*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3329
  • จำนวนผู้ชม : 2230294
  • จำนวนผู้โหวต : 488
  • ส่ง msg :
  • โหวต 488 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 12 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 170 , 14:31:26 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

link : ลุงตู่โพสต์ภาพวัยเด็ก! //กกต.คลอดระเบียบ-ประกาศ 9 ฉบับรวด

         12 มกราคม 2562

         ชาวไทยตอบแทนไมตรีต่อกันด้วยรอยยิ้ม แล้วยังยิ้มให้กับคนทั้งโลกอีกด้วย ทั้งนี้ เราชอบยิ้มกันตั้งแต่เมื่อเป็นเด็กกันแล้ว

อย่าง 'วันเด็ก' วันนี้ เด็กๆตอบแทนผู้ใหญ่ด้วยรอยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ซึ่งเป็นของขวัญอันล้ำค่าแก่ผู้ใหญ่ทุกๆคน

         ผู้ใหญ่เองต่างหาก ที่ทำให้รอยยิ้มกลายเป็นแสยะยิ้มด้วยความอาฆาตมาดร้าย

 

วันวัยเด็กของ 'ลุงตู่' 

          เห็นข่าวฝูงปลาโมาในอ่าวไทยแล้วสับสนจังเลยครับ เพราะรู้แก่ใจว่าพวกมันไม่ได้เข้ามาว่ายน้ำเล่น เพียงเพื่ออวดโฉมเท่านั้น

เป็นแน่ แต่ปลาส่วนหนึ่งก็จะต้องถูกมันกินเป็นอาหารด้วย สัดส่วนปลาที่เป็นเหยื่อกับฝูงปลาวาฬจะเป็นปฏิภาคต่อกัน เพราะหาก

ปลาวาฬมากขึ้นมันก็จะกินเหยื่อจนปริมาณลดลงมากนั่นเอง

         ประเด็นดังกล่าวข้างต้น ชาวประมงก็ไม่ปลื้มเป็นแน่ แล้วเราก็มักได้ข่าวปลาวาฬถูกใบพัดเรือบาดเจ็บล้มตายอยู่เสมอ นอกจาก

นั้นก็มีข่าวต่อมาว่า มีการออกพ.ร.บ.คุ้มครองปลาวาฬแล้ว แต่จะเป็นผลดีหรือเสีย ต้องขอให้ผู้รู้วิจารณ์ให้เราฟังครับ

 

 

ฝูงวาฬในอ่าวไทย สถานการณ์คืออะไร ?

 

 

เครื่องแบบประชาธิปไตย

    
 

 

               วันนี้วันเด็ก

 

                เสาร์ที่สองของเดือนมกราคม วันที่เด็กๆ ส่วนใหญ่ทั่วประเทศ ได้รับการดูแลเอาใจใส่ จากผู้ปกครองเป็นพิเศษ

                ได้เที่ยว ได้กิน ได้เล่น ได้ร้องไห้ กระจองอแง กันสุดเหวี่ยง

                แต่พอพ้นวันเด็ก เด็กๆ จำนวนมากกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เข้าสู่สังคมที่มีความบีบคั้น และกดดัน ที่ถูกส่งทอดมาจากผู้ปกครอง 

                ประเทศเป็นแบบไหน ก็ผลิตเด็กออกมาเป็นอย่างนั้น

                นี่คือเรื่องจริง

                คำขวัญวันเด็กก็สะท้อนถึงปัญหาของประเทศ ณ เวลานั้นๆ เช่นกัน

                ปีนี้นายกฯ ลุงตู่ มอบคำขวัญ "เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ"

                การยกประเด็น "จิตอาสา" ขึ้นมา ดูเหมือนหาสาระอะไรไม่ได้

                แต่สภาพสังคมที่มีความขัดแย้งสูง อันเนื่องมาจากความแตกต่างด้านความคิด ความชอบ ทางออกมีไม่มากนัก

                หนึ่งในนั้นคือการละลายพฤติกรรม

                จิตอาสา ไม่ว่าจะอาสาในด้านไหน หากสังคมที่ขัดแย้ง มุ่งมั่นที่จะสร้างจิตสำนึก และอาสา ทำในเรื่องที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ

                ทุกคนก็จะเดินไปทางเดียวกัน

                คิดไม่เหมือนกันไม่เป็นไร แต่เดินไปทางเดียวกัน

                หลายวันมานี้มีเรื่องเด็กๆ เป็นข่าวใหญ่อยู่หลายข่าว

                สดๆ ร้อนๆ กรณีน้องโยโย่

                อย่าเสพข่าวนี้แล้วดรามากันเพลิน จนลืมดูลูกหลานตัวเอง

                เพราะมันคือโศกนาฏกรรมของครอบครัว

                เด็กต้องได้รับการปกป้องจากสังคม                  

                และสังคมต้องไม่ระบายอารมณ์กับเด็ก

                แต่ไม่ควรเอาใจเด็กจนเหลิง

                โดยเฉพาะถ้านำเรื่องเด็กไปผูกกับการเมืองแล้ว ยิ่งต้องระวัง!

                เรื่องเครื่องแบบนักเรียน ก็เป็นข่าวใหญ่อยู่หลายวัน หลังโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอนุญาตให้นักเรียนสามารถแต่งชุดไปรเวตมาโรงเรียนหนึ่งวันต่อสัปดาห์ได้

                เป็นข่าวทั้งบวกและลบ

                คนค้านถูกมองว่าหัวเก่า ล้าสมัย คร่ำครึ

                ส่วนคนสนับสนุน มองกันว่าเป็นคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า

                มีหลากหลายเหตุของการสนับสนุนและคัดค้าน

                บ้างว่าโลกเปลี่ยนไปนานแล้ว แต่ไทยไม่เคยเปลี่ยน

                บ้างก็ว่านี่คือวัฒนธรรมที่ปฏิบัติกันมานาน ก็ควรจะปฏิบัติต่อไป

                มันเป็นวิธีคิดที่ต่างกัน

                ต่างเพราะอยากเปลี่ยนมีเยอะ

                หรือต่างเพราะอยากทิ้งวัฒนธรรมเดิมก็มีให้เห็นบ่อยๆ

                แต่ในความอยาก ไม่ว่าอยากแบบไหน เรามักไม่พูดถึงปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข

                ถ้าจะมี ก็ซ่อนเงื่อนหาประโยชน์จากกระแสที่ฉาบฉวยเท่านั้น

                มีการพูดกันว่าเครื่องแบบนักเรียนไม่ได้ทำให้เด็กนักเรียน เรียนดีขึ้น หรือแย่ลง 

                แต่บางคนบอกว่าเกี่ยว เพราะให้เด็กแต่งตัวมาอวดกัน สุดท้ายไม่สนใจการเรียน

                มันเป็นปัญหาเรื่องวิธีคิด 

                และ "วิธีคิด" ก็เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย

                เป็นสังคมที่คิดตามกระแส ไม่ได้คิดตามข้อมูล และเหตุผล

                เมื่อไหร่ก็ตามที่การเมืองเข้าไปแทรก ความบิดเบี้ยวของวิธีคิดจะตามมา

                ยกตัวอย่าง น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้เสนอนโยบายการศึกษาของพรรค นำเอากรณีเครื่องแบบนักเรียน ไปโยงกับการกระจายอำนาจให้โรงเรียน

                บนพื้นฐานประชาธิปไตย

                ก็เป็นวิธีคิดที่น่าสนใจ

                "สิ่งที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ กำลังทำอยู่นั้นสอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของพรรคอนาคตใหม่ ที่ต้องการกระจายอำนาจไปยังโรงเรียน ให้สามารถออกแบบกฎเกณฑ์ร่วมกันได้ระหว่างโรงเรียน นักเรียน และผู้ปกครอง แล้วตั้งเป็นคณะกรรมการโรงเรียนขึ้นมา เพื่อพิจารณากฎเกณฑ์ที่อาจล้าสมัย หรือสร้างกฎเกณฑ์ที่สอดคล้องกับยุคสมัย โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข มีอิสระในความคิด ฝึกความคิดสร้างสรรค์ และไม่ถูกบังคับ"

                ถูกของเธอ!

                เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการแสดงออก คือพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย แต่ขอบเขตของการ ทำได้ ทำไม่ได้ ก็มีความสำคัญเช่นกัน

                ไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่ความไร้ระเบียบ

                การตั้งธงว่า "เครื่องแบบ" คือตัวแทนของความล้าหลัง และการถูกบังคับ ก็คือปัญหาใหญ่

                เพราะมีคนอีกจำนวนมาก มองเครื่องแบบ ในมุมมองที่ต่างออกไป

                มีคนจำนวนไม่น้อยภูมิใจในเครื่องแบบ และคนกลุ่มนี้มักถูกค่อนแคะว่า หัวเก่า

                มีความพยายามสร้างสูตรสำเร็จว่า ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ ต้องปราศจากกรอบ และกฎเกณฑ์ที่อ้างว่าล้าหลัง มาบังคับ

                และเมื่อปราศจากเครื่องแบบแล้ว คนที่อยู่นอกกฎเกณฑ์อันล้าหลัง จะใช้อิสระในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

                มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?

                แท้จริงแล้วจะใส่เครื่องแบบ หรือไม่ใส่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

                การรู้ถึงรากเหง้าของปัญหา และการหาวิธีแก้ไขที่แท้จริงต่างหาก คือสิ่งที่ประเทศต้องการในเวลานี้

                และเมื่อนำปัญหามาโยงกับการเมือง ก็ยิ่งต้องระมัดระวังไม่ให้ความจริงบิดเบี้ยวไปเพื่อประโยชน์ทางการเมือง   

                การเรียนรู้ประชาธิปไตย ด้วยความเคารพต่อประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ

                หากเอาแต่อ้างประชาธิปไตยเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง มันก็คือการย่ำยีประชาธิปไตยนั่นเอง

                ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ

                กรณีประมง

                ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เหวง โตจิราการ พรรคไทยรักษาชาติ แสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า

                ......หลังจากที่ คสช.ใช้ ม.๔๔ ประกาศกฎหมายประมงปี ๕๘ แก้ไขเพิ่มเติมปี ๖๐ เอาใจอียูเพื่อให้ปลดใบเหลือง IUU ปรากฏว่าชาวประมงโดนจับในข้อหาผิดกฎหมายมากมาย หลายเรื่องเป็นเรื่องหยุมหยิม เช่นเข้าฝั่งก่อนเวลาประมาณสิบนาที (โดนปรับลำละห้าแสนบาท สองลำคิดเป็นหนึ่งล้านบาท)

                ชาวบ้านพูดเองครับว่า วิธีแก้ปัญหาก็คือ ต้องให้ คสช.และรัฐบาล คสช.พ้นไปโดยเร็ว ไม่เว้นแม้แต่ปัญหาประมงเรื่องอียู และ IUU

                ชาวบ้านเขาพูดเลยครับว่า ปัญหาใบเหลือง ของ IUU จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และรัฐบาลทหาร (คสช.) พ้นไปแล้วครับ

                รายละเอียดมีมากมายครับ มีชีวิตชีวามาก ไปฟังมาแล้ว หดหู่ใจมา นี่เป็นเหตุผลสำคัญมากอีกประหนึ่งที่ต้องเลือกฝ่ายประชาธิปไตยมาเป็นรัฐบาลให้ได้ ต้องให้ฝ่ายสืบทอดอำนาจพ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ให้ถล่มทลายครับ เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐบาลประชาธิปไตยมาแก้ปัญหา ความทุกข์ยากเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของประชาชนโดยเร็วครับ..........

                ส่วน "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่บอกว่า

                .....การที่รัฐบาลต้องยอมตาม​ IUU​ ทุกอย่าง​ โดยไม่สามารถต่อรองใดๆ ได้​ ก็เพราะว่า​ เราเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง​ เราจึงไม่มีอำนาจต่อรอง​

                จากการรับฟังปัญหาในหลายๆ พื้นที่เรื่องนี้ ทางอนาคตใหม่ตั้งใจที่จะออกแบบนโยบายเรื่องเกี่ยวกับการประมงเข้าไปผลักดันต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทบทวนกฎหมายใหม่ โดยหลักการประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้เสีย มานั่งคุยกัน แก้ไขกฎหมายใหม่ร่วมกัน และอนาคตเมื่อต้องการให้เรือประมง ชาวประมง ธุรกิจประมงให้ได้มาตรฐานไอยูยูมากขึ้น

                 รัฐบาลไทยเร่งยอมรับมาตรฐานไอยูยูมาใช้ โดยไม่ฟังเสียงชาวประมง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายก่อน เมื่อรัฐบาลเป็นทหารที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ก็ไม่มีความชอบธรรมในสายตาต่างชาติ พอจะแก้ไขปัญหาไอยูยูจึงไม่มีความสามารถในการเจรจาต่อรอง รับกรอบมาตรฐานไอยูยูของสหภาพยุโรปมาออกมาตรการภายในเป็นกฎหมายลูกมากมาย ด้วยพระราชกำหนด ที่ไม่ได้ผ่านการรับรองจากสภา เป็นการออกกฎหมายแบบลุกลี้ลุกลน เพื่อให้พ้นใบเหลือง รัฐบาลเลือกใช้วิธีคิดแบบอำนาจนิยม คือสั่งให้ชาวประมงทำตามเลย ถ้าไม่ทำ ก็ไล่ตามจับให้หมด.........

                เมื่อวันที่ ๘ มกราคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับข่าวดี กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง (European Commissioner for Environment, Maritime Affairs, and Fisheries)  ประกาศแถลงการณ์ผลการพิจารณาปลดใบเหลืองประมง IUU ของประเทศไทย

                เคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง แสดงความยินดีกับประเทศไทย สำหรับความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่น ในการทำให้การปฏิรูปนี้เป็นไปได้

                บางคนอาจจำไม่ได้ว่า IUU คืออะไร?

                IUU ย่อมาจาก Illegal, Unreported and Unregulated Fishing หมายถึงการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

                ที่แล้วมาการทำประมงไทยเป็นเช่นนั้น เป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อการทำการประมงอย่างยั่งยืน

                ทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล

                ส่งผลกระทบต่อระบบสังคมและเศรษฐกิจ

                ถ้าปลดธงเหลืองไม่ได้ สินค้าประมงไม่สามารถส่งออกไปยุโรปได้

                ประมงเจ๊ง โรงงานปิด

                กลับมีการสร้างชุดความเชื่อว่า ประชาธิปไตยแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง 

                แต่สิ่งที่เห็นมา ประชาธิปไตยถูกนำมาอ้างสร้างปัญหาได้แทบทุกเรื่องเช่นกัน.

               ผักกาดหอม

 

ผีทักษิณ vs ผีรัฐประหาร

    
 

 

        ระหว่าง ผีทักษิณ กับ ผีรัฐประหาร ที่ชักจะกลับมาเป็น ไฮไลต์ ทางการเมืองในช่วงนี้ หรือกลับมาประเด็นที่เอาไว้ใช้ด่ากันไป ด่ากันมา ถ้าลองหยิบมาเปรียบเทียบ วัดช่วงชกกันดูแล้ว ก็คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า ผีทักษิณ นั้นออกจะน่าเกลียด น่ากลัว มากกว่า ประมาณ 5 เท่า 10 เท่า เป็นอย่างน้อย...

 

                                  -----------------------------------------------

        คืออาจด้วยเหตุเพราะ ผีรัฐประหาร นั้น...ถือเป็นผีที่อยู่เคียงคู่กับสังคมไทยมาโดยตลอด คล้ายๆ ประเภท แม่นาคพระโขนงหรือ พี่มากพระโขนง อะไรประมาณนั้น หนักไปทางผีโบราณ โดยลักษณะลีลาของการหลอก การหลอน เลยมักออกไปทางเชยซ์ซ์ซ์ๆ เช่น ยืดมือ ยืดแขน ระหว่างตำน้ำพริกอยู่นอกชาน ผ่านร่อง ผ่านกระดาน ลงไปเก็บมะนาวที่ตกอยู่ใต้ถุน ทำนองนั้น ไม่ก็ห้อยหัว ห้อยหาง ลงมาจากขื่อ จากหลังคา ซึ่งไม่ถึงกับน่าเกลียด น่ากลัว มากมายซักเท่าไหร่ แถมบางครั้ง บางครา อาจได้ผ่อนคลายบรรยากาศความน่าขนลุก ขนพอง น่าสยดสยอง ด้วยการ วิ่งหนีผีลงตุ่ม อีกต่างหาก ชนิดเล่นเอา ฮา ขี้แตก ขี้แตน กันไปเป็นรายๆ...

                                    ------------------------------------------------

        อีกทั้งเมื่อไหร่ที่ต้องเจอกับ หลวงตา เจอกับ พระ ที่เคร่งครัดในศีล ในธรรม...แม่นาค ก็พร้อมที่จะ ลงหม้อ โดยไม่ได้คิดจะหือรือ คิดจะดื้อๆ ด้านๆ อะไรกันมากมาย นอกซะจากเมื่อดันมาเจอกับ หมอผี กระจอกๆ ประเภท ล้อต๊อก หรือ สีเทา เป็นต้น ก็อาจต้องแลบลิ้น ปลิ้นตา แหกอก แหกทวาร ให้ใครต่อใครได้กรี๊ดๆ กร๊าดๆ เกิดอาการขนหัวลุก ขนคอตั้ง ไปตามสภาพ ต่างไปจาก ผีทักษิณ ที่หลังๆ นี้...ไม่ใช่มีแค่ตัวเดียว แต่ปาเข้าไปถึง 3 ตัวเข้าไปแล้ว หรือชักหนักไปทาง ซอมบี้ ชนิดมากันเป็นฝูงๆ มีทั้งตัวพี่ ตัวน้อง ที่ฆ่าไม่ตาย-ขายไม่ขาด กันได้ง่ายๆ...

                                     ---------------------------------------------------

        เรียกว่า...ออกไปทางผีรุ่นใหม่ ที่มากับความก้าวล้ำ นำสมัย มาเพราะการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัส เลยเป็นอะไรที่น่ากลัวยิ่งกว่าผีรุ่นเก่าๆ อย่างเช่น ผีแวมไพร์ ที่แค่คว้าไม้กางเขนติดไม้ ติดมือ หรือกินกระเทียมให้เยอะๆ เข้าไว้ ก็อาจพอคุ้มครอง ป้องกัน ได้พอประมาณ แต่สำหรับ ซอมบี้ แล้ว อาจต้องคว้าปืนกล ปืนเอ็ม 16 หรือลูกซอง มายิงกันชนิดหมดแม็กนั่นแหละ แล้วต้องยิงที่หัว ยิงให้เจาะกลางลูกตา เพราะถ้าแค่ยิงแขน ยิงขา ยังสามารถลุกขึ้นมาโซซัด โซเซ เดินทื่อๆ เข้าหา คว้าใครต่อใครไปกินเนื้อ กินสมอง ดูดสมอง ได้สบายๆ...

                                     ---------------------------------------------------

        ดังนั้น...ระหว่างที่ ผีรัฐประหาร โดนหยิบเอามาเป็นประเด็น ด่าว่า ด่าทอ สร้างความน่าเกลียด น่ากลัว ท่ามกลางบรรยากาศเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง แต่จู่ๆ...ดันมี ผีซอมบี้ โผล่ขึ้นมาจากหลุมไหน ต่อหลุมไหน ก็ไม่รู้ เดินกางแขน กางขา เรียงหน้ากันมาเป็นฝูงๆ เลยส่งผลให้แทนที่ใครต่อใครจะหันไปกลัว ผีรัฐประหาร กลับต้องมาหวาดผวา ไหวหวั่น สั่นประสาทกับ ผีซอมบี้ กันแทนที่ ยิ่งเกิดการลุกขึ้นมาทั้งตัวพี่ ตัวน้อง สร้างกิจกรรม กิจการ ไม่เว้นในแต่ละวัน เดี๋ยวโพสต์โน่น โพสต์นี่ ก็เลยยิ่งส่งผลให้ ผีรัฐประหารกลายสภาพเป็น เอ็ดดี้ ผีน่ารัก ไปโดยปริยาย...

                                  ------------------------------------------------------

        อันนี้...จะไปโทษใครก็คงมิได้ คงต้องหันไปโทษผู้สร้าง ผู้กำกับ นั่นแหละทั่น ที่ไม่สามารถกำหนดฉาก กำหนดซีน ไม่สามารถควบคุมตัวแสดง ให้เล่นไปตามบท ตามสคริปต์ ที่วางเอาไว้ได้เลย ทั้งที่ ผีรัฐประหาร กำลังออกอาการย่ำแย่มิใช่น้อย เรียกว่า แม้ไม่ถึงกับน่าเกลียด น่ากลัว แต่ออกไปในทางน่าเบื่อ น่ารำคาญ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อ ผีซอมบี้ ดันผุดๆ โผล่ๆ ขึ้นมาแค่ไม่กี่ฉาก ไม่กี่ซีนเท่านั้น ไม่ว่าใครก็ใคร...ที่กลัวว่าจะโดนกินเลือด กินเนื้อ ดูดสมอง เลยต้องหันไปกู่ร้อง ปองรัก หันไปเชียร์ ผีรัฐประหาร กันไปเป็นรายๆ...

                                ----------------------------------------------------------

        ก็เอาเป็นว่า...สุดท้ายแล้ว ฝ่าย ซอมบี้ จะกวาดเก้าอี้มาได้ถึง 200-300 ตามที่ สารวัตรเหลิม นินจา ท่านพ่นแมงโม้เอาไว้หรือไม่ ประการใด หรือว่าฝ่าย แม่นาคพระโขนง จะกลายเป็นฝ่าย หักปากกาเซียน ตามที่ กุมารสนธิรัตน์ ท่านได้ปลุกจิต ปลุกใจ บรรดาพี่มาก เอาไว้ก่อนหน้านี้ ว่าอาจคว้าเก้าอี้กันถึงระดับ 300 เก้าอี้เป็นอย่างน้อย อันนี้...ก็คงขึ้นอยู่กับ รสนิยม ของบรรดา แฟนหนังผีทั้งหลาย ว่าจะรักใคร ชอบใคร เกลียดใคร หรือกลัวใคร ไปถึงระดับไหนกันแน่!!!

                               -----------------------------------------------------------

        แต่ก็ด้วยเหตุที่ ความกลัวผี มันดันกลายเป็น ไฮไลต์ หรือเป็นปัจจัยพื้นฐานในการตัดสินใจเลือกใคร ไม่เลือกใคร สำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน กี่เดือนข้างหน้า การหวนกลับไปสู่ประชาธิปไตย มันจึงชักแทบไม่ต่างอะไรไปจากการหวนกลับไปสู่บรรยากาศ ผีหลอกวิญญาณหลอน ยิ่งขึ้นทุกที เฮ้ออ์อ์อ์...อะไรมันจะน่าขนลุก ขนพอง ไปได้ถึงเพียงนี้..

                    ----------------------------------------------------------------

        ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Ruth E. Renkel ... “Never fear shadows. They simply mean there is a light shining somewhere nearby. - อย่ากลัวเงา...เพราะเงานั้น หมายถึงยังมีแสงสว่างอยู่ใกล้ๆ...”

                          -------------------------------------------------------------------

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 

 

ฮือฮา!ฝูงวาฬเพชฌฆาตดำโผล่โชว์ตัวที่หมู่เกาะสิมิลัน

    
 

 

11 ม.ค.62 - นายกิตติพงษ์ พรหมแก้ว ไกด์นำเที่ยวของบริษัท ว้าว อันดามัน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนำที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปชมความงามของธรรมชาติของท้องทะเลที่หมู่เกาะสิมิลัน อ.คุระบุรี จ.พังงา ระหว่างทางพบได้เห็นฝูงวาฬนับสิบตัว แหวกว่ายอยู่ใกล้เรือ ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตาและดีใจมากที่ได้เห็น โดยกัปตันเรือเบาเครื่องและปล่อยให้นักท่องเที่ยวเก็บภาพความประทับใจกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่ฝูงวาฬจะว่ายน้ำหายไป 

เบื้องต้นได้ส่งภาพไปให้นักวิชาการทางทะเลตรวจสอบ พบว่าเป็น วาฬเพชฌฆาตดำ False killer whale  ซึ่งจะกินปลาและปลาหมึกเป็นอาหาร อาศัยอยู่บริเวณน้ำลึก สามารถพบเห็นได้ทั้งอ่าวไทย และทะเลอันดามัน โดยวาฬเพชฌฆาตดำเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาว 5-6 เมตร และจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

นายรวมสิน มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า จากการที่ทะเลอันดามันมีความสมบูรณ์ ทำให้บรรดาสัตว์ทะเลหายากเข้ามาหากินอยู่เสมอ จึงขอแนะนักท่องเที่ยวเมื่อพบวาฬ หรือสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ ว่า ไม่ควรให้อาหารโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้สัตว์มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและนิเวศวิทยา สร้างพฤติกรรมเรียนรู้ผิดๆ อาจได้รับอาหารที่มีการปนเปื้อนจนทำให้สัตว์เจ็บป่วยทรมาน รวมทั้งไม่ควรจับหรือสัมผัส เพราะอาจมีการติดเชื้อโรคที่ติดต่อจากคนสู่สัตว์ได้ นอกจากนี้ ทุกคนจะต้องไม่ทิ้งขยะลงทะเล เพราะสัตว์อาจกินเข้าไปจนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้.

 

ฟัง'ลุงตู่'ตอบเจอเด็กถาม'ทำไมต้องดุพี่ๆนักข่าวด้วย'

    
 

12 ม.ค.62 - ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวให้โอวาทเด็กและเยาวชนเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ว่า วันนี้สังคมเกิดความวุ่นวาย พวกเราต้องช่วยกันไม่ขยายความขัดแย้ง แต่ต้องช่วยกันขยายความเข้าใจในสิ่งดีๆ ต้องเรียนรู้ว่า 4 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และ 4 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร รัฐบาลกำลังเดินหน้าสู่การเป็นประชาธิปไตย เพราะวันนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่จะนำไปสู่อนาคต ขอให้ทุกคนตระหนักในหน้าที่ของตัวเอง ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เห็นว่ามีหลายคนส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามาเช่นปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน ความยากลำบาก ไม่มีบ้านที่อยู่อาศัย แต่ขอให้ไปดูโครงการต่างๆที่รัฐบาลทำอยู่ เพราะมีโครงการที่จะทำบ้านอีกกว่าล้านหลัง แต่ทุกคนต้องช่วยรัฐบาล อย่าเชื่อคนที่บอกว่าจะทำบ้านให้ฟรีทั้งหมด เพราะมันเป็นไปไม่ได้ เช่นเดียวกับการกำหนดราคายางและข้าวให้สูงกว่านี้ เพราะทำไม่ได้ ผิดกติกาองค์การการค้าโลกหรือ WTO การที่ใครสัญญาจะเอาโน่นนี่ให้เป็นการส่วนตัวนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะเรื่องที่ดินเป็นทั้งที่ดินของเอกชน และราชการภาครัฐสามารถจัดหาที่ดินทำกินให้ได้ แต่ให้ไปเลยนั้นไม่ได้ ขอประชาชนอย่าฟังว่าจะได้อะไรอย่างเดียว ต้องคิดด้วยว่าเราจะเสียอะไรไปบ้าง นั้นคือความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

นายกฯ กล่าวว่า ขอให้คนไทยทุกคนช่วยกันเตรียมการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้เรียบร้อยไปด้วยดี โดยจะเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. ในพิธีเตรียมน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยในเดือนเม.ย. จะมีกิจกรรมทั้งหมด 11 วัน จากนั้นจะเข้าสู่พระราชพิธีระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค. ก่อนจะเข้าสู่พิธีหลังจากนั้นที่รัฐบาลและภาคประชาชนจัดถวายอีกหลายวัน

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เปิดโอกาสให้เด็กๆได้สอบถามเรื่องต่างๆ โดยมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถามว่า นายกฯเหนื่อยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เหนื่อยแต่ก็มีกำลังใจเป็นแรงฮึดอยู่เรื่อยๆ เพราะมีจุดมุ่งหมายในการทำงาน เรื่องที่ไม่เป็นสาระทำให้หงุดหงิด ก็จะไม่สนใจ

เด็กคนเดิมถามอีกว่า ทำไมต้องดุพี่ๆนักข่าวด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “หนูต้องไปดูว่านักข่าวถามลุงอย่างไร ลุงดุเขาด้วยความรัก เป็นการดุแบบเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้โกรธเคือง เป็นเหมือนการเตือน เพราะลุงเป็นทหารมาก่อน อาจจะรุนแรงไปนิด อยากฝากหลานๆให้ช่วยกันขยายในสิ่งที่ดีๆ ไม่ขยายในสิ่งไม่ดี และมีคนเคยถามตนว่าเคยถูกตีหรือไม่ ตนเคยถูกตี เพราะเป็นคนดื้อ แต่ชอบอ่านและเรียนหนังสือ ถือว่าเป็นเด็กที่เรียบร้อยแต่ก็ยังโดนตี เพราะเวลาไปโรงเรียนก็จะดื้อกับครูบ้าง เด็กน้อยโดนตีเยอะ แต่ลุงก็ได้ดี ครูก็ไม่ได้โกรธ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกล่าวให้โอวาทเสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถ่ายรูปร่วมกับคนที่มาร่วมงานอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะออกมาจากตึกสันติไมตรี และร่วมร้องเพลงสู้เพื่อแผ่นดินและเพลงในความทรงจำ กับวงดนตรีกรมดุริยางค์ทหารบก และตะโกนว่า “ประเทศไทยเป็นของพวกเราทุกคน ช่วยกัน ช่วยลุงตู่ ช่วยรัฐบาลด้วย” ก่อนเดินทักทายผู้ร่วมงานและเดินทางกลับ.

 

 

........................................................

12 มกราคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน