*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3579
  • จำนวนผู้ชม : 2317049
  • จำนวนผู้โหวต : 519
  • ส่ง msg :
  • โหวต 519 คน
<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 19 มีนาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 343 , 12:26:46 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน feng_shui โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน.พรรคอนาคตใหม่ขายจุดอ่อนหรือความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยให้เป็นคะแนนเสียงตัวเองตลอดมา

ล่าสุดก็จับเอามหาวิทยาลัยราชภัฏที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยดั้งเดิมที่มีขนาดใหญ่กว่า เช่น จุฬา

ธรรมศาสตร์ มหิดล ฯลฯ จึงมีการแฉความไม่ถูกต้องของนายธนาธร โดยนพ.ชูชัย ศุภวงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปประเทศไทยดังที่เป็นข่าว

         อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าว นายธนาธรก็ได้คะแนนนิยมจากนักศึกษาม.ราชภัฏทั้ง 38 แห่งไปแล้ว เล่ห์กลของธนาธรเทียบ

ชั้น 'แม้ว' แล้วขณะนี้

 

 

ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'

    
 

    เอา "ข้อชี้แนะ" ของอาจารย์ "สมเกียรติ โอสถสภา" ที่ท่านโพสต์เฟซไว้มาหากิน
    ติดใจที่ท่านเขียนแนะ "ลุงตู่" ว่า
    "เชิญหม่อมเต่ามาเลย สุดยอด แนวคิดเพิ่มงานเป็นสองกะ ก็เพิ่มแรงงาน เงินหมุน ไม่ต้องใช้งบเยอะ เคนสครับ เร่งงานก่อสร้าง เงินไหลโจ๊ก หม่อมเต่าทำเป็น ให้คุมอีอีซีเลย
    ความคิดหม่อมเต่าเรื่องสร้างโรงงานสามจังหวัดภาคใต้ เป๊ะมาก
    น่าช่วยกันทำให้สามจังหวัดจบเกมส์ได้แบบ วิน วิน ผมจะไปช่วยด้วย 
    จบงานสามจังหวัด ให้ท่านช่วยบริหารสำรองแบงค์ชาติหน่อย แก้ปัญหา dutch disease มีเงินหมุนเศรษฐกิจทำได้สิบวิธี
    คนที่ดีที่สุด อยู่พรรคคุณสุเทพ แล้วหม่อมเต่าก็จะระดมพลเศรษฐกิจมาเพิ่มได้อีกหมื่นสาย ทำเป็นมาเอง ทำเลย"
    อาจารย์สมเกียรติ "มองข้ามช็อต" ไปถึงรัฐบาลใหม่โน่น ว่านายกฯ คือ "ลุงตู่"
    แต่ผมไม่ได้ติดใจตรงประเด็นนี้ เพราะแหงอยู่แล้ว!
    หากแต่ "ติดใจ" ประเด็น "หม่อมเต่า".........
    ก็ "ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล" หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย อันมี "กำนันสุเทพ" เป็นหัวหอกทะลวงแทงอยู่ตอนนี้
    คือผมนึกไม่ถึง ว่าอาจารย์สมเกียรติ จะมอนิเตอร์ "ทุกคน-ทุกพรรค" ละเอียดขนาดนี้
    เมื่ออาจารย์โฟกัส "หม่อมเต่า" ผมจึงติดใจ!
    ติดใจในความหมาย ว่าหม่อมเต่า "วันนี้" ต่างกับหม่อมเต่า "วันโน้น" ชนิดเป็นคนละคนเลยทีเดียว
    คือตอนเป็นปลัดกระทรวงการคลัง และตอนเป็นผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ต้องบอกว่า 
    คนชนชั้น "คุณชาย" ที่เห็นในวงราชการงานเมือง เกือบทุกคน จะมีบุคลิกพิเศษทางการแสดงออก มาในโทนเดียวกัน
    ก็อะไรล่ะ...
    อย่างที่เขาเรียก "อีโก้" หรือ "อัตตา" สูง ประมาณนั้น!
    พูดจาเอาแต่ใจ ยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ และการปฏิสันถาร กระเดียดไปทาง "ไว้เนื้อ-ถือตัว"
    อย่างที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า "หยิ่ง" 
    หลายๆ หม่อมที่เห็นในแวดวงการเมือง ก็เป็นลักษณะนี้!     
    มองอีกด้าน.......
    ไม่ใช่ท่านหยิ่งโดยเจตนา หากแต่มันเป็นธรรมชาติต่อเนื่องแห่งชนชั้นอย่างนั้นมากกว่า
    ระดับ ม.ร.ว.นี่ ต้องเรียก "คุณชาย" ต่ำศักดิ์กว่า ม.ร.ว.ลงมาถึงจะเรียก "หม่อม"
    "หม่อมหลวง" ถือเป็นชั้นสุดท้ายในระบบศักดินา จากนั้น เป็น นาย..นาง..มึง..กู 
    เรียกว่า "หมดเชื้อ" คืนสู่สามัญ!
    แต่ที่เรียก ม.ร.ว.จัตุมงคลกันว่า "หม่อมเต่า" เพราะติดปากอย่างหนึ่ง สังคมคุ้นคำว่า "หม่อม" มากกว่าคำว่า "คุณชาย" อีกอย่างหนึ่ง 
    คุณชายเต่า หรือคุณชายท่านอื่นๆ อย่างคุณชายอุ๋ย คุณชายสุขุมพันธุ์ ในระดับ ม.ร.ว.
    นักข่าวกระทั่งชาวบ้าน ก็เรียกท่าน "หม่อม..หม่อม" ซึ่งท่านก็เข้าใจ และไม่ถือสา
    "คุณชายเต่า" จึงถูกเรียกเป็น "หม่อมเต่า" ติดปากกันมาถึงทุกวันนี้
    แต่ หม่อมเต่าวันนี้ ในวัย ๗๕-๗๖ ปี เป็น "คนละคน" กับหม่อมเต่าใน ๕๐-๖๐ ปี ด้านอัตตาคือการ "ถือตัว-ถือตน" เห็นชัดมาก
    ผมมาสะดุดใจ เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน เมื่อเห็นท่านมาให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ ช่อง ๒๒ เนชั่น 
    ท่าน "ตกผลึก" จนแทบไม่เชื่อว่านี่ คือ "หม่อมเต่า" จอมขวานผ่าซาก เมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว?
    เป็นคนละคนอย่างว่าจริงๆ แต่ละคำพูด-คำตอบ เห็นชัดว่า ทุกคำ-ทุกประเด็น 
    "กลั่น" ออกมาจาก "เครื่องกรอง" ที่เรียก........ประสบการณ์ วิชาการ ความรอบรู้ ความรับผิดชอบ  นอบน้อม-ถ่อมตน เป็นวิสัยทัศน์ตกผลึก
    "วิญญูชน+รัตตัญญูชน" เช่นนี้ หายากยิ่งในหมู่คนรุ่นเก่า-รุ่นใหม่
    เมื่อ "หม่อมเต่า" เป็นผลึกแห่งทรัพยากรบุคคลปรากฏขึ้นในภูเขาขยะทางการเมืองเช่นนี้ 
    ไม่มีทั้งอีโก้-อัตตาใดๆ มีแต่ความเป็นผู้ใหญ่ปรารถนาดี ในความเป็นบ้านเมืองที่ต้องช่วยกัน
    ผมประทับใจท่านจากหน้าจอวันนั้น.....
    เมื่ออาจารย์สมเกียรติที่โอตะตรึมไม่น้อยหน้าเฌอปราง มาอวยหม่อมเต่าให้ลุงตู่ชวนไปทำงานเข้าอีก จึงปลื้มสองต่อ!
    ย้อนกลับไป ๒๐ ปีก่อนโน้น หม่อมเต่าที่ไม่เคยแคร์และแยแสคน 
    แต่วันนี้.......
    หม่อมเต่าแปลงความไม่แคร์และไม่แยแสคน ไปเป็นความแคร์และแยแสต่ออนาคตบ้านเมือง 
    ช่ำชองทั้งด้านวิศวกรรมศาสตร์และเศรษฐศาสตร์จากเคมบริดจ์ บริหารจากฮาร์วาร์ด
    นั่นยังแค่ตำรา.........
    แต่ประสบการณ์ถึงระดับปลัดคลังและผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ แต่ยอมเป็น "สามัญชนต่ำศักดิ์"
    เดินย่ำต๊อก นอนกลางดิน กินกลางทราย ไปคารวะแผ่นดิน กับกำนันสุเทพและคณะในบทนักการเมือง
    ตำแหน่งและผลประโยชน์ เป็น "ส่วนเกิน" ที่หม่อมเต่าจะปรารถนาแล้ว 
    แต่เพราะเล็งเห็นว่า ผลึกอันเกิดจากบ่มเพาะในตัวท่าน สามารถช่วยสังคมชาติบ้านเมืองช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ได้บ้าง
    ท่านจึง "ยอมเหนื่อย" ยอมเป็นขี้ปากให้คนบางคน-บางพวกในงานอาสา!
    เห็นคุณค่าจะเอาใช้...ก็ใช้ ไม่เห็น..ไม่เอา ก็อย่าเอา มันก็เท่านั้น
    ยากนะ.......
    ไม่ยากเรื่องงาน!
    แต่มัน "ยาก" ที่ระดับหม่อมเต่าจะยอมลงมา "เหนื่อย" กับสังคมเลือกตั้ง 
    ซึ่งจะว่าไปแล้ว "ไม่จำเป็น" เลย สำหรับท่าน เพราะเท่าที่ท่านมีและที่ท่านเป็นทุกวันนี้ 
    มันก็มากและสูงอยู่แล้ว!
    ก็เป็นเครื่องบ่งบอกอย่างหนึ่ง หม่อมเต่านั้น ถ้าต้องการตำแหน่งและไม่ต้องเหนื่อย เลือกพรรคสังกัดได้เยอะแยะ
    แต่ที่ปลงใจในพรรครวมพลังประชาชาติไทย นอกจากหม่อมเต่าจะพึงใจอะไรบางประการในตัวกำนันสุเทพแล้ว
    ที่แน่ๆ แสดงว่า.......
    บุคลากรในพรรค ต้องเป็นบุคคลคุณภาพ ทั้งรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ มีคำว่า "ชาติบ้านเมือง" อยู่ในหัวใจ แทนคำว่า "ประโยชน์กูจะได้" ซึ่งเหมาะแก่งานอาสาทางการเมือง ที่ต้องอดทน-เสียสละสูง
    ด้วยวิสัยทัศน์และประสบการณ์บริหารของหม่อมเต่า ท่านคงเห็นตรงนี้ในพรรคลุงกำนันด้วย 
    ถึงยอมลงมาเหนื่อย สำเร็จ-ไม่สำเร็จทางการเมือง เป็นเรื่องหนึ่ง
    แต่อย่างน้อย ได้อุทิศแบบอย่างเป็น "หน่อแนว" ให้คนในพรรค ได้สืบสานเป็นตำนานที่สวยงามของ "พรรครวมพลังประชาชาติไทย" ยาวไปสู่ศตวรรษที่ ๒๑
    ดูๆ ไป คนพรรครวมพลังประชาชาติไทย เป็นอย่างที่อาจารย์สมเกียรติว่าไว้จริงๆ ที่ว่า
    "คนที่ดีที่สุด อยู่พรรคคุณสุเทพ"!     
    เช่น ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, เพชรชมพู กิจบูรณะ, เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์, อนุสรี ทับสุวรรณ, ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง, จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์, ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์, เบญญา นันทขว้าง
    รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร, ผศ.ร.ต.อ.ดร.จอมเดช ตรีเมฆ, ประสาร มฤคพิทักษ์ และสำราญ รอดเพชร เป็นต้น
    ที่ว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล "ตกผลึก" เห็นชัด 
    โดยทั่วไป ในฐานะหัวหน้าพรรค ท่านก็ต้องเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค
    แต่คนที่เคยอัตตาสูง กลับประกาศแต่แรกเลยว่า พรรคท่าน ไม่เสนอใครเป็นนายกฯ พรรค
    เพราะต้องการ "สนับสนุน" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกฯ เพื่อสานงานที่เริ่มไว้ดีแล้วต่อไปให้สำเร็จ!
    จากยอด......
    "หม่อมเต่า" ยอมมาเป็นฐาน 
    ใครจะนึกว่าได้เห็นปรากฏการณ์นี้จากบุคคลชื่อ "ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล"?
    ส่วนตัวผม.......
    มื้อนี้ "ขอยอมให้ท่าน"!    

 

'หมอชูชัย'แชร์โพสต์อาจารย์จุฬาฯลากไส้'ธนาธร'เลิกเสียทีวาทะกรรมแบ่งแยกชนชั้น
    
 

18 มี.ค.62 - เพจติดตามการปฏิรูปประเทศกับหมอชูชัย โดยนพ.ชูชัย ศุภวงศ์ โพสต์ข้อความระบุว่า น้องชายเป็นอาจารย์ที่คณะวิทยาศาสตร์ เขียนได้โดนใจมาก ไม่ชอบที่สถาบันซึ่งมีพระคุณใหญ่หลวงเป็นทั้งที่ให้ความรู้ และที่ทำงานต้องถูกพาดพิงในลักษณะนี้ ขอบคุณ ดร.อรรถกฤต ฉัตรภูติสำหรับข้อเขียนด้านล่างนี้

ความจริงไม่ค่อยอยากวิจารณ์การเมืองลงเฟสบุ๊ค แต่พอไปพบการปราศัยหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่ที่พาดพิงจุฬาฯ (มหิดล และธรรมศาสตร์) เลยต้องขอใช้สิทธิอาจารย์ของจุฬาฯ ชี้แจ้งข้อเท็จจริงใน 2 ประเด็นครับ (ดูคลิปเต็มที่ https://youtu.be/23lO9d-Pb04 เริ่มตั้งแต่นาทีที่ 18:00)

1) การที่คุณธนาธรยกให้ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ มหิดล เป็นมหาลัยของ "ชนชั้นนำ" เพราะได้งบประมาณรวมกันมากกว่า ราชภัฏทั้ง 38 แห่ง ที่ธนาธรบอกว่าเป็น “มหาลัยคนจน” เป็นวาทะกรรมที่ไม่เข้าใจโครงสร้างและแนวทางของแต่ละมหาวิทยาลัยเลย จุฬา มหิดล ได้งบเยอะส่วนหนึ่งเพราะมีโรงเรียนแพทย์ และถ้าว่ากันตามจริง ปีที่ผ่านมา จุฬาได้งบวิจัยจากรัฐบาลน้อยมาก โครงการวิจัยสำคัญๆ หลายโครงการ เช่น ความร่วมมือกับองค์กรอย่าง CERN มาจากเงินค่าเช่ามาบุญครองครับ

เป็นวิสัยทรรศน์ที่ยาวไกลขององค์พระผู้สถาปนามหาวิทยาลัย ที่พระราชทานที่ดินไว้ให้มหาวิทยาลัยได้ใช้ดอกผลเพื่อความยั่งยืน และเป็นแนวทางที่มหาวิทยาลัยชั้นนำ อย่าง Cambridge หรือ Oxford และที่อื่นๆ ใช้มายาวนาน รัฐบาลและนักการเมือง มาแล้วก็ไป นโยบายมีได้ก็เปลี่ยนได้ แต่มหาวิทยาลัยยังดำเนินการตามภาระกิจที่ตั้งปณิธานไว้ต่อไปได้เพราะสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง

คุณธนาธร คงไม่ทราบว่ามีนิสิตจุฬาหลายคนที่ทำงานหารายได้พิเศษเลี้ยงตัวเอง หลายคนสอนพิเศษ และบางคนก็ทำงานเสริฟไอศครีมที่สแวนเซ่นด้วย กรุณาอย่าเอาวาทะกรรมแบ่งแยกชนชั้นมา Stereotype เด็กจุฬาฯ และเด็กวัดหัวลำโพงอย่างไม่เป็นธรรม เพราะนั่นไม่ใช่แนวคิดของคนที่เชื่อในอุดมการณ์ว่า “การศึกษาเปลี่ยนชีวิตคนได้” ผมจบโรงเรียนปทุมคงคา โรงเรียนที่มีเด็กพื้นฐานหลากหลาย บางคนจนมากต้องขับมอร์เตอร์ไซต์รับจ้างหาเงินตอนกลางคืนเพื่อมาใช้เรียน แต่เขาก็เรียนจบมหาวิทยาลัยตอนนี้เขาเป็นเจ้าของกิจการไปแล้ว มีรุ่นพี่หลายคนเกเร แต่ในรับการสั่งสอนอบรมจากคุณครูที่ทุ่มเทจนเปลี่ยนอนาคตของเขาได้ ภาพสมัยเรียนที่ยังประทับใจจวบจนปัจจุบันคือ “มีรุ่นพี่เคยเกเร กลับมากราบแทบเท้าคุณครูที่อบรมสอนเขาให้เป็นคนดี ” คนที่มีอุดมการณ์เรื่องการศึกษาควรเชื่อว่า แม้เด็กจะเกิดมาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ไม่พร้อม แต่การศึกษาสามารถทำให้อนาคตของเขาดีได้ ไม่ใช่บอกว่าจบโรงเรียนนี้อนาคตคุณทำได้แค่เด็กเสริฟ์ ถ้าวาทะกรรมนี้เป็นจริง ผมคงเป็นได้แค่นักเลงหัวไม้

 

จบเห่!'ธีระชัย' ลากไส้'ธนาธร'Blind Trustใช้กับธุรกิจครอบครัวไม่ได้ กลายเป็นเกราะปกปิดเอื้อผลประโยชน์ทับซ้อน

    
 

19 มี.ค.62- ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ อดีตรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และเป็นประธานกลุ่ม ก.ล.ต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thirachai Phuvanatnaranubala  “กรณีนายธนาธรโอนทรัพย์สินของตน 5,000 ล้านบาทเข้ากอง Blind Trust”ว่า

ขออธิบายเพิ่ม เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายๆ ว่าทำไมโครงสร้างนี้ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาประโยชน์ทับซ้อนได้จริง กรณีเป็นธุรกิจครอบครัว

กรณีนักการเมืองที่โอนหุ้นในชื่อของตนเองในกิจการครอบครัว เช่น ประธานาธิบดีทรัมป์โอนหุ้นใน บริษัททรัมป์ ที่เดิมอยู่ในชื่อของตน เข้าไปในกอง Blind Trust นั้น

ถึงแม้ว่า กติกากำหนดว่า ผู้บริหารกอง Blind Trust จะเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องการลงทุนทรัพย์สินส่วนนี้แทนทรัมป์ก็ตาม

แต่ในทางปฏิบัติ

ในฐานะผู้ถือหุ้น วันเดียวที่เขาจะมีอำนาจ ก็คือวันประชุมผู้ถือหุ้น คือจะออกเสียงอะไร ก็ไม่ต้องไปถามทรัมป์ ส่วนวันอื่น ไม่มีอำนาจอะไรเลย

เขาอาจจะมีอำนาจมากขึ้น ถ้าหากผู้ถือหุ้นอื่นในครอบครัวเลือกให้เขาเข้าไปเป็นกรรมการบริษัทแทนทรัมป์ แต่ก็ไม่มีกติกาใดที่บังคับเรื่องนี้

นอกจากนี้ ต่อให้เข้าไปเป็นกรรมการ ก็จะมีเพียงเสียงเดียวในคณะกรรมการเท่านั้น

ส่วนในทางทฤษฎี ที่เขามีสิทธิที่จะขายหุ้นในบริษัททรัมป์ออกไป และเอาเงินที่ได้ไปลงทุนอื่นแทนนั้น ในทางปฏิบัติ ก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น

ดังนั้น กรณีที่ทรัพย์สินของนักการเมือง เป็นหุ้นในกิจการครอบครัว นอกจากไม่สามารถป้องกันประโยชน์ทับซ้อนได้จริงแล้ว ยังจะมีปัญหาอีกด้วย

เนื่องจากมีภาพภายนอก เสมือนว่ามีเกราะป้องกัน นักการเมืองจึงอาจจะแอบส่งผ่านข้อมูล เพื่อให้กิจการครอบครัวรู้ข้อมูลภายในก่อน และปรับตัวได้ก่อนคู่แข่ง

รวมทั้งนักการเมืองอาจจะออกนโยบายที่เป็นประโยชน์แก่กิจการครอบครัว โดยทำทีว่าตนเองไม่รู้ว่านโยบายจะมีผลออกมาเช่นนั้น

ดังนั้น ในกรณีกิจการครอบครัว

ป.ป.ช. จึงต้องคิดอ่าน กำหนดข้อบังคับให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกิจที่ละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะการทำธุรกรรมกับภาครัฐ และที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของรัฐ

เพื่อให้สื่อมวลชนและภาคประชาชนติดตามป้องปรามประโยชน์ทับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง.

ประชาชาติ
 

“กรณ์” ชี้ “ธนาธร” โอนทรัพย์สินเข้า “blind trust” ไม่แก้ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ติง “ยิ่งมองไม่เห็น ยิ่งตรวจสอบไม่ได้”

วันที่ 18 March 2019 - 21:37 น.
 

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุคส่วนตัว Korn Chatikavanij ถึงกรณีการแถลงข่าวเรื่อง ‘blind trust’ ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจโดยระบุว่า

จากการแถลงข่าวเรื่อง ‘blind trust’ ของคุณธนาธร ทำให้มีสื่อบางรายได้ทักท้วง สรุปความได้ว่า การอ้างว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีการทำเช่นนี้ เป็นการอ้างไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เคยมีนักการเมืองอีกหลายท่าน รวมทั้งผมด้วย เคยทำเช่นนี้มาก่อนแล้ว
ผมขอชี้แจงตามนี้ว่า

1. “Blind Trust” ยังไม่มีจริงในประเทศไทย เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นที่คุณธนาธรลงนามไปนั้น ไม่ใช่ blind trust

2. คุณธนาธรได้โอนทรัพย์สินให้สถาบันการเงินดูแล อันนี้หลายคนน่าจะเคยทำเหมือนกัน ผมก็เคยและวันนี้ก็ยังมีอยู่ โดยที่ผมก็ได้ลงนามสัญญาให้เขาบริหารโดยอิสระเช่นเดียวกัน

3. ผมเองเคยมี Trust อยู่ที่ต่างประเทศ และรายงานรายละเอียดทั้งหมดกับ ปปช. ตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องการรายงานบัญชีทรัพย์สิน

4. แต่หลายปีมาแล้วผมได้ตัดสินใจทำสวนทางกับที่คุณธนาธรพยายามที่จะทำ คือผมยกเลิก Trust ที่มีอยู่ เพราะผมคิดว่าความโปร่งใสสำคัญกว่า ผมคิดว่าประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในสิ่งที่คุณธนาธรได้ประกาศวันนี้ ไม่ใช่ว่าท่านเป็นคนแรกหรือไม่ แต่ที่ท่านบอกว่าทรัพย์สินที่ท่านโอนไปนี้จะ ‘มองไม่เห็น’ เพราะเมื่อทุกคนบอดสนิทกับข้อเท็จจริงว่าท่านมีทรัพย์สินอะไรบ้าง การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจะเกิดขึ้นไม่ได้

“จริงๆแล้ววิธีที่ชัดเจนที่สุดที่จะปลดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนคือการขายขาด (แต่อย่าขายให้ nominee กันอีกนะครับ)
แต่หากไม่ขาย ผมว่าที่ดีที่สุดคือเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะว่าเรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ และที่ไม่ควรคือการโอนเข้าไปในที่ๆ ‘มองไม่เห็น’”

.......................................................

19 มีนาคม 2562

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน