*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3572
  • จำนวนผู้ชม : 2315292
  • จำนวนผู้โหวต : 519
  • ส่ง msg :
  • โหวต 519 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 16 เมษายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 206 , 19:07:20 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         'ปู' ยิ่งลักษณ์รอดข้อหาต่างๆหลายคดีแล้วนะครับ คดีใหญ่เสียด้วย คือ "พ.ร.ก.กู้เงินจัดการน้ำ3.5แสนล้าน"ไม่น่าหนีไปเสีย

ก่อน ขณะนี้เหลืออีก 7 คดีเท่านั้น ดังรายงานข่าวท้ายนี้

ทั้งนี้ ยังเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวนอีก 7 คดี ได้แก่ 1.คดีถูกกล่าวหาร่วมกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย หัวหน้ากลุ่มวังน้ำยม กรณีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ล็อตสอง ที่มี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ร่วมกับข้าราชการระดับสูงในกระทรวงพาณิชย์ และกลุ่มเอกชนเครือสยามอินดิก้า

2.คดีโยกย้ายข้าราชการโดยมิชอบ (กรณี นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ) 3.คดีจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง 4.คดีละเว้นไม่ลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชา กรณี รมว.มหาดไทย (นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ) กับพวกปราศรัยรุนแรง-แบ่งแยกประเทศ 5.คดีปล่อยให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงาน "มวยมาเก๊า" ผ่านช่อง 11 6.คดีร่ำรวยผิดปกติ กรณีครอบครองนาฬิกาเรือนละ 2.5 ล้านบาท และ 7.คดีร่ำรวยผิดปกติกรณีเกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำข้าว

 

 

'ปู'รอดอีก!ป.ป.ช.ตีตกปมลงมติพ.ร.ก.กู้เงินจัดการน้ำ3.5แสนล้าน

'ปู'รอดอีก!ป.ป.ช.ตีตกปมลงมติพ.ร.ก.กู้เงินจัดการน้ำ3.5แสนล้าน

วันอังคาร ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562, 18.52 น.

16 เม.ย.62 เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตีตกข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อีก 1 คดี กรณีถูกกล่าวหาร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) กับพวก ลงมติเห็นชอบใน พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ โดยมิชอบ

โดยกรณีนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกกล่าวหากับ ครม.ทั้งคณะ กับพวก กรณีลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อวางระบบริหารจัดการน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท โดยมิชอบ และกรณีกล่าวหา นายอำพน กิตติอำพน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ละเว้นไม่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า "ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป"

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติตีตกข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปแล้วอย่างน้อย 4 คดี ได้แก่ 1.คดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้ตัวเองและรัฐมนตรี 2.คดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ บริหารจัดการน้ำผิดพลาดจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 3.คดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ป.ป.ช.ในการเปิดเผยราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และ 4.คดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ คุมม็อบ กปปส.

ทั้งนี้ ยังเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวนอีก 7 คดี ได้แก่ 1.คดีถูกกล่าวหาร่วมกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย หัวหน้ากลุ่มวังน้ำยม กรณีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ล็อตสอง ที่มี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ร่วมกับข้าราชการระดับสูงในกระทรวงพาณิชย์ และกลุ่มเอกชนเครือสยามอินดิก้า

2.คดีโยกย้ายข้าราชการโดยมิชอบ (กรณี นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ) 3.คดีจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง 4.คดีละเว้นไม่ลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชา กรณี รมว.มหาดไทย (นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ) กับพวกปราศรัยรุนแรง-แบ่งแยกประเทศ 5.คดีปล่อยให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงาน "มวยมาเก๊า" ผ่านช่อง 11 6.คดีร่ำรวยผิดปกติ กรณีครอบครองนาฬิกาเรือนละ 2.5 ล้านบาท และ 7.คดีร่ำรวยผิดปกติกรณีเกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำข้าว

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา

 

กรมชลฯเผยฤดูแล้งใช้น้ำแล้วทั่วประเทศ20,049ล้านลบ.ม.

กรมชลฯเผยฤดูแล้งใช้น้ำแล้วทั่วประเทศ20,049ล้านลบ.ม.

วันอังคาร ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562, 18.39 น.

อธิบดีกรมชลฯเผยฤดูแล้งใช้น้ำแล้วทั่วประเทศ20,049ล้านลบ.ม. ส่วนลุ่มเจ้าพระยาใช้น้ำ103%เกินแผนจัดสรรน้ำ จากแผน8พันล้านลบ.ม.พุ่ง8.2พันล้านลบ.ม.ดึงน้ำแม่กลองมาช่วย พร้อมระดมสูบน้ำให้พื้นที่ขาดน้ำกินใช้-เกษตรนอกเขตชลประทาน40จว.เริ่มนำน้ำก้นเขื่อนอุบลรัตน์มาใช้20เม.ย.

16 เม.ย.62 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้ง ว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และกลางทั่วประเทศ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 44,439 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 58 เป็นปริมาตรนํ้าใช้การได้ 20,514 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 39 น้อยกว่าปี 2561 จํานวน 4,602 ล้าน ลบ.ม.ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จํานวน 25.51 ล้าน ลบ.ม.ปริมาณน้ำระบายจํานวน 123.88 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน

ได้วางแผนการใช้น้ำวันที่ 1 พ.ย.61 - 30 เม.ย.62 จากปริมาตรนํ้าต้นทุน สามารถใช้การได้ จํานวน 39,570 ล้าน ลบ.ม.โดยวางแผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศจํานวน 23,100 ล้าน ลบ.ม.ตามความสำคัญ เช่น เพื่อการอุปโภค-บริโภค 2,404 ล้าน ลบ.ม.รักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ 6,440 ล้าน ลบ.ม.เกษตรกรรม 13,953 ล้าน ลบ.ม.และอุตสาหกรรม 303 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับจัดสรรน้ำในลุ่มเจ้าพระยา 8,000 ล้าน ลบ.ม.จากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ 6,500 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบํารุงแดน 400 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 400 ล้าน ลบ.ม.และลุ่มน้ำแม่กลอง 700 ล้าน ลบ.ม.แยกเป็น เพื่อการอุปโภค - บริโภค 1,140 ล้าน ลบ.ม.เพื่อการรักษาระบบนิเวศน์ และอื่นๆ 1,450 ล้าน ลบ.ม.และเพื่อการเกษตร 5,410 ล้าน ลบ.ม.

"ผลการจัดสรรน้ำทั้งประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.61 ถึงปัจจุบัน ใช้น้ำไปแล้ว 20,495 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 89 ของแผนจัดสรรน้ำ ส่วนในเขตลุ่มนํ้าเจ้าพระยา ใช้น้ำจาก 4 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล , เขื่อนสิริกิติ์ , เขื่อนแควน้อยบํารุงแดน , เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และลุ่มนํ้าแม่กลอง โดยวันนี้ระบายไป 41 ล้าน ลบ.ม.รวมใช้น้ำไปแล้ว 8,237 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 103 ของแผนจัดสรรน้ำ โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง เกินแผน 5.5 แสนไร่ จากแผนจัดสรรน้ำ 5.30 ล้านไร่ มีพื้นที่ปลูกแล้วรวม 5.85 ล้านไร่ นอกจากนี้ จากแผนปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศ 8.03 ล้านไร่ ปลูกเกิน 8.74 ล้านไร่ อยู่ระหว่างเก็บเกี่ยว 5.40 ล้านไร่ จึงขอความร่วมมือเกษตรกรงดปลูกนาปรังต่อเนื่อง เพื่อไม่นำน้ำสำรองฤดูหน้ามาใช้" นายทองเปลว กล่าว

กรมชลประทานเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือพื้นที่นาปีนาปรัง อุปโภคบริโภค พืชไร่ ขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2561/2562 จํานวน 1,851 เครื่อง ปัจจุบันได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือตามพื้นที่ จํานวน 198 เครื่อง ในส่วนพื้นที่ปลูกข้าวนาปี พืชไร่ 9 จังหวัด เช่น อุตรดิตถ์ พิจิตร พะเยา ลำปาง น่าน ตาก บุรีรัมย์ เลย พื้นที่ปลูกนาปรัง 22 จังหวัด อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร นครสวรรค์ นครราชสีมา อุดรธานี ศรีสะเกษ นครพนม หนองคาย ยโสธร อุบลราชธานี นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี จันทบุรี ระยอง สุพรรณบุรี ราชบุรี และช่วยเหลือพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค เช่น สุโขทัย เชียงราย แพร่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ เลย นนทบุรี ปทุมธานี ชัยนาท

นายทองเปลว กล่าวว่า ขณะนี้มีเขื่อนขนาดใหญ่มีน้ำน้อยกว่า 30% จำนวน 8 เขื่อน เช่น เขื่อนห้วยหลวง มีน้ำใช้การ 21% เขื่อนอุบลรัตน์ 1% เขื่อนลำปาว 22% เขื่อนลำพระเพลิง 23% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 23% เขื่อนทับเสลา 15% เขื่อนกระเสียว 6% เขื่อนขุนด่านปราการชล 23% โดยมติคณะกรรมการร่วมใช้น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ให้ดึงน้ำก้นเขื่อนมาใช้อุปโภคบริโภค ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.

"ยืนยันว่าในพื้นที่เขตชลประทานจะไม่ขาดแคลนน้ำอย่างแน่นอน แม้จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะส่งผลกระทบให้ฤดูแล้งยาวนานกว่าปกติ เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ ได้ถูกจัดสรรอย่างเพียงพอไปจนถึงเดือน พ.ค.62 และยังเพียงพอสำหรับสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนด้วย" นายทองเปลว กล่าว

'จอย ศิริลักษณ์'ขอลั้นลาในชุดบิกินี สวยเป๊ะปังแม้วัยเข้าเลข4

'จอย ศิริลักษณ์'ขอลั้นลาในชุดบิกินี สวยเป๊ะปังแม้วัยเข้าเลข4

วันอังคาร ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562, 16.38 น.

16 เม.ย.62 เรียกว่ายังคงความเด็กไว้เสมอจริงๆ สำหรับอดีตนางเอกชื่อดัง "จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค" ที่แม้อายุจะเข้าเลข 4แล้ว แต่ความสดใส เป๊ะราวกับวัยรุ่นนั้นก็ยังอยู่

ล่าสุด สายจอยก็ได้จัดทริปรับซัมเมอร์ด้วยชุดว่ายน้ำทูพีชสีสันสดใสรับลมทะเล งานนี้เห็นแล้วบอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะความแซบมาเต็มพอกัด บอกเลยว่าหนุ่มๆ ต้องร้องว้าวหนักมากเลยทีเดียว

 

สุดสูสี!‘หงส์,เรือ’ชิงพรีเมียร์ลีก ‘บาเยิร์น’คืนฝูงอีกรอบลุ้นบอลเบียร์

สุดสูสี!‘หงส์,เรือ’ชิงพรีเมียร์ลีก ‘บาเยิร์น’คืนฝูงอีกรอบลุ้นบอลเบียร์

วันอังคาร ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงบดบี้ล่าแชมป์กันอย่างเข้มข้นต่อไป หลังจากที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเดินหน้าคว้าชัยชนะได้สำเร็จในการเตะเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

แมทช์เดย์ล่าสุด “เรือใบสีฟ้า” แชมป์เก่าลงเล่นนัดที่ 33 บุกไปชนะ “อินทรีผงาด” คริสตัล พาเลซ 3-1 ทำให้มีแต้มเหนือ ลิเวอร์พูล ไปก่อน 1 แต้ม แต่ให้หลัง 3 ชั่วโมงจ่าฝูงกลับมาอยู่ในมือของ “หงส์แดง” อีกครั้ง เมื่อเปิดรังแอนฟิลด์ เล่นนัดที่ 34 บดแข้ง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ลงได้ 2-0

จากผลการแข่งขันนัดนี้จบลงทำให้ ลิเวอร์พูล นำจ่าฝูงเตะ 34 นัด มี 85 แต้ม และแมนฯซิตี้ 33 นัด มี 83 แต้ม ถือเป็นการลุ้นแชมป์ที่สูสีสุดๆ อีกครั้งในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังเมืองผู้ดี โดยเกมนัดต่อไป แมนฯซิตี้ จะเจอกับ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในวันเสาร์นี้ เวลา 18.30 น. ถือเป็นการดวลกันครั้งที่ 3 ใน รอบ 11 วัน จากสองรายการ ส่วน ลิเวอร์พูล ไปเยือน “บลูเบิร์ด” คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่กำลังหนีตายในวันอาทิตย์นี้ เวลา 22.00 น.

ซึ่งการต่อกรกันอย่างสูสีครั้งนี้ ทำให้อัตราต่อรองการเป็นแชมป์ล่าสุดยังคงสูสีอย่างมากแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยที่ แมนฯซิตี้ อัตราอยู่ที่ 4/5 หรือแทง 5 ได้ 4 ขณะที่ ลิเวอร์พูล อัตราอยู่ที่ 1-1 หรือแทง 1 ได้ 1

ทางด้านศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค พลิกกลับมานำจ่าฝูงหลังจากเสียไป 24 ชั่วโมง เมื่อบุกไปยำ ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ 4-1 ทำให้ผ่านไปแล้ว 29 นัด บาเยิร์น มี 67 แต้ม นำหน้า “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ มี 66 แต้ม อยู่ 1 คะแนน และเหลือการดวลแข้งอีก 5 นัด

สำหรับเกมต่อไป บาเยิร์น จะได้เล่นก่อนในวันเสาร์นี้ด้วยการเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “นกนางนวล” แวร์เดอร์ 
เบรเมน ส่วน ดอร์ทมุนด์ จะเล่นในวันอาทิตย์บุกไปทำศึกบิ๊กแมทช์กับ “ราชันสีน้ำเงิน” ชาลเก้ 04

 

‘อดีตรมว.ยุติธรรม’ลั่นหมดเวลาเกรงใจ‘ทูตฝรั่ง’ จวกไร้มารยาท-จับโกหก5ข้อ

‘อดีตรมว.ยุติธรรม’ลั่นหมดเวลาเกรงใจ‘ทูตฝรั่ง’ จวกไร้มารยาท-จับโกหก5ข้อ

วันอังคาร ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562, 18.05 น.

‘อดีตรมว.ยุติธรรม’ลั่นหมดเวลาเกรงใจ‘ทูตฝรั่ง’ จวกไร้มารยาท-จับโกหก5ข้อ

16 เม.ย.62 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.ยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “ถึงเวลาร่วมใจผนึกกำลังสู้เพื่อชาติของเรา” มีเนื้อหาดังนี้

“ถึงเวลาร่วมใจผนึกกำลังสู้เพื่อชาติของเรา”

“ผมตั้งใจว่าจะไม่เขียนถึงกรณีที่ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในด้านกระบวนการยุติธรรมของเราอีก และในช่วงสงกรานต์ผมลงพื้นที่พบประชาชนจำนวนมาก ปรากฎว่ามีคนสนใจสอบถามผมเยอะมาก เกี่ยวกับการตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนากับพวกเมาแล้วขับ ว่าทำได้หรือไม่เพียงใด เพราะอยากให้ทำได้จริงๆ ผมจึงคิดว่าจะเขียนอธิบายเรื่องเมาแล้วครับเผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง แต่หลังจากที่ได้ทราบข่าวเกี่ยวกับแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ทูตระดับสูงซึ่งเป็นต้นสังกัดของคนต่างชาติพวกนี้ หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศเรียกไปเข้าพบแล้ว ต้องบอกว่าทนไม่ได้ครับ”

“ผมเคยคิดว่าเมื่อคนพวกนี้รับรู้ถึงกระแสความไม่พอใจของสังคมไทย และได้รับการตอบโต้จากกระทรวงการต่างประเทศ พวกเขาคงจะหาทางบรรเทาสถานการณ์ลงบ้าง เช่น ขอโทษ หรือแจ้งว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ตรงกันข้ามนอกจากจะไม่สำนึก ยังกลับเหิมเกริมยิ่งขึ้นโดยการออกแถลงการณ์อย่างไม่แยแสสังคมไทยและเกียรติยศศักดิ์ศรีของประเทศไทย ยืนยันว่าสิ่งที่พวกตนทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นแนวปฏิบัติปกติทางการทูต เจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศโต้โผใหญ่ของคนพวกนี้แถลงว่าการส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมฟังการพิจารณาคดีที่ได้รับความสนใจอย่างสูงทั่วโลก เป็นการกระทำเพื่อรับประกันว่าการดำเนินคดีจะเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมและมีการเคารพหลักกฎหมาย ในคดีที่เป็นปัญหาอยู่นี้ก็เช่นเดียวกันกับอีกหลายๆคดี ที่เขาเข้าไปสังเกตุการณ์ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ได้ข้อมูลปฐมภูมิในการดำเนินคดี”

“พร้อมกันนั้นผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยก็ออกแถลงการณ์ว่าการกระทำของพวกตนเป็นการดำเนินการตามหลักปฏิบัติปกติทางการทูตที่ทำกันทั่วโลก ไม่เป็นการแทรกแซงทางการเมืองและไม่เป็นการสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะ”

“นี่เป็นแถลงการณ์ภายหลังจากที่เข้าพบกับกระทรวงการต่างประเทศและรับ “บันทึกช่วยจำ” ไปแล้วด้วยนะครับ”

“แต่จากสิ่งที่เราเห็น ปรากฎชัดว่า สิ่งที่คนพวกนี้ทำไปนั้นมันสวนทางกับแถลงการณ์ของต้นสังกัดของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง และน่าสังเกตุเพิ่มเติมว่าผู้ที่ออกมาแถลงการณ์ตอบโต้กระทรวงการต่างประเทศนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ทูตระดับสูง จึงเป็นที่น่าคิดว่าการกระทำของคนพวกนี้อยู่ในการรับรู้ของต้นสังกัดมาแต่เริ่ม ซึ่งก็หมายถึงการรับรู้ของรัฐบาลของประเทศต้นสังกัดด้วย”

“นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนพวกนี้มีความฮึกเหิม ไม่สนใจและไม่ยี่หระต่อความไม่พอใจและคำเตือนของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่เคารพวิธีปฏิบัติและพันธกรณีการปฏิบัติทางการทูตกับประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีเอกราชและอธิปไตยมาช้านาน รวมทั้งไม่หวั่นเกรงต่อผลกระทบทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศไทย”

“มีคนพูดว่าเราต้องนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผมเห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์ แต่ผมสงสัยและแปลกใจว่าทำไมเราต้องวิตกกังวลถึงเรื่องนี้แต่ฝ่ายเดียว ในขณะที่อีกฝ่ายไม่นึกไม่คิดถึงบ้าง หมดเวลาเกรงใจแล้วครับ ในเมื่อคนพวกนี้ไม่มีมรรยาททางการทูต ไม่เคารพเอกราชและอธิปไตยไทย กล้าที่จะเหยียบย้ำศักดิ์ศรีของชาติถึงในบ้านของเรา เราก็ไม่ต้องเกรงใจพวกนี้อีกต่อไปแล้ว”

“เมื่อมีข่าวเพิ่มเติมว่า‪ในวันที่ 17 เมษายน ที่นายปิยบุตรจะไปพบพนักงานสอบสวนนั้น บรรดาคนต่างชาติพวกนี้ก็คงจะอาศัยอ้างความเป็นเจ้าหน้าที่ทูตไปจุ้นจ้านที่สถานีตำรวจอีก หากเป็นเช่นนั้นจริงก็เท่ากับเป็นการไม่ไว้หน้าทั้งกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่เคารพหลักปฎิบัติ กฎข้อบังคับ และประเพณีทางการทูตอย่างร้ายแรงมากยิ่งขึ้น อันเป็นการผิดปกติวิสัยของผู้ทำหน้าที่ทูตจะพึงปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง”

“ทำให้น่าสงสัยในความบริสุทธิ์ของเจตนาที่แท้จริงของคนพวกนี้เป็นยิ่งนัก ว่ามีลักษณะตามที่คำในภาษากฎหมายที่ว่า “มีเถยจิตเป็นโจร” หรือไม่”

“ต้องขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศที่อย่างน้อยก็มีการตอบโต้คนพวกนี้ไป แม้การตอบโต้จะเป็นเพียงการเรียกต้นสังกัดของคนกลุ่มนี้มารับทราบ “บันทึกช่วยจำ” แต่ก็นับว่าเป็นบันทึกช่วยจำที่มีเนื้อหาชัดเจนและรุนแรงมากสำหรับการตอบโต้กับประเทศระดับยักษ์ใหญ่เช่นนี้”

“แต่ในเมื่อคนพวกนี้ไม่หลาบจำและกลับมีความฮึกเหิมมากขึ้น ผมจึงขอพูดดังๆ เสนอไปยังกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการดังต่อไปนี้โดยเร่งด่วน”

“1) ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการไปยังผู้กำกับสถานีตำรวจและพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องทันทีเพื่อให้ทันเวลาว่าห้ามมิให้คนพวกนี้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการสอบสวนจนกว่าจะได้รับแจ้งการประสานงานจากกระทรวงการต่างประเทศ

2) ให้สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงยุติธรรมก็สุดแล้วแต่ เป็นเจ้าของเรื่อง เสนอเรื่องต่อ ครม. เป็นเรื่องด่วน ในการประชุม ครม. ครั้งหน้านี้ ให้ ครม. มีมติห้ามมิให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐอนุญาตหรือยินยอมให้พวกต่างชาติ เข้ามาดำเนินการใดๆในส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับความเห็นชอบของกระทรวงต่างประเทศก่อน เว้นแต่ในคดีที่คนของประเทศเหล่านั้นเป็นผู้ถูกกล่าวหา และให้สำนักนายกรัฐมนตรีไปยกร่างออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการนี้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติและเป็นเกราะกำบังให้เจ้าหน้าที่ของรัฐถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดต่อไป”

“จริงอยู่แม้การสอบสวนตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาจะเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนกับผู้ถูกกล่าวหาและทนายความ ซึ่งพนักงานสอบสวนมีอำนาจที่จะไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีเข้ามายุ่งวุ่นวายในคดีได้อยู่แล้วก็ตาม แต่เพื่อให้เกิดความอุ่นใจและเป็นเกราะกำบังให้พนักงานสอบสวนและผู้เกี่ยวข้อง จึงควรต้องดำเนินการดังที่ผมเสนอมาข้างบนนี้ด้วย และยังจะทำให้มีกฎระเบียบภายในประเทศเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะที่คนพวกนี้ต้องปฏิบัติตาม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ของอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต ค.ศ. 1961 ข้อ 41 ด้วย”

“นอกจากเรื่องนี้แล้ว ผมขอจับโกหกจากการแถลงการณ์ตอบโต้กระทรวงการต่างประเทศของขบวนการต่างชาติกลุ่มนี้ ดังนี้ครับ

1) คนพวกนี้บอกในแถลงการณ์ว่าพวกเขามีสิทธิกระทำการเช่นนี้ได้ ไม่เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของเรา ซึ่งพวกเขาจะกระทำการแบบนี้เป็นปกติในทุกคดีที่ได้รับความสนใจอย่างสูงทั่วโลก ไม่เป็นการแทรกแซงทางการเมือง และไม่เป็นการสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะ เป็นหลักปฏิบัติปกติทางการทูตที่ทำกันทั่วโลก

เอาง่ายๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เหตุใดจึงไม่เห็นเคยมีเจ้าหน้าที่ทูตจากประเทศอื่นๆ ในประเทศไทย ปฏิบัติตนเช่นเดียวกันกับกลุ่มคนพวกนี้

เหตุใดในคดีอื่นๆที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับคดีของนายธนาธรและนายปิยบุตรนี้ คนพวกนี้จึงไม่เคยปรากฎตัวเข้าไปเกี่ยวข้องหรือมาขอสังเกคุการณ์บ้าง

2) หากเป็นการปฏิบัติตามปกติประเพณีทางการทูตจริงแล้ว ในระหว่างคดีของนายธนาธรกับนายปิยะบุตรนี้กับคดีการจับกุมและควบคุมตัวบุตรสาวของประธานบริษัทหัวเหว่ยนั้น คดีใดเป็นคดีที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในสังคมทั่วโลกมากกว่ากัน เหตุใดจึงไม่ปรากฎมีนักการทูตหรือเจ้าหน้าที่ทูตของประเทศของคนพวกนี้โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปไปสังเกตุการณ์การจับกุม การควบคุมตัว และการสอบสวนเลย

3) นายธนาธรสามารถแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน สามารถมีผู้ให้การสนับสนุนมาให้กำลังใจ สามารถมีคณะเจ้าหน้าที่ทางการทูตมา “ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติประเพณีทางการทูต” และนายธนาธรสามารถเดินทางกลับบ้านได้ทันทีหลังพบพนักงานสอบสวน เปรียบเทียบกับคดีระดับโลกกรณีของบุตรสาวประธานบริษัทหัวเหว่ยนั้น เธอไม่สามารถกลับบ้านได้และยังคงถูกกักขังและควบคุมตัวอยู่จนปัจจุบัน เธอต้องต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของตนเองในการถูกควบคุมตัวและการถูกปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เช่นนี้แล้ว คดีใดมีลักษณะเป็นการละเมิดเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนมากกว่ากัน เหตุใดคนพวกนี้จึงวางเฉย ไม่เคยตรวจสอบ ไม่เคยไปสังเกตุการณ์ ไม่สนใจ และปล่อยให้เธอต้องต่อสู้เพื่อเสรีภาพ เพื่อสิทธิมนุษยชน และเพื่อการปฎิบัติที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมนั้นแต่เพียงลำพัง

4) คนพวกนี้บอกว่า การกระทำของพวกเขาไม่เป็นการแทรกแซงทางการเมือง แต่ในวันที่คนพวกนี้ไป “สังเกตุการณ์” เมื่อวันที่ 6 เมษายน นั้น ปรากฎมีประชาชนและสมาชิกพรรคการเมืองนั้นไปให้สนับสนุนแห่แหนและให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก เหตุใด คนพวกนี้จึงไม่มีความรู้สึกนึกคิดพื้นฐานตามปกติวิสัยของ “นักการทูต” ทีดีทีพึงกระทำเลยสักนิดหรือว่าการพาตัวเองเข้าไปอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนทางการเมืองเช่นนั้น เป็นการล่อแหลมต่อการที่จะถูกมองว่ามาร่วมให้การสนับสนุนทางการเมืองหรือไม่มีความเป็นกลางได้ หากคนพวกนี้มีจิตใจและเจตนาที่บริสุทธิ์เพียงแค่ต้องการมาสังเกตุการณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินคดีจริงๆแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องเร่งรีบดำเนินการต่อไปในสถานการณ์ที่ล่อแหลมเช่นนั้น คนพวกนี้สามารถติดต่อขอข้อมูลรายละเอียดที่ต้องการได้ในหลายช่องทาง ยกเว้นจงใจแสดงการเลือกข้างให้ปรากฏ

5) คนพวกนี้บอกว่า การกระทำของพวกเขาไม่เป็นการสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่กลับไม่เคยเห็นคนพวกนี้ยืนยิ้มเรียงแถวหน้ากระดานล้อมรอบถ่ายรูปร่วมกับผู้ถูกกล่าวหาในคดีอื่นๆ ท่าทีดูแล้วเหมือนเป็นผู้มาให้กำลังใจมากกว่ามาเป็นผู้สังเกตการณ์

สรุปได้ว่าสิ่งที่คนพวกนี้กระทำไปนั้นมันสวนทางกับสิ่งที่พวกเขาแถลงอย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้น และหากคนพวกนี้ยังคงเหิมเกริม มาจุ้นจ้านในกรณีของนายปิยบุตรอีก ก็ย่อมเป็นการย้ำสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศระบุไว้ใน “บันทึกช่วยจำ” ว่า

“......การปรากฎตัวของตัวแทนทูตอย่างชัดเจนต่อสาธารณะที่สถานีตำรวจแบบนั้น ส่งผลทางการเมืองอย่างชัดเจนต่อสาธารณชนคนไทยในวงกว้างว่า เป็นการสนับสนุน “นายธนาธร” ในเชิงจริยธรรม กล่าวอีกอย่างได้ว่า มันเป็นพฤติกรรมและการบ่งบอกทางการเมืองของทูตเหล่านั้น มันส่งผลอย่างชัดเจนว่า ทูตเหล่านี้ เลือกที่จะลงมาเล่นการเมืองในประเทศไทย อย่างน้อยที่สุดก็ได้ “เลือกข้าง” ในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งของการเมืองในประเทศแล้ว รัฐบาลไทยเห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าว เป็นการละเมิดข้อตกลงแห่งเวียนนาที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการทูต (VCDR) มาตรา 41 และละเมิดหลักการสากล ว่าจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของชาติที่มีอธิปไตย จากประสบการณ์ เราไม่เคยเห็นพฤติกรรมของกลุ่มนักการทูตเยี่ยงนี้ในที่ใดมาก่อน....” (คัดลอกคำแปลต้นฉบับภาษาอังกฤษจากบทความ “ตี๋กร่าง” กับ “บันทึกช่วยจำ” โดย เปลว สีเงิน หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2562)”

“ชัดเจนจากข้อความใน “บันทึกช่วยจำ” ของกระทรวงต่างประเทศครับว่า “ทูตเหล่านี้ เลือกที่จะลงมาเล่นการเมืองในประเทศไทย อย่างน้อยที่สุดก็ได้ “เลือกข้าง” ในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งของการเมืองในประเทศแล้ว พวกเขากำลังคิดจะทำอะไรกับราชอาณาจักรไทยของเรา ทำไปเพื่ออะไร และทำไปเพื่อใคร???”

“กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา!!!”

“มากระจ่างชัดมากขึ้นเมื่อได้อ่านข้อเขียนของคุณเปลว สีเงิน ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอังคารที่ 16 เมษายน นี้ ในหัวข้อ “สื่อฝรั่ง “ถลกลาย” ฝรั่งเสือก” ที่นาย Tony Cartalucci ที่เป็นชาวต่างชาติเช่นกันแต่ได้เขียนบทความตีแผ่พฤติกรรมฝรั่งพวกนี้ในนิตยสาร “New Eastern Outlook” เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2562 นี้ ว่าคนพวกนี้มีเจตนาแอบแฝงอย่างไร มี “เถยจิตเป็นโจร” หรือไม่ ใครอยากทราบรายละเอียดไปหาอ่านดูนะครับเพราะเท่าที่ผมเขียนมานี้ก็ยาวพอแล้วครับ”

นี่ขนาดฝรั่งกันเองยังมองออก เรา..คนไทย..จะต้องมองให้ออกเช่นกัน

เราต้องคิดและเตรียมการรับมือให้ดี!!!

..............................................................
 
16 เมษายน 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน