*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3460
  • จำนวนผู้ชม : 2285116
  • จำนวนผู้โหวต : 510
  • ส่ง msg :
  • โหวต 510 คน
<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 13 มีนาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 234 , 20:22:07 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         พรรคเพื่อไทยนำโดย 'หญิงหน่อย' จะส่ง 'ลุงตู่' กลับบ้าน แต่อุบไต๋ไม่ได้บอกว่าจะเอาทักษิณกลับบ้าน พักนี้หนีบเอา 'โอ๊ก'

เงาภาพ 'ทักษิณ' พ่อของเขาเองตระเวณไปด้วยกันทุกหนแห่งทีเดียว ส่วนแฟนคลับ 'คนดูไบ' ก็แห่แหนต้อนรับกันอึงคนึงไปเลย


 ลุ้นอยู่นะ 'หญิงหน่อย'

สปน.เปิดจองเสื้อโปโลสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก27มี.ค.นี้

สปน.เปิดจองเสื้อโปโลสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก27มี.ค.นี้

วันพุธ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562, 19.27 น.

13 มี.ค.62 นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จัดทำเสื้อสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์ฯ เป็นต้นแบบ เพื่อรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนได้สวมใส่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี ในช่วงพระราชพิธีอันเป็นมหามงคลยิ่ง ระหว่างเดือน เม.ย. - ก.ค.62 นั้น

บัดนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดทำเสื้อโปโลสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์ฯ ซึ่งเป็นเสื้อต้นแบบของรัฐบาล เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดจำหน่ายให้แก่ประชาชน ตั้งแต่วันพุธที่ 27 มี.ค.62 เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 09.00 - 14.00 ณ เรือนพอเพียง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยจำหน่ายในราคาตัวละ 290 บาท รวมทั้งเปิดให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน สั่งจองเสื้อโปโลสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์ฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสั่งจองเสื้อโปโลสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์ฯ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (www.opm.go.th)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองการเจ้าหน้าที่ และร้านค้าสวัสดิการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โทร 0-2283-4275-8 ,
0-2283-4281-7 และ 0-2283-4764-5

ทั้งนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน แต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง ระหว่างเดือน เม.ย. - ก.ค.62 เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี โดยพร้อมเพรียงกัน

 
 
 
 
 
ปลุกแดงคืนชีพ! เปิด 3 ภารกิจสุดท้าย'ไล่คสช.-ส่งประยุทธ์'กลับบ้าน

ปลุกแดงคืนชีพ! เปิด 3 ภารกิจสุดท้าย'ไล่คสช.-ส่งประยุทธ์'กลับบ้าน

วันพุธ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562, 19.16 น.

13 มี.ค.62 ที่ชั้น 5 อาคารอิมพีเรียล ลาดพร้าว พรรคเพื่อชาติ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมแกนนำพรรค แถลงข่าวเรียกร้องมวลชนเสื้อแดงลุกออกจากบ้านไปใช้สิทธิ์เลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยในวันเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:เกมนี้แพ้ไม่ได้!'จตุพร'ปลุกเสื้อแดงลุกขึ้นมา'กาบัตร'สู้ฝ่ายกปปส.ไล่'บิ๊กตู่'กลับบ้าน)

โดยนายอารีย์ ไกรนรา รองหัวหน้าพรรค ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อชาติ พร้อมด้วย ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรค แถลงข่าวประกาศ" 3 ภารกิจฝ่ายประชาธิปไตยส่งประยุทธ์กลับบ้าน"

โดยนายอารีย์ กล่าวว่า นับจากนี้โค้งสุดท้ายเลือกตั้งเหลืออีก 10 วัน พรรคจะจัด 3 ภารกิจสุดท้าย โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14-23 มี.ค.นี้ พรรคจะลงพื้นที่ทั่วประเทศ แบ่งหน้าทีหาเสียงโค้งสุดท้ายที่กทม. ใต้ เหนือ และอีสาน

ด้านดร.รยุศด์ กล่าวถึงรายละเอียด 3 ภารกิจสุดท้ายว่า ประกอบด้วย ภารกิจแรก ชื่อ “ภาระกิจฝ่ายประชาธิปไตยส่งประยุทธ์กลับบ้าน” จัดที่วงเวียนใหญ่ 19 มี.ค. ซึ่งพรรคการเมืองจะร่วมมือกันในการส่งประยุทธ์กลับบ้าน เพื่อชี้แจงวิธีการส่งให้กลับบ้าน ไปเลี้ยงลูกหลานที่บ้าน ถัด 20 มี.ค.ไปสมุทรปราการ และลงใต้ที่ ตรัง สตูล วันที่ 21 มี.ค.

สำหรับภารกิจที่สอง ในวันที่ 22 มี.ค. ตั้งเวทีที่สวนรถไฟจตุจักรเพื่อปลุกคนไทยหยุดสืบทอดอำนาจเผด็จการ ร่วมกันขับไล่ คสช. จึงต้องทำให้คนไทยตาสว่าง มายืนข้างพรรคฝ่ายประชาธิปไตย และ ภารกิจที่สามสุดท้าย คือ วันที่ 23 มี.ค. ปักหลักอีสานที่สกลนคร ชื่อภารกิจ "เลือกเพื่อชาติปิดฉากเผด็จการ”  และนี่คือ 3 ภารกิจสุดท้ายส่งประยุทธ์กลับบ้านถาวร ขอโอกาสเลือกพรรคเพื่อชาติ ซึ่งเป็นพรรคคนจน

‘เพื่อไทย’นครพนมระส่ำ! จัด‘โอ๊คโชว์-หญิงหน่อยไฮปาร์ค’ กระชากเรตติ้ง

‘เพื่อไทย’นครพนมระส่ำ! จัด‘โอ๊คโชว์-หญิงหน่อยไฮปาร์ค’ กระชากเรตติ้ง

วันพุธ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562, 16.43 น.

‘เพื่อไทย’นครพนมระส่ำ! จัด‘โอ๊คโชว์-หญิงหน่อยไฮปาร์ค’ กระชากเรตติ้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครพนม ว่า เมื่อช่วงสายของวันนี้ (13 มี.ค.62) ที่บริเวณเวทีภายในสวนเทิดพระเกียรติ(ท้ายเมือง) ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดปราศรัยหาเสียงใหญ่ในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ วันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค.นี้ โดยมีรถแห่ป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ประกาศเชิญชวนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ฟังคำปราศรัยของแกนนำพรรค นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง , นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร โดยมีประชาชนมาร่วมฟังประมาณ 5,000 คน

ระหว่างที่รอคุณหญิงสุดารัตน์ขึ้นเวที นางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 คั่นเวลาด้วยการพูดคุยกับประชาชน โดยได้รื้อฟื้นนโยบายของพรรคในอดีต อาทิ โครงการจำนำข้าว ยางพาราที่มีราคาสูงกว่าหลายรัฐบาล เงินผู้สูงอายุ เป็นต้น จากนั้นนายอดิศร เพียงเกษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปลุกใจแฟนคลับด้วยการซัดการทำรัฐประหารครั้งล่าสุด

กระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. นายพานทองแท้ เดินทางมาถึงเวที โดยมีบอดี้การ์ดคอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยนายพานทองแท้เดินโชว์ตัวทักทายผู้มาฟังการปราศรัยรอบเต็นท์ที่นำมาตั้งบังแดด มีผู้ไปขอถ่ายรูปเป็นระยะๆ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที คุณหญิงสุดารัตน์ก็เดินทางมาสมทบ พร้อมกับนายไพจิต ศรีวรขาน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จากนั้นนายพานทองแท้ ขึ้นรถยนต์ออกจากบริเวณดังกล่าว โดยมีโปรแกรมไปพบกับประชาชน อ.นาแก ซึ่งเป็นพื้นที่เลือกตั้ง ส.ส.เขต 4 มีนายชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นผู้ลงสมัคร

หลังขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า  3-4 ปี ที่ผ่านมา ใครกระเป๋าตุงบ้าง พี่น้องที่นี่ลำบากมาก ปลูกข้าว ปลูกยางราคาตกหมด บัดนี้เขาได้ทำให้คนไทยจนหมดทั้งประเทศ  ขึ้นทะเบียนคนจนรุ่นแรก จดไป 11 ล้านคน รุ่นที่สองนึกว่าจะทำให้คนจนลดลง กลายเป็นมีคนจนมากขึ้น ไม่รู้ทำงานแบบไหน เห็นว่ามีเป้าหมายถึง 17 ล้านคน ก็จนหมดทั้งประเทศ เมื่อก่อนยางพารา กก.ละ100-120 บาท เดี๋ยวนี้ 4 โล 100 บาท ลำบากมาก อันนี้คือความทุกข์ เราจะช่วยเร่งแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง เราจะใช้เวลาไม่นาน ขอแค่ 6 เดือน จะให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นทุกตัว นาฬิกาเราไม่ได้ยืมใครมา เดินตรง ยางไม่ต่ำกว่า กก.ละ 60 บาท ข้าวหอมมะลิ ไม่ต่ำกว่าเกวียนละ 17,000 บาท

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า พี่น้องไม่ต้องห่วง เรามีใบนโยบายทั้งหมดที่ระบุว่าเราจะช่วยพี่น้องอย่างไร ในราคาเป้าหมาย ที่เราจะต้องทำให้ได้ สาวเก่งของเรา ตลอดระยะเวลา 17 ปี ตั้งแต่ไทยรักไทยถึงปัจจุบัน เราไม่เคยทำให้ผิดหวัง ทำให้ราคาสินค้าการเกษตรดีขึ้นทุกครั้ง เมื่อก่อนหน้าใสสวย ตอนนี้มืดไปหน่อย แต่ก่อนสาวจริง แต่ตอนนี้สาวขึ้นบันได เราไม่เคยทำให้พี่น้องผิดหวัง ตลอด 17 ปี ราคาสินค้าเกษตรดีทำให้กระเป๋าตุงทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน พี่น้องยากลำบากมาหลายปี วันแรกที่เราเข้าไปทำงาน เราจะวางแผนเร่งทำงาน ทำให้ราคาสินค้าเกษตรขึ้น เติมเงินให้กับพี่น้อง และพี่น้องเหนื่อยยากสี่ห้าปีมา ทั้ง ๆ ที่เราทำงานหนักเหมือนเดิม เหนื่อยเหมือนเดิม แต่ขายสินค้าเกษตรไม่ได้เลย ทั้งข้าว ยางพารา ราคาตก ขายไม่ได้ก็ไล่ให้ไปขายดาวอังคาร 

“เพื่อไทยมาไม่ต้องไปถึงดาวอังคาร ไม่รู้ไปขนกันยังไง ขายราคาดี ๆ ที่นครพนมนี่แหละ สี่ห้าปี จนไปเยอะ ใครมีหนี้ยกมือขึ้น หนี้ในระบบ หนี้นอกระบบ เกษตรกรทุกคน เวลาเป็นหนี้หนักอกหนักใจ เหมือนกับจะลุกมาทำมาหากินลุกไม่ไหว เราจะพาไปขายของราคาดี ๆ แต่จะลุกขึ้นไม่ไหว เราจะพักหนี้เกษตรกร 3 ปี  อยู่กับเพื่อไทย  3  ปี ก็รวยแล้ว จะไปจนต่ออะไรถึง 5  ปี 3 ปีพอ พักหนี้เสร็จ พาไปขายข้าว ยางราคาดีๆ หนี้นอกระบบ การหาเงินลำบาก จะสานต่องานที่ทำไว้ แต่ยังทำไม่เสร็จ  คือสถาบันทำมาหากิน ไม่ต้องไปกู้หนี้นอกระบบ แต่ไม่ได้ให้กู้ไปเล่นหวย หลายคนเดินออกไปดูเลขรถ  กู้ไปทำมาหากิน กู้ในสถาบันการเงิน ทำเพื่อพี่น้องโดยเฉพาะ คนรวยกู้ได้ง่าย แต่คนจนจะหาเท่าไหร่ก็แสนลำบาก จำเป็นต้องกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยแพง จะสร้างสถาบันขึ้นมาเพื่อให้พี่น้องเกษตรกร คนยากจนและคนตัวเล็ก จะได้เติมทุนทำอาชีพ” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นวันนี้เรื่องของกระเป๋าตุง เรื่องของเศรษฐกิจ ราคาพืชผล มาเรียนยืนยันว่า ขอเวลาไม่นาน อดทนอีกนิด เวลาเดินตรงไม่ได้ยืมใครมา และขอพูดเรื่อง 30 บาท เล็กน้อย เค้าเล่าให้ฟังว่า มีคนข้างบ้านบอกว่า ไปผ่าหัวใจ ใช้ 30 บาท แต่ก่อนหมอหน่อยเป็นคนทำเอง ทักษิณเป็นนายก สุดารัตน์ เป็น รมว.สาธารณสุข ทำไมเราทำ เราเห็นใจพี่น้องคนจน ถ้าเจ็บแล้วจนด้วย ถ้าไม่อยากตายต้องกู้เงินไปรักษา ถ้าไม่อยากตายไปกู้เงิน แต่มี 30บาท แล้วไม่ต้องตาย จะทำ 30 บาทยุคใหม่ให้ดีกว่าเดิม ยาดี รักษาดี ไม่ต้องรอคิว นัดกันผ่านมือถือ ยาที่กินเป็นประจำ ส่งมาให้ทางไปรษณีย์ สงสารหมอ พยาบาล คนแน่นโรงพยาบาล สงสารคนเดินทาง ไปตรวจทีค่อยไป นัดผ่านมือถือ เอารองเท่าไปเรียง ไม่ต้องลำบากไป 30 บาทยุคใหม่ ต้องสร้างสุขภาพดี แข็งแรงก่อนแก่ สูงวัยแล้วแข็งแรง ไม่ใช่เป็น สว.ที่แก่ แล้วเจ็บ สว.สามสิบบาทยุคใหม่ ต้องเป็นสวยวัน สวยคืน 

 เรื่องยาเสพติด สมัยเพื่อไทย ยาเสพติดปราบเกลี้ยง หมอหน่อยเอาลูกหลานมาบำบัด แก้ กม.ว่าคนเสพไม่เป็นผู้ร้าย เป็นคนป่วยมารักษา คืนอ้อมอกพ่อแม่ มาตอนนี้อำนาจเต็มไปหมด รวมทั้ง ม.44  พี่น้องบอกว่า 3 เม็ดร้อย มีทั้งทหาร ตำรวจมาอัดเทปไว้ ก็ช่วยไปปราบกันหน่อย แต่ถ้าปราบไม่ได้เดี๋ยวเพื่อไทยมาปราบให้เอง ยาเสพติดต้องหมดไป คืนลูกหลานให้ทุกคน อยากให้พวกเราไปทำงาน แต่เราจะทำงานไม่ได้เลย ถ้าแค่ชนะเลือกตั้ง

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า กติกาการเลือกตั้งครั้งนี้เปลี่ยนไป วิธีการนับคะแนนเปลี่ยนไป เอาคะแนนคนแพ้ไปนับด้วย สู้หนัก แต่เชื่อว่าพี่น้องไม่ท้อ นอกจากนั้นเขามี ส.ว. 250 คน กระเป๋าเรายังไม่ตุง แต่กระเป๋าลุงมี ส.ว. 250 คน เขาจะเลือกนายกฯได้สองสมัย อยู่กันยาว 8 ปี ดังนั้นมีวันเดียวที่เราจะได้ตัดสินอนาคตของเราเอง คือ วันที่ 24 มี.ค. ต้องเลือกเพื่อไทยอย่างถล่มทลายเท่านั้น ไปกันน้อยเลือกกันน้อย ว่าที่ ส.ส.เพื่อไทยไม่ได้เข้าไปทำงาน ตัวใครตัวมัน ได้เจอเขาทุกวันศุกร์ ต่อไปยาวๆ

“ไม่ได้แปลว่า สุดารัตน์เป็นคนงก เขาออกแบบรัฐธรรมนูญให้เป็นแบบนี้  ถ้าไปกันน้อยเราไม่ได้เป็นรัฐบาล ทุกอย่างที่เราบอก เราก็ไม่มีโอกาสทำ ความหวังที่อยากให้เรารับใช้ก็ไม่เกิด ต้องเลือกทุกเสียงอย่างถล่มทลาย ต้องกลับไปให้ญาติพี่น้อง ว่าวันนี้มาเจอสุดารัตน์ เขาเล่าให้ฟังแบบนี้ ยกทุกเขตใน จ.นครพนม ยกทั้งจังหวัด เลือกตั้งครั้งนี้ เกรงใจ กลัวใครไม่ได้ รู้ว่าพี่น้องโดนข่มขู่ ว่าต้องเลือกเขานะ เขาเอาบัตรมาให้ ต้องเลือกเขานะ ผู้นำท้องถิ่นเข้าไปขู่ด้วย ระวัง 157 ดังนั้นวันนี้เราต้องบอกว่า อย่ากลัว อย่าเกรงใจใคร เลือกตั้งครั้งนี้ พี่น้องพิจารณาเอา ว่า พี่น้องจะเอาอนาคตแบบไหน อยู่กับเขาอีก 4 ปี 8 ปี  ลุงก็ได้เข้ามาทำงานต่อ แต่ถ้าพี่น้องเลือกเพื่อไทย กุญแจดอกเดียวที่จะทำให้พี่น้องออกจากความทุกข์ ความยากจน คือพรรคเพื่อไทย พรรคเดียวเท่านั้น ต้องกาอย่างถล่มทลาย” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

หลังจากปราศรัยที่ จ.นครพนม คุณหญิงสุดารัตน์ฯ พร้อมคณะจะเดินทางไปปราศรัยต่อ ที่ จ.สกลนคร

อดีตนักการเมืองอาวุโส เปิดเผยว่า การมาปราศรัยที่นครพนมในครั้งนี้ แกนนำพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เฉพาะเขต 2 และ เขต 4 เนื่องจากมีการทำโพลออกมาแล้ว ผู้สมัครมีคะแนนตามหลังคู่แข่ง จึงต้องเร่งเรียกคะแนนกลับคืน ด้วยการนำนายพานทองแท้มาโชว์ตัว แล้วให้คุณหญิงสุดารัตน์กระตุ้นซ้ำ

‘หญิงหน่อย’ไล่‘บิ๊กตู่’ไปเรียนรู้ประชาธิปไตยใหม่ ซัด‘สองลุง’สวมเสื้อคลุมปชต.สืบทอดอำนาจ

‘หญิงหน่อย’ไล่‘บิ๊กตู่’ไปเรียนรู้ประชาธิปไตยใหม่ ซัด‘สองลุง’สวมเสื้อคลุมปชต.สืบทอดอำนาจ

วันพุธ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562, 19.26 น.

‘สุดารัตน์’ ไล่ ‘ประยุทธ์’ ไปเรียนประชาธิปไตยใหม่หลังออกมาแขวะนักการเมืองหวังต่อท่ออำนาจ ยกตั้ง ส.ว. 250 คนโดย“สองลุง”สวมเสื้อคลุมประชาธิปไตยสืบทอดอำนาจ ท้า‘ประยุทธ์’สั่ง ส.ว.โหวตตามผลเลือกตั้ง

13 มี.ค.62 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาระบุนักการเมืองต้องการต่อท่ออำนาจ ว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจเข้าใจผิดและต้องกลับไปเรียนรู้ประชาธิปไตยใหม่ เพราะการที่นักการเมืองจะขอโอกาสกลับเข้ามาทำงาน ด้วยเสียงของประชาชนบนกติกาประชาธิปไตยที่ตรงไปตรงมา หากประชาชนเลือกใครคนนั้นก็ได้ไปทำงาน

“แต่วันนี้การกลับเข้ามาสู่ประชาธิปไตยครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง เพราะมีเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมเอารัดเอาเปรียบนักการเมือง โดยอ้างเหตุผลเดิม คนเห็นต่างไม่มีสิทธิแสดงความเห็น โดยเฉพาะการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่เพื่อสืบทอดอำนาจ โดยอาศัยเสื้อคลุมประชาธิปไตย ทั้งการนับคะแนนที่เอารัดเอาเปรียบและการตั้ง ส.ว. 250 คน ที่ 2 ลุงตั้งกันเอง แล้วเข้าไปมีอำนาจมากกว่าประชาชน เลือกนายกฯแทนประชาชน จึงย้อนถามว่าการกระทำเช่นนี้เป็นกติกาที่ไม่เป็นสากล แต่เป็นความพยายามที่ต้องการสืบทอดอำนาจผ่านประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาอย่างเสมอภาคและกติกาของประชาธิปไตยในสากลก็ไม่มีใครว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ว่าสืบทอดอำนาจเพราะนักการเมืองทุกคนเข้ามาในกติกาสากลให้ประชาชนเป็นคนเลือก แต่กติกาที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาไม่เท่ากัน พรรคเพื่อไทยเริ่มต้นที่ศูนย์ แต่ คสช. ตั้ง ส.ว.ตุนไว้ 250 คน ถ้าจะเอาเท่ากันให้ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศให้ ส.ว. 250 คนไม่เลือกพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ แต่ให้เลือกตามเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน

ส่วนที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมาปฏิเสธรายชื่อส.ว.สรรหา 400 คน ไม่เป็นที่รู้จักสักคนนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า  พล.อ.ประวิตร จะพูดอะไรก็พูดได้ แต่เมื่อประกาศรายชื่อ ส.ว.ทั้งหมดออกมาแล้วให้กลับไปไล่ถาม พล.อ.ประวิตรว่ารู้จักบุคคลเหล่านั้นหรือไม่

เปิดหมัดเด็ด'พปชร.'! อัดแคมเปญ-ปราศรัยถี่ยิบ ก่อนปิดจ๊อบเซอร์ไพรส์22มี.ค.

เปิดหมัดเด็ด'พปชร.'! อัดแคมเปญ-ปราศรัยถี่ยิบ ก่อนปิดจ๊อบเซอร์ไพรส์22มี.ค.

วันพุธ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562, 18.47 น.

13 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในช่วงโค้งสุดท้าย หลังจากที่ยังไม่มีความชัดเจนการตอบรับร่วมกิจกรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พปชร.จะออกมาในรูปแบบใด ซึ่งในเวทีปราศรัยใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฝากบทกลอนไปออดอ้อนชาวโคราช ซึ่งเรียกเสียงฮือฮามาแล้วนั้น และมีความเป็นไปได้ที่เวทีปราศรัยใหญ่ปิดท้ายของพรรค พปชร.ในวันที่ 22 มี.ค.ที่ กทม.คาดว่าอาจจะมีทั้งภาพและเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ ปรากฎต่อสายตาประชาชน โดยเป็นหมัดเด็ดในช่วงสุดท้ายก่อนปิดเวทีหาเสียงทั่วประเทศ

ขณะที่พรรค พปชร.ได้โหมประชาสัมพันธ์ ทั้งนโยบาย ผู้สมัคร ส.ส.กทม.และต่างจังหวัด ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียของพรรคอย่างต่อเนื่อง

โดยในวันที่ 14 มี.ค.เวลา 11.00 น.แกนนำพรรค พปชร.นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค จะแถลงเปิดหมัดเด็ดโค้งสุดท้าย "นโยบายพลังประชารัฐ" ที่ทำการพรรค พปชร.

จากนั้นในวันที่ 15 มี.ค.ช่วงเช้าจะมีกิจกรรมเปิดตัว "คนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ" เพื่อสะท้อนความเห็นเยาวชนต่อการเมืองไทย ที่ กทม.และช่วงเย็น เปิดเวทีปราศรัยใน กทม.ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมด เขตทุ่งครุ กทม.

และตั้งแต่วันที่ 16 - 22 มี.ค.จะมีเวทีปราศรัยอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 16 มี.ค.ลงพื้นที่ อ.หัวหิน - อ.บางสะพาน และช่วงเย็นเปิดเวทีปราศรัยที่ลานตลาดเปิดท้ายวันอังคาร ตรงข้ามวัดห้วยทรายขาว อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนวันที่ 19 มี.ค.ปราศรัยที่สนามหน้าศาลากลาง จ.อุบลราชธานี วันที่ 20 มี.ค.ที่ จ.สกลนคร วันที่ 21 มี.ค.ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี และวันที่ 22 มี.ค.ที่ กทม.

มันส์หยดติ๋ง!‘สมคิด'ถลกหนัง'มาร์ค’ปมเท'บิ๊กตู่' ซัดพูดไม่คิด ไล่นักลงทุนกระเจิง

มันส์หยดติ๋ง!‘สมคิด'ถลกหนัง'มาร์ค’ปมเท'บิ๊กตู่' ซัดพูดไม่คิด ไล่นักลงทุนกระเจิง

วันพุธ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562, 17.07 น.

“สมคิด” ฉะยับ “มาร์ค” พูดเร็วไปไหม ไม่หนุน “บิ๊กตู่” ซัดจะบอยคอตอีกแล้วหรือ สอน พูดน้อยๆ นักลงทุนกระเจิงหมด อัด เอาแต่พูด ไร้กึ๋นไม่มีนโยบายโชว์ เหน็บระวังคนเทคะแนนให้พรรคอื่น จนตัวเองได้ต่ำร้อยจะเดือดร้อน 

13 มี.ค.62 ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์​ รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานการสัมมนาผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ (SOE CEO Forum) ครั้งที่ 3 โดยมีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง และปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมงาน 

โดยนายสมคิด กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า  ข้างหน้ามีภารกิจมากทีเดียว ยังไม่จบ ความเหลื่อมล้ำยังมีอีกมาก ทุกวันนี้เขาหาว่า เราสร้างความเหลื่อมล้ำ คนพูดมีสมองหรือเปล่า มีตาไหม คิดแต่ว่า พูดอย่างเดียวแล้วได้คะแนนเสียง มันน่าอับอายจริงๆ จนป่านฉะนี้แล้ว ฉะนั้นปัญญหาทุกคนต้องร่วมกันแก้ เพิ่มความสามารถของคนและเทคโนโลยี เราต้องร่วมกันเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ ความเหลื่อมล้ำเพิ่งจะมาเกิดขึ้นตอนนี้หรือ โจทย์แค่นี้ไปพูดจนกระทั่งเกิดความไขว้เขวว่า ท่านนายกฯทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ จะเห็นว่า พอใกล้เลือกตั้งแล้วเป็นอย่างนี้ ก็ไม่ได้ว่า อะไร แค่ฟังแล้วรู้สึกกังวล  

“มีหัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคบอกว่า ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ พูดเร็วไปมั้ย จะบอยคอตอะไรกันอีก เมื่อก่อนก็บอยคอตมาแล้ว 2 รอบ บอยคอยเสร็จอะไรตามมาล่ะ คนไทยลืมง่ายใช่ไหม นี่บอยคอตอีกละ แต่นี่ไม่ได้บอยคอตเลือกตั้ง แต่บอยคอตนายกฯเลย ว่าไม่ควรเป็นนายกฯ” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว 

นายสมคิด กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนมาเพื่อให้มีรัฐบาลผสม ดูก็รู้แล้ว ใครเขียนไม่รู้แหละ แต่รัฐบาลผสมแน่นอน จะมีรัฐบาลผสมของพรรคแกนหลักอยู่ไม่กี่พรรค และคะแนนก็เดาๆ กันได้ว่า พรรคไหนจะได้เท่าไร แต่ถ้าบอกซ้ายก็ไม่เอา ขวาก็ไม่เอา ต้องมีตนคนเดียว ฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน นักลงทุนทั้งหลายที่พอจะบวกเลขเป็น พอเห็นพูดแบบนี้ก็เกิดคำถามว่า แล้วจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ ดังนั้นพูดทำไม ไม่ต้องพูด คิดในใจก็พอยังไม่ใช่เวลา ไม่ต้องไปพูดอะไรมากมาย พูดเรื่องนโยบายดีกว่า หรือว่า ไม่มีนโยบายให้พูด ตนว่า ประการหลังมั้ง ไปคิดนโยบายมา ไม่มีใครเขามานั่งจองเป็นรัฐบาลตลอดชาติ 

“เรื่องบางเรื่องในช่วงการเมืองยังไม่แน่นอน เอกชนก็ชะลอการลงทุน ต่างประเทศรอดูความแน่นอน อย่างนี้พูดน้อยประเทศชาติจะได้ประโยชน์ พูดมากคนพูดอาจจะไม่ได้เป็นอีกก็ได้นะ พูดทำไม มีคนไทยเรากี่คนที่อยากจะให้การเมืองเราถึงทางตัน ดีไม่ดีจะไม่ได้ดั่งใจนะ ถ้าเขาเทไปให้อีกพรรค จะว่าไง ถึงตอนนั้นต่ำร้อยเมื่อไหร่ล่ะเดือดร้อน” นายสมคิด กล่าว 

นายสมคิด กล่าวอีกว่า เขาบอกว่า ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะจะสืบทอดอำนาจ การที่คนๆ หนึ่งเป็นนายกฯ แล้วต้องเป็นหัวหน้า คสช. ด้วย จะไม่ให้เลือกตั้งตอนนี้ก็ได้นะ แต่เขายังเดินตามโรดแมปไปสู่การเลือกตั้ง จะดี จะชั่วไม่รู้ ไม่ต้องมานั่งเชียร์กัน แต่เขาก็ลงไปสู่การเลือกตั้ง อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯของพรรคการเมืองหนึ่ง ครม. ก็ยังไม่ได้ตั้ง มันสืบทอดอำนาจตรงไหน ถ้าบอกว่า สืบทอดอำนาจ ก็เพราะว่า ท่านต้องการที่จะมาทำงานต่อ รู้ใช่ไหม ประเทศมีปัญหาเยอะ มาถึงจุดนี้แล้ว ท่านอาจคิดว่า ตนเองต้องทำงานต่อ ทำการบ้านให้สำเร็จ ซึ่งจะทำได้ต้องมีอำนาจนี่คือ การสืบทอดอำนาจเพื่อให้บ้านเมืองมันดีขึ้น 

“แล้วการที่มีพรรคการเมืองมาต้องการเป็นแล้วเป็นอีก มีผลงานหรือเปล่าไม่รู้ เราต้องตัดสินใจกันเอาเอง เคยเห็นผลงานที่เป็นที่ประจักษ์หรือไม่ แล้วประชาชนต้องการรัฐบาลที่ซ้ายไม่เอา ขวาไม่เอา ต้องเลือกผมเป็นนายกฯ นี่เขาเรียกสืบอะไร ดังนั้น อย่าพูดเยอะเลย พูดน้อยๆ” นายสมคิด กล่าว 

รองนายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่เขาบอกต้องการเข้ามา เพราะเศรษฐกิจเสียหายมาก จะเข้ามาฟื้นฟูนั้น นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง นั่งงงเลยว่า เสียหายตรงไหน เวิลด์แบงก์ก็ชม บลูมเบิร์กก็ชม ใครต่อใครก็ชม มีแต่พวกคุณที่คอยค่อนขอดอยู่เรื่อย ถามว่า เสียหายตรงไหน มีแต่เราที่ไปตามฟื้นฟูหลังจากที่พวกท่านเข้ามา รอบโน้น 6 ปี รอบนี้อีก 4 ปี ใครฟื้นฟูใคร ดังนั้นเลือกตั้งไม่ว่ากัน อีกไม่กี่เดือนก็ไปแล้ว ห่วงอย่างเดียว ห่วงว่า มันต้องอยู่นานกว่า2เดือน ตนนั่งนับกับนายอภิศักดิ์ว่า ถ้าอีก 3 เดือนทำอย่างไร ถ้าอีกต้อง 3 เดือนต้องขอร้องเลย พวกท่าน (ข้าราชการ) ต้องไม่ไขลาน ส่งออกโลกก็ไม่ดี เอกชนลงทุนก็ไม่มีความแน่นอน เพราะขอดูก่อน ดังนั้นการเมืองเป็นแบบนี้พวกท่านคือ กำลังที่เหลืออยู่ของประเทศไทย อย่าให้งานช้า ต้องเดิน พยุงเศรษฐกิจไปได้ นี่คือ ข้อที่เราเป็นกังวล 

รองนายกฯ กล่าวด้วยว่า ที่พูดมาทั้งหมดนี้ไม่ได้ด่านะ ที่พูดเรื่องการเมืองก็เพราะเขามาว่า เราทำเสียหายเยอะ ซึ่งมันไม่ได้เสียหาย ก็ขอให้ช่วยกันดูแล 3 เดือนค่อยมาพูดกันใหม่  ถ้าเกิดตนกับนายอภิศักดิ์ไปแล้วไปลับไม่กลับมา พวกท่านต้องสืบทอดเจตนารมณ์ เดินต่อไปเรื่อยๆ ให้มันเข้มแข็ง ซึ่งถ้าเข็มแข็งเมื่อไร นักการเมืองดีก็มีเยอะ นักการเมืองไม่ดีก็เยอะ พวกท่านจะต้องยืนเป็นเสาหลักให้กับบ้านเมืองให้ได้ ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นตนอยากจะบอกตรงนี้ว่า ประเทศยังมีปัญหาเยอะ คนจนก็เยอะ ต้องช่วยกันแก้ปัญหาให้ได้  พวกท่านเป็นหลักของบ้านเมือง เป็นซุปเปอร์ซีอีโอ มีความสามารถทั้งสิ้น อย่าน้อยอกน้อยใจ ถ้าคิดว่า ทำผิดแล้วจะเป็นอะไรหรือเปล่าเลยไม่ทำดีกว่า ซึ่งไม่ทำได้อย่างไร ต้องทำงานให้หนัก แล้วบ้านเมืองจะเจริญ 

“ผมหวังว่า การเมืองบ้านเราหลังเลือกตั้ง การค่อนขอดจะเริ่มเบาบางลงไป หลัง 24 มี.ค. พอชัดเจนปุ๊บ เราก็จะเห็นหนทางสว่างข้างหน้า ต่างประเทศก็จะรู้สึกว่า มันชัดเจนแล้ว แต่หากหลังเลือกตั้งแล้ว มันยังขมุกขมัวอยู่ อันนี้ก็ต้องช่วยกันประคับประคอง เพราะผมช่วยไม่ได้ ในเมื่อเราเดินมาถึงขนาดนี้แล้ว เราต้องเดินต่อไป” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สูงวัย12ล้านคนเฮ! ประชารัฐร่วมสร้างงานสร้างรายได้ลดพึ่งพาครอบครัว

ผู้สูงวัย12ล้านคนเฮ! ประชารัฐร่วมสร้างงานสร้างรายได้ลดพึ่งพาครอบครัว

วันพุธ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562, 16.41 น.

13 มี.ค. 62 ที่ห้องประชุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุ ระหว่างกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และหน่วยงานภาคเอกชน 12 แห่ง อาทิ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท บางจากกรีนเนท จำกัด บริษัท บิซิเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัท ไทยโตชิบาอุตสาหกรรม จำกัด และ บริษัท เมซโซ่ จำกัด รวม 23 หน่วยงาน ตามโครงการ “รวมพลังประชารัฐ ส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุ” สร้างคุณค่า สร้างหลักประกัน ที่มั่นคงทางรายได้ให้ผู้สูงอายุ เป้าหมาย 100,000 คน ทั่วประเทศ ดีเดย์เปิดรับสมัครพร้อมกันทั่วประเทศ 13 มีนาคม เป็นต้นไป

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเป็นสักขีพยานในการลงนามดังกล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ประมาณ 12 ล้านคน ซึ่งผู้สูงอายุเหล่านี้เป็นพลังส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 เห็นชอบมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุ 4 มาตรการ/โครงการ คือ 1. มาตรการการจ้างงานผู้สูงอายุ 2. โครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ 3. มาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ 4. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ให้มีระบบการออมเพื่อการดำรงชีพยามชราภาพเพียงพอหลังเกษียณ ในส่วนของกระทรวงแรงงานนั้น ได้ขับเคลื่อนส่งเสริมการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ โดยคณะกรรมการค่าจ้างได้มีการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างที่เหมาะสมสำหรับการจ้างงานผู้สูงอายุ 

ซึ่งได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว กล่าวคือ 1) ช่วงอายุสำหรับการจ้างแรงงานผู้สูงอายุ : ใช้สำหรับการจ้างลูกจ้างผู้สูงอายุ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป  2) ประเภทงาน : งานเสมียนพนักงาน งานอาชีพเกี่ยวกับการค้า งานอาชีพด้านบริการ หรืองานซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างผู้สูงอายุ  3) อัตราค่าจ้างรายชั่วโมง : อัตราเดียวเท่ากันทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 45 บาทต่อชั่วโมง  4) การกำหนดระยะเวลาทำงานที่เหมาะสมสำหรับลูกจ้างผู้สูงอายุ โดยไม่ควรเกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 6 วันต่อสัปดาห์ และในปี 2562 มีเป้าหมาย 100,000 คน แบ่งเป็นแรงงานผู้สูงอายุในระบบ จำนวน 20,000 คน ประกอบด้วย 1) ลูกจ้างเอกชน 15,000 คน 2) ลูกจ้างภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ 5,000 คน  และแรงงานผู้สูงอายุนอกระบบ จำนวน 80,000 คน ประกอบด้วย 1) ส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 70,000 คน  2) ส่งเสริมการรับงานไปทำที่บ้าน จำนวน 10,000 คน 

เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนจ้างแรงงานผู้สูงอายุเข้าทำงานมากขึ้น รัฐบาลได้ออกมาตรการจูงใจ โดยการตราพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 639) พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีสิทธินำรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้สูงอายุ มายกเว้นภาษีเงินได้ โดยสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่า ในการจ้างผู้สูงอายุเข้าทำงานในสถานประกอบการของตน และผู้สูงอายุต้องมีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น 

และผู้สูงอายุที่จะเข้าทำงานจะเป็นลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จ้างอยู่ก่อนแล้ว เช่น เกษียณอายุงานและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจ้างให้ทำงานต่อ เป็นต้น หรือเป็นผู้สูงอายุที่ได้ขึ้นทะเบียนหางานไว้กับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานก็ได้ และต้องไม่เป็นและไม่เคยเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จ้างผู้สูงอายุดังกล่าว หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน ทั้งนี้ รายจ่ายที่จะได้รับการยกเว้นภาษี ต้องเกิดจากรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าจ้างให้แก่ผู้สูงอายุไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท 

การลงนาม MOU ในวันนี้ เป็นการขับเคลื่อนการส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุ ตามโครงการ “รวมพลังประชารัฐ ส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุ” ซึ่งกรมการจัดหางานได้จัดขึ้น โดยบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม มีเจตจำนงที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้มีงานทำในอาชีพที่เหมาะสมกับวัยและประสบการณ์ เป็นการสร้างหลักประกันที่มั่นคงด้านรายได้ สร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้แก่ผู้สูงอายุ ตลอดจนเป็นการเพิ่มบทบาทและคุณค่าของผู้สูงอายุด้วยการมีส่วนร่วมในเชิงเศรษฐกิจ ลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในด้านสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ มีสาระสำคัญคือ 

1.ทั้งสามฝ่ายร่วมมือขับเคลื่อนมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุด้วยการส่งเสริมการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ  2. ภาครัฐให้การประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายการส่งเสริมการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ  3. ภาคเอกชนกำหนดนโยบายเรื่องการจ้างงานผู้สูงอายุในสถานประกอบการของตนเอง ได้แก่ 1) จ้างงานผู้สูงอายุตามกรอบนโยบายที่สถานประกอบการกำหนด 2) จัดทำแผนการเตรียมความพร้อมรองรับการจ้างงานผู้สูงอายุ 3) จัดส่งตำแหน่งงานว่างสำหรับผู้สูงอายุให้หน่วยงานภาครัฐ (ถ้ามี)  4. ภาคประชาสังคมขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุ อาทิ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สูงอายุและหน่วยงานในภาคีเครือข่ายร่วมกันส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต  มีระยะเวลาของบันทึกความเข้าใจ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นต้นไป 

สำหรับช่องทางการรับสมัคร มี 5 ช่องทางคือ 1. ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job Center) สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด 2. สถานประกอบการ  3. เว็บไซต์ www.Smartjob.doe.go.th 4. ตู้งาน (Job Box) 5. สายด่วน 1506 เปิดรับสมัครพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันขับเคลื่อนสร้างความร่วมมือกันในรูปแบบประชารัฐ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป พล.ต.อ.อดุลย์ฯ กล่าว

 
 
 
นทท. 'ไทย-ต่างชาติ' แห่เที่ยวน้ำตก ‘ฉัตรวาริน’ คลายร้อน

นทท. 'ไทย-ต่างชาติ' แห่เที่ยวน้ำตก ‘ฉัตรวาริน’ คลายร้อน

วันอาทิตย์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562, 18.40 น.

10 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศประชาชนจำนวนมากแห่เที่ยวน้ำตกฉัตรวาริน อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รวมถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย เดินทางหลบร้อนจากสภาพอากาศในพื้นที่ ไปเล่นน้ำที่น้ำตกฉัตรวาริน ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 5 บ้านโผลง ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองสุไหงปาดี ระยะทางเพียง 6 กิโลเมตร

 

 

ก่อนหน้านี้ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านในชุมชน ได้ทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ตลอดเส้นทาง รวมถึงเก็บขยะบริเวณน้ำตกให้มีความสวยงาม ร่มรื่น เหมาะต่อการพักผ่อนในช่วงหน้าร้อน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว และเพื่อป้องกันการก่อเหตุร้ายในพื้นที่

 

 

นอกจากนี้ นายอำเภอสุไหงปาดี ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกฉัตรวาริน ผลัดเปลี่ยนกันรักษาความปลอดภัยรอบบริเวณพื้นที่อย่างเข้มงวด หวังสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่เดินทางเข้ามาเที่ยวที่น้ำตกแห่งนี้ เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน และปลอดภัย รวมไปถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ลูกหลานชาว อ.สุไหงปาดี จะเดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัว และเข้าไปเล่นน้ำตกฉัตรวาริน ซึ่งมีสายน้ำไหลมาจากเทือกเขาในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด สุไหงปาดีตลอดทั้งปี แม้จะเข้าสู่ช่วงหน้าแล้งก็ตาม

 

 

..................................................................

13 มีนาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน