*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3460
  • จำนวนผู้ชม : 2285220
  • จำนวนผู้โหวต : 510
  • ส่ง msg :
  • โหวต 510 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 11 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 346 , 13:07:50 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

11 มกราคม 2562


ขำจังว่ะ ... เถ้าเกเนี้ยท่าเรือซัวเถา !?

         คุณบุญยอด นามสกุล 'สุขถิ่นไทย' ก็มีความสุขสมนามสกุล เพราะเห็นเรื่องยากๆเป็นเรื่องขำไปหมด ... อย่าง 'ปู'

ที่เรี่ยๆราดๆเรื่อยมา คุณบุดยอดก็ขำเสียจังเล้ย ....

 

 

 

เลือกตั้งแน่มีนาคม

    

    เดินทางสายกลาง
    จะพอใจ หรือขัดข้องใจ ยกเอาไว้ก่อน 
    แต่มีความชัดเจนให้เห็น 
    หลังนายกฯ ประยุทธ์ โยนไปให้ อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชี้ขาดว่าเจตนารมณ์ของ กรธ. ต่อกรอบเวลา ๑๕๐ วัน ในการจัดการเลือกตั้งนั้น
    รวมการประกาศผลการเลือกตั้งด้วยหรือไม่ 
    แล้ว กรธ.ก็แจกแจงให้เห็นถึงเจตนารมณ์
    "อุดม รัฐอมฤต" อดีตโฆษก กรธ. พูดเอาไว้แบบนี้ 
    ...เจตนารมณ์ของ กรธ.ตั้งแต่ต้น คือ กรอบเวลา ๑๕๐ วัน ไม่นับรวมถึงการประกาศผลการเลือกตั้ง 
    เรื่องนี้ได้ชี้แจงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในช่วงทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ไปแล้ว 
    จึงได้มีการบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลมาตรา ๑๗๑ ของกฎหมายดังกล่าว 
    ดังนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้ตั้งแต่กฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ครบ ๔ ฉบับ ไปอีก ๑๕๐ วันได้
    ก็คือภายในวันที่ ๙ พฤษภาคม โดยไม่ต้องนับรวมเวลาในการประกาศผล...
    พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๑๗๑ บัญญัติเอาไว้ว่า
    ....ในวาระเริ่มแรก ให้ตราพระราชกฤษฎีกากําหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภามีผลใช้บังคับ และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งต้องไม่ช้ากว่าหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีผลใช้บังคับ....
    ถามว่าฟังขึ้นหรือไม่? 
    ถ้าบัญญัติในบทถาวรคงจะมีปัญหาให้ตีความมากกว่านี้ 
    แต่มาตรา ๑๗๑ อยู่ในบทเฉพาะกาล 
    และใช้เฉพาะการเลือกตั้งครั้งแรกเท่านั้น 
    ส่วนสาเหตุที่ต้องบัญญัติเช่นนี้ คำตอบก็อยู่ที่ตัวบทกฎหมายนั่นเอง 
    รัฐธรรมนูญใหม่ กฎหมายเลือกตั้งใหม่ ทุกอย่างใหม่หมด 
    การเลือกตั้งครั้งแรกจึงต้องยึดเอามาตรา ๑๗๑ เป็นหลัก 
    และมาตรา ๑๗๑ ระบุเอาไว้ชัดเจน 
    ...ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งต้องไม่ช้ากว่าหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีผลใช้บังคับ...
    หมายความว่า ให้ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งภายใน ๑๕๐ วันนับแต่กฎหมายลูกบังคับใช้
    แค่ "กำหนดวันเลือกตั้ง" เท่านั้น
    ไม่ใช่เลือกตั้งให้เสร็จภายใน ๑๕๐ วัน 
    ส่วนการประกาศผลการเลือกตั้งบัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๑๒๗ 
    .....ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้คณะกรรมการประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าหกสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง
    ในการตรวจสอบเบื้องต้นตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการต้องรับฟังรายงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งและข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากแหล่งต่างๆ มาประกอบการพิจารณาด้วย
    ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การประกาศผลการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างด้วยโดยอนุโลม
    ในกรณีที่มีการเลือกตั้งใหม่ กำหนดเวลาการประกาศผลการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่มีการเลือกตั้งใหม่.....
    สรุปคือ ประกาศผลการเลือกตั้งภายใน ๖๐ วันนับจากวันเลือกตั้ง
    แต่....เจตนารมณ์ของ กรธ.ไม่ใช่การวินิจฉัยที่มีผลตามกฎหมาย
    และเสียดายที่ กรธ.ไม่พูดถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๘ เอาไว้ด้วย
    มาตรา ๒๖๘ อยู่บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ บัญญัติว่า
    ...ให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวัน นับแต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๗ (๑) (๒) (๓) และ (๔) มีผลใช้บังคับแล้ว
    เพราะรัฐธรรมนูญมีศักดิ์เหนือกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.
    และไม่มีการอธิบายว่า "เลือกตั้งแล้วเสร็จ" นั้นให้รวมถึงการประกาศผลการเลือกตั้งด้วยหรือไม่ 
    หากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เจตนารมณ์ของ กรธ.จะเป็นเหตุผลลำดับต้นๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนำไปพิจารณา
    ผลจะออกมาเช่นไร อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ 
    และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กรในรัฐธรรมนูญ 
    แต่อย่างน้อยก็เป็นอันชัดเจน ไม่มีใครดิ้นได้อีก 
    การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ ๙ พฤษภาคมแน่นอน 
    การเลื่อนไปหลังวันที่ ๙ พฤษภาคม ไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้ 
    และถ้าฟัง "วิษณุ เครืองาม" แล้วน่าจะมีความยุ่งยากน้อยลง 
    “เอาเป็นว่าประกาศในเดือนมกราคม และการเลือกตั้งไม่เกินเดือนมีนาคม กกต.จะเป็นผู้กำหนด”
    หมายถึงการประกาศพระราชกฤษฎีประกาศเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร!
    ที่จริงการให้สัมภาษณ์ของ "วิษณุ เครืองาม" วานนี้ (๑๐ มกราคม) มีการถามตอบได้ประเด็นเป็นน้ำเป็นเนื้อพอสมควร 
    เช่น.....
    ขณะนี้ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ลงมาใช่หรือไม่? 
    คำตอบคือ "ยัง"
    กกต.สามารถตัดสินใจเรื่องกำหนดวันเลือกตั้งได้ก่อนวันที่ ๒๖ มกราคมนี้หรือไม่?
    คำตอบคือ "น่าจะเป็นเช่นนั้น"
    ข้อถกเถียงการจัดเลือกตั้งภายใน ๑๕๐ วัน ต้องรวม ๖๐ วันที่ กกต.จะประกาศผลเลือกตั้งด้วยหรือไม่? คำตอบคือ "การจัดเลือกตั้ง ๑๕๐ วันเป็นเรื่องหนึ่ง การประกาศผล ๖๐ วันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะกฎหมายคนละมาตรา ไม่ใช่เอาสองมาตรามารวมกัน ต้องเลือกตั้งให้เสร็จก่อน จากนั้นถึงจะนับระยะเวลาการประกาศผลต่อไป อีก ๖๐ วัน โดยในส่วนนี้คิดว่า กกต.ต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะคาดว่าผู้ชนะเลือกตั้งอาจร้องผู้แพ้เพื่อตัดคะแนนไม่ให้นำไปรวมในปาร์ตี้ลิสต์ ทั้งนี้ หากจะประกาศผลก่อนเพื่อสอยทีหลังก็ไม่ควร เพราะอันตราย จะกระทบการจัดตั้งรัฐบาล"
    การเอา ๒ มาตรา คือ มาตรา ๑๒๗ และ ๑๗๑ ในกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มารวมกัน เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ 
    หากจำกันได้ กลุ่มแรกๆ ที่พูดเรื่องนี้คือทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทย 
    ย้อนกลับไปที่ถ้อยแถลงของ "อุดม รัฐอมฤต" 
    “ผมว่าคนที่ตีความ เขาหาเรื่อง ต้องการจะเลือกตั้งโดยเร็ว แต่เรายืนยันเจตนารมณ์ของ กรธ. และไม่ใช่เพิ่งมาตีความตอนนี้ แต่เราตีความตั้งแต่ต้น โดยก่อนที่จะมีกฎหมายลูก มีการพูดกันถึงเรื่องพวกนี้ กกต.ก็ถาม พอถามมาเราก็ตอบไปว่า เราไม่ได้เป็นคนตีความเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่โดยความตั้งใจของ กรธ.เป็นอย่างนี้”
    ก็คงจะเช่นนั้น 
    เพราะการเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้มันบ่งบอก 
    การประท้วงต่อต้าน เลื่อนการเลือกตั้ง เป็นสีสันทางการเมืองในยุครัฐบาลที่ถูกด่าว่าเป็นเผด็จการทหาร 
    วันนี้สามารถใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็นกันได้อย่างเต็มที่ 
    แต่มวลชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเริ่มกลายเป็นเนื้อเดียวกับพรรคการเมืองไปเสียแล้ว  
    บุคคลระดับแกนนำนอนเตียงเดียวกัน 
    แล้วมาบอกต่างคนต่างเคลื่อนไหว ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน 
    ใครจะเชื่อ
    สุดท้ายก็ต้องไปดูที่ปลายทาง 
    มีใครรับตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ 
    เพราะในอดีตมันเป็นเช่นนั้น 
    นั่นคือผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง 
    สิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย การเลือกตั้งเป็นแค่ฉากบังหน้า 
    นิยามประชาธิปไตยก็เริ่มจะสับสน
    บางคนยิ่งพูดก็ยิ่งเลอะ 
    ใช้ตรรกะแปลกๆ ในการอธิบายสิ่งที่ตัวเองคิด
    เช่น "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ บอกว่า
    “รัฐประหารในประเทศนี้ที่เกิดซ้ำซาก 
    ไม่ได้เกิดจากประชาชนโง่
    ไม่ได้มาจากประชาชนไม่รู้จักประชาธิปไตย 
    ไม่ได้มาจากนักการเมืองโง่ 
    นักการเมืองไม่ดีมีแต่คอร์รัปชัน 
    ไม่ได้มาจากนักการเมืองสกปรก 
    แต่รัฐประหารทุกครั้ง เกิดขึ้นเพราะประชาชนฉลาดเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้”
    เป็นคำอธิบายที่ย้อนแย้งในตัวเอง
    คิดในมุมกลับ ประชาชนฉลาด ทหารไม่มีโอกาสทำรัฐประหารแน่นอน 
    เพราะประชาชนที่ฉลาด จะรีบจัดการกับคนโกงเสียก่อนที่ทหารจะนำไปเป็นข้ออ้างเพื่อทำการรัฐประหาร
    ตบตูด...ลืมไปว่า สถานะของ "โอ๊ค" วันนี้คือจำเลยที่ได้ประกันตัวจากคดี ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินรับโอนเงินที่ได้จากการอนุมัติสินเชื่อระหว่าง ธ.กรุงไทย กับกลุ่มกฤษดามหานครโดยมิชอบ 
    ศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
    มีข่าวว่า ทีมทนายความยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลางช่วงก่อนปีใหม่ ให้โอ๊คไปร่วมงานแต่งน้องสาว อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ที่ฮ่องกง ช่วงเดือนมีนาคมนี้ 
    และศาลมีคำสั่งอนุญาต    
    แต่มีเงื่อนไขคือ โอ๊คต้องเดินทางกลับมารายงานตัวต่อศาล ภายในวันที่ ๒๖ มีนาคม 
    รอดูว่า "โอ๊ค" จะกลับมาเข้าคูหากาพรรคตระกูลเพื่อหรือไม่ ถ้าการเลือกตั้งมีขึ้นวันที่ ๓๑ มีนาคม
    หรือออกไปนานแล้ว.


                                ผักกาดหอม

'สาทิตย์'นั่งรถไถหาเสียงสู้กระแสตกที่ตรัง!

    
 

11 ม.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ จ.ตรัง ไม่หวั่นกระแสประชาธิปัตย์ตกต่ำลง หลังมีพรรคคู่แข่งเพิ่มขึ้นนับ 10 พรรคทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส ใน จ.ตรังครบทั้ง 3 เขต โดยนายสาทิตย์  ออกพบปะกับประชาชน โดยเฉพาะผู้ประสบภัยน้ำท่วมในตำบลลำภูรา และ ต.ห้วยนาง จ.ตรัง ซึ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำต้องนั่งรถไถนาเพื่อพาคณะไปให้กำลังใจกันผู้ประสบภัยน้ำท่วมกันถึงบ้าน หรือแม้แต่จะเดินลุยน้ำก็ต้องทำ

นายสาทิตย์ กล่าวว่าการเลือกตั้งเป็นความหวังหนึ่งของประชาชนในยามที่กำลังประสบปัญหาปากท้องเพราะทุกพรรคการเมืองมีนโยบายออกมาช่วยชาวบ้าน พอมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป คนก็ตั้งข้อสงสงสัยว่าทำไม ซึ่งการเลือกตั้งสามารถเลื่อนเวลาออกไปได้แต่ต้องมีการระบุเวลาที่ชัดเจนแน่นอน ขณะนี้มันสับสนมาก ซึ่งจริง ๆ แล้วตามรัฐธรรมนูญจะต้องไม่เกินวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งตรงนั้นชัดเจนอยู่แล้ว แต่เมื่อมีความเห็นไม่ตรงกันระหว่างกกต.กับมือกฎหมายของรัฐบาล ว่าจะนับผลการเลือกตั้งใน 150 วันหรือหลัง 9 พฤษภาคม ต้องกำหนดช่วงวันเวลาให้ชัดเจน ไม่ใช่เลื่อนลอยไร้ความหวัง เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งความวุ่นวายเกิดขึ้นได้ เพราะขณะนี้มีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งออกมาเริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น เหตุผลคือไม่มีความชัดเจน เลื่อนลอยและไม่มีความแน่นอน แต่จะเลื่อนไปเมื่อไหร่ประชาชนรับได้แต่ต้องชัดเจน

นายสาทิตย์ กล่าวว่าจ.ตรังจะมี ส.ส 5 คนคือแบบแบ่งเขต 3 คนและบัญชีรายชื่อ 2 คน แต่รอให้มีการประกาศอย่างชัดเจนก่อนว่าจะมี พรก.เมื่อไหร่ จ.ตรังจะต้องแถลงข่าวอย่างชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งทั้ง 5 คนได้ลงพื้นที่หาเสียงกันแล้ว 

ส่วนคำถามที่ว่าปชป.มีกระแสตกต่ำลงนั้น นายสาทิตย์ ดล่าวว่าาการเมืองและความนิยมจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพราะไม่มีการเลือกตั้งมา 7 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นพรรค ปชป.จึงมีโจทย์ใหญ่ที่จะต้องทำโดยเฉพาะเรื่องของนโยบาย เช่น การประกันรายได้เรื่องยางพารากิโลกรัมละ 60 บาท ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ 4 บาท เกิดปั๊บรับแสน เรื่องโฉนดชุมชน การประกันที่ดินฯลฯ

"ประชาธิปัตย์จะต้องทำงานหนักมากเพื่อให้ประชาชนเลือกทั้งจากความผูกพันและจากนโยบาย เชื่อว่าอีกไม่กี่วันจะมีการแถลงข่าว เช่น วิสัยทัศน์ภาคใต้ ปชป.มองอย่างไร การที่หลายพรรคคู่แข่งลงแข่งขันมากขึ้น มองว่าเป็นเรื่องที่ดี การนำเสนอนโยบายที่ดี ๆ ประชาชนจะได้มีตัวเลือกมากขึ้น และปชป.ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งให้กับประชาชน ซึ่งไม่ได้หวั่นไหวเพราะมีความพร้อมอยู่แล้ว และการแข่งขันถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง แม้ว่าโทษทางกฎหมายจะแรง แต่ดูเหมือนว่ามีข่าวหนาหูมา เช่นที่ จ.พัทลุง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ บอกว่ามีการจดบัตรประชาชนกันแล้ว และที่ จ.ตรังก็มีแล้วเช่นกัน จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันเป็นจิตอาสาในการ่วมกันแจ้งข่าวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น"นายสาทิตย์ กล่าว.

'บุญยอด'ขำว่ะ!!บางคนตกอับทำพาสปอร์ตปลอมหลอกชาวบ้านว่าเป็นนักลงทุน

    
 

11 ม.ค.62 - นายบุญยอด สุขถิ่นไทย  อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ถึงกรณีกระแสข่าวที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาเพื่อเข้าไปประกอบกิจการในประเทศจีน ต่อมาทางการกัมพูชาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

โดยนายบุญยอดโพสต์ว่า  "คนบางคน ตกอับ ทำพาสปอร์ต ปลอมหลอกชาวบ้านว่าเป็นนักลงทุน!!! (ขำว่ะ!! )"

 

 นึกว่าอยู่สุวรรณภูมิ


    
 

       สารวัตรเหลิม-ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำคนสำคัญพรรคเพื่อไทย เพิ่งเปิดบ้านพัก เปิดประเด็นการเมือง ออกมาจี้ให้กรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจน แถมยังส่งสัญญาณ หากเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด เลื่อนไปเรื่อยๆ หวั่นทำคนไม่พอใจ มีเหตุการณ์รุนแรงตามมา...ก็เป็นได้

       สวมบท "เหลิมพยากรณ์" ทำนายทายทักเอาไว้ล่วงหน้า เจ้าตัวบอก แม้ไม่ใช่โหรมืออาชีพ แต่ได้ประมวลการข่าวแล้ว ขอนำบอกกล่าวกันเอาไว้ ส่วนจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ค่อยติดตามดูกันไป

       ไม่เท่านั้น ยังสวมบทพยากรณ์ อ้างอิงจาก เหลิมโพลล์ บอกว่า ได้ทำการสำรวจแล้ว บางพรรคการเมือง พื้นที่อีสานตอนบน อย่าหวังจะได้ ส.ส.เลยแม้แต่คนเดียว และเพื่อความมั่นใจ ไม่ประมาท เฉลิม เตรียมขนขุนพลนักปราศรัย พ่วงดีกรีดอกเตอร์ (ดร.) นำทีมโดย เฉลิม, อดิศร เพียงเกษ, สุทิน คลังแสง เป็นต้น บุกตะลุยอีสานอีกรอบ ช่วง 21-28 ม.ค. ขอปักหลัก กินนอนนานนับสัปดาห์  

       ในวันแถลงข่าว มีเรื่องร้อนๆ อ้ายยุทธ-ยงยุทธ ติยะไพรัช กองเชียร์คนสำคัญพรรคเพื่อไทย ที่ถือเป็นอีกหนึ่งในคนใกล้ชิด นายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร ออกมาจุดพลุ จะพา ทักษิณ กลับบ้าน กลายเป็นเรื่องร้อนๆ การเมือง พลันพอไปถามเดอะเหลิม บอกเพียงว่า

     "ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูด แต่ไม่เห็นเหรอ วันที่ท่านกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ไปเมืองจีน ไปซัวเถา ชาวจีน ต้อนรับกันเกรียวกราว ผมยังนึกว่าไปที่เมืองจีนหรือ นึกว่าอยู่สุวรรณภูมิ"

       เรื่องราว ทักษิณ กลับบ้านกลายเป็นประเด็นการเมืองร้อนๆ เสี่ยเหลิม ในฐานะเพื่อนรักทักษิณ คบกันมานานตั้งแต่สมัยเป็นตำรวจ จนเข้าสู่ถนนการเมืองยาวนานหลายสิบปี เฉลิมออกตัวยังไม่ถึงเวลา แต่วันข้างหน้า เมื่อถึงเวลาจะสวมบทนักคาดการณ์ นักพยากรณ์อะไรบางอย่างต่อเพื่อนรักหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าติดตามไม่น้อย

บุกยิง'อส.ยะรัง'ดับ4คาโรงเรียน

    
 

    เมื่อวันที่ 10 ม.ค. เวลา 11.45 น. พ.ต.อ.พสิษฐ์ ศานติปรัชญญา ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.)ยะรังเสียชีวิตหลายนาย ภายในโรงเรียนบ้านบูโกะ ม.5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี, พ.อ.กฤศณัฏฐ์ จันทร รอง ผบ.กกล.จชต., นายอับดุลการิม ยีดำ นายอำเภอยะรัง ไปตรวจสอบพบโรงเรียนดังกล่าวได้ปิดเรียนทันทีหลังเกิดเหตุ 
    จุดเกิดเหตุอยู่ใต้อาคารเรียน 2 ชั้น มีเจ้าหน้าที่ อส.ยะรังเสียชีวิต 4 นาย คือ อส.มูฮำหมัด เตะเด็ง อายุ 29 ปี, อส.อับดุลเลาะ สาและ อายุ 34 ปี, อส.บือราเฮง จิ  อายุ 24 ปี และ อส.สุไลมาน แวอูเซ็ง อายุ 43 ปี โดยทั้ง 4 นายอยู่ในชุดเครื่องแบบ อส. ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าลำตัวหลายนัด รวมทั้งยังพบปลอกกระสุนปืนอาก้าและเอ็ม 16 กว่า 20 ปลอก ชิ้นส่วนพานท้ายปืนเอ็ม 16 เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบรอยเลือด คาดว่าเป็นของคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเช่นกัน
    สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่โรงเรียนดังกล่าวเปิดสอนปกติ นักเรียนและครูกำลังทำการเรียนการสอนอยู่ภายในห้องตามปกติ เจ้าหน้าที่ อส.ทั้ง 4 นายซึ่งกำลังดูแลความปลอดภัยบริเวณที่เกิดเหตุนั้น ปรากฏว่าได้มีคนร้าย 4 คนสวมหมวกไหมพรมแต่งกายชุดดำคล้ายเจ้าหน้าที่ พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือ บุกเข้ามายิงเจ้าหน้าที่ อส.ซึ่งนั่งรักษาความปลอดภัยอยู่ จนเสียชีวิตก่อน 3 นาย ขณะที่ อส.อีก 1 นาย ซึ่งยืนอยู่ห่างกันประมาณ 5 เมตร เห็นคนร้ายกราดยิงเพื่อน จึงได้ยิงต่อสู้คนร้ายอย่างไม่คิดชีวิตก่อนที่คนร้ายจะยิงสวนกลับทำให้ อส.เสียชีวิตเป็นรายที่ 4
    จากนั้นคนร้ายได้ขโมยอาวุธปืนของ อส. จำนวน 4 กระบอก หลบหนีออกจากประตูหลังโรงเรียน โดยมีรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อรออยู่ ก่อนจะเร่งเครื่องหนีเข้าไปในหมู่บ้าน ขณะที่คนร้ายอีกชุดซึ่งรอสัญญาณจากเสียงปืนเมื่อสงบก็ได้ออกมาโปรยตะปูเรือใบบนถนนหลายจุด เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจาก อส.เสียชีวิต 4 นาย แล้ว ยังพบเด็กนักเรียนชั้น ป.2 ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลยะรังทันที
ปะทะเดือดปัตตานี
     พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี,  พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้วิทยุด่วนไปถึงหน่วยกำลังในพื้นที่และพื้นที่รอยต่อให้สกัดรถกระบะต้องสงสัยทุกคันและตรวจค้นอย่างละเอียด รวมไปถึงขอกำลังเสริมเข้าปิดล้อมพื้นที่ทุกตำบลและในป่าหมู่บ้าน เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะถูกยิงตอบโต้จนได้รับบาดเจ็บ และอาจจะเข้าไปหลบซ่อนตัวบ้านแนวร่วมในพื้นที่ พร้อมทั้งให้มีการตรวจสอบสถานพยาบาลทุกแห่งด้วย
    "คนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ เนื่องจากมีความชำนาญเส้นทางหลบหนี โดยทำการแบ่งการก่อเหตุ 3 ชุด คือ ชุดก่อเหตุ ชุดดูแลเส้นทางและชุดโปรยตะปูเรือใบ เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายต้องการตอบโต้เจ้าหน้าที่ หลังถูกกดดันอย่างหนัก รวมทั้งมีการจับกุมคนร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ต่อเนื่อง" หน่วยงานความมั่นคงระบุ
    ต่อมาได้เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองปัตตานี ปะทะกับกลุ่มคนร้ายบริเวณหลังมัสยิดกรือเซะ บ้านกรือเซะ ต.ตันหยงลุโละ อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี
    หลังเสียงปืนสงบ เจ้าหน้าที่ควบคุมคนร้ายได้ 1 คน ส่วนอีก 1 คนหลบหนีไปได้ และยึดชุดพรางทหารพรานจำนวนหนึ่ง จากการสอบสวนคนร้ายที่ควบคุมตัวได้ทราบชื่อคือ นายมะกรี อิสอปุเต๊ะ อยู่บ้านเลขที่ 50/1 ม.5 ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา มีประวัติเป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบระดับแนวร่วม
    พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แถลงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายได้แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารพรานเข้าไปในโรงเรียน และใช้อาวุธไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนเสียชีวิตดังกล่าว 
    พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจปัตตานีเข้าไปควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่เกิดเหตุ และให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเก็บรวบรวมวัตถุพยาน พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อสกัดกั้นตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี
    โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติของวีรบุรุษทั้ง 4 ท่าน ที่ทำหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองพี่น้องประชาชนจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต โดยหน่วยต้นสังกัดจะดูแลด้านสวัสดิการและสิทธิกำลังพลให้ดีที่สุด
    “จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงและความสูญเสียโดยไม่เลือกเป้าหมายและสถานที่ในการก่อเหตุ โดยเฉพาะภายในโรงเรียนซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมกับบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน ทั้งนี้ จะเร่งรัดติดตามกลุ่มคนร้ายเพื่อมาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป” โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าว
    ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุยิงเจ้าหน้าที่ อส.เสียชีวิตดังกล่าว เวลา 09.00 น. พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี และ พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ทพ.43 ได้นำตัวนายดันย์ยา อูมา ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคง ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวหลังจากถูกออกหมายจับและให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.หนองจิก และให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมก่อเหตุในพื้นที่ จำนวน 4 ครั้ง ทั้งลอบยิงนางประพร แก้วมณีรัตน์ อส.จ.ปัตตานีเสียชีวิต ลอบยิงฐานปฏิบัติการทหาร ลอบยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล และลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า ไปทำเเผนคำรับสารภาพ คดีร่วมก่อเหตุยิงนางประพร เเก้วมณีรัตน์ เจ้าหน้าที่ อส.จ.ปัตตานีเสียชีวิต บนถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่ ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 เม.ย.57  
รวบผู้ต้องสงสัยบึ้มเทพา
    โดยนายดันย์ยาทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ให้กับมือปืน ประกบยิงนางประพรขณะขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านพักหลังออกเวร จนรถเสียหลักได้รับบาดเจ็บตกลงข้างทาง จากนั้นมือปืนที่ขี่รถมาอีกคันตามมายิงซ้ำจนเสียชีวิต 
    สำหรับคดีนี้ผู้ต้องหาได้รับสารภาพและให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีจนสามารถออกหมายจับคนร้ายได้ครบทั้ง 4 คน
    จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำนายดันย์ยาเดินทางไปทำแผนคำรับสารภาพในคดีร่วมกันก่อเหตุยิงฐานปฏิบัติการทหาร บริเวณวงเวียนมะพร้าวต้นเดียว ม.2 ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก โดยเหตุเกิดขึ้นวันเดียวกันที่ลอบยิงนางประพร โดยครั้งนี้นายดันย์ยาทำหน้าที่ร่วมกับพวกอีก 5 คน ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่ฐานปฏิบัติการ จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น แต่ไม่มีฝ่ายใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สำหรับคดีดังกล่าว นายดันย์ยา ได้ให้การรับสารภาพจนทำให้เจ้าหน้าที่สามารถออกหมายจับได้ทั้งหมด 6 คน จับกุมได้แล้ว 3 คน
    ที่ จ.สงขลา ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณหน้าหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ใน อ.เทพา จ.สงขลา จนทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย หลังจากได้ลงมือฆ่าแขวนคอนายอมตะ สโมทานทวี อายุ 62 ปี หรือครูจ้อง อดีตข้าราชการครูเกษียณ ที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 1 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย แล้วนำไปประกอบเป็นคาร์บอมบ์ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา
    พล.ต.ต.ไพโรจน์ ทานธรรม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 5 คน หลังจากที่มีการสนธิกำลังตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ร่วมกับตำรวจ สภ.บ้านโหนด เข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่หมู่ 2 บ้านควนหรัน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย เมื่อคืนวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา
    "เรายังพบวัตถุต้องสงสัย เช่น แผงวงจรโทรศัพท์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเหล็กเส้นที่สามารถนำไปใช้ประกอบเป็นระเบิดได้ โดยพบในขนำหลังหนึ่ง ซึ่งอาจจะใช้เป็นสถานที่ประกอบระเบิดในครั้งนี้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการนำไปตรวจพิสูจน์ทราบ" พล.ต.ต.ไพโรจน์กล่าว 
    ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลากล่าวว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 คน ขณะนี้ถูกส่งตัวไปยังศูนย์ซักถามที่หน่วยทหารพรานที่ 41 แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการซักถาม และการเข้าควบคุมตัวทั้ง 5 คน เป็นการขยายผลมาจากการซักถาม 3 ผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่นำตัวมาสอบสวนในวันแรก รวมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว 8 คน
    วันเดียวกัน ร.ต.อ.(หญิง) สินีนาถ คงพุทธ หรือ "ผู้กองจอย" ผู้บังคับหมวดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 สังกัดหมวดแพทย์ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าอกซ้าย ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวที่ รพ.ยะลา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ "จอยขอบคุณทุกๆ กำลังใจ ทุกความรักความห่วงใยที่มีให้จอยนะคะ ...ตอนนี้ปล่อดภัยดีแล้วค่ะ พี่ๆ อีกทั้ง 7 นายปลอดภัยดี ฝากขอบคุณทุกๆ กำลังใจมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ" อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก.

 

เด็กทั่วไทยส่งส.ค.ส.อวยพร'ลุงตู่' ขอให้อดทนสู้ดูแลประเทศต่อ


    
 

9 ม.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้นำการ์ดอวยพรจากเด็กนักเรียนและเยาวชนไทยจาก จ.นครปฐม และ จ.สระบุรี ที่ส่งอวยพรถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องในวันปีใหม่ 2562 และวันเด็กปี 2562 กว่า 500 ใบ ที่มีการคัดเลือกกว่า 330 ใบมาจัดแสดงบริเวณชั้น 2 ตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล

 

โดยส.ค.ส.ส่วนใหญ่ที่ส่งมา เป็นภาพการ์ตูนรูปนายกฯ สีสันสดใส บ้างก็เป็นรูปสวมชุดทหาร ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งข้อความเป็นการอวยพร อาทิ “ขอให้นายกรัฐมนตรีมีความสุขสุขภาพแข็งแรง ให้อดทนสู้ต่อไป อย่าหยุดพัฒนาประเทศอย่าท้อถอย ขอให้ดูแลประเทศชาติ และประชาชนทุกคนให้มีความสามัคคีและรักกัน”

ทั้งนี้สำนักโฆษกฯจะนำการ์ดอวยพรดังกล่าวไปจัดแสดงให้เด็กๆ ได้ชมในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2562 วันที่ 12 ม.ค. ที่ชั้น 1 ตึกไทยคู่ฟ้าอีกด้วย นอกจากนี้ สำนักโฆษกฯจะนำการ์ดอวยพรของนายกฯตอบกลับไปยังเด็กๆ และเยาวชนด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับการจัดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น จะมีการจัดเตรียมหุ่นจำลองไดโนเสาร์พันธุ์ต่างๆ จากพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จ.ขอนแก่น และภูกุ้มข้าว จ.กาฬสินธุ์ จากกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และจำลองนิทรรศการเหตุการณ์ 13 หมูป่าติดถ้ำหลวงขุนน้ำ-นางนอน ที่จ.เชียงใหม่ เพื่อให้เป็นบทเรียนกับเด็กๆในการไปท่องเที่ยวตามสถานที่ธรรมชาติต่างๆ หากเกิดปัญหาเช่นนี้กับตนเอง.

 

 

 

 

 ............................................................
 
11 มกราคม 2562
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน