี้ คุณเปลวสีเงิน ควรพิจารณาเจตนาและจรรยาบรรณสื่อของตนเองค่ะ แต่คงไม่ทันแล้วเพราะที่ผ่านมาก็บิดเบือนสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นตลอดมา สังคมเสื่อมได้เพราะสื่อทรามค่ะ"
    ย้อนกลับไปโพสต์แรกของเธอ ที่อ้างว่าวิจารณ์คำพูด "วิษณุ เครืองาม"
    "สิทธิพื้นฐานของคนทั้งประเทศถูกปฏิเสธมาจนแตะ 5 ปี หลังจากนี้จะมีเหตุผลใหม่อะไรได้อีกที่จะอ้างเพื่อเหยียบสิทธิการเลือกตั้งให้จมดินต่อไป? นี่คือคำถามสำคัญ ไม่ใช่เรื่องรายละเอียดว่าคุณต้องไปสรรหาน้ำจากแม่น้ำไหนในโลกมาทำพิธี วันนี้ วิษณุ เครืองาม ได้ตบหน้าคนไทยทั้งชาติ #เลื่อนเลือกตั้ง"
    ประโยคที่ว่า "ไม่ใช่เรื่องรายละเอียดว่าคุณต้องไปสรรหาน้ำจากแม่น้ำไหนในโลกมาทำพิธี"
    หมายความว่าอะไร?
    เป็นการพูดถึง "วิษณุ เครืองาม" อย่างนั้นหรือ?
    ภาษามี วรรค ตอน  
    แต่ความคิดคน ยากที่จะคาดเดา 
    ฉะนั้นเมื่อ คิดออกมาเป็นภาษา ก็ถือว่า นั่นคือความคิดที่ต้องการสื่อสารกับสังคม
    "คุณต้องไปสรรหาน้ำจากแม่น้ำไหน"
    "คุณ" คือใคร? 
    จะมีกี่คนที่อ่านแล้ว ฟันธงว่า "คุณ" คือ "วิษณุ เครืองาม"
    นี่คือพระราชพิธี
    ไม่ใช่อีเวนต์ของคนอยากเลือกตั้ง ที่จะใช้คำอะไรก็ได้โดยไม่สนใจว่าสังคมจะคิดอย่างไร 
    อธิบายอย่างละเอียด ขั้นเตรียมพิธี ประกอบด้วย การเตรียมน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษก ซึ่งเป็นน้ำที่ตักมาจากแม่น้ำสายสำคัญของประเทศและมาตั้งพิธีเสกที่พุทธเจดียสถานและวัดสำคัญต่างๆ ในแขวงนั้นๆ 
    พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้น้ำอภิเษกจากสถานที่ต่างๆ รวมทั้งหมด ๖ แห่ง ได้แก่
    ๑.สระเกศ สระแก้ว สระคงคา และสระยมนา แขวงเมืองสุพรรณบุรี
    ๒.แม่น้ำบางปะกง ตักที่บึงพระอาจารย์ แขวงเมืองนครนายก
    ๓.แม่น้ำป่าสัก ตักที่ตำบลท่าราบ แขวงเมืองสระบุรี
    ๔.แม่น้ำเจ้าพระยา ตักที่ตำบลบางแก้ว แขวงเมืองอ่างทอง
    ๕.แม่น้ำราชบุรี ตักที่ตำบลดาวดึงษ์ แขวงเมืองสมุทรสงคราม
    ๖.แม่น้ำเพชรบุรี ตักที่ตำบลท่าไชย แขวงเมืองเพชรบุรี
    พระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ พ.ศ.๒๔๑๑ ใช้น้ำอภิเษกเช่นเดียวกับในรัชกาลก่อนๆ 
    แต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๖ ได้เพิ่มน้ำจากปัญจมหานทีของอินเดีย คือ แม่น้ำคงคา แม่น้ำยมนา แม่น้ำมหิ แม่น้ำอจิรวดี และแม่น้ำสรภู เจือลงไปด้วย     
    เพราะเมื่อ พ.ศ.๒๔๑๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศอินเดีย ทรงได้น้ำจากปัญจมหานทีมาด้วย ดังนั้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ ๒ จึงใช้น้ำอภิเษกทั้งหมด ๑๑ แห่ง
    พระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๓ ใช้น้ำอภิเษกเช่นเดียวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๖ 
    แต่ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๔ ได้เพิ่มน้ำจากแม่น้ำและแหล่งน้ำอื่นๆ  ตามมณฑลต่างๆ ที่ถือว่าเป็นแหล่งสำคัญและเป็นสิริมงคลมาตั้งทำพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ ได้แก่
    ๑.แม่น้ำป่าสัก ณ ตำบลท่าราบ ไปทำพิธีเสกน้ำที่พระพุทธบาทอันเป็นมหาเจดียสถานอยู่ในมณฑลประเทศที่ตั้งกรุงละโว้และกรุงศรีอยุธยา    
    ๒.ทะเลแก้วและสระแก้ว แขวงเมืองพิษณุโลก ไปทำพิธีในพระวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก อันเป็นมหาเจดียสถานอยู่ในโบราณราชธานีฝ่ายเหนือ
    ๓.น้ำโชกชมภู่ น้ำบ่อแก้ว น้ำบ่อทอง แขวงเมืองสวรรคโลก ไปทำพิธีที่วัดพระมหาธาตุ เมืองสวรรคโลก อันเป็นมหาเจดียสถานโบราณราชธานีครั้งสมเด็จพระร่วง (ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดสุโขทัย)
    ๔.แม่น้ำนครไชยศรี ที่ตำบลบางแก้ว ไปทำพิธีที่พระปฐมเจดีย์ เมืองนครไชยศรี อันเป็นโบราณมหาเจดีย์ตั้งแต่สมัยทวารวดี
    ๕.บ่อน้ำวัดหน้าพระลาน บ่อวัดเสมาไชย บ่อวัดเสมาเมือง บ่อวัดประตูขาว ห้วยเขามหาชัย และน้ำบ่อปากนาคราช ในเมืองนครศรีธรรมราช ไปทำพิธีที่วัดพระมหาธาตุ เมืองนครศรีธรรมราช อันเป็นมหาเจดียสถานอยู่ในโบราณราชธานีนครศรีธรรมราช
    ๖.บ่อทิพย์ เมืองนครลำพูน ไปทำพิธีที่วัดพระมหาธาตุหริภุญไชย อันเป็นมหาเจดียสถานในแว่นแคว้นโบราณราชธานีทั้งหลายในฝ่ายเหนือ คือ นครหริภุญไชย นครเขลางค์ นครเชียงแสน นครเชียงราย นครพเยาว์ และนครเชียงใหม่
    ๗.บ่อวัดธาตุพนม ทำพิธีเสกที่พระธาตุพนม เมืองนครพนม มณฑลอุดรอันเป็นมหาเจดียสถานอยู่ในประเทศที่ตั้งโบราณราชธานีโคตรบูรพ์หลวง
    นอกจากนี้ยังได้ตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปตั้งทำพิธี ณ วัดสำคัญในมณฑลต่างๆ อีก ๑๐  มณฑล คือ
    ๑.วัดบรมธาตุ เมืองชัยนาท มณฑลนครสวรรค์
    ๒.วัดมหาธาตุ เมืองเพชรบูรณ์ มณฑลเพชรบูรณ์
    ๓.วัดกลาง เมืองนครราชสีมา มณฑลนครราชสีมา
    ๔.วัดสีทอง เมืองอุบลราชธานี มณฑลอีสาน
    ๕.วัดยโสธร เมืองฉะเชิงเทรา มณฑลปราจีนบุรี
    ๖.วัดพลับ เมืองจันทบุรี มณฑลจันทบุรี
    ๗.วัดตานีนรสโมสร เมืองตานี มณฑลปัตตานี
    ๘.วัดพระทอง เมืองถลาง มณฑลภูเก็ต
    ๙.วัดพระธาตุ เมืองไชยา มณฑลชุมพร
    ๑๐.วัดพระมหาธาตุ เมืองเพชรบุรี มณฑลราชบุรี
    รวมสถานที่ที่ทำน้ำอภิเษกทั้งหมด ๑๗ แห่ง และน้ำอภิเษกนี้ยังคงใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้
    พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ตั้งพิธีทำน้ำอภิเษกที่หัวเมืองมณฑลต่างๆ รวม ๑๘ แห่ง สถานที่ตั้งพิธีทำน้ำอภิเษกในรัชกาลนี้เป็นสถานที่เดียวกับรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 
    เพียงแต่เปลี่ยนจากวัดมหาธาตุเมืองเพชรบูรณ์ มาตั้งที่พระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ และเพิ่มอีกแห่งหนึ่งที่บึงพระลานชัย จังหวัดร้อยเอ็ด
    พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ตั้งพิธีทำน้ำอภิเษกเช่นเดียวกับรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 
    แต่เปลี่ยนสถานที่จากพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ มาเป็นที่พระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน
    เมื่อได้น้ำอภิเษกที่ได้ตั้งพิธีเสก ณ มหาเจดียสถานและพระอารามต่างๆ แล้ว เจ้าหน้าที่จะนำส่งมายังพระนครก่อนหน้ากำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แล้วเชิญตั้งไว้ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จนกว่าจะถึงวันงานจึงจะได้เชิญเข้าพิธีสวดพระพุทธมนต์ เสกน้ำ ณ พระที่นั่งดุสิดาภิรมย์
    นี่คือคำตอบว่า "สรรหาน้ำจากแม่น้ำไหน" ในพระราชพิธีราชาภิเษก ๑๑ ครั้งที่ผ่านมา
    และนี่คือพระราชพิธีที่ปฏิบัติต่อเนื่องตลอดยุครัตนโกสินทร์ แห่งราชวงศ์จักรี
    มีความศักดิ์สิทธิ์ในแง่วัฒนธรรม
    ไม่ใช่เพิ่งมาทำกันวันสองวัน 
    สิทธิเสรีภาพของประชาชน สิทธิในการเลือกตั้ง เป็นอีกเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกันเลย 
    เพียงแต่ การเลือกตั้ง กับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ถูกกำหนดขึ้นในเวลาที่คาบเกี่ยวกัน จึงจำต้องสับหลีกเวลาบางส่วนไม่ให้ชนกัน 
    การเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่ ก่อนพระราชพิธีฯ 
    แต่จะเป็นวันไหนนั้น มีการย้ำแล้วย้ำอีกว่า รอให้มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมาก่อน
    แล้ว กกต.ถึงจะประกาศวันเลือกตั้งได้ 
    เรื่องที่ต้องเข้าใจมันมีอยู่แค่นี้ ไม่ได้ยากเย็นสำหรับผู้มีใจรักประชาธิปไตยทั้งหลายแต่อย่างใด
    มันไม่ใช่เรื่องไปตีโพยตีพายว่า การเลือกตั้ง เป็นเรื่องสกปรก ที่จะทำช่วงมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกไม่ได้ เหมือนที่นักการเมืองในพรรคอนาคตใหม่พยายามบิดเบือน 
    เพื่อปั่นกระแสความไม่พอใจจากการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป! 
    ดังนั้นถ้าจะบอกว่า สังคมเสื่อมได้เพราะสื่อทราม ก็กรุณาคิดเสียใหม่ 
    ความเสื่อมเกิดจากอะไร?
    วันก่อนผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Bow Nuttaa Mahattana คนเดียวกันนี้ เห็นดีเห็นงามกับอีเวนต์ "ชูนิ้วกลาง" ให้กับทุกคนที่ยังบอกว่าตัวอยู่ตรงกลางระหว่างความชั่วกับสิ่งที่ถูกต้อง
    ใครที่คิดว่าตัวเองอยู่ตรงกลางก็ให้รู้ไว้ "โบว์" เธอแจกกล้วยให้เรียบร้อยแล้ว 
    ทุกคน!
    เธออธิบายว่า
    "การแสดงออกแบบนี้ในทางวัฒนธรรมการเมืองมันไปไกลกว่าความหมายของอวัยวะเพศมากค่ะ (พูดให้สุดคือไม่เกี่ยวกับนัยยะทางเพศเลย) แต่หากไม่มีพื้นฐานที่จะเข้าใจก็คงยากที่โบว์จะอธิบายโดยใช้เวลาสั้นๆ การแสดงออกทางการเมืองผ่านสัญลักษณ์และเพลงแรพที่มีเนื้อหาตรงไปตรงมาคือเครื่องมือต่อกรของคนมือเปล่ากับอำนาจที่เบ็ดเสร็จ จึงได้บอกว่าใช้สำหรับคนที่ยังยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความชั่วกับสิ่งที่ถูกต้อง เพราะในสถานการณ์เช่นนั้น คนยืนตรงกลางก็เท่ากับการมีส่วนส่งเสริมความชั่วร้าย"
    มีคำอธิบายสำหรับคนที่เธอมองว่าโง่ ยาวกว่านี้ แต่ยกมาเพียงท่อนเดียวก็ได้ความหมายที่ต้องการสื่อครอบคลุม 
    ต่อไปคงจะได้สอนลูกหลานชูนิ้วกลางเพื่อแสดงออกทางการเมือง 
    หรือการติดแฮชแท็ก "เลื่อนแม่งสิ" ก็เป็นเรื่องของปัญญาและการสร้างสรรค์
    และเธอไปแจ้งความฟ้อง "ป๋าเปลว" ข้อหาหมิ่นประมาทเป็นที่เรียบร้อย 
    จากเธอที่สนับสนุนการแก้ไข ม.๑๑๒.


                            ผักกาดหอม

โขนรามเกียรติ์สุดประทับใจ นักแสดงขอแต่งงานกลางโรงละคร

    
 

ที่มาภาพจากเฟซบุ๊ค Thapanut Thumtheing

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2562 เวลา 14.00 น. สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้จัดการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด หนุมาน ชาญเดช ณ โรงละครแห่งชาติ   ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยแบ่งการแสดงเป็น 3 องก์ องก์ที่1 : เรียนมนต์ องค์ที่2 : ประจญบาดาล และองก์ที่ 3 ยอดทหารภักดี  ทันทีที่จบการแสดงในเวลาปประมาณ 17.00 น. นักแสดงได้ออกมายืนหน้าม่านเพื่อขอบคุณและรับเสียงปรบมือชื่นชมจากผู้ชม ต่อมาพิธีกรบนเวทีได้เชิญตัวแทนนักแสดงออกมากล่าวความรู้สึกเป็นพิเศษ 

ซึ่งเมื่อตัวแทนนักแสดง (ชุดสีเหลือง) ผู้นี้ไม่เพียงก็แต่กล่าวขอบคุณผู้ชมเท่านั้น ยังได้กล่าวขอแฟนสาวแต่งงาน ซึ่งแฟนสาวก็คือนักแสดงโขนที่ยืนอยู่บนเวทีด้วยกันนั้นเอง เพื่อนๆนักแสดงและทีมงานต่างพากันส่งเสียงเชียร์พร้อมทั้งผู้ชมที่ได้กลายเป็นสังขีพยานรักในครั้งนี้ไปด้วย  ทุกคนต่างพากันส่งเสียงเชียร์และปรบมือให้กำลังใจ พร้อมลุ้นไปพร้อมๆกับฝ่ายชายที่รอคำตอบจากฝ่ายหญิง  

สุดท้ายทุกคนในโรงละครต่างพากันปรบมือและส่งเสียงดีใจ เมื่อได้ยินเสียง ฝ่ายหญิงกว่าว่า "กล้าขอ ก็กล้าแต่ง" ฝ่ายชายดีใจตื่นเต้นมือไม้สั่นรีบสวดแหวนให้ว่าที่เจ้าสาวทันที โขนบนเวทีจบอย่างมีความสุขว่าธรรมะย่อมชนะอธรรม แต่บนเวทีพิเศษกว่า เพราะจบแบบสุดท้าย "ความรักจะชนะทุกอย่าง"

รายงานข่าวระบุว่า โรงละครแห่งชาติมีการแสดงโขนมาเป็นพันๆรอบ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการแสดงสดขอแต่งงานกันกลางโรงละคร

ปลุกพาทักษิณกลับ! ยงยุทธหาเสียงพิษณุโลก อึ้ง!ปชช.มึนบัตรเลือกตั้ง

    
 

    แม้วันเลือกตั้ง ส.ส.จะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นวันใด  แต่พรรคการเมืองต่างๆ ก็ยังคงเดินหน้าเร่งลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างคึกคัก 
    ในส่วนของพรรคเพื่อชาติ เมื่อวันที่ 6 ม.ค.62 นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมผู้บริหารพรรค เดินทางไปที่หอประชุมเทศบาลตำบลวงฆ้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เพื่อเปิดสถาบันพัฒนาการเมืองพิษณุโลกของพรรค โดยมีนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และนายจตุพร พรหมพันธุ์ พร้อมแกนนำ นปช.ส่วนหนึ่ง มาร่วมเป็นกำลังใจ รวมทั้งปราศรัยต่อประชาชน โดยมีประชาชนร่วมกิจกรรมดังกล่าวประมาณ 1,500 คน 
    นายยงยุทธ หนึ่งในผู้ร่วมจัดตั้งพรรคเพื่อชาติที่เป็นสายตรงกับนายทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า วันนี้มาให้กำลังใจ เห็นว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นในหลักการที่ว่าทำอย่างไรให้บ้านเมืองสามัคคีกัน การเมืองการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เหมือนการเลือกตั้งในอดีตที่ผ่านมา ทั้งการนับคะแนน วิธีหาเสียง บรรยากาศการเลือกตั้ง แต่เราคาดหวังว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ประชาชนกำหนดอนาคตของตัวเองอย่างแท้จริง เนื่องจากกว่า 10 ปีที่ผ่านมา พรรคที่ชนะการเลือกตั้งไม่สามารถปกครองได้ บ้านเมืองลุ่มๆ ดอนๆ ทำให้ประเทศเสียโอกาส พรรคเพื่อชาติประกาศว่าเป็นเกาะกลางที่สามารถพูดคุย อยู่ร่วมกันได้ จึงเชื่อว่าบรรยากาศของบ้านเมืองที่สามารถพูดคุยกันได้ก็จะมีความหวัง ถึงแม้จุดยืนจะแตกต่างกัน ก็เชื่อว่าบ้านเมืองยังจะไปต่อได้ จึงมาร่วมเชียร์ให้กำลังใจ
    "เราได้พยายามให้ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาประเทศไทย 3 ครั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ จึงขอโอกาสครั้งนี้ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่ 4 หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อชาติ ที่สำคัญจุดอ่อนที่สำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นรัฐธรรมนูญที่ถอยหลังเข้าคลอง โดยเฉพาะที่มาและอำนาจของ ส.ว. ทำให้พรรคการเมืองไม่มีความมั่นคง และทำลายขีดความสามารถของคนไทย เช่น คนคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นที่ดี แล้วมีพรรคการเมืองนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็จะถูกตีความว่าเป็นบุคคลภายนอกชี้นำพรรค อาจถูกยุบพรรคได้ ทำให้คนเก่ง คนดีขาดโอกาส" นายยงยุทธกล่าว 
    ด้านนายจตุพรกล่าวว่า ข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีหลายเรื่องที่เป็นปัญหา การที่จะแก้ไข ต้องเข้าไปอย่างถูกต้อง แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่หากมีการพูดคุย โดยเอาชาติบ้านเมืองเป็นหลัก เรื่องยากอาจกลายเป็นเรื่องง่าย วันนี้ตนมาในฐานะกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ ตอนแรกทักไว้ก่อนแล้วว่าวันที่ 24 ก.พ.ไม่ได้เลือกตั้งแน่ การที่รองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม พูดว่าต้องเลื่อนเพราะเกรงว่าจะกระทบงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ผมเชื่อว่าพรรคการเมืองทุกพรรคไม่ขัดข้อง แต่ที่สำคัญต้องดูกฎหมายการเลือกตั้งด้วย ไม่อย่างนั้นจะโมฆะเหมือนปี 2549 และปี 2551 เพราะพระราชบัญญัติกำหนดกรอบไว้ให้เลือกตั้งภายใน 150 วัน มิฉะนั้นประเทศไทยต้องหมดงบไปหลายพันล้าน สุดท้ายก็จบลงด้วยการยึดอำนาจ
     ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย นำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรครวมพลังประชาชาติไทย จากทั้ง 10 เขตเลือกตั้งของ จ.ขอนแก่น เปิดปฏิบัติการเดินคารวะแผ่นดิน โดยเริ่มต้นจากตลาดสดเทศบาล 1 ตลาดสดโบ๊เบ๊ และตลาดสดบางลำพู โดยพบปะพูดคุยกับเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้า รวมทั้งผู้ที่มาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าในตลาดเช้า ที่ต่างพากันมาร่วมถ่ายรูป จับมือ รวมทั้งพูดคุยกับลุงกำนันอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่คณะจะเดินไปตามถนนศรีจันทร์ และไปสิ้นสุดที่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น เพื่อนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรครวมพลังประชาชาติไทยทั้ง 10 เขต 10 คน กราบสักการะขอพรศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดขอนแก่นเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย ต่อการเตรียมความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
    จากนั้นนายสุเทพย้ำว่า พรรคยังคงยืนยันที่จะไม่เสนอใครเป็นนายกรัฐมนตรี แม้หลายพรรคการเมืองจะประกาศเปิดตัวบุคคลต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง แต่พรรคยังคงยืนหยัดชัดเจนในการทำงานทางการเมืองที่เป็นการเมืองจริงๆ เป็นการเมืองที่มีจุดยืนที่จะต้องทำงานให้กับประเทศ และประชาชนคนไทยทุกคน อีกทั้งพรรครปช.เป็นพรรคน้องใหม่ การจะทำอะไรนั้นก็ต้องเป็นไปตามอุดมการณ์และนโยบายของพรรคในภาพ รวมทั้งหมด แต่ถ้าหากพรรคได้รับความไว้วางใจจากคนไทยทั้งประเทศจนได้มาซึ่ง ส.ส.มากถึง 250 ที่นั่ง จากนั้นเราค่อยมาคุยกันใหม่ว่าจะทำอย่างไร
พท.ปลื้มคนใต้ต้อนรับหนาแน่น 
    ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย ที่หอประชุมสหกรณ์การเกษตร อ.ควนขนุน จ.พัทลุง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
ในฐานะผู้ดูแลผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ภาคใต้   พร้อมคณะ ได้เดินทางมาเปิดตัว นายพอทวี แก้วกลับ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคเพื่อไทย พัทลุง ท่ามกลางการต้อนรับของประชาชนกว่า 1,500 คน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ไม่เกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทยมาหลายสิบปี จนทำให้หลายคนต้องงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้
    นายกิตติรัตน์เปิดเผยว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ ทางพรรคเพื่อไทยได้ส่งผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคลงชิงชัยในพื้นที่ภาคใต้ 7 จังหวัด จำนวน 11 เขต จากการที่ชาวใต้  ได้ให้การต้อนรับของว่าที่ผู้สมัครอย่างล้นหลามทุกจังหวัดในครั้งนี้ นับเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดคิด
    "เนื่องจากถึงแม้ทางพรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคการเมืองใหญ่ เคยเป็นพรรคบริหารประเทศจนเศรษฐกิจประเทศก้าวไกล แต่ทางพรรคก็มีความอาภัพที่มี ส.ส.ในภาคใต้น้อยมาก มั่นใจว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ดีกว่ารัฐบาลที่มาจากเผด็จการ รวมถึงการแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรที่รัฐบาลชุดนี้ประสบความล้มเหลวมาโดยตลอด โดยสาเหตุสำคัญมาจากการขาดบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง" นายกิตติรัตน์กล่าว   
    แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อว่า การฝ่าฟันพายุโซนร้อนปาบึกลงมาพบชาวพัทลุงในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยไม่เคยคาดคิดว่าชาวพัทลุงจะหันมาให้ความนิยมต่อพรรคเพื่อไทยอย่างล้นหลามมากถึงขนาดนี้ มั่นใจว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะคว้าที่นั่ง ส.ส.ในภาคใต้ในขั้นที่น่าพอใจยิ่ง 
'แม้ว-ปู'ควงคู่มาจีนหลังปีใหม่  
    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศมีการเผยแพร่คลิปข่าวสั้นๆ ของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมายังเมืองซัวเถา สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อไปเยี่ยมญาติพี่น้องฝั่งบิดา เนื่องในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศในแถบเอเชีย ซึ่งได้รับการต้อนรับจากพี่น้องคนจีนอย่างคับคั่ง เนื่องจากอดีตนายกฯ ทั้งสองเคยเดินทางมาสักการะสุสานบรรพบุรุษและเยี่ยมญาติพี่น้องฝั่งทางพ่อในช่วงเทศกาลตรุษจีนและปีใหม่เสมอ
    ทั้งนี้ หลังจากข่าวแพร่ออกไป ได้มีการแสดงความคิดเห็นของชาวจีนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในประเด็นการใช้พาสปอร์ตของประเทศใดเข้ามา ซึ่งก็มีการประเมินว่าน่าจะเป็นของประเทศมอนเตเนโกร ขณะที่อีกฟากหนึ่ง ก็มีการแสดงความเห็นว่าคณะรัฐประหารของไทยเอนเอียงไปทางสหรัฐอเมริกา จึงทำให้ทางการจีนเปิดให้นายกฯ ทั้งสองเข้ามาในประเทศ
    วันเดียวกันนี้ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้รายงานว่า การที่ผู้สมัครสังกัดพรรคการเมืองต่างๆ เริ่มทยอยลงพื้นที่หาเสียงตามเขตเลือกตั้งทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งมีทั้งทีมงานและรูปแบบวิธีการหาเสียงที่แตกต่างกันไป โดยชูนโยบายหรือแนวทางในการบริหารบ้านเมืองเป็นสำคัญ เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการเลือกตั้ง กรณี “นโยบายพรรคการเมือง” สวนดุสิตโพลจึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,131 คน ระหว่างวันที่ 1-5 มกราคม 2562 สรุปผลได้ ดังนี้ 
    จากการสำรวจในพื้นที่ กทม.ปริมณฑลและภาคต่างๆ เช่น ภาคกลาง ภาคอีสาน พบว่า 10 นโยบายที่โดนใจประชาชน เรียงลำดับตามภาพรวมได้ดังนี้ 1.แก้ปัญหาความยากจน ขึ้นเงินเดือน เพิ่มค่าแรง เน้นกินดีอยู่ดี ที่ได้เปอร์เซ็นต์มากสุดคือ 40.12 2.กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาการค้า การส่งออกและอุตสาหกรรม 3.ช่วยเหลือเกษตรกร แก้ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ 4.ปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชัน ผู้มีอิทธิพล สิ่งผิดกฎหมาย 5.ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ลดค่าครองชีพ
    6.พัฒนาระบบการศึกษา ดูแลครู นักเรียน มีนโยบายเรียนฟรี 7.มีสวัสดิการดูแลรักษาพยาบาลประชาชนฟรี 8.รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการพลังงาน ขยะ 9.มีธรรมาภิบาลในการบริหารบ้านเมือง ปฏิรูปการเมือง ลดความขัดแย้ง 10. ลงทุนด้านการคมนาคม การขนส่ง แก้ปัญหาจราจร 
    ด้านศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “บัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ปี 2562” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24-27 ธันวาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,253 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับบัตรลงคะแนนเลือกตั้งปี 2562  
    โดยจากการสำรวจเมื่อถามถึงการรับทราบของประชาชนเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งปี 2562 ว่าต้องกาบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเพื่อเลือก ส.ส. เพียง 1 ใบ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.55 ระบุว่าทราบ รองลงมาร้อยละ 46.77 ระบุว่าไม่ทราบ และร้อยละ 1.68 ระบุว่าไม่แน่ใจ
    สำหรับการรับทราบของประชาชนเกี่ยวกับหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มาจากพรรคการเมืองเดียวกันจะเป็นแบบ “ต่างเขตเลือกตั้ง ต่างหมายเลข” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 67.20 ระบุว่าไม่ทราบ รองลงมาร้อยละ 30.88 ระบุว่าทราบ, ร้อยละ 1.84 ระบุว่า ไม่แน่ใจ และร้อยละ 0.08 ไม่ระบุ
    ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งปี 2562 แบบ “ต่างเขตเลือกตั้งต่างหมายเลข” ว่าจะมีผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.57 ระบุว่าผลเสียมากกว่าผลดี รองลงมา ร้อยละ 24.82 ระบุว่าผลดีกับผลเสียไม่แตกต่างกัน, ร้อยละ 20.67 ระบุว่าผลดีมากกว่าผลเสีย, ร้อยละ 8.14 ระบุว่าไม่แน่ใจ และร้อยละ 0.80 ไม่ระบุ  
    ทั้งนี้ โดยผู้ที่ระบุว่าผลเสียมากกว่าผลดี ให้เหตุผลว่า ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน จำนวนผู้ไปลงคะแนนเลือกตั้งลดลง และทำให้เกิดบัตรเสียเพิ่มมากขึ้น ส่วนผู้ที่ระบุว่าผลดีกับผลเสียไม่แตกต่างกัน ให้เหตุผลว่า ไม่มีความชัดเจน ไม่เห็นอะไรเปลี่ยนแปลง และขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้นๆ ว่าจะออกเสียงไปในทิศทางใด และผู้ที่ระบุว่าผลดีมากกว่าผลเสีย ให้เหตุผลว่า ทำให้เข้าใจง่าย และมีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น
    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการกำหนดให้หมายเลขผู้สมัครของพรรคการเมืองแต่ละพรรคเป็นหมายเลขเดียวกันทั่วประเทศ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.66 ระบุว่าเห็นด้วย รองลงมาร้อยละ 24.90 ระบุว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง, ร้อยละ 14.61 ระบุว่าไม่เห็นด้วย, ร้อยละ 2.15 ระบุว่าไม่แน่ใจ และร้อยละ 1.68 ระบุว่าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง.

 

                                                                      (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

.......................................................

    
 

แฟ้มภาพจากเพจ:คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan

7 ม.ค.62-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ นาคดี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย พบปะประชาชน ที่ทำการพรรคเพื่อไทย อำเภอสตึก จ.บุรีรัมย์ โดย
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกที่ต้องรักตัวเอง และต้องถามว่า 4-5 ปีที่ผ่านมาสามารถทนกับสภาพปัญหาต่างๆได้หรือไม่ ถ้าไม่ต้องการทนอยู่ในสภาพในเช่นนี้ขอให้ออกมาเลือกพรรคเพื่อไทยอย่างถล่มทลาย หากไปน้อย เลือกน้อย จะได้อยู่กับลุงต่อไป อยู่กับเรา กระเป๋าตุง จากนั้นประชาชน จำนวนมาก ตอบรับอย่างพร้อมเพียงว่า "อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ"

 คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์หลังการปราศรัยว่า แม้จังหวัดบุรีรัมย์เป็นพื้นที่เข้มแข็งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย แต่การทำงานของพรรคเพื่อไทยจะเป็นเหมือนพื้นที่อื่นๆ ที่เห็นว่าบุรีรัมย์ก็ประสบปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ รายได้ลดลง หนี้สินเพิ่มขึ้น พรรคเพื่อไทยมีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งได้พิสูจน์ตัวเองมาตลอดเป็นเวลาถึง 17 ปี ว่าทุกครั้งเมื่อมีโอกาสเข้าไปทำงาน สามารถทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรสูงขึ้น สามารถทำให้เศรษฐกิจดีทุกครั้ง เพราะพรรคเพื่อไทยคิดแตกต่างจากรัฐบาลปัจจุบัน พรรคเพื่อไทยสร้างเกษตรกร คนตัวเล็กให้มีความเข้มแข็ง ต้องทำให้ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ สามารถค้าขายได้ จึงเชื่อมั่นว่าจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่แตกต่างจากพื้นที่อื่น โดยเฉพาะในเชิงการทำงานทางการเมือง

เมื่อถามมั่นใจจะได้ส.ส.กี่คน คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ตอบคำถามว่าจะได้ส.ส. จำนวนเท่าใดในพื้นที่บุรีรัมย์แต่ขอทำงานอย่างเต็มที่ โดยจะส่งผู้สมัครให้ ได้มากที่สุด 

.....................................................

งุนงง ชาวพัทลุง แห่ต้อนรับ 'พรรคเพื่อไทย' เกินความคาดหมาย

    
 

เมื่อเวลาประมาณ  13.30  น.วันที่ 6  ธค.61  ที่หอประชุมสหกรณ์การเกษตร กรป.กลาง ต.นาขยาด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง นายกิตติรัตน์  ณ  ระนอง  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้ดูแลผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ภาคใต้  และนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมว.กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม  พร้อมคณะได้เดินทางมาเปิดตัว  พอ ทวี แก้วกลับ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคเพื่อไทย พัทลุง ท่ามกลางการต้อนรับของประชาชนมากกว่า 1,500 คน  ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้  ไม่เกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทย มาหลายสิบปี จนทำให้หลายคนต้องงุนงง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้

นายกิตติรัตน์  เปิดเผยว่า  การเลือกตั้งในครั้งนี้ ทางพรรคเพื่อไทยได้ส่งผู้สมัคร  ส.ส.ของพรรค  ลงชิงชัยในพื้นที่ภาคใต้ 7 จังหวัด จำนวน 11 เขต จากการที่ชาวใต้  ได้ให้การต้อนรับของว่าที่ผู้สมัครอย่างล้นหลามทุกจังหวัดในครั้งนี้  นับเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดคิด เนื่องจากถึงแม้ทางพรรคเพื่อไทย จะเป็นพรรคการเมืองใหญ่ เคยเป็นพรรคบริหารประเทศจนเศรษฐกิจประเทศก้าวไกล

“แต่ทางพรรค ก็มีความอาภัพที่มี ส.ส.ในภาคใต้ น้อยมาก ตนก็มั่นใจว่ารัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง  จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ได้ดีกว่ารัฐบาล  ที่มาจากเผด็จการ”  นายกิตติรัตน์ กล่าว และว่ารวมทั้งการแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตร  ที่รัฐบาลชุดนี้ประสบความล้มเหลวมาโดยตลอด โดยสาเหตุสำคัญมาจากการขาดบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  

นายกิตติรัตน์  ยังกล่าวอีกว่า การฝ่าฟันพายุโซนร้อนปาบึกลงมาพบชาวพัทลุงในครั้งนี้  ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยไม่เคยคาดคิดว่าชาวพัทลุง จะหันมาให้ความนิยมต่อพรรคเพื่อไทยอย่างล้นหลามมากถึงขนาดนี้ และตนมั่นใจว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย จะคว้าที่นั่ง ส.ส.ในภาคใต้ ในขั้นที่น่าพอใจยิ่ง

ส่วนการเลือกตั้งนั้นหาก กกต.และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเห็นว่าต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป เพื่อความเหมาะสมกับพระราชพิธีบรมราชาพิเษก ทางพรรคเพื่อไทย ก็น้อมรับ

ทางด้าน นายเฉลิม พูลเพิ่ม  อดีตกำนัน ต.นาขยาด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง  เจ้าของรางวัลกำนันแหนบทองคำ  แกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การหาเสียงของพรรคเพื่อไทย เมื่อการเลือกตั้งที่ผ่านมา ต้องทำตัวเป็นขอมดำดิน เพราะประชาชนชาวพัทลุง  ไม่ยอมรับ พรรค จึงต้องพ่ายแพ้แก่พรรคการเมืองอื่นอย่างขาดลอยแต่ในการเลือกตั้งในครั้งนี้ แกนนำของพรรคเพื่อไทย เดินหน้าออกพบปะชาวบ้านอย่างสบายใจ  เพราะชาวบ้านให้การต้อนรับ  ผิดกับพรรคการเมืองบางพรรค  ที่ผู้สนับสนุนพรรคไม่กล้าออกมาพบปะประชาชน เพราะในขณะนี้ชาวบ้านได้เห็นแล้วว่า   การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยดีกว่า พรรคการเมืองอื่น ๆ บางพรรค.

อากาศปิดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมคอนเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

    
 

7 ม.ค.62- กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมคอน(PM) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พื้นที่ริมถนนตรวจวัดได้ระหว่าง 42-80 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพเกินมาตรฐาน(50 มคก./ลบ.ม.) 21 พื้นที่ สาเหตุมาจากสภาพอากาศปิด คาดว่าพรุง่นี้จะอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 

พื้นที่ทั่วไป ตรวจวัดได้ระหกว่าง 46-66 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพเกินมาตรฐาน(50 มคก./ลบ.ม.) 11 พื้นที่ สาเหตุมาจากสภาพอากาศปิด คาดว่าพรุ่งนี้จะอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 

คพ.ออกมาตรฐานเตาเผาศพ 4.0 ปี 62 เริ่มปรับวัดใน กทม. ช่วยลดฝุ่นจิ๋ว2.5

     วันที่ 2 ธ.ค. นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเขม่าควันและกลิ่นจากการเผาศพมีอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะในเขตชุมชน มลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นจากการเผาศพ ได้แก่ กลิ่น ฝุ่นละออง รวมถึงฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และขี้เถ้าจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งมาจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์หรืออุณหภูมิไม่สูงพอ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของประชาชนด้วย สำหรับองค์ประกอบของกลิ่นเผาศพจะประกอบด้วยก๊าซหลายชนิด เช่น แอมโมเนีย ไฮโดเจนซัลไฟด์ เมอร์แคปแทน และฟอร์มาลดีไฮด์จากนํ้ายารักษาศพ เป็นต้น ก๊าซเหล่านี้จะถูกกำจัดได้โดยการเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงในห้องเผาไหม้ 

     นายประลอง กล่าว่า จากปัญหาข้างต้น พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ คพ. จัดทำระดับมาตรฐานเตาเผาศพเพื่อยกระดับเตาเผาศพในประเทศไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และไม่ส่งผลกระทบรบกวนกับชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับวัดหรือฌาปนสถาน รวมทั้งเพื่อพัฒนาและปรับปรุงเตาเผาศพที่ใช้ในประเทศให้มีประสิทธิภาพรควบคุมมลพิษในระดับที่สูงขึ้น คพ. กำหนดระดับมาตรฐานเตาเผาศพเป็น 4 ระดับ คือ  เตาเผาศพ 1.0 เป็นเตาเผาศพชนิด 1 ห้องเผา ใช้ถ่านไม้หรือฟืนเป็นเชื้อเพลิง และไม่มีการควบคุมอุณหภูมิในการเผาศพ มีประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษต่ำ เหมาะสำหรับวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ห่างไกล, เตาเผาศพ 2.0 เป็นเตาเผาศพชนิด 1 ห้องเผา ใช้น้ำมันเตาหรือน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง และมีการควบคุมอุณหภูมิในการเผาศพ มีระบบควบคุมและบันทึกข้อมูลการ ทำงานของเตาเผาศพ มีประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษในระดับพอใช้ เหมาะสำหรับวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชุมชนหรือมีการกระจายตัวของชุมชนไม่หนาแน่น ,เตาเผาศพ 3.0 เป็นเตาเผาศพชนิด 2 ห้องเผา โดยห้องเผาแรกเ ป็นห้องเผาศพ และห้องเผาที่สองเป็นห้องเผาก๊าซและควันที่เกิดจากห้องเผาแรกก่อนระบายอากาศเสียสู่บรรยากาศ ใช้น้ำมันดีเซลหรือก๊าซเป็นเชื้อเพลิง มีการควบคุมอุณหภูมิและระยะเวลาในการเผาควันและก๊าซตลอดจนการเผาศพ มีระบบควบคุมและบันทึกข้อมูลการทำงานของเตาเผาศพอัตโนมัติ มีประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษในระดับดีเหมาะสำหรับวัดที่ตั้งอยู่ ในพื้นที่ชุมชนเมือง ที่มีการอยู่อาศัยค่อนข้างหนาแน่น และเตาเผาศพ 4.0 มีห้องเผาอย่างน้อย 2 ห้องเผา โดยห้องเผาแรกเป็นห้องเผาศพ และห้องเผาสุดท้ายเป็นห้องเผาก๊าซและควันที่เกิดจากห้องเผาแรกก่อนระบายอากาศเสียสู่บรรยากาศ ใช้น้ำมันดีเซลหรือก๊าซเป็นเชื้อเพลิง หรือเป็นเตาที่ใช้ไฟฟ้าในการเผาไหม้ มีการควบคุมอุณหภูมิและระยะเวลาในการเผาควันและก๊าซตลอดจนการเผาศพ มีระบบควบคุมและบันทึกข้อมูลการทำงานของเตาเผาศพอัตโนมัติ มีระบบควบคุมมลพิษทางอากาศอื่นๆ มีประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษในระดับดีเยี่ยม เหมาะสำหรับวัดในพื้นที่ชุมชนเมืองอยู่อาศัยหนาแน่น  

    " ข้อมูลล่าสุดพบว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีวัด 456 วัด เป็นวัดที่มีเตาเผาศพจำนวน 310 วัด ทั้งหมดจัดเป็นเตาเผาศพระดับ 3.0 และภายในปี 2562 สามารถปรับให้เป็นเตาเผาศพระดับ 4.0 ได้จำนวน 20 วัด การยกระดับเตาเผาศพจะช่วยลดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนและก๊าซต่างๆ ทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้น ซึ่ง คพ.จะได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป"  นายประลอง กล่าว

 

 

..................................................

7 มกราคม 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน