*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3640
  • จำนวนผู้ชม : 2335378
  • จำนวนผู้โหวต : 520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 520 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 125 , 12:10:43 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ก.รัตนไตรมิตร โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ตามรายงานข่าววันนี้ ชี้การแบ่งเป็น 2 ก๊ก ของพรรคปชป.ขณะนี้ ชี้ชะตาว่าพปชร.จะจัดตั้งรัฐบาลได้หรือเปล่า โดยทาง

ฝั่งเพื่อไทยรอทำหน้าที่แทนอยู้แล้ว แล้วคงจะได้เสียงสมทบจากอนค.อย่างแน่นอน 

 

ระบอบทักษิณแพ้อีกยก

    

                 วิถีไทย....

                หมายถึงอะไร?

                หลายๆ คนคงคิดแค่ว่า เป็นเรื่องของวิถีดำเนินชีวิตประจำวัน เรื่องวัฒนธรรม ขนบ ประเพณี เรื่องอาหารการกิน

                ที่จริงแล้วหมายรวมไปถึงการเมืองในวิถีของคนไทยด้วย

                มีการค่อนแคะ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ว่าเป็นประชาธิปไตยแบบหย่อนยาน ไร้ระเบียบ ไม่มีวินัย ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง

                อดีตคนไทยไม่ได้ยากลำบาก มีทรัพย์ในดิน สินในน้ำ ไม่เคยมีใครอดตาย ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร

                นี่อาจเป็นข้อเสียของคนไทย

                สบายจนเคยตัว

                แต่ไม่ได้เลวร้ายอะไร

                จนกระทั่งมีนักการเมืองจับจุดได้ว่า จะเพิ่มความสบายจนเคยตัวให้มากขึ้นได้อย่างไร 

                แล้วนโยบายประชานิยมก็คลอดออกมา

                ลด แลก แจก แถม สารพัด

                นับแต่นั้นความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งระหว่างประชาชน รุนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน

                วิถีทางการเมืองไทยจึงเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไม่มีวันกลับ

                เปลี่ยนไปขนาดไหน?

                ขนาดที่ว่า คนโกงสามารถใช้ประชาธิปไตยบังหน้าได้

                และมีคนเชื่อกันดาษดื่น

                แม้กระทั่งนักการเมือง คนที่อาสา นำพาชาติ ยังแยกไม่ออก เห็นภัยโกงเป็นเรื่องธรรมดา ขณะเดียวกันภัยจากกองทัพต้องรีบขจัด ไม่เช่นนั้นสืบทอดอำนาจยาว

                ขอบคุณ คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ช่วยกระตุกต่อมสำนึก

                คุณหมอโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom เอาไว้แบบนี้ครับ

                ...สับสนไปกันใหญ่!!!!

                ช่วยกันวิเคราะห์การเมืองหน่อยครับว่า อะไรเป็นปัญหาทางการเมือง ที่เป็นอันตรายต่อชาติมากกว่ากันระหว่าง

                "ทุนสามานย์ที่อ้างประชาธิปไตยกับการสืบทอดอำนาจ"

                ถ้าเราวิเคราะห์ปัญหาได้ถูก เราจะแก้ปัญหาได้ถูก แต่ถ้าวิเคราะห์ได้ผิด ก็จะแก้ปัญหาผิด...

                เข้าใจว่าคงสื่อสารไปยังบางกลุ่มในพรรคประชาธิปัตย์นั่นแหละครับ

                คือ...บางคนในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ตระหนักว่า ประชาชนที่สนับสนุนพรรคเคยสู้กับอะไรมา

                ก็ไม่อยากให้เดินผิดพลาดซ้ำซาก

                คนที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์เขาไม่ได้สู้กับกองทัพ

                แต่สู้กับระบอบทักษิณ

                ระบอบการเมืองโคตรโกง

                พวกทุนสามานย์

                ก็อย่างที่คุณหมอวรงค์บอก ถ้าวิเคราะห์ผิด มันก็ผิดหมด

                ที่จริงมันก็ไม่ได้ยากที่จะวิเคราะห์

                เว้นเสียแต่ว่าสิ่งที่คนเคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์สู้มานั้น ไม่สำคัญอะไรต่อพรรคประชาธิปัตย์เลย  โดยเฉพาะกลุ่มที่บอกว่า เป็นคนรุ่นใหม่

                ครับ..พูดถึงคนรุ่นใหม่ คำว่า "คนรุ่นใหม่" นับวันเริ่มจะเป็นที่กังขาเรื่องวิธีคิด 

                คนรุ่นใหม่ เริ่มจะคิดแบบไม่มีอดีตรองรับ 

                ไม่สนใจรากเหง้าของตนเอง ของสังคม ของประเทศ

                นิยามคนรุ่นใหม่วันนี้ จึงไม่เหมือนเดิม

                มีความชังชาติเจือสมอยู่

                และความชังชาติ มีเหตุจากความผิดหวังในสิ่งที่คนรุ่นเก่าสร้างเอาไว้

                ใช่ครับ...ยังคงต้องพูดถึงพรรคอนาคตใหม่

                ความชังในทุกสิ่งอย่าง ยกเว้นตัวเอง นับวันยิ่งอันตราย

                และนี่จะเป็นภัยใหม่ เป็นภาคต่อของระบอบทักษิณ

                เหตุที่ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ประกาศพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเป็นนายกรัฐมนตรี ที่เป็นไปไม่ได้นั้น เป็นประเด็นที่น่ากังวล

                หากพิจารณาจากพฤติกรรมที่ผ่านมา พบว่าหลายครั้งมีทัศนคติที่คับแคบ

                ปราศจากการเรียนรู้อดีต

                ขอโทษพรรคความหวังใหม่ของพ่อใหญ่จิ๋ว

                ที่เคยบอกว่าเป็นความหวังใหม่ของประชาชน

                สุดท้ายมีคนไปอำว่า เป็นควายหวังหม่ำ

                มาถึงอนาคตใหม่ เริ่มมีคนเอาชื่อพรรคไปผวนคำอำเอาเหมือนกัน

                อนาใคหมด

                หมดครับ...

                ไม่มีอนาคตใหม่ หรือความหวังใหม่อะไรทั้งนั้น

                มีแต่ปัญหาใหม่ในอนาคต

                ดูเหมือนการตัดสินใจทางการเมืองของ "ธนาธร" มาจากความโกรธ ความไม่พอใจ ต่อใครก็ตามที่ตรวจสอบ พรรคอนาคตใหม่ และตัวเขา

                ลากแม่ตัวเองเข้ามาในดงแข้งการเมือง

                ก๊อบปี้มาจาก "ทักษิณ" เป๊ะเลย! 

                แล้วข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

                เละครับ...

                เอาเฉพาะเนื้อข่าววานนี้ (๑๗ พฤษภาคม) มาร้อยเรียง จะเห็นทั้งความเลอะเทอะ เละเทะ ไร้สาระเต็มไปหมด

                "ปิยบุตร แสงกนกกุล" บอกว่า

                "เราได้มอบอำนาจให้พรรคอันดับ ๑ จัดตั้งรัฐบาล แต่กระทั่งวันนี้ยังไม่มีความชัดเจน อีกทั้งเดินไปทางไหนประชาชนก็รู้สึกสิ้นหวังว่าสุดท้ายเลือกตั้งมาแล้ว ยังจะได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯ อีก ๑ สมัย

                พรรคอนาคตใหม่ในฐานะพรรคอันดับ ๒ ของฝ่ายที่ไม่เอา คสช.จึงจะจัดตั้งรัฐบาลเอง และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เปิดทางให้แล้ว

                ผมมองว่าการที่พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลได้ลำบาก เพราะ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาพรรคการเมืองใหญ่ๆ มีความขัดแย้งกันค่อนข้างมาก แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้งนั้น เชื่อว่าจะเจรจาต่อรองกันได้ มั่นใจว่าภายใน ๗ วัน จะหารือพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลขั้วที่ ๓  และไม่ได้เป็นการเสียมารยาททางการเมือง

                ที่ผ่านมาพรรคที่ชนะในอันดับ ๑  และ ๒ ไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นเราจะเดินหน้าเจรจากับพรรคอื่น”

                แล้วลองไปฟัง "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส"

                “ผมขอแสดงความยินดี กับคุณจุรินทร์ ด้วย ที่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขอฝากไปถึงคุณจุรินทร์ด้วยว่า มาร่วมทำงานกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน มีอะไรก็มาพูดคุยกัน ขอให้พรรคของท่านเป็นแบบอย่างของพรรคการเมืองที่ยึดถือเรื่องของประชาธิปไตยเป็นสำคัญ

                ในส่วนของผมยังเหมือนเดิม พร้อมที่จะยกโควตา ส.ส.ของผม จำนวน ๑๐ คนให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ เลย

                ผมขออย่างเดียว ขอให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปอย่างถูกทำนองคลองธรรม

                "ลุงเสรี" ยังชูประชาธิปัตย์อยู่เลย

                ในความหมายของ "ลุงเสรี" ถ้าไม่ให้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแก่ประชาธิปัตย์เขาจะไปทำไม เพราะอยู่ฝั่งพลังประชารัฐอย่างน้อยรัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ เขาได้อยู่แล้ว

                มันจึงกลายเป็นเรื่องเด็กเล่นขายของ

                "จตุพร พรหมพันธุ์" เขายืนยันทำนองนั้น

                "ในวิกฤติครั้งนี้มีโอกาสดี ถ้าประชาธิปไตยรู้จักอดเปรี้ยวไว้กินหวาน อีกไม่นานหวานจะได้กิน

                ตอนนี้ดัชนีทางการเมืองทั้งสองฝ่าย เหมือนถูกล็อก ไม่ว่าจะเลือกอย่างไรก็ได้ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีก

                ต่อให้พรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา มารวมอนาคตใหม่ที่ประกาศเป็นแกนนำ ก็ไม่ถึง ๓๗๖  เสียง"

                นั่นคือความจริง ตัวเลขมันเป็นแบบนั้น

                ใครจะคบเด็กสร้างบ้าน ก็ลองดู แต่ระวังหลังคาจะถล่มใส่หัว

                พรรคอื่นก็ดูไว้...ถึงขั้นที่พรรคเพื่อไทยดันสุดๆ ยังหมดหนทางจัดตั้งรัฐบาล แล้วปล่อยให้ "ธนาธร-ปิยบุตร" ไปเร่ขายฝัน

                มันชัดเจนแล้วว่า ระบอบทักษิณแพ้ มันจบแล้ว!

                ไพ่หมดหน้าตัก!

                ไม่ต่างยกธงขาว

                แต่คงเห็นเด็กมันร้อนวิชา ก็ลองดูเผื่อฟลุก

                และปัญหาต่อไปก็คงจะอยู่ที่พวกเด็กร้อนวิชานี่แหละครับ   

                ทัศนคติที่คับแคบแต่ดันไปทึกทักเอาว่ากว้างใหญ่ไพศาล ก็ลองดูตามที่ "ปิยบุตร" พูดไว้วานนี้นะถือว่า กกต.ได้ละเมิดสิทธิการออกเสียงของประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์ แม้จะมีการอ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้ เรื่องสูตรการคำนวณ ส.ส. ว่าเป็นไปตามมาตรา ๑๒๘ แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยบอกว่าสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.ครั้งนี้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และขัดต่อมาตรา ๙๑ หรือไม่

                ดังนั้นจึงอยากขอส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สูตรของ กกต. และวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส. จากที่ได้รับมาจากวิธีการคำนวณของ กกต. ขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๙๑ หรือไม่”

                เป็นการบอกว่า กกต.ละเมิดประชาชนที่ใช้สิทธิ์เลือกพรรคอนาคตใหม่

                ทั้งที่เป็นการตรวจสอบตามระบบปกติ

                ถามหน่อยเถอะ เวลาไปด่าพรรคอื่นว่าเป็นพวกเผด็จการสืบทอดอำนาจ สนับสนุนทรราช ล้าหลัง  ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย สิทธิของประชาชนที่เขาเลือกพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ฯลฯ  ละเมิดได้ตามใจชอบอย่างนั้นหรือ?          

                โอ เฮรอวัวร์ ....ปีแอร์แยร์ เดอ แซงการ์แนงซ์กุล.

           ผักกาดหอม

'ธนาธร'ส่อปากปลาหมอ!'บุญยอด'จี้เคลียร์ปมขนเงินร้อยล้านประเคนอนาคตใหม่

    
 

19 พ.ค.62 - นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านโพสต์ ระบุว่า  "ธนาธร"บอกให้พรรคยืม110ล้าน  ตอบให้ได้นะ      ว่าอยู่ในหมวด"อุดหนุน"??  "ระดมทุน"??  หรือ"บริจาค"??  กกต. ต้องตรวจสอบ!!!

นายบุญยอด โพสต์ด้วยว่า  "ธนาธร"คุยฟุ้งให้พรรคอนาคตใหม่ยืมเงิน110ล้านในขณะที่ การบริจาคเงินให้พรรคการเมืองทำได้ไม่เกิน10ล้านบาท/ปีและต้องรายงาน กกต. ทุกเดือน

จุรินทร์ เตรียมเรียกทีมอเวนเจอร์สประชุม 20 พ.ค. เพื่อมอบหมายภารกิจ

    
 

นายราเมศ กล่วอีกว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 21 พ.ค. 2562 เวลา 13.00 น. ก็จะมีการเรียกประชุมเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เตรียมงานต่าง ๆ ที่ต้องทำในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมี ส.ส. ใหม่หลายคนที่ได้รับการเลือกตั้งมาก็จะต้องมีการปฐมนิเทศพูดคุยในเรื่องหลักการทำงานต่าง ๆ เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องทำหน้าที่ในสภาไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ตาม 

"ส่วนกรณีการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพูดคุยในเรื่องการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดนัดประชุม แต่ขอให้ประชาชนวางใจพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายจุรินทร์ ได้ว่าจะยึดถือประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง" นายราเมศ กล่าว

“ศรีวราห์” ติว ตร.ทั่วประเทศ พร้อมรับมือสถานการณ์การชุมนุม

    
 

      เข้าสู่โหมดการเมืองอย่างเต็มตัว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตอย่างเป็นทางการไปแล้ว แต่ปัญหาเรื้อรังที่ยังวุ่นไม่จบคือสูตรคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบปาร์ตี้ลิสต์ การจัดตั้งรัฐบาลแคนดิเดต “ลูงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อ “รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ” ความเสถียรภาพจะมั่นคงแค่ไหน งานเลี้ยงยังไม่เริ่ม แว่วว่าที่พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ต่อรองขอจัดสรรปันส่วนเก้าอี้กระทรวงเกรดพรีเมียมกันแล้ว        

                ขณะที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่าง “จ่านิว”  นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์,  น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ “โบว์ คนอยากเลือกตั้ง”, นายนคร มาฉิม สมาชิกพรรคเพื่อไทย และประชาชนประมาณ 120 คน เข้าร่วมกิจกรรมที่ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คัดค้านการสืบทอดอำนาจ เป็นการเขียนจดหมายแสดงความเห็นว่าเหตุผลที่ ส.ว.ไม่สมควรมีส่วนร่วมในการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่จะรวบรวมให้ได้ 10,000 ฉบับ เพื่อไปยื่นให้แก่ ส.ว.ในวันที่มีการโหวตเลือกนายกฯ เพราะไม่เห็นด้วย ส.ว.มาจากการสรรหาของ คสช. จะกลายเป็น “ส.ว.พวกพ้อง” เป็นสะพานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย ถือเป็นการสืบทอดอำนาจที่ขัดรัฐธรรมนูญ

                ต่างฝ่ายต่างหาความชอบธรรมให้กับตัวเองและพวกพ้อง สถานการณ์ความมั่นคงยังไม่นิ่ง ถึงแม้ช่วงหลัง 4-5 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลทหารเข้าควบคุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ กลุ่มฮาร์ดคอร์ กลุ่มหัวรุนแรง ถูกกฎหมายเล่นงานบางส่วนเผ่นหนีออกนอกประเทศ แต่ถึงแม้ตัวจะอยู่ต่างแดน ยังเคลื่อนไหวใต้ดิน โดยใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ต ยุยง ปลุกปั่น สร้างความกระด้างกระเดื่องเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเฝ้าจับตาส่วนใหญ่แล้วเป็นกลุ่มเดิมๆ

                ถึงแม้การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นแล้วตามระบอบประชาธิปไตย แต่คลื่นใต้น้ำยังกระเพื่อมเป็นระลอกๆ หน่วยงานความมั่นคงของตำรวจและทหารลงพื้นที่เฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด โดยเฉพาะแกนนำคนสำคัญๆ การเมืองไทยอยู่คู่กับการเมืองนอกสภาทุกยุคทุกสมัย สารพัดม็อบหาความชอบธรรมอ้างประชาธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ยิ่งม็อบการเมืองเมื่อปี 53 เป็นอีกครั้งที่ถูกจารึก ฉิบหายวอดวาย หลายชีวิตต้องจบลงกลางถนน ทรัพย์สินถูกเพลิงเผาวอด เศรษฐกิจความน่าเชื่อถือการลงทุนเสียหายยับเยิน ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนั้นกลับมาหลอกหลอนอีก

                ทุกครั้งที่ความเห็นต่างเกิดการแบ่งฝ่ายแบ่งขั้ว นักการเมืองหรือแกนนำกลุ่มก๊วนจะนำประชาชนมาเป็นกำบังสู้ตามท้องถนน ถึงแม้การชุมนุมเป็นการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นในสังคมประชาธิปไตย เป็นการชุมนุมสาธารณะ เป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่การชุมนุมก็ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะการชุมนุมที่ต่อเนื่องยาวนาน มีผู้เข้าร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก“ตำรวจ” เป็นองค์กรหลักที่ต้องเข้าไปอำนวยความสะดวก ควบคุมป้องกันและปราบปรามเหตุหรือสัญญาณอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

                ในห้วงทศวรรษที่ผ่านมา เกิดการชุมนุมสาธารณะขนาดใหญ่ มีผลกระทบต่อการเมือง สังคม เศรษฐกิจ กว่า 4 ครั้ง เช่นเป็นการชุมนุมทางการเมืองเพื่อขับไล่รัฐบาล   พ.ศ.2548 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หรือกลุ่มเสื้อเหลือง ปี 2551 เป็นการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) อีกครั้งปี  2552 เป็นการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง และปี 2552 เป็นการชุมนุมโดยคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ตำรวจเป็นองค์กรหลักที่บังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ เกิดการประจันหน้ากระทบกระทั่งกับกลุ่มผู้ชุมนุม

                พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 ฉบับนี้ มุ่งที่จะรองรับทั้งในด้านการคุ้มครองผู้ชุมนุมสาธารณะให้ได้รับความปลอดภัย คุ้มครองป้องกันและให้ความสะดวกแก่ประชาชนผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมและการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การใช้กฎหมายในทางปฏิบัติจึงต้องสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ขณะเดียวกันก็คุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ดูแลคุ้มครองการชุมนุมสาธารณะ ให้เจ้าหน้าที่ได้มีเครื่องมือที่ถูกต้องชอบธรรม มีความเหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับการดูแลการชุมนุมสาธารณะโดยเฉพาะ

                ยิ่งการชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ปักหลัก พักค้างคืน กฎหมายฉบับนี้จึงมีบทบัญญัติให้อำนาจฝ่ายตุลาการ คือศาลมีอำนาจในคดีแพ่งเพื่อแก้ปัญหาโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ผู้รักษาความสงบเรียบร้อยและผู้ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลในส่วนแพ่ง จะต้องมีมาตรการโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี รวมทั้งให้อำนาจศาลในการมีคำสั่งยึดทรัพย์สิน สิ่งของ เครื่องมืออุปกรณ์ทั้งหลายในการชุมนุม ทั้งเต็นท์ เวที เครื่องเสียง รถบรรทุกที่ใช้ในการกระทำความผิด 

                ในการอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดทำ “คู่มือการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558” เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหน้าที่การดูแลการชุมนุมสาธารณะ มีแหล่งรวบรวมกฎหมายต่างๆ ทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมสาธารณะ กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมสาธารณะ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทั้งของไทยและต่างประเทศ เพื่อความรู้ ความเข้าใจ พัฒนาทักษะข้าราชการตำรวจ ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการชุมนุมฯ ให้สามารถดูแลการชุมนุมด้วยความสงบเรียบร้อย ปลอดภัยไปในทิศทางเดียวกัน และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

                “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง ยืนยันว่า การข่าวยังไม่พบสัญญาณการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมการเมืองที่จะออกมาชุมนุม และกลุ่มหัวรุนแรงจะออกมาก่อเหตุ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมและรองรับภารกิจในการดูแลการชุมนุมสาธารณะให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นการยกระดับความรู้ พัฒนาทักษะของข้าราชการตำรวจ ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการชุมนุมสาธารณะให้สามารถดูแลการชุมนุมด้วยความสงบและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

                เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการชุมนุมจะต้องผ่านการอบรม และต้องตรวจสอบอุปกรณ์ ยานพาหนะ ที่ใช้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการชุมนุม เช่น รถน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆ ว่ามีความพร้อมเสมอ ยืนยันการอบรมไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาล เป็นไปตามปกติของห้วงเวลาในการอบรบเพื่อความพร้อมในทุกสถานการณ์ ไม่พบการข่าวด้านความมั่นคงว่าจะมีการชุมนุม แต่หากเป็นการข่าวในสื่อโซเชียล ตำรวจก็เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยมีประวัติการกระทำผิดในที่ชุมนุม เช่น การใช้อาวุธ และผู้ที่ก่อเหตุความรุนแรง การชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สามารถกระทำได้ แต่หากฝ่าฝืนกฎหมายตำรวจก็จะบังคับใช้กฎหมายทันที

                ถึงแม้ “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ จะยืนยันการข่าวฝ่ายความมั่นคงจะไม่พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมหรือกลุ่มหัวรุนแรง แต่ถ้าสถานการณ์การเมืองยังเป็นอย่างนี้ หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียผลประโยชน์เอาประเทศเป็นตัวประกัน โอกาสจะมีแกนนำทางการเมืองจะนำประชาชนออกมาเดินเรียกร้องตามท้องถนนเป็นไปได้สูง ตำรวจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติย่อมประเมิณสถานการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือให้ทันท่วงทีไม่มีอะไรแน่นอน. 

จับตาสองก๊ก ปชป. เล่นแง่-เคารพมติพรรค???

    
 

    หากประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยยอมร่วม รัฐบาลชุดต่อไปไม่พ้นง่ามมือของพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกสมัย แต่ถ้าพรรคใดพรรคหนึ่งไม่ยอมจับมือ เท่ากับฝั่งพรรคเพื่อไทยพร้อมคณะจะได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน
    หากเหตุการณ์พลิกเป็นโอกาสของพรรคเพื่อไทยให้ผงาดอีกครั้ง หลายคนคงนึกไม่ออกว่าการเมืองหลัง 9 พ.ค.จะเป็นอย่างไร ผู้มีอำนาจจะยอมเล่นเกมปล่อยให้พรรคเพื่อไทยบริหารประเทศตามกลไกระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ครบเทอมค่อยสู้กันใหม่อีกครั้งในสนาม หรือจะมีพวกขี้แพ้ชวนตีล้มกระดานเลือกตั้งแต่ต้นหรือไม่
    ดังนั้น อนาคตการเมืองจะออกมารูปแบบใดจึงอยู่ที่พรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ซึ่งวันนี้พรรคของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ค่อนข้างชัดว่าจะร่วมกับพลังประชารัฐ
    ส่วนพรรคประชาธิปัตย์กำลังวัดกำลังภายในกันอยู่ ระหว่างฝั่งอยากร่วมกับฝั่งไม่อยากร่วม ซึ่งคงจะได้เห็นภาพชัดขึ้นในวันที่ 24 เม.ย. ที่กำลังจะมาถึง แม้จะมีวาระพิจารณาเพียง 2 เรื่อง คือ รายงานผลการดำเนินการของพรรคในรอบปี 2561 และการรับรองงบการเงินในปี 2561 ก็ตาม แต่ต้องจับตาให้ดี เพราะเชื่อว่าความเผ็ดร้อนจะเกิดขึ้นนอกห้องประชุม คงจะได้เห็นการแบ่งออกเป็น 2 ก๊ก
    ที่สำคัญจะเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่ “ถาวร เสนเนียม” ว่าที่ ส.ส.จังหวัดสงขลาและแกนนำฝั่งอยากร่วมรัฐบาล เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ จะหอบ ส.ส. จำนวน 30 คนไปซูฮกพลังประชารัฐนั้น มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ขณะเดียวกัน จะได้เห็นด้วยว่าฝั่งไม่อยากร่วมรัฐบาลหาเสียงได้กี่คนแล้ว
    อย่างไรก็ตาม มองข้ามช็อตไปยังที่ประชุมของพรรค ถ้ามีมติไม่ร่วมรัฐบาลจริง “ถาวร” พร้อมทีมจะยังไปอีกหรือไม่ เพราะถ้าเดินหน้าแปลว่าพวกเขาเหล่านั้นกำลังฝ่าฝืนมติของพรรค ซึ่งบทลงโทษคือ การขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค แม้ตามรัฐธรรมนูญจะให้ความเป็นอิสระ ส.ส.ในการยกมือโหวตก็ตาม
    หรือหมายความว่า ในกรณีโหวตสวนมติพรรค ความเป็น ส.ส.จะยังติดตัวทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรได้ ในเวลาเดียวกันพวกเขาไม่ใช่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว และจะต้องหาสังกัดพรรคใหม่ด้วย
    ในทางตรงกันข้าม หากที่ประชุมมีมติให้ประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาล ต้องถามใจฝ่ายไม่อยากร่วมรัฐบาลว่าจะเล่นการเมืองอย่างไร ระหว่างเคารพมติกับงดออกเสียงในสภา ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังก็ต้องตีความกันอีกว่า การงดออกเสียงในสภา แปลว่าสวนมติพรรคและเป็นงูเห่าหรือไม่ และถ้าใช่ การกระทำดังกล่าวก็ต้องขับออกจากพรรคด้วยเช่นกัน
    อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการประเมินเท่านั้น
    ทว่า สิ่งสำคัญในตอนนี้ต้องประเมินจากคีย์แมนคนสำคัญของพรรค “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ให้สัมภาษณ์เมื่อวันคล้ายวันเกิดพรรค ตอนหนึ่งว่า “อย่าประเมินว่าการเป็นฝ่ายค้านจะไม่ดี ทุกคนอยากเป็นรัฐบาลมากกว่า คนทุกคนเลือกตั้งมาอยากชนะทั้งนั้น แต่เมื่อได้คะแนนเสียงเท่านี้ ต้องเป็นมติของกรรมการบริหารพรรค แม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเมื่อเป็นมติ ก็ต้องเคารพ”
    แม้กระทั่ง “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รักษาการหัวหน้าพรรค เคยกล่าวเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมาไว้ว่า “ยังไม่มีการพิจารณาเกี่ยวกับการตัดสินใจทางการเมืองว่าจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งการตัดสินใจทางการเมืองต้องเคารพ 3.9 ล้านเสียงที่เลือกพรรคเข้ามาด้วย และยังเชื่อว่าเมื่อพรรคตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้ว จะไม่เกิดปัญหาพรรคแตก เพราะทุกคนเคารพมติพรรค”
    สรุปง่ายๆ คือ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทุกคนต้องเคารพมติพรรค ฉะนั้น จากวันนี้ไป รอดู 2 ก๊ก จะแสดงสปิริตแบบตรงไปตรงมา หรือเล่นแง่ใส่กัน.

 

 

 

........................................................

19 พฤษภาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน