*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3461
  • จำนวนผู้ชม : 2285582
  • จำนวนผู้โหวต : 510
  • ส่ง msg :
  • โหวต 510 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 9 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 530 , 12:04:54 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน feng_shui โหวตเรื่องนี้

                9 มกราคม 2562   

 

         'ข่าวเด็กยิ่งลักษณ์' บอกว่า 'นาย' ไม่ได้ใช้เงิน เพราะถูกยึดหมดแล้วนั้น เป็นหนึ่งในการบิดเบือนตลอดมา ซึ่งชาวต่างชาติต้องรู้

ฐานะการเงินของเธอเป็นอย่างดี จึงหวังจะเอี่ยวผลประโยชน์จากเธอเต็มที่ โดยปล่อยให้เธอกับพี่ชายที่มีชนักปักหลังทั้งคู่เข้า - ออก

ประเทศของตัวตามสบาย แล้วกระทรวงต่างประเทศของไทยน่ะหรือ ได้แต่นั่งมองตาปริบๆตลอดมา

 

         แหม ....... มีเรือไว้ขนกระเป๋าน่ะค่ะ

 

 

 

 ทักษิณไม่กลับมีแต่ชินวัตรหนี


    
 

    มันมาอีกแล้ว....
    จะพาทักษิณกลับบ้าน 
    เลือกตั้งทีก็จะพากลับกันที 
    แต่ไม่เห็นกลับมาสักที 
    ประเด็นเริ่มจาก ยุทธ ตู้เย็น มือขวาปราบยาบ้าสมัยทักษิณเป็นนายกฯ ไปปราศรัยกับชาวบ้านที่อำเภอพรหมพิราม พิษณุโลก 
    ยงยุทธ ติยะไพรัช บอกว่า
    "เราได้พยายามให้ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาประเทศไทย ๓ ครั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ จึงขอโอกาสครั้งนี้ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่ ๔ หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อชาติ"
    เสร็จแล้วมาโพสต์เฟซบุ๊ก ขยายความอีกที 
    ....สวัสดีครับพี่น้อง กับประเด็นการจะกลับบ้านของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ก็ต้องให้มีกระบวนการร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งคนทั่วไปทำกันอยู่แล้ว 
    เช่นทบทวนการได้มาซึ่งพยานหลักฐาน 
    เพราะคนสอบเป็นคนอยู่ฝั่งตรงข้ามหมด 
    คนสั่งการก็ยึดอำนาจเขามา จะบอกว่า ดร.ทักษิณ เป็นคนดีได้ยังไง ก็ต้องบอกว่าเลว 
    แต่วันนี้เรื่องเลวหลายเรื่อง เป็นประโยชน์ ต่อบ้านเมืองเช่นปล่อยเงินกู้เมียนมาร์ เขาคืนให้เรามาหมดแล้ว การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านเป็นเรื่องที่ดี เราย้ายประเทศหนีกันไม่ได้ 
    และยังมีเรื่องอื่นๆ นะครับ เช่นกระบวนการทางศาลยังต้องถามพยานทุกครั้ง ว่ามีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อนหรือไม่ 
    หรือ ผู้สอบวางตัวไม่เป็นกลางในกระบวนการสอบสวนยังขอเปลี่ยนตัวได้ 
    ผมว่าคุยกันดีๆ ระหว่างพี่น้องเตรียมทหารด้วยกัน 
    หากกลัว ดร.ทักษิณ จะกลับมามีอำนาจ ก็คุยกันด้วยเหตุผลโดยเอาเรื่องบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง 
    ยังง่ายกว่าการสร้างรัฐธรรมนูญและแก้กฎหมายเลือกตั้ง
    ทุกวันนี้ทุกฝ่ายที่มีอำนาจเพื่อไม่ให้ระบอบทักษิณกลับมา เราสูญเสียและถึงกับต้องแลกกับ ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงและเป็นสากล 
    เชื่อไหมครับช่วงปี ๒๕๔๙ ดร.ทักษิณ ประชุมที่ UN โดนบิ๊กบังยึดอำนาจ 
    เลขา UN ถามว่าจะประณาม ตอบโต้ไหม ดร ทักษิณ ปฏิเสธ และบอกว่าแค่นี้บ้านเมืองก็บอบช้ำพอแล้ว     แสดงให้เห็นว่าความรักบ้านเมือง สปิริตยังมีอยู่ 
    ทำไมผมรู้ก็เพราะว่าผมก็ถูกขังเกือบครึ่งเดือน บ้านก็โดนทุบ ครอบครัวแตกเป็นเสี่ยงๆ เหล่านี้มีหลักฐานและภาพประกอบชัดเจน ไปดูในยูทุปได้ครับ ซึ่งเหล่านี้ผมครับ ผมเข้าใจว่าลูกพี่สั่งมาเราไม่โกรธกันเพราะรู้อยู่ว่าใครสั่ง
    สำหรับเรื่องปราศรัยที่พิษณุโลก ผมได้รับเชิญไปพูดเรื่องการเมืองในฐานะวิทยากร ผมก็บอกไปตามความเป็นจริงว่า หน้าเลือกตั้งก็อ้างเอา ดร ทักษิณ กลับ ๓ ครั้งแล้ว ผมเชื่อว่าการเป็นรัฐบาลไม่สามารถคืนความเป็นธรรมให้กับใครได้ 
    ตราบที่สังคมยังแบ่งเป็นฝักฝ่าย ด่าคนนั่นชั่ว คนนี้เลว ลืมนึกถึงตัวเองและพวก 
    ผมว่าคุยกันดีๆยังจะสร้างความสุขให้ประเทศของเราได้มากกว่าครับ การเปิดโต๊ะพูดคุยกับ ดร.ทักษิณ นั่นแหละ คือการแก้ปัญหาที่จะยั่งยืนและตรงจุด เหตุเกิดที่ไหนก็แก้ที่นั่นครับ...
    อ่านแล้วเพลิน แต่ถ้าเอาตามนี้ 
    หายนะ!
    ทักษิณไม่ได้เป็นแค่อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกทำรัฐประหาร
    แต่ทักษิณยังเป็นบุคคลที่หนีโทษจำคุกคดีโกงจนหมดอายุความ 
    และยังมีอีกหลายคดีรอทักษิณอยู่ 
    ถ้าจะกลับ ก็เข้ามา 
    ไม่ต้องรอครั้งที่ ๔ ที่ ๕ 
    วันนี้ พรุ่งนี้ เข้ามาได้ทันที 
    ผ่านด่าน ตม. ก็ถูกใส่กุญแจมือ จับส่งห้องขัง รอขึ้นศาล
    แต่...สมุนยังคิดจะล้างผิดให้อีก 
    ไม่จำ!
    ถ้ามองแค่ว่า ยุทธ ตู้เย็น มีความประสงค์เพียง ใช้ชื่อทักษิณหาเสียง ก็ว่ากันไป 
    แต่บอกก่อนว่า... 
    มันคือการหลอกชาวบ้าน 
    และเป็นการตอกย้ำว่าทั้ง พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคไทยรักษาชาติ ก็ยังมีนายใหญ่คนเดียวกัน         
    จะแตกไปกี่พรรค ก็ยังมีความคิดเดียวกัน 
    เป็นขี้ข้าทักษิณ
    กกต.ไม่ให้ขึ้นรูป "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" ก็ใช้วิธีปราศรัย พาทักษิณ กลับแทน 
    แบบนี้ กกต.ห้ามไม่ได้ 
    หรือจะออกแคมเปญเลือกตั้งไปเลย อยากให้ทักษิณกลับมา โปรดเลือกพรรคตระกูลเพื่อ 
    แต่ถ้าจะพาทักษิณกลับมาจริงๆ ก็ต้องว่ากันยาว 
    เพราะไม่มีวิธีการอื่น นอกจากสั่งให้ศาลยุติคดีทั้งหมด  
    ซึ่งมันคือรูปแบบหนึ่งของ การนิรโทษกรรม
    แล้วมันจะเป็นไปได้หรือ?
    การที่ "ยุทธ ตู้เย็น" เสนอให้รัฐบาล คสช. ตั้งโต๊ะเจรจากับ "ทักษิณ"
    มุมหนึ่งเหมือนการขู่
    เพราะรู้ๆ อยู่ว่า ทักษิณ ไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ
    แต่มีความพยายามทำให้ทักษิณมีอำนาจเหนือ คสช.ในโต๊ะเจรจา 
    ทำได้อย่างไร?
    ก็พอมีเงื่อนไขให้ทำอยู่บ้าง 
    เช่นยกเก้าอี้ ส.ส.พรรคตระกูลเพื่อให้ คสช. เป็นหลักประกันว่า "ลุงตู่" ได้เป็นนายกฯ อีกสมัย แลกการกลับประเทศอย่างผู้บริสุทธิ์ของทักษิณ 
    แต่วิธีนี้ "หมา" เต็มสภา
    หรือจะใช้วิธีเดิม  
    คือพามวลชนกดดัน แต่โอกาสสำเร็จคงยาก เพราะสภาพการณ์ในปัจจุบันไม่เอื้อต่อการชุมนุมขนาดใหญ่
    แล้ว ยุทธ ตู้เย็น จะออกมาพูดทำซากอะไร 
    แน่นอน นักการเมืองอย่าง ยุทธ ตู้เย็น ไม่พูดให้เสียเปล่า 
    อย่างน้อยสุด ตอนนี้ปั่นกระแสเอาทักษิณกลับบ้าน เรียกคะแนนได้มากโขอยู่ 
    สงสารแต่คนเลือก คงเลือกไม่ถูกว่าระหว่าง พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคไทยรักษาชาติ  พรรคไหนจะพาทักษิณกลับบ้านได้จริงๆ
    แต่ถ้าเล่นเกม ไม่ต่างจากเมื่อครั้งพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ปล่อยให้ทหารเลวหน้าค่าย ชงร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเหมาเข่งเข้าสภา
    สุดท้ายเป็นสาเหตุให้ประชาชนลุกฮือ
    ตามมาด้วยรัฐประหาร
    ถ้าจะเล่นซ้ำเกมเดิม ทักษิณ ก็ต้องวางเดิมพันมากกว่าเดิม 
    แต่เป้าหมายที่แท้จริง อาจไม่ใช่เรื่องกลับมา
    เพราะคงเข็ดจากคราวที่แล้ว 
    ก่อนเลือกตั้งไม่มีอะไรดีไปกว่าการดิสเครดิตรัฐบาล คสช. 
    มีเป้านิ่งให้สาดกระสุนใส่อยู่แล้ว 
    "บิ๊กป้อม" นั่นไง
    พูดกันมาหลายที กรณีของ "บิ๊กป้อม" นี่แหละ จะทำโจรทึกทักเอาว่าตัวเองเป็นผู้ทรงศีล 
    แล้วก็จริง...
    "บิ๊กป้อม" เองควรรู้ และควรสงบปากสงบคำ การไปมีวิวาทะกับคนอื่น จะมีแต่เข้าตัว และทำให้รัฐบาล คสช.เสียรังวัด
    เห็นมั้ยแค่ "บิ๊กป้อม" พูดเรื่องตั้งโต๊ะเจรจากับ "ทักษิณ" ว่า
    "เจรจาเรื่องอะไร ถ้าเขาทำตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างก็จบแล้ว  
    ไม่มี ต่อรองได้อย่างไร เป็นเรื่องของศาล เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เราจะไปทำอะไรได้ ถึงอย่างไร คสช.ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้"
    ก็เจอตอกกลับ
    "ป้อมบอกให้ผมกลับเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ทั้งๆ ที่ป้อมส่งคนของป้อมเข้าไปนั่งทั้งนั้น
    ผมว่าป้อมทำเรื่องของตัวเองให้เคลียร์ดีกว่ามั้ยครับ เอาเด็กหน้าห้องป้อมออก แล้วปล่อยให้คนอื่นเข้ามาพิจารณาเรื่องนาฬิกายืมเพื่อนแทน
    เพราะกระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ มันหมดความน่าเชื่อถือไปแล้วครับ"
    มันเล่นไปถึงกระบวนการยุติธรรม 
    และวาทะของ "บิ๊กป้อม" ถึง "ทักษิณ" ถัดจากนั้น ไม่มีทางที่จะมีดีลการเมืองเกิดขึ้นอีก
    "ที่บอกว่าเป็นแบบป้อมๆ เป็นอย่างไร ก็ไปถามไอ้ทักษิณมันสิ ไปถามมันเอง ไปถามเขาเอง”
    “ไม่มีสายสัมพันธ์ มันคนละเรื่องกัน เรื่องของพี่น้องคือเรื่องของพี่น้อง ก็ว่าไป แต่เขาไม่นับถือเราเป็นพี่หรอก เรื่องของการทำงานก็ต้องว่าไป ไม่เกี่ยวกัน”
     “เขาเป็นรุ่นน้อง แต่ไม่ได้เป็นน้อง เป็นรุ่นหลัง และผมไม่มีอะไรอยากจะฝากไปถึงนายทักษิณ ไม่รู้จะพูดอะไร”
    ไม่เผาผี!
    ก็ลองถ่างตาดู คนในตระกูลชินวัตร จ่อคิว ขึ้นศาลกันกี่คน 
    โอ๊ค คดีกรุงไทย
    เจ๊แดง ทุจริตจำนำข้าวกำลังจะเป็นคดีขึ้นศาล
    ๒ คนนี้ ทักษิณ ไม่ยอมให้ติดคุกเด็ดขาด
    และวันนี้ทั้ง ๒ คนยังไม่โผล่หัวมาให้สาธารณชนได้เห็น
    อีกประเด็นน่าสนใจคือ หลังยุทธ ตู้เย็น เปิดประเด็น 
    ทักษิณ ก็เข้าร่วมวง 
    เท่านั้นไม่พอ โอ๊ค ว่าตามพ่อด้วย 
    ส่วนยิ่งลักษณ์ ง่วนอยู่กับการล้างบ้านที่ดูไบ เตรียมฉลองตำแหน่ง ท่านประธานท่าเรือซัวเถา 
    ดูรูปการณ์แล้วคงวางแผนกันมา 
    ไม่ใช่ ยุทธ ตู้เย็น พูดลอยๆ กับชาวบ้าน 
    ก็เป็นไปได้ว่า ตีกระแสเอาทักษิณกลับบ้าน เพื่อให้พรรคตระกูลเพื่อชนะเลือกตั้งถล่มทลาย
    และคงเป็นสงครามครั้งสุดท้ายที่จะชิงอำนาจคืน 
    ถ้าพลาด ทักษิณ ก็จบถาวร.


                            ผักกาดหอม

 

ยุติธรรมแบบ'แม้วๆ'! 'นคร'ได้ทีถล่มคสช. ชู'ทักษิณ'ผู้นำฝ่ายปชต.โดนอำนาจ'รัฐพันลึก'กำจัด

ยุติธรรมแบบ'แม้วๆ'! 'นคร'ได้ทีถล่มคสช. ชู'ทักษิณ'ผู้นำฝ่ายปชต.โดนอำนาจ'รัฐพันลึก'กำจัด

วันพุธ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562, 11.32 น.

9 ม.ค.62 นายนคร มาฉิม สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ความยุติธรรม แบบ ป้อมๆ คือ ตัวอย่างหนึ่งของการใช้กระบวนการยุติธรรมทำลายล้างฝ่ายประชาธิปไตย

เห็น ท่านนายกทักษิณ ทวิตตอบ พลเอกประยุทธ์ หัวหน้าคณะรัฐประหาร ที่ปล้นอำนาจประชาชนไป และเรียกตัวเองว่า นายกรัฐมนตรี กับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ คณะคสช ที่เรียกตัวเองว่า รองนายกรัฐมนตรี ว่า ความยุติธรรมแบบ ป้อมๆแล้ว เห็นภาพชัดเจนต่อปรากฎการณ์ การเมืองไทยเลยทีเดียว ผมจึงขออนุญาตมีส่วนร่วมที่จะแสดงความคิดเเห็นและฉายภาพเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ว่า ทำไมจึงเป็นที่มาของคำว่า ความยุติธรรมแบบป้อมๆ

โครงสร้างอำนาจการเมืองการปกครองไทย มันไม่ใช่ประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ที่อำนาจเป็นของประชาชน โดยประชาชน และ เพื่อประชาชน อย่างแท้จริง ตามหลักการการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทั่วโลกเขาเป็น แต่มันมีอำนาจซ้อนอำนาจ อำนาจเหนืออำนาจของประชาชน แฝงตัวอยู่ในทุกองคาพยพของสังคมไทย รัฐไทย จึงเป็นรัฐพันลึกที่แตกต่างจากประชาธิปไตยที่ทั่วโลกเขาเป็นกัน ระบอบการปกครองเดิม ที่แฝงตัวและมีอำนาจที่แท้จริงนี้ เพื่อรักษาสถานะความเป็นชนชั้นปกครอง มีอำนาจ ที่จะปกครอง เพื่อให้ตัวเองและเครือข่ายระบอบของตนได้ประโยชน์สูงสุดต่อไป จึงขยายอำนาจและอิทธิพลของฝ่ายเผด็จการของตนเอง เข้าไปในทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และทีใช้เป็นเครื่องมือในการสังหาร ทำลายล้างฝ่ายประชาธิปไตย โดยเฉพาะผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยที่กล้าลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจของระบอบเผด็จการ ก็คือ นายทุนศักดินา ขุนศึก ศักดินาอำมาตย์ ข้าราชการระดับสูง องค์กรอิสระ และกระบวนการยุติธรรมไทย

เมื่อประชาชนคนไทยรู้เท่าทัน ระบอบเดิมมากขึ้น และ เห็นถึงความสำคัญของสิทธิ เสรีภาพความเสมอภาคและภราดรภาพในวิถีประชาธิปไตย ว่า ตนเองควรจะได้อำนาจในการปกครองตนเอง ในวิถีประชาธิปไตย ที่มีความเสมอภาค เท่าเทียม มีความเป็นธรรม มวลชนฝ่ายประชาธิปไตยจึงเติบใหญ่และเข้มแข็งขึ้นโดยลำดับ ฝ่ายระบอบเผด็จการเดิม ก็ใช้ ทุกองคาพยพของตน ต่อสู้ ขัดขวาง ทำลายนักการเมืองและพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน หากพรรคการเมืองฝ่ายเผด็จการชนะการเลือกตั้ง ก็ปล่อยไป โดยฝ่ายเผด็จการสนับสนุนและสมประโยชน์กัน แต่หากว่า พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยชนะการเลือกตั้ง หรือ อำนาจประชาชนจะพัฒนาต่อเนื่องเข้มแข็งเกินไป ฝ่ายเผด็จการก็จะใช้ทหาร เป็นเครื่องมือทำการยึดอำนาจของประชาชนไปแบบดื้อๆ ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้ระบอบประชาธิปไตยต้องล้มลุกคลุกคลานมาตลอดเป็นวงจรอุบาทว์ ของการเมืองไทยตลอดมา เป็นมรดกบาปที่ฝ่ายเผด็จการมอบให้สังคมไทย ที่ทำให้บ้านเมืองของเราไปไม่ถึงไหนเสียที

จวบจนตั้งแต่ปี 2544 ฝ่ายประชาธิปไตยเริ่มเข้มแข็ง โดยการนำของ พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย สามารถถือธงนำฝ่ายประชาธิปไตยต่อกรกับระบอบเผด็จการได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ และชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย ได้รับความนิยมจากประชาชนท่วมท้น เมื่อ นายกทักษิณ มีทั้ง เงิน มีทั้งมวลชน และมีทั้งอำนาจรัฐ นายกทักษิณ จึงเป็นผู้ท้าทายอำนาจของรัฐพันลึก อำนาจชนชั้นปกครอง อำนาจระบอบเผด็จการการเดิม ทำให้ระบอบเผด็จการเดิมหวาดกลัว เกลียดชัง และต้องทำลายผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยที่ชื่อ ทักษิณ และ ฝ่ายประชาธิปไตยทิ้งให้ได้ เพื่อไม่ให้มาเป็นเสี้ยนหนามต่อฝ่ายเผด็จการอีกต่อไป

ใช้กำลังทหารยึดอำนาจ แล้วสร้างกฎหมายที่เอารัดเอาเปรียบทุกอย่าง คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังเลือกทักษิณ และฝ่ายประชาธิปไตยให้ชนะ ตั้งแต่ ไทยรักไทย ต่อมา ใช้กระบวนการยุติธรรม ยุบพรรคทิ้ง ตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค ฝ่ายประชาธิปไตยรวมตัวกันใหม่เป็นพรรคลังประชาชน ก็ชนะอีก ยุบพรรคพลังประชาชนทิ้ง ฝ่ายประชาธิปไตยรวมตัวกันใหม่เป็นพรรคเพื่อไทย ก็ชนะการเลือกตั้งอีก สุดท้ายให้คณะ คสช มายึดอำนาจประชาชนไป เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ฝ่ายเผด็จการก็ได้ครองอำนาจมาจนถึงวันนี้ สร้างกฎ กติกา ที่เป็นของเผด็จการ โดยเผด็จการ และเพื่อเผด็จการอย่างอัปลักษณ์ที่สุด ผ่านเครือข่ายของระบอบเผด็จการ ที่ อยู่ใน คสส ค.ร.ม. สนช สปช /สปท กรธ. และทายาทอสูรที่กำลังจะแต่งตั้งขึ้น 250 คน คือ สมาชิกวุฒิสภา เพื่อสืบทอดอำนาจของระบอบเผด็จการเดิม ใช้กดขี่ข่มเหง ประชาชนต่อไป

กระบวนการยุติธรรมไทย ซึ่งรับใช้ระบอบเผด็จการมาแต่เดิม อย่างไม่มีข้อแม้ ตั้งแต่อดีต ที่ศาลฎีกา เคยรับรองความชอบด้วยกฎหมายและ ความชอบธรรม ของคณะรัฐประหารที่ว่า เมื่อ คณะรัฐประหารยึดอำนาจปล้นอำนาจประชาชนคนไทยได้สำเร็จ ถือว่าเป็นรัฎฐาธิปัตย์ คำสั่ง และกฎทุกอย่างที่คณะรัฐประหารออกมา ถือว่าเป็นกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมไทย บังคับใช้ทุกอย่าง โดยที่กระบวนการยุติธรรม และศาลไทยไม่เคยเคารพ และรักษาอำนาจของประชาชน คุ้มครองอำนาจประชาชนเลยแม้แต่น้อย

คงจะไม่เกินเลย ที่นักวิชาการทั่วโลกจะมองว่า กระบวนการยุติธรรมไทยคือเครื่องมือหนึ่งของระบอบเผด็จการ ที่ฝ่ายเผด็จการใช้เป็นเครื่องจักรสังหารฝ่ายประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น นายกทักษิณ นายกสมัคร นายกสมชาย และล่าสุด นายกยิ่งลักษณ์ จึงกลายเป็นเหยื่อ แห่งสงครามของ 2 ระบอบระหว่าง ประชาธิปไตย กับ เผด็จการ
นายกทักษิณและ นายกยิ่งลักษณ์ สามารถเดินทางไปได้ทั่วโลก และได้รับเกียรติจากทุกประเทศทั่วโลก โดยที่ทั่วโลก ไม่ได้เห็นหัว หรือให้ความสำคัญต่อคำตัดสินของกระบวนการยุติธรรมไทย เพราะชาวโลกเขารู้ว่า นี่มันเป็นคดีการเมือง มันเป็นการต่อสู้กันทางการเมือง และ ชาวโลกเขาก็ประเมินสถานการณ์ออกว่า ถ้าเลือกตั้ง ฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะ และครั้งนี้จะชนะอย่างถล่มทลายมากด้วย

พลเอกประยุทธ์ และ พลเอกประวิตร พวกคุณ ไม่มีความชอบธรรมมาตั้งแต่ต้น เพราะพวกคุณปล้นอำนาจประชาชนคนไทยไป รวมไปถึงตัวผมด้วย พวกคุณอย่าพยายามอ้างองค์กรอิสระ และกระบวนการยุติธรรมไทยให้ทั่วโลกเขาหัวเราะเลย ถ้าแน่จริง พวกคุณลาออกจากคสช. ลาออกจากตำแหน่งหัวโขน และอย่าใช้มาตรา 44 สิครับ แล้วมาสู้กันอย่างแฟร์ๆบนหลักการและกระบวนการยุติธรรมที่ทั่วโลกเขายอมรับ ไม่ใช่กระบวนการยุติธรรมแบบไทยๆ ค่อยไปท้า ท่านนายกทักษิณ มาสู้ มันถึงจะแฟร์ครับไมใช่ตัวเอง เอาเปรียบทุกอย่าง แล้วมาอ้างกระบวนการยุติธรรมไทย

แก่แล้ว ปล่อยวาง นึกถึงส่วนรวมบ้าง คนไทยอาจให้อภัยเมื่อพวกคุณหมดอำนาจ

 
‘บิ๊กป้อม’โยนศาลพิจารณา‘โอ๊ค’ออกนอกประเทศ ร่วมงานแต่ง‘อุ๊งอิ๊ง’

‘บิ๊กป้อม’โยนศาลพิจารณา‘โอ๊ค’ออกนอกประเทศ ร่วมงานแต่ง‘อุ๊งอิ๊ง’

วันพุธ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562, 11.59 น.

9 ม.ค. 62 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร (โอ๊ค) บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร ระบุจะเดินทางไปร่วมงานแต่งน้องสาว น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร (อุ๊งอิ๊ง) ที่ฮ่องกง จะต้องขออนุญาต คสช.ก่อนหรือไม่ว่า หากนายพานทองแท้ จะขออนุญาตออกนอกประเทศ ไม่น่ามาขอที่ คสช. น่าจะต้องไปขอที่ศาล แล้วแต่ว่า ศาลจะอนุญาตหรือไม่  คงไม่ใช่ คสช.

 

 

 

 

 ............................................................

ศาลฎีกาฯยกฟ้องคดี 5 ทหารยิงถล่ม 'ขวัญชัย ไพรพนา' แกนนำแดงอุดรฯ

    
 

18 ก.ย. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศาลจังหวัดอุดรธานี นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา อดีตประธานชมรมคนรักอุดร พร้อม นายกรวีร์ สาราคำ บุตรชายนายขวัญชัย เดินทางมารับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่นายขวัญชัย ถูกคนร้ายลอบยิงด้วยอาวุธสงครามปืนอาร์ก้าที่บ้านพัก สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดเร 97.5 เมกกะเฮิร์ต บ้านหนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อเช้าวันที่ 22 มกราคม 2557 จนนายขวัญชัย ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวจนหาย แต่ต้องเป็นอัมพฤษครึ่งซีกซ้าย 

ภายหลังเกิดเหตุตำรวจจับกุม และอัยการส่งฟ้องประกอบด้วย ร.ต.หรือ นายปรัชญา จันทร์รอดภัย , จ.ส.อ.หรือ นายมาวิน ยางบัว , จ.ส.ท.หรือ นายวิโรจน์ พิมพ์สิงห์ , ส.อ.หรือ นายชานนท์ ทับทิมทอง , จ.ส.อ.หรือ นายจุฑาทร เนียมทอง ทหารสังกัด พล.ร.9 และ นายมะดือนัง หรือ มะตือนัง มะแซ อส.จังหวัดนราธิวาส เดินทางมารับฟังคำพิพากษา พร้อมทนายความ หลังจากที่ นายขวัญชัยฯ ได้เป็นโจทก์ร่วมฟ้องในคดี “เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” และ ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 2,879,403 บาท ซึ่งศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง ทั้ง 2 ศาล และครั้งนี้ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง 

โดยนายขวัญชัย ไพรพนา กล่าวว่า ยอมรับในคำพิพากษา หลังจากนี้ตนก็จะใช้ชีวิตตามปกติกับครอบครัว ทำบุญไหว้พระ และต้องรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บที่ถูกยิงต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากออกจากเรือนจำ ก็ไม่ได้จัดรายการวิทยุแล้ว ต่อไปนี้ก็คงออกงานสังคม พบปะสมาชิกชมรมคนรักอุดรบ้าง 

ทั้งนี้ นายขวัญชัย อดีตประธานชมรมคนรักอุดร และเป้ฯแกนนำเสื้อแดงอุดรธานี  ได้ถูกคนร้ายบุกยิงถล่มด้วยอาวุธปืนอาก้ากว่า 50 นัด ขณะนั่งดื่มกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ ที่โต๊ะหน้าบ้านพัก ภายในบ้านพักในสถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร 97.5 เม็กกะเฮีร์ต บ้านหนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณแขนและขา เมื่อเช้าวันที่ 22 มกราคม 2557  โดยตำรวจสามารถแกะรอยทราบกลุ่มมือปืน และได้หลักฐานอาวุธปืนอาร์ก้า 3 กระบอก และรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน” ซึ่งต่อมาผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัว พบเป็นทหาร 5 นาย และ อส.1 นาย ทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น จนถึงวันนี้ ศาลฎีกามีคำสั่งยกฟ้อง คดีจึงถือเป็นอันสิ้นสุด

 

ไม่ได้ใช้เงินเพราะถูกยึดหมดแล้ว!'เด็กยิ่งลักษณ์'โอ่นายหญิงนั่งประธานคุมท่าเรือซัวเถา
    
 

แฟ้มภาพ

9 ม.ค.62 - นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อมวลชนของจีนนำเสนอข่าวนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานบอร์ดบริษัทท่าเรือแห่งหนึ่งในซัวเถา ว่า บริษัทดังกล่าว เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านเรือขนส่งสินค้า มีความคุ้นเคยกับ อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ได้เชิญนางสาวยิ่งลักษณ์ ไปดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดเพราะเชื่อในศักยภาพเรื่องการบริหารจัดการและความรู้ด้านการตลาด โดยมิได้มีการนำเงินหรือทรัพย์สินใด ๆ เข้าไปลงทุนในกิจการดังกล่าวแต่อย่างใด 

"เนื่องจากทรัพย์สินและเงินทองที่หามาได้โดยสุจริตของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ถูกทางการไทยยึดและอายัดไปหมดแล้ว การรับตำแหน่งดังกล่าวก็เพื่อหาธุรกิจและงานทำตามปกติ"นายวิม กล่าว.

นร.ต่างจังหวัดขอออกความเห็นบ้าง 'เห็นด้วยvsไม่เห็นด้วย'แต่งไปรเวทมาเรียน

นร.ต่างจังหวัดขอออกความเห็นบ้าง 'เห็นด้วยvsไม่เห็นด้วย'แต่งไปรเวทมาเรียน

วันพุธ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562, 10.48 น.

9 ม.ค.62 จากประเด็นร้อนของวงการศึกษาเมื่อโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนทดลองใช้ระเบียบเครื่องแต่งกายใหม่ โดยอนุญาตให้นักเรียนสวมใส่เสื้อผ้าชุดปกติ หรือการแต่งแบบไปรเวทมาเรียนหนังสือได้ ทำให้เกิดกระแสตามมาทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งที่ จ.ชัยนาท ผู้สื่อข่าวก็รายงานว่ามีกระแสตอบรับจากน้องๆ นักเรียนทั้งระดับชั้น ม.ปลาย และในระดับอาชีวะที่มีทั้งสนับสนุนอยากให้โรงเรียนในต่างจังหวัดนำมาใช้บ้าง

โดยเห็นว่า การให้แต่งชุดปกติมาเรียน เป็นการให้อิสระทางความคิดกับนักเรียน จะช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการเรียนได้ในระดับหนึ่งและไม่ต้องเป็นภาระในการซื้อหาเครื่องแบบที่แต่ละคนจะต้องใช้อย่างน้อย 5 ชุดต่อสัปดาห์ 

ขณะที่บางส่วนก็ยังเห็นว่า การแต่งเครื่องแบบเหมือนเดิมน่าจะหมาะกับสังคมไทยมากกว่า เพราะดูมีระเบียบและป้องกันบุคคลภายนอกที่แอบแฝงเข้ามาในสถานศึกษาด้วย ซึ่งถ้าทุกคนแต่งตัวด้วยชุดธรรมดาเหมือนกันหมด จะไม่รู้เลยว่าใครคือนักเรียน ใครเป็นคนนอกที่แอบเข้ามาและอาจจะเกิดปัญหาตามมาด้วยทั้งเรื่องความปลอดภัยและยาเสพติด

ฮือฮาทั้งสนามบินเกาะสมุย! 'หนูน้อยนักท่องเที่ยวต่างชาติ' เต้นจังหวะกลองยาว

ฮือฮาทั้งสนามบินเกาะสมุย! 'หนูน้อยนักท่องเที่ยวต่างชาติ' เต้นจังหวะกลองยาว

วันพุธ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562, 08.07 น.

9 ม.ค.62 ภายในสนามบินสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวรสิทธิ์ ผ่องคำพันธุ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย นางยงเยาว์ จิรันดร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเกาะสมุย นายณัฐวุทธิ์ แก้วมีศรี รองนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย นายธนาคม รื่นพานิช เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย พร้อมด้วยสมาชิกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย และนางสาวณัฏฐ์ชยธร ณัฐสุดานิจวิภา ผู้อำนวยการสนามบินสมุย ได้ร่วมกันให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมากับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ในการทางมาท่องเที่ยวยังเกาะสมุย หลังจากที่เกาะสมุยได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกจากเกาะสมุยจำนวนมาก

ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวหลังจากพายุโซนร้อนปาบึกผ่านพ้นไปแล้ว นายวรสิทธิ์ ผ่องคำพันธุ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย พร้อมด้วยหลายหน่วยงานในพื้นที่จึงได้จัดกิจกรรมเกาะแห่งความสุข ด้วยการต้อนรับด้วยรอยยิ้มและความรัก โดยนักท่องเที่ยวทุกคนได้รับการคล้องพวงมาลัย พร้อมกับนำศิลปะวัฒนธรรมของไทยมาให้การต้อนรับด้วยคณะกลองยาว สร้างสีสันให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสก้าวแรกที่ถึงสมุย อย่างสนุกสนานไปกับเสียงกลองยาวของไทย

 

 

ระหว่างที่คณะกลองยาวกำลังสร้างสีสันเจ้าหนูน้อยวัย 3 ขวบชาวเชโกสโลวาเกีย ที่เดินทางมากับพ่อแม่และยายได้เดินตรงไปหาคณะกลองยาวที่กำลังบรรเลงพร้อมด้วยนางรำในชุดไทย เจ้าหนูน้อยยืนเต้นอย่างสนุกสนาน พร้อมกับโบกมือทักทายทุกคนที่เดินผ่านไปมา ขณะที่ภายในสนามบินเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาจำนวนมาก แต่หนูน้อยรายนี้ก็สนุกสนานกับเสียงกลอง โดยไม่สนว่าแม่จะตามหลายครั้งเพื่อให้ขึ้นรถไปยังโรงแรม จากนั้นไม่นานแม่ต้องมาอุ้มหนูน้อยรายนี้กลับโรงแรม ซึ่งเจ้าหนูน้อยรายนี้ได้สร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างมาก

นายวรสิทธิ์ ผ่องคำพันธุ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวถึงการกระตุ้นท่องเที่ยวของเกาะสมุยหลังพายุโซนร้อนปาบึก ได้ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางออกจากเกาะสมุยว่า หลังจากที่นักท่องเที่ยวได้ตระหนกกับพายุและได้เดินทางออกจากเกาะสมุย ล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยวได้มีการเดินทางเข้ามายังเกาะสมุยเพิ่มมากขึ้น จึงถือว่าเป็นการกลับเข้ามาชดเชยนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกจาเกาะสมุย 

 

นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวกล่าวอีกว่า ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวครั้งนี้ตนเองได้เห็นรอยยิ้มของนักท่องเที่ยว ซึ่งการต้อนรับครั้งนี้ตนเองได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวโดยนักท่องเที่ยวหลายคนได้กล่าวว่า การเดินทางมาท่องเที่ยวครั้งนี้จะเป็นการท่องเที่ยวที่มีความสุขมากๆ อย่างแน่นอน เพราะสภาพในวันนี้ท้องฟ้าสดใส ถึงแม้ในทะเลคลื่นจะมีกำลังแรงก็ตาม แต่ทุกหาดบนเกาะสมุยก็มีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างมาก
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 ............................................................
 
 
วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562บริการข่าวไทยรัฐLogin 
 
 
 
ศึก 2 ผู้ยิ่งใหญ่

ศึก 2 ผู้ยิ่งใหญ่ "กระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ" กับ เดิมพันสุดท้ายตระกูลชินฯ

ศึก 2 ผู้ยิ่งใหญ่ "กระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ" กับเดิมพันสุดท้ายตระกูลชินวัตร งานนี้ถึงขั้น "ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ" การตอบโต้ทางการเมืองระหว่างทักษิณกับบิ๊กป้อม แท้ที่จริงแล้วมันน่าจะเกิดจากอะไร

เปิดศักราชปีหมู 2562 การเมืองไทยต้องร้อนฉ่าอีกครั้ง เมื่อคนไทยทั้งประเทศต้องเผชิญกับศึก 2 ผู้ยิ่งใหญ่ คนหนึ่งเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ คนสำคัญในรัฐบาล คสช. กับอีกคนที่หนีไปอยู่ต่างประเทศ อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร ดุ เด็ด เผ็ด มันส์ แค่ไหน เมื่อวานก็ได้รับชมกับไปแล้ว เรียกว่าสะใจกองเชียร์ กองแช่ง ทั้ง 2 ฝ่าย กับปมที่ทักษิณตอกกลับใส่ พล.อ.ประวิตร “กระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ” เรียกว่าฮือฮากันในโลกโซเชียลเพียงชั่วข้ามคืน

หลายคนที่ไม่ใช่คอการเมืองอาจจะยังงงๆ อยู่บ้าง และสงสัยว่า คำว่า “กระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ” มันคืออะไร ที่ทำให้พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ถึงกับหลุดคำว่า “ไอ้” ใส่นายทักษิณ ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ขอขยายความทำความเข้าใจอีกสักครั้ง

“กระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ” นั่นคือประโยคที่ นายทักษิณ ซัดใส่ บิ๊กป้อม โต้กลับหลังจาก พล.อ.ประวิตร ส่งสัญญาณชัด ว่า "คดีความต่างๆ ของทักษิณ ไม่มีการต่อรอง เป็นเรื่องของศาล กระบวนการยุติธรรม ถึงยังไง คสช. ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้" และนี่ก็อาจเป็นการปิดประตูเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับนายทักษิณ

ซึ่งก็นำมาซึ่งทวีตข้อความของทักษิณ ที่ว่า “ป้อมบอกให้ผมกลับเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ทั้งๆที่ป้อมส่งคนของป้อมเข้าไปนั่งทั้งนั้น ผมว่าป้อมทำเรื่องของตัวเองให้เคลียร์ดีกว่ามั้ยครับ เอาเด็กหน้าห้องป้อมออกแล้วปล่อยให้คนอื่นเข้ามาพิจารณาเรื่องนาฬิกายืมเพื่อนแทน เพราะกระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ มันหมดความน่าเชื่อถือไปแล้วครับ” จากนายทักษิณ

และการตอบโต้จาก ห้องเครื่องด้านความมั่นคง รัฐบาล คสช. อย่างบิ๊กป้อมที่เป็นรองนายกฯ ลำดับที่ 1 รองจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โต้กลับทันที “ส่วนที่บอกว่าเป็นแบบป้อมๆ เป็นอย่างไร ก็ไปถามไอ้ทักษิณมันสิ ไปถามมันเอง ไปถามเขาเอง”

"ช่างเป็นมวยถูกคู่เสียจริง" ทั้งนี้ หากดูไปลึกๆ หาเหตุผลว่าทำไม นายทักษิณ ถึงทวีตแสดงท่าทีไม่พอใจอย่างมากนั้น อาจสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ตระกูลชินวัตร ถึงอย่างไรก็ไม่สู้ดีสักเท่าไร จากกรณี 

1. คดีของทักษิณกำลังถูกศาลพิจารณาลับหลังจำเลยหลายคดี

2. คดี นส.ยิ่งลักษณ์ ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาคดีอีกหลายคดี อาทิ จำนำข้าว รอบ2 (มากกว่าพี่ชายเสียอีก)

3. คดีผู้อยู่เบื้องหลังจำนำข้าวก็เริ่มหาหลักฐาน (นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์) น้องสาวทักษิณอีกคน ที่หลบหน้าหายไป และลือว่าออกนอกประเทศไทยไปแล้ว 

และ 4. ลูก นายพานทองแท้ ชินวัตร เจอคดีธนาคารกรุงไทย

ขณะที่ "บิ๊กป้อม" เองก็เจอชนักคดี "นาฬิกาหรู" เล่นงาน จนเรียกว่า"สะบักสะบอม"งานนี้"บาดเจ็บสาหัสทั้งคู่" 

ทั้งหมดทำให้ได้เห็นปรากฏการณ์นี้ ไม่นับรวมใกล้จะเลือกตั้ง ซึ่งอย่างไรแน่ๆ นายทักษิณก็ต้องหวังเป็นธรรมดาให้พรรคเพื่อไทยและพรรคเครือข่ายชนะเลือกตั้ง (อันนี้ไม่จำเป็นว่าทักษิณจะอยู่เบื้องหลังหรือไม่นะ)

ทั้งหมดทั้งมวลจึงนำมาซึ่ง "ศึก 2 ผู้ยิ่งใหญ่" ที่งานนี้คงตัดขาดเยื่อใยกันอย่างเด็ดขาด ชนิด ”ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ”

...........................................................
 
 
9 มกราคม 2562
 
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน