*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3637
  • จำนวนผู้ชม : 2334729
  • จำนวนผู้โหวต : 520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 520 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 180 , 15:13:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ครม.หลายคนหรือส่วนใหญ่ในรัฐบาลปัจจุบัน เตรียมลาออกแล้วโผผินบินไปเกาะวุฒิสภาตามๆกัน เพราะฉะนั้น การประขุม

ครม.วันอังคารที่ 7 ก็คงเป็นการประชุมเต็มคณะเป็นครั้งสุดท้าย

         พรรคปชป.มีขอบเขตหรือเงื่อนไขอย่างไรในการเข้าร่วมรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นการพิจารณาภายในพรรคมากกว่า เพราะถึงอย่าง

ไรปชป.ก็คงไม่สามารถเรียกร้องเอาตามที่ตัวต้องการเป็นแน่ การรอมชอมระหว่างกันและกัน แบบแบ่งเค็กกันกินเป็นดีที่สุด แต่ถึงอย่าง

ไรก็ตาม หากจะไม่เข้าร่วมเสียเลย ก็ไม่ค่อยฉลาดนักเป็นแน่ เพราะคนอยู่เฉยๆไม่มีผลงาน ไม่เคลื่อนเคลื่อนไหวเสียเลยนานไปก็จะถูก

ลืม แล้วกว่าจะฟื้นคืนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

 

'ปฐมแห่งแผ่นดิน' รัชกาลที่ ๑๐

 
 
 

        หลายคนบอก...ตื้นตัน ขนลุก

      หลายคนบอก....น้ำตาไหลไม่รู้ตัว

      หลายคนบอก....ดูไป พนมก้มกราบไป เป็นช่วงๆ

      และทุกคน ผู้มีจิตวิญญาณระอุ่นอยู่ในสายเลือดไทย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่า

      ภูมิใจ......

      ในชาติอันมีขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นแบบแผน ของตัวเอง "อารยสูงส่ง" บ่งบอกถึงไทยเป็นประเทศมีรากแก้ว

      ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (๔-๖ พ.ค.๖๒)

      "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณ์อดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว"

      เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๑๐ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

      ตลอดพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวัง วานซืน (๔ พ.ค.) โทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสด

      และเมื่อวาน (๕ พ.ค.) "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค

      ไปยัง ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

      พสกนิกรตลอดรายทาง เหลืองจรัสเจิดจ้า เรียงรายเฝ้าชมพระบารมี ธงเหลืองโบกไสว เสียงจากใจกึกก้อง

      ทรงพระเจริญ..ทรงพระเจริญ..ทรงพระเจริญ

      ขบวนพยุหยาตราเคลื่อนจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ณ บ่ายคล้อย

      "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" ประทับอยู่บน "พระราชยานพุดตานทอง"

      พระบารมีเจิดจ้า เป็นศรีสง่าแห่งราชอาณาจักรไทย ประจักษ์หล้า ประจักษ์ดิน

      แดดเปรี้ยงที่เกรี้ยวกราด.......

      พลันอ่อนโยน เปลี่ยนเป็นสาดสีเหลืองทอง ทาทาบทั้งแผ่นดิน ร้อนกายพสกพลันคลายด้วยสายลมอ่อนลูบไล้    

      กายเบา-ใจเบา สามัคคีจิตพสกผนึกเป็นหนึ่ง รวมที่พระองค์ ปีติท่วมท้น

      ทวยเทพสถิต ณ ทิพยพิมาน ๑๖ ชั้นฟ้า ต่างเสด็จแห่ห้อมองค์พระธงชัย "พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" ประทานพระพรชัย ชโย

      "กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิตย์ สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์"

       ความหมาย ว่า .......

      "พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร เป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต 

        เป็นมหานครที่ไม่มีใครรบชนะ ได้มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง 

        เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้วเก้าประการ น่ารื่นรมย์ยิ่ง   

        มีพระราชนิเวศใหญ่โตมากมาย   

        เป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้"

      การ "เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร" ของ "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" เมื่อวาน

      ประจักษ์เป็นเช่นนั้นจริงๆ!

        เหล่านี้ เป็นสิ่งบอกชัด.........

      "สถาบันพระมหากษัตริย์" และพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์คือ "รากแก้ว" อันเป็นจิตวิญญาณต้นธารชาติ

      "รากฝอย" คืออาณาประชาราษฎร์ เป็นจิตวิญญาณเชื่อมต่อต้นธารชาติ "หลอมรวม" เป็น "ราชอาณาจักรไทย"

      ประเทศไทย.........

      "สถาบันพระมหากษัตริย์" กับ "คนไทยทั้งแผ่นดิน" ยิ่งใหญ่ไพศาล "ร่วมต้น-ร่วมราก" ใครก็จะแยกให้จากกันไปไม่ได้

      "เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป"

        นี้คือ "พระปฐมบรมราชโองการ" แห่งองค์พระมหากษัตริย์ รัชกาล ที่ ๑๐ "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" ประกาศ เมื่อ ๔ พ.ค.๖๒

      พระปฐมบรมราชโองการ ก็คือ "นโยบายปกครองประเทศ" ของพระเจ้าแผ่นดิน

      ก็ชัดเจนว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" ทรงยึดแนวทาง "พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร" เป็นฐาน

      "สืบสาน-รักษา-ต่อยอด" จากพระปฐมบรมราชโองการ รัชกาล ที่ ๙

      “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

      "พระบรมมหาราชวัง" ตอนนั้น มีสภาพอย่างไร เมื่อเทียบกับปัจจุบัน ที่ดุจสวรรค์ อันคนทั้งโลกปรารถนามาเยือนสักครั้ง?

      อยากให้อ่านตรงนี้กัน คุณ Jeng Boo โพสต์ไว้ มีคำอธิบายแนบท้าย ว่า

      "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" พระราชทานสัมภาษณ์ แก่

      ผู้แทนนิตยสาร NATIONAL GEOGRAPHIC เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๕  

      ตามโพสต์ Jeng Boo มีข้อความดังนี้

      "ราชบัลลังก์จักรีวงศ์"

      (เรื่องเล่าของในหลวง) ตอน "รัชกาลแห่งการปฏิรูป"

      "...เมื่อข้าพเจ้าจะมารับหน้าที่นี้เมื่อ ๓๖ ปีที่แล้วนั้น ข้าพเจ้าอายุเพียงแค่ ๑๘ ปี

      ในเวลานั้นทุกอย่างดูทรุดโทรมไปหมด ในวันนั้นเก้าอี้และพรมก็ขาดเป็นรู พื้นแตกคร่ำคร่า วังทั้งวังก็เกือบจะพังลงมา

      เวลานั้น สงครามโลกเพิ่งสิ้นสุดลง ไม่มีใครสนใจกับอะไรทั้งสิ้น

      ข้าพเจ้าต้องค่อยๆ ก่อสร้างทุกๆ อย่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ใช้วิธีทุบทิ้ง

      ข้าพเจ้าต้องค่อยๆ ทำไปทีละเล็กทีละน้อย เป็นเวลา ๓๖ ปีเข้าไปแล้ว

      ดังนั้น เราอาจเรียกรัชกาลนี้กระมังว่า เป็นรัชกาลแห่งการปฏิรูป ขนบธรรมเนียมเก่าแก่ ถูกรักษาไว้ และเปลี่ยนแปรมาโดยลำดับ

      เราเรียนรู้และได้ประสบการณ์ว่าขนบประเพณีดั้งเดิม อาจนำกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อชีวิตในปัจจุบันและอนาคต

      และตำแหน่งพระเจ้าแผ่นดินในปัจจุบันนี้ ไม่มีหน้าที่ ที่จะบริหารประเทศ ต้องมีฝ่ายบริหารทำให้

      งานการทุกอย่างของชาติดำเนินไปได้ด้วยดี ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำเฉพาะหน้าที่นั้น

      เพราะว่า ถ้าคนใด ทำหน้าที่เฉพาะของตัว โดยไม่มองไม่แลคนอื่น งานก็ดำเนินไปไม่ได้

      เพราะเหตุว่า งานทุกงานจะต้องพาดพิงกัน จะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้น แต่ละคนจะต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่น และก็ช่วยกันทำ..."

      ครับ....

      ยิ่งย้ำให้เห็นว่า พระมหากษัตริย์สำคัญและต้องมีอยู่คู่กับการปฏิรูป รักษา และการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง

      "งานทุกงานจะต้องพาดพิงกัน จะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้น แต่ละคน จะต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่น และก็ช่วยกันทำ"

      เอาล่ะ.......

      เมื่อสู่แผ่นดินใหม่ มีการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระเกียรติยศพระบรมวงศานุวงศ์ใหม่ ควรจดจำกัน เป็นดังนี้

      พระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ใหม่ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

      ๑.พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณ์อดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

        ๒.สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

        ๓.พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

        ๔.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

        ๕.สมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

        ๖.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน์ วรขัตติยราชนารี

        ๗.ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

        ๘.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนธิราเทพยวดี

        ๙.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

        ๑๐.สมเด็จพระเจ้าลูกยาธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

        ๑๑.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุธนารีนาถ

        ๑๒.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์

        ๑๓.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ

        เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

                ทรงพระเจริญ

                ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

                ข้าพระพุทธเจ้า เปลว สีเงิน หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 

กทม.ค่าPM2.5อยู่ระดับดีมากแต่อากาศร้อนสูงสุด35-39องศาเซลเซียส

    
 

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

จับตา7พ.ค.ประชุมครม.เต็มคณะครั้งสุดท้ายชื่อ'พรเพชร'โผล่นั่งปธ.วุฒิสภา

    
 

6 พ.ค.62- มีรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันอังคารที่ 7 พ.ค.นี้ น่าจะเป็นการประชุม ครม.แบบเต็มคณะครั้งสุดท้าย เนื่องจากมีรัฐมนตรีหลายคนลาออกไปเป็น ส.ว.​ จึงต้องเคลียร์ตัวเองให้เสร็จก่อนที่จะมีการนำรายชื่อ​ ส.ว.ขึ้นทูลเกล้าฯภายในวันที่​ 10​ พ.ค.

มีรายงานว่า สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีที่จะไปเป็นส.ว.หลายคนมีชื่อปรากฎหน้าสื่อและมีการเคลื่อนไหวให้ได้เห็นไปบ้างแล้วนั้น อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯและรมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช. กลาโหม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

นอกจากนี้ล่าสุดมีรายชื่อเพิ่มเติมที่แจ้งความประสงค์กับนายกรัฐมนตรีขอเป็นส.ว.อาทิ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รมช.ต่างประเทศ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และพล.อ.สุรเชษฐ์  ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ​  ทั้งนี้​ กรณีนายดอน​ จะอยู่ปฏิบัติภารกิจต่อไปก่อน เนื่องจากยังมีภารกิจสำคัญ คือ การประชุมสุดยอดอาเซียน ระหว่างวันที่ 22 – 23 มิ.ย.นี้ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ และประธานอาเซียน​ ซึ่งทางฝ่ายกฎหมายมีวิธีที่จะทำให้ไม่ขาดคุณสมบัติ 

ยังมีรายงานว่า​ มีการวางตัวนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคนสนิทของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเอาไว้ให้เป็นประธานวุฒิสภา ขณะเดียวกัน ยังจะมีกรรมการกฤษฎีกาบางคน​ แต่ไม่ถึง​ 10​ คน​ ลาออกจากตำแหน่งมาเป็น​ ส.ว. เนื่องจากไม่สามารถควบทั้งสองตำแหน่งได้ เพราะมีการตีความกันว่าเข้าข่ายมีส่วนได้ส่วนเสียในการพิจารณากฎหมาย

 กกต.เร่งถกสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งให้จบก่อนรับรอง ส.ส.

    
 

เมื่อวันที่ 5 พ.ค.62ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. ได้นัดประชุมกกต.เพื่อพิจารณาสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ส. เพื่อให้ทันต่อการประกาศผลการเลือกตั้ง  ซึ่งในวันนี้กกต.ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จึงได้นัดประชุมเพื่อพิจารณาต่ออีกครั้งในการประชุมวันที่ 6 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับแถลงข่าวการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในวันที่ 7 พ.ค. จะเป็นการแถลงข่าวประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขต ส่วนวันที่ 8 พ.ค. จะเป็นการแถลงข่าวประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

ส่วนกรณีที่กกต.มีมติสั่งให้ยกเลิกการเลือกตั้ง และให้มีการเลือกตั้งส.ส. จ.เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8  ใหม่  เนื่องจาก นายสุรพล เกียรติไชยากร ผู้ได้รับเลือกตั้งจากพรรคเพื่อไทย กระทำการให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ผิดมาตรา 73 (2) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)​ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และกกต.ได้สั่งระงับสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของนายสุรพล เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลาหนึ่งปี ซึ่งขณะนี้กกต.ได้มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 ใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค. 2562 โดยไม่ต้องมีการรับสมัครใหม่

ภารกิจร้อนรอ หน.ปชป.คนใหม่ ร่วม-ไม่ร่วมตั้ง รบ.-กอบกู้พรรค

    
 

       หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขต ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ในช่วงไม่เกิน 9 พ.ค. โหมดการเมืองประเด็นใหญ่จะพุ่งไปที่ การช่วงชิงเสียงการจัดตั้งรัฐบาลของสองขั้วใหญ่คือ พรรคเพื่อไทยกับพลังประชารัฐ ในสภาพที่ทุกเสียงมีความหมายอย่างยิ่งต่อการช่วงชิงเสียงเพื่อชิงอำนาจการเป็นรัฐบาล

            ซึ่งเงื่อนไขสำคัญอย่างหนึ่งของการที่พลังประชารัฐ จะตั้งรัฐบาลได้อย่างราบรื่นมีลุ้นให้เกิน 250เสียง ก็คือ  การได้เสียง ส.ส.ประชาธิปัตย์มาทั้งพรรค ที่เบื้องต้นอยู่ที่ 52 เสียง แยกเป็น ส.ส.เขต 33-ปาร์ตี้ลิสต์ 19 คน แต่หาก กกต.รับรอง ส.ส.ไม่ครบ มีคนโดนใบส้ม-ใบแดง ก็อาจทำให้เสียงไม่ถึง

            ด้วยเหตุนี้ การประชุมใหญ่วิสามัญของ ปชป. 15 พ.ค. ที่จะมีวาระสำคัญคือ การเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ และ กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จึงมีความหมายต่อทิศทางการเกิดขึ้นของรัฐบาล บิ๊กตู่ คำรบสอง อย่างมาก

            เบื้องต้นจนถึงขณะนี้มีคนที่เปิดตัวชัดเจนว่าจะลงชิงเก้าอี้ หัวหน้าพรรคสีฟ้า-ปชป. แน่นอนแล้ว 3 คน คือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, กรณ์ จาติกวณิช, อภิรักษ์ โกษะโยธิน ขณะที่อีกหนึ่งคนที่กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจคือ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต รมว.ยุติธรรม อดีต ส.ส.กทม.

            ทั้งนี้ จุรินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค เป็นผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ปชป. อันดับที่ 6 ส่วนกรณ์อยู่อันดับ 7 ด้านพีระพันธุ์อยู่อันดับ 16   

                ดังนั้น ทั้งสามคนได้เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เข้าสภาแน่นอน ส่วนอภิรักษ์ที่เป็นแกนนำพรรค ปชป. สายตรง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ไม่มีชื่อลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์รอบที่ผ่านมา สาเหตุคงเพราะเตรียมจะไปลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค

                กรณีของอภิรักษ์ก็อาจมีข้อเสียเปรียบพอสมควรกับการชิงหัวหน้าพรรค ปชป. โดยที่ตัวเองไม่ได้เป็น ส.ส.ในสภา ที่อาจทำให้โหวตเตอร์ที่จะประชุมกัน 15 พ.ค. ที่มีด้วยกัน 306 คนโดยประมาณ แยกเป็น กลุ่มอดีตกรรมการบริหารพรรค, อดีต ส.ส. เป็นต้น รวมกันประมาณ 254 คน กับกลุ่มว่าที่ ส.ส.ชุดล่าสุดอีก52 คน อาจไม่หนุนอภิรักษ์

            แม้ภายนอกดูเหมือนคนที่เปิดตัวแล้วและกำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจจะสงบนิ่ง ไม่ได้เคลื่อนไหวขอเสียงโหวตเตอร์ โดยคาดว่าหลังผ่านพ้นช่วงงานสำคัญของประเทศไทย คือเลยวันที่ 6 พ.ค.ไปแล้ว คงเริ่มมีการขยับหาเสียงกับโหวตเตอร์กัน แต่ในความเป็นจริงก็มีข่าวว่า แต่ละคนรวมถึงกองเชียร์ แนวร่วมของแคนดิเดตแต่ละฝ่าย ก็มีการขยับ-เคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก

              ความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังเรื่องการชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคสีฟ้าเริ่มถูกโฟกัสทางการเมืองมากขึ้น แคนดิเดตแต่ละคนก็ไม่รอช้า เริ่มเปิดตัวแสดงวิสัยทัศน์ แนวทางการกอบกู้-ฟื้นฟูพรรค ปชป. หลังจากแพ้ศึกเลือกตั้งอย่างย่อยยับ ทั้งตัวเลข ส.ส.ลดลงจากเดิมตอนปี 2554 ที่เคยได้ 165 คน รอบนี้เหลือ 52 คน จากที่เคยได้ popular vote 11 ล้านคะแนน รอบนี้เหลือแค่กว่า 3 ล้านคะแนน

ดังนั้น ภารกิจกอบกู้ ฟื้นฟูพรรค ปชป. จึงเป็นการบ้านข้อใหญ่ของหัวหน้าพรรคสีฟ้าคนใหม่

            ซึ่งล่าสุด ทั้ง กรณ์-อภิรักษ์ ซึ่งจริงๆ ก็คือแกนนำ ปชป.ที่ใกล้ชิด และเป็นทีมงานของอภิสิทธิ์ในช่วงเดอะมาร์คเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.มาตลอด ก็เปิดตัวยืนยันลงชิงหัวหน้าพรรค ปชป.อย่างเป็นทางการแล้ว

             เช่น กรณ์ ที่ระบุผ่านการให้สัมภาษณ์ในรายการเฟซบุ๊ก Suthichai Yoon live ว่า ได้ตัดสินใจลงชิงหัวหน้าพรรค ปชป.ทันทีหลังอภิสิทธิ์ลาออก และวางตัวชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.ตาก อดีต รมว.อุตสาหกรรม เป็นเลขาธิการพรรค ส่วนการจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ ต้องรอกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตัดสินใจ

ส่วน อภิรักษ์ โกษะโยธิน ก็ย้ำว่า จะลงชิง หน.ปชป. เพราะผลการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ออกมา ทำให้พรรคจำเป็นต้องรับฟังกระแสสังคมเพื่อปรับปรุงตัวเองให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และระบุว่า หวังจะเข้าไปกอบกู้พรรค ปชป.

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ จุรินทร์ ที่ข่าวว่าได้แรงหนุนจากชวน หลีกภัย-บัญญัติ บรรทัดฐานอภิสิทธิ์ ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะวางตัว-เปิดตัวใครเป็นเลขาธิการพรรค หากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค เพราะตอนแรกมีข่าวว่าทาบทามชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ไว้ก่อนแล้ว แต่ชัยวุฒิ เลือกไปอยู่กับกรณ์แทน ข่าวบางกระแสก็บอกว่า อาจจะเป็นอัศวิน วิภูศิริ หนึ่งในถุงเงินของ ปชป. ที่เป็นพ่อของ ชาญวิทย์ วิภูศิริ ว่าที่ ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ ที่กำลังโดนรุกไล่จากเพื่อไทยเรื่องถือหุ้นสื่อ แต่คนในปีกของจุรินทร์ ให้ข่าวอีกทางว่า ไม่น่าจะใช่ชื่อนี้ เพราะบุคลิกของอัศวิน ไม่ใช่คนมีคอนเน็กชั่นมาก และไม่ใช่คนที่พร้อมจะดูแลพรรค-ส.ส.พรรคได้ โดยคนในปีกของจุรินทร์บอกแค่ว่า จุรินทร์กำลังเปิดดีลพูดคุยกับคนที่วางตัวไว้อยู่ ซึ่งคนดังกล่าวต้องมีบุคลิกสำคัญคือ มีบุคลิกเป็นมือประสาน-มากคอนเน็กชั่น และที่สำคัญ งานเฉพาะหน้าคือต้องเป็นคนที่มี เสียงโหวตเตอร์ใน ปชป.ระดับหนึ่ง จาก 306 เสียง ที่จะมาซับพอร์ต เกื้อหนุน ให้จุรินทร์ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.

สำหรับ พีระพันธุ์ ก็มีกระแสข่าวว่าเป็นชื่อที่วงกาแฟ ในหมู่บ้านพิบูลวัฒนา ย่านถนนพระรามหกของ ถาวร เสนเนียม แกนนำ ปชป. ที่เคลื่อนไหวให้ ปชป.ไปร่วมตั้งรัฐบาลกับพลังประชารัฐ ที่มีว่าที่ ส.ส.-อดีต ส.ส.ปชป.ไปร่วมกินกาแฟกับถาวร ได้เอ่ยชื่อถึงพีระพันธุ์บ่อยครั้งว่า น่าจะเป็นตัวเลือกที่ควรผลักดัน เพราะเป็นชื่อกลางๆ ไม่ได้มีภาพว่าเป็นคนของกลุ่มอำนาจเก่าสายอภิสิทธิ์หรือกลุ่มถาวร โดยกลุ่มสายถาวรก็ยังไม่ชัดว่าจะหนุนใคร แม้จะมีกระแสข่าว่า กรณ์-ชัยวุฒิ-ถาวร คือคอนเน็กชั่นเดียวกันที่จะสู้กับฝ่ายจุรินทร์

ทั้งนี้ การลงมติของที่ประชุมใหญ่ ปชป. วันที่ 15 พ.ค. ที่จะมีผู้ได้รับแจ้งให้เข้าประชุมราวๆ 306 คน อย่างไรก็ตาม น้ำหนักการออกเสียงเพื่อออกมาเป็นมติที่ประชุมจะแตกต่างกันคือ คนที่เป็นว่าที่ ส.ส.ชุดใหม่ จะมีน้ำหนักในการออกเสียงอยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพวกที่ไม่ได้เป็น ส.ส. อยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะถือว่าคนที่เป็น ส.ส. จะต้องไปทำงาน ไปโหวตในสภา

การเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.รอบนี้ จะมีผลทำให้ ภายในพรรค ปชป.ยิ่งมีรอยร้าวหนักขึ้นหลัง 15พ.ค.หรือไม่ มองดูแล้วก็มีโอกาสไม่ใช่น้อย!

สหรัฐสอบหาสาเหตุ 'โบอิ้ง 737-800' ไถลเลยรันเวย์ลงแม่น้ำ

    

เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐเริ่มสอบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ที่กองทัพสหรัฐเช่าเหมาลำพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 143 คน วิ่งเลยรันเวย์ขณะลงจอดที่ฐานบินของกองทัพเรือในฟลอริดา แล้วตกไปในแม่น้ำระหว่างพายุฝนฟ้าคะนอง เคราะห์ดีไม่มีใครตาย

ภาพจากกองทัพเรือสหรัฐเผยสภาพของเครื่องบินโบอิ้งแช่อยู่ในแม่น้ำเซนต์จอห์นเมื่อคืนวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / AFP PHOTO / US NAVY

    เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ที่กองทัพสหรัฐเช่าเหมาลำจากสายการบินไมอามีแอร์อินเตอร์เนชันแนล เดินทางจากฐานทัพเรือของกองทัพสหรัฐบนอ่าวกวนตานาโมของคิวบา มายังฐานบินของกองทัพเรือสหรัฐในเมืองแจ็กสันวิลล์ รัฐฟลอริดา เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม บนเครื่องมีผู้โดยสาร 136 คนและลูกเรือ 7 คน แต่เครื่องบินวิ่งเลยรันเวย์ที่มีความยาว 9,000 ฟุต แล้วตกลงสู่แม่น้ำเซนต์จอห์นที่อยู่ปลายรันเวย์

    เรืออากาศเอกไมเคิล คอนเนอร์ แถลงเมื่อวันเสาร์ว่า เจ้าหน้าที่ปรับจำนวนผู้บาดเจ็บเพิ่มจาก 21 คน เป็น 22 คน ภายหลังทารกวัย 3 เดือนต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ

    คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการคมนาคมแห่งชาติ (เอ็นทีเอสบี) ของสหรัฐส่งคณะทำงาน 16  คนมายังจุดเกิดเหตุเพื่อสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่เอ็นทีเอสบีสามารถกู้กล่องบันทึกข้อมูลการบินที่ไม่ได้รับความเสียหายได้แล้ว และได้ส่งไปวิเคราะห์ที่กรุงวอชิงตัน ส่วนกล่องบันทึกเสียงในห้องนักบินนั้นติดตั้งบริเวณท้ายเครื่องบินที่จมอยู่ใต้น้ำ ทีมสอบสวนไม่สามารถกู้ออกมาได้จนกว่าจะยกเครื่องบินพ้นน้ำก่อน

    จอห์น โลเวลล์ เจ้าหน้าที่เอ็นทีเอสบีที่รับผิดชอบการสอบสวนครั้งนี้ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ลงความเห็นว่าวิธีดีที่สุดคือต้องเคลื่อนย้ายเครื่องบินขึ้นจากน้ำ

    กองกำลังป้องกันชายฝั่งของสหรัฐได้วางทุ่นลอยล้อมเครื่องบินไว้เพื่อควบคุมไม่ให้น้ำมันรั่วไหลลงน้ำ

    เจ้าหน้าที่และผู้โดยสารกล่าวกันว่า เครื่องบินโบอิ้งลำนี้พยายามลงจอดท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองเมื่อเวลาประมาณ 21.40 น.ของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ทีมงานของเอ็นทีเอสบีกำลังพิจารณาว่าสภาพอากาศเป็นปัจจัยหรือไม่

    เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินเช่าเหมาลำแห่งนี้ เป็นคนละรุ่นกับโบอิ้ง 737 แมกซ์ 8 ที่ถูกระงับบินทั่วโลกภายหลังอุบัติเหตุเครื่องบินตก 2 ครั้ง คร่าชีวิตผู้โดยสารรวม 346 คน.

ตลาดสุขใจ...โดยชนชรา ต้นแบบหีบห่อจากธรรมชาติ

    
 

(ตลาดสุขใจเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ในการห่อผักและผลไม้ให้ลูกค้า ที่คงทั้งความสดของสินค้า โดยเฉพาะการห่อด้วยใบตอง ที่สำคัญยังช่วยทำให้ผู้บริโภคสุขภาพดี ปราศจากการสะสมสารตกค้างในร่างกาย)

    จากกระแสการรณรงค์ลดใช้ถุง หลอด และภาชนะใส่ของที่ทำจากพลาสติกให้ได้ในปี 2565 แต่ก็มีข้ออนุโลมในกรณีของเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่ป่วยเรื้อรังที่สามารถใช้ได้ แต่เชื่อว่าหลายคนคงเป็นห่วงทั้งเด็กและผู้สูงวัย ที่มักเจ็บป่วยได้ง่ายด้วยการใช้วัสดุห่ออาหารที่มีสารปนเปื้อนดังกล่าว 
    จากการรณรงค์งดใช้พลาสติกข้างต้น จึงเป็นที่มาของ “ตลาดสุขใจ” ที่ตั้งอยู่ในสวนสามพราน จ.นครปฐม ซึ่งก่อเกิดขึ้นในช่วงปี 2561 โดยเปิดทุกเสาร์-อาทิตย์ เวลาประมาณ 09.00-16.00 น. ทั้งนี้ ไฮไลต์ของตลาดเพื่อสุขภาพแห่งนี้ คือการที่พ่อแม่ค้าซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคุณลุงคุณป้านั้น ตกลงกันที่จะเลือกใช้หีบห่อสิ่งของมาจากธรรมชาติให้กับลูกค้า และขายผักผลไม้อินทรีย์ปลอดสารพิษ
    เจ้าหน้าที่ประจำ “ตลาดสุขใจ” เปิดเผยว่า กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของตลาดสุขใจเป็นคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ รวมถึงพ่อแม่คนรุ่นใหม่ที่มีลูกเล็กๆ ทั้งนี้ จุดเด่นของตลาดแห่งนี้ นอกจากผู้ค้าขายและผู้บริโภคจะเป็นคนสูงวัยเป็นหลักแล้ว เหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ขายวัยเกษียณยังได้สรรหาและเตรียมวัสดุมาใช้ห่อพืชผักสินค้า ที่คำนึงถึงสุขภาพ สุขอนามัยของลูกค้า ให้สมกับเป็นตลาดอินทรีย์ จึงต้องมีการทำการบ้าน เรียนรู้ สังเกต และพัฒนาควบคู่กันไป ทั้งนี้ “ตลาดสุขใจ” หรือ “ตลาดอินทรีย์” เริ่ม Go Green อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ได้รับความร่วมมือจากร้านค้าและเกษตรกรที่นำของมาจำหน่าย รวมถึงลูกค้าที่มาใช้บริการยังตลาดแห่งนี้ได้พกถุงผ้า ตะกร้า ปิ่นโต แก้วน้ำ กระบอกน้ำ มาใช้เองด้วย

(ไอเดียกิ๊บเก๋จากตลาดสุขใจ ที่เปลี่ยนจากการใช้หลอดพลาสติกเป็นหลอดที่ทำจากใบตอง ล้างจนสะอาดและนำมาม้วนให้เป็นหลอดดูดน้ำ)

    สำหรับการปรับเปลี่ยนของพ่อค้าแม่ค้าสู่วิถีการรักษ์โลกนั้น นอกจากจะมีการใช้วัสดุธรรมชาติมาใช้บรรจุพืชผักและอาหารให้ลูกค้า เช่น มีการนำใบบัวหลวง ใบตอง มาห่อพืชผัก แถบเติมความกิ๊บเก๋ เอาเชือกกล้วยมามัด ผูกปมเป็นหูหิ้ว นำเชือกกระสอบมาสานเป็นตาข่ายไว้ใส่ผลไม้ เช่น มะเฟือง เอาเข่งเล็กๆ มาใส่ผลไม้โชว์หน้าร้าน ถ้าลูกค้าสนใจซื้อก็สามารถซื้อกลับได้ แล้วยังมีการเปลี่ยนจากใช้ถุงหิ้วพลาสติกเป็นถุงกระดาษ กล่องกระดาษ หรือใช้เชือกร้อยเป็นหูหิ้วถุงบรรจุอาหาร ดังจะเห็นลูกค้าหิ้วไปใส่ตะกร้าหรือใส่รถ โดยลูกค้าเริ่มชินกับพกถุงผ้า ตะกร้า มาใส่ของ ขณะที่ลูกค้าหลายรายนำปิ่นโต ทัปเปอร์แวร์ มาใส่อาหารแทนการใช้ถุงพลาสติก รวมถึงการพกพาแก้วน้ำดื่มมาเอง ส่วนหลอดพลาสติกที่มักใช้กับเครื่องดื่ม รวมถึงมะพร้าว น้ำสมุนไพร ก็มีการปรับเปลี่ยนมาใช้หลอดจากวัสดุธรรมชาติมาแทน เช่น หลอดตะไคร้อินทรีย์ หลอดจากปล้องต้นข้าวอินทรีย์ หลอดกระดาษ และหลอดทำจากใบตองล้างสะอาด ทั้งนี้ สิ่งที่คนวัยเกษียณที่เป็นพ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนผู้บริโภควัยกลางคน ได้รับจากการเลือกใช้หีบห่อบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาตินั้น นอกจากสุขภาพที่ดี ปราศจากโรคภัยอันเนื่องจากการสะสมสารเคมีจากภาชนะที่ทำจากพลาสติกแล้ว ยังทำให้ผู้สูงอายุได้กลับไปสู่วิถีชีวิตในแบบเดิมๆ หรือสมัยวัยเด็กได้ เนื่องจากเกิดมาก็ยังไม่เคยเห็นถุงพลาสติกนั่นเอง”

    ด้าน ธัชพล ภาคพูลไพ อายุ 58 กลุ่มเกษตรอินทรีย์ คลองบางแก้ว ตำบลท่ากระชับ เล่าว่า “สินค้าหลักที่ขายคือพืชผักอินทรีย์ เช่น คะน้า กวางตุ้ง หลังจากตลาดมีนโยบาย Go Green ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้ใบตอง โดยจะเป็นใบตองจากกล้วยตานีที่ปลูกไว้รอบๆ สวน และมีการปลูกต้นกล้วยเพิ่ม เพื่อนำใบกับเชือกกล้วยมาใช้ห่อผักสด ซึ่งก่อนนำมาใช้จะให้ความสำคัญเรื่องความสะอาด
    “ทุกเช้าก่อนไปขายผักที่ตลาดจะเลื่อยใบกล้วยที่เขียวใช้งานได้มา จากนั้นเช็ดด้วยผ้าสะอาด และเช็ดให้แห้ง โดยในการเลือกใบจะเลือกใบที่ไม่มีเชื้อราและไม่มีเพลี้ย ซึ่งจะทำให้ผักไม่สวย และทำให้พืชผักที่นำมาห่อไม่สะอาด โดยวิธีสังเกตใบกล้วยที่ไม่ติดเชื้อ คือใบจะสวยมาก มองไกลๆ เห็นใบเลื่อมเงางาม ส่วนใบที่เกิดโรคจะเหลืองก็ไม่เอามาใช้”
    ด้าน ภีรดา ศรีสาหร่าย เกษตรกรไร่รวงข้าวภูตะวัน จังหวัดราชบุรี เล่าว่า ลูกค้าที่ร้านจะมีทุกวัย แต่จะมีคนสูงอายุ และคนวัยกลางคนมาหน่อย ทุกคนต่างชอบใจที่นำวัสดุธรรมชาติมาใช้ห่อพืชผัก โดยจะใช้วัสดุที่หาได้จากในแปลงอินทรีย์ที่ปลูก เช่น กาบกล้วย ใบตอง ใบสัก เชือกกล้วย ซึ่งก่อนนำมาใช้จะมีการทำความสะอาดเพื่อสุขอนามัยของลูกค้า เช่น กาบกล้วย หลังจากตัดมาแล้วก็จะต้องนำไปล้างด้วยน้ำเกลือแล้วตากให้แห้งเพื่อความสะอาด และไม่ทำให้กาบดำอันจะทำให้ผักไม่สวยด้วย

(ไฮไลต์ของลูกค้าที่มาช็อปปิ้งยังตลาดสุขใจ คือการเตรียมภาชนะจากธรรมชาติมาใส่สินค้าปลอดสารเคมี ที่ได้สุขภาพดีและได้กลับสู่วิถีชีวิตแบบไทยๆ)

    “ลูกค้าจะชอบมาก เพราะกาบกล้วยมีความเย็น ทำให้เก็บพืชผักได้นานเป็นอาทิตย์ ผู้สูงอายุแต่ละรายมาซื้อจำนวนมาก ก็ชอบใจ เก็บได้นาน โดยกาบกล้วยจะใช้กับพวกมะเขือเปราะ มะเขือยาว ส่วนใบตองจะนำมาห่อผักก็จะเลือกใบที่ไม่แตก ใบใหญ่ เพื่อจะได้รักษาความสดและคุณค่าของสารอาหารของผักได้หมด ซึ่งก่อนใช้จะนำไปตากแดดอ่อนๆ ก่อนเพื่อให้ใบมีความเหนียว ไม่แตกง่าย จากนั้นก็นำมาเช็ดให้สะอาด ทุกขั้นตอนจะใส่ใจเรื่องสุขอนามัย และย้ำให้ลูกค้าได้ล้างอีกครั้งหนึ่งด้วย”
    ขณะที่ ณัฐพงศ์ รักสะอาด เกษตรกรอินทรีย์กลุ่มปันกัน จ.เพชรบุรี เล่าว่า การหันมาใช้หีบห่อจากวัสดุธรรมชาตินั้นไม่ได้ยุ่งยาก หรือสร้างความลำบาก แต่ต้องมีความขยันในการแสงหาและหมั่นสังเกตหน่อย ซึ่งตนเห็นว่าเมื่อเลือกทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีความปลอดภัยและดีต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว หากจะต้องมีการใช้วัสดุธรรมชาติเพิ่มก็จะดี ปลอดภัยต่อทั้งคนกิน ต่อตัวคนปลูก และต่อโลกด้วย โดยแต่ก่อนจะใช้ถุงหิ้วพลาสติก ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาใช้ถุงกระดาษ ใช้ใบตองใช้พันผัก ใช้เชือกกล้วยใช้มัดผัก เป็นหูหิ้ว ประหยัดค่าถุงไปได้เยอะ และจะใส่ใจเรื่องความสะอาด สุขภาพของลูกค้า
    “ผมจะเอาตัวเราเป็นเกณฑ์วัด ตัวเรายังไม่อยากได้ของไม่สะอาด ดังนั้นเราก็จะต้องทำให้ทุกขั้นตอนดีหมด คนที่มาตลาด โดยเฉพาะขาประจำ เป็นคนสูงอายุ เขามาเพราะเขาเชื่อเรา เราก็ต้องทำให้ดี ผักบางอย่างปลูกใกล้ดิน เราก็จะล้างก่อนนำมาห่อ ลูกค้าจะได้ไม่ลำบาก ปลอดภัย ส่วนวัสดุที่นำมาใช้ก็หมั่นสังเกต เรียนรู้ ว่าอันไหนมันดี ควรเก็บอย่างไร ควรเลือกอย่างไร เช่น ใบตอง ก็จะเลือกใบบนที่สะอาด หลังจากกรีดแล้วก็จะใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด เพราะบางทีจะโดนฝุ่นหรือขี้นก ส่วนเชือกกล้วยก็จะต้องเลือกเอามาจากกาบใน เพราะสะอาดกว่ากาบนอก และจะเลือกทำแต่วันที่มีแดดดีๆ จะได้ไม่เป็นรา พอเก็บมาก็เอามาตากให้แห้ง และเก็บก่อนมืด จะได้ไม่โดนน้ำค้างที่เป็นตัวทำให้เชือกกล้วยเป็นรา และใช้ผ้าแห้งรูดฝุ่นออกอีกทีจะได้สะอาด เสร็จแล้วก็เก็บใส่ถุงให้เรียบร้อย ตอนเราเปลี่ยนวัสดุใหม่ๆ แรกๆ ลูกค้าก็บ่นว่าไม่สะดวก แต่ตอนนี้ทุกคนก็เห็นว่ามีการรณรงค์ทุกที ก็ชอบใจที่เรายังดูแลสิ่งแวดล้อม ในตลาดเราก็จะสอนกัน เล่าให้กันฟัง อันไหนดีก็พัฒนาตลอด อีกไม่นานจะหน้าฝน เราก็จะต้องดูว่าจะต้องเอาเชือกปอมาใช้แทนไหม”
    สำหรับลูกค้าคนไหนที่สนใจไปช็อปปิ้งพืชผักผลไม้ปลอดสารเคมีจากคุณลุงคุณป้า อย่าลืมพกถุงผ้า ตะกร้า มาด้วย จะได้ช็อปช่วยโลก สุขภาพดีไปพร้อมๆ กัน.

 

.....................................................

6 พฤษภาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน