*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3460
  • จำนวนผู้ชม : 2285116
  • จำนวนผู้โหวต : 510
  • ส่ง msg :
  • โหวต 510 คน
<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 176 , 12:29:31 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ดวงตราบรมราชาภิเษก

 
 
          นายกรัฐมนตรี เผยหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมเผยมติคณะกรรมการจัดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกาศให้ 6 พฤษภาคม 2562 เป็นวันหยุด
 
 
          วันที่ 29 มกราคม 2562 สปริงนิวส์ รายงานว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกำหนดการการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ดังนี้...

          เดือนเมษายน 2562

          - วันที่ 6 เมษายน จะเป็นวันพิธีพลีกรรมตักน้ำทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน 
 
          - วันที่ 8-9 เมษายน จะมีพิธีปลุกเสกน้ำทุกจังหวัดพร้อมกัน
 
          - วันที่ 18-19 เมษายน จะเป็นการปลุกเสกน้ำรวมที่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งต้องเป็นน้ำสะอาด ต้องมีการพิสูจน์ คัดกรองอย่างดี เป็นน้ำที่บริสุทธิ์และเป็นมงคล เพื่อใช้ในพระราชพิธี
 
          วันที่ 22-23 เมษายน จะเป็นพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ

          เดือนพฤษภาคม 2562 
 
          - วันที่ 2 พฤษภาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินบวงสรวงด้วยพระองค์เอง
 
          - วันที่ 3 พฤษภาคม เชิญพระสุพรรณบัฏเข้าวัง ประกาศการบรมราชาภิเษก โดยจะมีคณะรัฐมนตรีร่วมด้วย
 
          - วันที่ 4 พฤษภาคม จะมีกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงค่ำ ตั้งแต่การบรมราชาภิเษก การถวายพระพร ประกาศพระองค์เป็นศาสนูปถัมภก สักการะพระบรมอัฐิ เฉลิมพระแท่นบรรจถรณ์
 
          - วันที่ 5 พฤษภาคม ช่วงเช้าจะเฉลิมพระปรมาภิไธย ขณะที่ช่วงเย็นเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร
 
          - วันที่ 6 พฤษภาคม เสด็จออกให้ประชาชนและคณะทูตเข้าเฝ้า

          ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีมติให้วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 เป็นวันหยุด เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เป็นไปด้วยดี
 

สวัสดีครับ

         ทบทวนหมายกำหนดการบรมราชาภิเษกกันนะครับ ดังข้างบนนี้

         สำหรับบรรยากาศการเมืองวันนี้ช่วงนี้ ต้องอ่านคอลัมน์ของคุณเปลว สีเงิน ที่มีสาระเนื้อหาอย่างสนุกสนานดีจริงๆ ข้างล่าง

นี้ครับ

         นโบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยที่ฟังโดยไม่พินิจพิเคราะห์ก็ดูเหมือนจะดี ทั้งๆที่กัญชาเป็นยาเสพติดโดยแท้ และการปลูก

ก็ควรอยู่ในความควบคุมของทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่น่าจะให้ปลูกกันได้ทั่วไป บ้านละ 6 ต้น ซึ่งพอผลผลิตออกมาบานเบอะ

แล้วจะระบายไปทางไหน ประเด็นนี้ก.ก.ต.ว่าอย่างไรครับ หาเสียงเกินจริงหรือเปล่าล่ะเนี่ย ..... ทุเรศจังเลยครับ

 

 

หน้าไพ่ 'ฝ่ายเอา-ไม่เอาทหาร'

    
 

    มีนักการเมืองชาย-หญิงมายืนแก้ผ้าตัวเองบ้าง ผ้าของคนอื่นบ้าง โชว์ให้ดู
    อีกอย่าง เป็นการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบ เงินทองลงถึงรากหญ้าโดยตรงทั่วประเทศ หลายหมื่นล้าน
    พ่อค้า-แม่ขายบอก ขอปีละครั้งได้มั้ย...ที่รัก
    "เลือกตั้ง" น่ะ?!
    พูดถึงการโชว์ ชุด "หมดเวลาเกรงใจ" กับชุด "เลือกผมเถอะครับ..ผมรักคุณ" ของอภิสิทธิ์ "ประมุขพรรคประชาธิปัตย์" เมื่อวันเสาร์ 
    แฟนๆ กรี๊ดสลบ ยังไม่ฟื้น!
    มาเมื่อวาน "กำนันสุเทพ" แห่งพรรค "รวมพลังประชาชาติไทย" โชว์ในชุด "หมดเวลาเกรงใจกันแล้ว" บ้าง 
    แฟนที่กรี๊ดอภิสิทธิ์ ฟื้นขึ้นมาแป๊บ
    พอ "กำนันโชว์" เท่านั้นแหละ ที่ฟื้น สลบต่อ!
    โชว์ชุดเดียวกันก็จริง แต่นัยว่า ลีลาลุงกำนัน "วาบหวิว-สยิวกึ๋น" ยิ่งกว่า เรียกว่าขาจร-ขาประจำถึงขั้น "เลือดกำเดาทะลัก"
    นี่ไง ที่ลุงกำนันโชว์ผ่าน fb เมื่อวาน (๑๑ มี.ค.๖๒)
    “หมดเวลาเกรงใจกันแล้ว" 
    ก็เป็นที่ชัดเจนกันซะทีครับ หลังจากได้เห็นคลิปและจดหมายของท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 
    ที่ประกาศออกมา “แบบไม่แทงกั๊ก” แล้วว่า.......
    จะไม่ขอสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อแน่นอน โดยให้เหตุผลว่า 
    การสืบทอดอำนาจจะสร้างความขัดแย้ง และขัดกับอุดมการณ์ที่ว่าประชาชนเป็นใหญ่ รวมทั้งเมื่อ 5  ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจได้เสียหายมาก
    ผมเคารพในการตัดสินใจครั้งนี้ของท่าน แต่ก็เสียดายในฐานะคนคุ้นเคย ที่เคยร่วมในอุดมการณ์เดียวกันมาอย่างยาวนาน 
    เคยร่วมสร้างปาฏิหาริย์ครั้งที่ 1
    โดยการออกมาเดินบนท้องถนนท่ามกลางมวลมหาประชาชนเรือนแสนเรือนล้าน เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณและคว่ำกฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่ง
    วันนี้ ท่านคงบวก ลบ คูณ หาร เรียบร้อยแล้ว ถึงเลือกข้างชัดเจน และเลือกที่จะยืนอยู่ในฝ่าย “ไม่เอาทหาร”
    โดยมองข้ามต้นสายปลายเหตุของความขัดแย้งที่แท้จริงไปหมดสิ้น
    ทำให้ผมนึกถึงเมื่อครั้งที่ 2 พรรคใหญ่ ทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ต่างพร้อมใจประกาศ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2560     และครั้งนั้น.........
    ก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นบนแผ่นดินไทยอีกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อพี่น้องประชาชนจำนวนถึง สิบหกล้านแปดแสนคน พร้อมใจกัน ออกมา ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ 
    จนทำให้ได้ชื่อว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพราะเป็นวิธีการที่ชาติสากลยอมรับมากที่สุด 
    เนื่องจากสามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้ทางตรง โดยไม่ผ่านตัวแทนในสภา
    แต่เสียดายที่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำลังถูกนักการเมืองบิดเบือนที่มา โดยยัดเยียดคำว่าเผด็จการสืบทอดอำนาจให้ 
    แต่แท้จริง มันคือฉบับที่ทำให้ประเทศเดินอย่างมีทิศทาง เป็นฉบับปราบโกง ที่นักการเมืองเขาเกลียดกันนักหนา “ถึงกับจ้องจะแก้กัน” 
    และที่สำคัญ เป็นไปตามเจตนารมณ์ปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศของมวลมหาประชาชน
    ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เขาเลือกข้างมาแล้ว 
    ผมเห็น “ข้อดี” ก็คือ 
    จะทำให้พี่น้องมวลมหาประชาชนที่เคยออกมาชุมนุมในครั้งนั้น
    คนที่เคยเสียสละ เสียเลือด เสียเนื้อ บาดเจ็บล้มตายเพราะมีอุดมการณ์ร่วมกันในครั้งนั้น 
    คนที่เคยเลือกประชาธิปัตย์มาตลอดชีวิตเหมือนผม 
    ตัดสินใจชัดเจน ประกาศหนุน "พลเอกประยุทธ์"
    แบบ "ไม่ต้องเกรงใจ" ด้วยเช่นกัน.
    อันที่จริง หลังคุณอภิสิทธิ์โชว์ ลุงกำนันปราศรัยอยู่ตะกั่วป่า พังงา ฟังแล้ว ก็ "มินิโชว์" เวทีแทบแตกไปรอบ
    “ผมอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ ๓๗ ปี ผมเป็นเลขาธิการพรรค เป็นผู้บริหารพรรคคนสำคัญคนหนึ่ง และผมบอกกับพี่น้องตรง ๆ 
    ผมนี่เป็นคนทำให้อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี....
    ถ้าไม่ใช่เพราะผม ผมไม่รู้ว่า 'ชาติหน้า' มันจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นี่แหลงกันตรง ๆ
    แต่วันนี้ อภิสิทธิ์มาประกาศแล้ว ออกทีวีแล้ว ประกาศแล้วว่า เลือกตั้งคราวนี้ เขาประกาศจุดยืนเลย  เขาไม่สนับสนุนประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่นอน 
    เขาไม่เอา..ผมก็ข้องใจ อยากจะถามอภิสิทธิ์ว่า....
    'ตกลงอภิสิทธิ์ยืนข้างเดียวกับทักษิณเต็มตัวแล้วใช่มั้ย?'     
    นี่แสดงว่า ถ้าฝ่ายทักษิณเทคะแนนให้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ เอาทันทีใช่มั้ย?
    นี่แสดงว่า..........
    'มึงอาจอยากจะเป็นนายกฯ มึงลืมพวกกูที่ถูกฆ่าไปแล้วใช่มั้ย?'
อ่านจากตัวหนังสือไม่แซ่บ ถ้าได้ฟังลุงกำนันแหลงใต้ จะต้องร้อง "ด่ายแหร่งอ็อก"
ทีนี้ลองมาฟัง "พ่อสังข์ทอง" ที่แฟนๆ แย่งกันถึงขั้นต้องตบกันโครมครามบ้าง    
    "นายกฯ ประยุทธ์" ท่านไปฟังการบรรยายของผู้แทนพิเศษระหว่างประเทศที่ตลาดหลักทรัพย์เมื่อวาน
ฟังแล้ว ดาลใจ    ขึ้นเวทีจับไมค์ทันที    
    "วันนี้ที่มาฟัง เพราะผมเป็นแฟนคลับ ติดตามตลอดช่องทางต่างๆ ขณะที่ทุกวันที่ทำงานมา ไม่ได้คิดเองทั้งหมด บางอย่างต้องอ่านหนังสือ บางอย่างก็ฟังจากกูเกิลมา และมีการแปลบ้าง ต้องใช้เวลา ตาต้องใช้มากในแต่ละวัน ไม่อย่างนั้น เกิดความคิดไม่ได้ที่ต้องประมวลบางสิ่งที่เกิดมาแล้ว สิ่งที่เป็นอนาคตที่ต้องไปด้วยกัน 
    วันนี้ เท่าที่ผมคุยกับเขาก่อนที่จะเข้ามาในห้อง เขาชื่นชมประเทศไทย เขาเห็นหลายๆ อย่างที่พร้อมที่จะเดินหน้า อย่างที่บอก ระบบการเงินก็เข้มแข็ง กองทุนสำรองก็มี เกษตรก็มีจำนวนมาก ที่ดินมีเยอะแยะ 
    เพียงแต่เราต้องจัดระบบให้ดี ซึ่งผมกำลังจัดอยู่เรื่องเกษตรแปลงใหญ่ 
    ถ้าเกษตรกรทุกคนลงทุนแค่ ๑๐ ไร่ อย่างไรก็ไม่คุ้ม เพราะต้นทุนการผลิตสูง 
    วันนี้ ทำเกษตรแปลงใหญ่ได้รายได้เพิ่มขึ้น พัฒนาคุณภาพและผลผลิตได้มากขึ้น เราต้องเดินไปแบบนี้ 
    เพราะฉะนั้น...........
    เรื่องผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ยากจน หรือผู้ยากจนที่พูดๆ กัน ผมไม่เคยสบายใจ ที่เข้ามาวันนี้ ก็เพราะเรื่องนี้ด้วย 
    เรื่องสำคัญที่สุด คือเรื่องคนจน จะทำอย่างไรกับเขา? ถึงได้มีนโยบายแก้ปัญหาหนี้นอกระบบมาโดยตลอด ค่อยๆ เดินไป ค่อยๆ ดีขึ้น ถ้าเราไม่ก้าวแรก ก็ไม่มีก้าวสอง
    แล้วเราทำงานมา ๔-๕ ปี คงไม่ใช่ว่าไม่สำเร็จเลยซักอย่าง ปลดล็อกหลายๆ อย่างไป 
    กฎหมายสำคัญที่สุด ถ้าเราเดินนอกกรอบกฎหมายกันหมด ทุกคนคิดนอกกรอบอยากได้ แต่ไม่ดูกฎหมาย กฎระเบียบ การเงินการคลังก็จะไปไม่ได้ทั้งหมด 
    ผมมาวันนี้ ก็อยากมาคุย........
    เมื่อกี้ก็ไม่ได้ตั้งใจขึ้นไปพูด แต่ก็มีอารมณ์ขึ้นมา ฟังเขาพูดแล้ว ก็ได้รู้ว่าเขาเห็นศักยภาพประเทศไทย เขาถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา และตรงกับที่เราเริ่มไว้หลายๆ อย่าง เริ่มจาก ๑ ไป ๒ และ ๓ 
    แต่วันนี้ เรามีหลากหลายมาก เพราะเริ่มใหม่ทั้งหมด เราจึงต้องพูดถึงการบริหารจัดการด้วย ซึ่งผมกำลังเร่งในเรื่องนี้ว่า 
    การเงินการคลัง กองทุนจะเข้าหาอย่างไร เอสเอ็มอี จะเป็นอย่างไร ทั้งหมดคือ การเดินหน้าสู่อนาคต 
    ผมสัญญาว่า จากนี้ต่อไป ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ผมคิดว่า จะต้องมีคนที่ต้องนำพาประเทศชาติไปตรงโน้น ไปด้วยความรับผิดชอบ ด้วยจิตสำนึก ด้วยเป็นหน้าที่ 
    ไม่ใช่เข้ามาทำอะไรต่างๆ สักอย่างด้วยวัตถุประสงค์อื่น ผมไม่เคยคิดอย่างนั้น 
    ฝากพวกเราทุกคนช่วยกันด้วยก็แล้วกัน สำคัญที่สุด คนรุ่นใหม่ รุ่นกลาง และคนรุ่นเก่า ทั้ง ๓ รุ่น ต้องเดินไปด้วยกัน 
    เราฐานะคนรุ่นเก่า ต้องสร้างอนาคต สร้างชีวิตที่ดีกว่า วันนี้คนจน และภาคเกษตรเขาลำบากอยู่  เราต้องสร้างตรงนี้ให้ได้ 
    ผมอยากให้ทุกคนที่เป็นนักการเมืองคิดทำนองนี้ออกมาบ้าง นโยบายพูดออกมาบ้างแบบนี้ 
    สมมุติไปพูดเรื่องจะให้..จะไม่ให้ อะไรต่างๆ ผมก็ว่ามันจนใจ ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เขาอาจจะคิดของเขาก็ได้ ผมไม่ว่าอะไร"
    พอมีช่อง นักข่าวเสียบจึ๊ก..........
    "หมายความว่าวันข้างหน้า ถ้าได้กลับมาเป็นนายกฯ จะมี 'ทีมรัฐมนตรี' ที่คัดสรรมาอย่างดี?"
    คำตอบจากพลเอกประยุทธ์ คือ
    "ผมพยายามบอกว่า ถ้าอยากทำต้องทำให้สำเร็จ ทีมที่จะมาทำงานก็ต้องคัดสรรหา ไม่ใช่เอา 'ทีมเดิมทั้งหมด' ได้ที่ไหน 
    ต้องคัดสรรมาใหม่ ต้องมาจากการเมือง แต่ผมก็ต้องเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจตามหน้าที่ในการขับเคลื่อนของผม นายกฯ ต้องมีแรงในการขับเคลื่อน และทำทุกอย่างให้อยู่ในกรอบให้ได้มากที่สุด ซึ่งหลายอย่างมีกฎหมายอยู่แล้ว เราก็ทำตามแค่นี้ 
    ในส่วนอื่นๆ เป็นเรื่องของการเมือง เขาก็ว่ากันไป ถ้าสมมุติผมอยู่ ก็ต้องดูแลตรงนี้ให้ได้ 
    แต่ไม่อยากให้มองใหม่ๆ อย่างเดียว อาจต้องมองเก่าผสมใหม่บ้าง เพราะผมต้องการให้คนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ไปด้วยกัน ต้องมีตัวประสานงาน กลไก ตรงนี้หรือเปล่า?
    วันนี้ ดีใจที่การเลือกตั้งของเราได้รับความสนใจ คาดว่าจะมีประชาชนมาใช้สิทธิ์จำนวนมากมาย  แม้ในต่างประเทศก็มาใช้สิทธิ์กันเป็นจำนวนมาก 
    แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องแก้ไขต่อไป ก็ต้องเห็นใจ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแบบนี้ ที่คนไทยสนใจการเมืองขนาดนี้ 
    ถ้าโทษกันไป-ว่ากันมา มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาทั้งสิ้น ขอให้มันใสสะอาดก็แล้วกัน โปร่งใส เป็นธรรม ก็จบแล้ว" 
    นักข่าวสรรสาระต่อ......
    "มีคำพูดหนึ่งบนเวที นายกฯ พูดว่าในสนามรบต้องชนะเท่านั้น แพ้ไม่ได้?" 
    นายกฯ ไขรหัสลับ "ยุทธศาสตร์ซุนวู" ว่า
    "ต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาจะสั่งให้กลับหรือไม่ ถ้าผู้บังคับบัญชาดูแล้วไม่คุ้มค่า แต่ถ้าผมอยู่แนวรบข้างหน้า ภารกิจแรกถ้าไม่สำเร็จ ผมก็ต้องทำให้สำเร็จ 
    แต่ถ้าเขาเสี่ยงแล้ว ผู้บังคับบัญชาข้างหลังพิจารณาแล้วว่า เป็นการเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า เขาอาจสั่งถอนก็ได้ ผมก็ต้องถอน 
    ผมเชื่อมั่นในตรงนี้ ในสายบังคับบัญชาที่ชัดเจน ลูกน้องต้องปลอดภัยให้มากที่สุด"
    ครับ....ในความเห็นผม........
    วันนี้ นายกฯ กับนักข่าว ดูจะถาม-ตอบสร้างสรรค์บ้านเมืองน่าชื่นใจ แถมประเล้า-ประโลมได้ถึงจุดไคลแมกซ์
    "ท่านคิดอย่างไรครับ..........
    ที่ตอนนี้ นักการเมืองให้เลือกจุดยืนระหว่างฝั่งเผด็จการกับประชาธิปไตย?"
    "ธรรมดาๆ ปล่อยเขาเถอะ" 
    "แล้วรู้สึกอย่างไร ที่นักการเมืองใช้ยุทธศาสตร์หาเสียงไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์?"
    คนรูปหล่อ "หลากสไตล์" เชิดหน้า ยักไหล่พองาม
    "ผมไม่สน"!
    เขาว่า "ทหาร จะไม่รบ ถ้าไม่มั่นใจ ๗๐-๘๐%"
    แต่นักการเมือง "อดีตทหาร" คนนี้ ผมว่า "เกินร้อย" ด้วยซ้ำ!

พอกันที!'บิ๊กตู่'ลั่นเลิกได้แล้ววาทกรรมคนจนติดคุก เพราะรัฐบาลให้หมด ค่าประกัน ค่าทนาย

    
 

12 มี.ค.62-  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม พร้อมคณะนำเสนอผลงานเด่นของกระทรวงยุติธรรม “ยุติธรรมใส่ใจ...เพื่อสังคม แห่งความปลอดภัยของทุกคน” ซึ่งถือเป็นการดำเนินงานเชิงรุกตามนโยบายของรัฐบาลในการลดความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงความยุติธรรมให้แก่ ประชาชน 

นายกฯ ได้ติดตามข้อมูลผลงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความยุติธรรม โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้แว่นขยาย 3 มิติเพื่อดูความแตกต่างผลงานก่อนที่รัฐบาลนี้เข้ามา และผลงานที่รัฐบาลได้ดำเนินการทั้งค่าประกันตัวและค่าทนายความ

ทั้งนี้มีการนำชาวบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือทางกระบวนการยุติธรรม มาขอบคุณนายกฯ ซึ่งนายกฯ ได้หันมาทางสื่อมวลชนพร้อมบอกว่า ไปบอกเขาด้วยว่าได้รับการดูแล เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่ช่วยอีก แล้วที่บอกว่าคนจนติดคุก คนรวยไม่ติดคุก คนรวยเขามีทนายมีเงินสู้คดี คนจนไม่มีเงินไปประกันตัว รัฐบาลก็มาช่วยตรงนี้ ตราบใดที่รัฐบาลและทุกภาคส่วนเดินหน้าไปด้วยกัน ก็ไปด้วยกันได้ทั้งหมด เมื่อก่อนไม่มีการมาดูแลแบบนี้ วันนี้เลิกเสียทีวาทกรรมที่บอกว่า คนจนติดคุก

จากนั้นนายกฯ ได้เยี่ยมชมโครงการในกลุ่มยุติธรรมใส่ใจ (Justice Care) ซึ่งมีการติดตู้บริการอัตโนมัติ Kiosk ที่ใช้ติดตามผลเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ 77 จุดทั่วประเทศและแอพพลิเคชั่น Justice Care ที่นำเสนอสาระความรู้ผลการดำเนินงาน ซึ่งสามารถส่งขอความช่วยเหลือผ่านแอพพลิเคชั่น รวมถึงสายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 อีกด้วย โดยนายกฯ ได้ฟังเพลงแรปที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคดีความ การขึ้นโรง ขึ้นศาลที่ไม่มีใครต้องการ ขับร้องโดย บ๊อบบี้ นายนิติกร สิมาลี สมาชิกวง 3.50 พร้อมกันนั้นนายกฯ ได้ทดลองนำบัตรประชาชน เสียบผ่านเครื่องดังกล่าว ก่อนหันมาถามสื่อมวลชน ว่า มีใครมีคดีหรือไม่ ถ้ามีก็ไปร้องเรียนนะ ใครไม่มีเงินประกัน

'นายกฯ'ประชุมกก.ทรัพยากรน้ำย้ำต้องให้เกษตรกรมีน้ำใช้

    
 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศของโอมาน ทางโอมานให้ความสนใจเรื่องการใช้ยางพาราสร้างถนน ก็ควรจะประสาน ความร่วมมือ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเรา นอกจาก โอมานแล้ว ยังมีนานาประเทศให้เกียรติประเทศไทย และเชื่อมั่นในการทำงานที่ผ่านมา ด้วยศักยภาพและความร่วมมือ จะทำให้ไทย มีโอกาสหาช่องทาง ต่อยอดได้อีกมากเช่น การส่งออกสินค้าเกษตร การบริหารจัดการน้ำ การค้าขายระหว่างกัน การสาธารณสุข รวมไปถึงเรื่องของการทำประมง ซึ่งโอมาน กำลังทำแผน 2040 เช่นเดียวกับไทย ที่มีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและโอมานก็ยังมีแผนพัฒนาทุก 5 ปีเช่นเดียวกันด้วย นี่คือสิ่งที่โลกกำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน

ทำเป็นเล่นไป!คนวัยทำงานชอบนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย

    
 

12 มี.ค.62-  ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เปิดใจคนวัยทำงาน กับ นโยบายกัญชา กรณีศึกษาประชาชนคนวัยทำงานทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,116 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง วันที่ 1 – 11 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.6 ระบุควรหยุดต่างชาติ เป็นเจ้าของกัญชาไทย ในขณะที่เพียงร้อยละ 9.4 ระบุไม่ควรหยุด

ที่น่าสนใจคือ กลุ่มคนวัยทำงานผู้ชาย ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 58.5 เห็นด้วยกับ นโยบาย กัญชาของพรรคภูมิใจไทย มากกว่า ผู้หญิงที่มีอยู่ร้อยละ 43.2 และเมื่อเปรียบเทียบกับ อาชีพกลุ่มต่าง ๆ พบว่า กลุ่มเกษตรกร เกินครึ่งหรือร้อยละ 51.8 เห็นด้วยกับ นโยบาย กัญชา ของพรรคภูมิใจไทย ในขณะที่ กลุ่มพนักงานเอกชนมีสัดส่วนสูงที่สุดคือ ร้อยละ 71.4 เห็นด้วยกับ นโยบายกัญชา ของพรรคภูมิใจไทย และที่น่าสนใจคือ นักศึกษา ครึ่ง ครึ่ง คือร้อยละ 50.0 และกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐร้อยละ 61.5 เห็นด้วย กับนโยบายกัญชา ของพรรคภูมิใจไทย

นอกจากนี้ เมื่อสอบถามความเห็นต่อ นโยบาย กัญชา เปรียบเทียบระหว่าง นโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย กับ พรรคอื่น พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.5 ระบุ นโยบายกัญชา ของพรรคภูมิใจไทย จริงใจช่วยเหลือเกษตรกร และประชาชนผู้มีรายได้น้อย ตามแนวปลูกกัญชาพารวย รองลงมาคือ ร้อยละ 13.3 ระบุ นโยบาย กัญชา ของพรรคอื่น ก็จริงใจช่วยเหลือเกษตรกร ร้อยละ 7.7 ระบุ นโยบาย กัญชา ของพรรคอื่น เอาใจกลุ่มนายทุนใหญ่ นายทุนต่างชาติ ครอบครอง กัญชาไทย และร้อยละ 5.5 ระบุ อื่น ๆ ตามลำดับ

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า จากผลวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าประชาชนส่วนใหญ่กังวลและเป็นห่วงว่า นโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาจะเอื้อต่อชาวต่างชาติที่จะอาศัยกฎหมายของประเทศไทยและการเอื้อประโยชน์ของผู้ใหญ่บางคนในรัฐบาลที่ผ่านมาทำให้คนไทยหมดสิทธิจะเป็นเจ้าของกัญชาไทย แต่เมื่อถามถึงนโยบาย กัญชาของพรรคภูมิใจไทยกลับพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ทุกกลุ่มอาชีพสนับสนุนนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทยเพราะจะทำให้คนไทยทั้งประเทศเป็นเจ้าของโดยไม่ปล่อยให้เป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลที่ผ่านมาที่ไปเอื้อประโยชน์กลุ่มนายทุนต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของกัญชาไทย ดังนั้น แนวนโยบาย กัญชา ของพรรคภูมิใจไทยจึงโดดเด่นขึ้นมาสอดคล้องกับกลุ่มคนไทยที่ต้องการปกป้องรักษาสมบัติชาติของไทยและของลูกหลานคนไทยสืบต่อไป.

'เสี่ยหนู'ฮึ่ม!'กกต.-คสช.'อย่าจุ้นนโยบายกัญชา เพราะจะเกิดหลังมีรัฐบาลของประชาชน

    
 

12 มี.ค.62-  นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ กกต.ตรวจสอบนโยบายกัญชาของฝ่ายการเมืองว่า กกต.เป็นองค์กรอิสระ ทำไมต้องไปให้ใครบอกว่าท่านต้องมาตรวจสอบคนนี้คนนั้น นโยบายของพรรคเรา เกิดจากการศึกษาและปฏิบัติตามกรอบทุกประการ ที่สำคัญ ได้เสนอกับ กกต.แล้ว ตรวจสอบแล้วว่าหาเสียงได้ 

ทั้งนี้ คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน คิดแต่ความอยู่ดีกินดีของประชาชน เกิดเรื่องแบบนี้ก็ดี พี่น้องจะได้เห็นความสวยงามของประชาธิปไตย เพราะจะได้รู้ว่าคนที่เข้ามาด้วยเสียงพี่น้องประชาชน เขาทำเพื่อประชาชน ต่างจากคนที่เข้ามาด้วยวิธีการอื่นที่จะไม่เข้าใจพี่น้องประชาชนต้องการอะไร

บิ๊กจินกระทุ้งกกต. จับตา'กัญชาเสรี' ภท.ฟุ้งรัฐรวยเละ

    
 

    เมื่อวันที่ 11 มี.ค. พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงนโยบายปลูกกัญชาเสรีว่า ช่วงที่ผ่านมามีหลายพรรคการเมืองเริ่มนำเสนอนโยบายเกี่ยวกับกัญชา ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งนโยบายนี้นอกจากทีมงานของพรรคจะช่วยกันผลักดันแล้ว ยังมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ที่เป็นกำลังสำคัญทำหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่เดินหน้าประชาสัมพันธ์ตั้งแต่มีการเปิดนโยบายนี้ออกมา ซึ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการอธิบายบอกกล่าวนโยบายนี้ ไม่ว่าจะเป็นเวทีไหนเลขาธิการพรรคไม่ปฏิเสธที่จะไปอธิบายด้วยตัวเอง 
    "นโยบายปลูกกัญชาเสรีนี้ ท่านเลขาฯ ได้อธิบายอย่างละเอียดทุกแง่มุมไว้ในคลิปสั้นๆ แค่ 8 นาที  ทำให้คนที่ยังไม่เข้าใจหรือมีข้อสงสัยสามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ โดยพี่น้องประชาชนสามารถเข้าไปรับฟังและชมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=pTpQcVcf1d0&feature=youtu.be ซึ่งเป็นคลิปที่ฟังง่ายเข้าใจได้ทันที" พ.อ.เศรษฐพงค์ระบุ 
    สำหรับคลิปดังกล่าวมีเนื้อหาอธิบายตั้งแต่หลักคิดของนโยบาย ที่ว่ากัญชาต้องเป็นสมบัติของพี่น้องประชาชน สิ่งที่พรรคจะทำนั้นจะไม่มีคำถามกลับมาแน่นอน ว่าสุดท้ายแล้วเป็นการทำเพื่อกลุ่มทุนหรือต่างชาติ พรรคได้ศึกษาเรื่องนี้มานานเป็นอย่างดี จากต้นแบบที่แคลิฟอร์เนียซึ่งเขาทำ 3 อย่าง คือ  1.การแปรรูปทางการแพทย์ คือการนำมาทำยา 2.การทำเชิงพาณิชย์ โดยมีการเก็บค่าธรรมเนียม มีใบอนุญาต มีการเปิดให้ขายเสรีภายใต้การควบคุมอย่างดี และ 3.การทำเพื่อประชาชน ด้วยการให้ประชาชนไปยื่นเรื่องขอปลูกได้บ้านละ 6 ต้น มีค่าธรรมเนียมต้นละ 1 ดอลลาร์ ซึ่งสามารถทำรายได้ให้กับมลรัฐของเขาได้ถึง 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว เป็นการเพิ่มรายได้เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมาก
    พ.อ.เศรษฐพงค์กล่าวว่า จากต้นแบบที่พรรคศึกษามานั้น เราทำเพิ่มเติมจากแคลิฟอร์เนียโมเดล  โดยการเพิ่มแพทย์แผนไทยเข้าไปด้วย เพราะตำรับยาแผนไทยที่ทำมีกว่า 200-300 ตำรับ แต่ปัจจุบันทางราชการรับรองเพียงแค่ 20 ตำรับยาเท่านั้น พรรคภูมิใจไทยศึกษามาอย่างรอบคอบ มีแผนหมดแล้ว ทั้งการดำเนินการเชิงการแพทย์ เชิงพาณิชย์ การควบคุม รวมถึงด้านกฎหมาย ซึ่งหากพรรคได้ไฟเขียวพี่น้องประชาชน พร้อมใจกันโหวตให้เราได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราสามารถทำนโยบายปลูกกัญชาเสรีได้ทันที โดยสามารถทำให้แล้วเสร็จได้ภายในเวลา 9-24 เดือน หรือประมาณ 2 ปีที่จะได้ผลสำเร็จสมบูรณ์และยั่งยืน 
     "หากเริ่มต้นรัฐบาลช่วงเดือน ก.ค.62 ดังนั้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 นโยบายปลูกกัญชาเสรีของเราจะดำเนินการได้สำเร็จตามเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ และเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืน โดยมีประชาชนกว่า 30 ล้านครัวเรือนจะได้ประโยชน์ ที่สำคัญหากเราทำได้ตามต้นแบบที่วางไว้ รัฐบาลจะเก็บรายได้เข้ารัฐได้ประมาณ 3 แสนล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว" โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าว
บี้ กกต.จับตาหาเสียงกัญชา
    ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองใช้นโยบายกัญชาเสรีหาเสียงว่า คำว่าเสรีหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าสามารถทำได้โดยไม่มีการควบคุม โดยนำกัญชาไปใช้ด้านใดก็ได้ จึงอยากให้พิจารณาว่านโยบายเปิดให้ใช้กัญชาเสรีในการหาเสียงมีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ แต่เท่าที่เห็นมีเงื่อนไขบางส่วนที่ต้องศึกษา โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ จะพิจารณาและชี้แจงให้ทราบ ทั้งนี้การหาเสียงเป็นนโยบายของพรรคการเมืองที่มีคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ดูแล จึงอยากให้ กกต.เข้าไปดูแลเรื่องการหาเสียงในเรื่องดังกล่าวด้วยว่า อะไรที่ยังไม่นำไปสู่การปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมได้แต่ติดตามความเคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน
    ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยหาเสียงที่ อ.ชนแดน จากนั้นเดินทางไปยัง อ.บึงสามพัน เพื่อช่วยนายกิตติคุณ นาคะบุตร ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย โดยได้รับความสนใจจากประชาชนหลายพันคน
    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนยังเข้าใจว่าอดีต ส.ส.ที่เคยอยู่กับพรรค ยังลงสมัครรับเลือกตั้งในนามเพื่อไทย จึงขอให้ประชาชนทำความเข้าใจและเลือกบุคลากรที่ยืนหยัดอุดมการณ์ร่วมกับพรรค และจะอาสากลับมาพลิกฟื้นเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคาข้าวจะต้องไม่ต่ำกว่า 12,000 บาทต่อตัน ราคาอ้อยจะต้องไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อตัน ราคามันจะต้องไม่ต่ำกว่า 2.50 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งหมดจะใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน ซึ่งเป็นคำมั่นของพรรคเพื่อไทย จึงขอให้ประชาชนอดทน จะช่วยประชาชนที่ทุกข์ยากมาตลอด 4-5 ปี 
    "พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับคนรากหญ้าเกษตรกร และไม่สามารถปล่อยให้ประชาชนต้องลำบาก ดังนั้น 24 มี.ค.ขอให้ออกมาเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะถล่มทลาย เพราะกติกาการเลือกตั้งมีการเปลี่ยนแปลง บัตรเลือกตั้งจะเหลือเพียงใบเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังมี ส.ว. 250 คนคอยสนับสนุนผู้มีอำนาจให้กลับมาอยู่ต่ออีก 4-8 ปี กระเป๋าเรายังไม่ตุงแต่กระเป๋าลุงมี ส.ว. 250 เสียงแล้ว จึงไม่สามารถเกรงใจใครได้ จะเป็นเพียงโอกาสเดียวที่ช่วยให้พี่น้องออกจากปัญหาความทุกข์" คุณหญิงสุดารัตน์ระบุ
    ส่วนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นหาเสียงช่วยนายประพนธ์ เนตรรังษี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 6 ที่ตลาดสายหยุด ชุมชนนิคมรถไฟมักกะสัน (บ้านพักรถไฟ) โดยนายชัชชาติและคณะได้นั่งจิบกาแฟและพูดคุยกับชาวบ้าน ผู้นำชุมชน เพื่อสอบถามถึงปัญหาโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ จากนั้นนายชัชชาติเปิดเผยว่า พ่อค้าแม่ค้าบ่นถึงปัญหาปากท้องและปัญหาการเดินทาง นอกจากนี้ชาวบ้านยังกังวลเรื่องของพื้นที่ซึ่งเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในอนาคตหากเราได้เป็นรัฐบาลจะทำการสำรวจพื้นที่ในเมืองทั้งหมด เพื่อมาทำเป็นที่อยู่อาศัยให้คนที่มีรายได้น้อยได้มีบ้านใกล้ที่ทำงาน 
    ขณะที่นายอนุชา นาคาศัย กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงภาพรวมการลงพื้นที่ภาคอีสานว่า การลงพื้นที่ของพรรคพลังประชารัฐประสบความสําเร็จเป็นอย่างมาก และได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนเกินความคาดหมาย ซึ่งเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเกิดเซอร์ไพรส์กับพรรคพลังประชารัฐอย่างแน่นอน โดยเฉพาะนโยบายต่างๆ ที่ประชาชนชื่นชอบไม่ว่าจะเป็นบัตรประชารัฐ สินค้าเกษตร  มารดาประชารัฐ พักชำระหนี้กองทุนหมู่บ้าน 3 ปี ซึ่งเป็นนโยบายที่โดนใจประชาชนส่วนมาก เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนได้อย่างแท้จริง 
โต้ พท.หมดมุกสู้ พปชร.
    ส่วนที่พรรคเพื่อไทยออกแคมเปญ เอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋าคืนมานั้น เป็นวาทกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยที่ไม่รู้จะสู้อะไรกับพรรคพลังประชารัฐแล้ว เนื่องจากนโยบายปัจจุบันสู้พรรคพลังประชารัฐไม่ได้ คงคิดได้แต่เพียงวาทกรรมทางการเมืองที่จะมาเอาชนะกัน ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องประชาชนรู้ทันและจะชื่นชอบพรรคที่เสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ ซึ่งตอนนี้พรรคเพื่อไทยกำลังเดินหลงทาง
    นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ได้เดินทางมาช่วยหาเสียงให้นางชมพูนุท นาครทรรพ ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 1 โดยเดินปราศรัยและพบปะแม่ค้าพ่อค้า นักท่องเที่ยวและประชาชนภายในตลาดท่าเสด็จ ก่อนจะขึ้นรถปราศรัยไปตามถนนมีชัยและถนนประจักษ์ศิลปาคมที่เป็นถนนสายหลักในเขตเทศบาลเมือง ไปสิ้นสุดที่วัดโพธิ์ชัยและเข้ากราบสักการะหลวงพ่อพระใส พระคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย ก่อนจะเดินทางไปช่วยลูกพรรคหาเสียงที่จังหวัดอุดรธานีต่อไป ทั้งนี้นายชวนได้ขอให้ชาวหนองคายเลือกคนดีของพรรคประชาธิปัตย์อีกคน เหมือนที่เคยเลือกนายทรงพล  โกวิทศิริกุล ซึ่งปัจจุบันไปเล่นการเมืองท้องถิ่น
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ จ.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดเวทีปราศรัยเพื่อช่วยหาเสียงให้นายสุชีน เอ่งฉ้วน ผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ เขต 2 บุตรชายของนายอาคม เอ่งฉ้วน โดยนายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส.ส.กระบี่หลายสมัยร่วมขึ้นเวทีปราศรัยด้วย พร้อมฝาก น.ส.พิมพ์รพี  พันธุ์วิชาติกุล บุตรสาวที่เป็นผู้สมัครในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 24 และระบุด้วยว่าตนเองกับนายอาคมได้จับมือกันแล้ว 
    นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พร้อมแกนนำพรรคลงพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อช่วยนายวรชัย ชัยพิชญากุล ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ยะลาหาเสียง โดยได้พบปะกับกลุ่มผู้สูงอายุในชมรมไท้เก๊ก ที่ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก อ.เบตง, ผู้ค้าที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง เป็นต้น
    น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค, นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค และคณะเดินทางไปยัง  จ.จันทบุรี โดยเข้าสักการะศาลหลักเมืองจันทบุรีและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนจะขึ้นรถแห่ไปคลองภักดีรำไพ ผ่านชุมชนคาทอลิกและตลาดน้ำพุ แล้วจึงลงเดินพบปะประชาชน โดย น.ส.กัญจนา ระบุว่า พรรคชาติไทยพัฒนามีนโยบายที่จะทำให้เกษตรกรที่ปลูกผลไม้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่สูง รวมทั้งมีนโยบายแก้ไขปัญหาประมง และจะสนับสนุนการท่องเที่ยวในเชิงวิถีชีวิต  
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ น.ส.กัญจนาและคณะเดินหาเสียงอยู่ที่ตลาดน้ำพุในตัวเมืองจันทบุรี  บังเอิญได้เจอกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่มาหาเสียงให้ผู้สมัครของพรรคที่ จ.จันทบุรีด้วย ทั้งหมดได้แวะทักทายและถ่ายรูปร่วมกัน โดยต่างอวยพรให้อีกฝ่ายหนึ่งโชคดี จากนั้นแยกย้ายกันไปหาเสียงตามกำหนดการของพรรคต่อไป
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ กล่าวภายหลังขึ้นรถแห่หาเสียงและปราศรัยที่ตลาดสด อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ช่วยผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ของพรรคว่า ที่ผ่านมาประชาชนให้การตอบรับทุกหนทุกแห่ง ผสมกับความขยันขันแข็งของผู้สมัคร เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะหักปากกาเซียนในหลากหลายพื้นที่โดยเฉพาะในภาคอีสาน.

สองขั้วข้องใจ'มาร์ค' พท.ถามเอาพปชร.หรือไม่'เทือก'ทวงบุญคุณ

    
 

    เมื่อวันจันทร์ยังคงมีความต่อเนื่องกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)  ได้ประกาศจุดยืนว่าจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นนายกฯ ต่อ 
โดยที่ทำการพรรค ปชป. นายอภิสิทธิ์พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคได้แถลงจุดยืนอีกครั้งว่า ตามที่ได้ประกาศจุดยืนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์เพราะการสืบทอดอำนาจนั้น หลายฝ่ายยังตั้งคำถาม  ซึ่งก็ขอชี้แจงในประเด็นต่างๆ ประการแรกยืนยันเป็นการพูดในฐานะหัวหน้าพรรคและเป็นไปตามอุดมการณ์ของพรรค ดังนั้นจึงไม่ควรมีคำถามว่าเป็นจุดยืนของพรรคหรือไม่ ซึ่งการออกมาแสดงจุดยืนครั้งนี้ เพราะเราคิดว่าเป็นสิทธิ์ของผู้เลือกตั้งที่จะได้รับทราบจุดยืนของแต่ละพรรคการเมืองให้ชัดเจน ไม่ใช่ให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเลือกบนความเข้าใจแบบหนึ่ง แล้วสุดท้ายพรรคที่เลือกกลับไม่ได้ทำตามที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเข้าใจหรือคิด
    “หากสิ่งที่ผมประกาศทำให้เสียคะแนน ผมยินดี เพราะคิดว่ามันคือความเป็นธรรมสำหรับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งซึ่งสำคัญกว่า โดยประชาชนมี 3 ทางเลือก คือ ปชป., พรรคเพื่อไทย และพรรค พปชร. เพราะเรื่องที่สำคัญที่สุดในการเป็นรัฐบาลของ ปชป. ซึ่งขณะนี้เรามุ่งสู่การเป็นแกนนำรัฐบาลไม่ใช่พรรคร่วม  จึงต้องจัดตั้งรัฐบาลบนพื้นฐานของอุดมการณ์และนโยบาย และสิ่งที่แสดงจุดยืนออกไป 2 ครั้งชัดเจนว่าเราต้องการจัดตั้งรัฐบาลแบบไม่มีทุจริตและสืบทอดอำนาจ” นายอภิสิทธิ์กล่าว
    นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่า การประกาศจะมีปฏิกิริยาจากทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งกลับไปสู่การสร้างวาทกรรมเดิมๆ คือหากไม่เลือก พล.อ.ประยุทธ์ หมายถึงต้องจับมือกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งต้องขออนุญาตให้ทุกคนย้อนหลังดู เคยพูดแล้วว่าตราบเท่าที่พรรค พท.ไม่สามารถออกมาจากการครอบงำของกลุ่มคนเล็กๆ ที่มีผลประโยชน์กับประเทศ พรรคก็ไม่อาจร่วมงานด้วยได้ ที่สำคัญจนถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงการทำงานทางการเมืองของกลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายนี้ และอีกด้านหนึ่งก็ไม่ตกหลุมพรางของเครือข่ายระบอบทักษิณ ที่พยายามบีบเพื่อให้เราไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เขาถามว่าจะร่วมกับ พปชร.หรือไม่ ขอตอบให้ชัดอีกครั้งว่าหาก พปชร.ต้องการสืบทอดอำนาจ ปชป.ไม่ร่วมด้วย
    “ผมรู้สึกแปลกใจที่ยังมีกองเชียร์บอกว่าผมตอบไม่ได้ ตอบไม่ชัด ดังนั้นผมขอเปรียบเทียบกับคำตอบของพรรคอนาคตใหม่ที่ขึ้นเวทีดีเบตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และถูกถามว่าจะร่วมกับ พปชร.ได้ไหม  พรรคอนาคตใหม่ตอบว่าถ้า พปชร.จะบอกว่าโอเค เราไม่สืบทอดอำนาจ คสช. ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เรายังร่วมกับ พปชร.ได้เลย ทำไมเวลาผมพูดบอกว่าผมกั๊ก ถ้าเป็นเช่นนั้นผมก็มีอนาคตใหม่เป็นเพื่อน เพราะเป็นคำตอบเดียวกันบนเวทีดีเบต” นายอภิสิทธิ์กล่าว
       หัวหน้าพรรค ปชป.ยังกล่าวว่า ความขัดแย้งทางการเมืองในอนาคตที่จะทำให้เกิดมากที่สุด คือ การสืบทอดอำนาจ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จึงกลายเป็นศูนย์กลางเงื่อนไขความขัดแย้งที่ง่ายที่สุดหลังการเลือกตั้ง ซึ่งสิ่งที่ต้องบริหารจัดการประเทศต่อไปที่ต้องเอาอยู่ให้ได้คือฝ่ายการเมือง วันนี้น่าเป็นห่วง เพราะเส้นทางการดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไปของ พล.อ.ประยุทธ์พึ่งพาอยู่กับนักการเมือง เห็นชัดจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถควบคุมให้อยู่ในเส้นทางที่ตัวเองต้องการได้ ทั้งกรณี ส.ป.ก.ทองคำ,  นโยบายข้าว เคยบอกว่าไม่ควรทำ ทำไม่ได้ แต่วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์กลับต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านั้น ขัดกับความเชื่อและจุดยืนของท่าน
ลั่นพร้อมเป็นฝ่ายค้าน
    เมื่อถามว่าหากพรรค พท.หรือ พปชร.ได้เป็นรัฐบาล ตำแหน่งในรัฐสภาของ ปชป.จะคืออะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ไม่สนับสนุนคนโกงนำประเทศ และไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ซึ่งแน่นอนว่า ปชป.ก็ไม่ร่วม เป็นฝ่ายค้าน ยืนยันว่าพรรค ปชป.เป็นพรรคประชาธิปไตยสุจริต"
       และเมื่อถามว่า ปชป.ไม่ร่วมกับทั้งพรรค พท.และ พปชร. จะเป็นแกนนำในการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์แจงว่า "ขอให้ฟังให้ดี ประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลโดยจะเลือกพรรคที่ไม่ทุจริตและไม่สืบทอดอำนาจเช่น พปชร. ถ้า ปชป.เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลไม่มี พล.อ.ประยุทธ์แน่นอน เพราะไม่ได้เป็นทั้งสมาชิกพรรคและเป็น ส.ส. เป็นเพียงผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ  ซึ่งเท่ากับว่าถ้า ปชป.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนายกฯ ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งก็ต้องพิจารณาว่า พปชร.มีอะไรที่สืบทอดอำนาจหรือไม่ หรือขัดกับอุดมการณ์กับเราหรือไม่ ถ้ายังสืบทอดอำนาจก็ไม่ให้มาร่วม  โดยนิยามของการสืบทอดอำนาจคือตัวบุคคลและมรดกที่ขัดกับประชาธิปไตย ซึ่ง ปชป.ต้องเข้าไปจัดการอยู่แล้ว เช่น ประกาศ คสช., คำสั่ง คสช. เป็นต้น"
    ถามถึงวิธีการบริหารจัดการกับ ส.ส.ของพรรคหากไม่ปฏิบัติตามมติหรืออุดมการณ์ของพรรค นายอภิสิทธิ์กล่าวอย่างมั่นใจว่า พวกเขาจะรักษาจุดยืนของพรรคและสนับสนุนสิ่งที่ประกาศไว้กับประชาชน  และถึงแม้ไม่ได้อยู่ในฐานะหัวหน้าพรรค พรรคก็ควรต้องยังทำแบบนั้น เพราะเป็นเรื่องอุดมการณ์ของพรรค ใครที่ไม่รักษาอุดมการณ์ของพรรคถือว่าขัดข้อบังคับของพรรค ซึ่งก็ต้องดำเนินการ 
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีนายอภิสิทธิ์ประกาศไม่สนับสนุน โดยได้โบกมือและมีสีหน้ายิ้มแย้มกับสื่อ และเมื่อถามถึงกรณีเผยแพร่ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ในหลายอิริยาบถที่แสดงความเป็นกันเองนั้นต้องการสื่อสารอะไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า "ต้องการแสดงถึงตัวตนของฉันจริงๆ"  และเมื่อถามย้ำว่า คิดว่าภาพที่ออกมาใช่ตัวตนของตัวเองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ยกนิ้วทำท่าสัญลักษณ์เก๊กหล่อ พร้อมกล่าวทันทีว่า "ใช่สิ ฉันทะเลาะกับเธอเท่านั้นแหละ ไม่ทะเลาะกับคนอื่น" 
    ต่อมาในช่วงเย็น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังเดินทางมารับฟังการบรรยายของผู้แทนพิเศษระหว่างประเทศ เรื่องการเปลี่ยนแปลงโลก บรรยายโดย Mr.Salim Ismail ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า สัญญาว่าจากนี้ต่อไปไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่คิดว่าต้องมีคนที่ต้องนำพาประเทศชาติไปตรงโน้น ไปด้วยความรับผิดชอบ ด้วยจิตสำนึก ด้วยเป็นหน้าที่ ไม่ใช่เข้ามาทำอะไรต่างๆ สักอย่างด้วยวัตถุประสงค์อื่น
เมื่อถามว่าคำสัญญาของนายกฯ หมายความว่า ถ้าวันข้างหน้าได้กลับมาเป็นนายกฯ แสดงว่าจะมีทีมรัฐมนตรีที่คัดสรรมาอย่างดี พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า พยายามบอกว่าถ้าอยากทำต้องทำให้สำเร็จ ทีมที่จะมาทำงานก็ต้องคัดสรรหา ไม่ใช่เอาทีมเดิมทั้งหมดได้ที่ไหน ต้องคัดสรรมาใหม่ ต้องมาจากการเมือง  ก็ต้องว่ากันมา อาจต้องมองเก่าผสมใหม่บ้าง เพราะต้องการให้คนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ไปด้วยกัน
ถามว่านายกฯ พูดว่าในสนามรบต้องชนะเท่านั้น แพ้ไม่ได้ในเวทีหมายถึงอะไร นายกฯ กล่าวว่า ต้องทำให้สำเร็จ ต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาจะสั่งให้กลับหรือไม่ ถ้าผู้บังคับบัญชาดูแล้วไม่คุ้มค่า แต่ถ้าอยู่แนวรบข้างหน้า ภารกิจแรกถ้าไม่สำเร็จก็ต้องทำให้สำเร็จ แต่ถ้าเขาเสี่ยงแล้ว ผู้บังคับบัญชาข้างหลังพิจารณาแล้วว่าเป็นการเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า เขาอาจสั่งถอนก็ได้ ตนเองก็ต้องถอน เชื่อมั่นในตรงนี้ในสายบังคับบัญชาที่ชัดเจน ลูกน้องต้องปลอดภัยให้มากที่สุด
    เมื่อถามว่า นายกฯ คิดอย่างไรที่ตอนนี้นักการเมืองให้เลือกจุดยืนระหว่างฝั่งเผด็จการกับประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าธรรมดาๆ ปล่อยเขาเถอะ และเมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่นักการเมืองใช้ยุทธศาสตร์หาเสียงไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ กล่าวว่า "ผมไม่สนใจ"
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวเรื่องนี้สั้นๆ ว่า "ไม่เป็นไรก็ว่าไป" 
    ขณะที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้า พปชร.มองว่า เป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งเพื่อหวังคะแนนจากประชาชน และเป็นคำพูดที่ใจแคบ เพราะหากต้องการสืบทอดอำนาจก็ไม่จำเป็นจะต้องให้มีการเลือกตั้งหรือเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยอย่างวันนี้ 
    นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร.กล่าวว่า ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนหลายสำนักสะท้อนว่าความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์เหนือกว่าผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ของพรรคอื่นๆ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ และที่สำคัญผู้ที่จะตัดสินว่าจะให้ใครเป็นนายกฯ คือเสียงของประชาชนในการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.นี้ ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ไม่ควรไปคิดแทนประชาชน
'ตระกูลเพื่อ-อนค.' ยังข้องใจ
    ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค พท.ระบุว่า ต้องถามนายอภิสิทธิ์ว่าที่ไม่เอาพรรค พท.เด็ดขาด หมายความว่าจะเอาพรรค พปชร.ใช่หรือไม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์และพรรค ปชป.ต้องเลือกเพราะมันไม่มีฝ่ายเป็นกลางในสภา 
    “คุณอภิสิทธิ์ต้องตอบให้ชัดถ้าพลังประชารัฐชนะจัดตั้งรัฐบาลได้ คุณอภิสิทธิ์จะร่วมกับพลังประชารัฐใช่หรือไม่ เพราะคุณอภิสิทธิ์บอกว่าไม่ร่วมกับเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ต้องตอบให้ชัดอย่ากั๊ก เพราะมันเสียโอกาสประชาชน พอไม่ชัดเจนประชาชนไม่เข้าใจ คิดว่าคุณไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่เอาพลังประชารัฐร่วมกับพลังประชารัฐได้ใช่หรือไม่ จึงขอให้ประชาธิปัตย์ตอบให้ชัดอย่าหวังเพียงแค่คะแนนก่อนเลือกตั้ง บอกว่าไม่ร่วมกับเพื่อไทยเราขอบคุณ เพราะเราก็ไม่ร่วมกับคุณ" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พท.กล่าวทำนองเดียวกันว่า หัวใจไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์  ซึ่งนายอภิสิทธิ์ควรมีจุดยืนว่าจะร่วมกับ พปชร.หรือไม่ ไม่ใช่อยู่ที่ตัวบุคคล ควรเน้นที่ตัวพรรคมีอุดมการณ์ว่าเป็นอย่างไร แต่ก็เป็นสิทธิ์ของนายอภิสิทธิ์ที่จะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่จะสนับสนุน พปชร.หรือไม่เป็นสิ่งที่ประชาชนจะตั้งคำถาม 
    น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่าได้ฟังการแถลงข่าวของ ปชป.แล้วยังมีคำถามที่น่าสนใจว่า 1.พรรค ปชป.จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ พปชร.เท่านั้นใช่หรือไม่ และ 2.ในการจับมือกับพรรค พปชร.ก็เพื่อที่จะให้ พปชร.สนับสนุนเป็นนายกฯ โดยอาศัยกระแสการต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ใช่หรือไม่ จึงพยายามตัดตอนเรื่องสืบทอดอำนาจ คสช.เท่ากับ พล.อ.ประยุทธ์คนเดียวเท่านั้น  โดยไม่พูดถึง พปชร. ซึ่งสำหรับ อนค.เราย้ำชัดเจนว่าการปฏิเสธการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ไม่ใช่เพียงปฏิเสธ พล.อ.ประยุทธ์ แต่หมายถึงปฏิเสธพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง ระบบการเมืองและกลไกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ 2560 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หรือแม้แต่ ส.ว. 250 คนด้วย
     นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ (พ.ช.) กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์เป็นนักการเมืองมานาน เขาย่อมได้กลิ่นอายว่าประชาชนขณะนี้คิดอย่างไรต่อ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะฉะนั้นเขาคงชั่งน้ำหนักแล้ว แต่ว่าพรรค พ.ช.อยู่ในซีกฝ่ายประชาธิปไตย ได้ตัดสินใจมาตั้งแต่ต้นและก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยคือว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ 
    นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคการเมืองอื่นที่จะแสดงความคิดเห็น แต่จุดยืนของพรรคยืนยันว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ต่อไป
'กำนัน' ไม่เกรงใจเช่นกัน
    ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า "หมดเวลาเกรงใจกันแล้ว ก็เป็นที่ชัดเจนกันซะทีหลังได้เห็นคลิปและจดหมายของหัวหน้าพรรค ปชป. ที่ประกาศออกมาแบบไม่แทงกั๊กแล้ว ว่าจะไม่ขอสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อแน่นอน ซึ่งเคารพในการตัดสินใจครั้งนี้ แต่ก็เสียดายในฐานะคนคุ้นเคยที่เคยร่วมในอุดมการณ์เดียวกันมาอย่างยาวนาน 
    เมื่อพรรค ปชป.เลือกข้างแล้ว  ผมก็เห็นข้อดี คือจะทำให้พี่น้องมวลมหาประชาชนที่เคยออกมาชุมนุมที่เคยเสียสละ เสียเลือด เสียเนื้อ บาดเจ็บล้มตาย เพราะมีอุดมการณ์ร่วมกัน คนที่เคยเลือกประชาธิปัตย์มาตลอดชีวิตเหมือนผม ตัดสินใจชัดเจน ประกาศหนุน พล.อ.ประยุทธ์แบบไม่ต้องเกรงใจด้วยเช่นกัน” 
    ก่อนหน้านี้ในช่วงค่ำวันที่ 10 มี.ค. นายสุเทพได้ปราศรัยที่สวนพระนารายณ์ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงาถึงกรณีนี้ว่า นายทักษิณประกาศว่าฝ่ายประชาธิปไตยต้องมารวมพลังกันต่อสู้เผด็จการทหาร นี่คือวาทกรรมทางการเมือง มันไม่ใช่ นี่คือการต่อสู่ระหว่างพวกเอาทักษิณกับไม่เอาทักษิณ ตนเองอยู่ในพรรค  ปชป. 37 ปี เป็นเลขาธิการพรรค เป็นผู้บริหารพรรคคนสำคัญคนหนึ่ง และบอกกับพี่น้องตรงว่าเป็นคนทำให้นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ ถ้าไม่ใช่ตนเองไม่รู้ว่าชาติหน้าจะได้เป็นนายกฯ หรือไม่ 
    “วันนี้อภิสิทธิ์มาประกาศแล้วเขาไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ผมก็ข้องใจ อยากจะถามอภิสิทธิ์ว่า ตกลงยืนข้างเดียวกับทักษิณเต็มตัวแล้วใช่มั้ย นี่แสดงว่าถ้าฝ่ายทักษิณเทคะแนนให้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ  เอาทันทีใช่มั้ย นี่แสดงว่าอาจอยากจะเป็นนายกฯ มึงลืมพวกกูที่ถูกฆ่าไปแล้วใช่มั้ย” นายสุเทพปราศรัย
    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป.ยอมรับว่า เป็นความสำเร็จของนายสุเทพในการผลักดันนายอภิสิทธิ์จริง แต่เมื่อสถานการณ์เดินมาขนาดนี้สิ่งที่หัวหน้าพรรค ปชป.ทำก็เป็นหลักและอุดมการณ์ของพรรค ซึ่งถ้านายสุเทพยังอยู่ในพรรคก็คงพูดเหมือนหัวหน้าพรรค ดังนั้นเราไม่ขอตอบโต้
    นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ตั้งข้อสังเกตว่า คำพูดของนายอภิสิทธิ์เป็นความเห็นของคนทั้งพรรคและเป็นมติหรือไม่ เพราะหากถึงเวลาต้องร่วมรัฐบาลจริงๆ หากพรรคมีมติไม่ตรงกับนายอภิสิทธิ์ก็ต้องออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคก็ได้ ทำให้คำพูดนายอภิสิทธิ์ขาดความน่าเชื่อถือไปมาก
    นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรค ทษช.กล่าวเช่นกันว่า ปชป.ต้องการปลุกกระแสพรรคช่วงโค้งสุดท้าย จึงประกาศไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่การที่รับว่าพร้อมร่วมมือกับพรรค พปชร.เป็นเรื่องย้อนแย้ง เพราะพรรคนี้เป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจ จึงไม่รู้แปลว่าอะไร ถ้าจะให้ตีความง่ายๆ คือไม่ยอมให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ แต่อยากให้อำนาจเผด็จการอุ้มตัวเองเป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ การเดินแต้มนี้ถือว่าไม่ธรรมดา กะว่าจะได้ทุกมุม ไม่เห็นแก่เสียเลย เห็นแก่ได้อย่างเดียว.

ศาลเลื่อนอ่านฎีกา'จตุพร'ฟ้อง'วัชระ-เมธี'หมิ่นโกงเงินเสื้อแดง ทนายเผยประธานนปช.เตรียมถอนฟ้อง!

    
 

12 มี.ค.62 - ที่ห้องพิจารณา 904 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำที่ อ.3910/2553 ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเมธี อมรวุฒิกุล อดีตแนวร่วม นปช. และอดีตดารานักแสดงชื่อดัง, บริษัท นสพ.แนวหน้า จำกัด, นายโชคชัย สุมน, นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์, บริษัท เอ็นเอส ทีนิวส์ จำกัด, บริษัท เอเอสทีวีผู้จัดการ จำกัด และนายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ 332 

กรณีเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2553 นายเมธีแถลงข่าวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ทำนองว่านายจตุพรอมเงินบริจาคของคนเสื้อแดงจำนวน 68 ล้านบาท และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับผู้หญิงบนชายหาดเมืองพัทยา รวมทั้งกล่าวหาว่านายจตุพรโทรศัพท์ขู่ฆ่าจำเลย ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี

ต่อมาโจทก์และจำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 ม.ย. 2559 เห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิด แต่ก็มีเหตุอันควรปรานี เมื่อไม่ปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 1 ได้กลับตัว การใช้ดุลพินิจกำหนดโทษของศาลชั้นต้นโดยรอการลงโทษจึงเหมาะสมแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงปรากฏตามทางนำสืบว่า นายวัชระ จำเลย ที่ 4 ได้คัดลอกคำให้สัมภาษณ์ของนายเมธี จำเลยที่ 1 มาใส่ในบทความโดยมีข้อความที่นายเมธีกล่าวหมิ่นประมาทโจทก์รวมอยู่ด้วยโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่นอนเสียก่อน และมิได้คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์ มิใช่การติชมด้วยความเป็นธรรมโดยสุจริต จึงมีความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์โดยการโฆษณา

ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และ 4 มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ตาม ป.อาญามาตรา 328 ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 1 แสนบาท คำเบิกความเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือน ปรับคนละ 66,666 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 2 ปี และให้จำเลยที่ 1 และ 4 ร่วมกันลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับ เป็นเวลา 3 วัน ส่วนจำเลยที่ 2, 3, 6 และ 7 ให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น

คดีนี้มีจำเลยที่ 4 นายวัชระยื่นฎีกาสู้คดีเพียงคนเดียว วันนี้นายวัชระ จำเลยส่งทนายความผู้รับมอบอำนาจเดินทางมาศาล โดยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ออกไป ก่อนเนื่องจากจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ติดหาเสียงช่วยพรรค ซึ่งฝ่ายโจทก์ไม่คัดค้าน

ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนการฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปเป็นวันที่ 15 พ.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม นายสุภาพ เพชรศรี ทนายความของนายจตุพร โจทก์ เปิดเผยถึงคดีนี้ว่า นายจตุพรได้มีการพูดคุยไกล่เกลี่ยกับนายวัชระ เพื่อจะถอนฟ้องให้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ศาลอาญาก็ได้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.4977/2555 ที่นายวัชระ เป็นโจทก์ฟ้องนายจตุพร กับพวกแกนนำ นปช. ในข้อหาหมิ่นประมาทอีกกรณีออกไปก่อนเช่นกัน เนื่องจากนายวัชระได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดี

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 
 ...................................................................
 
12 มีนาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน