*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3515
  • จำนวนผู้ชม : 2300733
  • จำนวนผู้โหวต : 519
  • ส่ง msg :
  • โหวต 519 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 15 เมษายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 208 , 10:57:46 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ทุกวันนี้ คนไทยต้องเตรียมทำใจรับผลกระทบร้ายแรงจากการเมืองให้ดีเชียวนะครับ เพราะนักการเมืองกับ 'นักกินเมือง'

ไม่ค่อยจะต่างกัน ซึ่งพวกเขาก็แสดงให้เราเห็นตลอดมา แล้วทำท่าว่าจะตลอดไปเสียอีกด้วย

 

แถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับที่4'ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์'พระอาการดีขึ้นมาก

    
 

15 เม.ย.62- แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปรับการถวายการรักษาพระเนตร ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี ฉบับที่ 4 

ตามที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อทรงรับการรักษาพระอาการพระเนตรมัวทั้งสองข้าง ร่วมกับพระอาการปวดพระปฤษฎางค์ (หลัง) นั้น วันนี้ คณะแพทย์ได้รายงานว่า การอักเสบของพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) มีพระอาการดีขึ้นมาก คณะแพทย์จึงได้ขอพระราชทานพระอนุญาตเปลี่ยนพระโอสถปฏิชีวนะทางหลอดพระโลหิตเป็นพระโอสถเสวย จนครบกำหนดในวันที่ 30 เมษายน 2562 

ส่วนพระอาการพระเนตรมัว คณะแพทย์ได้ถวายการผ่าตัดต้อกระจกพระเนตร เมื่อวันที่ 22 และ 29 มีนาคม 2562 ผลการผ่าตัดสำเร็จเรียบร้อยดี ทอดพระเนตรเห็นได้ชัดเจน ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ทรงประกอบพระกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ 

จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน 

"ว่าด้วยนายกฯ ขั้วเพื่อไทย"

    
 

        "หน้าแล้ง" น้ำแห้งแหงแก๋

        แต่ "นายกฯ" กลับบอก......

 

        "วันนี้ ยังมีคลื่นใต้น้ำที่นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อบ้านเมือง ซึ่งอาจเกิดจากความไม่รู้หรือไม่เจตนา”!

        "คลื่นใต้น้ำ" หน้าแล้ง...อืมมมม น่าคิด

        แต่มาก็เจอ "ตอ" ซีครับ

        ตอใหญ่ด้วย และหลายตอ ทั้งตอบก ตอเรือ ตออากาศ!

        คิดอีกที ก็ดีนะ จะได้เปลี่ยนบรรยากาศ

        คือสงกรานต์แต่ละปี ได้เล่นแค่สาดน้ำ ถ้าปีนี้ มี "คลื่นใต้น้ำ" ให้เล่นแทนปืนฉีดน้ำ

        มันก็จะ "ลำขนาด"!

        เอ้า...มาคุยเรื่อง "เลือกตั้ง" ดีกว่า เมื่อวาน (๒๘ มี.ค.) กกต.ประกาศ "ผลคะแนน" ครบ ๑๐๐% แล้ว สรุปว่างี้

        ทั้งหมด ๘๑ พรรค คะแนนรวมทั้งหมด ๓๕,๕๓๒,๖๔๗ คะแนน

        ผู้ออกมาใช้สิทธิ์ ๓๘,๒๖๗๘,๓๗๕ คน คิดเป็น ๗๔.๖๙%

        เฉพาะพรรคที่ได้คะแนนระดับแสนถึงล้านคะแนน มีดังนี้

        พรรคพลังประชารัฐ 8,433,137 คะแนน

        พรรคเพื่อไทย 7,920,630 คะแนน

        พรรคอนาคตใหม่ 6,265,950 คะแนน

        พรรคประชาธิปัตย์ 3,947,726 คะแนน

        พรรคภูมิใจไทย 3,732,883 คะแนน

        พรรคเสรีรวมไทย 826,530 คะแนน

        พรรคชาติไทยพัฒนา 782,031 คะแนน

        พรรคเศรษฐกิจใหม่ 485,664 คะแนน

        พรรคประชาชาติ 485,436 คะแนน

        พรรคเพื่อชาติ 419,393 คะแนน

        พรรครวมพลังชาติไทย 416,324 คะแนน

        พรรคชาติพัฒนา 252,044 คะแนน

        พรรคพลังท้องถิ่นไทย 213,129 คะแนน

        พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 136,597 คะแนน

        เท่านี้พอ........

        ลอกตัวเลขเขามา "ตาลาย" รายละเอียดทั้งหมด ไปหาดูตามเว็บเอาเอง

        สรุปว่า คนต้องการให้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ พลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ ด้วยคะแนนนิยม "มากที่สุด" คือกว่า ๘ ล้าน

        พรรคเพื่อไทย เป็นอันดับสอง ด้วยคะแนนนิยมกว่า ๗ ล้าน

        แต่ถ้าดูจำนวน ส.ส.เพื่อไทย อันดับ ๑ พลังประชารัฐ อันดับ ๒

        แล้วใคร..ฝ่ายเผาเมือง หรือ ฝ่ายกู้เมือง จะได้ตั้งรัฐบาล อย่าเพิ่งถาม

        ตอบน่ะ ตอบได้ แต่ใช่หรือไม่..ไม่รู้!

        เพราะตัวเลขสูสี-ก้ำกึ่งกันมาก อยู่ที่ฝีมือว่าฝ่ายไหนจะรวมพวก-รวมเสียงได้มากกว่า

        แต่อะไรก็ช่าง......

        ตั้งรัฐบาลไม่สำคัญเท่า "ด่านแรก" ๕๐๐ ส.ส.+๒๕๐ ส.ว.จะโหวตให้ใครเป็นนายกฯ

        ด้วยเสียงสองสภารวมกัน ๓๗๖ เสียงขึ้นไป "เป็นอันดับแรก" ก่อน

        ฉะนั้น ตอนนี้ ไม่ต้องไปสนว่าใครจะชิงใครจัดตั้งรัฐบาล รอหลังวันที่ ๙ พฤษภา.ที่ กกต.ประกาศรับรองรายชื่อ ส.ส.ทั้งหมด "เป็นทางการ" แล้วนั่นแหละ

        เปิดประชุมสภา ได้ตัวประธานทั้ง ๒ สภา นัดประชุมโหวตเลือกนายกฯ วันไหน ค่อยลุ้นตอนนั้น

        นั่นแหละ "สิ่งที่เป็นจริง" ตามรัฐธรรมนูญ!

        ที่พูดกันไปมาตอนนี้ เป็นเรื่องของคนท้องอืด-ท้องเฟ้อ ปล่อยให้เขาว่ากันไป

        แต่ที่แน่ๆ รัฐบาลใหม่ จะตั้งได้-ไม่ได้, ตั้งช้า-ตั้งเร็ว ไม่เป็นปัญหา

        ตั้งได้ รัฐบาลใหม่มาแตะมือรัฐบาล คสช.ปุ๊บ ก็เข้าบริหารต่อปั๊บเลย

        ถ้าตั้งไม่ได้ หรือตั้งช้า ก็ "อย่าห่วง"

        รัฐบาล คสช.โดยพลเอกประยุทธ์ บริหารราชการงานเมืองต่อไปเรื่อยๆ ด้วย "อำนาจเต็ม" ตามปกติ!

        เข้าใจตามนี้ ก็ไม่มีอะไรต้องเครียด ดังนั้น วันนี้ มาคุยอะไรสนุกๆ กันดีกว่า

        คือมาคุยเรื่อง "ตัวนายกฯ" ว่าใคร อยู่ในแถวจะได้รับการเสนอชื่อ และมีโอกาสได้เป็นนายกฯ กันบ้าง?

        ในฝ่ายพลังประชารัฐ ไม่มีปัญหา

        มี "พลเอกประยุทธ์" คนเดียวเท่านั้น ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาเลือก

        ถ้าผิดจาก "พลเอกประยุทธ์" ก็หมายความว่า "รัฐบาลใหม่" ไม่ใช่ "รัฐบาลพลังประชารัฐ"

        ที่น่าลุ้นจนวินาทีสุดท้าย อยู่ที่ฝ่าย "เพื่อไทย" นั่นแหละ!

        นาทีนี้ ในความทึกทักเอาว่า ฝ่ายตนเป็นเสียงข้างมากด้วย ๒๕๕ ขึ้น

        นายธนาธร "อนาคตใหม่" กล่าวนำไว้แล้วว่า เสนอ "คุณหญิงสุดารัตน์" เป็นนายกฯ

        เป็นการกล่าวนำที่ตัวเองก็ยอมรับกับสื่อว่า ทางเพื่อไทยก็มอบตำแหน่งนายกฯ ให้เหมือนกัน

        แลกกับการเข้ามารวมขั้ว

        ในความเป็นจริง ขั้วเพื่อไทยก็รู้ตัว "เสียงร่องแร่ง" อีก ๖ เสียงที่นำมาตีขลุมเป็นเสียงข้างมาก คือจากพรรค "เศรษฐกิจใหม่" ของคุณมิ่งขวัญ

        นั่น เขามาจริงหรือไม่ กระทั่งเจ้าตัวเอง คือคุณมิ่งขวัญ เขาก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ตอนนี้!

        ทีท่าที่ชัดเจน........

        เพื่อไทย ต้องการ "พรรคภูมิใจไทย" ของคุณอนุทิน กับพรรค "เศรษฐกิจใหม่ของคุณมิ่งขวัญ จนตัวสั่นริกๆ

        ถ้าได้ ๒ พรรคนี้มาร่วม จะเป็นทั้งปิดสวิตช์ ๒๕๐ ส.ว. ทั้งปิดประตูตาย พลังประชารัฐหมดสิทธิ์ตั้งรัฐบาล

        ยกเว้นเป็น "รัฐบาลเสียงข้างน้อย"

        ประเด็นนี้ ถือเป็น "ไพ่โจ๊ก" ของพลังประชารัฐ จั่วน็อกมืดตลอดเกม!

        ตัดประเด็นนี้ไป ด้วยคำที่ว่า "แพ้ไม่ได้" ของนายใหญ่ มีความเป็นไปได้ ที่ฝ่ายเผาเมือง ซึ่งต้องการอำนาจสู่ความเป็นรัฐบาล

        จะเสนอ "เก้าอี้นายกฯ" ให้ภูมิใจไทย แลกกับการเข้ามาร่วมเป็นขั้วเดียวกัน

        สรุป ตอนนี้ ฝ่ายเผาเมือง มีนายกฯ "ตัวเลือก" ๓ ตัวแล้ว คือ สุดารัตน์, ธนาธร และอนุทิน

        แต่ผม "ฟันธง" เลย ภูมิใจไทยไม่เป็น "ปลาติดเบ็ด" เพื่อไทย ล้านเปอร์เซ็นต์!

        ดังนั้น เหลืออีกทาง ที่จะชิงเป็น "เสียงข้างมาก" ได้ คือ ต้องพยายามดึง "คุณมิ่งขวัญ" มาให้ได้

        ตรงนี้ไง ที่ผมว่า คุณมิ่งขวัญ "เซียนเหนือเซียน"!    

        ไพ่คู่ ๖ ......

        ไม่เสียราคานักวางแผนการตลาดและวางกลยุทธ์ชิงความเป็นเลิศทางสินค้าระดับเวิลด์คลาส

        เมื่อวาน เขาลงสัตยาบัน ๗ พรรคกัน แต่คุณมิ่งขวัญไม่ปรากฏตัว

        เหลือ ๖ พรรคล่อกแล่ก ทำเอางานเปิดตัวว่าที่รัฐบาล กลายเป็นงานศพเศร้าซึ้งๆ กลายๆ

        ตกค่ำ คุณมิ่งขวัญแถลง นักข่าวรุมซัก-รุมขยี้ ปรากฏว่า คำพูด "คำเดียวกัน" ของมิ่งขวัญ

        แต่สารพัดสื่อ พาดหัวไปคนละทิศ-ละทาง!

        สำนักหนึ่ง บอกร่วมพลังประชารัฐ อีกสำนักบอก ร่วมเพื่อไทย

        คุณมิ่งขวัญใช้ "ภาษาไทย" แท้ๆ แต่นักข่าว "หัวทิ่ม-หัวตำ"

        คุณมิ่งขวัญพูดไม่รู้เรื่อง หรือนักข่าวไม่รู้เรื่อง น่าจะทำโพลดูนะ

        แต่ก็นี่แหละคือ "โคตรเซียน"!

        ถ้าให้ฟันธงว่า ตกลงคุณมิ่งขวัญจะไปร่วมซีกเพื่อไทยมั้ย?      

        ฉับเดียว "ขาด" เลย!

        ซีกเพื่อไทยอยากได้ใช่มั้ย ถ้าผมเป็นมิ่งขวัญนะ โอเค....งั้น ขอให้ผมเป็น "นายกรัฐมนตรี"

        ไพ่ ๖ แต้ม เขาต้องเล่นอย่างนี้ ผิดจากนี้ ไม่ใช่โคตรเซียนระดับมิ่งขวัญ

        แค่เก้าอี้รัฐมนตรี..กระจอก!

        เพื่อไทยเอามั้ยล่ะ ฉะนั้น ตอนนี้ คนที่จะเป็นนายกฯ ซีกเพื่อไทย นอกจากสุดารัตน์,ธนาธรแล้ว

        ยังมี "มิ่งขวัญ" ไพ่คู่ ๖ อีกหนึ่งคน!

        คุณมิ่งขวัญรู้ธรรมชาติพรรคเพื่อไทยดี "จำฝังใจ" อยู่แล้ว แค่เก้าอี้รัฐมนตรี สำหรับมิ่งขวัญ

        ที่ไหนก็ได้.......

        จำเป็นไร ต้องมาเจ็บใจ ให้เขาหลอกเป็นครั้งที่ ๒ ที่ ๓!

        ผมจึงว่าสนุก เพื่อไทยเอาสถานะ "เสียงข้างมาก" แลกกับ "เก้าอี้นายกฯ" ให้คุณมิ่งขวัญ

        คุ้มนะ คุ้มยิ่งกว่าจองแฟลตปลาทองซะอีก!

        ด้วยทั้งหลาย-ทั้งปวง ผมจึงว่า ........

        ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องห่วง เรื่องตั้งรัฐบาล เรื่องใครจะมาเป็นเจ้าเข้าครองประเทศ

        รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่า "กี่เดือน-กี่ปี" จะต้องตั้งรัฐบาลให้เสร็จ

        ฉะนั้น ให้เขาหาพวกและเจรจาตกลงกันไปตามใจชอบ ดูอย่างเยอรมันซิ.....

        เลือกตั้ง ตั้งแต่เดือนกันยา.๖๐ "นางแมร์เคิล" เป็นพรรคเสียงข้างมาก แต่ชนะไม่ขาด

        ต่อรองทั้งพรรคร่วมเก่า ทั้งฝ่ายค้าน ก็ไม่ลงตัว จวนเจียนจะต้องจัดเลือกตั้งใหม่

        จน ๕ เดือนกว่า จากปี ๖๐ ลากไปถึงต้นปี ๖๑ ถึงจะลงตัว "ตั้งรัฐบาล" ได้สำเร็จ!

        สรุป (อีกที).........

        ได้รัฐบาลใหม่ก็ช่าง ยังไม่ได้ก็ช่าง ยังไงก็มี "รัฐบาล คสช." ทำงานต่อไปได้เรื่อยๆ อยู่แล้ว

        ลุ้น "คุณมิ่งขวัญ" สนุกกว่า ว่า ๖ เสียง ขั้วเพื่อไทย ๒๔๙ เสียง

        จะยอมยกให้ "มิ่งขวัญ" เป็นนายกฯ มั้ย?.

 

'ไพศาล'ชำแหละ'พิษร้ายของรัฐธรรมนูญ ในเรื่องการตั้งรัฐบาล!'

    
 

3.เมื่อวานนี้ แกนนำสำคัญของก๊กพลังประชารัฐแถลงว่า จะทำทุกอย่าง เพื่อเป็นรัฐบาลให้ได้และจะประกาศรายชื่อพรรคเข้าร่วมเป็นรัฐบาลหลังวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ครั้งที่ 3 จะเป็นประการใดก็ต้องคอยดูกัน 4.สถานการณ์ในขณะนี้ หลายพรรคการเมืองเริ่มแสดงท่าที่เกี่ยวกับรัฐบาลแห่งชาติชัดเจนขึ้นๆ และเริ่มมีการพูดกันถึงสว. 250 คน ว่า ในการเลือกนายก จะงดออกเสียง หรือเสียงแตกออกไปเท่าใด หรือ จะโหวตอย่างเป็นเอกภาพ ? ทำให้ความเชื่อของหลายคนที่ว่า สว.ทั้ง 250 คนจะเป็นคะแนนเสียงเลือกนายก เริ่มจะไม่แน่นอนเสียแล้ว! 5.กกต เริ่มมีอาการ ไปคนละทางกับตอนแรกๆ ถึงกับต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ และน่าห่วงว่า เหลือเวลาอีก 24 วัน จะประกาศผลเลือกตั้งทันหรือไม่ และจะมีอะไรแทรกซ้อนขึ้นมาอีก เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีโจทก์เต็มบ้านเต็มเมือง

เหล่านี้คือสามัญญผลของรัฐธรรมนูญ 2560 ทว่า ในที่สุด ความถูกต้องจะบังเกิดในบ้านเมือง ความศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม

'พท.'ชี้การเมืองต้องยอมรับกติกาพรรคลำดับหนึ่งตั้งรัฐบาลก่อนช้าศก.ดิ่งเหว

    
 

                
นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า  ทุกความเห็นที่แสดงออกมาล้วนแล้วแต่เป็นการส่งสัญญาณอันตรายจากภาคธุรกิจ หากฝ่ายการเมืองแสวงหาอำนาจโดยไม่เคารพกติกาตามกฎหมาย เชื่อว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจจะรุนแรงมากกว่าที่ทุกคนคาดคิด โดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในทุกระดับ ทางออกในเรื่องนี้สามารถทำได้อย่างง่ายดายเหมือนเส้นผมบังภูเขา แค่ฝ่ายการเมืองยอมรับในกติกา ให้พรรคการเมืองที่ได้เสียงอันดับหนึ่งทำหน้าที่รวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล หากดำเนินการไม่ได้ก็เป็นสิทธิของพรรคที่ได้ลำดับสอง ลำดับสาม ตามลำดับ
               
“หากพรรคการเมืองยอมรับในกฎกติกาดังกล่าว ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น หน่วยงานและองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งก็สามารถทำงานได้อย่างอิสระ ยุติธรรม ตรงไปตรงมา เมื่อทุกอย่างไปเป็นตามกติกา เราก็จะได้รัฐบาลที่ตรงกับความต้องการของประชาชนเข้ามาบริหารประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆโดยเฉพาะเศรษฐกิจได้โดยเร็ว ก่อนที่ประชาชนจะเดือดร้อนไปมากกว่านี้"

คนกรุงสูดหายใจเต็มปอดค่าPM2.5อยู่ระดับดีถึงดีมาก

    
 

 

'พปชร.'ชี้กลุ่มรวมเสียงไม่ได้ปลุกกระแสรัฐบาลแห่งชาติยันตั้งรบ.ปกติได้แน่นอน

    
 


15 เม.ย.62-นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการพูดถึงรัฐบาลแห่งชาติว่า หากเราสังเกตดูจะเห็นว่าคนที่คิดถึงรัฐบาลแห่งชาติ คือคนในกลุ่มหรือฝ่ายที่มีคะแนนเสียงที่ไม่มั่นคง ไม่ถึง 250 ใช่หรือไม่ จึงพยายามชวนไปหารัฐบาลแห่งชาติ แต่สถานการณ์คงไม่เป็นไปถึงทางตันเช่นนั้น และจะมีการจัดตั้งรัฐบาลปกติได้ คนที่เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญได้ออกมาให้ความชัดเจน มีแนวทางและวิธีการคำนวณที่ทำให้กกต.ยึดเป็นแนวปฏิบัติ เป็นทางออกสำหรับทุกเรื่องได้ ดังนั้นเรื่องความรุนแรงคงไม่มี ถ้าจะมีคงเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ พายุฤดูร้อน บางคนอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องของดวง แต่นี่คือเรื่องปกติของฤดูกาล

 นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลแห่งชาติที่พูดกันอยู่เชื่อว่าไม่มี เพราะสุดท้ายแล้วพรรคการเมืองที่มีอยู่จะปรับตัวเข้าหากันได้ ไม่มีใครอยากถอยกลับไปสู่ความวุ่นวายขัดแย้ง ทุกคนพร้อมทำงานเพื่อบ้านเมือง เมื่อถามว่าจากประสบการณ์ในวงการการเมืองที่ผ่านมา เสียงปริ่มน้ำมองว่าพรรคพลังประชารัฐจะตั้งรัฐบาลยากไหม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ที่เขียนรัฐธรรมนูญวิเคราะห์ไว้ก่อนแล้วจึงมีส.ว. ช่วยทำให้บรรยากาศไม่รุนแรง หากรัฐธรรมนูญไม่พูดถึง ส.ว. 250 คน วันนี้การเมืองอาจจะลุกเป็นไฟ เป็นความฉลาดของผู้ร่าง ที่ทำให้สมการออกมาและเดินต่อไปได้ ที่เตรียมการมาได้ใช้จริง คนเขียนมองได้ขาด

ถามว่าพรรคการเมืองควรคุยหรือทำสัตยาบันหรือไม่ แกนนำพรรค พปชร.กล่าว่า ดูบรรยากาศถ้าทำสัตยาบัน คงเป็นไปไม่ได้ เหมือนกลุ่มแรกที่เปิดตัวทำกันหลังการเลือกตั้งเสร็จ สุดท้ายอาจจะไม่ใช่ เพราะยังไม่รู้ว่ามีเสียงกันอยู่เท่าไร รวมทั้งนโยบายของแต่ละพรรคร่วมกันได้มากน้อยแค่ไหน แต่ทุกพรรคควรต้องห่วงส่วนรวมและเรื่องของชาติมากกว่า ความเป็นหนึ่งเดียวต้องปรากฏชัด นักการเมืองต้องคลายความสงสัยของประชาชนให้ได้ ที่ผ่านมาเรามีบทเรียนให้เห็นแล้วหากยังดึงดันกันอยู่ มันจะแก้ปัญหาไม่ได้ และบานปลายไปใหญ่โต

จับตาสองก๊ก ปชป. เล่นแง่-เคารพมติพรรค???

    
 

    หากประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยยอมร่วม รัฐบาลชุดต่อไปไม่พ้นง่ามมือของพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกสมัย แต่ถ้าพรรคใดพรรคหนึ่งไม่ยอมจับมือ เท่ากับฝั่งพรรคเพื่อไทยพร้อมคณะจะได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน
    หากเหตุการณ์พลิกเป็นโอกาสของพรรคเพื่อไทยให้ผงาดอีกครั้ง หลายคนคงนึกไม่ออกว่าการเมืองหลัง 9 พ.ค.จะเป็นอย่างไร ผู้มีอำนาจจะยอมเล่นเกมปล่อยให้พรรคเพื่อไทยบริหารประเทศตามกลไกระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ครบเทอมค่อยสู้กันใหม่อีกครั้งในสนาม หรือจะมีพวกขี้แพ้ชวนตีล้มกระดานเลือกตั้งแต่ต้นหรือไม่
    ดังนั้น อนาคตการเมืองจะออกมารูปแบบใดจึงอยู่ที่พรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ซึ่งวันนี้พรรคของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ค่อนข้างชัดว่าจะร่วมกับพลังประชารัฐ
    ส่วนพรรคประชาธิปัตย์กำลังวัดกำลังภายในกันอยู่ ระหว่างฝั่งอยากร่วมกับฝั่งไม่อยากร่วม ซึ่งคงจะได้เห็นภาพชัดขึ้นในวันที่ 24 เม.ย. ที่กำลังจะมาถึง แม้จะมีวาระพิจารณาเพียง 2 เรื่อง คือ รายงานผลการดำเนินการของพรรคในรอบปี 2561 และการรับรองงบการเงินในปี 2561 ก็ตาม แต่ต้องจับตาให้ดี เพราะเชื่อว่าความเผ็ดร้อนจะเกิดขึ้นนอกห้องประชุม คงจะได้เห็นการแบ่งออกเป็น 2 ก๊ก
    ที่สำคัญจะเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่ “ถาวร เสนเนียม” ว่าที่ ส.ส.จังหวัดสงขลาและแกนนำฝั่งอยากร่วมรัฐบาล เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ จะหอบ ส.ส. จำนวน 30 คนไปซูฮกพลังประชารัฐนั้น มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ขณะเดียวกัน จะได้เห็นด้วยว่าฝั่งไม่อยากร่วมรัฐบาลหาเสียงได้กี่คนแล้ว
    อย่างไรก็ตาม มองข้ามช็อตไปยังที่ประชุมของพรรค ถ้ามีมติไม่ร่วมรัฐบาลจริง “ถาวร” พร้อมทีมจะยังไปอีกหรือไม่ เพราะถ้าเดินหน้าแปลว่าพวกเขาเหล่านั้นกำลังฝ่าฝืนมติของพรรค ซึ่งบทลงโทษคือ การขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค แม้ตามรัฐธรรมนูญจะให้ความเป็นอิสระ ส.ส.ในการยกมือโหวตก็ตาม
    หรือหมายความว่า ในกรณีโหวตสวนมติพรรค ความเป็น ส.ส.จะยังติดตัวทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรได้ ในเวลาเดียวกันพวกเขาไม่ใช่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว และจะต้องหาสังกัดพรรคใหม่ด้วย
    ในทางตรงกันข้าม หากที่ประชุมมีมติให้ประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาล ต้องถามใจฝ่ายไม่อยากร่วมรัฐบาลว่าจะเล่นการเมืองอย่างไร ระหว่างเคารพมติกับงดออกเสียงในสภา ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังก็ต้องตีความกันอีกว่า การงดออกเสียงในสภา แปลว่าสวนมติพรรคและเป็นงูเห่าหรือไม่ และถ้าใช่ การกระทำดังกล่าวก็ต้องขับออกจากพรรคด้วยเช่นกัน
    อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการประเมินเท่านั้น
    ทว่า สิ่งสำคัญในตอนนี้ต้องประเมินจากคีย์แมนคนสำคัญของพรรค “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ให้สัมภาษณ์เมื่อวันคล้ายวันเกิดพรรค ตอนหนึ่งว่า “อย่าประเมินว่าการเป็นฝ่ายค้านจะไม่ดี ทุกคนอยากเป็นรัฐบาลมากกว่า คนทุกคนเลือกตั้งมาอยากชนะทั้งนั้น แต่เมื่อได้คะแนนเสียงเท่านี้ ต้องเป็นมติของกรรมการบริหารพรรค แม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเมื่อเป็นมติ ก็ต้องเคารพ”
    แม้กระทั่ง “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รักษาการหัวหน้าพรรค เคยกล่าวเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมาไว้ว่า “ยังไม่มีการพิจารณาเกี่ยวกับการตัดสินใจทางการเมืองว่าจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งการตัดสินใจทางการเมืองต้องเคารพ 3.9 ล้านเสียงที่เลือกพรรคเข้ามาด้วย และยังเชื่อว่าเมื่อพรรคตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้ว จะไม่เกิดปัญหาพรรคแตก เพราะทุกคนเคารพมติพรรค”
    สรุปง่ายๆ คือ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทุกคนต้องเคารพมติพรรค ฉะนั้น จากวันนี้ไป รอดู 2 ก๊ก จะแสดงสปิริตแบบตรงไปตรงมา หรือเล่นแง่ใส่กัน.

ม็อบซูดานเรียกร้องสภาทหารตั้งรัฐบาลพลเรือน

    

แกนนำชุมนุมประท้วงของซูดานยื่นข้อเสนอต่อคณะปกครองทหารชุดใหม่ให้จัดตั้งรัฐบาลพลเรือน ขณะผู้นำสภาถ่ายโอนอำนาจคนใหม่ประกาศจะล้างไพ่ระบอบเก่าของโอมาร์ อัลบาชีร์ พร้อมยกเลิกเคอร์ฟิว ก่อนเข้าสรุปสถานการณ์ต่อทูตสหรัฐ

ผู้ประท้วงชุมนุมที่กรุงคาร์ทูมเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2562 เพื่อกดดันสภาถ่ายโอนอำนาจของกองทัพตั้งรัฐบาลพลเรือนบริหารประเทศ / AFP

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ภายในซูดานภายหลังการโค่นประธานาธิบดีโอมาร์ อัลบาชีร์ ผู้นำเผด็จการที่ครองอำนาจยาวนาน 30 ปี โดยในวันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562 ผู้ประท้วงหลายพันคนยังคงปักหลักชุมนุมด้านนอกกระทรวงกลาโหมในกรุงคาร์ทูมเมื่อคืนวันเสาร์ เพื่อกดดันสภาถ่ายโอนอำนาจของกองทัพต่อไป

    คำแถลงของกลุ่มพันธมิตรเพื่อเสรีภาพและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นองค์กรร่วมของผู้ประท้วงที่ปักหลักขับไล่บาชีร์ยาวนาน 4 เดือน กล่าวว่าแกนนำ 10 คนที่เป็นตัวแทนของผู้ประท้วงเข้าพบสภาถ่ายโอนอำนาจเมื่อคืนวันเสาร์และได้ยื่นข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม โอมาร์ อัลดีเจียร์ หนึ่งในแกนนำกล่าวว่า  พวกตนจะปักหลักชุมนุมประท้วงต่อไปจนกว่าข้อเรียกร้องจะได้รับการตอบสนอง ซึ่งรวมถึงการเรียกร้องให้ตั้งรัฐบาลพลเรือนอย่างเต็มตัว

    สื่อของทางการรายงานด้วยว่า สภาทหารมีกำหนดประชุมกับพรรคการเมืองหลายพรรคในวันอาทิตย์ ขณะเดียวกันเอเอฟพีรายงานว่า ก่อนหน้านั้นสตีเฟน คูตซิส ผู้แทนรัฐบาลสหรัฐ ได้พบกับโมฮัมหมัด ฮัมดัน ดักโล หรือฮิมีดติ รองประธานสภาถ่ายโอนอำนาจคนใหม่ โดยสำนักข่าวซูนาของทางการซูดานกล่าวว่า ฮิมีดติแจ้งต่อคูตซิสเกี่ยวกับมาตรการที่สภาถ่ายโอนดำเนินการเพื่อรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศนี้

    นายทหารผู้นี้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (อาร์เอสเอฟ) ซึ่งเป็นหน่วยต่อต้านกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่กลุ่มสิทธิกล่าวหาว่ากระทำทารุณที่เขตดาร์ฟูร์

    เมื่อวันเสาร์ พลโทอับเดล ฟัตตาห์ อัล บูร์ฮัน ประธานสภาถ่ายโอนอำนาจคนใหม่ ประกาศกร้าวว่า คณะถ่ายโอนอำนาจของกองทัพจะรื้อระบอบของบาชีร์ และยกเลิกเคอร์ฟิวยามวิกาลโดยให้มีผลทันที  นอกจากนี้ บุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับการสังหารผู้ประท้วงก็จะถูกนำตัวมาดำเนินคดี ส่วนผู้ประท้วงที่โดนคุมขังภายใต้คำประกาศภาวะฉุกเฉินที่ออกโดยบาชีร์ในช่วงสัปดาห์ท้ายๆ ที่เขายังครองอำนาจนั้นก็จะได้รับอิสรภาพ

    บูร์ฮันเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสภาถ่ายโอนอำนาจคนใหม่เมื่อวันศุกร์ ภายหลังพลเอกอาวัด อิบนูฟ รัฐมนตรีกลาโหมลาออกจากตำแหน่งในเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมงเศษนับแต่กองทัพก่อรัฐประหารโค่นอำนาจบาชีร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน

    ผู้ประท้วงนับแสนคนชุมนุมด้านนอกกองบัญชาการทหารในเมืองหลวงมาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน  เพื่อปลุกเร้ากองทัพสนับสนุนความต้องการของพวกเขาในการโค่นอำนาจผู้นำเผด็จการอำนาจนิยมวัย 75 ปี

    บูร์ฮันขึ้นรับตำแหน่งนี้โดยไม่ได้มีชะนักติดหลังมากเท่ากับอิบนูฟ ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยคนสนิทของบาชีร์มายาวนาน ถึงแม้อิบนูฟจะถอนตัวไปแล้ว แต่ผู้ประท้วงก็ยังไม่วางใจ สภาชุดใหม่นี้ยังมีหลายคนที่เป็นคนหน้าเก่าจากระบอบของบาชีร์

    ด้านรัฐบาลซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) แสดงท่าทีสนับสนุนสภาถ่ายโอนอำนาจของซูดาน โดยยูเออีกล่าวว่า การแต่งตั้งบูร์ฮันมาเป็นประธานสะท้อนความปรารถนาของชาวซูดานที่ต้องการความปลอดภัย ความมั่นคง และการพัฒนา ซาอุดีอาระเบียยังให้คำมั่นว่าจะจัดส่งความช่วยเหลือมาให้ซูดานด้วย.

 ......................................................
 
15 เมษายน 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน