*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3573
  • จำนวนผู้ชม : 2315600
  • จำนวนผู้โหวต : 519
  • ส่ง msg :
  • โหวต 519 คน
<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 319 , 13:48:22 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

 

     1 กุมภาพันธ์ 2562

       นายกฯ 'บิ๊กตู่' กล่าวแถลงไม่ลาออก ดังข่าวข้างล่างนี้            

 1ก.พ.62-เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการแถลงผลการดำเนินงานปีที่ 4 ของรัฐบาล โดยกล่าวในช่วงท้ายว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เดี๋ยวก็ถามอีกเรื่องเลือกตั้ง ไม่มีหรอกที่จะถามเรื่องอื่น ตนจะพูดให้ฟังว่า หลักการที่ตนจะพิจารณาว่าจะลาออกจากตำแหน่งนายกฯหรือไม่ เป็นคนละเรื่องกับการรับหรือไม่รับให้พรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นนายกฯ เรื่องการรับหรือไม่รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมือง อยู่ที่นโยบายของพรรคนั้นว่าตนโอเคหรือไม่ ถ้าตนโอเค มีการปรับแก้อะไรบางอย่างที่ให้เกิด ในวิธีการที่ถูกต้อง ก็ต้องขอปรับแก้ ถ้าอย่างนี้อยู่กันได้ ถ้ามันแก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องมาแล้ว

 

 

 

 

ไทยในมิติที่ "ไม่มองกันเอง

ที่ผู้ว่าฯ กทม. "พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง" พูดกลางเมืองเมื่อวาน (๓๑ ม.ค.๖๒)

    "ผมไม่รู้เรื่องแก้ฝุ่น อยากเชิญผู้มีความรู้เรื่องบินโดรน และการแก้ปัญหาฝุ่นมาร่วมแสดงความเห็นกับผมวันนี้ เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่ศาลาว่าการ กทม.
    เราทำ คิดว่ามันต้องดีขึ้น ถ้าเราไม่ทำ ก็ว่าเราอยู่เฉยๆ ทำ ดีกว่าไม่ทำอะไรกันเลย 
    มาบอกผม ผมเป็นคนทำ ผมไม่รู้ทุกเรื่องหรอก คิดแล้วมาบอกเราให้ทำ ไม่ใช่บอกตามสายลม”
    แล้วเมื่อวาน.... 
    ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีความรู้เฉพาะทาง ผู้ประกอบการ และผู้รับเหมาใน กทม.
    กว่า ๓๐๐ คน พรึ่บ..เต็มห้องประชุม
    นี่แหละไทย ที่คนทั้งโลกทึ่ง 
    มีปัญหาเมื่อไหร่ จากไทยกัดกัน จะแปรสภาพเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่เรียก "ไทยสามัคคี" ในบัดดล
    ขนาดยังไม่ทันลงมือ แค่เห็นไทยคนละไม้คนละมือผนึกใจสู้ฝุ่น ชาวพาราบอก จมูกโล่งขึ้นเยอะ
    กระบวนการปราบฝุ่นใต้ธงอัศวินชุดนี้ ออกปฏิบัติการเมื่อไหร่ จะได้ผลหรือไม่ได้ผลขนาดไหน
    ผมเชื่อ ในเมื่อชาวบ้านได้ใจการทำงาน ก็จะไม่มีใครติดใจในประเด็นนั้น 
    เพราะทุกคนรู้......
    มันเป็น "ปัญหาร่วม" สะสมมาค่อนศตวรรษ ต้องใช้เวลา ใช้ความร่วมมือ และใช้ความอดทน จากทุกคน-ทุกฝ่าย ช่วยกัน
    ไม่ใช่เอะอะ โทษรัฐบาล ผลักเป็นภาระรัฐบาลตะพึด!
    ประเด็นก็ตรงปัญหา "เร่งด่วน" เฉพาะหน้านี่แหละ 
    เมื่อถึงจุด อึดอัดหนอ หายใจไม่ออกหนอ จะตายแล้วหนอ
    จะอ้วกใส่ตัวเอง ก็กระไรอยู่ 
    อ้วกใส่รัฐบาลดีกว่า โดยเฉพาะ "รัฐบาลประยุทธ์" ถือว่า อินเทรนด์ ร่วมสมัย
    สมัยของใคร?
    ก็สมัยของ ตะกวดวิชาการ ตะกวดการเมือง ฝูงหนึ่ง ที่ "รุมทึ้ง" อยู่รายวันนั่นไง
    ขืนให้ประยุทธ์อยู่  
    "จานดาวเทียม-จานบิน" กลายเป็น "จานข้าวหมา" แน่ๆ
    พูดแล้วอดขำ "คิดไง-พูดงั้น" ของนายกฯ เมื่อวานไม่ได้ ให้สัมภาษณ์หลายเรื่อง มีอยู่คำ ท่านว่า 
    "ไม่ต้องออกมาคาดจมูกแถลงสร้างภาพหรอก"
    ผมคิดอย่างนั้นแต่วานซืนแล้ว......
    เมื่อเห็นภาพนายแพทย์ ๔-๕ ท่าน สวมสูทออกมานั่งเรียงแถวให้สัมภาษณ์ ด้านหลังมีป้ายเขียนว่า
    "แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ เครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ ชมรมลมวิเศษ ฯลฯ ร่วมแถลงข่าว “ถอด N95 ร่วมแก้ปัญหาฝุ่นจิ๋ว” เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่กำลังปกคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างหนาแน่น และส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน"
    แต่ คุณหมอครับ....
    ท่านแถลงด้วยสำนึกแพทย์ที่มีต่อสังคม
    หรือ.....
    ท่านต้องการ "ดรามาทางสังคมเพื่อการเมือง" มิทราบ?
    ถ้าด้วยสำนึกต่อสังคม แถลงในอาคาร ในห้อง มีแอร์ ไม่ต้องสวมหน้ากากปิดจมูก-ปิดปากเป็นตัวการ์ตูนญี่ปุ่นอย่างนั้นก็ได้
    จริงๆ แล้ว มันยังไม่แย่ถึงขั้น อย่างที่พวกท่านแปลงตัวเป็นไอ้กาโม่ออกฉากนั่นหรอก!
    ท่านหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถลงตอนหนึ่งว่า
    "ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ มีมานานกว่า ๒ ทศวรรษ และมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้น มาตรการที่ใช้อยู่ยังไม่เพียงพอ หรือเรียกว่า “ล้มเหลว” 
    ๒ ทศวรรษ คือ ๒๐ ปี 
    คุณหมออยู่เชียงใหม่ มีชีวิตรอดมาได้ จนมีโอกาสสวมหน้ากากกันฝุ่นแถลงข่าวเอาตอนรัฐบาล คสช. ใน พ.ศ.๒๕๖๒
    ก็น่าเชื่อถือใน "น้ำใส-ใจจริง" ของท่านนะครับ!
    ที่แถลงวานซืน บอกว่าเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ฟังทั้งหมดแล้ว ไม่เห็นตรงไหนเป็นทางแก้เลย
    เห็นแต่ นำปัญหา ๒๐ ปีเชียงใหม่ มาขยี้ใส่ กทม. ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ตอนนี้
    ดูแล้ว...ผมว่า เป็นความปรารถนาดี ที่มันแปร่งๆ ยังไงชอบกล?
    ที่ไม่แปร่งต้องอย่างที่ "ผู้ว่าฯ กทม." ร้องขอ ภาครัฐ-ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ใครก็ได้ ที่จริงใจ มาช่วยกันหาวิธีการรับมือฝุ่นพิษตอนนี้
    ก็มากันพรึ่บอย่างที่บอก!
    ปัญหาต้องทำวันนี้ เพื่อให้เกิดผลระยะยาวในวันต่อๆ ไป ทาง กทม.ก็แจกแจงหลายประเด็น
    แต่ภาค "จิตสาธารณะ" เพื่อวิกฤติเฉพาะหน้านี่ซี เห็นแล้วตื้นตัน มากันด้วยใจพรึ่บพรั่บ น่าดีใจจริงๆ
    "นายสนธิ คชวัฒน์" ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชื่นชมผู้ว่าฯ กทม.
    ที่กล้าประกาศ พื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ 
    ถือเป็นมาตรการระยะสั้น "ที่จำเป็น" ต้องดำเนินการเร่งด่วน แม้จะช่วยบรรเทาปัญหาได้เพียง "ชั่วระยะหนึ่ง" ก็ตาม
    "รศ.วีรชัย พุทธวงศ์" กรรมการสภา ม.เกษตรศาสตร์ บอก สิ่งที่ผู้ว่าฯ กทม.สามารถทำทันที นั่นคือ การแก้ไขฝุ่นละออง PM 10 
    ส่วนฝุ่น PM 2.5 มองว่ามาตรการที่ กทม.ดำเนินการ ทำได้ยาก เพราะฝุ่นมีขนาดเล็กมาก เกินประสิทธิภาพที่เครื่องมือและอุปกรณ์ฉีดน้ำของ กทม.จะแก้ได้ 
    แต่...ดีกว่า กทม.ไม่ทำอะไรเลย 
    การนำโดรนขึ้นบินฉีดพ่นละอองน้ำสะอาดในอากาศช่วยดูดจับฝุ่นละออง มองว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดี 
    แต่ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดนั้น เป็นการวิ่งไล่จับฝุ่นทั้งสิ้น 
    จึงเสนอ กทม.ให้ติดตั้งเครื่องกรองอากาศเช่นเดียวกับประเทศจีน 
    "ตอนนี้คงก่อสร้างไม่ทัน เพราะใช้งบจำนวนมากและระยะเวลาก่อสร้างนาน แต่ในอนาคตคาดว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่ โดยวิธีการของเครื่องกรองอากาศจะเป็นการดูดอากาศเข้ามา" 
    ชนชาวโซเชียล วัน-สองวันนี้ คงเห็นข่าว "น.ท.ปิยะ ตรีกาลนนท์" ประธานกรรมการ บริษัท บางกอกเอวิชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด"
    อาสานำเครื่องบินขนาดเล็ก ขึ้นบินฉีดน้ำทั่วกรุงเทพฯ กันบ้างกระมัง 
    เมื่อวาน "รศ.วีรชัย" บอกที่ประชุมด้วยว่า มก.กำลังร่วมมือกับโรงเรียนการบินกรุงเทพ ขอ น.ท.ปิยะนั่นแหละ
     ใช้เครื่องบินเล็ก ๔๗ ลำ ของ น.ท.ปิยะ ติดตั้งเครื่องบรรจุน้ำประกอบอุปกรณ์ บินพ่นน้ำในอากาศ 
    ท่านอาสาทำให้ฟรี 
    ขอเพียงน้ำสะอาดจากภาครัฐ กับการอนุญาตขึ้นบินตามเงื่อนไขกฎหมายเท่านั้น
    น.ท.ปิยะบอก ต้องการช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองใน กทม.
    การใช้ละอองขนาดเล็กผ่านเครื่องบินขนาดเล็ก จะมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้โดรน แม้จะบรรจุน้ำได้ ๑๕๐ ลิตร/ลำ ก็ตาม
    จะบินเกาะกลุ่มเรียงหน้ากระดาน รัศมีทำการบินประมาณ ๑ กม. ด้วยเครื่องบิน ๑๕-๒๐ ลำ ความเร็ว ๑๒๐ กม./ชม. 
    บินทั้งหมด ๒๕ รอบ ฉีดพ่นน้ำครอบคลุมพื้นที่ กทม.ทั้งหมด
    เท่าที่ฟัง ถ้าเอาตามนี้ จะเริ่มบินตั้งแต่ ๙ โมงเช้า วันที่ ๒ ก.พ. ด้วยความสูง ๕๐๐-๑,๐๐๐ ฟุต
    หลังจากภารกิจนี้ น.ท.ปิยะ เสนอให้ กทม.ชะล้างผิวถนน เพื่อป้องกันการลอยตัวของฝุ่นละอองขึ้นมาบนชั้นบรรยากาศอีก
    อันนี้ ผมเก็บมาเล่า.....
    ด้วยต้องการให้เห็นถึงเนื้อแท้สังคมไทย จริงๆ แล้ว ไทยเป็นสังคมชาติ น่าอิจฉามาก
    ถึงจุดหนึ่ง จะไม่ "เกี่ยงเขา-เกี่ยงเรา" และไม่เอาแต่โทษคนโน้น-ด่าคนนี้
    จะขมีขมันช่วยกัน!
    น่าดีใจขึ้นไปอีก อ่านข่าวพบ "สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)" กระทรวงศึกษาฯ
    ประดิษฐ์นวัตกรรม ช่วยลดจำนวนฝุ่นละออง เช่น เครื่องพ่นละอองน้ำ 
    จะผลิตไม่น้อยว่า ๒๕๐ เครื่อง นำไปติดตั้งตามพื้นที่มีค่าฝุ่นละอองขั้นวิกฤติ เช่น ตามสถานศึกษาและส่วนราชการ
    ไม่เพียงแค่นั้น.....
    สอศ.ยังระดมนักศึกษาผลิตหน้ากากหรือผ้าแมส ทำจากผ้าฝ้าย ผลิตมาตรฐาน ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ 
    ใช้แล้วนำไปซัก นำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย! 
    จะผลิตแสนชิ้น ตอนนี้ผลิตและแจกให้ประชาชนไปแล้วกว่า ๕ หมื่นชิ้น
    ครับ...นี่แหละ ทุกอย่างต้องเริ่มที่ "ลงมือทำ" ก่อน ผิดช่างมัน เพราะถูกทั้งหมดในโลกนี้ มาจาก "ผิดก่อน" ทั้งนั้น
    และถ้าทุกคน เปลี่ยนทัศนคติการมองปัญหาอย่างที่เป็นกันอยู่เสียบ้าง
    ก็จะเห็นว่า "ประเทศไทย-คนไทย" ไม่ได้แย่ อย่างที่ฮึ่มๆ แฮ่ๆ ใส่กันทุกวันนี้หรอก.

'บิ๊กตู่'ของขึ้นลั่นไม่ลาออกตอกมึงมาไล่ดูสิ!ยก'โอบามา-สี จิ้นผิง'ก็ไม่ทิ้งเก้าอี้ย้อนใครจะอยู่จัดงานพระราชพิธี

    
 

1ก.พ.62-เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการแถลงผลการดำเนินงานปีที่ 4 ของรัฐบาล โดยกล่าวในช่วงท้ายว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เดี๋ยวก็ถามอีกเรื่องเลือกตั้ง ไม่มีหรอกที่จะถามเรื่องอื่น ตนจะพูดให้ฟังว่า หลักการที่ตนจะพิจารณาว่าจะลาออกจากตำแหน่งนายกฯหรือไม่ เป็นคนละเรื่องกับการรับหรือไม่รับให้พรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นนายกฯ เรื่องการรับหรือไม่รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมือง อยู่ที่นโยบายของพรรคนั้นว่าตนโอเคหรือไม่ ถ้าตนโอเค มีการปรับแก้อะไรบางอย่างที่ให้เกิด ในวิธีการที่ถูกต้อง ก็ต้องขอปรับแก้ ถ้าอย่างนี้อยู่กันได้ ถ้ามันแก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องมาแล้ว

"ส่วนหลักการที่ต้องพิจารณาว่าต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯหรือไม่ จำคำพูดของผมไว้ ทั่วโลกที่เป็นระบอบประชาธิปไตย สังคมนิยม ผู้นำรัฐบาลไม่เคยมีใครลาออกเพื่อการเลือกตั้ง เช่น นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ลงชิงตำแหน่งครั้งที่สอง หรือประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนมีใครลาออกหรือไม่ ตอบมาสิ อย่าไปเขียนอย่างนี้อีก หลักการมันเป็นอย่างนี้ นอกจากนี้รัฐธรรมนูญ กฎกติกา และธรรมเนียมปฏิบัติหรือมารยาทเกี่ยวกับเลือกตั้งทั่วโลก ไม่มีกฎหมายใดบอกว่าผู้สมัครรับเลือกตั้ง เมื่อมีตำแหน่งบริหารอยู่ด้วยต้องลาออก อย่าเอาอย่างอื่นมาบังคับผมมากเลย มันต้องดูประเทศชาติว่าเป็นอย่างไร รวมถึงหลักการว่าอย่างไร"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญไทยตั้งแต่ปี 2475 ถึงปัจจุบัน ไม่มีกำหนดว่าให้นายกฯต้องลาออก และในทางปฏิบัติจริง ไม่เคยมีผู้ใดลาออกขณะเลือกตั้งเลยใช่หรือไม่ การเลือกตั้งปี 54 ใครเป็นนายกฯลาออกหรือไม่ ก็ไม่ออก แล้วไปหาเสียงครม.สัญจรด้วย ตนยังไม่ทำเลย ไม่ได้ไปแบบเขา เพราะตนยังไม่ได้ไปร่วมกับพรรคการเมือง และต้องดูอีกทีว่าทำได้หรือไม่ด้วย ส่วนการเลือกตั้งปี 57 นายกฯอีกคนกับครม. ลาออกหรือไม่ ก็ไม่ออก อย่ามาพูดส่งเดช ใครที่ออกไปเพราะเรื่องปลากระป๋อง มันมีความผิดก็ออกไป ส่วน 4 รมต.ในรัฐบาลนี้ที่ลาออกไป ไม่ได้มีความผิดอะไรเลย ทำงานเยอะแยะไปหมด แต่เขาขอลาออก เพราะอยากไปทำงานการเมืองเต็มตัว ทั้งที่เขาอยู่ได้ตามกฎหมาย

"อย่าไปไล่ล่ากันมากนัก พอไล่คนนี้แล้วลาออก แล้วเดี่ยวมาไล่นายกฯออก ก็กฎหมายว่าอย่างนี้ มึงมาไล่ดูสิ ไล่ให้ได้สิ ผมไม่ท้าทาย แต่ไม่ออก การที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แพ้การเลือกตั้งปี54 ในการแข่งกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำไมแพ้ล่ะ เป็นรัฐบาลหรือเปล่า ทำไมแพ้ แสดงว่าการเป็นรัฐบาลไม่น่าจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบขึ้นมาแต่อย่างใด ขึ้นอยู่กับรัฐบาลมีผลงานหรือไม่ หากไม่มี ประชาชนก็ไม่เลือกอยู่แล้ว ก็ไปหวังในสิ่งใหม่ๆที่เขาพูดออกมา จริงบ้างไม่จริงบ้าง นั่นคือการเมืองไทย"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า นักกฎหมายในสังคมอื่นประเทศอื่น เขาเคารพกติกา เขาไม่มาถกเถียงกันในเรื่องเหล่านี้ แต่บ้านเมืองเราเวลาจะพูดอะไรสักอย่างไม่มองตัวเอง เคยพูดเคยทำอะไรที่เสียหายไว้บ้าง เฉพาะที่เสียหายก็เยอะอยู่แล้ว เคยพูดบ้างหรือไม่ พูดแต่ว่าจะทำๆไปคิดเอาเอง ชี้นิ้วมาแต่ที่ตนเสมอ ว่าทำผิดไม่เคารพกฎหมายและกติกา เพื่อประโยชน์ใคร ก็เพื่อส่วนตัวทั้งสิ้น

"4รมต.ของผมออก เขาไม่ได้ออกเพราะผมไปกดดันว่าต้องออกๆ ผมรู้ว่ากฎหมายไม่ต้องลาออก ผมอยากให้เขาทำงานแต่เขาจะไปทำพรรคการเมืองก็ต้องปล่อยเขาไป ผมก็ต้องหาคนทำแทนให้ได้ แล้วอย่ามาคิดว่า ลาออกเพราะกลัว เขาไม่ได้กลัวท่านหรอก อะไรที่พูดๆมา เสร็จแล้วก็มากดดันนายกฯ กดดันผมไม่ได้ ผมเคารพกฎหมาย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการโจมตีรัฐบาลและคสช. ทุกคนถามว่าทำไมมีเยอะขึ้น ท่านก็รู้อยู่แล้ว การเมืองไทยเป็นอย่างนี้ ปฏิรูปไม่ได้เสียที เป็นไปตามขั้นตอนของผู้ไม่หวังดี ตั้งแต่เรื่องการอยากเลือกตั้ง ห้ามเลื่อนเลือกตั้ง อะไรทำนองนี้ พอกำหนดวันก็บอกว่าไม่เป็นธรรมเข้าไปอีก มันเป็นสเต็ปๆ ท่านก็เป็นเครื่องมือเขาอยู่ได้ ไปดูสิทุกอย่างไม่ได้ขึ้นกับตน อยู่ที่ทำกฎหมายตามโรดแมป มันปรับเปลี่ยนไปเพราะกฎหมายเสร็จหรือไม่เสร็จ มันเรื่องของกฎหมายตนพูดในขั้นต้น ว่าเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 แต่เมื่อกฎหมายไม่พร้อมอะไรไม่พร้อม ทั้งยังมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็ขยับไปอีกหน่อยหนึ่งเท่านั้นเอง ถ้าอยากเข้ามาก็ต้องรับกติกาตรงนี้ได้

"ส่วนเรื่องรัฐบาลรักษาการณ์และรัฐบาลอำนาจเต็ม ต่างกันตรงเรื่องห้ามโยกย้ายข้าราชการโดยไม่จำเป็น ผมก็ดูอยู่ไม่จำเป็นก็ไม่อยากย้าย รวมถึงห้ามใช้งบประมาณผูกพัน เว้นแต่ที่จำเป็น ซึ่งรัฐบาลผมทำได้ในกรณีเร่งด่วน ถ้าไม่เร่งด่วนตนไม่อยากใช้ อย่างไรก็ตาม กรณีที่ห้ามจัดทำงบประมาณในรัฐบาลรักษาการณ์อย่างคราวที่แล้วเมื่อปี57 เขาลาออกหรือยุบสภาอะไรสักอย่าง ตอนนั้นงบประมาณถึงใช้ไม่ได้ ทำงบประมาณปี 58 ก็ไม่ได้ จะไม่มีเงินจ่ายข้าราชการและโครงการทั้งหมด นั่นแหละปี57ที่ตนเข้ามา ที่ต้องเร่งงบฯเพื่อให้ใช้จ่ายได้และทำงบปี58ให้ได้ ผมถึงต้องเข้ามา เพราะไม่มีวิธีการอื่นที่จะแก้ปัญหานี้ได้ วันนี้รัฐธรรมนูญ60 มาตรา264 265 สั่งตนคือ นายกฯและหัวหน้าคสช.ต้องอยู่ต่อจนกว่ามีรัฐบาลใหม่ ลาออกไม่ได้ ถ้านายกฯลาออก ครม.ต้องลาออกทั้งหมด ถ้าผมลาออกก็ไปหมดเลย แล้วใครจะอยู่จัดงานพระราชพิธี ใครจะอยู่ทำสิ่งที่ผมพูดทั้งหมด เข้าใจหรือยัง อย่ามาถามอีกนะ ไม่ต้องมาไล่ผมหรอก"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอย่ามาว่ากัน!'หมอวรงค์'เตือนนักการเมืองปราศรัยบิดเบือนคดีรับจำนำข้าว

    
 

31 ม.ค.62 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า"ผมขอเตือนนักการเมือง ที่เอาคดีรับจำนำข้าว มาปราศรัยบิดเบือน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทั้งๆที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาออกมาแล้ว

 

ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น อย่ามาว่ากันนะครับ หมดเวลาของการบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้ว หลักของประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องยืนอยู่บนความถูกต้อง

 

ถ้าบิดเบือน เขาเรียกว่าประชาธิปไตยบกพร่อง"

 

ศาลฎีกาฯยกฟ้องคดี 5 ทหารยิงถล่ม 'ขวัญชัย ไพรพนา' แกนนำแดงอุดรฯ


    
 

18 ก.ย. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศาลจังหวัดอุดรธานี นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา อดีตประธานชมรมคนรักอุดร พร้อม นายกรวีร์ สาราคำ บุตรชายนายขวัญชัย เดินทางมารับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่นายขวัญชัย ถูกคนร้ายลอบยิงด้วยอาวุธสงครามปืนอาร์ก้าที่บ้านพัก สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดเร 97.5 เมกกะเฮิร์ต บ้านหนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อเช้าวันที่ 22 มกราคม 2557 จนนายขวัญชัย ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวจนหาย แต่ต้องเป็นอัมพฤษครึ่งซีกซ้าย 

ภายหลังเกิดเหตุตำรวจจับกุม และอัยการส่งฟ้องประกอบด้วย ร.ต.หรือ นายปรัชญา จันทร์รอดภัย , จ.ส.อ.หรือ นายมาวิน ยางบัว , จ.ส.ท.หรือ นายวิโรจน์ พิมพ์สิงห์ , ส.อ.หรือ นายชานนท์ ทับทิมทอง , จ.ส.อ.หรือ นายจุฑาทร เนียมทอง ทหารสังกัด พล.ร.9 และ นายมะดือนัง หรือ มะตือนัง มะแซ อส.จังหวัดนราธิวาส เดินทางมารับฟังคำพิพากษา พร้อมทนายความ หลังจากที่ นายขวัญชัยฯ ได้เป็นโจทก์ร่วมฟ้องในคดี “เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” และ ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 2,879,403 บาท ซึ่งศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง ทั้ง 2 ศาล และครั้งนี้ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง 

โดยนายขวัญชัย ไพรพนา กล่าวว่า ยอมรับในคำพิพากษา หลังจากนี้ตนก็จะใช้ชีวิตตามปกติกับครอบครัว ทำบุญไหว้พระ และต้องรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บที่ถูกยิงต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากออกจากเรือนจำ ก็ไม่ได้จัดรายการวิทยุแล้ว ต่อไปนี้ก็คงออกงานสังคม พบปะสมาชิกชมรมคนรักอุดรบ้าง 

ทั้งนี้ นายขวัญชัย อดีตประธานชมรมคนรักอุดร และเป้ฯแกนนำเสื้อแดงอุดรธานี  ได้ถูกคนร้ายบุกยิงถล่มด้วยอาวุธปืนอาก้ากว่า 50 นัด ขณะนั่งดื่มกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ ที่โต๊ะหน้าบ้านพัก ภายในบ้านพักในสถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร 97.5 เม็กกะเฮีร์ต บ้านหนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณแขนและขา เมื่อเช้าวันที่ 22 มกราคม 2557  โดยตำรวจสามารถแกะรอยทราบกลุ่มมือปืน และได้หลักฐานอาวุธปืนอาร์ก้า 3 กระบอก และรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน” ซึ่งต่อมาผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัว พบเป็นทหาร 5 นาย และ อส.1 นาย ทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น จนถึงวันนี้ ศาลฎีกามีคำสั่งยกฟ้อง คดีจึงถือเป็นอันสิ้นสุด

 

ปัดขู่ใช้ยาแรงแก้ฝุ่นพิษ'บิ๊กตู่'แจงแค่พูดให้ระวังรัฐบาลต้องคิดรอบคอบ

    
 

1ก.พ.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เป็นประธานการแถลงผลการดำเนินงานปีที่ 4 ของรัฐบาล พร้อมกล่าวถึงการแก้ปัญหาฝุ่นละอองว่า สำหรับปัญหาฝุ่นละอองเดี๋ยวจะออกเป็นแถลงการณ์ให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสถานการณ์มลพิษจากฝุ่นละออง PM 2.5 ขณะนี้ กรุงเทพฯและจังหวัดปริมณฑลได้ดำเนินการแก้ไขต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการใช้รถยนต์ ประกอบกับไม่มีการถ่ายเทของอากาศ ทำให้ pm 2.5 ปกคลุมเหนือพื้นที่ จากสาเหตุดังกล่าวเราจะแก้ด้วยมาตรการที่เข้มข้นอะไรบ้าง ไม่ใช่หมายความว่าตนพูดแล้วไม่ทำ ไม่พูดก็ไม่ได้ แต่ตนพูดให้ระวัง ถ้าแก้ไม่ได้ต้องเดินไปสู่ระยะที่สอง

“ไม่ได้ขู่ เขียนให้เข้าใจกันบ้าง บางคนบอกพูดทำไม พูดแล้วไม่ทำ แต่ผมพูดว่าทำแล้วจะเดือดร้อนใคร หากห้ามใช้รถสัญจรทุกชนิดย่อมส่งผลกระทบต่อการคมนาคม ถ้ารถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรจะกิน เพราะเขาต้องขนส่งสินค้าผ่านกรุงเทพฯ ให้มันพอดี เข้าใจบ้าง อย่าทำเพราะความสะใจ ไม่ได้ รัฐบาลต้องคิดอย่างรอบคอบ รัฐบาลขอความร่วมมือ ไม่ได้โทษประชาชน บางสื่อตัดประโยคมา คนก็เกลียดผม แล้วจะร่วมมือกันได้อย่างไร รัฐบาลรู้หมดจะแก้ตรงไหน แต่ต้องทำไม่ให้เดือดร้อน ไม่มีสวดมนต์ แล้วเธอไม่เคยสวดมนต์หรือ ให้บ้านเมืองสงบสุข ประชาชนมีความสุข ปลอดภัย การเมืองเดินหน้าไปได้ มีเสถียรภาพ หรือเคยแต่สวดมนต์ให้ตัวเองอย่างเดียว”นายกฯระบุ  

 

    
 


 

31ม.ค.62-พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ในสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเกินกว่ามาตรฐาน กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ประดิษฐ์นวัตกรรม ที่จะช่วยลดจำนวนฝุ่นละออง เช่น เครื่องพ่นละอองน้ำ ที่จะผลิตไม่น้อยว่า 250 เครื่อง เพื่อนำไปติดตั้งยังพื้นที่ที่มีสภาวะค่าฝุ่นละอองอยู่ในขั้นวิกฤตและมีความเสี่ยงสูง โดยจะติดตั้งที่สถานศึกษา และเน้นไปที่ส่วนราชการต่างๆ นอกจากนี้ สอศ. ยังได้มีการจัดตั้งศูนย์ Fix It Center  เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเนื่อง อันเป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิดสภาวะฝุ่นละอองที่เป็นพิษ โดยจัดบริการตรวจล้างทำความสะอาดท่อไอเสีย ไส้กรองรถยนต์และตรวจสภาพรถยนต์ให้แก่ประชาชน และรถของหน่วยงานราชการฟรี ทั้งนี้ทาง สอศ. ยังได้ระดมนักศึกษาผลิตหน้ากากอนามัย หรือ ผ้าแมส ซึ่งทำจากผ้าฝ้ายและผ่านกระบวนผลิตที่ได้มาตรฐาน จึงทำให้สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ และยังหายใจได้อย่างสะดวก รวมถึงเมื่อใช้แล้วสามารถนำไปซักและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย โดยตั้งเป้าที่จะผลิตให้ได้ จำนวน 1 แสนชิ้น ซึ่งขณะนี้ได้ผลิตพร้อมทั้งแจกจ่ายให้กับประชาชนไปแล้ว จำนวนกว่า 5 หมื่นชิ้น

 

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ฝากขอบคุณและให้กำลังครูและนักศึกษาอาชีวศึกษาทุกคนที่ออกมาเป็นจิตอาสา ช่วยแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดังกล่าวจะมีการขยายระยะเวลาในการผลิตนวัตกรรมการต่างๆ ที่จะมาช่วยลดฝุ่นละอองหรือไม่นั้น คงต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง แต่เชื่อว่านักศึกษาทุกคนมีความพร้อมที่จะออกมาช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่แน่นอน”รมช.ศธ.กล่าว

 ...............................................

1 กุมภาพันธ์ 2562

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน