*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3515
  • จำนวนผู้ชม : 2300733
  • จำนวนผู้โหวต : 519
  • ส่ง msg :
  • โหวต 519 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 16 เมษายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 208 , 13:16:52 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , ทางแก้ว โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         เบื้องลึกข่าวมหาวิหารนอร์ทเตอร์ดามช่วงหัวค่ำเมื่อคืนวาน ชี้สาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้เนื่องจากมีการซ่อมห้องเพดานก่อนหน้า

นี้ โดยใช้วัสดุเป็นไม้ในแนวยาวมาก ขนาดเรียกว่าเป็นป่าหรือ 'ฟอเรสต์'เลยทีเดียว

         หันมามองการซ่อมโบราณสถานของเรากันด้วยนะ ขออย่าให้เป็นเหมือนฝรั่งเศสคราวนี้เป็นอันขาด

 

สื่อฝรั่ง 'ถลกลาย' ฝรั่งเสือก

    
 

        พรุ่งนี้...๑๗ เมษา ฝืนใจไปทำงานกันเน้อ!

        ก็อย่างนี้แหละ......

 

        "หยุดนานพานขี้เกียจ" มีคนเดียวที่ขยัน "ปิยบุตร" เลขาฯ อนาคตใหม่

        เห็นโพสต์ว่า กลับจากเยี่ยมเมียฝรั่งเศสปุ๊บ จะไปพบตำรวจ ปอท.ตามหมายเรียกปั๊บ!

        ก็มีข่าวตามมา "คนเถื่อนตะวันตก" จะเย้ย "บันทึกช่วยจำ" ไปเป็นวอลเปเปอร์ให้ปิยบุตร เหมือนที่เคยเป็นให้ธนาธร

        จริง-ไม่จริง พรุ่งนี้รู้!
        เรื่องนี้ "เป้าประสงค์" มันมีมากกว่าที่เห็น ไม่ใช่แค่เรื่องอนาทรธนาธร-ปิยบุตร หรือเรื่องประชาธิปไตย-เผด็จการอะไรนั่นหรอก

        คนไทยด้วยกันบอก ไม่ขลัง ไม่มีใครฟัง

        ต้องให้ "ฝรั่งตะวันตก" บอก บางทีพวกเราอาจจะฟัง

        "New Eastern Outlook" ตีพิมพ์บทความของ Tony Cartalucci เมื่อ ๘ เม.ย.๖๒ หัวข้อเรื่อง

        "West Finds New Anti-China Puppet in Wake of Thai Elections"

        มีคนนำมาโพสต์ ค่อนข้างยาว แต่เป็นคำตอบ "เคลียร์คัต-ชัดเจน" ในประเด็น

        "ทำไมพวกสื่อ-ทูตตะวันตก จึงเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศเชิงปลุกปั่นสังคมชาติผ่านธนาธร-ปิยบุตร"?

        ผมว่า "สำคัญ" นะ คนไทยควรต้องรู้

        คุณ Nutt แปลไว้ครบ หากแต่เนื้อหายาว จึงขออนุญาตทอนบางข้อความ มิได้มีเจตนาล่วงเกินอย่างใด

        "ตะวันตกพบหุ่นเชิดผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อจีนคนใหม่ในการเลือกตั้งไทย"

        การแทรกแซงทางการเมืองของโลกตะวันตกเผชิญกับความพ่ายแพ้อีกครั้ง คราวนี้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศไทย

        พันธมิตรระดับภูมิภาคที่สำคัญในนโยบาย One Belt, One Road ของจีน

        ทำให้สหรัฐและพันธมิตร ต้องการหนุนฝ่าย "ปฏิปักษ์ต่อจีน" ขึ้นสู่อำนาจ ในการเลือกตั้ง เมื่อ ๒๔ มีนา      

        อย่างไรก็ตาม "พรรคพลังประชารัฐ" ซึ่งเกี่ยวโยงกองทัพได้คะแนนนิยมสูงกว่า

        ทำให้ "ฝ่ายปฏิปักษ์" ที่มีสหรัฐหนุนหลัง พบความพ่ายแพ้ร้ายแรงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจ ในปี ๔๔

        "ฝ่ายปฏิปักษ์" ที่สหรัฐหนุนคือ "อดีตนายกฯ ทักษิณ" นักโทษหนีคดี ซึ่งถูกโค่นล้มไปในปี ๔๙

        นอกจากพรรคเพื่อไทยแล้ว ทักษิณยังคุมกลุ่มผู้ชุมนุมนิยมความรุนแรงที่รู้จักกันในนาม "เสื้อแดง"

        ขณะเดียวกัน ได้รับการสนับสนุนจาก "เอ็นจีโอ" เงินทุนสหรัฐ, นักศึกษา ”กลุ่มเคลื่อนไหว” และ "สื่อตะวันตก"

         ๒๔ มีนา ทักษิณกระจายความเสี่ยงด้วยการแตกเป็นหลายพรรค ใช้พรรคเหล่านั้น เป็นตัวแทนอย่างผิดกฎหมายให้ตน

        นอกจากเพื่อไทย ทักษิณยังส่งพรรคไทยรักษาชาติ, เพื่อธรรม, เพื่อชาติ และพรรค "อนาคตใหม่" ลงรับเลือกตั้ง

        สหรัพบตัวแทน ”คนใหม่” ใน ”อนาคตใหม่

        ในขณะที่เพื่อไทยและพรรคอื่นๆ ที่มีทักษิณเป็นผู้สั่งการอย่างเปิดเผย แต่ "พรรคอนาคตใหม่" พยายามปฏิเสธการเป็นพรรคนอมินี

        แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

        "อนาคตใหม่" ที่นำโดย "ธนาธร" นอกจากนโยบายเหมือนเพื่อไทย "เอาทหารออกจากอำนาจ" (ซึ่งจะเปิดทางให้ทักษิณคืนสู่อำนาจ)

        แต่หนำซ้ำ "อนาคตใหม่" ได้ตั้งพรรคติดอยู่กับพรรค "เพื่อไทย" ในพรรคอนาคตใหม่เอง ก็ยังมีนักการเมืองฝ่ายทักษิณ        และ "พรรคไทยรักษาชาติ" ยังหาเสียงให้คนเลือกอนาคตใหม่ หลังจากไทยรักษาชาติถูกยุบ

        การนำเสนอของสื่อที่ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจควบคุม ได้สนับสนุนตัวทักษิณและวาระทางการเมืองของทักษิณ

        รวมถึงการเอื้อผลประโยชน์และวาระทางการเมืองของโลกตะวันตก

        ซึ่ง "โลกตะวันตก" เอง ก็ยังให้การสนับสนุนทักษิณ และย่อมจะได้รับผลประโยชน์กลับ หากทักษิณกลับมามีอำนาจ

        ตัวธนาธรเอง ก่อนหน้าเลือกตั้ง ไปขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ด้วยการเข้าพบนายกฯ แคนาดา "จัสติน ทรูโด"

        ธนาธรเอ่ยครั้งแล้ว-ครั้งเล่า ถึงความตั้งใจที่จะยกเลิกโครงการร่วม "ไทย-จีน" ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และตัดงบกลาโหม ซึ่งจะทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการป้องกันการแทรกแซงจากต่างประเทศ

        ทั้งสองสิ่งนี้ นอกจากธนาธรแล้ว ยังมีสหรัฐที่หมายปองอยากให้ไทยทำ

        ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ "สื่อตะวันตก" จะร่วมกันสนับสนุนธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะอีกทางเลือกหนึ่งนอกจากทักษิณ

        โดยที่ความน่าเชื่อถือและความนิยมในตัวทักษิณลดลง แม้ทางตะวันตกช่วยเหลือเต็มพิกัดแล้วก็ตาม

        อนาคตใหม่ของธนาธร "ได้อันดับ ๓" จากการเลือกตั้ง รองจากพลังประชารัฐและเพื่อไทย

        แต่กระนั้น ก็เป็นเรื่องน่าแปลก ที่ "นักข่าวตะวันตก" กลับยกยอธนาธร ให้ความสำคัญกว่าสิ่งที่ธนาธรเป็น

        ธนาธรได้พบปัญหาทางกฎหมายในช่วงเลือกตั้ง โดยถูกตั้งข้อกล่าวหา ๓ คดี

        หนึ่งในนั้น เป็น "คดีความมั่นคง"

        ในจำนวนนั้น มีตัวแทนทูตจากสหรัฐ อังกฤษ และแคนาดา

        "สื่อตะวันตก" พรรณนาถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าเป็น "การสนับสนุน" จากต่างประเทศ แก่ "ฝ่ายประชาธิปไตย"

        แต่กระนั้น เพียงมอง "นโยบายต่างประเทศ" ของสหรัฐ, อังกฤษ, แคนาดา อย่างคร่าวๆ

        จะเห็นได้ว่า เป็นเพื่อ "ประโยชน์ตัวเอง"

        ไม่ใช่ ”เพื่อประชาธิปไตย” ตามกล่าวอ้าง

        การมี "ผลประโยชน์" ร่วมกัน จึงเป็นเหตุผลที่ประเทศเหล่านี้ให้การ ”สนับสนุน”

        ควรนึกถึง "การมีส่วนร่วม" ของสหรัฐ อังกฤษ แคนาดา ในการ "ก่อสงคราม" ที่มิชอบด้วยกฎหมาย

        ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ ตั้งแต่ลิเบียในแอฟริกาเหนือ ซีเรียในตะวันออกกลาง ไปจนถึงอัฟกานิสถานในเอเชียกลาง

        รวมไปถึงการร่วมกันให้ความ "สนับสนุนเผด็จการ" อย่างแท้จริง เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และยูเครน ที่มีแนวคิดแบบนีโอนาซี

        ดังนั้น การสนับสนุนธนาธรจากโลกตะวันตก จึงไม่ใช่สิ่งอื่นใด นอกไปจากการ "แทรกแซงการเมืองของไทย" โดยตรง

        โดยใช้คำว่า "ประชาธิปไตย" เป็นโล่กำบัง แทนที่จะปกป้องมัน ไม่ว่าจะผ่านทางธนาธรหรือทักษิณ

        "โลกตะวันตก" ต้องการจะทำให้ "ไทยอ่อนแอ"

        ต้องการ "ทำลายสถาบัน" ที่เป็นอิสระของไทย เช่น ศาล, กองทัพ และพระมหากษัตริย์

        ซึ่งจะเป็นการปูทางนำไปสู่การ ”เปิดเสรี” ทางการค้าโดยไร้การต้านทาน

        และการ "เปลี่ยนนโยบาย" ต่างประเทศของไทย ให้ "หยุดความสัมพันธ์กับจีน"

        จะทำให้ไทยกลายเป็น "กำแพงต้านจีน" โดยที่ไทยเสียผลประโยชน์

        การเดิมพันที่สูญเสียของสหรั

        ตั้งแต่ปี ๕๓ จนถึงบัดนี้ ความมั่งคั่งของทักษิณร่วงลงจากอันดับ ๔ ไปที่อันดับ ๑๙

        ความน่าเชื่อถือและอิทธิพลของทักษิณอ่อนลง รวมไปถึงตัวแทนของเขาด้วย

        ธนาธรจึงต้องปฏิเสธความสัมพันธ์กับทักษิณ แม้ว่าเขาเองก็เป็น "ตัวแทนทักษิณ"

        ธนาธรหรือ "ตัวแทนคนใหม่” ของโลกตะวันตก จึงเป็นแค่ "ตัวสำรอง" ของทักษิณ

        อย่างไรก็ตาม ธนาธรมาจากตระกูลร่ำรวยอันดับ ๒๘ ของไทย แต่ประวัติด้านการเมืองและการเงินของเขา ก็ได้ด่างพร้อยด้วยเรื่องคอร์รัปชันและเรื่องอื้อฉาวไปเสียแล้ว

        "โลกตะวันตก" ในตอนนี้...........

        กำลังใช้ตัวแทนที่กำลังทรัพย์อ่อนแอกว่า และมีประวัติทางการเมืองเป็นมลทินกว่าหลายเท่าตัว เมื่อเทียบทักษิณในปี ๔๔

        ในการต่อสู้กับสถาบันของไทย ซึ่งมีความพร้อมเพรียงและเตรียมพร้อม ที่จะปกป้องอธิปไตยของไทยมากกว่า เท่าที่เคยเป็นมา

        ความพยายามของสื่อตะวันตกที่จะ ”ดลบันดาล” วิกฤติทางการเมืองของไทยให้เข้าสู่รูปร่างที่จะเป็นประโยชน์แก่ตัวเองนั้น "ไม่เป็นผล" เมื่อครั้งทักษิณมีอำนาจสูงสุด

        "ไม่เป็นผล" ก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด และจะ "ไม่เป็นผล" สำหรับ "ตัวสำรอง" ทักษิณ ที่อ่อนแอกว่าหลายเท่า หลังการเลือกตั้ง เมื่อเทียบทักษิณในปี ๔๔

        ความพ่ายแพ้ของ "โลกตะวันตก" ในครั้งนี้

        เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งลักษณะที่กว้างกว่ามากในความล้มเหลวของนโยบายต่างประเทศของสหรัฐและยุโรป ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก

        ตั้งแต่ความพยายามอย่างงุ่มง่ามในการเปลี่ยนแปลงการปกครองของเวเนซุเอลา

        ไปจนถึงความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายในซีเรียและสงครามในอัฟกานิสถาน ที่ค้างคามากว่าสองทศวรรษ ในส่วนของภูมิภาคนี้

        ความล้มเหลวในประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่สหรัฐจะถูกชิงความเป็นใหญ่โดยจีนและอำนาจอื่นในภูมิภาคที่แข็งแกร่งขึ้น

        แนวความคิดที่ว่าคนอย่างเช่น "ธนาธร" และพรรคอย่างเช่น "อนาคตใหม่" เป็นตัวแทนของ ”ประชาธิปไตย”

        ในขณะที่ "วาระทางการเมือง" ถูกกำหนดโดย "นักโทษ" ที่หนีอยู่ในต่างประเทศอย่าง "ทักษิณ"

        และผู้สนับสนุนจาก "โลกตะวันตก" และได้รับความคุ้มครองในประเทศไทยจาก "ตัวแทนกงสุลตะวันตก" ในกรุงเทพฯ

        แนวคิดนี้ เป็นแนวคิดที่ "ขัดแย้งในตัวเอง" และอย่างไรก็ "ไปไม่รอด"

        "ประชาธิปไตย" มีนิยามคือ กระบวนการที่ตัดสินใจโดยคนในชาติเอง ไม่ใช่ "เพียงคนเดียว" ที่สามารถจะตัดสินชะตากรรมชาติได้ "จากต่างประเทศ"

        มันเป็นเพียงแค่วาทกรรม "ปากว่าตาขยิบ" ที่ถูกใช้ในการเผยแพร่แนวคิดที่ขัดแย้งนี้ จะต้องเผชิญกับความจริงของมัน

        คนที่วางเดิมพันไว้กับทักษิณ, ตัวแทนอย่างธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ของเขา

        หรือแม้แต่ "ความเป็นใหญ่" ของสหรัฐในเอเชีย คงต้องถามตนเองว่า

        จะเชื่อในสิ่งนี้ต่อไปอีกหรือไม่ ในปีหน้า หรือในอีกทศวรรษข้างหน้า?

        ผู้คนรู้ซึ้งถึงวาระที่ "ไม่มีทางไปรอด" นี้ หรือมันจะติดหล่มอยู่กับ "ความล้มเหลว" ที่ยิ่งทวีคูณ.

        ครับ....

      เพื่อความที่ครบถ้วน เปิดอ่านจากต้นฉบับคุณ Tony Cartalucci ได้ตามนี้.

https://journal-neo.org/2019/04/08/west-finds-new-anti-china-puppet-in-wake-of-thai-elections/

 

ไฟไหม้มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดามอายุ 850 ปีกลางกรุงปารีส 'ทรัมป์'บอกถ้าใช้เครื่องบินช่วยดับไฟจบไปแล้ว

    
 

มีการเผยแพร่ภาพและคลิปในสื่อโซเชียลของชาวฝรั่งเศสอย่างกว้างขวาง ทำให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนืออาคารไสตล์กอธิคเก่าแก่ ที่รัฐบาลและเอกชน เพิ่งระดมทุนเมื่อปีที่แล้ว เพื่อปรับปรุงตัวโบสถ์ที่ทรุดโทรมหนัก

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เดินทางไปยังที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง  ขณะที่นางแอน ฮิลดัลโก นายกเทศมนตรีปารีส ทวีตว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของปารีสพยายามที่จะเข้าควบคุมเพลิง และขอร้องประชาชนอย่าเข้าใกล้สถานที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำงานได้อย่างเต็มที่

และที่พลาดไม่ได้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ แสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ได้เห็นภาพเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เผาผลาญวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม ถ้าใช้เครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับไฟ อาจได้ผล และขอให้เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเร่งดำเนินการโดยเร็ว

สำหรับมหาวิหารแห่งนี้ อายุ 850 ปี แต่ละปีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากถึง 13 ล้านคน เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงปารีส  ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี 1991 

เพลิงไหม้มหาวิหาร‘นอร์ทเทอร์-ดาม’สถานที่ประวัติศาสตร์800ปีกลางปารีส

เพลิงไหม้มหาวิหาร‘นอร์ทเทอร์-ดาม’สถานที่ประวัติศาสตร์800ปีกลางปารีส

วันอังคาร ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562, 07.48 น.

เพลิงไหม้มหาวิหาร‘นอร์ทเทอร์-ดาม’สถานที่ประวัติศาสตร์800ปีกลางปารีส

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้(15 เม.ย.62) ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่มหาอาสนวิหารนอร์ทเทอร์-ดามแห่งปารีส (Cathédrale Notre-Dame de Paris) แลนด์มาร์คสำคัญซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าควบคุมพื้นที่ในบริเวณใกล้เคียง พร้อมสั่งอพยพนักท่องเที่ยวโดยรอบ

รายงานยังระบุด้วยว่าได้ยินเสียงหักพังของยอดวิหารจากเปลวเพลิงที่ลุกโชนอย่างรุนแรง พร้อมกับภาพของไฟที่เผาทำลายหลังคาทั้งหมดของวิหารจนพังถล่มลงมา

ภาพของเปลวเพลิงถูกโพสต์ผ่านผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียปรากฎให้เห็นเปลวเพลิงลุกโหม พร้อมกลุ่มควันขนาดใหญ่บริเวณยอดของวิหาร ซึ่งโฆษกของวิหาร ระบุว่า ตัวโครงสร้างไม้ที่ค้ำยันหลังคาได้รับความเสียหาย เพลิงได้เผาผลาญไปทั่วบริเวณหลังคาและยอดวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าปฏิบัติการเพื่อควบคุมเพลิงไหม้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการบูรณะซ่อมแซมวิหาร ซึ่งสื่อหลายแห่งรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่าอาจเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงวิหารในขณะนี้เช่นกัน

โฆษกของวิหาร แถลงต่อไปว่า เพลิงไหม้เกิดขึ้นช่วงที่คริสตจักรแคทอลิกของฝรั่งเศสเตรียมจัดงานอีสเตอร์ รถดับเพลิงของหน่วยดับเพลิงปารีสรุดมายังที่เกิดเหตุที่ตั้งของวิหารนอร์ทเทอร์-ดามบนเกาะในแม่น้ำเซนของกรุงปารีส

สำหรับมหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดามแห่งปารีส เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลปารีส (Archidiocèse de Paris) ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเซนใจกลางกรุงปารีส มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์และการตกแต่งโถงภายในด้วยกระจกสีอันสวยงาน ถูกจัดเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส เริ่มก่อสร้างใน ค.ศ. 1160 ตามดำริของ Maurice de Sully บิชอบแห่งปารีสในขณะนั้น ตัววิหารใช้เวลาก่อสร้างนานหลายร้อยปี ได้รับการปรับแบบ ต่อเติม ตกแต่งจนกระทั่งแล้วเสร็จช่วง ค.ศ.1345 หลังจากนั้นวิหารยังคงได้รับการบูรณะต่อเติมหลายครั้ง ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวนับล้านคนเดินทางมาเที่ยวชมวิหารแห่งนี้

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้ยกเลิกกำหนดการแถลงนโยบายผ่านทางสถานีโทรทัศน์ตามกำหนดในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ โดยมีสาเหตุมาจากเพลิงไหม้วิหารนอร์ทเทอร์-ดาม

ขณะที่นางแอน ฮิลดัลโก นายกเทศมนตรีปารีสกล่าวทางทวิตเตอร์ว่า เป็นเพลิงไหม้รุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของปารีสพยายามที่จะเข้าควบคุมเพลิงไหม้ และยังได้ขอร้องประชาชนว่าอย่าเข้าใกล้สถานที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ทำงานอย่างเต็มที่

ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงปารีส ระบุว่า ยังไม่ได้รับแจ้งว่าคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว

 
 
 
 
 
 
 
 
นายกฯเสียใจไฟไหม้‘มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม’ เชื่อฝรั่งเศสฟื้นฟูได้เร็ว

นายกฯเสียใจไฟไหม้‘มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม’ เชื่อฝรั่งเศสฟื้นฟูได้เร็ว

วันอังคาร ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562, 10.39 น.

นายกฯเสียใจไฟไหม้‘มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม’ เชื่อฝรั่งเศสฟื้นฟูได้เร็ว

16 เม.ย.62 พล.ท. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่รัฐบาลและชาวฝรั่งเศส หลังเกิดเหตุไฟไหม้มรดกโลกมหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม กลางกรุงปารีส จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก

“นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าสะเทือนใจที่ได้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ขึ้น เพราะมหาวิหารดังกล่าวมีความเก่าแก่และถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส โดยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลและชาวฝรั่งเศสจะร่วมกันฟื้นฟูขึ้นมาได้ในเร็ววันนี้” พล.ท.วีรชน กล่าว

ทั้งนี้ นอร์ทเทอร์-ดาม เป็นมหาวิหารที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส มีอายุราว 850 ปี มีลักษณะเด่น คือ ยอดหอคอยแหลมพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นแบบโกธิคที่สวยงาม มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมมากกว่า 13 ล้านคนต่อปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1991

เตือน 4 ภาคระวัง‘พายุฤดูร้อน’กทม.อุณหภูมิสูงสุด35-39องศา

เตือน 4 ภาคระวัง‘พายุฤดูร้อน’กทม.อุณหภูมิสูงสุด35-39องศา

วันอังคาร ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562, 07.13 น.

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน เตือน 4 ภาค“เหนือ อีสาน ตะวันออก กลาง”ระวัง“พายุฤดูร้อน” ขณะที่“กทม.-ปริมณฑล”มีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป ประจำวันที่ 16 เมษายน 2562 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่าบางพื้นที่ บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อน และระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน ควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง เกษตรกรควรระวังและป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

+ ภาคเหนือ อากาศร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 40-43 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-20 กม./ชม.

+ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่นมหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

+ ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรีอุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

+ ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

+ ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

+ ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

+ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

5วัน‘สงกรานต์’คุมประพฤติ‘เมาขับ’8พันคดี ติด‘กำไลEM’203รายห้ามออกนอกบ้าน

5วัน‘สงกรานต์’คุมประพฤติ‘เมาขับ’8พันคดี ติด‘กำไลEM’203รายห้ามออกนอกบ้าน

วันอังคาร ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562, 08.33 น.

5วัน‘สงกรานต์’คุมประพฤติ‘เมาขับ’8พันคดี ติด‘กำไลEM’203รายห้ามออกนอกบ้าน

16 เม.ย.62 นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า สถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในช่วงควบคุมเข้มงวดของวันที่ 15 เมษายน 2562 มีจำนวนสูงถึง 4,264 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 4,262 คดี หรือร้อยละ 99.95 คดีขับรถประมาท จำนวน 2 คดี หรือร้อยละ 0.05 นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราพุ่งสูงถึง 203 ราย โดยส่วนใหญ่กำหนดเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ตั้งแต่เวลา 22.00 - 04.00 นาฬิกา เป็นเวลา 7-15 วัน คุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัวจำนวน 4 ครั้ง พร้อมทั้งทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง เป็นต้น ส่วนยอดสะสมกรณีที่ศาลสั่งใช้อุปกรณ์ EM มีจำนวนทั้งสิ้น 389 ราย แบ่งเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 387 ราย คดีขับเสพ จำนวน 2 ราย

สำหรับยอดสะสมสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติในช่วง 5 วัน (11-15 เมษายน 2562) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีจำนวนทั้งสิ้น 8,383 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 8,222 คดี คิดเป็นร้อยละ 98.08 คดีขับเสพ จำนวน 150 คดี คิดเป็นร้อยละ 1.79 คดีขับรถประมาท จำนวน 11 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.13 จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 596 คดี กรุงเทพมหานคร จำนวน 480 คดี และจังหวัดนครพนม จำนวน 440 คดี

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า จากสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ตลอดระยะเวลา 5 วันที่ผ่านมา พบว่า  จังหวัดที่มีสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราสูง จะอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดเลย เป็นต้น

"ระเบิดแก่งโขง" จุดจบมหานทีนานาชาติ

    
 

แม่น้ำโขง มหานทีที่หล่อเลี้ยงคนลุ่มน้ำโขงเผชิญโครงการพัฒนาที่เสี่ยงทำลายระบบนิเวศ

     ความพยายามปัดฝุ่นเดินหน้าโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง เพื่อเปิดทางให้เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่จากประเทศจีนมุ่งหน้าสู่แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาวสะดวกขึ้น ยังเป็นที่จับตามองของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตลอดจนชาว อ.เชียงแสนและ อ.เชียงของ เนื่องจากมีความคิดเห็นต่างๆ ที่มองว่าโครงการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อแม่น้ำโขง  ทำลายวิถีชีวิตประชาชนที่พึ่งพาน้ำโขงในการหาอยู่หากิน

      เวทีเสวนาเรื่อง "ระเบิดแก่งโขงมหานทีรอวันอวสาน" ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นักเขียนรางวัลลูกโลกสีเขียวและสื่อสิ่งแวดล้อม จัดโดยสถาบันลูกโลกสีเขียวและสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งได้หยิบยกประเด็นระเบิดแก่งแม่น้ำโขงที่อยู่ในกระแสความสนใจมาพูดคุย ทั้งยังบอกเล่าการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง จากการสร้างเขื่อนของจีน ส่งผลให้ระบบนิเวศน้ำโขงขาดสมดุล ซึ่งในการเสวนามีผู้สนใจฟังจำนวนมาก

      ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล นักเขียนรางวัลลูกโลกสีเขียว ผู้ ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงร่องน้ำโขงมานานบอกว่า เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา โครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือแม่น้ำโขงจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อผลการศึกษาร่างมาตรการป้องกันแก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการ มีชาวบ้านส่วนหนึ่งเข้าร่วมประชุมกับทางกลุ่มรักษ์เชียงของ และชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการก็ตกใจกับโครงการที่จะเกิดขึ้น ทั้งที่เมื่อปลายปี 2562 นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประชุมร่วมกับ 4 ประเทศมี ไทย จีน พม่า และลาว และให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า จีนรับฟังข้อกังวลของชาวไทย ลาว พม่า ว่ายอมยกเลิกโครงการระเบิดเกาะแก่งแล้ว ซึ่งสร้างความสับสนให้กับประชาชนไม่มีสิ้นสุด   เพราะทางหนึ่งให้ข่าวหยุดโครงการ แต่อีกทางหนึ่งเดินหน้าจัดเวที ทำให้ต้องจับตาดูจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะถ้าระเบิดแก่งน้ำโขงในช่วง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ระบบนิเวศเสียหายแน่นอน ส่วนคณะกรรมาธิการลุ่มน้ำโขงเป็นองค์กรร่วมระหว่างรัฐบาล แต่ในทางปฏิบัติไม่มีอำนาจลงมติใดๆ จึงถือเป็นจุดอ่อน“ จีนจะระเบิดแก่งโขงเพื่อเปิดทางให้เรือสินค้าเข้าสู่ไทยลาวและพม่าได้ง่ายขึ้น ก่อนหน้านี้จีนระเบิดเกาะแก่งบริเวณพรมแดนพม่ากับลาวไปแล้ว แต่มาติดร่องน้ำที่คอนผีหลง ซึ่งเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ใน อ.เชียงของ เป็นจุดที่จีนอยากระเบิดออก ทั้งที่มีทางเลือกขนส่งทางถนนเราสร้างถนนสาย R3A เชื่อมไทยลาวและจีนตอนใต้ส่งเสริมเศรษฐกิจแล้ว ยังมีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงอีกเส้น   ไม่ใช่ไม่มีทางอื่น ทำไมไม่ใช้ให้คุ้มค่ากับการลงทุน" ฐิติพันธ์ กล่าว

 

      นักเขียนรางวัลลูกโลกสีเขียวบอกด้วยว่า "ครูตี๋-นิวัฒน์  ร้อยแก้ว" ผู้ปกป้องแม่น้ำโขงในนามกลุ่มรักษ์เชียงของ  เคยเปรียบเทียบการสร้างทำนบบนน้ำโขงทำให้แม่น้ำไม่สามารถทำหน้าที่ตามระบบนิเวศของตัวเองได้ เทียบกับการทุบเขื่อนทิ้ง พบว่าภายใน 30 ปี ระบบนิเวศอาจฟื้นคืนมา ขณะที่การระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขงถ้าเอาโขดหินออกแล้วกลับคืนไม่ได้ สื่อความล่มสลายได้ชัดเจน

      ฐิติพันธ์ บอกด้วยว่า ได้เขียนบทความเรื่องการระเบิดแก่งโขงมหานทีรอวันอวสาน ตีพิมพ์เดือนสิงหาคมปี 2560 ในนิตยสารสารคดี และได้รางวัลลูกโลกสีเขียว เนื้อหานำเสนอเรื่องราวแม่น้ำโขง แม่น้ำนานาชาติที่มียาวกว่า 4,900 กิโลเมตร ซึ่งโครงการระเบิดเกาะแก่งจะเกิดขึ้นใน 4 ประเทศ รวมระยะทาง 500-600 กิโลเมตร คิดเป็น 1 ใน 8 ของแม่น้ำโขงทั้งหมด หากปล่อยให้มีการปรับปรุงร่องน้ำต่อไป มองว่าแม่น้ำโขงจะไม่ใช่แม่น้ำโขงที่คนสองฝั่งแม่น้ำรู้จัก เพราะแม่น้ำจะเปลี่ยนแปลงไป

      “คนเชียงของมีคำพูดต่อกันมาว่าหินอยู่กับต้า หมายถึงท่าเรือผาอยู่กับน้ำ สะท้อนผาหรือแก่งเป็นของคู่กับน้ำโขง ถ้าขาดไปก็ไม่เหมือนเดิม ชาวบ้านบอกแม่น้ำโขงจะเหมือนรูปหน้าของหญิงสาวที่ไม่มีคิ้ว ไม่มีรอยยิ้มอีกต่อไปแม้จะระเบิดเส้นทางเพียง 1 ใน 8 ของแม่น้ำทั้งสาย" ผู้เขียนเผยที่มาของชื่อระเบิดแก่งโขงมหานทีรอวันอวสาน  

      ด้านนิรันดร์ศักดิ์ บุญจันทร์ กรรมการตัดสินรางวัลลูกโลกสีเขียวกล่าวในเวทีเดียวกันว่า แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำของอุษาคเนย์ แต่ปล่อยให้ประเทศมหาอำนาจกำหนดทิศทางการขึ้นและลงของแม่น้ำโขงเพื่อเอื้อประโยชน์ในการเดินเรือ ทุกวันนี้สัตว์น้ำหลายชนิดหายไป และยังมีโครงการระเบิดแก่งที่เตรียมจะเกิดขึ้นอีก ประธานหอการค้าเชียงแสนเล่าให้ฟังว่า จีนเวลาล่องเรือสินค้าจะเปิดเขื่อนเพิ่มระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะได้ไม่ติดแก่งและปลอดภัย ถ้าเรือสินค้าไม่แล่นก็ปิดเขื่อนแน่นอน ผลกระทบตกกับคนท้ายน้ำทั้งขึ้นทั้งล่อง นอกจากนี้ การระเบิดแก่งย้ายหินกระทบการประมงชาวบ้านใช้อุปกรณ์หาปลาแบบเดิมไม่ได้แล้ว  เพราะนิเวศแม่น้ำเปลี่ยนแปลงชุมชนริมน้ำโขงเสียรายได้

      ขณะที่วุฒิศานติ์ จันทร์วิบูล นักเขียนเจ้าของผลงาน "การกลับมาของนกนางนวล” กล่าวว่า ตนใช้งานเขียนสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเล่มนี้ แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงและกิจกรรมที่สร้างผลกระทบต่อธรรมชาติ มีเนื้อหาเชื่อมโยงเรื่องเล่าขานของชาวเชียงของ บอกต่อกันมาอยู่เสมอว่าเมื่อใดที่มองเห็นนกนางนวลบินขึ้นมาจากปลายน้ำ นั่นหมายความว่าจะมีปลาบึกว่ายทวนแม่น้ำโขงขึ้นมาวางไข่ ตัวละครนกนางนวลบินไปต้นน้ำโขงเห็น 4 เขื่อนใหญ่ที่สร้างกั้นแม่น้ำ สื่อถึงว่าน้ำโขงกำลังเจอปัญหา ส่วนปลาบึกเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว อยากให้ผู้สนใจเรื่องแม่น้ำโขงได้อ่านส่วนโครงการระเบิดแก่งน้ำโขง เชื่อว่าจะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับระบบนิเวศ จากแม่น้ำจะกลายเป็นคลองส่งน้ำ มีประโยชน์เพียงทางน้ำไหล หรือแค่ให้เรือสินค้าแล่นผ่าน อยากให้การพัฒนาโครงการใดๆสอดคล้องกับวิถีชีวิตและไม่สร้างปัญหาให้คนรุ่นต่อไป

      นอกจากเสวนาสีเขียวแล้ว สถาบันลูกโลกสีเขียวชวนชุมชนบุคคลที่อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยกายและใจตลอดจนกลุ่มเยาวชนงานเขียนและสื่อมวลชนที่มีผลงานอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า เป็นรูปธรรม  ส่งผลงานเข้าประกวดรางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่ 20 ตอนนี้ประเภทงานเขียนความเรียงเยาวชนและสื่อมวลชน ยังเปิดรับผลงานถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ นับเป็นอีกช่องทางกระตุ้นจิตสำนึกและสร้างการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

 .......................................................

16 เมษายน 2562

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 16/04/2019 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1 ถูกใจความคิดเห็นนี้ (0)

สิงห์นอกระบบ
............................................
จีนยังจะทำเรื่องในแถบบ้านเราตามอำเภอใจอีกมากครับ รังแกเรามาแต่โบราณกาลยังไม่หยุด

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 16/04/2019 เวลา : 15.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

New Anti-China Puppet แปลกนะครับ เลือดจีนทั้งคู่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน