*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2590319
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 8 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 382 , 18:37:07 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นับแต่ดำรงพระอิสริยยศพระบรมโอรสาธิราช สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานพระราชูปถัมภ์ต่อโรงพยาบาลทั่ว

ประเทศตลอดมา

 

'เป็นบุญตา' เช็คพระราชทานเงิน 79 ล้าน รพ.ศูนย์สกลนคร จัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์

'เป็นบุญตา' เช็คพระราชทานเงิน 79 ล้าน รพ.ศูนย์สกลนคร จัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์

วันพุธ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 17.44 น.

วันนี้ (8 พ.ค.) เพจ "สกลนคร ซิตี้" ได้โพสต์รูปภาพเช็คพระราชทานเงินจำนวน 79,957,680.00 บาท (เจ็ดสิบเก้าล้านเก้าแสนห้าหมื่นเจ็ดพันหกร้อยแปดสิบบาทถ้วน) สั่งจ่ายโรงพยาบาลศูนย์สกลนคร ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เพื่อสนับสนุนจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 เมื่อเวลา 18.00 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้อำนวยการวิทยาลัยแพทย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาล และผู้อำนวยการสถานพยาบาลจำนวน 27 แห่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานเงินสำหรับจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใย และทรงคำนึงถึงการดูแลรักษาพยาบาล สุขภาพร่างกายของประชาชน ตลอดจนประสิทธิภาพด้านการให้บริการทางการแพทย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงินในการจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์ และพยาบาล และสถานพยาบาลต่างๆ จากทั่วประเทศ ที่ยังคงขาดแคลนและมีความจำเป็นในการให้บริการ ในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย

โดยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเงินที่ประชาชนได้ร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายในการร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั้งหมดและส่วนหนึ่งเป็นเงินรายได้ จากการจัดงาน อุ่นไอรัก คลายความหนาว "สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์" รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,407,144,487.59 บาท 

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้การรักษาทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์และพยาบาล และสถานพยาบาลต่าง ๆ อันจะเป็นประโยชน์ในการให้การบริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วย การรักษาพยาบาลที่ดีมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้ได้รับการรักษามีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่คณะผู้บริหาร บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชน ทุกหมู่เหล่าอย่างหาที่สุดมิได้
 

 
'ในหลวง-ราชินี'เสด็จในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

'ในหลวง-ราชินี'เสด็จในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

วันพุธ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 17.00 น.

8 พ.ค.62 เวลา 16.15 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2562 ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จถึงพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชา พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมมาสน์ศิลา ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล พระราชาคณะประธานสงฆ์ถวายศีล จบ เสด็จไปที่ธรรมาสน์ศิลา ทรงพระสุหร่ายสรงพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ (รัชการที่ 9) , พระคันธารราษฎร์ (รัชกาลที่ 5) , พระคันธารราษฎร์ใหญ่ (ประทับนั่ง 1 องค์) , พระคันธารราษฎร์จีน (ประทับนั่ง 1 องค์ , ประทับยืน 1 องค์) , พระคันธารราษฎร์บันได , พระคันธารราษฎร์รวงข้าว , พระคันธารราษฎร์จีน รัชการที่ 10 (ประทับนั่ง 1 องค์) , พระคันธารราษฎร์ ขอฝน รัชกาลที่ 10 (ประทับนั่ง 1 องค์, ประทับยืน 1 องค์) , พระคันธารราษฎร์ รัชกาลที่ 10 (ประทับยืน 1 องค์) และทรงประพรหพืชต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะ 2 ข้างนั้นด้วย ทรงโปรยดอกไม้และถวายพวงมาลัยที่พระพุทธรูปนั้นทุกองค์ (รัฐมนรตีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัย) ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปคันธารราษฎร์ ทรงอธิษฐานขอความสมบูรณ์แห่งพืชผลราชอาณาจักร

ประทับราชอาสน์ (พระมหาราชครูพิธีศรีสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านประกาศพระราชพิธีพืชมงคล จบ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์) พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบ ทรงหลั่งน้ำสังข์ ทรงเจิม นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา และพระราชทานพระธำมรงค์กับพระแสงปฏัก (นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ รับพระราชทานแล้วออกไปนั่งที่เดิม ขณะพระราชทานน้ำสังข์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา) ทรงหลั่งน้ำสังข์ ทรงเจิมผู้เป็นเทพีในการแรกนาขวัญ น.ส.กันยารัตน์ นาคกูล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น.ส.ดวงพร งามประดิษฐ์ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ กรมวิชาการเกษตร น.ส.ณัฐชยา ศรีสุขสวัสดิ์ นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ กรมวิชาการเกษตร น.ส.อาทิตยา ทองทองแกมแก้ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร

เมื่อทรงเจิมเทพีเสร็จแล้ว เสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงห์ที่เจริญพระพุทธมนต์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก (พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระอุโบสถ) เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

 
 
 
 
 
 
พม.พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

พม.พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

วันพุธ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 18.20 น.

พม. พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เตรียมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางดำเนินงานอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

8 พ.ค.62 ที่ห้องประชุม ชั้น 2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานการแถลงข่าวกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสสำหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 26 (26th SOCA) การประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 21 (21st ASCC Council) และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้แนวคิดหลัก คือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน: Advancing Partnership for Sustainability” เพื่อเป็นเวทีกลางสำหรับการดำเนินงาน และการรับรองเอกสารผลลัพธ์สำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม สำหรับนำเสนอต่อการประชุมสุดยอดอาเซียน พร้อมร่วมผลักดันให้ประเทศไทยมีบทบาทนำและเป็นศูนย์กลางของการดำเนินงานของอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

นายปรเมธี กล่าวว่า ปี 2562 เป็นปีที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจะครบรอบวาระการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนอีกครั้งในรอบ 10 ปี ซึ่งภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎบัตรอาเซียน ข้อ 31 กำหนดให้การเป็นประธานอาเซียน หมุนเวียนทุกปีตามลำดับอักษรของชื่อภาษาอังกฤษของรัฐสมาชิกอาเซียน โดยแนวคิดหลักสำหรับการเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทยในครั้งนี้ คือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน: Advancing Partnership for Sustainability” ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้การเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทยในปี 2562 ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งคนไทยทุกคนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะต้องร่วมกันเป็นเจ้าบ้านและเจ้าภาพที่ดีในการต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากทั่วทั้งอาเซียน

นายปรเมธี กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทยในปีนี้ นอกเหนือจากการเป็นเจ้าภาพ การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 34 และครั้งที่ 35 ซึ่งผู้นำของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมประชุมแล้ว ยังรวมถึงการจัดการประชุมต่างๆ ในแต่ละประชาคมอาเซียน ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (APSC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC) ทั้งนี้ จากตัวเลขของกระทรวงการต่างประเทศ พบว่าจะมีการประชุมอาเซียนในระดับต่าง ๆ ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ รวมจำนวน 284 รายการ ตลอดปี 2562 ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ อีกทั้ง เป็นการเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเป็นประชาคมอาเซียนผ่านการดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชน นอกจากนี้ ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากความร่วมมือในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านศิลปะและวัฒนธรรม ด้านราชการพลเรือน ด้านการศึกษา ด้านแรงงาน และด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนา

นายปรเมธี กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการประชุมภายใต้ ASCC ในปี 2562 มติคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวง  พม. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดการประชุมทั้งในระดับรัฐมนตรีและระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 1. การประชุมในรอบเดือนพฤษภาคม ระหว่างวันที่ 13 – 18 พฤษภาคม 2562 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส จำนวน 3 รายการ ได้แก่ การประชุมคณะทำงาน เรื่องวัฒนธรรมแห่งการป้องกัน ครั้งที่ 2 การประชุมประสานงานประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 14 การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสสำหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 26 และการประชุมระดับรัฐมนตรี จำนวน 1 รายการ ได้แก่ การประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 21 2. การประชุมในรอบเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ณ กรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล จำนวน 2 รายการ ได้แก่ การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสสำหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 27 ซึ่งเป็นการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส พร้อมกับการประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 22 ซึ่งเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรี   

นายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมภายใต้ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ในปี 2562 จะดำเนินอยู่ภายใต้แนวคิดหลักสำหรับการเป็นประธานอาเซียนของไทยดังกล่าวข้างต้น และเป็นไปตามกรอบการดำเนินงาน “3/4/14” คือ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ ความเชื่อมโยงภาคประชาชน (People-to-People Connectivity) และหุ้นส่วนความร่วมมือ (Partnerships) ความยั่งยืน (Sustainability) การเตรียมความพร้อมและวางแผนด้านความมั่นคงของมนุษย์ สำหรับอนาคต (Future-Oriented Actions for Human Security) 4 ศูนย์อาเซียน ที่จะมีการจัดตั้งหรือปรับปรุงพัฒนา ได้แก่ คลังสิ่งของช่วยเหลือและระบบโลจิสติกส์เพื่อช่วยเหลือ เมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินของอาเซียนในประเทศไทย ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน ศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม และ 14 เอกสารผลลัพธ์สำคัญ โดยจำแนกเป็นเอกสารผลลัพธ์สำคัญสำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 จำนวน 5 ฉบับ และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 จำนวน 9 ฉบับ

“สำหรับการเตรียมความพร้อมในการจัดงานประชุมดังกล่าว เบื้องต้นได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อเตรียมการประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนและการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสสำหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ในปี 2562 โดยมีปลัดกระทรวง พม. เป็นประธาน และมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านสารัตถะ คณะอนุกรรมการด้านพิธีการและอำนวยการ และคณะทำงานด้านงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้การจัดประชุมอาเซียนต่างๆ ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวง พม. ในปี 2562 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตาม การจัดการประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการดำเนินการตามบทบาททางนิตินัยที่กำหนดไว้ในกฎบัตรอาเซียนที่ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียนต้องปฏิบัติตามแล้ว ยังเป็นโอกาสอันสำคัญยิ่งในการแสดงบทบาทนำทางพฤตินัยในเวทีอาเซียนของประเทศไทย ที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยมีบทบาทนำและเป็นศูนย์กลางของการดำเนินงานด้านต่างๆ ของอาเซียน อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป” นายปรเมธี กล่าว

‘สุชาติ’ฟันธง!จัดตั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำฝ่ายรัฐบาล255เสียง

‘สุชาติ’ฟันธง!จัดตั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำฝ่ายรัฐบาล255เสียง

วันพุธ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 16.25 น.

“สุชาติ”' เข้ารายงานตัว ส.ส. ประกาศ อาสาเป็นประธานสภาฯ มั่นใจประสบการณ์ ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่  ชี้ รธน. นี้ให้อำนาจส.ส. มีอิสระ “มติพรรค”  แค่ไกด์ไลน์เท่านั้น 

8 พ.ค. 62 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภาใหม่ ย่านเกียกกาย นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ได้เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ออกไปต้อนรับ โดยนายสุชาติ ได้นมัสการพระพุทธรูปและ ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และพาไหว้ศักดิ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบริเวณพื้นที่อาคารรัฐสภาใหม่

โดยนายสุชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสการถูกว่า ตัวให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า หากได้รับโอกาสก็พร้อมอาสาทำหน้าที่ได้เลย เพราะเคยทำหน้าที่นี้มา 8-9 ปีแล้วไม่ต้องมาเรียนรู้งานใหม่ หากได้รับความไว้วางใจจากพรรค ก็พร้อมทำงานต่อได้เลย ซึ่งใครที่จะเข้ามาทำหน้านี้ก็ถือว่า หนักพอสมควร ต้องศึกษารัฐธรรมนูญให้ดี เพราะ ส.ส. เป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ไม่อยู่ภายในอาณัติของใคร ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำใดๆ ซึ่งถือว่า จะยุ่งพอสมควร เพราะการทำหน้าที่ในรัฐธรรมนูญไม่เหมือนรัฐสภาในยุคก่อนๆแล้ว ครั้งนี้การทำหน้าที่ ส.ส. เหมือนในต่างประเทศที่มีอำนาจในการตันสินใจเอง มีความเป็นอิสระสูง แต่ก็คงไม่มีอะไรมาก ส่วนกรณีที่ขณะนี้ในพรรคพลังประชารัฐมีแคนดิเดตประธานสภาฯอยู่ถึง 3 คนได้มีการตกลงชัดเจนหรือไม่ว่า จะเสนอใครนั้น ต้องรอให้ทุกอย่างลงตัวก่อน แล้วแต่ผู้ใหญ่ของพรรคจะพิจารณา 

“สำหรับการคุมเกมในสภาจะเข้มข้นขนาดไหนนั้น ก็คงจะยึดกติกา และระเบียบวาระของการประชุมเป็นหลัก จะเข้มข้นขนาดลุกไปเข้าห้องน้ำได้หรือไม่นั้น คิดว่า  ก็คงไม่ขนาดนั้น เพราะรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ได้บังคับต้องปฏิบัติตามมติพรรค ทุกคนมีอิสระในการแสดงความเห็น ในการลงมติ จึงอยากเตือนทุกฝ่ายว่า อย่าไปใช้คำว่า งูเห่า เพราะรัฐธรรมนูญใหม่ให้อิสระในการเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ภายในอาณัติของใคร ไม่มีใครมาครอบงำได้ ดังนั้นเวลาประชุมอาจจะมีความเห็นต่างไปจากมติพรรคก็ได้ เพราะมติพรรคไม่มีความหมาย เป็นเพียงไกด์ไลน์เท่านั้น จะไปเรียกงูเห่าไม่ได้ เพราะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ จึงอาจถูกฟ้องได้” นายสุชาติ กล่าว

เมื่อถามว่า มั่นใจจะร่วมเสียงในการเลือกตั้งตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ก็เสียงปริ่มๆกันอยู่ ก็คงจะแพ้ชนะกันไม่ เกิน 10 เสียง ฝ่ายหนึ่งได้ 255 ฝ่ายหนึ่งได้ 245เสียง เป็นต้น ที่ผ่านมาการจัดตั้งรัฐบาลมีปัญหาทุกครั้ง แม้เสียงจะกำกึ่งกันแต่ก็จะผ่านไปได้  ส่วนความคืบหน้าในการพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์นั้น เป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคตนไม่ได้เข้าไปยุ่ง แต่ทั้งนี้เชื่อว่า สถานการณ์ยังไปไม่ถึงขั้นตอนมีรัฐบาลแห่งชาติแต่อย่างใด

กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพุธ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.

ปมคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ

เป็นอันว่า กกต.ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.เขตไปแล้ว 349 เขต

ยังไม่ได้รับรองเขตเดียว คือ เขต 8 จ.เชียงใหม่ ที่จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ช่วงปลายเดือนนี้ หลังผู้สมัครพรรคเพื่อไทยได้ใบส้ม

1. เมื่อรับรองผลแล้ว 349 เขต ก็เท่ากับว่า เกิน 95% ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด

จากนี้ไป กกต.จึงสามารถนำคะแนนเลือกตั้งที่รับรองแล้วนั้น ไปคำนวณหา สส.บัญชีรายชื่อของแต่พรรคได้ตามสูตรคำนวณในกฎหมายการเลือกตั้ง สส.ต่อไป

2. วันพรุ่งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาประเด็นที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอ ว่าวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อตามมาตรา 128 ในกฎหมายเลือกตั้งนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่?

ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่ขัด หรือยังไม่มีการชี้ว่าขัดรัฐธรรมนูญ กกต.ก็เดินหน้าคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ แล้วประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในส่วนของ สส.บัญชีรายชื่อได้ต่อไป

3. การรับรองผลการเลือกตั้งในส่วนของสส.บัญชีรายชื่อในวันพรุ่งนี้ จะมีประเด็นว่า ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อที่อยู่ในขั้นตอนถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว หากอยู่ในลำดับที่คำนวณคะแนนแล้วอยู่ในข่ายจะได้เป็น สส. กกต.จะประกาศรับรองผลไปก่อนได้หรือไม่? (ตัวอย่างกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้สมัคร สส.ลำดับที่หนึ่ง พรรคอนาคตใหม่) ในเมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ส่อแสดงว่า กกต.เองก็รู้ หรือควรรู้ ว่าบุคคลนั้นมีชนักติดหลังอยู่แล้ว มีพยานหลักฐานมีมูลเพียงพอกระทั่งแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว จะประกาศรับรองไปก่อน จะถูกต้อง สมควรหรือไม่?

4. วิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ ที่ กกต.เลือกแล้วว่าเป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมายการเลือกตั้ง สส. และเคยส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยแล้วด้วย (แต่ศาลไม่รับ เพราะตอนนั้น กกต.ยังไม่ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.อย่างน้อย 95% และยังไม่มีมติใดๆ เกี่ยวกับการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ)

มาบัดนี้ กกต.ก็คงจะใช้สูตรคำนวณอันเดิม ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ กรธ.เคยแสดงไว้อย่างเปิดเผย ตั้งแต่ปี 2561

พูดง่ายๆ ว่า ตั้งแต่ยังไม่มีใครรู้ว่าพรรคไหนจะได้คะแนนเลือกตั้งเท่าใด? หรือยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีพรรคไหนลงเลือกตั้งมากน้อยเพียงใด

การที่ กกต.เลือกใช้สูตรดังกล่าว น่าจะเป็นเกราะคุ้มกันการทำงานของ กกต.ได้ว่า พิจารณาโดยเป็นธรรมแก่ทุกพรรคการเมือง เพราะเลือกวิธีการคำนวณแบบที่ กรธ.นำแสดงไว้เดิม โดยปราศจากอคติ มิได้เจตนาเอื้อประโยชน์แก่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

มิใช่มาเลือกสูตรที่มีการอ้างกันภายหลังจากทราบว่าพรรคไหนได้คะแนนมากน้อยเท่าใดแล้ว

5. วิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อที่คาดว่า กกต.จะใช้นั้น ก็คือวิธีที่คำนวณตามคะแนนดิบ(ที่ยังไม่ได้รับรองผลการเลือกตั้ง) แล้วปรากฏผลลัพธ์ว่า มีพรรคการเมืองที่ได้ สส.จำนวน 27 พรรคนั่นเอง

โดยมีพรรคเล็ก ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน มากถึง 13 พรรค

6. วิธีคำนวณข้างต้น มีคนไม่เห็นด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวแทนพรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดใหญ่

เพราะจำนวน สส.บัญชีรายชื่อกระจายไปอยู่กับพรรคเล็กพรรคน้อย แทนที่พรรคใหญ่และพรรคกลางจะได้

7. อย่างไรก็ตาม การคำนวณตามวิธีดังกล่าว (ที่ผลลัพธ์ปรากฏว่ามี 27 พรรคได้สส.) ก็มีผู้เห็นด้วยไม่น้อย โดยยืนยันว่าสามารถทำได้ โดยไม่น่าจะเป็นปัญหาแต่ประการใด ไม่ได้มีอะไรพิสดารเกินเลย

ล่าสุด นายมนตรี ศรไพศาล ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ก็ได้ให้คำอธิบายและมุมมองเพิ่มเติมด้วยว่า

“...เมื่อมีกรณี Overhang อย่างที่เกิดขึ้น บ้างคิดโดยถือว่า จัดสรรจำนวนเต็มไปก่อน แล้วจึงจัดสรรเศษ ซึ่งผมเห็นว่า น่าจะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป. เลือกตั้ง เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 (4) ให้นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ำกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม 91 (2) “ตามอัตราส่วน” มิใช่ยึดจำนวนเต็มเท่าเดิม และปรับเฉพาะเศษ 

พ.ร.ป. เลือกตั้ง มาตรา 128 (5) ก็ระบุ “ให้นําจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต่ำกว่าจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม 128 (2) “ตามอัตราส่วน” เช่นเดียวกัน” จึงต้องคำนวณตามสัดส่วนจากจำนวนทั้งหมดก่อน และ จึงใช้กระบวนการปัดเศษตามมาตรา 128 (6) ตามลำดับมากน้อยของเศษทีละคน

ข้อสรุปจำนวนพรรคที่มี สส. มี 27 พรรคก็ถูกต้องเช่นกัน

ผมจึงเชื่อว่า การคำนวณจำนวน สส. ปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ได้มีข้อโต้แย้ง”

นายมนตรียังแสดงรายละเอียดการคำนวณอย่างละเอียดด้วย ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ คือ พรรคการเมืองที่จะได้รับจำนวน สส. ในครั้งนี้ จำนวน 27 พรรคนั่นเอง

8. อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า สุดท้าย ไม่ว่า กกต.จะเลือกวิธีการคำนวณแบบไหน ก็จะต้องมีผู้ร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หลังการคำนวณและลงมติรับรองผลการเลือกตั้งในส่วนของ สส.บัญชีรายชื่ออย่างแน่นอน

สารส้ม

............................................

8 พฤษภาคม 2562

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน