*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3575
  • จำนวนผู้ชม : 2315965
  • จำนวนผู้โหวต : 519
  • ส่ง msg :
  • โหวต 519 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 158 , 19:54:18 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link @ : 

สวัสดีครับ

         นิยามการทำงานของ 'บิ๊กตู่' เด็ดขาดจังเลยครับ ถ้าจะว่าเป็นการสร้างภาพเพื่อเรียกร้องศรัทธาจากปชช. ก็นับว่าได้ผล

 แต่อย่างไรก็ตาม การทำงานของ 'บิ๊กตู่' ก็เป็นที่ยอมรับจากปชช.อยู่แล้ว แม้จะต้องทำงานเป็นทีมก็ตาม ซึ่งเราก็ควรยอมรับ

คนร่วมทีมคสช.กับ'บิ๊กตู่' เสียด้วยกันอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ ล่าสุดก็มี ส.ว.อีก 250 เสียง ที่จะเป็นกำลัง reaction สู้กับกลุ่มทุนสามานย์

ที่มีเรี่ยวแรงมิใช่น้อยทีเดียว

 

'บิ๊กตู่'พร้อมเป็นนายกฯต่อ เผยนิยามการทำงาน'หายใจเข้าไว้ เพื่อคนไทยทั้งประเทศ'

'บิ๊กตู่'พร้อมเป็นนายกฯต่อ เผยนิยามการทำงาน'หายใจเข้าไว้ เพื่อคนไทยทั้งประเทศ'

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 17.46 น.

15 พ.ค. 62  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงความหวังที่จะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งว่า "ก็ไม่ได้หวังอะไร อย่ามาถามความหวังของผม มันอยู่ที่ประชาชน"

เมื่อถามว่า กระแสพรรคพลังประชารัฐมีเสียงสนับสนุนจากหลายพรรคทำให้เห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งรู้สึกอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เสียงสนับสนุนก็ไม่น้อย แต่จะได้กลับมาเป็นนายกฯหรือไม่นั้นยังไม่รู้ เมื่อไม่รู้ก็อย่าเพิ่งไปคาดความก่อนเลย วันนี้ยังไม่ได้มีการประชุมเพื่อเปิดสภาฯเลย ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเปิดสภาฯก่อนตามขั้นตอน  เมื่อเปิดสภาเสร็จ ก็จะเลือกประธานสภาฯ และเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อได้นายกรัฐมนตรีมา ก็จะมีการจัดตั้งรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า นิยามการเป็นนายกฯคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนจะทำทุกอย่างให้ดีกว่าเดิม better and better  ทุกอย่างมันต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราไม่สร้างแรงศรัทธาไว้ในใจว่าจะต้องดีขึ้นตนคงลากลับบ้านไปนานแล้ว เราตั้งมั่นว่ามันต้องดีขึ้น อย่างน้อยมันก็ดีขึ้น เห็นได้จากหลายๆอย่าง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟ ทางด่วนทุกอย่างก็ดีขึ้นแล้ว ทำไมไม่มองตรงนี้ เศรษฐกิจ ดิจิตอลออนไลน์ ทุกอย่างดีขึ้นหมด ช่องทางการค้าขายต่างๆก็ดีขึ้น กฎหมายออกมาถึง 500 กว่าฉบับ ออกมาจากคนพวกนี้ และขึ้นมาเป็นส.ว. คนเหล่านี้ทำงานมาโดยตลอด ทำความดีมามากพอสมควร ขอร้องอย่าไปตีกันมากนักเลย อย่างไรก็หนีกันไม่พ้น พวกคุณก็ดูสินักการเมืองหน้าใหม่ๆเข้ามากันกี่คน 

เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ภายในเดือนพ.ค.นี้น่าจะเห็นหน้าตาของนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าบอกว่าเดือนนี้ในวันที่ 24 พฤษภาคม ทางสภาฯจะจัดพิธีเสด็จพระราขดำเนิน ทรงเปิดสภาฯ ขั้นตอนต่อไปสภาก็ต้องรีบดำเนินตามขั้นตอนในการเลือกประธานสภา จากนั้นถึงจะมีการเปิดสองสภาฯเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป ทุกอย่างน่าจะจบภายในเดือน มิถุนายน

เมื่อถามว่า รู้สึกใจเต้นหรือไม่พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "เต้นเรื่องอะไร ผมเต้นจนเลิกเต้นมานานแล้ว 5 ปีเต้นแล้วเต้นอีก เต้นจนจะหลุดออกจากนอกเบ้ามาหลายรอบแล้วแต่ก็กลับมาที่เก่าแล้ว เพราะอะไรจะเกิดก็เกิดไป มันเป็นเรื่องชะตาชีวิตของพวกเราทุกคน ของประเทศไทยด้วย

เมื่อถามว่าพร้อมที่จะเป็นนายกฯใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว ย้อนถามว่า แล้วจะอย่างไร ถ้าเขาบอกว่าให้ผมเป็นแล้วผมจะต้องปวยทันทีหรืออย่างไร มันก็ไม่ใช่ วันนี้ยังไม่รู้ ถ้าเขาไว้ใจผมก็พร้อม

เมื่อถามว่า ถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปสิ่งแรกที่จะทำคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างมั่นใจว่า ทำให้สงบ และทำให้สภาสงบ แล้วทำไมไม่ไปบอกให้เขาทำให้สงบบ้าง  ทุกคนต้องเคารพกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตั้งใจที่จะทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง หลายคนก็เป็นนักการเมืองเก่า ตนเชื่อว่าทุกคนมีจิตปรารถนาที่ดี ทั้งหมดอยู่ที่หัวหน้ารัฐบาล จะทำอย่างไรให้ทุกคนร่วมมือกัน รักกันได้ เพื่อประชาชนและพวกเราทุกคน ไม่ใช่เพื่อนผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง วันข้างหน้าก็มีการตรวจสอบกันมากมาย ฉันคงไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงอะไรมากมาย มันก็มีกฎหมายและกติกาทุกตัว

เมื่อถามว่านิยามของพล.อ.ประยุทธ์ในการทำงานคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าหายใจเข้าไว้ ทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวแสดงความยินดีกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ พร้อมกล่าวว่ายินดีด้วย

‘พท’รุกฆาต‘คสช.’กางชื่อกก.สรรหา‘ส.ว.’ปิดทางแพ้โหวตตั้งนายกฯ

‘พท’รุกฆาต‘คสช.’กางชื่อกก.สรรหา‘ส.ว.’ปิดทางแพ้โหวตตั้งนายกฯ

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 17.10 น.

เพื่อไทยบุกทำเนียบยื่นหนังสือถึง “คสช.”  จี้เปิดเผยรายชื่อกก.สรรหาสว.-กระบวนการ-งบฯจี้ 250  ส.ว. งดโหวตเลือกนายกฯให้ส.ส. 500 เสียงที่มาจากการเลือกตั้ง ทำหน้าที่เท่านั้น 

15 พ.ค. 62  เมื่อเวลา14.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีทำเนียบรัฐบาล นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายเทอดธนัทสีเขียวคนรุ่นใหม่ เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยไปยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองประธาน คสช. ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา ส.ว. เพื่อขอให้เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ทุกคนกระบวนการสรรหาและงบประมาณในการสรรหาสมาชิกส.ว. โดยมีนายสมพาศ นิลพันธุ์ ที่ปรึกษา สปน. เป็นผู้รับหนังสือ 

โดยนางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมอบให้ตัวแทนทีมงานโฆษกมายื่นหนังสือถึง คสช. เพราะต้องการทราบรายชื่อคณะกรรมการสรรหาวุฒิสภาขอให้ คสช. เปิดเผยรายชื่อกระบวนการสรรหาทุกขั้นตอนรวมถึงงบประมาณในการใช้จ่ายที่ใช้สรรหา เพราะจากการที่ได้ทราบจากสื่อมวลชนเสนอว่า ใช้ไปพันกว่าล้านบาททั้งที่เมื่อได้เห็นรายชื่อวุฒิสภาแล้วคิดว่า300 ถึง400 ล้านบาทก็เกินพอแล้ว 

“250 ส.ว.นั้นไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แต่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นว่า การแต่งตั้งประธานกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นพล.อ.ประวิตรรองหัวหน้า คสช. นั้น จึงถือว่า บุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้ที่มีความเป็นกลางทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 269 (1)  กำหนดและกระบวนการสรรหาวุฒิสภาก็กระทำเป็นการภายในโดยที่ประชาชนทั่วไปไม่มีส่วนได้รับทราบข้อมูลใดๆและรายชื่อที่ออกมาก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วประเทศมีชื่อบุคคลที่ใกล้ชิดกับ คสช. จำนวนหลายคนเป็นญาติเป็นอดีตคณะรัฐมนตรีของ คสช. เป็นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งในองคาพยพของ คสช. จึงทำให้เกิดข้อสงสัยเคลือบแคลงว่า บุคคลเหล่านี้มีความเป็นกลางมีความอิสระในการทำหน้าที่มากน้อยแค่ไหนซึ่งในรัฐธรรมนูญมาตรา114 ระบุไว้ว่า วุฒิสภาต้องทำหน้าที่อย่างอิสระมีหลักการมีความเป็นกลางทำให้เกิดความสงสัยในภาคสังคมว่า จะทำหน้าที่อิสระและเป็นกลางได้อย่างไรสิ่งที่เกิดขึ้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่จึงขอให้เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหาส.ว.” นางลดาวัลลิ์ กล่าว 

นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า การทำหน้าที่ของวุฒิสภาร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก็ขอให้เห็นแก่ประชาชนเห็นแก่ความสงบสุขของบ้านเมืองขอให้งดในการออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีเพื่อที่จะให้หลีกให้เฉพาะผู้ที่ประชาชนเลือกคือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองทั้ง 500  คน ทำหน้าที่พิจารณาโหวตเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะทั้ง 250 ส.ว.  ต้องตระหนักว่า ทุกคนไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจึงขอให้หลีกทางให้ส.ส. ทำหน้าที่ 

ด้านนายสมพาศ กล่าวว่า เมื่อรับหนังสือแล้วในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้จะดำเนินการส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จากนั้นรอนายกฯสั่งการ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการจากนั้นรอให้ฝ่ายเลขาธิการของคณะกรรมการสรรหาได้พิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตามตนจะเร่งดำเนินการให้เร็ว

'สมคิด'ร่วมถกปั้นบัณฑิตพันธุ์ใหม่  เดินหน้าพัฒนาคนเพื่อขับเคลื่อนเขตพื้นที่ อีอีซี

'สมคิด'ร่วมถกปั้นบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เดินหน้าพัฒนาคนเพื่อขับเคลื่อนเขตพื้นที่ อีอีซี

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 18.38 น.

“สมคิด” ประชุมผู้บริหารสถาบันการศึกษา-อีอีซี และสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม เดินหน้าพัฒนาคนเพื่อขับเคลื่อน เขตพื้นที่ อีอีซี

15 พ.ค.62 ที่กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษณ์ รองนายกรัฐมนตรี และรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) และรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธานมอบนโยบาย การผลิตกำลังคนตามความต้องการเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) และมี ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) มอบแนวทาง เรื่อง แนวทางการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อพัฒนากำลังคนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ดร.คณิต แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เข้าร่วมพร้อมกับสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐ เอกชน ทั่วประเทศ และกน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย

ดร.สมคิด กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้เพื่อวางแผนการผลิตบุคลากรทางการศึกษาเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในอนาคตข้างหน้า และได้ให้กำลังใจมหาวิทยาลัย โดยขอให้เตรียมการเรื่องหลักสูตรใหม่ๆ และการสนับสนุนงบประมาณให้กับมหาวิทยาลัย รวมถึงแนวทางความร่วมมือในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพราะถ้าเราต้องการผลักดันให้ประเทศสามารถผลิตบุคลากรที่พร้อมรองรับอนาคตแล้ว หลายหลักสูตรจะต้องเกิดขึ้นใหม่ และวิธีการผลิตบุคลากรก็ต้องเปลี่ยนแปลงใหม่ ในขณะเดียวกันหลักสูตรเดิมๆเราก็จะรักษาไว้ในสิ่งที่ดี เพียงแต่ทางสำนักงบประมาณจะให้งบฯไปในสาขาที่ประเทศต้องการสร้างอนาคตข้างหน้า และการศึกษาจะยังคงมีทั้งสายศิลป์ และสายวิทย์ฯ เพื่อให้มีดุลยภาพร่วมกัน และจะต้องตอบโจทย์ อีอีซี ภายใน 5-10 ข้างหน้านี้ด้วย เพราะหากไม่มีการเตรียมการไว้รองรับก็จะทำให้มีบุคลากรไม่เพียงพอกับความต้องการ รวมถึงให้มีความร่วมมือกับต่างประเทศ เราต้องยอมรับว่าบุคลกรที่ผลิตออกมาในหลายสาขายังขดความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ จึงอยากให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยหาหาความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อมาร่วมงานการฝึกบุคลกรให้กับเรา รวมถึงผลักดันวางด้านการงานวิจัย การสร้างผู้ประกอบการใหม่ๆเป็นต้น ซึ่งตนคิดว่าการร่วมมือครั้งงนี้ยังไม่สายเกินไป

“การผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพสำคัญที่สุด ปัจจุบันโลกธุรกิจ เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปเร็ว การจะให้ประเทศพัฒนาได้ จะต้องให้เกิดการเคลื่อนนโบาย 4.0 ซึ่ง 4.0 ไม่ใช่เป็นแค่ชื่อ ทั้งที่จริง 4.0 เกิดขึ้นมาเพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ ๆ และเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของนวัตกรรมและสิ้นค้าที่ผลิตให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย และประเทศไทยจะต้องทำให้สินค้าเกษตรเป็นอันดับ 1 และการท่องเที่ยวเป็นอันดับ 1 ซึ่งในจุดนี้ มหาวิทยาลัยต่างๆก็ไม่ต้องแข่งขันกันเองในการผลิตบุคลากร จะต้องผลิตบุคลากรที่ออกมารองรับความต้องการ ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในชุมชน ก็ให้ทำในสิ่งที่ควรทำไม่ต้องไปแข้งขันกับมหาวิทยาลัยอื่น ให้เน้นอุตสาหกรรมการเกษตร การบริการ และการท่องเที่ยวในชุมชนให้มีความหลากหลาย สอนคนให้สร้างเศรษฐชุมชนขึ้นมา ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว”

ด้าน ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม กล่าวว่า โครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เริ่มตั้งแต่ปี 2561 โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ทำโครงการนี้ให้สำเร็จ ที่อยากเสนอไม่ใช่แค่การสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ แต่รวมถึงการพัฒนาอาชีวศึกษาพันธุ์ใหม่ด้วย เพื่อขับเคลื่อน อีอีซี และไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งภาพใหญ่แนวโน้มของโลกปรับตัวสู่การสร้างนวัตกรรม สร้างองค์ความรู้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับการแข่งขัน ทั้งนี้จากข้อมูลของธนาคารโลกปี 2030 แรงงานจะถูกแทนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ประเทศไทยถูกแทนถึง 72 % แต่คิดว่าคงมาเร็วกว่าปี 2030 ขณะนี้ ตลาดแรงงานมีความต้องการที่เปลี่ยนไป แต่ตอนนี้เราผลิตกำลังคนยังไม่ตอบโจทย์ การศึกษาชาติ ไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ผู้ที่จบอาชีวะยังมีทักษะที่ไม่ตรงตามความต้องการ คุณภาพไม่ดี และอุดมศึกษาผลิตกำลังคนไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานประเทศ และไม่ตอบโจทย์โลก ประเทศไทยยังติดอยู่ในกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โครงการนี้จะเป็นหัวหอกในการยกระดับประเทศ ให้หลุดจากประเทศปานกลาง ซึ่งการจะหลุดพ้นได้คนจะต้องมีรายได้ต่อเดือน 3.2 หมื่นบาท แต่ตอนนี้คนมีรายได้อยู่ที่ 1 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลจึงชัดเจนว่าสถาบันการศึกษาจะต้องเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เป็นหัวขบวนสำคัญในการผลิตบัณฑิตที่มีทักษะ สมรรถนะ อาวุธที่ดีที่สุด คือการทำให้คนมีคุณภาพ และการศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้คนมีคุณภาพ มีทักษะเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ การศึกษาจึงต้องปรับตัว และจะต้องขับเคลื่อนการผลิตงานวิจัย สร้างองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆและผลิตสินค้าได้เอง และลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี

ขณะที่ นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ อีอีซี. กล่าวว่า บัณฑิตพันธุ์ใหม่ คือ กำลังคนที่ อีอีซี ต้องการ และจากการสำรวจข้อมูลช่วง 10 ปีที่ผ่านมาการผลิตบัณฑิต ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งที่พื้นที่ อีอีซีมีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นทุกปีๆละประมาณ 2.2 หมื่นคน แต่จำนวนแรงงานในพื้นที่มีไม่เพียงพอ ดังนั้น อีอีซี ได้มีการกำหนดเป้าหมายความต้องการแรงงาน ระยะ 5 ปี ใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ผ่านการพัฒนาบัณฑิตพันธุ์ใหม่ จำนวน 4.75 แสนคน ในหลักสูตรใหม่จำนวน 200 หลักสูตร ซึ่งได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยมหาวิทยาลัยในพื้นที่ อีอีซี จำนวน 8 แห่ง และสถานอาชีวศึกษา 48 แห่ง รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานนอกพื้นที่อีก 30% เพื่อเพิ่มทักษะบุคลากร เชื่อมั่นว่าในระยะเวลา 5 ปี หากสามารถพัฒนากำลังคนได้ตามเป้าหมายก็จะช่วยให้เกิดการพัฒนาอุตสหกรรมในพื้นที่ อีอีซี
 

 
 
 
 

สะพัดปิดตำนาน “เดอะ เนชั่น” หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ฉบับสุดท้าย 28 มิ.ย.นี้

เผยแพร่: 15 พ.ค. 2562 18:18   ปรับปรุง: 15 พ.ค. 2562 18:35   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

วันนี้ (15 พ.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้สื่อข่าวและคอลัมนิสต์เครือเนชั่น โพสต์ข้อความอำลาหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น (The Nation) หลังมีกระแสข่าวว่าผู้บริหารเครือเนชั่นเตรียมที่จะปิดตัว โดยมีกระแสข่าวว่าจะตีพิมพ์ฉบับสุดท้ายในวันศุกร์ที่ 28 มิ.ย. 2562 อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำชี้แจงใดๆ จากทางผู้บริหารเครือเนชั่นถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

สำหรับหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น ตีพิมพ์ครั้งแรกในชื่อ “เดอะ วอยซ์ ออฟ เนชั่น” (The Voice of Nation) เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2514 หรือเมื่อ 48 ปีก่อน ก่อตั้งโดยนายสุทธิชัย แซ่หยุ่น หม่อมราชวงศ์หญิงสุนิดา กิติยากร และนายธรรมนูญ มหาเปารยะ หลังลอร์ดทอมสันแห่งฟลีท (Lord Thomson of Fleet) จากประเทศอังกฤษ เจ้าของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ซื้อกิจการหนังสือพิมพ์บางกอกเวิลด์ นายสุทธิชัยซึ่งขณะนั้นเป็นบรรณาธิการข่าวในประเทศ เห็นว่าเป็นการผูกขาดวงการหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ

ต่อมาคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ก่อรัฐประหารในวันที่ 6 ต.ค. 2519 มีคำสั่งปิดหนังสือพิมพ์ในประเทศไทยทุกฉบับ นายสุทธิชัยจึงนำใบอนุญาตที่เคยทำสำรองไว้ก่อนหน้านั้น ออกหนังสือพิมพ์ชื่อใหม่ว่า เดอะ เนชั่น รีวิว (The Nation Review) แล้วเปลี่ยนมาเป็นเดอะเนชั่นเมื่อปี 2528 มาถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังขยายธุรกิจเปิดหนังสือพิมพ์ธุรกิจภาษาไทย กรุงเทพธุรกิจ หนังสือพิมพ์ข่าวทั่วไปภาษาไทย คมชัดลึก วิทยุเนชั่น รวมทั้งสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนแนล ผลิตให้ยูบีซี 8 ก่อนบุกเบิกทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม เมื่อสภาวะเศรษฐกิจรวมทั้งจำนวนผู้บริโภคลดลง เครือเนชั่นตัดสินใจปิดตัวนิตยสารวิเคราะห์ข่าวรายสัปดาห์ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2560 และได้ปรับหนังสือพิมพ์คมชัดลึกโดยรวมวันเสาร์และอาทิตย์เข้าด้วยกัน กระทั่งนายสุทธิชัยได้ยุติบทบาทในเครือเนชั่นเมื่อเดือนมีนาคม 2561 เพื่อเปิดทางให้กลุ่มทุนใหม่ นำโดยนายฉาย บุนนาค เจ้าของบริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้ามาบริหารงาน ปัจจุบันหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น มีนายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี เป็นบรรณาธิการบริหาร และมีนายตุลสถิตย์ ทับทิม เป็นบรรณาธิการอาวุโส
 
...............................................
 
15 พฤษภาคม 2562
 
 
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน