*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3577
  • จำนวนผู้ชม : 2316477
  • จำนวนผู้โหวต : 519
  • ส่ง msg :
  • โหวต 519 คน
<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 20 มีนาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 270 , 21:27:59 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         'ตู่'จตุพรตอแย 'กำนัน' ไม่เลิก แต่ก่อนหนัานี้ 'กำนัน' ก็บอกแล้วว่า "ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนผู้นี้" จึงยังไม่มีเสียงตอบโต้

จาก 'กำนัน' แต่อย่างไร

 

 

‘ตุ๊ดตู่’ซัด‘เทพเทือก’แทนคุณ‘บิ๊กตู่’ล้ม‘แม้ว’คนเสื้อแดงตายเหยียบร้อย

‘ตุ๊ดตู่’ซัด‘เทพเทือก’แทนคุณ‘บิ๊กตู่’ล้ม‘แม้ว’คนเสื้อแดงตายเหยียบร้อย

วันพุธ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562, 14.42 น.

20 มี.ค. 62 คณะผู้บริหารพรรคเพื่อชาติ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียง จ.สมุทรปราการ เขต 7 นายเถลิงยศ บุตุคำ, เขต 6 นางสาวศิรินุช คีตะนิธินันทน์, เขต 3 นายชัยวิทย์ พิศาลรวิพงษ์ นอกจากนี้เขตรอยต่อ จ.สมุทรปราการ ได้แก่ เขตบางนา พระโขนง ผู้สมัคร ดร.ณัฐภัสสร ธนาบวรพาณิชย์ ก็มาร่วมเดินหาเสียงด้วย 

โดยนายจตุพร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้ปราศรัยโดยอ้างถึงความจำเป็นที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยระบุชัดเจนว่า เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ มาช่วยต่อสู้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในปี 2552 - 2553 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้พี่น้องเสื้อแดงตายไปกว่า 100 ชีวิต บาดเจ็บ 2,000 สูญสิ้นอิสรภาพนับไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นบุญคุณระหว่างนายสุเทพกับ พล.อ.ประยุทธ์ จึงเป็นบุญคุณท่ามกลางความตายของพี่น้องคนเสื้อแดง 

นอกจากนี้ นายสุเทพยังออกมาพูดในลักษณะบังคับทางเลือก เช่นว่าถ้าไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี บ้านเมืองก็จะเกิดความไม่สงบ ซึ่งความไม่สงบนั้นก็จะเกิดจากซีกของนายสุเทพ ที่เคยไปชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ด้วยข้ออ้างเรื่อง พ.ร.บ.สุดซอย ซึ่งที่จริงแล้วเป็นเพียงเรื่องบังหน้า ความจริงคือการเปิดประตูให้ทำการรัฐประหาร เช่นเดียวกับคำว่าปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง มันคือมายาภาพ 5 ปีที่ผ่านมานี้ ก็ไม่เคยปฏิรูป หลังจากมีการยึดอำนาจ ไม่เคยมีการเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปอย่างชัดเจน 

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ลูกพรรคที่นายสุเทพให้การสนับสนุนก็โพสต์ข้อความในลักษณะข่มขู่ประชาชนว่า ถ้าเลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะเกิดรัฐประหารแน่นอน ตนนึกไม่ถึงว่าพรรคการเมืองจะใช้วิธีทำมาหากินกันเช่นนี้ นั่นหมายความว่าถ้าไม่เลือกพรรคพลังประชารัฐ หรือว่าพรรคของนายสุเทพและพรรคสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ บ้านเมืองก็จะต้องถูกรัฐประหาร ตนถือว่านี่ไม่มีความยุติธรรมต่อประชาชน จังหวัดสมุทรปราการเป็นพื้นที่ที่คนเสื้อแดงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก วันนี้ต้องขอเรียกร้องพี่น้องให้ออกมาใช้สิทธิสําแดงเดช เลือกพรรคเพื่อชาติเพราะว่า คะแนนจะไม่ได้ตกน้ำ คนเหล่านี้จะได้ยืนหยัดส่ง พล.อ.ประยุทธ์ กลับบ้าน ให้บ้านเมืองเดินหน้าด้วยระบอบประชาธิปไตย

 

(ข้อมูลเพิ่มเติม)

การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 
 
 
กลุ่มผู้ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ วันที่ 14 มีนาคม
 
กลุ่มผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ วันที่ 3 เมษายน
 
กลุ่มผู้ชุมนุมที่เซ็นทรัลเวิลด์

การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553 มีเป้าหมายเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ ต่อมา รัฐบาลใช้มาตรการทางทหารเข้ากดดันกลุ่มผู้ชุมนุม จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ[1] และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 2,100 คน[2]จากนั้น อภิสิทธิ์ประกาศแผนปรองดอง ซึ่งผู้ชุมนุมมีข้อเรียกร้องเพิ่มเติม การชุมนุมจึงดำเนินต่อไป และอภิสิทธิ์ก็ประกาศยกเลิกวันเลือกตั้งใหม่ตามแผนปรองดอง ก่อนจะใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม จนกระทั่ง แกนนำ นปช. ประกาศยุติการชุมนุมในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2552 เนื่องจากผู้ชุมนุมมีข้อสงสัยว่ากองทัพไทยอยู่เบื้องหลังการยุบพรรคพลังประชาชน พร้อมทั้งจัดตั้งรัฐบาลผสม ที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์[3] ในปีต่อมา นปช. ประกาศจะเริ่มการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2553 อภิสิทธิ์จึงเพิ่มมาตรการรักษาความมั่นคงอย่างมาก รวมทั้งเข้มงวดกับการตรวจพิจารณาสื่อมวลชนและอินเทอร์เน็ต ตลอดจนสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุที่ดำเนินงานโดยกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวไม่สามารถยับยั้งกลุ่มผู้ชุมนุมมิให้เดินทางเข้ามายังกรุงเทพมหานครได้

ผู้ชุมนุมส่วนมากเดินทางมาจากต่างจังหวัด แต่ก็มีชาวกรุงเทพมหานครส่วนหนึ่งเข้าร่วมการชุมนุมเช่นกัน[4] การชุมนุมเมื่อวันที่ 14 มีนาคม สื่อต่างประเทศรายงานว่าเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย[5] โดยในช่วงแรก การชุมนุมเกิดขึ้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศบนถนนราชดำเนินและเป็นไปโดยสงบ กลุ่มผู้ชุมนุมใช้มาตรการต่าง ๆ เช่น การเดินขบวนรอบกรุงเทพมหานคร การรวบรวมเลือดไปเทที่หน้าประตูทำเนียบรัฐบาล หน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ และหน้าบ้านพักอภิสิทธิ์เพื่อกดดันรัฐบาล จากนั้นมีการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุมสองครั้ง ได้ข้อสรุปว่าจะมีการยุบสภา แต่ไม่สามารถสรุปวันเวลาได้ โดยทั้งก่อนและระหว่างการชุมนุม มีการยิงลูกระเบิดชนิดเอ็ม-79 หลายสิบครั้ง แต่ก็ไม่สามารถหาตัวผู้กระทำมาลงโทษได้แม้แต่คนเดียว[6]อย่างไรก็ตามกรมสอบสวนคดีพิเศษแถลงจับผู้ต้องสงสัย 3 ราย[7] วันที่ 15 มีนาคม ทหารบาดเจ็บสาหัส 2 ราย จากการยิงลูกระเบิดชนิดเอ็ม-79 ได้แก่ จ.ส.อ.ปรีชา ปานสมุทร ผบ.กองรักษาการณ์ พลทหารหนุ่ม ศรีเฟื้อง ทหารเวรยาม[8]

ความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้นเมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน กลุ่มผู้ชุมนุมปิดการจราจรที่แยกราชประสงค์ รวมทั้งสร้างแนวป้องกันในบริเวณโดยรอบ วันที่ 8 เมษายน อภิสิทธิ์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง โดยห้ามการชุมนุมทางการเมืองเกินกว่าห้าคนขึ้นไป และในวันที่ 10 เมษายน กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 24 ศพ มีช่างภาพชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตรวมอยู่ด้วย 1 คน และทหารเสียชีวิต 5 นาย ตลอดจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 800 คน สื่อไทยเรียกการสลายการชุมนุมดังกล่าวว่า "เมษาโหด"[9] วันที่ 14 เมษายน แกนนำประกาศรวมที่ชุมนุมไปยังแยกราชประสงค์เพียงแห่งเดียว วันที่ 22 เมษายน เหตุปาระเบิดมือทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 86 คน กลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนบุกเข้าไปในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อหาตัวผู้ลงมือ แต่หาไม่พบ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ในภายหลังชี้ว่าโรงพยาบาลอาจเป็นแหล่งของผู้ลงมือ แต่ไม่มีการจับกุมผู้กระทำแต่อย่างใด[10] เมื่อวันที่ 28 เมษายน ระหว่างที่ผู้ชุมนุมจากแยกราชประสงค์ กำลังเดินทางไปให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุมที่ตลาดไท ย่านรังสิต ชานกรุงเทพมหานคร แต่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารตั้งแนวขวางกั้น กลางถนนวิภาวดีรังสิต จนเกิดการปะทะกัน โดยมีทหารเสียชีวิต 1 นาย ในเหตุการณ์นี้

อภิสิทธิ์เสนอแนวทางปรองดอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งเสนอให้จัดการเลือกตั้งใหม่ แต่อภิสิทธิ์ก็ยกเลิกข้อเสนอดังกล่าวไปเอง[11] หลังจากที่แกนนำ นปช. ยื่นข้อเรียกร้องให้รองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ เข้ามอบตัวกับตำรวจ แม้จะมีท่าทียอมรับในระยะแรกก็ตาม ต่อมา รัฐบาลสั่งการให้กำลังทหารเข้าล้อมพื้นที่แยกราชประสงค์ ด้วยกำลังรถหุ้มเกราะและพลซุ่มยิง[12]ในระหว่างวันที่ 14-18 พฤษภาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 41 ศพ และบาดเจ็บกว่า 250 คน ซึ่งกองทัพอ้างว่า พลเรือนถูกยิงโดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายหรือไม่ก็ถูกยิงเพราะติดอาวุธ หรือถูกผู้ก่อการร้ายยิง และชี้ว่าผู้ก่อการร้ายบางคนแต่งกายในชุดทหาร[13] ทหารเสียชีวิตนายหนึ่งเพราะถูกพวกเดียวกันยิง[14] สื่อไทยเรียกการสลายการชุมนุมดังกล่าวว่า "พฤษภาอำมหิต"[15] กองทัพได้ประกาศ "เขตใช้กระสุนจริง" โดยทุกคนที่พบเห็นในเขตดังกล่าวจะถูกยิง และเจ้าหน้าที่แพทย์ถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในพื้นที่[16][17][18][19] จนวันที่ 19 พฤษภาคม กำลังทหารเข้ายึดพื้นที่เป็นครั้งสุดท้าย จนถึงแยกราชประสงค์ จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีก แกนนำ นปช. ประกาศยุติการชุมนุม และยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นผลให้ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเกิดความไม่พอใจ จากนั้น เกิดการก่อจลาจลและวางเพลิงสถานที่หลายแห่งทั่วประเทศ[20] ในช่วงค่ำ รัฐบาลประกาศห้ามออกจากเคหสถานในหลายจังหวัด และให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องนำเสนอรายการของรัฐบาลเท่านั้น โดยทหารได้รับคำสั่งให้ใช้อาวุธปืนยิง ผู้ที่ทำการปล้นสะดม วางเพลิง หรือก่อความไม่สงบได้ทันที[20]ผู้ชุมนุมจำนวน 51 คนยังคงหายสาบสูญจนถึงวันที่ 8 มิถุนายน[21] รัฐบาลอ้างว่าการประท้วงดังกล่าวจะต้องใช้เงินทุนถึง 150,000 ล้านบาท[22]ต่อมาวันที่ 31 มกราคม 2560 ศาลชั้นต้นสั่งจำคุก บุคคลสองราย เป็นเวลา 10ปี[23]

ให้ภาพอธิบาย การหาเสียงโค้งสุดท้าย ของชายชื่อ’ชวน’

ให้ภาพอธิบาย การหาเสียงโค้งสุดท้าย ของชายชื่อ’ชวน’

วันพุธ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562, 20.27 น.

ภาพของ ชวน หลักภีย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ คุกเข่าไหว้กลางเวทีปราศรัยหาเสียงเพื่อขอบคุณพี่น้องประชาชนที่รุมแย่งกันมอบพวงมาลัยดอกดาวเรืองสีเหลืองสดใส ให้เป็นกำลังนักการเมืองในดวงใจของพวกเขา กำลังถูกแชร์และพูดถึงอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์

เป็นการถูกพูดถึงในแง่มุมความน่ารัก อ่อนน้อม ถ่อมตน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ชินตาของนักการเมืองในวัย 81  ปีผู้นี้

และเพื่อเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ ชวน  หลีกภัย ต้องลงพื้นที่ทำงานหนักแค่ไหน ในการช่วยสร้างฝันให้กับพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ชัยชนะเหนือคู่แข่ง

ทางทีมงาน”แนวหน้าออนไลน์”จึงรวบรวมภาพภารกิจของ ชวน หลีกภัย ในบรรยากาศต่างๆมาให้ชมกัน

แม้เป็นเพียงแค่ส่วนเสี้ยว แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า การเลือกตั้งในอีก 100 เมตรสุดท้ายข้างหน้านี้ ชายชื่อ”ชวน”ใจสู้และอึดมหาอึดขนาดไหน!!!

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
'เพื่อไทย'เตรียมขึ้นปราศรัยใหญ่ศุกร์นี้! เน้นนโยบายแบบเปิดสปอตไลท์ส่องทางบูมศก.

'เพื่อไทย'เตรียมขึ้นปราศรัยใหญ่ศุกร์นี้! เน้นนโยบายแบบเปิดสปอตไลท์ส่องทางบูมศก.

วันพุธ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562, 18.32 น.

“เพื่อไทย”จัดใหญ่ปราศรัยศุกร์นี้ ที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดงเน้น นโยบายแบบเปิดสปอตไลท์ส่องทางบูมเศรษฐกิจของประเทศกลับมายิ่งใหญ่บนเวทีโลก หลังถอยหลังลงคลองมานาน พร้อมชี้ทางเลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย เพื่อตั้งกำแพงขวางสืบทอดอำนาจ

20 มี.ค.62 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าในวันศุกร์ที่ 22 มีนาคมนี้เวลาประมาณ 16:00 - 20.00 น. พรรคเพื่อไทยได้จัดการปราศรัยใหญ่ เพื่อเปิดนโยบายสำคัญ ที่อาคารกีฬาเวสน์2ไทยญี่ปุ่นดินแดงกรุงเท

โดยครั้งนี้จะเน้นการนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่เป็นไฮไลท์สำคัญของพรรคเพื่อไทยที่จะนำพาประเทศไทย กลับมายิ่งใหญ่ในเวทีโลกไม่ให้ใครมาดูถูกประเทศไทยเหมือน5ปีที่ผ่านมาอีกได้

โดยการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย จะเน้นไปที่ปัญหาของประเทศที่เจ๊งมา 5 ปี ประเทศไทยมืดมน ประชาชนสิ้นหวัง  นอกจากนี้ 5ปีที่ผ่านมาหมดเวลาการบริหารงานที่ล้มเหลวแล้วและถึงเวลา เลือกคนทำงานเป็น ที่ทำสำเร็จมาแก้ไข และร่วมกันเอาลุง” คืนไป และเชิญชวนเลือกเพื่อไทยอย่างมียุทธศาสตร์ และเลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย

สำหรับการปราศรัยครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้ระดมขุนพลนักบริหารผู้มากประสบการณ์ในทุกมิติร่วมปราศรัย เน้นไปในนโยบายการแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจปากท้องที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า,และการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าการเกษตรที่ตกต่ำทุกตัวตลอดสี่ห้าปีมานี้ให้เกษตรกรได้กลับมากินดีอยู่ดีอีกครั้ง ,การแก้ไขปัญหาสังคมและยาเสพติดที่กำลังระบาดอย่างหนัก และนโยบายด้านสุขภาพและการศึกษาเพื่อยกระดับให้ประชาชนคนไทย ตั้งแต่เกิดเรียน ทำงานและเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุต้องมีรายได้และสวัสดิการทัดเทียมนานาอารยะประเทศ

โดยคุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์  จะขึ้นปราศรัย ในนโยบายสำคัญของพรรค และเปิดนโยบายเพื่อเชิญชวนให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาได้ในทันที

ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยขอเชิญชวนพี่น้องคนไทยร่วมรับฟังการปราศรัยในครั้งนี้เพื่อแสดงจุดยืนในการต่อสู้การสืบทอดอำนาจและรับฟังนโยบายดีดีจากพรรคที่เคยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และทำได้จริงเพราะทุกครั้งที่เป็นรัฐบาลเศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้นทุกครั้ง ซึ่งสามารถรับชมผ่านการถ่ายทอดสดได้ที่ Facebook ในแฟนเพจของพรรคเพื่อไทย

เด็กพปชร.ปรับเปลี่ยนป้ายหาเสียงรูปคู่‘บิ๊กตู่’ชูสโลแกน‘เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่’

เด็กพปชร.ปรับเปลี่ยนป้ายหาเสียงรูปคู่‘บิ๊กตู่’ชูสโลแกน‘เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่’

วันพุธ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562, 19.23 น.

20 มี.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ปรับเปลี่ยนป้ายหาเสียงของตัวเอง ที่เป็นภาพถ่ายคู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ด้วยการแปะสติ๊กเกอร์ข้อความ  “เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่” เช่น น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต ปทุมวัน บางรัก สาทร น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต พญาไท ราชเทวี จตุจักร(จตุจักร จอมพล) และน.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ผู้สมัครเขต พระนคร ป้อมปราบ ดุสิต  (เว้นแขวงนครไชยศรี) 

ซึ่งความสงบถือเป็นหนึ่งในนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐ นำเสนอต่อประชาชน เพราะเชื่อว่า หากประเทศสงบนโยบายอื่นๆก็จะสามารถขับเคลื่อนไปได้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจ  และบุคคลที่สามารถทำได้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ในขณะนี้ คือ พล.อ.ประยุทธ์ และจากการลงพื้นที่ พบว่า กระแสลุงตู่ มาแรงแซงโค้งสุดท้าย จึงต้องปรับกลยุทธ์ โดยใช้ “ลุงตู่” ช่วยเพื่อเรียกคะแนนเสียง

 
 
 
 
 
 

24มี.ค.!‘บิ๊กตู่’อ้อนคนสกลฯ‘เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน’สู่สงบสุข

24มี.ค.!‘บิ๊กตู่’อ้อนคนสกลฯ‘เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน’สู่สงบสุข

วันพุธ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562, 20.19 น.
 

“บิ๊กตู่” ให้คำมั่น ชาวสกลนคร จะนำพาประเทศไปสู่ความสงบสุข และทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ด้าน “สนธิรัตน์” ชี้ 24 มี.ค.ต้องเลือกพรรค ที่ไม่ทำประเทศกลับไปจุดเดิม ขณะที่ “สุริยะ”ลั่น ปิดฉากความยากจนให้กับพี่น้องภาคอีสาน หลังเลือกตั้ง

20 มี.ค. 62 ที่สนามกีฬากลางเทศบาล สว่างแดนดิน อ. สว่างแดนดิน จ. สกลนคร แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน ปราศรัยช่วยผู้สมัครหาเสียง มีประชาชนเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก 

โดย นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้จะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ แต่การเลือกตั้งที่ดีต้องทำให้ประชาชนมีความสุขประเทศสงบ ไม่มีความขัดแย้ง และเป็นการเลือกตั้งที่ คนไทยต้องตัดสินใจเลือกเอาพรรคการเมือง เอาผู้แทนที่ไม่ทำให้บ้านเมืองกลับไปอย่างเก่า พรรคพลังประชารัฐเกิดขึ้นเพราะมีความตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จ คือทำให้ประเทศต้องไม่ขัดแย้งกันหลังเลือกตั้ง พรรคอาสาพาบ้านเมืองให้สงบ และพร้อมที่จะดำเนินการนโยบายที่พรรคได้คิดและนำเสนอ  ทั้งบัตรประชารัฐ นโยบายข้าว นโยบายมารดาประชารัฐ ซึ่งพรรค หวังเป็นรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาความยากจนให้กับคนไทยและเลือกนายกรัฐมนตรีที่เข้มแข็งนำพาประเทศไปข้างหน้า 

ช่วงหนึ่งของเวทีปราศรัยได้เปิดคลิปวิดีโอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ที่ฝากมาถึงพี่น้องชาว จ.สกลนคร โดย พล.อ.ประยุทธ์พูดทักทายเป็นภาษาอีสาน ระบุว่า “คิดฮอดหลายเด้อ ฮักคักๆ” วันนี้ดีใจที่ได้มาพบพวกเราทุกคนชาว จ.สกลนคร ผมขอขอบคุณ พรรคพลังประชารัฐที่ให้เกียรติ ให้ความไว้วางใจ เสนอชื่อผมเป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ความทุกข์ของพี่น้อง ที่เป็นฐานรากของประเทศ ก็เป็นความทุกข์ใจของผมเช่นเดียวกัน ผมจึงมายืนอยู่ที่นี้ สิ่งที่เรามุ่งหวังอย่างที่สุดก็คือ ทำอย่างไรเราจะดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ให้ความเร่งด่วนกับเด็ก ผู้สูงวัย ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อยให้ดีที่สุด ให้ความเป็นธรรมกับสตรี ทุกคนต้องได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเอง ต้องได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม ให้ทุกคนรู้คุณค่าของความเป็นมนุษย์ ไม่ถูกทอดทิ้งและมีศักดิ์ในสังคม ทุกคนมีสวัสดิการในวันนี้ 

ในขั้นต้น เป็นหลักประกันในชีวิต มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง ให้การส่งเสริมอาชีพฝึกทักษะจนเข้มแข็งมีกองทุนการออมแห่งชาติ มีเงินใช้ยามชรา มีธนาคารชุมชนเป็นแหล่งเงินกู้ในหมู่บ้าน เข้าถึงง่าย เชื่อใจได้ ไม่มีเงินกู้นอกระบบ ต้องแก้ปัญหาหนี้นอกระบบต่อไป  เรื่องขอกฎหมายขายฝากเราก็ต้องแก้ต่อไป เรามีกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา  เดิมมี กยศ. วันนี้ก็ปรับระบบ กยศ.ให้มันดียิ่งขึ้น ให้ทั่วถึง มีการไหลเวียน ก็ขอให้ทุกคนช่วยกันดำเนินการตามกฎระเบียบวันนี้มีเพิ่มเติม มี พ.ร.บ.มีกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเพิ่มมาอีก เพื่อจะดูแลเด็กยากจน คนขาดโอกาส ให้มีโอกาสเรียนหนังสือ พัฒนาตัวเอง ไปสู่โรงเรียนที่ดีกว่า  ทั้งเรียน ทั้งฝึกอาชีพ จบมาต้องมีงานทำ เราต้องยึดมั่นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของป่าชุมชน ทุกคนเก็บกิน ใช้ประโยชน์ได้ ดูแลกัน วันนี้ก็มีอยู่ 20,000 กว่าแห่ง กว่าหมู่บ้าน ที่มีเริ่มเข้ามาจดทะเบียนและมอบสิทธิประโยชน์ ให้ไปแล้ว เป็นจำนวนหลายพันแห่ง ในปัจจุบัน 

เรื่องไม้มีค่า  อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องคำนึงถึง  นี่คือมรดกของท่านที่จะให้แก่ลูกหลาน ปลูกป่าเป็นการออม มีหลักทรัพย์เพื่ออนาคต ประเทศชาติก็จะมีความอุดมสมบูรณ์  มีป่าไม้เพิ่มขึ้น มีคนอยู่ร่วมกับป่ามากขึ้น และต้นไม้เหล่านี้ก็เป็นสินทรัพย์ของพวกเราในอนาคต ฝายมีชีวิต อันนี้เราต้องเพิ่ม  เพิ่มแหล่งน้ำให้ไร่นา เสริมพลังความรักความสามัคคี ในชุมชน เติมความชุ่มชื้นให้กับดินและป่า  จะได้เกิดฝนลงมา  บ้านเราได้น้ำมาจากฝน ต้องเก็บให้ได้ ต้องส่งให้ได้ ระบายให้ได้  จึงจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด 

ด้านการเกษตรกรรม เราจำเป็นต้องยกระดับพี่น้องชาวไร่ ชาวนา ให้เข้มแข็ง และสามารถพึ่งพาตนเองได้  เราต้องส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่ม เป็นสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน เกษตรแปลงใหญ่  เกษตรทฤษฎีใหม่  เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต   ใช้พื้นที่ให้น้อย ใช้น้ำให้น้อยลง แก้ปัญหาพ่อค้าคนกลางบางคนที่เอาเปรียบ เราต้องทำด้วยตัวเราเองบ้าง 

เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างถั่วถึงและเท่าเทียม เป็นธรรม ทุกกลุ่ม  ทุกรายได้ ทุกอาชีพ  เราได้มีการยกระดับกองทุนยุติธรรม  ที่ได้เริ่มไว้  ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 

“ผมขอให้คำมั่น และขอให้เชื่อใจในตัวผม ว่าจะไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง  ผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อจะสานต่อนโยบายดีๆและแผนการปฏิรูป ที่เริ่มทำไปแล้วทั้ง 11ด้านตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา และจะจัดทำนโยบายใหม่ๆ เพื่อนำพาประเทศชาติไปสู่ความสงบสุข ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นยิ่งๆขึ้นไปทุกคน ทุกภาคส่วน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 

ด้าน นาย สุริยะ กล่าวปราศรัย ยืนยัน จะปิดฉากความยากจนให้กับพี่น้องภาคอีสาน ซึ่งหลังวันเลือกตั้งศักราชใหม่ของภาคอีสานจะต้องเป็นศักราชที่มีแต่ความสุข ความร่ำรวย ความยากจนต้องหมดไป ด้วยนโยบายของพรรค พลังประชารัฐ ในการพักชำระหนี้กองทุนหมู่บ้านเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งหากพรรคมีโอกาสได้เข้าไปทำหน้าที่ มั่นใจว่า ไม่เกิน 3 ปีหนี้ที่ได้พักไปจะยกเลิกทันที จากนั้นจะตั้งกองทุนประชารัฐขึ้นมาด้วยการเติมเงินเข้าไปกองทุน 2 ล้านบาทรวมไปถึงจะมีนโยบายให้โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆมาอยู่ที่ จ.สกลนคร เพื่อที่จะให้ลูกหลานได้กลับมาทำงานที่บ้านเกิดแต่จะต้องคัดเลือกอุตสาหกรรมที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันและจ่ายเงินเดือนให้ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งนโยบายจะเกิดขึ้นได้จะต้องเลือกผู้สมัครให้ได้ยกจังหวัด 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
..............................................................
 
Live วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562 บริการข่าวไทยรัฐ LOGIN ไทยรัฐทีวี หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐเชียร์ไทยแลนด์ 100 ปี ชาตกาล กำพล วัชรพล ข่าว หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
Thairath Logo
 
Live
วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562บริการข่าวไทยรัฐLogin 
 
 
 
สุดารัตน์ VS อภิสิทธิ์ ย้ำจุดยืน พท. ปชป. ชาตินี้เราเข้ากันไม่ได้

สุดารัตน์ VS อภิสิทธิ์ ย้ำจุดยืน พท. ปชป. ชาตินี้เราเข้ากันไม่ได้

โดย ไทยรัฐออนไลน์
 
20 มี.ค. 2562 21:19 น.

สุดารัตน์ ลั่น เพื่อไทย พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากพปชร.รวมเสียงข้างมากได้  ด้านอภิสิทธิ์ ย้ำจุดยืน ปชป. 2 พรรคใหญ่ ยากจับมือโค่นพลังประชารัฐ เหตุผลหล่อๆ เพราะไม่อยากผิดคำพูด ไร้เชื่อถือ 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า วันนี้พรรคการเมือง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยต้องร่วมมือกันเลือก อย่างมียุทธศาสตร์ เราต้องมีเสียงมากพอไปสู้ กับ 250 สว. ที่สองลุงแต่งตั้ง ถ้าเราเอาบ้านเมืองไว้ แก้ไขปัญหาการสืบทอดอำนาจ เราต้องไม่ทรยศประชาชน พรรคเพื่อไทยของประกาศ ถ้าเลือกพรรคของพล.อ.ประยุทธ์ เกิน 124 เสียง หรือพรรคพลังประชารัฐได้เสียงพอหรือตั้งรัฐบาลได้ พรรคเพื่อไทยก็ชัดเจนพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ดิฉัน ไม่เชื่อหรอกมีพรรคการเมือง ไปบอก 250 ส.ว.ว่าต้องเชื่อประชาชน แล้ว 250ส.ว.จะเชื่อ ไม่มีทาง พวกเขาก็จะเชื่อแต่คนที่ตั้งเขามาเท่านั้น 

"ปัญหาให้เรามองว่าปลดสวิทต์  ไปให้ได้ ต้องยุติประยุทธ์สืบทอดอำนาจ เพื่อไทยไม่สนับสนุนประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐแน่นอน ต้องยุติการสิบทอดอำนาจให้ได้ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการให้ประยุทธ์ มีอำนาจกลับมาบริหารประเทศต่อ ต้องไม่เลือกประยุทธ์ พรรคพลังประชารัฐ" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว ... 

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า  ปัญหา คือ ให้ประชาชนศรัทธานักการเมืองด้วย เราต้องปรีะกาศจุดยืนให้ชัดแต่แนวทางการเมืองมันไปด้วยกันไม่ได้ ถ้ามีคนจับ 250 เสียงได้ ก็จะทราบว่า บ้านเมืองเป็นอย่างไร เราต้องยืนยันหลักการณ์ต้องเคารพเสียงสภาผู้แทนราษฎร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ควรให้  250 ส.ว. เคารพเสียงข้างมากสภาผู้แทน สมมุติพรรค พล.อ.ประยุทธ์ เลือกตั้งได้ 121 เสียง แล้วมีพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งเลือกตั้งแล้วก็ไม่สามารถร่วมกับพรรคอื่นได้แม้ ได้ 130 เสียง ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะคำประกาศบนเวที ก็ผูกมัดตัวเองเพราะประกาศจะไม่ขอร่วมงานกับอีกพรรค เพราะถ้าไม่เป็นตามเงื่อนไขแล้ว พรรคการเมืองก็จะผิดคำพูดตัวเองไปอีก ก็จะไร้ความน่าเชื่อถือ ถ้าไปในแนวทางนั้นก็เหมือนไปเข้าทางของ วุฒิสภา ฉะนั้น ดีกว่านั้น คือต้องให้ 250 ส.ว. ยอมรับว่า พรรคการเมืองที่รวมเสียงข้างมากได้เกิน 250 เสียงขึ้นไป ต้องเป็นไปเป็นคนตั้งรัฐบาล และเคารพพี่น้องประชาชนด้วย 

...................................................................
 
ถึงไหนถึงกัน

ถึงไหนถึงกัน

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.แถลงสรุปผลการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าว่า ประชาชนตื่นตัวออกไปใช้สิทธิทั่วประเทศสูงถึง 86.98 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ 2.6 ล้านคน

กรุงเทพฯ สะดือประเทศไทย มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าล้นหลามกว่า 87 เปอร์เซ็นต์

เขตบางกอกใหญ่ครองแชมป์มีผู้ใช้สิทธิสูงสุดถึง 92 เปอร์เซ็นต์

เขตบางคอแหลม สัมพันธวงศ์ ปทุมวัน พญาไท ก็ไม่เบามีผู้ใช้สิทธิทะลุเป้าเกิน 90 เปอร์เซ็นต์

แม้แต่เขตที่มีผู้ใช้สิทธิน้อยที่สุดใน กทม.ยังกดไปเบาะๆ 83 เปอร์เซ็นต์

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าวันเลือกตั้งใหญ่ 24 มีนาคม จะได้เห็นพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศแสดงพลังไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมืดฟ้ามัวดินทะลุเป้า 80 เปอร์เซ็นต์ ของยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 51 ล้านคน

นับถึงวันนี้ เหลือเวลาอีก 5 วัน ที่พรรคการเมืองทุกพรรค และผู้สมัครเลือกตั้งทุกคนต้องตะลุมบอนหาเสียงอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู

เวลาที่เหลืออีก 5 วัน สามารถพลิกผลเลือกตั้งจากแพ้เป็นชนะ หรือจากชนะกลายเป็นแพ้ได้ทุกเขต...ที่คะแนนสูสีคู่คี่กัน

จึงไม่น่าแปลกใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตนายกฯ (เต็งหนึ่ง) พรรคพลังประชารัฐ จัดคิวเดินสายตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชนแบบถึงไหนถึงกัน

ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องออกมาสะกิด กกต.ให้ตรวจสอบการขยันเดินสายของ “นายกฯลุงตู่” ให้เกิดความชัดเจนว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี??

หรือมีเป้าหมายอื่นเจือปน??

เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ ใส่หมวก 2 ใบ เป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรคการเมือง

การเดินทางลงพื้นที่ในเวลาราชการ ใช้ทรัพยากรของรัฐ มีคำสั่งเกณฑ์ประชาชนไปต้อนรับ มีการจัดเวทีให้นายกรัฐมนตรีปราศรัยกับพี่น้องประชาชน

อาจเข้าข่ายความผิดมาตรา 78 พ.ร.บ. เลือกตั้ง ส.ส.ที่ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการใดๆ เพื่อเป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง

“แม่ลูกจันทร์” มองว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์สะกิดติ่ง กกต.ให้ตรวจสอบการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี? หรือในฐานะแคนดิเดตนายกฯของพรรคการเมือง? หรือทั้งสองอย่างรวมกัน??

ถือว่าเหตุผลมีนํ้าหนักเพียงพอที่ กกต.จะรับพิจารณา

แต่ในแง่มุมกฎหมาย ยังฟันธงไม่ได้ชัดเจน

เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีแบบปกติ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีรักษาการ

พล.อ.ประยุทธ์ จึงมีสิทธิเดินทางลงพื้นที่ปฏิบัติราชการ หรือเยี่ยมเยียนประชาชนอย่างสะดวกโยธิน

การมีคำสั่งเกณฑ์ชาวบ้านไปต้อนรับ และการจัดเวทีให้ปราศรัยกับประชาชน ก็เป็นสูตรสำเร็จทุกครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ

ดังนั้น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่หลุดปากปราศรัยพาดพิงพรรคพลังประชารัฐ

และไม่มีแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีผู้สมัครของพรรคไปโชว์ตัว หรือร่วมผสมเป็นยาดำ

ยังฟันธงไม่ได้ว่าเข้าข่ายใช้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้คุณให้โทษหรือเอื้อประโยชน์พรรคการเมือง

เหลืออีกไม่กี่วันจะได้แสดงพลังเลือกตั้งกันแล้ว อย่าไปจุกจิกกับ “นายกฯลุงตู่” นักเลย

เปิดโปรโมชันโค้งสุดท้ายให้ลุงตู่ เดินสายตรวจราชการให้เต็มเหนี่ยวเถอะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

ข่าวหน้าหนึ่ง หนังสือพิพพ์ไทยรัฐ
 
 
.................................................................
 
20 มีนาคม 2562
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน