*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3460
  • จำนวนผู้ชม : 2285093
  • จำนวนผู้โหวต : 510
  • ส่ง msg :
  • โหวต 510 คน
<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 15 มีนาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 332 , 12:11:41 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของพรรคพปชร. แบบสุดซอยก็ค่อนข้างชัดเจนว่า 'เกินจริง' ก็เลยถูกอัดเสียน่วมอยู่ขณะนี้ แม้แต่

'ลุงตู่' ก็ออกมาพูดเตือนว่า 'จะเอาเงินมาจากไหน' เพื่อสนองตอบนโยบาย 'แจกแหลก' ของพรรคการเมืองต่างๆขณะนี้

         มีข่าว 'โบว์'ฟ้อง'เปลว สีเงิน'คดีคลิปไก่จ๋าประชาธิปไตย ด้วยครับ

 à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ รูป 'ไก่' กับ 'โบว์' à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ รูป 'ไก่' กับ 'โบว์' à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ รูป 'ไก่' กับ 'โบว์'

 

เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ

 
 
 
 

    ระหว่างคน "ประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ"
    ที่แต่ละฝ่าย "ตอดกันไป-ตอดกันมา" สืบเนื่องจากที่ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์" โพสต์เฟซ วันก่อน
    "ไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อไป" นั่นน่ะ!
    อยากจะบอกว่า......
    เหมือนนักมวย ปกติก็เพื่อนฝูงกัน แต่เมื่อขึ้นเวที เป็นธรรมดา
    มันก็ต้องลีลากันบ้าง!
    ฉะนั้น ทั้งประชาธิปัตย์และทั้งพลังประชารัฐ จะทึกทักลีลาให้กลายเป็น "ชีวิตจริง" ไปเพื่ออะไรกัน หือ?
    จบก็ให้มันจบ 
    ทำตัวเป็นวัยรุ่นจิ้มจุ่ม ทะเลาะกันด้วยเรื่องน้ำจิ้มติดก้นกระทะ ถึงขั้นพังร้าน ตีกัน  
    มันทุเรศน่ะ!
    ก็รู้ปรัชญาสังคมมิใช่หรือ ความฉิบหายของคนอื่น คือความสุขของเรา 
    ฉะนั้น การที่ "สหายในเส้นทาง" ตบตีกันเองช่วงเลือกตั้ง ก็เหมือนอุบัติเหตุรถชนกัน บาดเจ็บกระแด่วๆ คารถ
    คนวิ่งมาดู..........
    ไม่ได้มาช่วย หากแต่จ้อง "ปลดทรัพย์" ผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ซึ่งมันเป็นเรื่องเข้าใจได้ไม่ยากเลย!
    จากคุณอภิสิทธิ์โพสต์..........
    ระดับพรรค ทั้งประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ ตอดเอาไปต่อ ตามเวทีหาเสียง นั่นก็ว่าสีสันหางเครื่อง
    แต่การที่หัวเครื่อง ลงมาเล่นด้วย อย่างรองนายกฯ สมคิดตอด อดีต รมว.คลังประชาธิปัตย์ "กรณ์ จาติกวณิช" โต้กลับ
    แบบนี้ เดี๋ยวสถานการณ์ "นายว่า ขี้ข้าพลอย" มันก็จะตามมา!
    และคุณอภิสิทธิ์ ก็รู้ว่าท่านนักโต้วาทีเหรียญทองจากอีตัน ฉะนั้น เรื่องจะให้หุบปาก "อุเบกขา" ชาติหน้าบ่ายๆ โน่น
    แล้วมันก็จะไปกันใหญ่ 
    จากเรื่องน้ำจิ้ม ก็จะกินใจ ลามถึงขั้น สองพรรคมองหน้ากันไม่ได้ ต้องไปจบที่ "ตายกันไปข้าง"!
    ผมอยากให้เข้าใจ "ภาวะผู้นำ" พรรคประชาธิปัตย์ของคุณอภิสิทธิ์ ในสถานการณ์นี้
    ศักดิ์ศรีพรรค "มาตรฐานประเทศ" ของประชาธิปัตย์ อีกทั้งตัวคุณอภิสิทธิ์เอง เคยสูงสุดในตำแหน่ง "นายกฯ" มาแล้ว
    ฉะนั้น ทางเดิน "มันบีบ" ให้คุณอภิสิทธิ์ต้องเดินใน "ทางบังคับ"!
    ๑.พรรคประชาธิปัตย์ 
    เกิดมา ไม่เคยเป็นฝ่ายไปร่วมพรรคอื่น มีแต่พรรคอื่น เป็นฝ่ายมาร่วมกับประชาธิปัตย์
    ๒.เป็นนายกฯ มาแล้ว 
    ด้วยศักดิ์ศรี เก้าอี้อื่น นอกจากเก้าอี้นายกฯ และ ส.ส.ถ้าอภิสิทธิ์ไปนั่ง โลกนินทาทันทีว่า "กระสัน"
    "หัวหน้าฝ่ายค้าน" กับ "ประธานรัฐสภา" เท่านั้น นั่งได้!
    ๓.บุคคลที่ประชาธิปัตย์เสนอชื่อเป็น "นายกฯ" ของพรรค ต่อ กกต.คือคุณอภิสิทธิ์
    ก็เป็นตรรกะในตัวว่า ต้องหาเสียงให้พรรคชนะ เป็นแกนตั้งรัฐบาล และให้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ
    ดังนั้น การจะให้ "ว่าที่นายกฯ" ประชาธิปัตย์ หาเสียงไปในทางให้สังคมเข้าใจว่า ซูฮกยกให้ "ว่าที่นายกฯ" พรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกฯ
    มันผิดเจตนารมณ์พรรค......
    และเสียศักดิ์ศรี ที่พรรคมาตรฐานยอมเป็น "พรรคบริวาร" ให้กับพรรคเกิดใหม่!
    ด้วยเงื่อนไขและเหตุผลภาคบังคับดังกล่าว มันจำเป็นที่คุณอภิสิทธิ์ต้องอยู่ในบท "พรรคมาตรฐาน" ประกาศให้โลกรู้
    หมดเวลาเกรงใจกันแล้ว...........
    และหลั่งทักษิโณทก "ไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ" อีกต่อไป
    ลอกเยื่อให้หมดใย ด้วยจดหมาย "ผมรักคุณ" สุดแสนจะโรแมนติก อีกหนึ่งฉบับ!
    ถ้าหยิบประโยคคำพูดอภิสิทธิ์มาพินิจ ก็จะเข้าใจ "ความหมาย" แท้จริง ที่คุณอภิสิทธิ์ต้องการสื่อให้สังคมทราบ
    ประโยคนั้น นับว่า "โอ่อ่า-ชัดเจน-เปิดเผย" ไว้เกียรติ ไว้ลายพรรคมาตรฐาน
    เพียงแต่คลาสสิก ต้องใช้เวลา "นั่งขบ-นอนขบ" นานหน่อย
    ที่ว่า "ไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ" นั่นน่ะ ฟังเผินๆ เท่ากับประกาศ
    "ประชาธิปัตย์ไม่ร่วมพรรคพลังประชารัฐตั้งรัฐบาล"
    เสียงเจี๊ยวจึงอึงมี่!
    แต่เมื่อพิจารณาโดยโอ้โลม-ปฏิโลมแล้ว ต้องบอกว่า ที่พูดนั้น "ถูกของท่าน"
    อภิสิทธิ์บอก "ไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ"
    ก็ลองคิดดู........
    อภิสิทธิ์ ก็ว่าที่นายกฯ พรรคหนึ่ง
    พลเอกประยุทธ์ ก็ว่าที่นายกฯ พรรคหนึ่ง
    ทั้ง ๒ คน "ศักดิ์เสมอ" ในสนามแข่งขัน ชิงเก้าอี้นายกฯ จู่ๆ จะให้อภิสิทธิ์ประกาศว่า
    "จะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ" มันก็บ้า
    ทำนองเดียวกัน......
    จะให้พลเอกประยุทธ์ประกาศว่า "สนับสนุนให้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ" ก็บ้าพอกัน
    และมีสิทธิ์ถูกข้อหา "ซูเอี๋ย" เป็นมวยล้มต้มคนดู!
    มาพิเคราะห์ข้อมูลประกอบ ศักดิ์เสมอในความเป็น "ว่าที่นายกฯ" ของพลเอกประยุทธ์กับอภิสิทธิ์
    มีข้อต่างเป็น "ตัวชี้ขาด" มีนัยสำคัญ คือ 
    คุณอภิสิทธิ์นอกจากเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคแล้ว 
    ยังเป็นหัวหน้าพรรค และอยู่ในบัญชี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อันดับ ๑ ของพรรคด้วย
    นั่นหมายความว่า ประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนตั้งรัฐบาลหรือไม่ได้เป็น อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ หรือไม่ได้เป็น ก็แล้วแต่
    แต่ที่แน่ๆ คุณอภิสิทธิ์ได้เป็น ส.ส.อยู่ในกระดานการเมืองต่อไปแน่!
    ตรงข้ามกับพลเอกประยุทธ์.......
    ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ไม่ได้เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพียงถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพลังประชารัฐเท่านั้น
    นั่นคือ ถ้าพลังประชารัฐไม่ได้เป็นแกนตั้งรัฐบาล "พลเอกประยุทธ์" เท่ากับ "ไม่มีตำแหน่งใด" ในพรรคเลย
    ดูตามนี้ มันก็ใช่.....
    ตามที่อภิสิทธิ์ประกาศ ถ้าประชาธิปัตย์เป็นแกนตั้งรัฐบาล พลังประชารัฐ เท่ากับไม่มี "พลเอกประยุทธ์" อยู่ในพรรค
    พลังประชารัฐจะไปร่วมตั้งรัฐบาลกับประชาธิปัตย์ได้ แต่จะไปต่อรองเอา "ไข่ประยุทธ์" ที่ฝ่อไปแล้ว มาฟักขอเป็นนายกฯ
    แถมอายเขาตายโหง!
    นี่ ในความหมายประชาธิปัตย์ได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้ง ๒๔ มีนา.
    แต่ถ้าทั้งประชาธิปัตย์และประชารัฐ ไม่ได้เป็น "เสียงข้างมาก" ทั้งคู่ 
    แต่รวมหลายพรรคแล้วได้เกิน ๒๕๑ เสียง ตามนัยนี้ ถ้าอภิสิทธิ์ยืนกราน "ไม่เอาประยุทธ์" ในขณะที่พรรคอื่นๆ เขาเอา ก็มีประเด็นให้มอง
    คือ คำว่าประชาธิปัตย์เป็นพรรคมาตรฐาน ก็อยู่ตรงที่ พรรคไม่มีใครมีอำนาจชี้ขาดได้คนเดียว
    ทุกอย่างต้องเป็น "มติพรรค" ออกมาเท่านั้น!
    กรณีนี้ เช่นกัน ตอนนี้ เอา-ไม่เอา, ร่วม-ไม่ร่วม, ทะเลาะให้โลกหยันในความหมาย "แหติดตอ" ไปทำไม?
    ยังไม่ทันเลือกตั้ง ใครได้-ไม่ได้ ก็ยังไม่รู้ แล้วมาทะเลาะกัน มันน่าหยัน
    และที่สำคัญ ประกาศอภิสิทธิ์ 
    ไม่ใช่ "มติพรรค"!
    ฉะนั้น ทั้งพลังประชารัฐ ทั้งประชาธิปัตย์ อย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นตบตีกันเลย
    ไปหาเสียง-หาคะแนนมานับแข่งกันก่อนดีกว่า หลังเปิดหีบ ๒๔ มีนา. เห็นตัวเลขของแต่ละพรรคแล้ว ค่อยมาทะเลาะกันตอนนั้น ก็ยังทัน
    ใครจะร่วม-ไม่ร่วม จะเป็นรัฐบาล เป็นค้าน หรือใครจะเป็นนายกฯ ให้เห็นแต้ม-เห็นตัว ส.ส.ในมือกันก่อน
    ตอนนั้น ใครจะเกี่ยงงอน ใครจะต่อรอง หรือใครจะเป็นฝ่ายเสนอ-ฝ่ายสนองเงื่อนไข ค่อยเป็นเหตุ เป็นปัจจัยที่รับฟังได้
    แต่ตอนนี้ อย่าไปจำที่ควรลืม และอย่าลืมที่ควรจำ จะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย
    เส้นทางระหว่างประยุทธ์กับอภิสิทธิ์มีเหมือนและต่างกันอยู่
    พลเอกประยุทธ์ ถ้าพลังประชารัฐเป็นแกนตั้งรัฐบาลไม่ได้ ประยุทธ์ก็จบ
    อภิสิทธิ์ ถ้าประชาธิปัตย์เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ยังไม่จบ เป็นผู้นำฝ่ายค้านได้
    แต่ในรัฐบาลผสม มี "พลเอกประยุทธ์" เป็นนายกฯ ได้
    ขณะเดียวกัน ไม่มีทางเลยที่.......
    "พรรคร่วม" จะให้อภิสิทธิ์เป็น "นายกฯ"!.

ปีปอินเอฟเฟกต์!'โบว์'ฟ้อง'เปลว สีเงิน'คดีคลิปไก่จ๋าประชาธิปไตย

    
 

15 มี.ค.62-  ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักกิจกรรมเพื่อสิทธิพลเมือง พร้อมทีมทนายความจากสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) ประกอบด้วย นายปกาสิต ไตรยสุนันท์, นายรัฐศักดิ์ อนันตริยกุล, นายธำรงค์ หลักแดน และนายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายโรจน์ งามแม้น หรือเปลว สีเงิน ประธานกรรมการบริหารหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์และคอลัมนิสต์, นายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา ยูทูบเบอร์วิเคราะห์การเมือง และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328

โดย น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า ในช่วงเดือน ธ.ค.2561 - ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา มีสื่อหลายรายที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยจรรยาบรรรณ และนำอาชญากรรม คือภาพแอบถ่ายและตัดต่อโลโก้เพื่อดิสเครดิตทางการเมือง ที่เกิดกับตนมาขยายผลเพื่อโจมตีทางการเมือง และหลายรายที่มีการสื่อสารเข้าข่ายหมิ่นประมาทชัดเจน ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการคุกคามในโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) เป็นวงกว้าง ในขณะที่ยังมีสื่อที่ดีที่พยายามรักษาจรรยาบรรณและรายงานข่าวโดยเคารพสิทธิของผู้เสียหาย ตนจึงอยากให้การฟ้องร้องครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการสร้างบรรทัดฐาน กระตุ้นให้สื่อมวลชนทำงานโดยมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ในขณะเดียวกันก็หวังจะเป็นการให้กำลังใจสื่อน้ำดี ที่ยอมสละเรตติ้งที่อาจได้มาง่ายๆ จากการสร้างความบันเทิงด้วยการใส่สีตีไข่ในข่าวจากอาชญากรรม และขอแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจสื่อเหล่านั้นเพื่อสร้างมาตรฐานที่ดีกับสังคมต่อไป 

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า การใส่ร้ายป้ายสีที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทโดยสื่อฝ่ายตรงข้ามส่วนใหญ่นั้น มักกระทำโดยรู้ตัวว่ากำลังหมิ่นประมาทอยู่ จึงมีความพยายามใช้เทคนิคพูดอ้อมๆ หรือไม่ได้อ้อมแต่ตบท้ายว่าจริงๆ ไม่รู้นะว่ากำลังพูดถึงใคร ซึ่งตนคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่ขาดความละอายแก่ใจ ไม่ตรงไปตรงมา และไม่เป็นตัวอย่างที่ดีต่อสังคม โดยเฉพาะเยาวชนที่เข้าถึงสื่อเหล่านั้นได้ หากเกิดเป็นพฤติกรรมเลียนแบบอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในปริมาณมาก ก็จะเกิดความเสื่อมและตกต่ำทางจริยธรรมขึ้นในสังคม โดยเฉพาะเมื่อเกิดกับเหยื่ออาชญากรรม คงไม่ใช่ทุกคนที่จะรับความกดดันในระดับที่ตนเผชิญมาตลอดเวลาสามเดือนได้ 

"การฟ้องร้องครั้งนี้จึงเป็นเพียงกรณีตัวอย่าง เป็นความพยายามในการร่วมสร้างบรรทัดฐาน ขอขอบคุณสื่อที่ยังยึดมั่นจริยธรรม และขอให้กำลังใจในการทำงานต่อไป" น.ส.ณัฏฐา กล่าว

เมื่อถามถึงเหตุที่ยื่นฟ้อง 3 ราย น.ส.ณัฏฐา ระบุว่า ความจริงมีหลายรายที่หมิ่นประมาท บางรายแค่พลั้งปากตนก็ปล่อย หรือบางรายก็ลบคลิปไปแล้วเช่นพิธีกรดัง 2 ราย แต่รายที่เลือกฟ้องเพราะมีพฤติกรรมเรื้อรัง จงใจโจมตีดิสเครดิตขยายผลต่อเนื่องในสิ่งที่ล้วนไม่เป็นความจริง 

ถามถึงความคืบหน้าคดีคลิปหลุดต้นเหตุที่ได้แจ้งความไว้ น.ส.ณัฏฐา เผยว่า ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ รวมถึงคดีข่าวปลอมที่ตนได้แจ้งความไว้ต่อตำรวจ ปอท. ก็ไม่คืบหน้า

ด้านนายปกาสิต ไตรยสุนันท์ หัวหน้า สกสส. ทีมทนายความเผยว่า คดีนี้แยกฟ้องจำเลยทั้งสามคนละสำนวน สกสส. ได้รับการร้องขอจาก น.ส.ณัฏฐา ซึ่งถูกละเมิดสิทธิ กรณีนี้เป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วย การยื่นฟ้องจึงเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามรัฐธรรมนูญ.

'กำนัน'เตือนความจำ ความเลวร้ายระบอบทักษิณกำลังจะกลับมา พวกเรายอมหรือไม่?

    
 

 

 

'ลุงตู่'ถามพรรคการเมืองแจกแหลกเอาเงินมาจากไหน ลั่นนายกฯคนต่อไปต้องมีธรรมาภิบาลบริหารราชการแผ่นดิน

    
 

15 มี.ค.62- เพจประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha โพสต์ข้อความว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  แคนดิเดตนายกฯพรรคพลังประชารัฐให้ความเห็นถึง การหาเสียงของทุกพรรคการเมือง กรณีการชูนโยบายว่าจะดำเนินการเรื่องใดๆ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณรัฐจำนวนมาก บางเรื่องก็อาจกระทบต่อภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ เอกชน รวมถึงภาครัฐ เช่น ด้านการศึกษา สวัสดิการ การขึ้นค่าแรง ฯลฯ นายกรัฐมนตรีขอยืนยันว่าทุกรัฐบาลจะต้องดำเนินการภายใต้ระเบียบ วิธีการ กฎหมายด้านงบประมาณ การเงิน การคลัง และกฎหมายอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับรายได้ และสัดส่วนงบประมาณโดยรวมของรัฐ 

 มีทางเดียวที่จะทำได้ตามที่หลายพรรคการเมืองหาเสียงกันไว้คือ รัฐต้องมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากการจัดเก็บภาษีทั้งทางตรง ทางอ้อม กำไรและรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นๆ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวมาไทยให้มากขึ้น และหากงบประมาณไม่เพียงพอก็ต้องกู้เงินซึ่งจะต้องคำนึงถึงหนี้สาธารณะที่จะเพิ่มขึ้นด้วย การขึ้นค่าแรงก็ต้องไม่กระทบต่อการลงทุน การย้ายฐานการผลิต การลงทุน ในขณะที่เรากำลังเร่งรัดการลงทุนในพื้นที่เศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐ เพิ่มงานเพิ่มอาชีพ และเพิ่มการดูแลสวัสดิการให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย นายกรัฐมนตรีขอยืนยันว่าหากเรายังหารายได้ให้รัฐมากขึ้นไม่เพียงพอ ก็จะไม่สามารถทำตามนโยบายที่หลายพรรคการเมืองหาเสียงไว้ได้

ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่านายกรัฐมนตรี และรัฐบาลจะเป็นใครพรรคใด จะต้องมีธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน อันได้แก่หลักคุณธรรม ความโปร่งใส ความมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ ความคุ้มค่า เราควรต้องได้นายกรัฐมนตรีแบบนี้ที่มีธรรมาภิบาล บริหารราชการอยู่ในกฎ ระเบียบ กติกา กฎหมาย การจะดำเนินโครงการ และงบประมาณ จะต้องชี้แจงได้ว่าเราจะหางบประมาณมาจากไหน อยู่ในวินัยการเงินการคลังหรือไม่ รัฐบาลจะต้องดูแลประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ.

 

 

(โปรดคลิกเพื่ออ่นข่าว)

 
 
 

 

 
 .......................................................
 
 
หน้าแรก  เลือกตั้ง 62  ‘อภิสิทธิ์’ จ...
 
 

‘อภิสิทธิ์’ จวกนโยบายขึ้นค่าแรง พลังประชารัฐ ชี้เพิ่มภาระ-ทำข้าวของแพง!

วันที่ 15 มีนาคม 2562 - 10:00 น.
 

‘อภิสิทธิ์’ โว! หลังประกาศจุดยืนไม่หนุน “บิ๊กตู่” เสียงตอบรับดี ไม่สนถูกโจมตี อัดนโยบายเพิ่มค่าแรงของ พลังประชารัฐ เพิ่มภาระผู้ประกอบการ-ย้ายถิ่นฐานการผลิต

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ถนนเพชรเกษม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ว่า หลังการประกาศจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์พบว่าได้รับเสียงตอบรับทางการเมืองอย่างดีในหลายพื้นที่ ซึ่งไม่มีปัญหา เพราะเราทุกคนต้องการความชัดเจน เมื่อประกาศจุดยืนก็มีความชัดเจนมากขึ้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการโจมตีตนนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาของการแข่งขัน จะให้เขามาชอบคงไม่ได้ แต่ตนต้องการให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจนว่าบ้านเมืองมีความท้าทาย 2 เรื่องที่ต้องก้าวไปให้พ้น คือ เรื่องเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมา 5 ปี แม้รัฐบาลจะมีความตั้งใจดี แต่การแก้ปัญหาก็ยังไม่ตรงจุด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอนโยบายที่ชัดเจนคือการเพิ่มกำลังซื้อ พลิกฟื้นภาคธุรกิจ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการให้ค่าแรงเพิ่มของพปชร.นั้น ตนมีความเป็นห่วงในเรื่องการเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการ ซึ่งอาจเกิดการย้ายฐานการผลิตได้ โดยการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์มีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนคิดมารอบคอบแล้ว เช่น การเพิ่มค่าแรง รัฐบาลจะเป็นผู้เข้าไปช่วย ไม่เป็นภาระของผู้ประกอบการ เพราะไม่เช่นนั้นธุรกิจอาจอยู่ไม่ได้ มีการย้ายฐานการผลิตคนก็ตกงาน ที่สำคัญถ้าทำอย่างพปชร.ข้าวของก็จะแพงอีก

“ส่วนเรื่องการเมืองก็เช่นเดียวกัน ขณะนี้เห็นชัดเจนว่าทุกคนพูดตรงกัน เป็นห่วงว่าถ้าประชาชนคิดว่า รัฐบาลมีการสืบทอดอำนาจ ก็จะเป็นปัญหาความขัดแย้งตามมา เราจึงคิดว่าการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเรื่องเป็นทางออกที่ดี” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ทวิตข้อความถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมงานกับพรรคการเมืองใด เพราะประกาศไม่ร่วมกับเพื่อไทย และพปชร. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไร เป็นความพยายามของเครือข่ายพรรคเพื่อไทยพยายามกดดันเท่านั้นเอง จะร่วมรัฐบาล เราถือหลักการ หากไม่มีประเด็นสืบทอดอำนาจและการทุจริตเราก็สามารถร่วมงานได้

ส่วนการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พปชร. ประกาศอยากให้เลิกพูดเรื่องสืบทอดอำนาจนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากการแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกพรรคปฏิบัติเท่าเทียมกันหมดก็ไม่มีปัญหา แต่ตรงกันข้ามทุกพรรคเห็นตรงกันว่าควรให้พรรคที่รวบรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่พปชร.กลับไม่ยอมยืนยันในเรื่องนี้

“ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งและเคารพการตัดสินใจของประชาชนเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย เพราะทุกฝ่ายก็เรียกร้องว่าให้เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งโดยยึดถือเจตนารมณ์ของประชาชน นั่นคือประชาธิปไตย เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ ขณะเดียวกัน ต่างชาติก็จะมองว่าประชาธิปไตยของประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่ผมไม่สามารถตอบแทนพปชร.ได้ว่า จะปล่อยให้พรรคที่รวบรวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลก่อนหรือไม่ สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องมีเส้นทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง ซึ่งหากเลือกพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาจำนวนมากก็จะแก้ปัญหาได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ปราศรัยโจมตีว่าถ้าไม่มีเขา ชาติหน้านายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ ตอบคำถามเพียงสั้นๆว่า ไม่ทราบว่านายสุเทพพูดว่าอย่างไร

 ..................................................

15 มีนาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน