*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3579
  • จำนวนผู้ชม : 2317165
  • จำนวนผู้โหวต : 519
  • ส่ง msg :
  • โหวต 519 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 164 , 12:26:44 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

          ในการฟอร์มรัฐบาลนั้น หลายสิ่งหลายอย่างที่เราเห็นกัน ก็ได้แก่การแต่งตั้งรัฐมนตรี หรือ ส.ว.ที่ขัดต่อสายตาของปชช.

ยิ่งนักทีเดียว โดยปชช.ไม่มีเสียงที่ดังพอจะบอกให้เข้าหูรัฐบาลได้เลย จึงต้องอาศัยสื่อให้ทำหน้าที่แทน แล้วรัฐบาลจะฟังหรือไม่

ก็คาดหวังยากอยู่เหมือนกัน

 

เมื่อ 'พี่-น้อง' เป็นของแสลง

    
 

          ส.ส. "สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร" ๔๙๘ คน

 

                เรียบร้อยแล้ว

                ส.ว. "สมาชิกวุฒิสภา" ๒๕๐ คน

                ทูลเกล้าฯ ถวายแล้ว

                ไม่วันนี้ (๑๑ พ.ค.๖๒) ก็พรุ่งนี้ น่าจะได้เห็นชื่อ เมื่อมีโปรดเกล้าฯ ลงมา

                และหลังวัน "วิสาขบูชา" ที่ ๑๘ พฤษภาไปแล้ว

                "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" จะเสด็จฯ ไปทรงเปิดประชุมรัฐสภานัดแรก

                นั่นก็คือ ในสัปดาห์ที่ ๓ ของเดือนพฤษภา..........

                ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๑-๒๒-๒๓-๒๔ ทั้งสภาผู้แทน และวุฒิสภา จะได้ตัวประธานและรองประธาน จากที่ประชุมครบเครื่อง

                จากนั้น ตัว "นายกรัฐมนตรี" คนที่ ๓๐ คือใคร?

                ได้เห็นแน่.......

                ไม่เกิน ๒๔ พ.ค.จากที่ประชุมร่วม "ส.ส.-ส.ว." ๗๕๐ คน

                ในที่ประชุมรัฐสภา เสนอชื่อคนไหนเป็นนายกฯ และคนนั้น ได้รับเสียงโหวตเกินกึ่งหนึ่ง คือตั้งแต่ ๓๗๖ คน ขึ้นไป

                "ได้เป็นนายกฯ"!

                แต่จะใช่ "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" หรือไม่?

                เพื่อไม่เป็นการทำร้ายจิตใจกันจนเกินไป เว้นช่องว่างไว้ให้ธนาธรเติมชื่อสุดารัตน์เป็นนายกฯ ของคนรุ่นใหม่ไปพลางๆ ก่อนพอได้ประโลมใจ

                หมดลุ้นรายชื่อ ๕๐๐ ส.ส.ตอนนี้ต่างลุ้นรายชื่อ ๒๕๐ ส.ว. แต่มีอยู่คน.........

                ยังไม่ทันรู้ว่าจะติดโผหรือไม่

                แต่คน "ยี้" ล่วงหน้าทั้งเมือง

                นั่นคือ "พลเอกปรีชา จันทร์โอชา" น้องชายนายกฯ นั่นเอง!

                ลำดับความตามท้องเรื่อง พลเอกปรีชาน่าจะผิดโผ ๒๕๐ ส.ว.จริงๆ

                เพราะท่านเป็น สนช.อยู่ และยื่นใบลาออกเมื่อ ๔-๕ วันที่ผ่านมา แสดงว่าได้ "ตีตั๋วต่อ" เป็นแน่แล้ว

                ยิ่ง "พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" รองนายกฯ พูดส่อนัยสมพ้องตามร่ำลือ

                "เชื้อไวรัสปรีชา" ระบาดพรึ่บ น่าสะพรึง!

                นี่ว่ากันเฉพาะด้าน ส.ว.นะ ยังไม่ไปถึงด้าน ครม.แต่ดูแล้ว จากกระแสเสียงและทิศทาง ไม่ว่าจากด้านไหน

                พุ่งใส่ "นายกฯ ประยุทธ์" เต็มๆ!

                เรื่องพี่-เรื่องน้อง เป็นวิบากกรรมอย่างหนึ่งของพลเอกประยุทธ์

                เป็นนายกฯ มา ๕ ปี ไม่มีใครด่าได้เรื่อง "หลังบ้าน" มาจุ้นจ้านสร้างครหา

                มีแต่พลเอกปรีชา น้องชายของท่านคนนี้แหละ ทั้งก่อนเกษียณและหลังเกษียณ

                ตัวพลเอกปรีชาเอง รวมทั้งภรรยาและลูก

                เกิดเป็นข่าว สร้าง "เครดิตลบ" ให้ตัวนายกฯ ไม่เว้นวาย

                ถ้าผมเป็นพลเอกปรีชานะ........

                จบจาก สนช.นี้ ก็ลี้จากวงจรอำนาจและการเมืองไปทำมาหากินอย่างอื่น หรือพักผ่อนนอนสบายอยู่กับบ้านดีกว่า

                อำนาจ-วาสนา-บารมี-เงินทอง ก็มีครบแล้ว จะกระหายหาให้กลายเป็นเหาไปเพื่ออะไร?

                มรดกตระกูลที่ได้ เงินดาว-เงินเดือนที่เก็บสะสมไว้ สองคนตา-ยาย ใช้วันละหมื่น-สองหมื่น

                ยันตาย ก็เหลือจนบูด!

                ส่วนลูกเต้า ก็โตไปทำมาหากิน เที่ยวประมูลงานตามค่ายทหารได้เองแล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วง

                ถ้าถามว่า ทำไมต้องให้ "อดทน-อดกลั้น" ในหมวดบารมีว่าด้วย "การเสียสละ" อย่างนี้?  

                คำตอบเดียว คือ........

                เพื่อความสบายใจทุกฝ่าย ในเมื่อสังคมมองท่านเป็น "ตัวบูด" ก็พาตัวเองออกมาให้พ้น "เกมอำนาจ" ที่พี่ชายท่านกำลังเล่น ซึ่งต้องใช้เครดิตเป็นเดิมพันสูงซะ

                เพราะการมาเป็น ส.ว.ของท่าน

                แทนที่จะเป็นจุดแข็ง.....

                กลับเป็นการสร้าง "จุดตาย-จุดสลบ" ให้พี่ชาย และไม่ใช่ประเดี๋ยว-ประด๋าว

                มันยาวนานตราบเท่าอายุ ส.ว.คือ ๕ ปีโน่นเลย!

                ๕ ปี ในตำแหน่งนายกฯ เผด็จการ พี่ชายท่านใช้เงินไม่เปลืองเท่าไหร่

                 แต่ใช้เครดิตหมดไปกับน้องชายที่ชื่อปรีชาและพี่ชายที่ชื่อประวิตรและอนุพงษ์ ชนิดต้องบอกว่า

                ..........."เปลืองมาก"!

                ก็บอกด้วยหวังดี ไม่มีผลทางการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันทันด่วนใดๆ ได้แล้ว

                เว้นแต่ พลเอกปรีชาตรองตก และสำนึกในเงาตัวเอง ว่าเพราะเหตุใด สังคมจึงจับจ้องและตีตราให้เป็น "คนดีที่ไม่ต้องการ" เช่นนี้?

                ปลีกไปแก้ไขซะ ไม่ใช่เข้ามาแพร่เชื้อไวรัสใส่รัฐบาลเลือกตั้งแต่เริ่ม!

                นอกจากพลเอกปรีชาแล้ว ฟังเสียงซีกพรรคที่จะมาร่วมเป็นรัฐบาลที่มี "พลเอกประยุทธ์" เป็นนายกฯ

                เขายกประเด็น "ไม่ทำงานกับเผด็จการทหาร" เป็นแง่ต่อรองว่าจะร่วม-ไม่ร่วม

                แล้วชี้ตัว "เผด็จการทหาร" ไปที่

                พลเอกประวิตร

                พลเอกอนุพงษ์

                ถ้า ๒ คนนี้อยู่ ๒-๓ พรรค เขาจะไม่มาร่วมเป็น "รัฐบาลจากการเลือกตั้ง"

                คือ ในคณะ คสช.เขายอมรับ "พลเอกประยุทธ์" ในตำแหน่งนายกฯ คนเดียว

                เพราะพลเอกประยุทธ์ ถือว่าเป็นนายกฯ ประชาธิปไตย มาจากเลือกตั้ง!

                ในประเด็น ไม่เอา "ประวิตร-อนุพงษ์" ซึ่งเป็นพี่ใหญ่-พี่รอง ซึ่งหอบหิ้ว เกื้อกูลกันมาเกือบครึ่งชีวิต

                ในความรู้สึกของพลเอกประยุทธ์ แน่นอน...ฟังแล้ว สะเทือนใจ!

                จะจริง หรือสุดท้ายแล้ว ต่อรอง "ยอมกันได้" แต่ถึงอย่างไร ปฏิกิริยา "ไม่เอา" พี่ใหญ่-พี่รอง

                มันจิกหัวใจ "บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก" จนเกิดแผลเสียแล้ว!

                ในความเห็นผม........

                พลเอกประวิตร นั้น "ที่มัวก็มี-ที่ดีก็มาก" สังคมจับจ้องมาก่อนเป็นรัฐบาล คสช.ด้วยซ้ำ

                คนไม่ชอบหน้ากัน ดีหรือเลว ถูกสรุปเป็น "เลว" หมดแหละ

                มันเป็นเวรกรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งก็เห็นใจท่าน ต้องบอกว่าจากกรรมบางอย่าง ส่งผลให้ "สังคมระแวง" ท่านตลอดกาล

                เรื่องอื่นๆ ไม่รู้.........

                รู้ เพราะถูกใจผมเรื่องเดียว คือ เรื่อง "ซื้อเรือดำน้ำ" ที่ด่ากันข้ามภพ-ข้ามชาติ จนบัดป่านนี้

                รัฐบาลใหม่ ผมเดาใจพลเอกประวิตร

                ท่านไม่ไหวแล้ว!

                คืออยากไปต่อ แต่สุขภาพ-สังขารท่าน น่าจะไปไม่ไหวในตำแหน่งกองหน้าอย่างปัจจุบัน

                ฉะนั้น พลเอกประยุทธ์ คงไม่ลากพี่ใหญ่มาใช้งานหนักอย่าง ๔-๕ ปีที่ผ่านมาอีก

                เว้นแต่ประสงค์ให้พี่ใหญ่ "ตายคาตำแหน่ง"!

                อีกอย่าง พลเอกประวิตร ท่านก็โตพอที่จะเข้าใจโลกและชีวิต

                เจ็บแค่ช้ำ ดีกว่าไปต่อ เป็นตัวล่อเป้า ให้เขายำเละ คาเวทีไม่มีพี่เลี้ยง ที่เรียก "สภาผู้แทน"

                และพูดกันตรงๆ พลเอกปรีชา "ตัวบูด" ภาควุฒิสภา ท่านก็อยู่ในฐานะ "ตัวบูด" ภาครัฐบาล

                คนที่อานทั้งขึ้น-ทั้งล่อง คือ "น้องเล็ก" ที่เป็นนายกฯ!

                สำหรับพลเอกอนุพงษ์ ว่าไปแล้ว นอกจากเรื่องลูกชายแล้ว เขามองตัวท่านว่า "ความชั่วไม่มี-ความดีไม่ปรากฏ"

                แต่นักการเมืองเลือกตั้ง เขาอยากได้ "กระทรวงมหาดไทย"

                จะให้ทำไงล่ะ...ก็ต้องไล่ท่าน!

                จะไล่ให้ทันสมัย ก็ต้องอ้างเหตุ "ประชาธิปไตยไม่เอาสืบต่ออำนาจ"

                ความจริง เมื่อ คสช.เข้ามาเป็นรัฐบาล คนตั้งหวังในตัวท่านสูงมาก

                ในด้านเข้ามาแล้ว ต้อง "ดุเด็ด-เผ็ด-มัน" ให้สมกับที่เป็น ผบ.ทบ.ลูกพี่ประยุทธ์มาก่อน

                แต่ปรากฏว่า "ชืด-จืด-กร่อย" ในความเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย

                จัดแถวคนใน "กรมการปกครอง" ได้ลงตัวขนาดไหน?

                ก็รู้ๆ เห็นๆ กันอยู่ สะท้อนจากบทบาท "ผู้ว่าราชการจังหวัด" หลายๆ จังหวัด

                ว่ากันไปแล้ว ก็สมควรนะ!             

                นักเลือกตั้งเขาเข้ามาแล้ว จะให้ "คนนอก" อย่างพลเอกอนุพงษ์ นั่งคาเก้าอี้มหาดไทย

                เป็นใคร ใครก็ไม่ยอม!

                ยิ่งคนที่นึกว่า "อมภูมิ" เอาเข้าจริง "ไม่มีภูมิ" ทางบู๊-ทางบุ๋นในการบริหาร กลับบ้านไปเถอะ

                ให้พลเอกประยุทธ์ "บินเดี่ยว" ในรัฐบาลประชาธิปไตยดูบ้าง

                ไม่เปรี้ยง ก็ให้โหม่งโลกไปเลย.

'เด็กบิ๊กป้อม'ชี้เปรี้ยง!ยุคนี้คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น

    
 

ถึงวันนี้ตั้งข้อสังเกตกันบ้างไหมว่า มีการปลด มีการถอดยศ เรียกเครื่องราชคืนจำนวนมาก 

คนไม่ดีในวงการต่างๆกำลัง ถูกกำจัดกวาดล้างด้วยอำนาจของกฎแห่งกรรม และนี่น่าจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า 

คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น 

ใครโกงชาติกินบ้านกินเมือง ก็พึงสังวรไว้ 

แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราชมีจริง 

ใครทำดีย่อมได้รับผลดี

ใครทำชั่วย่อมได้รับผลชั่ว"

'ติ๊งต่าง'แม่ยกปชป.วีนใส่'โพลเนชั่น'ให้'จุรินทร์แค่9%โอกาสคว้าหัวหน้าพรรค

    
 

ภาพจากเฟซบุ๊ก Kanjanee Valyasevi

11 พ.ค.62 - นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มชายไทยหัวใจรักสงบ ซึ่งมีจุดยืนทางการเมืองสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์  โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Kanjanee Valyasevi ระบุว่า "โพลล์ของเนชั่น ทำอย่างตรงไป-ตรงมามั้ย มากไปมั๊ง ให้จุรินทร์แค่ 9% อย่าให้คนก่นด่าว่า"สื่อเลือกข้าง" นะ"

 

'อภิรักษ์'เปิดตัวทีมงานชิงหัวหน้าพรรค ดึงคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนประชาธิปัตย์

    

 

ดีเดย์น้ำมันกัญชาสกัด กรกฎาล็อตแรก2.5พันขวด

    
 

ป.ป.ส.เร่งขับเคลื่อนนโยบายกัญชา ให้เวลา 5 ปีแรกช่วงตั้งไข่ ย้ำผู้ปลูกและผลิตต้องทำงานร่วมกับรัฐเท่านั้น กัญชาแปลงแรกของ อภ.ออกดอกแล้ว คาดเดือน ก.ค.นี้ผลิตน้ำมันกัญชาได้  2,500 ขวด 

11 พ.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ป.ป.ส)  นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาภายหลังมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ว่า ขณะนี้ ป.ป.ส.ได้เร่งสร้างการรับรู้เรื่องกัญชาถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายให้แก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ที่จะปลูกหรือผลิตกัญชาได้นั้นต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการองค์การอาหารและยา (อย.) ซึ่งในช่วง 5 ปีแรกต้องดำเนินการโดยรัฐหรือร่วมกับรัฐ อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาอย่างถูกกฎหมายและได้มีการดำเนินการปลูกแล้ว 2 องค์กร คือ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และมหาวิทยาลัยรังสิต ส่วนกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกซึ่งอยู่ระหว่างขออนุญาตปลูก ในส่วนขององค์การเภสัชกรรมที่ได้อนุญาตให้ปลูกไปก่อนหน้านี้ ขณะนี้ใกล้จะออกดอกแล้ว คาดว่าในเดือนกรกฎาคมนี้จะสามารถสกัดน้ำมันจากกัญชาที่ปลูกได้ประมาณ 2,500 ขวด ขวดละ 5 ซีซี 

 

เพื่อนพ้องน้องพี่ 'ประยุทธ์' โผ 'เหล้าเก่าในขวดใหม่'?

    
 

         ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนกันอีกต่อไปในการจัดทัพคณะรัฐมนตรี (ครม.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่กำลังมีความเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก กระแสข่าวที่ออกมาจะเป็นความจริง หรือแค่โยนหินถามทาง แต่ก็แสดงให้เห็นว่ามีการวางตัว จัดโผ แบ่งเค้ก กันในวงคนใกล้ชิดจากเครือข่ายเดิม

                ชื่อของ ทหารแก่ ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรี ลาออกย้ายฐานที่มั่นไปนั่งในสภาสูง รวมถึงทหารเกษียณอีกหลายคนที่น่าจะได้รับการผลักดันให้ทำงานต่อเป็น ส.ว. ในโควตาของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็คงมีอยู่จำนวนไม่น้อย

                กระนั้น เหล่าบรรดา บิ๊กทหาร ที่ใกล้ชิด บิ๊กตู่ กับ ลุงป้อม ก็มีทั้งที่ทำงานได้เข้าตา แต่บางคนก็กลายเป็น จุดอ่อน เข้าทำนองกระสุนตกในรัฐบาลที่กำลังจะสิ้นสภาพในเวลาอันใกล้

                แต่ก็ดูเหมือนว่าคนที่ใกล้ตัว นายกฯ กลับ เหนียว และยืนระยะในอำนาจได้นานกว่าที่คิด และมีแนวโน้มจะได้ไปต่อ ทั้งที่ตามความเป็นจริงน่าจะ “ปิดจ๊อบ” ไปพร้อมๆ กับ คสช.ที่สิ้นสภาพ ไม่เข้าไปเป็นตัวบั่นทอนให้เสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอนเพราะขาดความน่าเชื่อถือ

                ขณะที่ตัวของ พล.อ.ประยุทธ์เองไม่ยึดกระแสสังคมในการตัดสินใจ เลือกใช้วิธีปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปตามขั้นตอน โดยเลือกคนด้วยการยึดความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นหลัก

                ตำบลกระสุนตกที่ หนักที่สุด คงหนีไม่พ้น “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ที่ถูกเหล่าบรรดาสื่อสังคมออนไลน์เกาะติด ตั้งแต่การทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เลยไปถึง “จับผิด” ในพฤติกรรมประจำวันที่แสดงออกผ่านสื่อ

                แม้อำนาจของ รมว.กลาโหม จะถูก จำกัด ด้วยโครงสร้างอำนาจในกองทัพที่เปลี่ยนแปลงไป แต่หลายเรื่อง “บิ๊กป้อม”ยังมีบทบาทสำคัญอยู่อย่างต่อเนื่องในฐานะที่ยังกุมสภาพหน่วยงานด้านความมั่นคงมาเกือบ 5 ปี ส่งผลให้ฐานอำนาจที่มีอยู่แข็งแกร่ง ต่อให้มรสุมจะพัดมาหลายลูก ตั้งแต่ นาฬิกาหรู หรือคนใกล้ชิดได้รับผลกระทบครั้งสำคัญ ก็ไม่สามารถโค่น “บิ๊กป้อม” ลงได้ในขณะนี้

                เหตุเพราะการกำหนดจังหวะก้าวที่ รุก-รับ-ร่น-ถอย ตามสถานการณ์ของ “ทหารแก่” ที่เคี่ยวกรำในเกมอำนาจมานาน ประกอบกับ “บิ๊กตู่” ซึ่งไม่เคยทิ้ง พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ให้ต้องเจอชะตากรรมเพียงลำพัง จึงทำให้ “บิ๊กป้อม” ยังมีพลังพอที่จะมีชื่อใน “โผ ครม.” ที่กำลังต่อรองกันอยู่ขณะนี้

                ตอกย้ำคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ย้ำเสมอว่า สองพี่น้อง ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาในเส้นทางรับราชการหลายสิบปีจะไม่มีทางทิ้งกัน สอดรับกับปรากฏการณ์ตลอด 5 ปี ที่มีข่าวลือ “ลุงป้อม” หลุดจาก ครม.ทุกครั้ง หรือแม้กระทั่งจะถูกแขวนทุกตำแหน่ง และออกจากวงจรอำนาจไปแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ ณ วันนี้ เขาก็ยังมีชื่อเป็นพี่ใหญ่ที่ดำรงอยู่คู่บุญกับ “บิ๊กตู่” ต่อไปอีก

                ยังไม่นับ “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยอมรับว่าลาออกจากสภานิติบัญญัติ (สนช.) เพื่อเข้านั่งเป็น ส.ว.ต่อ ที่อยู่ในจุดที่เป็น ตำบลกระสุนตก ไม่แพ้ “บิ๊กป้อม”

                แม้จะไม่ได้เข้ามา วงใน ของการบริหารนโยบายของรัฐบาล แต่ปมประเด็นที่ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องความถูกต้อง-เหมาะสม-ชอบธรรม อันเกิดจากเรื่องที่มาคนในครอบครัว โดยเฉพาะบุตรชาย ที่เจอการตรวจสอบการประมูลงานก่อสร้างอาคารหน่วยงานในกองทัพ และหน่วยราชการหลายแห่งที่ไม่พ้นถูกมองเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ผสมโรงด้วยเพจดังที่โหมกระหน่ำเรื่องความหรูหราฟู่ฟ่า ของบุตรชาย-สะใภ้ ทั้งรถยนต์ สินค้าแบรนด์เนม เลยไปถึงการเข้ารับราชการทหาร โดย “บิ๊กติ๊ก” ลงนามเอง ท่ามกลางคำถามเรื่องความเป็น อภิสิทธิ์ชน

                และตัวเองยังถูกยื่นให้ตรวจสอบการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ เนื่องจากการสร้าง คฤหาสน์ หลังใหญ่ที่พิษณุโลก ซึ่งเจ้าตัวได้ชี้แจงสาเหตุการไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินว่าเพิ่งก่อสร้าง ส่งผลให้ ป.ป.ช.ชี้ว่าไม่เข้าข่ายความผิดไม่แจงบัญชีทรัพย์สิน

                ตามมาด้วยชื่อของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ยังเหนียวในโผรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งคุมกระทรวงคลองหลอดต่ออีกสมัย ท่ามกลางเสียงจากพรรคพันธมิตรอย่างภูมิใจไทยที่เดิมได้โควตากระทรวงดังกล่าวไปครอง เริ่มมีเสียงและท่าที แปร่งๆ

                ขณะที่เหล่าบรรดาผองเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ที่ได้ดีมาตั้งแต่รับราชการทหาร ช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้บัญชาการทหารบกเป็นต้นมา จนมานั่งทำหน้าที่ ทั้งใน สปท. สนช. ครม. ต่างก็พาเหรดมีชื่อในหลายๆ “โผ” ที่กำลังใกล้ลงตัว

                ซึ่งหากทุกอย่างลื่นไหลและไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองใดๆ ครม.-ส.ว.ชุดใหม่ ก็จะมี ทหารแก่ คุ้นหน้า คุ้นตา คัมแบ็กกลับมาให้เห็นเป็นเป้าโจมตีเหมือนเช่นเดิม!!!. 

 ............................................................

11 พฤษภาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน