*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3402
  • จำนวนผู้ชม : 2264094
  • จำนวนผู้โหวต : 503
  • ส่ง msg :
  • โหวต 503 คน
<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 567 , 13:48:07 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

7 กุมภาพันธ์ 2562

         ตามข่าวที่ว่า "เสื้อแดงเล่นแรง!ปล่อยข่าวเหตุ'บิ๊กตู่'ยังไม่ตอบรับ'พปชร.'เพราะ'ทษช.'ส่งเชื้อพระวงค์เป็นแคนดิเดตนายกฯ"

นั้น ทำให้สงสัยดังเช่นเคยตลอดมาว่า 'คนเสื้อแดง' ยังจะไม่อยู่กับร่องกับรอยอีกหรือไฉน ซึ่งถ้าอย่างไรก็อย่าทำให้สถาบันเบื้องสูง

ต้องมัวหมองก็แล้วกัน

 

'กระทรวงการต่างประเทศ'


   
 

    ปัญหา "ไม่น่าเกิด"
    แต่ที่เกิด นั่นก็ ไม่ได้เกิดจากไทย
    พูดกันตรงๆ "ออสเตรเลีย" นั่นแหละ สร้างปัญหาให้เกิด
    เกิดแล้ว แทนที่จะรีบแก้ไข 
    แสดงให้ไทยเห็นถึงความรับผิดชอบและสำนึกต่อสิ่งที่ทำให้ "มิตรแสนดี" อย่างไทย พลอยยุ่งยากไปด้วย
    แต่นี่...กลับตรงกันข้าม 
    นอกจากไม่รับผิดชอบแล้ว ยังโหนกระแสสิทธิมนุษยชน แว้งไทย 
    พูดแบบประชาธิปไตยเมืองขึ้น......
    เออะ จะให้ไทยปล่อยตัวนายฮาคีมกลับออสเตรเลียท่าเดียว โดยไม่ตระหนักว่า
    ไทยไม่ใช่อาณานิคมหรือประเทศบริวารของใคร อย่างที่ออสเตรเลียเป็น
    ไทยมี "อำนาจอธิปไตย" เมื่อเรื่องนายฮาคีมเข้าสู่ขั้นตอนศาล 
    ใครก็ไปสั่งไม่ได้ 
    ต้อง "ตุลาการ" ในชั้นศาล เท่านั้น ชี้ขาด!
    เราปล่อยให้พวกสิทธิมนุษยชนทั้งในชาติและนอกชาติใต้กลไกของกระบวนการหนึ่ง "ยำไทย" มาหลายวัน
    เมื่อวาน (๖ ก.พ.๖๒) ไทย โดยฝ่ายอัยการและกระทรวงต่างประเทศ ออกมาสอนความเป็นอารยะ 
    สอนกิริยามารยาท รวมทั้งสอนความเป็นสากลทางกฎหมายให้ได้ทราบกัน 
    ทีมงาน "โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด" ได้ชี้แจงความเป็นมาและขั้นตอนปฏิบัติเกี่ยวกับคดีนี้ไปเมื่อวาน 
    ผมจะสรุปบางขั้นตอนมาให้ดู
    -๓ ธ.ค.๖๑ สำนักงานอัยการสูงสุด รับเรื่องร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากบาห์เรน ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ให้ดำเนินการยื่นคำฟ้องต่อศาลอาญา 
    เพื่อพิจารณาและมีคำสั่ง ส่งตัวนายฮาคีมให้บาห์เรน "ประเทศผู้มีคำร้องขอ"
    -ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ความว่า นายฮาคีมถูกดำเนินคดีที่ศาลอาญากลาง บาห์เรน ข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์ และมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง 
    ศาลพิพากษาจำคุก ๑๐ ปี 
    หลังจากนั้น นายฮาคีม หลบหนีไปและมาถูกควบคุมตัวในไทยขณะนี้
    -ไทยพิจารณาแล้ว เห็นว่าคำร้องของบาห์เรน ที่ขอให้ส่งนายฮาคีมเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปดำเนินคดีอาญานั้น เป็นข้อหาคดีอาญา 
    เป็นการกระทำที่บัญญัติให้เป็นความผิดตามกฎหมายของไทยด้วย 
    และข้อหาต่างๆ ดังกล่าว มีอัตราโทษจำคุกไม่น้อยกว่า ๑ ปี อีกทั้ง ไม่ใช่ความผิดทางการเมืองหรือความผิดทางการทหาร 
    จึงเข้าหลักเกณฑ์และข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.๒๕๕๑
    -๔ ก.พ.๖๒ ศาลเบิกตัวนายฮาคีมมาสอบปากคำ นายฮาคีมปฏิเสธ ว่าไม่ได้ทำความผิด และไม่ยินยอมกลับไปบาห์เรน 
    ศาลจึงมีคำสั่ง ให้นายฮาคีมและทนาย ยื่นคำคัดค้านคำฟ้อง ภายใน ๕ เม.ย. นัดตรวจสอบพยานสองฝ่าย ๒๒ เม.ย.
    ในประเด็นพูดกันว่า อัยการจะถอนฟ้องนายฮาคีมได้หรือไม่นั้น มีคำตอบจากทีมโฆษกฯ ว่า
    "ไม่มีการพิจารณาในเรื่องนี้ ต้องรอกระบวนการพิจารณาของศาล" เท่านั้น 
    ที่สงสัยกันมาก.....
    "หมายแดง" อินเตอร์โพล ถือเป็นหมายจับหรือไม่ และเราจะต้องจับตามหมายนั้นเสมอไปหรือไม่ มีคำตอบว่า
    "หมายแดง" คือหมายจับของอินเตอร์โพล เวลามีการแจ้งลงระบบ ก็จะรับทราบทั่วกัน ในหมู่ประเทศสมาชิก 
    ถือเป็นการ "แจ้งเตือน" ให้ประเทศที่ได้รับแจ้งทราบว่า มีบุคคลที่มีหมายจับติดตัวอยู่เข้ามา
    กรณีนายฮาคีม ไทยได้รับแจ้งจากทางบาห์เรนด้วย ทาง "ตรวจคนเข้าเมือง" จึงได้กักตัวไว้
    และนี่ เป็นอีกประเด็นควรทราบ......
    คือไทยไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับบาห์เรน แล้วเราใช้หลักการอะไรในการฟ้อง?    
    มีคำตอบอีกเช่นกัน ว่า 
    การ "ส่งผู้ร้ายข้ามแดน" เป็นกระบวนการอย่างหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมทั่วโลกที่จะช่วยกัน ในการติดตามจับคนร้าย มีด้วยกัน ๒ รูปแบบ 
    คือ แบบ "มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน" กับแบบ "ไม่มีสนธิสัญญาฯ"
    กรณีที่ไม่มีสนธิสัญญาฯ ต้องใช้ขั้นตอนมากขึ้น เช่น ต้องมีคำรับรองต่างตอบแทน 
    "ประเทศผู้ขอ" จะต้องระบุไว้เลยว่า หากอนาคตประเทศไทยจะขอความร่วมมือ ก็จะต้องช่วยกัน 
    ตรงนี้ต้อง "เขียนไว้ให้ชัดเจน" 
    ความผิดที่มีการขอส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน จะต้องตรงกันของทั้งสองประเทศ และต้องใช้วิธีทางการทูต คือจะต้อง "ส่งผ่าน" กระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น 
    กรณีนายฮาคีม อัยการตรวจแล้ว เห็นว่าเข้าเกณฑ์ครบทุกประเด็น จึงดำเนินการให้  
    ความผิดนั้น ศาลบาห์เรนมีคำพิพากษาแล้ว การวางเพลิงเผาทรัพย์และมีวัตถุระเบิด เป็นความผิดอาญา ไม่ใช่ความผิดทางการเมือง อัยการจึงดำเนินการไปดังกล่าว
    และที่สังคมอยากรู้ ว่าอีกนานมั้ย กว่าศาลจะตัดสิน?
    ต้องดูวันที่ ๒๒ เม.ย.เป็นเกณฑ์.....
    ว่าทั้งสองฝ่ายจะเสนอบัญชีพยานต่อศาลมากน้อยแค่ไหน บัญชีพยานจะเป็นตัวบอกว่าเร็วหรือช้า
    แต่ทีมโฆษก อสส.สรุปไว้ดี คือท่านบอกว่า
    "ศาลไทยมีหลักกระบวนการพิจารณาอย่างรวดเร็ว เพราะความล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม"
    ก็ตามนั้น....สาธุ!
    นี่ผมสรุปจากบางประเด็น ที่ "ครบ" น่าจะหาตามข่าวได้หรอก
    ทีนี้ มาถึง "แถลงสำคัญ" ของกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งเรียกเสียงชมอื้ออึง ว่า 
    เป็นภาษาทูตและภาษาทางราชการ "ฉบับแรก" ก็ว่าได้ ในมาดโจงกระเบน พาดสไบเฉียง 
    แต่อร่อย-จี๊ดจ๊าด เหมือนน้ำพริกไทย ที่ถึงครก-ถึงสาก
    เอ้า...อ่านดู คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศ ๖ ก.พ.๖๒
    "โดย สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงแคนเบอร์รา เมืองหลวงของประเทศออสเตรเลีย"
    "เรื่อง นายฮาคีม อัล อาไรบี ........
    กับปัญหาระหว่างออสเตรเลียกับบาห์เรน"
    ๑.ประเทศไทยไม่รู้จักนายฮาคีม ไม่มีอคติต่อตัวบุคคลและคงไม่ยุ่งเกี่ยวกับการมาไทยของเขา หากไม่ใช่ Interpol ของออสเตรเลีย ที่ได้แจ้งเตือนเรื่องหมายแดงของนายฮาคีมแต่แรก 
    และหากทางการบาห์เรนไม่ได้มีคำร้องขออย่างเป็นทางการให้จับกุมและส่งผู้ร้ายข้ามแดนนายฮาคีม 
    ซึ่งไทยได้ดำเนินการตามขั้นตอน คือ ให้จับเพื่อส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน
    ๒.ทางการออสเตรเลียใช้เวลาหลายวันหลังจากที่นายฮาคีมเดินทางถึงไทยในการแจ้งการยกเลิกหมายแดง 
    ซึ่งในขณะนั้น กระบวนการทางกฎหมายในไทยได้เริ่มขึ้นแล้วและไม่สามารถย้อนกลับได้
    ๓.ขณะนี้ เรื่องได้เข้าสู่กระบวนการศาลแล้ว ในการเดินตามขั้นตอนของกฎหมาย ฝ่ายบริหารไม่สามารถแทรกแซงฝ่ายตุลาการได้ ซึ่งเป็นหลักสากลและเชื่อว่าออสเตรเลียก็ยึดถือหลักการนี้เช่นเดียวกัน
    ๔.ขออย่าได้ด่วนสรุปว่า ไทยจะส่งตัวนายฮาคีมให้กับบาห์เรน 
    เรื่องนี้ ศาลจะพิจารณาตามหลักฐานที่มีอยู่ซึ่งมีพื้นฐาน จากหมายจับ/หมายศาลของบาห์เรน เมื่อเขาหนีความผิดตามกฎหมายของประเทศบาห์เรนมา 
    และบาห์เรน ได้ขอให้คุมตัวเมื่อมาไทย พร้อมกับส่งเอกสารหลักฐานทางกฎหมายให้ฝ่ายไทย  พนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่า เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายที่จะส่งฟ้องต่อศาลได้ จึงดำเนินการต่อไปแล้ว
    ๕.ขณะเดียวกัน ศาลไทยพร้อมรับหลักฐานทุกชิ้นทุกชนิดที่เป็นข้อเท็จจริงและเป็นธรรมต่อนายฮาคีมที่ทนายของนายฮาคีมจะนำส่งให้ศาลพิจารณา
    ๖.ไม่มีส่วนใดของไทยที่จะได้ประโยชน์จากการควบคุมตัวนายฮาคีม 
    แต่ในฐานะรัฐอธิปไตยที่มีพันธะทางกฎหมายและความถูกต้องต่อสังคมโลก ไทยได้มาพบว่าเพื่อนที่ดีของไทย ๒ ประเทศเกิดแย่งตัวบุคคลคือนายฮาคีมที่มาประเทศไทย ในภาวะดังกล่าว ไทยมีทางเดินอันชอบธรรมเพียงว่า (๑) ให้ความร่วมมือทางด้านกฎหมาย และ 
    (๒) เสนอแนะให้เพื่อนที่ดีทั้งสองนี้ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันด้วย หันหน้าหารือ หาทางออกในปัญหาซึ่งเป็นของตนเองเสีย 
    แทนการผลักดันหาทางออกทางอ้อมจากไทยซึ่งเผอิญจับพลัดจับผลูมาอยู่ในภาพของประเด็นปัญหานี้ ซึ่งเพื่อน ๒ ประเทศของไทยมีระหว่างกันมาแต่ก่อน
    ๗.การขอให้ออสเตรเลียกับบาห์เรนคุยกัน หาทางออกร่วมกัน จึงเป็นท่าทีโดยชอบธรรมของไทย 
    และไม่ว่าแนวทางออกร่วมกันดังกล่าวจะมาในรูปแบบใด ไทยก็ยินดีจะช่วยส่งเสริมให้เป็นจริงและบรรลุผลสัมฤทธิ์ที่เป็น win-win
    ๘.ไทยหวังว่าทั้งออสเตรเลียและบาห์เรนจะมีมิตรไมตรีที่ดีเพียงพอที่จะร่วมกันหาทางออกของเรื่องนี้ด้วยความจริงใจ 
    หากผลลัพธ์เป็น win-win เชื่อได้แน่นอนว่า คนไทยและผู้คนในภาคส่วนต่างๆ ของโลก ที่รับรู้เรื่องนี้ จะสรรเสริญทั้งออสเตรเลียและบาห์เรนอย่างแน่นอน
    ครับ...
    ถ้าจำไม่พลาด "คุณนันทนา ศิวะเกื้อ" คือเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา และสำนวนนี้ ไม่น่าพลาดจากท่าน
    มีคนพูดกันว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว"
    นี่เหมือนกัน อ่านแล้วสะเทือนถึงรากเหง้าแดนเดนคุกเลย!

เสื้อแดงเล่นแรง!ปล่อยข่าวเหตุ'บิ๊กตู่'ยังไม่ตอบรับ'พปชร.'เพราะ'ทษช.'ส่งเชื้อพระวงค์เป็นแคนดิเดตนายกฯ

    
 

กระแสข่าวนี้ในหมู่คนเสื้อแดงราชประสงค์เชื่อเป็นจริงเป็นจังว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน บางรายถึงขนาดระบุว่ามีการตกลงก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อให้เกิดความปรองดอง บ้างก็ว่านายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาคดีโกงตามหมายจับหลายคดีจะได้กลับในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตามมีบางคนไม่เชื่อว่าข่าวนี้จะเป็นข่าวจริง เพราะเป็นไปไม่ได้.

ชัดๆกับ'กนก'ลำดับเหตุการณ์ปม'ฮาคีม'ฉะพวกบอยคอยไทยอย่าเยอะ!

    


6 ก.พ.62 - นายกนก รัตน์วงศ์สกุล  พิธีกรายการข่าวชื่อดัง  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ กKanok Ratwongsakul Fan Page โดยมีเนื้อหาดังนี้

เรื่องของ "ฮาคีม อัล-อาไรบี"

อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน อายุ 25 ปี
.
เขาถูกตั้งข้อหาลอบวางเพลิง และชุมนุมประท้วงรัฐบาลครั้งใหญ่ในบาห์เรน เมื่อปี 2555
.
เขาปฏิเสธว่า ขณะเกิดเหตุนั้น เขากำลังแข่งขันฟุตบอลอยู่ต่างประเทศ ซึ่งมีการถ่ายทอดสด เป็นสิ่งยืนยันว่าเขาบริสุทธิ์

เขาถูกซ้อมและทรมานอย่างหนัก จนยอมรับสารภาพ
.
หลังถูกขัง 3 เดือน ทางครอบครัวจึงประกันตัวออกมาสู้คดี และเดินสายไปเตะบอลในต่างประเทศ
.
ปี 2557 ศาลบาห์เรนสั่งจำคุกฮาคีม 10 ปี
.
เขาทำเรื่องขอลี้ภัยไปออสเตรเลีย รัฐบาลออสเตรเลียใช้เวลาตรวจสอบนาน 3 ปี จนกระทั่งปี 2560 ฮาคีมได้เป็นผู้ลี้ภัย
.
ในระหว่างนี้บาห์เรน ยื่นคำร้องขอให้ตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) ออกหมายจับ
.
27 พฤศจิกายน 2561 เขาถูกจับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะที่เดินทางออกจากออสเตรเลียมาฮันนีมูนกับภรรยา ที่ประเทศไทย
.
ไทยจับฮาคีม ตามหมายจับอินเตอร์โพล พอจับได้แล้ว (อีกหลายวัน) ทางอินเตอร์โพลดันถอดหมายจับ ตามการร้องขอ ของออสเตรเลียว่า เขาเป็นผู้ลี้ภัยถูกต้องแล้ว..
.
ทีนี้..ยุ่งสิครับ ทั้งบาห์เรน กับ ออสเตรเลีย ก็ขอให้ไทยส่งตัวไป.. 
.
ฟีฟ่า ก็เอาด้วย ส่งหนังสือมาให้ไทยปล่อยตัวฮาคีม
.
ไอ้ฝ่ายนั้นก็ขอเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ไอ้ฝ่ายทางนี้ก็บอกต้องส่งมาให้ฉัน..
.
จนเกิดกระแส # SaveHakeem เลยเถิดมาถึง # BoycottThailand !!
.
ไอ้เวรตะไล! มึงจะมาบอยคอตประเทศไทย..ทำไม?? กูอยู่ของกูดีๆ คนมีหมายจับผ่านมา..กูก็จับ
.
ถ้าไม่จับ..เดี๋ยวพวกมึงก็หาว่าระบบมาตรการของไทยห่วย
.
ทำไมพวกมึงไม่รู้จักไปด่าไอ้ประเทศ....ที่มันปล่อยให้ "2 ผีพี่น้อง" แรดนอกออกในได้ กระดี๊กระด๊ากระดองปริ
.
ทีงี้..หมายจับอินเตอร์โพล ยิ่งกว่ากระดาษเช็ดก้น..
.
วันนี้..ไทยขอให้ออสเตรเลียกับบาห์เรน ไปคุยกันซะ ตกลงกันให้ได้ แล้วค่อยมาบอก โอเคนะ..อย่าเยอะ!

 

'ทูตออสซี่'รับสารภาพผิด แจ้งจับฮาคีมทำไทยแพะ

    
 


    กต.แถลงการณ์แจงคดี "ฮาคีม" แนะ “บาห์เรน-ออสเตรเลีย” คุยกันเพื่อวิน-วิน อย่าลากไทยมาโยง อัยการตั้งโต๊ะแจงยิบ ลั่นทำตามกฎหมาย “บิ๊กโจ๊ก” เข้าพบเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย เผยทูตแดนจิงโจ้รับเองเป็นความผิดพลาดแจ้งอินเตอร์โพล จึงต้องกดดันไทยให้เป็นแพะ
เมื่อวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ ยังคงมีความเคลื่อนไหวคดีการส่งนายฮาคีม อาลี โมฮัมเหม็ด อาลี อัล โอไรบี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน เป็นผู้ร้ายข้ามแดน โดยกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้ออกแถลงการณ์ในเรื่องดังกล่าว 8 ข้อ โดยเนื้อหาสำคัญระบุว่า อย่าได้ด่วนสรุปว่าไทยจะส่งตัวนายฮาคีมให้กับประเทศบาห์เรน เพราะไม่มีส่วนใดที่ไทยจะได้ประโยชน์จากการควบคุมตัวนายฮาคีม แต่ในฐานะรัฐอธิปไตยที่มีพันธะทางกฎหมายและความถูกต้องต่อสังคมโลก ซึ่งทั้งบาห์เรนและออสเตรเลียก็เป็นเพื่อนที่ดีของไทย 
    “ไทยมีทางเดินอันชอบธรรมเพียงว่า 1.ให้ความร่วมมือทางด้านกฎหมาย และ 2.เสนอแนะให้เพื่อนที่ดีทั้งออสเตรเลียกับบาห์เรนหันหน้าหารือหาทางออก แทนการผลักดันหาทางออกทางอ้อมจากไทย ซึ่งเผอิญจับพลัดจับผลูมาอยู่ในประเด็นปัญหานี้ และไม่ว่าแนวทางออกร่วมกันดังกล่าวจะมาในรูปแบบใด ไทยก็ยินดีจะช่วยส่งเสริมให้เป็นจริงและบรรลุผลสัมฤทธิ์ที่เป็น win-win” แถลงการณ์ระบุ
    ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ตั้งโต๊ะแถลงเรื่องดังกล่าวเช่นกัน โดยนายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เริ่มแถลงที่มาที่ไปของคดีนายฮาคีม โดยยืนยันว่าไทยได้รับคำร้องของบาห์เรนเพื่อขอให้ส่งนายฮาคีมเป็นผู้ร้ายข้ามแดนเป็นข้อกล่าวหาคดีอาญา ซึ่งเป็นการกระทำที่ได้บัญญัติให้เป็นความผิดตามกฎหมายของไทย ไม่ใช่ความผิดทางการเมือง หรือความผิดทางการทหาร จึงเข้าหลักเกณฑ์และข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551
    “วันที่ 4 ก.พ. ศาลอาญาได้เบิกตัวนายฮาคีมมาเพื่อสอบปากคำแล้ว นายฮาคีมให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิด และไม่ยินยอมกลับไปที่บาห์เรน ศาลจึงมีคำสั่งให้นายฮาคีมและทนายของนายฮาคีมยื่นคำคัดค้านคำฟ้องเข้ามาภายในวันที่ 5 เม.ย. และนัดตรวจสอบพยานทั้งสองฝ่ายในวันที่ 22 เม.ย.2562 สำนักงานอัยการสูงสุดจึงชี้แจงมาเพื่อทราบ” นายธรัมพ์กล่าว
    นายธรัมพ์ยังชี้แจงถึงการยื่นค้านประกันตัวว่า อัยการได้ยื่นคัดค้านการประกันตัวต่อศาลไปแล้ว ส่วนจะได้ประกันตัวหรือไม่ อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล ซึ่งการคัดค้านประกันตัวของอัยการนั้นอยู่ในข้อกฎหมาย และอัยการมีหลักปฏิบัติลักษณะเช่นนี้มาโดยตลอด ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรือเฉพาะเจาะจงนายฮาคีม
    “ยันว่าไม่มีการกดดันจากฝ่ายไหนทั้งสิ้น และไม่เคยมีการพูดคุยกับฝ่ายบริหารเรื่องการพิจารณาส่งตัวนายฮาคีมเป็นผู้ร้ายข้ามแดน” นายธรัมพ์กล่าว และว่า ส่วนเรื่องที่ กต.เสนอให้ 2 ประเทศพูดคุยกันนั้น ถ้าหากมีทางออก ก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง แต่ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องที่เข้ามาสู่การพิจารณาของอัยการ แต่กว่าศาลจะมีคำสั่ง ก็อาจเป็นรัฐบาลที่เปลี่ยนแล้วก็ได้ เมื่อถึงตอนนั้น ก็ต้องมาดูอีกครั้งว่ามีปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ตอนนี้เราต้องรอคำสั่งของศาล
    วันเดียวกัน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้เข้าพบเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย และให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า การพูดคุยเป็นไปในแนวทางที่ดี โดยเอกอัครราชทูตออสเตรเลียฯ ยอมรับว่าเป็นผู้แจ้งหมายจับแดงของอินเตอร์โพลกรณีนายนายฮาคีมมาให้ ตม.เป็นผู้ควบคุมตัวไว้เอง จึงเป็นสาเหตุที่ให้ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด จึงจำเป็นต้องกดดันให้รัฐบาลไทยส่งตัวนายฮาคีมกลับออสเตรเลียให้ได้
    “เอกอัครราชทูตออสเตรเลียหวังว่าทุกฝ่ายจะพิจารณาจากความจำเป็นและข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทั้งยังเรียกร้องให้ ตม.ใช้อำนาจบริหารเข้าสนับสนุนในการให้ข้อมูลแก่ศาลเพื่อประกอบการไต่สวน ซึ่งได้แจ้งไปว่า ในประเทศไทยอำนาจบริหารไม่อาจก้าวล่วงอำนาจศาลได้ สถานทูตต้องเป็นฝ่ายดำเนินการส่งข้อมูลความจำเป็นทั้งหมดในกระบวนการไต่สวน เพื่อประกอบการตัดสินใจของศาลเอง”
    ด้านนางณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความของนายฮาคีม ระบุว่า ขณะนี้ทีมทนายความอยู่ระหว่างการอ่านคำร้องของอัยการอย่างละเอียด เพื่อกำหนดแนวทางในการต่อสู้คดีให้กับลูกความ รวมถึงถ้อยแถลงต่างๆ และยังหารือในประเด็นเรื่องของการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ออกมาต่อสู้คดีนอกเรือนจำได้ 
    ส่วนนายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก พร้อมติดแฮชแท็ก #saveThailand มีเนื้อหาที่สำคัญระบุว่า วันนี้ไทยตกเป็นเป้าจับตามอง ตกเป็นจำเลยของใครๆ ก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ไทยกำลังตกอยู่ในหว่างเขาควายหรือหนังหน้าไฟ เนื้อไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รองนั่ง แต่ถูกชาวโลกกดดัน ให้ไทยอย่าส่งนายฮาคีมไปรับโทษที่บาห์เรน และให้ส่งตัวกลับออสเตรเลียตามที่ออสเตรเลียร้องขอ รวมทั้งคนไทยบางส่วนที่ผสมโรงกดดัน นำไปเป็นประเด็นทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง
    “ไทยเป็นประเทศมีอธิปไตย มีอิสระทางการศาล ไม่ต้องรับคำสั่งจากชาติใดให้ต้องทำหรือต้องปฏิบัติอย่างไร แต่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยมีสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับบาห์เรนและออสเตรเลีย หากทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันโดยตรงได้ ไทยจะได้ไม่อึดอัดและลำบากใจ แต่คดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลแล้ว คงต้องรอการตัดสินของศาลว่าจะมีคำพิพากษาอย่างไร แต่ขอให้คนไทยรักเมืองไทยให้มากๆ อย่ารักคนอื่นมากกว่าประเทศตัวเอง" นายนันทิวัฒน์โพสต์ไว้.

 

 

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 

 ..................................................

 

 

 

 

 

......................................................

7 กุมภาพันธ์ 2562

 

วิบากกรรม (นายกฯ) บิ๊กตู่ ไต่อยู่บนเส้นลวดการเมือง


    
 

   สปอตไลท์กำลังฉายจับไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทันทีว่าการพูดจากิริยาท่าทีจะปรับเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อตอบรับพรรคพลังประชารัฐที่จะเสนอชื่อในบัญชีเป็นนายกรัฐมนตรีภายในไม่เกิน 8 กุมภาพันธ์นี้      

                รัฐธรรมนูญ 2560 ได้โรยกลีบกุหลาบไว้ให้แล้วสำหรับเดินไปสู่เก้าอี้ผู้นำประเทศอย่างสะดวก หลังจากครองอำนาจมาแล้ว 5 ปี นับแต่เข้าก่อรัฐประหารเมื่อปี 2557

                หากแผนการนี้ประสบความสำเร็จ ก็เท่ากับว่า ”บิ๊กตู่” สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับการเมืองไทยที่เป็นผู้นำรัฐบาลต่อเนื่องยาวนานถึง 9 ปี

                เหนือกว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่อยู่ในตำแหน่งนายกฯ แค่ 8 ปี 5 เดือน

                พิเคราะห์จากสถานการณ์คลื่นลมและฝุ่นพิษทางการเมืองโดยรอบแล้ว ดูจะไม่ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

                มิพักต้องกล่าวถึงการตอบคำถามต่อสื่อมวลชนและสังคมของพรรคพลังประชารัฐ ว่า ทำไม 5 ปีที่ผ่านมา คสช.และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ยังปฏิรูปประเทศไม่สำเร็จ ทั้งๆ ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จะอ้างว่าพรรคพลังประชารัฐไม่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ กับ คสช.เลยก็คงไม่ได้ เพราะชื่อพรรคก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นพวกเดียวกันกับ พล.อ.ประยุทธ์

        อุตตม สาวนายน – สุวิทย์ เมษินทรีย์ – สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ – กอบศักดิ์ ภูตระกูล ก็เป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลมาต่อเนื่อง

                เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยากลงจากหลังเสือ ก็จำเป็นจะต้องประคองตัวเองช่วงเปลี่ยน ผ่านทางการเมือง ด้วยความระมัดระวังมิให้ผิดพลาดเป็นอันขาด

                แม้รัฐธรรมนูญจะเปิดช่องให้ คสช.และรัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่เมื่อเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ซึ่งจะเปิดรับสมัคร ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ รวมทั้งการเสนอบัญชีนายกฯ จากพรรคต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ ความสุจริตและความชอบธรรมจะต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะได้ใจของประชาชน และเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด    

                ดังนั้น กกต.และประชาชนในฐานะกรรมการตัดสินย่อมไม่ต้องการเห็นการเอารัดเอาเปรียบ เพราะความไม่สุจริตและเที่ยงธรรมเกิดขึ้น

                “บิ๊กตู่” จะอธิบายอย่างไรเมื่อสถานะหนึ่งคือ หัวหน้าคณะรัฐประหาร (คสช.) มีมาตรา 44 เป็นดาบอาญาสิทธิ์อยู่เป็นศัตราวุธ ซึ่งควรจะเป็นกรรมการตัดสินที่เที่ยงธรรม ส่งต่อการเลือกตั้งให้พรรคการเมืองพิสูจน์ตัวเอง แต่ “บิ๊กตู่” กลับกระโดดลงสนามเลือกตั้งเป็นผู้เล่นเสียเอง เพื่อจะกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง

                ขณะที่ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ จากพรรคต่างๆ ไม่มีกลไกรัฐ ไม่มีอำนาจสั่งการข้าราชการและอนุมัติงบประมาณ ไม่มีสื่ออยู่ในมือ แต่ “บิ๊กตู่” กลับมีสิ่งเหล่านี้อยู่เต็มพิกัด

                อีกทั้ง “บิ๊กตู่” ก็พูดชัดเจนว่า จะไม่ยอมลาออกจากนายกฯ หรือหัวหน้า คสช.ตามที่นักการเมืองหลายคนและหลายพรรคตะโกนเรียกร้อง

                นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวกับสื่อ เมื่อเช้าวันที่ 31 มกราคม ว่าจะเชิญ กกต.มาหารือที่ทำเนียบรัฐบาลตอน 13.30 น. ถึงระเบียบแบบแผนในการวางตัวของข้าราชการ รัฐมนตรีและนายกฯ เพื่อจะได้เป็นแบบแผนเดียวกัน พร้อมออกมาเป็นข้อกำหนดในการวางตัวช่วงเลือกตั้ง แต่ขึ้นกับทาง กกต.ที่จะเสนอมาอย่างไรด้วย

“พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถหาเสียงได้ทั้งในและนอกเวลาราชการ” นายวิษณุกล่าว

วันเดียวกัน นักการเมืองน้องใหม่อย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนา

คตใหม่ ให้สัมภาษณ์ทางช่องทีวีออนไลน์แห่งหนึ่งระหว่างการลงพื้นที่ จ.ระนอง ถึงสิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ว่าเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ นับจากวันนี้อีก 50 กว่าวัน จะถึงการเลือกตั้ง ศักดิ์ศรีเราเท่ากัน     

                “ผมก็เป็นแคนดิเดตเบอร์ 1 ของพรรคอนาคตใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นแคนดิเดตเบอร์ 1 พรรคพลังประชารัฐ เราสองคนศักดิ์ศรีในฐานะผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกฯ ของประเทศไทยเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะดีเบตกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหาร ถ้ามีหน่วยงานไหนหรือองค์กรไหนสามารถจัดให้ได้ ผมพร้อมที่จะไป”

                ไม่เพียงแต่นายธนากรเท่านั้น ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ไม่ว่าจะเป็น

                คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัยชาติ สิทธิพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย

                นายจาตุรนต์ ฉายแสง จากพรรคไทยรักษาชาติ

                 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์

                นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย

                พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เตมียาเวส จากพรรคเสรีรวมไทย

                คนเหล่านี้ลงสมัครเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อและถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ต่างพร้อมจะดีเบตในทุกเวทีกับ พล.อ.ประยุทธ์เช่นกัน แต่ พล.อ.ประยุทธ์คงไม่มาดีเบตด้วย และไม่อาจไปปรากฏตัวบนเวทีเพื่อปราศรัยหาเสียงให้กับพรรคพลังประชารัฐเหมือนกับพรรคอื่นๆ

                แค่จะให้สัมภาษณ์นอกเวลาราชการเพื่อหาเสียงให้กับพรรคพลังประชารัฐก็ยังเกรงจะขัดต่อกฎหมาย

                อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกนำมาวิเคราะห์วิจารณ์ว่า การเป็นนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์มีภาษีเหนือคู่แข่ง เนื่องจากมีอำนาจเลือกคนมาเป็น ส.ว. 250 คน และ ส.ว.เหล่านี้จะเข้าร่วมประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯ เพียงหา ส.ส.มาเพิ่มอีก 126 เสียงเท่านั้น ก็ได้เสียงเกินครึ่งของ ส.ส.และ ส.ว.รวมกัน

                อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐควรจะเผื่อใจไว้กับความผิด หวังบ้างก็จะดี

                จริงอยู่ มี ส.ว.ในมือ 250 คน เป็น “ของตาย” แต่ในด้านกลับกันก็อาจเป็น “จุดตาย” ได้เช่นกัน

                ประการที่หนึ่ง หากเลือก ส.ว.ที่มีแต่ทหารเหมือนตอนเลือก สนช.ก็จะได้คนที่ไม่เหมาะสมกับได้ชื่อว่าเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย นอกจาก ส.ว.ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นสมอง เป็นมือเป็นไม้ เป็นปากเป็นเสียงเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยังจะกลายเป็น “ตัวถ่วง” ให้ พล.อ.ประยุทธ์จมดิ่งเร็วขึ้น

ประการที่สอง คสช.แต่งตั้ง ส.ว.ด้วยตัวเอง เป็นรูปธรรมของการมีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างชัดเจน ขัดเจตนารมณ์กฎหมายทั่วโลก   

ไม่นับการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ ชาวบ้านอุตส่าห์เลือก ส.ส.มา แต่เสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ กลับไม่ได้เป็นปัจจัยชี้ขาดในการเลือกนายกฯ เพราะบทบาทไปตกอยู่ที่ ส.ว. 

ความไม่ชอบธรรมในประเด็นนี้จะถูกโจมตีอย่างรุนแรง เมื่อเริ่มรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ชีวิตของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต่างไปจากการไต่อยู่บนปากเหว เผชิญวิกฤติหนักขึ้นทุกที  

ด้านหนึ่งนั้น สิ่งที่ทำไว้กับนักการเมืองและฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่ทำรัฐประหาร กำลังตามมาหลอกหลอน อีกด้านหนึ่ง ยังหาสมัครพรรคพวกคอยสนับสนุนช่วยเหลือ ปกป้อง คุ้มครองได้ยากยิ่ง

                ที่คิดจะพึ่ง ครม. สนช. กรธ. กรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ อย่างแต่เดิมดูจะเป็นสิ่งเลื่อนลอย โดยเฉพาะ ส.ว. 250 คน ถ้าเลือกเอาแต่พวกพ้อง ไม่มีสมอง ไร้ประสบการณ์ทางการเมือง สังคมไม่รู้จักและไม่ยอมรับ อภิปรายและให้สัมภาษณ์สื่อไม่เป็น ก่อเรื่องอื้อฉาว ย่อมจะซ้ำเติม พล.อ.ประยุทธ์ให้ทรุดต่ำลง

ผู้แทนปวงชาวไทยที่สวมเสื้อ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.ก็สมควรจะถูกตราหน้าว่าเป็น “ส.ว.ลากตั้ง” หรือฝักถั่ว

                เส้นทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต่างจากนักไต่ลวด ชีวิตอยู่ในความเสี่ยง พลาดเมื่อใด ตกมาตายได้ง่ายๆ.

               

ทีมข่าวการเมือง

 ..................................................

7 กุมภาพันธ์ 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน