*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3579
  • จำนวนผู้ชม : 2317165
  • จำนวนผู้โหวต : 519
  • ส่ง msg :
  • โหวต 519 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 150 , 11:58:16 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         เมื่อมีการเผยชื่อ ส.ส. และ ส.ว. ออกมาแล้ว เสียงเฮ เสียงยี้ ก็ดังระงมไปหมด อย่างไรก็ตาม ผมได้นำเอาเรื่องราวของ

พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา คนไม่ชอบเข้าร่วมประชุมส.ว.ยุคก่อน โดยพล.อ.ปรีชาลางาน สนช.ถึง ๓๙๔ วัน จากทั้งหมด ๔๐๐ วัน

มาทำงานเพียง ๖ วันเท่านั้น จากบทความของ 'ผักกาดหอม' วันนี้

ถึงคราว "คนรวย" เขาคุยกัน

    
 

                 เรื่องเยอะ....

 

                แต่จะหนักไปทางการบ้าน-การเมืองเรื่อง "ชิงเสียงตั้งรัฐบาล" ซะละก็มาก

                การตั้งรัฐบาล........

                ในโลกเป็นจริง ต้องใช้เวลาตามขั้นตอนพอสมควร

                แต่ "นาทีเดียว-ชั่วโมงเดียว" ยุคมนุษย์ทาสไอที บอก ช้าชิบ ห่ะ...!

                ก็น่าเห็นใจ เพราะคนทุกวันนี้ วงจรชีวิตเหลือวงรอบของความเป็นผู้มีใจฝึกแล้วประเสริฐน้อยมาก

                ความเป็นตัวของตัวเองจึงแทบไม่มี ต่างถูก "ขับเคลื่อน-ควบคุม" ด้วย "ความเร็ว" ผ่านข่าวสาร อันมี "โซเชียลมีเดีย" เป็นเครื่องมือ

                ฉะนั้น ทุกอย่างต้องเร็ว..เร็ว และเร็ว...

                "เร็วกว่าความเร็วแสง" ก็ยังช้ากว่า "ใจทาสไอที" กระหาย

                คิดแล้วก็น่ากลัวนะ....
                โลกยุค "ความเร็ว" แปลงมนุษย์เป็น "หุ่นยนต์หายใจ" มีไอทีเป็น "สมอง" ควบคุมความเป็นคน และสั่งการ

                "ความเร็ว" มันกินสติ กินสัมปชัญญะ กินความยับยั้งชั่งใจในความเป็นมนุษย์ไปหมดแล้ว

                ฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจ ที่เห็นคนใช้ "สติ-สัมปชัญญะ" รับรู้ และกรองเรื่องราว ก่อนส่งผ่านสู่ "การพูด-การคิด-การทำ"

                ......น้อยมาก!

                ปัจจุบัน ล้วนเคลื่อนไหว เพราะ "ไอที" สั่งกันแทบทั้งนั้น!

                ถ้าพอมีสติ แล้วหยุดมองตรงนี้บ้าง....

                เราจะไม่เหนื่อยแบบบ้าคลั่งตามเขาไปกับข่าวราวเรื่องเหมือนสวะลอยน้ำล้านชิ้นต่อชั่วโมง-นาที

                ไม่ต้องดูอะไรมาก กกต.ประกาศรายชื่อ ส.ส.เขต วันที่ ๘ พ.ค. ประกาศรายชื่อ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ๙ พ.ค.

                ถ้าเป็นคลอดลูกหมา-ลูกแมว ก็เรียกว่า เพิ่งหลุดจากตูด ตัวยังเปียกๆ อยู่เลย

                แต่ในโลกของความเร็วทางข่าวสาร มันไปแล้ว....

                ยังคาตูดเห็นดิ๊กๆ

                สังคมเครือข่าย "ตั้งรัฐบาล" เสร็จสรรพ พรรคไหน ใครเป็นรัฐมนตรีกระทรวงไหน ผ่านโลกข่าวสารไอทีไปแล้ว!?

                เรียกว่า สื่อสารยุคไอที มัน "เบิกข่าว" ในอนาคตมาขายในปัจจุบันไปเกลี้ยง

                วันนี้....

                นายกฯ ข่าวก็ตั้งกันแล้ว รัฐบาลก็ตั้งแล้ว รัฐมนตรีก็มีแล้ว ก็สงสัยว่า

                แล้วพรุ่งนี้ ข่าวสารยุคไอที จะเอา "ข่าวอนาคต" อะไรมาขาย เพื่อสนองตอบความ "กระหายเร็ว" ของหุ่นยนต์มนุษย์แบบไหนอีก?

                เทคโนโลยีไอที จะว่าไป....

                ก็ไม่ต่าง "หมอดู" ผู้เอาอนาคต "จริงบ้าง-เท็จบ้าง" มาขายในปัจจุบัน สำหรับคนบางคน

                อดีตกาล มนุษย์มีโทรจิตใช้ ด้วยญาณ

                ปัจจุบันกาล มนุษย์มีโทรศัพใช้ ด้วยเทคโนโลยี

                อนาคตกาล ผมมองดูแล้ว ต่อให้ ๕ จี เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก สร้างมนุษย์ AI ขึ้นแข่งมนุษย์มีหัวใจได้ก็จริง

                ๕ จี ด้วย AI ก็ยังช้ากว่าโทรจิต ด้วยญาณอยู่ดี!

                สรุปแล้ว สูงสุด ไม่ใช่เทคโนโลยี ในโลกของคนรู้

                "ญาณ" คือ การทำงานของปัญญา กำหนดรู้สิ่งนั้นๆ ได้ด้วยอำนาจสมาธิและวิปัสสนา

                นั่นแหละ "โทรจิต" ที่กรองแล้ว.....

                เหนือ "เทคโนโลยี" ว่าด้วย "ความเร็ว" อันไม่มีสติ-สัมปชัญญะกรอง ตลอดกาล!

                เพราะอย่างนี้ ผมเลยไม่รู้จะเอาอะไรมาคุย ในเมื่อปัจจุบัน เหตุการณ์ยังย่ำอยู่กับที่

                ครั้นจะคุยแบบ "เอาอนาคตมาขาย" ใครเป็นนายกฯ เป็นรัฐบาล จะล่มวันไหน หรือไม่ล่ม

                "ธนาธร-ปิยบุตร" จะได้ครองเมือง เปลี่ยนเป็นธนาธรประเทศก่อน หรือได้ลอดช่องธรรมชาติก่อน?

                มันก็คุยวันนี้ได้ แต่มันใช่ในวันพรุ่งนี้ ปะรืนนี้มั้ย...นั่นไม่รู้!

                และอีกอย่าง วันต่อๆ ไป ผมก็ต้อง "เบิกอนาคต" มาคุยล่วงหน้าสะสมอย่างนั้นไปเรื่อยๆ จะได้ประโยชน์อะไร

                ในเมื่อเอาล่วงหน้ามาคุยไปเป็นปีๆ แล้ว แต่ในความเป็นจริงปัจจุบัน

                ยังด่า กกต.กันไม่หายมันปากเลย ในสูตร "ทุกคะแนนไม่ตกน้ำ"

                ก็อย่าให้ความเร็วมากำหนดชีวิตเรามากนักเลย ให้ไอทีมันเป็นทาสเราดีกว่า

                อย่าให้มันมาเป็นนาย ให้มันบังคับขับไสเราต้องเร็ว..เร็ว..สนองตอบกระหายความใคร่รู้ไปกับการไถมือถือมากนัก!

                ซีกไหน ใครตั้ง ใครเป็นนายกฯ ใครเป็นรัฐบาล ก็ปลงซะบ้าง...แม่จำเนียร

                เมื่อทุกอย่างเข้ากระบวนการ เลือกกันมาเองด้วยมือ-ด้วยตีนของเรา ท่านผู้ทรงเกียรติเหล่านั้นน่ะ

                ก็ดูไปแต่ละขั้นตอน ไม่ต้องไปวิตก ว้าวุ่นอะไรจนเกินเหตุ ใครจะมากินเมือง สร้างเมือง ล้มเมือง

                ก็ "ช่างหัวมัน" ซะบ้าง!

                เชื่อเถอะ "ทุกอย่าง" มันมีกำหนดไว้ในแผ่นดิสก์จักรวาลหมดแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมี

                มีคู่กับการเกิด "สุโขทัย-อยุธยา-ธนบุรี-รัตนโกสินทร์" ในความเป็น "ประเทศไทย" มาแต่อดีตกาลนานโพ้นโน่นแล้ว

                อยากพิสูจน์ว่าที่ผมพูด จริงหรือโม้

                ก็ฝึกให้มี "ปัญญาญาณ" สิ.......

                แล้ว "อตีตังสญาณ, อนาคตังสญาณ และปัจจุปปันนังสญาณ" จะทำให้มองเห็น ยิ่งกว่าเปิดถ้วยไฮโลแทง!

                อยากกันนัก อยากเป็นคนรุ่นใหม่ หลงเข้าใจตัวเอง ตีราคาตัวเองกันว่า คนเพิ่งเกิดวานซืน เป็นคนทันสมัย ทันยุค โก้เก๋

                ผมอ่านข่าวเมื่อวาน........

                นิตยสาร Forbes Thailand ประกาศรายชื่อ ๕๐ อภิมหาเศรษฐีไทย ประจำปี ๒๖๖๒

                มีรุ่นใหม่แกะกล่องซักตัวมั้ย?

                รายชื่อเหล่านั้น บ่งบอก "ผู้สร้าง" คือ "คนรุ่นเก่า" แล้ว "ส่งผ่าน" สานต่อกันไปรุ่นต่อรุ่น

                นั่นคือ "เก่าในใหม่-ใหม่ในเก่า" หมุนเวียนในทางเกื้อกูลส่งต่อกันไป

                มีแต่ไอ้เบื๊อกบางตัวเท่านั้น "แยกตัว-แยกรุ่น" ทำเป็นผู้วิเศษ สร้างโก้ ด้วยทัศนคติ "ชังแผ่นดิน" ที่มาอาศัยอยู่

                ก็ลองพิจารณาดูซี........

                รายชื่อตระกูลและมหาเศรษฐี ๑๐ อันดับแรกของไทย

                อันดับ ๑

                พี่น้องเจียรวนนท์ "เครือเจริญโภคภัณฑ์" มูลค่าทรัพย์สิน ๙.๔๑ แสนล้านบาท

                อันดับ ๒

                ตระกูลจิราธิวัฒน์ "กลุ่มเซ็นทรัล" มูลค่าทรัพย์สิน ๖.๗๐ แสนล้านบาท

                อันดับ ๓

                เฉลิม อยู่วิทยา "กระทิงแดง" มูลค่าทรัพย์สิน ๖.๓๕ แสนล้านบาท

                อันดับ ๔

                เจริญ สิริวัฒนภักดี "ไทยเบฟเวอเรจ" มูลค่าทรัพย์สิน ๕.๑๗ แสนล้านบาท

                อันดับ ๕

                สารัชถ์ รัตนาวะดี "กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี" มูลค่าทรัพย์สิน ๑.๖๖ แสนล้านบาท

                อันดับ ๖

                อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา "คิง เพาเวอร์" มูลค่าทรัพย์สิน ๑.๕๐ แสนล้านบาท

                อันดับ ๗

                นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ "กรุงเทพดุสิตเวชการ"

มูลค่าทรัพย์สิน ๑.๐๘ แสนล้านบาท

                อันดับ ๘

                ตระกูลโอสถานุเคราะห์ "โอสถสภา" มูลค่าทรัพย์สิน ๙.๕๗ หมื่นล้านบาท

                อันดับ ๙

                วานิช ไชยวรรณ "ไทยประกันชีวิต" มูลค่าทรัพย์สิน ๙.๐๙ หมื่นล้านบาท

                อันดับ ๑๐

                สมโภชน์ อาหุนัย "พลังงานบริสุทธิ์" มูลค่าทรัพย์สิน ๙.๐๓ หมื่นล้านบาท

                แต่ละคน-แต่ละตระกูล หมุนอยู่ในวัฏฏะ "เก่าสู่ใหม่-ใหม่สู่เก่า" ซึ่งเราควรมองในทางเกื้อ

                ไม่ใช่ใช้ความใหม่ด้วยกาลเวลาเกิดวันนี้ ไปมองในทางหมิ่นทำลายเก่าด้วยกาลเวลาสร้างเมื่อวาน

                อย่างนั้น เขาเรียก "ใหม่..สันดานเนรคุณ"!

                ผมดู ๑๐ ตระกูลมหาเศรษฐีด้วยความสงสาร จะเรียกว่า "สงสารเศรษฐี" ก็ไม่ผิด

                ผมเองรวยแค่เฉี่ยวๆ หมื่นล้าน ยังทุกข์แทบจะบ้ารายวัน

                แล้วแต่ละคน-แต่ละตระกูล รวยเป็นหมื่น-เป็นแสนล้าน นึกหรือว่าเขาจะมีความสุข?

                คนไม่เคยรวยไม่รู้หรอกว่า การมีทรัพย์สมบัติมาก มันทุกข์ขนาดไหน?

                จะรู้ก็สำหรับคนและตระกูลที่รวยแล้ว "ให้" ในทางแบ่งปันสรรค์สร้างคืนกลับสู่สังคมบ้างเท่านั้น

                แบบนั้น นอกจากรวยแล้วไม่ทุกข์

                ความรวยนั้น ยังจะอำนวยผลให้รวยด้วยสุขต่อเนื่องทั้งชาตินี้ ชาติหน้า บอกไม่เชื่อ

                ที่จริงนะ ที่เขาประกาศอันดับมหาเศรษฐีกัน ประกาศเพื่ออะไร?

                เพราะประกาศทีไร มีแต่คนอิจฉาและแช่งเศรษฐีทีนั้น!

                ถ้าประกาศเพื่อให้โลกจำ-โลกสรรเสริญล่ะก็

                เอาแบบนี้ซี.....

                เปลี่ยนจากอันดับรวยด้วยมูลค่าทรัพย์สิน ไปเป็นรวยด้วยจำนวนเงินที่จ่ายผ่าน "ภาษี" ประจำปี แล้วจัดเป็น

                อันดับ "คนจ่ายภาษีมาก"

                แบบนี้ คนจำในทางสรรเสริญกัน ๓ โลกเลย.

 

หวั่นขั้วที่3ทำให้ตั้งรัฐบาลล่ม!พปชร.หวัง'บิ๊กตู่'เกลี่ยเก้าอี้กระทรวงหลักยี้'ป้อม-ป๊อก'ร่วมครม.

    
 

10พ.ค.62- แหล่งข่าวพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  กล่าวถึงกรณี 3 พรรคการเมืองพรรคประชาธิปัตย์  พรรคภูมิใจไทย และ พรรคชาติไทยพัฒนา ไม่พอใจถึงการแบ่งโควต้ารัฐมนตรี เพราะไม่ยอมคลายกระทรวงหลักและกระทรวงเศรษฐกิจ ว่า ยอมรับว่ากรณีดังกล่าวนี้เป็นอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาล ที่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. จะลงมาเกลี่ยและจัดสรรตำแหน่งใหม่  จากเดิมที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ  เป็นผู้จัดการจัดตั้งรัฐบาล และกำหนดไว้โควต้าเศรษฐกิจไว้กับพปชร.ไว้ทั้งหมด แต่หลังจากเลือกตั้งสถานการณ์ต่างๆเปลี่ยนไปพปชร. ไม่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง  จึงจำเป็นต้องเดินเข้าไปหาและชวนพรรคการเมืองต่างๆ   เพื่อขอเสียงสนับสนุนเพื่อให้ได้เสียงเกิน 251เสียง จึงจะบริหารประเทศได้ตามระบอบประชาธิปไตย  พร้อมทั้งแกนนำบางส่วนต้องเปลี่ยนวิถีคิดเพราะตอนนี้ไม่ใช่ช่วงรัฐประหารที่รัฐบาลคสช.จะยึดทุกกระทรวงที่ต้องการเอาไว้ในมือได้    

“ พปชร. ต้องยอมปล่อย กระทรวงหลัก หรืออย่างน้อยตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยในกระทรวงเศรษฐกิจออกไปบ้าง ให้แก่พรรคร่วมรัฐบาลบ้าง เพื่อให้การเจรจากับพรรคการเมืองต่างๆเดินไปได้   และสร้างความพึงพอใจให้แก่พรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคภูมิใจไทย  พรรคชาติไทยพัฒนา ที่เป็นคะแนนเสียงเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะทำให้พปชร. เป็นรัฐบาลได้  เพราะหากพวกเขาไม่พอใจจริงๆ และไปตั้งรัฐบาลแข่ง  หรือบางพรรคแยกตัวไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยจริง  ผู้จัดตั้งรัฐบาลอาจจะไม่ได้อยู่ในเงื้อมมือของพปชร. อีกต่อไปเพราะเราก็มีแค่115 เสียง” 

แหล่งข่าวจากพปชร. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบเงื่อนไขใหม่ที่ทำให้พรรคการเมืองต่างๆยังไม่ตอบรับการร่วมรัฐบาลจากพปชร.  คือยอมรับพล.อ.ประยุทธ์  เข้ามาเป็นนายกฯ และเป็นหัวหน้าครม.เพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะมาจากการเลือกตั้งตามระบบรัฐธรรมนูญ   พร้อมปฏิเสธ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรองหัวหน้าคสช. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย  และบุคคลอื่นๆที่มาจากคสช. ที่จะเข้ามานั่งในครม.  เพราะเป็นการย้ำภาพการสืบทอดอำนาจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพล.อ.ประวิตร ถือเป็นจุดอ่อนทั้งปมปัญหาในอดีต มาถึงปัจจุบัน ที่สังคมไม่ยอมรับ   โดยเฉพาะสถานการณ์ล่าสุดในการสรรหาสว.จำนวน 250 คน  เกิดกระแสต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร แรงขึ้นเรื่อยๆ  เพราะใช้ระบบพวกพ้อง ที่นำบุคคลใน คสช.  รัฐมนตรี   สนช.  สปท. สปช.  รวมทั้งระบบพี่ตั้งน้องมาเป็นส.ว.สรรหา   สืบทอดอำนาจ 5 ปี โดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง

'ป้อม'การันตีน้องนายกฯนั่งสว.ได้ปัดร่างทรงคสช.อุบไต๋นั่งรมว.กห.อีกสมัย

    
 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ขอลาออกกว่า 60 คนนั้น พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่รู้ ส่วนกรณีที่มีชื่อพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายนายกรัฐมนตรี เข้ามาเป็นสว.ด้วยนั้น ตนมองว่าเขาเป็นสนช. ก็เป็นมาแล้ว ถ้าจะเป็นต่อก็ไม่เป็นอะไร 
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาพล.อ.ปรีชา ถูกวิจารณ์เรื่องการขาดการประชุมสนช.บ่อยครั้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบต้องไปถามเจ้าตัวเอง 
ผู้สื่อข่าวถามถึงการจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า แล้วจะมาถามอะไรผม ผมไม่รู้เรื่องเลย ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้นายกรัฐมนตรี จะไปจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างไรก็พูดกันไปเรื่อย
ถามว่าในส่วนของตำแหน่งรมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร พร้อมเข้ามาทำงานด้วยตัวเองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้เพราะยังไม่ได้ตัวนายกฯ จะไปรู้ได้อย่างไร 
เมื่อถามอีกว่า ใครๆก็พูดว่าจะได้นายกฯ คนเดิม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ยังไม่รู้ เมื่อถามต่อว่า หากมีการส่งเทียบเชิญให้พล.อ.ประวิตร นั่งเป็นรมว.กลาโหม ต่อจะรับหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ได้ตัวนายกฯเลย แล้วจะมาถามอะไร 
เมื่อถามว่าหากจะทำงานต่อเรื่องของสุขภาพไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวไม่รู้แล้วแต่เขา เขาจะมองอะไรยังไงเราไม่รู้
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย อาจจะมาเป็นรมว.กลาโหม นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้และไม่มีใครรู้ทั้งนั้น แล้วจะไปรู้ได้อย่างไรว่ามีใครเป็นอะไรบ้าง ตอนนี้ก็มีแต่ทำงานไป 

 

ปรีชา จันทร์โอชา

    
 

               มีข่าวออกมาว่า พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา จะได้รับการแต่งตั้งเป็น ส.ว.

                และมีการไปขุดข่าวเก่า พล.อ.ปรีชาลางาน สนช.ถึง ๓๙๔ วัน จากทั้งหมด ๔๐๐ วัน

                มาทำงานเพียง ๖ วันเท่านั้น

                ช่วงต้นรัฐบาลลุงตู่ พล.อ.ปรีชา ก็เสียสูญเรื่องความไม่โปร่งใส

                และปัญหาในวันนี้คือ... ไม่มีความกระจ่าง

                หาก พล.อ.ปรีชาได้รับการแต่งตั้งเป็น ส.ว.จริงๆ ปัญหามันจะย้อนกลับไปที่ "ลุงตู่" ที่จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี

                คงต้องทำความเข้าใจก่อนที่จะเดินหน้ากันต่อ

                ๕ ปี คสช.และรัฐบาลลุงตู่ บรรยากาศการบริหารประเทศเป็นแบบหนึ่ง

                หลังจาก "ลุงตู่" เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ก็จะเป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง

                อย่างที่รู้กัน รัฐบาลหน้าเสียงปริ่มน้ำแน่

                ประชุมสภาผู้แทนฯ พิจารณากฎหมายทุกนัด ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจะขาดไม่ได้แม้คนเดียว

                ฝ่ายค้านจ้องล้มกฎหมายแน่

                รัฐบาลแพ้โหวตก็จบเห่

                แถมตัวช่วยก็มีน้อย

                ม.๔๔ เป็นแค่อดีต

                ฉะนั้นรัฐบาลที่จะอยู่ยาวได้โดยเสียงปริ่มน้ำ จะต้องมีความน่าเชื่อถือเป็นลำดับแรก

                ปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่ ส.ว.มาจากการสรรหาของ คสช. "บิ๊กตู่" ตั้ง "น้องชาย" เป็นสมาชิกวุฒิสภา แล้วน้องชาย เลือกพี่ชายเป็นนายกฯ...

                ไม่ได้เป็นภาพที่สวยนัก

                และโดยประวัติของ พล.อ.ปรีชา ก็ยิ่งแล้วใหญ่

                บนความคาดหวัง ๕ ปี คสช. ต้องยอมรับว่า สมหวังไม่มากนัก

                หากพูดเรื่องการปฏิรูปประเทศก็ถือว่าสอบตก

                ความคาดหวังหลังจากนี้ ไม่แน่ใจว่าประชาชนจะหวังไว้แค่ไหน

                แต่ความจริงคือ บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีสมัย 2 ของลุงตู่ เต็มไปด้วยข้อจำกัดมากมาย

                การใช้อำนาจจะมีเงื่อนไขทางการเมืองเป็นอุปสรรค ไม่สามารถสั่งการได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหมือนเดิม

                แค่การเป็นรัฐบาล ๒๐ พรรค ที่อุดมไปด้วยข้อต่อรอง...

                ก็ปวดหัวแล้ว!

                ฉะนั้นเรื่องไหนที่เห็นอยู่แล้วว่าจะสร้างปัญหาในวันข้างหน้า ก็ควรตัดออกไปเสียตั้งแต่เนิ่นๆ

                อย่าให้การเมืองเป็นเรื่องของ "ตระกูล".

 ผักกาดหอม

 

เพื่อนพ้องน้องพี่ 'ประยุทธ์' โผ 'เหล้าเก่าในขวดใหม่'?

    
 

         ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนกันอีกต่อไปในการจัดทัพคณะรัฐมนตรี (ครม.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่กำลังมีความเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก กระแสข่าวที่ออกมาจะเป็นความจริง หรือแค่โยนหินถามทาง แต่ก็แสดงให้เห็นว่ามีการวางตัว จัดโผ แบ่งเค้ก กันในวงคนใกล้ชิดจากเครือข่ายเดิม

                ชื่อของ ทหารแก่ ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรี ลาออกย้ายฐานที่มั่นไปนั่งในสภาสูง รวมถึงทหารเกษียณอีกหลายคนที่น่าจะได้รับการผลักดันให้ทำงานต่อเป็น ส.ว. ในโควตาของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็คงมีอยู่จำนวนไม่น้อย

                กระนั้น เหล่าบรรดา บิ๊กทหาร ที่ใกล้ชิด บิ๊กตู่ กับ ลุงป้อม ก็มีทั้งที่ทำงานได้เข้าตา แต่บางคนก็กลายเป็น จุดอ่อน เข้าทำนองกระสุนตกในรัฐบาลที่กำลังจะสิ้นสภาพในเวลาอันใกล้

                แต่ก็ดูเหมือนว่าคนที่ใกล้ตัว นายกฯ กลับ เหนียว และยืนระยะในอำนาจได้นานกว่าที่คิด และมีแนวโน้มจะได้ไปต่อ ทั้งที่ตามความเป็นจริงน่าจะ “ปิดจ๊อบ” ไปพร้อมๆ กับ คสช.ที่สิ้นสภาพ ไม่เข้าไปเป็นตัวบั่นทอนให้เสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอนเพราะขาดความน่าเชื่อถือ

                ขณะที่ตัวของ พล.อ.ประยุทธ์เองไม่ยึดกระแสสังคมในการตัดสินใจ เลือกใช้วิธีปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปตามขั้นตอน โดยเลือกคนด้วยการยึดความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นหลัก

                ตำบลกระสุนตกที่ หนักที่สุด คงหนีไม่พ้น “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ที่ถูกเหล่าบรรดาสื่อสังคมออนไลน์เกาะติด ตั้งแต่การทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เลยไปถึง “จับผิด” ในพฤติกรรมประจำวันที่แสดงออกผ่านสื่อ

                ภาพลักษณ์การแสดงออกทางหน้าตา อากัปกิริยาที่เต็มไปด้วย "ความตลกขบขัน” การวางตัวที่ “ไม่เหมาะสม”กับกาละ ถูกหยิบจับขึ้นมาชูเป็นประเด็นกวนกระแสให้คนเข้ามารุมขย้ำ สร้างความรังเกียจเดียดฉันท์ กลายเป็นแค่เรื่อง “จะทำอะไรก็โดน” ส่งผลให้ภาพรวมละเลยการตรวจสอบเชิงนโยบายอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่อำนาจในการบริหารงานของ “บิ๊กป้อม” ในองคาพยพของรัฐบาลที่ผ่านมามีอย่างกว้างขวางและมากมายมหาศาล

               แม้อำนาจของ รมว.กลาโหม จะถูก จำกัด ด้วยโครงสร้างอำนาจในกองทัพที่เปลี่ยนแปลงไป แต่หลายเรื่อง “บิ๊กป้อม” ยังมีบทบาทสำคัญอยู่อย่างต่อเนื่องในฐานะที่ยังกุมสภาพหน่วยงานด้านความมั่นคงมาเกือบ 5 ปี ส่งผลให้ฐานอำนาจที่มีอยู่แข็งแกร่ง ต่อให้มรสุมจะพัดมาหลายลูก ตั้งแต่ นาฬิกาหรู หรือคนใกล้ชิดได้รับผลกระทบครั้งสำคัญ ก็ไม่สามารถโค่น “บิ๊กป้อม” ลงได้ในขณะนี้

                เหตุเพราะการกำหนดจังหวะก้าวที่ รุก-รับ-ร่น-ถอย ตามสถานการณ์ของ “ทหารแก่” ที่เคี่ยวกรำในเกมอำนาจมานาน ประกอบกับ “บิ๊กตู่” ซึ่งไม่เคยทิ้ง พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ให้ต้องเจอชะตากรรมเพียงลำพัง จึงทำให้ “บิ๊กป้อม” ยังมีพลังพอที่จะมีชื่อใน “โผ ครม.” ที่กำลังต่อรองกันอยู่ขณะนี้

                ตอกย้ำคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ย้ำเสมอว่า สองพี่น้อง ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาในเส้นทางรับราชการหลายสิบปีจะไม่มีทางทิ้งกัน สอดรับกับปรากฏการณ์ตลอด 5 ปี ที่มีข่าวลือ “ลุงป้อม” หลุดจาก ครม.ทุกครั้ง หรือแม้กระทั่งจะถูกแขวนทุกตำแหน่ง และออกจากวงจรอำนาจไปแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ ณ วันนี้ เขาก็ยังมีชื่อเป็นพี่ใหญ่ที่ดำรงอยู่คู่บุญกับ “บิ๊กตู่” ต่อไปอีก

                ยังไม่นับ “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยอมรับว่าลาออกจากสภานิติบัญญัติ (สนช.) เพื่อเข้านั่งเป็น ส.ว.ต่อ ที่อยู่ในจุดที่เป็น ตำบลกระสุนตก ไม่แพ้ “บิ๊กป้อม”

                แม้จะไม่ได้เข้ามา วงใน ของการบริหารนโยบายของรัฐบาล แต่ปมประเด็นที่ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องความถูกต้อง-เหมาะสม-ชอบธรรม อันเกิดจากเรื่องที่มาคนในครอบครัว โดยเฉพาะบุตรชาย ที่เจอการตรวจสอบการประมูลงานก่อสร้างอาคารหน่วยงานในกองทัพ และหน่วยราชการหลายแห่งที่ไม่พ้นถูกมองเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ผสมโรงด้วยเพจดังที่โหมกระหน่ำเรื่องความหรูหราฟู่ฟ่า ของบุตรชาย-สะใภ้ ทั้งรถยนต์ สินค้าแบรนด์เนม เลยไปถึงการเข้ารับราชการทหาร โดย “บิ๊กติ๊ก” ลงนามเอง ท่ามกลางคำถามเรื่องความเป็น อภิสิทธิ์ชน

                และตัวเองยังถูกยื่นให้ตรวจสอบการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ เนื่องจากการสร้างคฤหาสน์ หลังใหญ่ที่พิษณุโลก ซึ่งเจ้าตัวได้ชี้แจงสาเหตุการไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินว่าเพิ่งก่อสร้าง ส่งผลให้ ป.ป.ช.ชี้ว่าไม่เข้าข่ายความผิดไม่แจงบัญชีทรัพย์สิน

                ตามมาด้วยชื่อของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ยังเหนียวในโผรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งคุมกระทรวงคลองหลอดต่ออีกสมัย ท่ามกลางเสียงจากพรรคพันธมิตรอย่างภูมิใจไทยที่เดิมได้โควตากระทรวงดังกล่าวไปครอง เริ่มมีเสียงและท่าที แปร่งๆ

                ขณะที่เหล่าบรรดาผองเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ที่ได้ดีมาตั้งแต่รับราชการทหาร ช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้บัญชาการทหารบกเป็นต้นมา จนมานั่งทำหน้าที่ ทั้งใน สปท. สนช. ครม. ต่างก็พาเหรดมีชื่อในหลายๆ “โผ” ที่กำลังใกล้ลงตัว

                ซึ่งหากทุกอย่างลื่นไหลและไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองใดๆ ครม.-ส.ว.ชุดใหม่ ก็จะมี ทหารแก่คุ้นหน้า คุ้นตา คัมแบ็ก กลับมาให้เห็นเป็นเป้าโจมตีเหมือนเช่นเดิม!!!. 

 ..........................................................

10 พฤษภาคม 2562

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน