*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3339
  • จำนวนผู้ชม : 2235050
  • จำนวนผู้โหวต : 489
  • ส่ง msg :
  • โหวต 489 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 265 , 20:26:53 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link : งุนงง ชาวพัทลุง แห่ต้อนรับ พรรคเพื่อไทย เกินความคาดหมาย 

            วันจัทร์ ที่ 7 มกราคม 2562

7 ม.ค.62 ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) โพสต์บทความผ่านเฟซบุ๊ค หัวข้อ“ส่วย” พูดไปสองไพเบี้ย นิ่ง – เสียประโยชน์ชาติ ระบุว่า

ทุกวันนี้สถานบันเทิงผับ – บาร์ในภูเก็ตต้องจ่ายส่วยแห่งละ 37,300 บาทต่อเดือน ให้กับคนที่อ้างว่ามาจากหน่วยงานต่างๆ รวม 25 หน่วย และหากสถานที่แห่งนั้นมีลูกจ้างเป็นคนต่างด้าวที่ทำงานอย่างผิดกฎหมายก็ต้องจ่ายรายหัวอีกหัวละ 9,100 บาท เช่น ถ้ามี 3 คนก็ต้องจ่าย 27,300 บาท ประเมินว่าทั่วเกาะภูเก็ตมีสถานบันเทิงราว 1,000 แห่ง เท่ากับมีส่วยรายเดือนรวมกันมากถึง 37 ล้านบาท ไม่รวมส่วยแรงงานต่างด้าวกว่า 27 ล้านบาทอีกต่างหาก (ดูรายละเอียดในภาพประกอบ)

         รายงานข่าวข้างบนนี้ อีกไม่นานก็คงหายไปเป็นคลื่นกระทบฝั่ง เพราะหลังจากที่ส่วยผ่านมือคนแรกแล้ว ก็คงจะมีการ 'ส่งต่อ' อีก

หลายทอด จึงช่วยกันกลบคนละไม้คนละมือ ไม่นานก็เงียบหาย

         'หญิงหน่อย' ไปช่วยลูกพรรคหาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ แต่ถูกแจ้งความเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้แล้วถูกจับกุม ทำให้ภรรยาขึ้นปราศรัย

แทนแบบฟูมฟายน้ำตา แล้วตั้งคำถามซัดรัฐบาลว่ากลั่นแกล้ง ดังรายงานข่าวท้ายนี้

7 ม.ค. 62 ที่จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการจับกุมนายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย (พท.)  และว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 6 จังหวัดบุรีรัมย์ หลังมีคนเข้าแจ้งความดำเนินคดีเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้ ซึ่งการจับกุมนั้น อยู่ระหว่างที่พาคณะของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) ลงพื้นที่จ. บุรีรัมย์ 

ทั้งนี้กำหนดการลงพื้นที่ของคุณหญิงสุดารัตน์ ช่วงเช้าลงพื้นที่พร้อมกับ นายสุรศักดิ์ นาคดี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 2 และกล่าวปราศรัย ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ จากนั้นช่วงบ่ายจะลงพื้นที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อ.นางรอง จ. บุรีรัมย์ แต่เนื่องจากนายพรชัย ถูกจับกุมตัว นางพุทธชาติ ศรีสุริยันโยธิน ภรรยาของนายพรชัย  พรรคเพื่อไทย จึงขึ้นเวทีแทน 

โดยนางพุทธชาติ ได้ขึ้นเวทีกล่าวทั้งน้ำตาว่า สาเหตุที่นายพรชัยไม่สามารถเดินทางมาร่วมปราศรัยได้ เนื่องถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ถูกตั้งข้อหาอย่างไม่เป็นธรรม ถูกตั้งข้อหาหลายข้อหา และเป็นข้อหาร้ายแรง โดยอ้างว่า ดำเนินการตั้งบริษัทแสงสว่างลิสซิ่ง ทำธุรกรรมชักชวนคนมากู้เงินผิดกฎหมาย ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประกันตัว จึงอยากถามไปยังผู้มีอำนาจว่า การอยู่พรรคเพื่อไทยมีความผิดมากหรือ 

‘เฉลิม’ฟันธง!‘เลื่อนเลือกตั้ง’ไร้เหตุผล ชาวบ้านลุกฮือ ขีดเส้น กกต.7วันต้องชัด

‘เฉลิม’ฟันธง!‘เลื่อนเลือกตั้ง’ไร้เหตุผล ชาวบ้านลุกฮือ ขีดเส้น กกต.7วันต้องชัด

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 15.28 น.

‘เฉลิม’ฟันธง!‘เลื่อนเลือกตั้ง’ไร้เหตุผล ชาวบ้านลุกฮือ ขีดเส้น กกต.7วันต้องชัด

7 ม.ค.62 ที่บ้านริมคลอง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ในส่วนของกระแสข่าวที่บอกจะมีการเลื่อนวันเลือกตั้ง ขอบอกว่าอำนาจการจัดการเลือกตั้งเป็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอฝากไปถึงคนในหน่วยงานอื่น ถ้าไม่มีหน้าที่อย่ามายุ่ง ขอให้กกต. ตัดสินใจให้ชัดเจนใน 7 วัน ว่ารัฐบาลขวางเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าไม่ก็ขอให้ออกมาบอกให้ชัดเจน ส่วนจะเป็นวันใดที่มีผู้เสนอมาไม่ว่าเป็น 10 มี.ค. , 24 มี.ค. หรือ 31 มี.ค.ก็ได้ทั้งนั้น ถ้าไม่ชัดเจนขอกล่าวหาไว้ว่า เป็นเพราะบางพรรคยังไม่พร้อมเลือกตั้งใช่หรือไม่  บางพรรคการเมืองเปรียบเป็นไวน์ก็เหมือนน้ำท้ายๆ ไม่มีใครซื้อกิน เที่ยวไปดึงอดีตรองนายกสมาชิกสภาจังหวัดมาร่วมงาน ที่พูดไม่ได้ดูถูก

“ผมขอพยากรณ์ ถ้ามีการเลื่อนเลือกตั้งโดยไม่มีเหตุผล หรือเลื่อนไปไม่มีกำหนดจะมีเรื่องอย่างแน่นอน จะเกิดความรุนแรงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพราะผมวิเคราะห์จากประสบการณ์และการลงไปสัมผัสกับประชาชน เชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมอีกแล้ว ดังนั้นอย่าให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลย อย่าหมิ่นน้ำใจประชาชน”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ตอนนี้ก็มีข่าวเรื่องวันเลือกตั้งก็ยังไม่ชัดเจนอีก ตนขอฝากไปยัง กกต. ขอให้มีความกล้าหาญ อย่าไปกลัว ยังติดขัดอะไรถึงประกาศวันออกมาไม่ได้ วันนี้มีพวกนกรู้ จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากรอบเวลาจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน รวมวันประกาศผลด้วยหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้จะให้ศาลวินิจฉัยได้อย่างไร เพราะปัญหายังไม่ได้เกิด แต่คนๆ นี้ก็มาอวดรู้ตลอด ทั้งที่ส่วนตัวก็ชอบกันดี แต่ขออย่ามาชักใบให้เรือเสีย ควรอยู่เฉยๆ

‘มานะ’แฉบัญชี‘ส่วย’ 25หน่วยรีดผับ-บาร์‘ภูเก็ต’ เหนาะๆทั้งเกาะเดือนละ64ล.

‘มานะ’แฉบัญชี‘ส่วย’ 25หน่วยรีดผับ-บาร์‘ภูเก็ต’ เหนาะๆทั้งเกาะเดือนละ64ล.

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 14.34 น.

‘มานะ’แฉบัญชี‘ส่วย’ 25หน่วยรีดผับ-บาร์‘ภูเก็ต’ เหนาะๆทั้งเกาะเดือนละ64ล.

7 ม.ค.62 ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) โพสต์บทความผ่านเฟซบุ๊ค หัวข้อ“ส่วย” พูดไปสองไพเบี้ย นิ่ง – เสียประโยชน์ชาติ ระบุว่า

ทุกวันนี้สถานบันเทิงผับ – บาร์ในภูเก็ตต้องจ่ายส่วยแห่งละ 37,300 บาทต่อเดือน ให้กับคนที่อ้างว่ามาจากหน่วยงานต่างๆ รวม 25 หน่วย และหากสถานที่แห่งนั้นมีลูกจ้างเป็นคนต่างด้าวที่ทำงานอย่างผิดกฎหมายก็ต้องจ่ายรายหัวอีกหัวละ 9,100 บาท เช่น ถ้ามี 3 คนก็ต้องจ่าย 27,300 บาท ประเมินว่าทั่วเกาะภูเก็ตมีสถานบันเทิงราว 1,000 แห่ง เท่ากับมีส่วยรายเดือนรวมกันมากถึง 37 ล้านบาท ไม่รวมส่วยแรงงานต่างด้าวกว่า 27 ล้านบาทอีกต่างหาก (ดูรายละเอียดในภาพประกอบ)

ประเทศไทยไม่มีทางเอาชนะระบบส่วยได้จริงหรือ..

ข้อมูลจากข้าราชการผู้ใหญ่ที่ผมนับถือกรุณาส่งมาให้นี้ชัดเจนมาก แต่นี่อาจเป็นเพียงการเปิดโปงบัญชีส่วยอีกครั้งที่ทุกคนพูดถึงและสาปแช่งแต่ทำอะไรไม่ได้ จนผู้คนมึนงงว่า “ทำไมเจ้าหน้าที่ของรัฐยังคงทำผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้งและเป็นขบวนการได้เช่นนี้”

มองกลับไปทุกยุคสมัยเราได้เห็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจและอธิบดีหลายกรม ประกาศว่าจะเล่นงานพวกรีดไถอย่างจริงจัง ลงโทษเด็ดขาดรุนแรง ส่วยต้องหมดไป ตามด้วยคำพูดว่า ใครพบเห็นหรือมีข้อมูลอะไรให้แจ้งมา สิ่งนี้สะท้อนว่าส่วยเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกคนรับรู้ว่าต้องรีบเอาชนะให้ได้เพราะประชาชนไม่พอใจ แต่สิ่งที่ผู้มีอำนาจแต่ละคนไม่เคยทำก็คือ ออกมาบอกให้สังคมรู้ชัดๆ ว่าเขาลงมือทำอะไรไปแล้วบ้างและต่อไปจะทำอะไร อย่างไร รวมทั้งถามความเห็นประชาชนบ้างว่าอยากให้พวกเขาทำอะไรและคนไทยพร้อมจะช่วยอะไร

อะไรทำให้วงจรส่วยคงอยู่ได้..

ทราบกันดีว่า การทุจริตมี “วงจรยาว” คือนอกจากแต่ละคนต้องหาความร่ำรวยใส่ตนแล้วยังต้องส่งส่วยให้เจ้านายตามลำดับชั้น ใครจะมาเป็นใหญ่หรือรักษาตำแหน่งไว้ล้วนมีต้นทุนราคาแพงหรือต้องหาทางตอบแทนผู้ใหญ่ที่สนับสนุน มีหลายกรณีที่พวกเขาจำต้องแบ่งปันกับหน่วยงานอื่นด้วย ส่วนคนจ่ายสินบนก็เอาง่าย ยอมจ่ายหรือเป็นฝ่ายเสนอเงินให้เขาเพราะตัวเองทำบางอย่างผิดกฎหมาย ขณะที่ส่วนใหญ่แม้ไม่ผิดอะไรก็ยอมจ่ายเพื่อตัดปัญหา ไม่กล้าสู้ หรือเพราะกลัวเดือดร้อนถูกกลั่นแกล้ง

สภาพนี้จะเรียกว่าขูดรีดหรือการหาผลประโยชน์และการพึ่งพากันก็แล้วแต่

มีงานวิชาการจำนวนมากระบุว่า สาเหตุที่ส่วยดำรงอยู่ได้ทุกวันนี้เป็นเพราะ เราขาดมาตรการตรวจจับข้าราชการที่ร่ำรวยผิดปรกติ ไม่มีการปกป้องประชาชนและสื่อมวลชนที่ขุดคุ้ยขัดขวางพฤติกรรมชั่ว สังคมไม่เคารพความถูกต้อง วัฒนธรรมนับถือคนรวยคนมีอำนาจ นักการเมืองไม่ใส่ใจแก้ไขปัญหามัวแต่มุ่งหาประโยชน์และสร้างเครือข่ายของตน กลไกตรวจสอบและรักษาความยุติธรรมของรัฐร่วมฉ้อฉลเสียเอง ระบบเส้นสาย การซื้อขายตำแหน่ง ข้าราชการมีอำนาจและโอกาสใช้ดุลยพินิจมากเกินไปโดยที่กฎหมายมีมากจนเฟ้อแม้หลายเรื่องจะล้าหลังหรือไร้ประโยชน์แล้วก็ยังบังคับใช้อยู่ เป็นต้น

ส่วยเป็นเรื่องผิดกฎหมายที่ต้องแอบทำกันลับๆ ในประเทศทั่วโลก ไม่ใช่พฤติกรรมที่พบเห็นได้ง่ายๆ ในวิถีชีวิตอย่างที่เห็นในบ้านเราทุกวันนี้ แล้วเราก็ต้องทนอยู่กับมันไปเรื่อยๆ อย่างนี้รับไม่ได้จริงๆ ครับ

ส่วยจึงเป็นอีกปัญหาคอร์รัปชันขั้นวิกฤติที่พรรคการเมืองและนักการเมืองควรเสนอต่อประชาชนในการหาเสียงเลือกตั้งว่า มีนโยบายในการปราบปรามอย่างไร

อ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ #ภูเก็ตทำไมคอร์รัปชันเยอะจัง #ส่วยรถบรรทุกหายนะจากกติกาที่ไม่เป็นธรรม #นโยบายต้านโกง

 

‘หญิงหน่อย’กอดเมียอดีตส.ส.พท.ถูกจับ โอดอยู่เพื่อไทยผิดมากหรือ (ชมคลิป)

‘หญิงหน่อย’กอดเมียอดีตส.ส.พท.ถูกจับ โอดอยู่เพื่อไทยผิดมากหรือ (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 18.34 น.

7 ม.ค. 62 ที่จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการจับกุมนายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย (พท.)  และว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 6 จังหวัดบุรีรัมย์ หลังมีคนเข้าแจ้งความดำเนินคดีเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้ ซึ่งการจับกุมนั้น อยู่ระหว่างที่พาคณะของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) ลงพื้นที่จ. บุรีรัมย์ 

ทั้งนี้กำหนดการลงพื้นที่ของคุณหญิงสุดารัตน์ ช่วงเช้าลงพื้นที่พร้อมกับ นายสุรศักดิ์ นาคดี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 2 และกล่าวปราศรัย ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ จากนั้นช่วงบ่ายจะลงพื้นที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อ.นางรอง จ. บุรีรัมย์ แต่เนื่องจากนายพรชัย ถูกจับกุมตัว นางพุทธชาติ ศรีสุริยันโยธิน ภรรยาของนายพรชัย  พรรคเพื่อไทย จึงขึ้นเวทีแทน 

โดยนางพุทธชาติ ได้ขึ้นเวทีกล่าวทั้งน้ำตาว่า สาเหตุที่นายพรชัยไม่สามารถเดินทางมาร่วมปราศรัยได้ เนื่องถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ถูกตั้งข้อหาอย่างไม่เป็นธรรม ถูกตั้งข้อหาหลายข้อหา และเป็นข้อหาร้ายแรง โดยอ้างว่า ดำเนินการตั้งบริษัทแสงสว่างลิสซิ่ง ทำธุรกรรมชักชวนคนมากู้เงินผิดกฎหมาย ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประกันตัว จึงอยากถามไปยังผู้มีอำนาจว่า การอยู่พรรคเพื่อไทยมีความผิดมากหรือ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากภรรยาของนายพรชัย ขึ้นเวทีเปิดใจแล้ว คุณหญิงสุดารัตน์ได้ขึ้นไปให้กำลังใจพร้อมกับสวมกอด ขณะที่ประชาชนที่มาฟังการปราศรัยกลุ่มหนึ่งได้ชักชวนกันไปให้กำลังใจนายพรชัยด้วย

 

'อภิสิทธิ์'ตลบหลัง'ประยุทธ์' เดินทางเยี่ยมผู้ประสบภัยแหลมตะลุมพุก หลัง'นายกฯ'เดินทางกลับกทม.

'อภิสิทธิ์'ตลบหลัง'ประยุทธ์' เดินทางเยี่ยมผู้ประสบภัยแหลมตะลุมพุก หลัง'นายกฯ'เดินทางกลับกทม.

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 18.04 น.

7 ม.ค.62 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หน.พรรคปชป.พร้อมด้วยอดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.หลายคน เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยพายุ ” ปาบึก ” จุดแรกที่งานศพนางจุ่ม ภู้ร้อย อายุ 57 ปี ซึ่งจมน้ำเสียชีวิตจากเหตุการณ์พายุปาบึก ที่บ้านเลขที่ 193 หมู่ 5 ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเคารพศพ และปลอบใจญาติผู้เสียชีวิต

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เดินทางไปที่หมู่ 2 ,หมู่ 3 ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง เพื่อเยี่ยมราษฎรที่ประสบภัย และเดินดูสภาพบ้านที่พังหลายหลัง พร้อมกล่าวปลอบใจผู้ประสบภัยทุกคนให้มีกำลังใจสู้ชีวิต จากนั้นคณะ เดินทางไปเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านชายทะเล บริเวณสะพานตัวที่ พื้นที่หมู่ 1 ต.ปากนคร และหมู่ 4 ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งกำหนดการเดินทางของนายอภิสิทธิ์ กำหนดหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางกลับแล้ว ก่อนจะเดินทางกลับ กทม.ช่วงค่ำวันเดียวกัน

 
 
‘ยงยุทธ’แจงปมพา‘แม้ว’กลับบ้าน ชี้ฝั่งตรงข้ามสอบยังไงก็บอก‘เลว’

‘ยงยุทธ’แจงปมพา‘แม้ว’กลับบ้าน ชี้ฝั่งตรงข้ามสอบยังไงก็บอก‘เลว’

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 19.26 น.

‘ยงยุทธ’แจงปมพา‘แม้ว’กลับบ้าน ชี้ฝั่งตรงข้ามสอบยังไงก็บอก‘เลว’   

7 ม.ค.62 นายยงยุทธ ติยะไพรัช ในฐานะกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับประเด็นการพานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้าน ว่า “สวัสดีครับพี่น้อง กับประเด็นการจะกลับบ้านของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ก็ต้องให้มีกระบวนการร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งคนทั่วไปทำกันอยู่แล้ว เช่นทบทวนการได้มาซึ่งพยานหลักฐาน เพราะคนสอบเป็นคนอยู่ฝั่งตรงข้ามหมด คนสั่งการก็ยึดอำนาจเขามา จะบอกว่า ดร.ทักษิณ เป็นคนดีได้ยังไง ก็ต้องบอกว่าเลว”

 “แต่วันนี้เรื่องเลวหลายเรื่อง เป็นประโยชน์ ต่อบ้านเมือง เช่น ปล่อยเงินกู้เมียนมาร์ เขาคืนให้เรามาหมดแล้วการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านเป็นเรื่องที่ดี เราย้ายประเทศหนีกันไม่ได้ และยังมีเรื่องอื่นๆ นะครับ เช่น กระบวนการทางศาลยังต้องถามพยานทุกครั้ง ว่ามีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อนหรือไม่ หรือ ผู้สอบวางตัวไม่เป็นกลางในกระบวนการสอบสวนยังขอเปลี่ยนตัวได้ ผมว่าคุยกันดีๆ ระหว่างพี่น้องเตรียมทหารด้วยกัน หากกลัว ดร .ทักษิณ จะกลับมามีอำนาจ ก็คุยกันด้วยเหตุผลโดยเอาเรื่องบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง ยังง่ายกว่าการสร้างรัฐธรรมนูญและแก้กฎหมายเลือกตั้ง”

“ทุกวันนี้ทุกฝ่ายที่มีอำนาจเพื่อไม่ให้ระบอบทักษิณกลับมา เราสูญเสียและถึงกับต้องแลกกับ ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงและเป็นสากล เชื่อไหมครับช่วงปี 2549 ดร.ทักษิณ ประชุมที่UN โดนบิ๊กบังยึดอำนาจ เลขาUN ถามว่าจะประณาม ตอบโต้ไหม ดร ทักษิณ ปฏิเสธ และบอกว่าแค่นี้บ้านเมืองก็บอบช้ำพอแล้ว แสดงให้เห็นว่าความรักบ้านเมือง สปิริตยังมีอยู่ ทำไมผมรู้ก็เพราะว่าผมก็ถูกขังเกือบครึ่งเดือน บ้านก็โดนทุบ ครอบครัวแตกเป็นเสี่ยงๆ เหล่านี้มีหลักฐานและภาพประกอบชัดเจน ไปดูในยูทุปได้ครับ ซึ่งเหล่านี้ผมครับ ผมเข้าใจว่าลูกพี่สั่งมาเราไม่โกรธกันเพราะรู้อยู่ว่าใครสั่ง”

“สำหรับเรื่องปราศรัยที่พิษณุโลก ผมได้รับเชิญไปพูดเรื่องการเมืองในฐานะวิทยากร ผมก็บอกไปตามความเป็นจริงว่า หน้าเลือกตั้งก็อ้างเอา ดร ทักษิณ กลับ 3 ครั้งแล้ว ผมเชื่อว่าการเป็นรัฐบาลไม่สามารถคืนความเป็นธรรมให้กับใครได้ ตราบที่สังคมยังแบ่งเป็นฝักฝ่าย ด่าคนนั่นชั่ว คนนี้เลว ลืมนึกถึงตัวเองและพวก ผมว่าคุยกันดีๆยังจะสร้างความสุขให้ประเทศของเราได้มากกว่าครับ การเปิดโต๊ะพูดคุยกับ ดร ทักษิณ นั่นแหละ คือการแก้ปัญหาที่จะยั่งยืนและตรงจุด เหตุเกิดที่ไหนก็แก้ที่นั่นครับ”

 

แฉ‘อดีตรมต.’เกษตรฯ-ศธ. ส่อฮุบที่สปก.เพียบ

แฉ‘อดีตรมต.’เกษตรฯ-ศธ. ส่อฮุบที่สปก.เพียบ

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 17.30 น.

“กฤษฏา”เชือดเอกชนรายใหญ่บุกรุก ส.ป.ก.วังน้ำเขียว สั่งฟ้องยึดคืน“ฟลอร่าพาร์ค-ฟ้าประทาน”ฟันอาญา-แพ่งเรียกค่าเสียหาย แฉ“อดีต รมต.เกษตรฯ-ศธ.”ฮุบที่ ส.ป.ก.อีกเพียบ

7 ม.ค.62 รายงานข่าวจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) แจ้งว่า นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ออกคำสั่งให้ยึดคืนพื้นที่ ส.ป.ก.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จากเอกชนรายใหญ่ที่บุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. แปลงฟลอร่าพาร์ค และแปลงฟ้าประทาน ฟาร์ม เนื้อที่เกือบ 400 ไร่ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา โดยระหว่างนี้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. เร่งรัดฝ่ายกฎหมายของ ส.ป.ก.ส่วนกลาง ทำหนังสือคำสั่งฟ้องอาญาขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ และฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย และค่าเสียโอกาส พร้อมกับคิดดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันแรกที่เอกชนบุกรุก ตั้งแต่สมาคมพืชสวนโลกสิ้นสุดการขอใช้พื้นที่จัดงานพืชสวนโลก ระยะเวลา 1 ปี จากปี 53-54 และจนกว่าเอกชนจะชำระทั้งหมด

“เมื่อหนังสือคำสั่งส่งมาคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด(คปจ.) ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน จะดำเนินการมีมติทันที โดย คปจ.จะมีมติไม่พิจารณาคำขอของเอกชน ที่ได้ขอเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อปี 54 ซึ่งยื่นคำขอค้างไว้” รายงานข่าว ระบุ

รายงานข่าว ระบุอีกว่า ได้ส่งหนังสือเรียกตัว น.ส.ปนัดดา หงสกุล และนายสุริยนต์ ตู้จินดา ที่มีชื่อในเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 แปลงฟลอร่าพาร์ค มาสอบถามประเด็นเรื่องที่ดินดังกล่าวที่นำมาให้เอกชนเข้าทำประโยชน์ โดยได้ส่งหนังสือมาที่บ้านในกรุงเทพฯ ตามข้อมูลทะเบียนราษฎร์ล่าสุดของกรมการปกครองที่เป็นที่อยู่หลักแหล่ง ไม่ได้อยู่ต่างประเทศแต่อย่างใด โดยได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ แต่ยังไม่ส่งกลับมาว่ารับหนังสือแล้วหรือไม่

นอกจากนี้ กรณีที่นายกฤษฏา สั่งการให้เอกซเรย์การถือครองพื้นที่ ส.ป.ก.ทั่วประเทศว่ายังเป็นผู้ถือครองถูกต้องตามคุณสมบัติหรือไม่ พบว่า มีหลายแปลงเป็นของอดีตรัฐมนตรี ทั้งกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้เกษตรกรเป็นนอมินีถือครองแทน อาทิ แปลงติดพื้นที่เชิงเขากินเนื้อที่เป็นร้อยไร่ ใกล้กับแปลงฟ้าประทาน อ.วังน้ำเขียว และของอดีต รมต.เกษตรฯ ที่เขาพรายดำ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เนื้อที่หลายร้อยไร่

วงเสวนาชี้เด็กไทยตายเพราะจยย.  รัฐต้องทำให้รถร.ร.-ขนส่งมวลชนสะดวกปลอดภัย

วงเสวนาชี้เด็กไทยตายเพราะจยย. รัฐต้องทำให้รถร.ร.-ขนส่งมวลชนสะดวกปลอดภัย

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 17.05 น.

วงเสวนาชี้แก้เด็กไทยตายเพราะมอเตอร์ไซค์ รัฐต้องทำให้รถร.ร.-ขนส่งมวลชนสะดวกปลอดภัย

7 ม.ค.62 นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวในเวทีสาธารณะ “ความปลอดภัยในการโดยสารรถจักรยานยนต์ : สิทธิลูกหลานไทยที่ต้องคุ้มครอง” ณ สำนักงาน กสม. อาคารรัฐประศาสนาภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ว่า ในประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเฉลี่ยมากถึงปีละ 2,510 ราย โดยเยาวชนอายุ 15 – 25 ปี เป็นกลุ่มที่เสียชีวิตมากที่สุด 

 

และหากนับเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2561 – 2 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่เกิดจากรถจักรยานยนต์ถึงร้อยละ 79.53 ซึ่งอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์เกิดขึ้นมากที่สุดตลอดปีและทุกเทศกาลของไทย ส่งผลให้ประเทศต้องสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าและเยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติไปอย่างไร้เหตุผล 

“เพียงเพราะความประมาท ไม่ป้องกันตัว ไม่จริงจังกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ดังนั้นเพื่อให้การปกป้องลูกหลานของเราจากภยันตรายที่เกิดขึ้นโดยรถจักรยานยนต์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กสม. และมูลนิธิเมาไม่ขับ จึงได้จัดเวทีสาธารณะขึ้นเพื่อรณรงค์การลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยมุ่งเน้นไปที่การคุ้มครองกลุ่มเด็กและเยาวชนให้สวมหมวกนิรภัยในการขับขี่และโดยสาร” นางฉัตรสุดา กล่าว

ขณะที่ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับและเลขาธิการชมรมคนห่วงหัว เปิดเผยว่า จากฐานข้อมูลผู้เสียชีวิตบนท้องถนน ปี พ.ศ. 2559 พบว่า ในทุกๆ วัน ประชากรไทยอายุต่ำกว่า 20 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยเฉลี่ย 10 คน/วัน โดยร้อยละ 80 เสียชีวิตจากการขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์เพราะไม่สวมหมวกนิรภัย ส่วนกลุ่มเด็กเล็กที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของผู้ปกครองก็มีสถิติการสวมหมวกนิรภัยที่ต่ำมากเพียงร้อยละ 7 จึงเกิดคำถามว่าจะทำอย่างไรให้เรื่องสิทธิความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของเด็กได้รับการคุ้มครอง 

"การเสียชีวิตของเด็กและเยาวชนจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ เพราะการขับขี่ไม่ปลอดภัย หรือการไม่ใส่หมวกกันน็อกให้เด็ก ไม่ใช่เพียงภาระหน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองในการคุ้มครองบุตรหลาน แต่หน้าที่ที่หน่วยงานของรัฐต้องร่วมรับผิดชอบและให้ความคุ้มครองสิทธิในชีวิตและร่างกายของเด็ก ซึ่งขณะนี้ ยังไม่เห็นว่ามีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง” นพ.แท้จริง ระบุ

ด้าน รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนถือเป็นสาเหตุอันดับ 2 ของการเสียชีวิตในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 10 ปี รองจากอุบัติเหตุจากการจมน้ำ อย่างไรก็ดี ในกลุ่มเด็กอายุ 10 – 18 ปี อุบัติเหตุทางถนนถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันแก้ไขและคุ้มครองสิทธิในชีวิตและร่างกายของเด็ก 

“พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26 (2) ระบุว่า ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตหรือการรักษาพยาบาลของเด็กที่อยู่ในความดูแลของตนจนน่าเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก ทั้งนี้เนื่องจากการเสียชีวิตของเยาวชนของชาติย่อมสร้างผลกระทบในระยะยาวต่อการพัฒนาประเทศ รัฐบาลจึงต้องมีนโยบายและการลงทุนในระบบขนส่งสาธารณะที่เพียงพอและปลอดภัย เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยไม่ต้องเสี่ยงภัยกับอุบัติเหตุบนท้องถนน” รศ.นพ.อดิศักดิ์ ให้ความเห็น

นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ อดีตผู้แทนกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บและล้มตายในเด็กนอกจากการไม่เคารพกฎจราจรของผู้ขับขี่แล้ว อีกด้านหนึ่งคือการขาดการวางแผนการเดินทางที่เหมาะสมสำหรับเด็ก ซึ่งไม่ใช่เฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครอง แต่รวมถึงสถาบันการศึกษา ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

ซึ่งหากดูตัวอย่างในต่างประเทศพบว่า บางประเทศไม่ยอมให้เด็กโดยสารรถจักรยานยนต์ แต่มีการวางแผนให้เด็กเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนด้วยระบบรถโรงเรียนที่ปลอดภัย ดังนั้นการคุ้มครองเด็กให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยเฉพาะการโดยสารรถจักรยานยนต์ จึงไม่ควรใช้เพียงมาตรการทางกฎหมาย แต่ยังต้องใช้มาตรการเชิงบริหารด้วย 

“หน่วยงานที่ใกล้ชิดครอบครัวที่สุด คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกระทรวงศึกษาธิการ ควรเข้ามาบริหารจัดการและพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในเรื่องการเดินทางที่ปลอดภัยจากบ้านไปโรงเรียน ขณะที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ควรบรรจุเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กไว้ในแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ เพื่อให้เกิดการรณรงค์และคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของเด็กจากการเดินทางได้อย่างเป็นระบบต่อไป” นายสรรพสิทธิ์ ฝากข้อเสนอแนะ

.......................................................

7 มกราคม 2562

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน