*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3626
  • จำนวนผู้ชม : 2329914
  • จำนวนผู้โหวต : 520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 520 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 127 , 19:40:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ‘สมชัย’ดีดลูกคิดยก 4 ปม‘ปชป.’ร่วง กาง3โจทย์ใหญ่ดูดคะแนนคืน

         พาดหัวข่าวข้างบนนี้ เป็นการวิเคราะห์สถานภาพพรรคปชป.ถึงผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา แล้วคะแนนนิยมของปชป.หายไปเยอะที

เดียวนั้น น่าจะยอมรับกันได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ เพื่อนำไปเป็นแนวทางฟื้นคืนพรรคต่อไปนั่นเอง น่าติดตามอ่านมากครับ แล้วจะได้ดูกันต่อไปว่า

ปชป.จะเอาอย่างไรต่อไป

         สำหรับข่าวนายอภิสิทธิ์จะลาออกจากส.ส. หากพรรคปชป.เข้าร่วมตั้งรัฐบาลกับพปชร.นั้น จะว่าเป็นความถูกต้องแล้วก็ยังไม่แน่ใจนัก

แต่จะเป็นการถืออัตตาสูงส่งเกินไป มากกว่าจะทำงานเพื่อบ้านเมืองหรือเปล่า ทั้งนี้ ส.ส.พรรคทุกคนก็ล้วนแต่มีเจตนาดีต่อพรรค ประชาชน

และเพื่อประเทศด้วยกันทั้งนั้น

 

'มาร์ค'จ่อลาออกส.ส.?! ลูกพรรคปชป.อ้างเคยได้ยินข่าวแว่วๆ จับตาอะไรก็เกิดขึ้นได้

'มาร์ค'จ่อลาออกส.ส.?! ลูกพรรคปชป.อ้างเคยได้ยินข่าวแว่วๆ จับตาอะไรก็เกิดขึ้นได้

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 17.24 น.

'นายหัวชวน'ส่งไลน์กลุ่มส.ส.อย่าไปหลงเชื่อข่าวหลอกไปเจรจาตั้งรัฐบาลกับใคร 'วัชระ'ยอมรับเคยได้ยินข่าวแว่วๆ'มาร์ค'จะลาออกจากส.ส.หากปชป.มีมติไปร่วมรัฐบาลกับพปชร. บอกอย่ากระพริบตา การเมืองลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้

19 พ.ค. 62 นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า  นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ บอกกับสมาชิกพรรคทุกคนในไลน์กลุ่มสส.ว่า เมื่อมีหัวหน้าพรรคและกรรมการแล้ว ท่านมีหน้าที่สนับสนุนพรรค ไม่ได้มีหน้าที่ไปเคลียร์ใจกับใครตามที่มีข่าวหลอกออกมามาก

"นายชวน เป็นปูชนียบุคคลและเสาหลักของพรรค ย่อมเป็นหลักให้สมาชิกพรรคยึดมั่นในอุดมการณ์พรรค ท่านสอนให้นักการเมืองรักศักดิ์ศรีและเกียรติยศของนักการเมือง อย่าทรยศหรือขายตัวและให้กตัญญูตอบแทนต่อประชาชนผู้มีพระคุณ ข่าวที่เกิดขึ้นจึงเป็นข่าวปล่อยข่าวหลอก หรือข่าวโคมลอยเท่านั้นเอง"นายวัชระ กล่าว

ส่วนกรณีกระแสข่าวนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีสะ อดีตหัวหน้าพรรค จ่อลาออกจากสส.เพื่อแสดงจุดยืน  หากพรรคปชป.เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)นั้น นายวัชระ กล่าวว่า เคยได้ยินแว่วๆมาบ้างเหมือนกัน  และเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การเมืองยิ่งกว่าลูกฟุตบอล อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ  แต่คนที่จะยืนยันเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คือนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เพียงแต่ว่าวันนี้ พรรคยังไม่มีมติไปในทิศทางใดทั้งสิ้น

"ฉะนั้นการตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ว่า จะนำพรรคไปในทางใดของนายจุรินทร์  ลักษณะวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคจึงเป็นงานที่ยากลำบากยิ่งและละเอียดอ่อนที่สุดแต่เชื่อมั่นว่าพรรคจะมติในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกพรรค ประชาชนและประเทศชาติในที่สุด เพราะมีผู้ใหญ่อย่างนายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ"นายวัชระ กล่าวย้ำ

2ขั้วปชป.เดือด! 'วัชระ'แลกหมัด'สาทิตย์'กระบอกเสียง'กำนัน'หนุนร่วมรัฐบาล

2ขั้วปชป.เดือด! 'วัชระ'แลกหมัด'สาทิตย์'กระบอกเสียง'กำนัน'หนุนร่วมรัฐบาล

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 14.01 น.

19 พ.ค. 62 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง     ที่ออกมาระบุถึงส.ส.ของพรรคส่วนใหญ่สนับสนุนให้ร่วมกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อเอาใจ 7.5 ล้านเสียงกลับมาว่า คำพูดของนายสาทิตย์คล้ายเป็นโฆษกของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งจะเชื่อถือได้หรือไม่ให้ดูที่การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมา เพราะนายสาทิตย์ เลือกหัวหน้าพรรคคนละคนกับนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค ทั้งที่อยู่จังหวัดตรัง นี่คือประชาธิปไตยในพรรคประชาธิปัตย์ แต่ละคนเกิดทางการเมืองได้เพราะนายชวนเป็นส่วนใหญ่ แต่จะปฏิบัติตามแนวทางและอุดมการณ์พรรคหรือไม่เป็นเรื่องของแต่ละคน

นายวัชระ กล่าวว่า นายสาทิตย์ให้เหตุผลในการเข้าร่วมรัฐบาลว่าต้องการดึง 7.5 ล้านเสียงกลับคืนมา ก็เป็นสิทธิ์ของนายสาทิตย์ แต่สมาชิกพรรคจำนวนมากก็ไม่ต้องการให้พรรคไปหนุนการสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหาร ความคิดเห็นหลากหลายแล้วแต่มติของพรรคจะออกมาซึ่งจะถือเป็นที่สุดพรรคต้องรับฟังเสียงอย่างรอบด้าน จะเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อสร้างผลงานเอาใจเชียร์ลุงตู่แบบมีเงื่อนไขให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดหรือจะใช้ทฤษฎีม้าไม้เมืองทรอยเพื่อสั่งสอนเผด็จการ หรือเป็นฝ่ายค้านอันคมกริบ ตนเชื่อมั่นว่านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเคยเป็นประธานวิปฝ่ายค้านที่รัฐบาลเข็ดขยาดมาแล้ว

ส่วนกรณีที่นายสาทิตย์ มีคนขวางโลก นายสาทิตย์ควรมองตนเองด้วยว่า มีส่วนสำคัญทำให้เกิดคสช.ใช่หรือไม่ และคนที่มีความคิดต่างจากนายสาธิต เช่นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นเหตุผลที่มีค่าควรรับฟังมิใช่หรือ ถ้าตนได้เกิดเมืองตรัง ได้เป็นส.ส.ตรัง ตนก็ต้องเดินตามหลังนายชวน และแม้ตนไม่ได้เกิดเมืองตรัง ตนยังเดินตามหลังนายชวน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน    เพราะพ่อสั่งเอาไว้

'เทพไท'เปิดไทม์ไลน์ปชป.'จุรินทร์-เสี่ยต่อ'คนละขั้ว'ร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาล'

'เทพไท'เปิดไทม์ไลน์ปชป.'จุรินทร์-เสี่ยต่อ'คนละขั้ว'ร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาล'

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 18.50 น.

19 พ.ค. 62 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวผ่านเฟชบุ๊กไลฟ์ที่ร้าน”สม-สด คาเฟ่”กับผู้นำท้องที่ ตำบลนาพรุ อำเภอพระพรหม จ.นครศรีธรรมราช โดยกล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองว่า หากพรรคปชป.จะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ตนก็ไม่ขัดข้อง แต่ต้องไปเป็นไปตามเงื่อนไขที่ตนเคยเสนอไป 5 ข้อ  โดยเฉพาะต้องไม่มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

นายเทพไท กล่าวว่า ในส่วนไทม์ไลน์ในพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ ต้องยอมรับว่า มีความคิดเห็นแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว คือขั้วของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  และขั้วของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน  เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องมีการต่อสู้ทางความคิดเพื่อให้ตกผลึกว่าพรรคปชป.จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพปชร.หรือไม่

โดยรอบแรก คือการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคปชป.ชุดใหม่ในวันที่ 20 พ.ค.นี้ น่าจะมีความชัดเจนระดับหนึ่ง แต่จะมีความชัดเจนมากกว่านั้นคือหลังจากมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 24 พ.ค.นี้แล้ว  ส่วนวันที่ 25 พ.ค.จะมีการเลือกประธานสภาฯคนใหม่ ซึ่งจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าขั้วไหนจะมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล และขั้วไหนได้เปรียบทางการเมือง

“นั่นคือระหว่างขั้วของพรรคพลังประชารัฐ กับขั้วของพรรคเพื่อไทย ต้องจับตาดูกันว่า ประธานสภาฯคนใหม่จะเป็นใคร ถ้าประธานสภาฯเป็นคนของพรรคพลังประชารัฐ ก็แสดงว่าพรรคพลังประชารัฐได้เปรียบในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าหากว่า  เป็นคนของพรรคเพื่อไทย ก็แสดงว่า พรรคเพื่อไทยได้เปรียบ ตอนนี้ก้ำกึ่งกันมากระหว่าง 251 เสียง กับ 249 เสียง”นายเทพไท กล่าว

และว่า เพราะฉะนั้น 52 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นพรรคที่มีความได้เปรียบว่าจะสวิงไปขั้วไหนก็ได้  จึงมีคนวิเคราะห์ประธานสภาฯ น่าจะเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ คือนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ปรากฏขึ้นมา เพราะถ้าคนของพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นประธานรัฐสภา ก็ถือเป็นคนกลาง ในการคุมฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อให้เกิดดุลของพรรคพลังประชารัฐกับขั้วของพรรคเพื่อไทยต่อสู้กันต่อ

นายเทพไท วิเคราะห์ต่อไปว่า หลังการประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาฯไปแล้วนั้น หลังจากนั้นไป 5 วัน จะเข้าสู่การประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกฯ เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ ต้องจับตามองคือ 1. ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ 2.ใครจะเป็นประธานสภาฯ และ 3.ภายในสิ้นเดือนพ.ค.นี้ พรรคต่างๆจะมีมติสนับสนุนใครเป็นนายกฯคนใหม่

ทั้งนี้ ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่า เป็นอีกครั้งที่คนในพรรคจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครั้งสำคัญเพื่อที่จะให้ตกผลึกความคิดว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลรู้หรือไม่ ซึ่งกรรมการบริหารพรรค ส.ส. สมาชิก และประชาชน ก็คิดเห็นแตกต่างกันไป มีทั้งให้ร่วม และไม่ให้ร่วม ดังนั้นกก.บห.ต้องชั่งน้ำหนักว่าผลดี-ผลเสีย อนาคต อุดมการณ์ของพรรค รวมถึงทิศทางของประเทศ ผลประโยชน์ของประชาชนว่าจะไปทิศทางไหน

 “ตัวแปรที่สำคัญที่สุดในการเมืองขณะนี้อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคอื่นอาจจะมีธงคำตอบในตัวอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่แสดงท่าทีเพื่อเดินเกมกันเพื่อการต่อรองทางการเมืองกันมากกว่า แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีการต่อรองทางตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น และยังไม่มีการเตรียม การที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับขั้วใดๆ ตามกระแสข่าวลือที่ถูกปล่อยออกมา เพราะฉะนั้น ท่าทีของพรรค น่าจะได้ความชัดเจนหลังวันที่ 20 พ.ค.ไปแล้ว แต่เชื่อว่า จะมีมติก่อนสิ้นเดือนนี้”นายเทพไท กล่าว

‘สมชัย’ดีดลูกคิดยก 4 ปม‘ปชป.’ร่วง กาง3โจทย์ใหญ่ดูดคะแนนคืน

‘สมชัย’ดีดลูกคิดยก 4 ปม‘ปชป.’ร่วง กาง3โจทย์ใหญ่ดูดคะแนนคืน

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 13.24 น.

‘สมชัย’ดีดลูกคิดยก 4 ปม‘ปชป.’ร่วง กาง3โจทย์ใหญ่ดูดคะแนนคืน

19 พ.ค.62 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Somchai Srisutthiyakorn เรื่อง “คะแนนประชาธิปัตย์ หายไปไหน” ดังนี้

คะแนนประชาธิปัตย์ หายไปไหน

เป็นคำถามที่แม้แต่ในประชาธิปัตย์ก็อยากรู้ว่า อยู่ดีๆพรรคที่มีคะแนนเสียงเป็นอันดับสอง จึงหล่นหลายเป็นอันดับสี่ไปได้ง่ายๆ

สิ่งที่ผมเสนอจึงเป็นอีกข้อสังเกตหนึ่งซึ่งฝากให้คนในประชาธิปัตย์ไปคิด ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่จริง หรืออาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

1. มีพรรคการเมืองตั้งใหม่สองพรรค ที่ได้รับเลือกเป็นอันดับสอง และสาม คือ พลังประชารัฐ และ อนาคตใหม่ ในขณะที่ พรรคอันดับห้า คือ ภูมิใจไทย ก็มีคะแนนที่เข้าใกล้ ปชป.แบบใกล้ชิดมาก ซึ่งแปลความง่ายๆว่า คะแนน ปชป.ถูกแบ่งไปยังสามพรรค คือ พปชร. อนค.และภูมิใจไทย

2. คนที่เปลี่ยนเลือก ปชป.ไปเลือก พลังประชารัฐ เท่าที่สังเกตดูเป็นคนรุ่นสูงอายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป ที่ชื่นชมในตัวพลเอกประยุทธ์ เห็นว่าอยู่แล้วบ้านเมืองสงบ ไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวายอีก ครั้งนี้จึงขอ "เปลี่ยนใจ" ไปเลือก พปชร. เพราะเห็นว่า มือแน่ กว่า ปชป.ในการจัดการความสงบของบ้านเมือง

3. คนที่เปลี่ยนไปเลือก อนค. คือ คนรุ่นใหม่และวัยทำงาน ซึ่งอาจจะเห็นว่า ๕ ปีของพลเอกประยุทธ์ ไม่เป็นประชาธิปไตย บ้านเมืองไม่พัฒนา และยังคิดอยากจะอยู่ หากให้อยู่ต่อบ้านเมืองก็จะเสียหายมากกว่านี้ ดังนั้น จึงเทใจให้พรรคใหม่ ที่มีจุดยืนไม่เอาประยุทธ์ชัดเจน

5. คนที่ไปเลือกภูมิใจไทย ส่วนหนึ่งเห็นถึงนโยบายใหม่หลายเรื่องที่ตรงใจ และการเตรียมการเรื่องผู้สมัครที่ดีในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในภาคใต้ ซึ่ง ปชป.เน้นพรรคไม่เน้นคน โดยเชื่อว่าอย่างไรคนใต้ก็เลือก ปชป. เมื่อมีคนที่เด่นกว่ามา ทำให้ต้องพ่ายแพ้ในพื้นที่ที่ยึดครองมาตลอด

การเอาคะแนน ปชป.คืนมา จึงเป็นการบ้านใหญ่ ที่ต้องพิสูจน์ให้ประชาชน 3 กลุ่ม คือ ให้กลุ่มเอาประยุทธ์ เชื่อว่า เป็นการคิดที่ผิด ให้กลุ่มไม่เอาประยุทธ์ เห็นว่า ปชป. คือทางเลือกที่ดีกว่า และ สนใจคัดกรองผู้สมัครที่เป็นตัวเลือกที่จะแข่งขันได้อย่างสูสี

งานหนักมาก สำหรับทีมอเวนเจอร์ครับ

 
110ล้านทับคอ'ธนาธร'! 'ศรีสุวรรณ'ขยี้ซ้ำจ่อบุกยื่นกกต.สอบปม'เงินยืม'

110ล้านทับคอ'ธนาธร'! 'ศรีสุวรรณ'ขยี้ซ้ำจ่อบุกยื่นกกต.สอบปม'เงินยืม'

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 15.33 น.

“ศรีสุวรรณ” ขยี้”ธนาธร”เตรียมยื่นกกต.วินิจฉัยให้พรรคยืมเงิน 110 ล้านบาทขัด. ม.66 หรือไม่ ยันไม่มีแค้นส่วนตัว  ด้านโทรโข่งส้มหวานท้าดูข้อมูลเวบไซด์พรรค

19 พ.ค.62 นายศรีสุววรณ จรรยา เลขาธิการองค์กรพิทักษ์ รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ได้ใช้เงินส่วนตัวให้พรรคอนาคตใหม่ยืมในช่วงก่อนการเลือกตั้งเพื่อทำกิจกรรมทางการเมือง จำนวน 110 ล้านบาท ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษก พรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า มีการยืมเงินนายธนาธร มา 250 ล้านบาทโดยมีการคิดดอกเบี้ย นั้น เป็นที่น่าสงสัยว่า สรุปแล้วมีการยืมเงินเป็นจำนวน เท่าไรกันแน่

นอกจากนี้ น่าสงสัยว่า การให้พรรคการเมืองยืมเงินเพื่อไปประกอบกิจกรรมทางการเมือง นั่นไม่มีข้อใดเขียนว่า สามารถใช้เงินยืมได้ จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าการกระทำดังกล่าวนั้น ขัดต่อมาตรา 66 ตาม พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ พรรคการเมือง ที่ระบุว่า “บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินสิบล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปีมิได้ และในกรณีที่บุคคลนั้นเป็นนิติบุคคล การบริจาคเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองไม่ว่าพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปีละห้าล้านบาทต้องแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมใหญ่คราวต่อไปหลังจากบริจาคแล้วพรรคการเมืองจะรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดซึ่งมีมูลค่าเกินวรรคหนึ่งมิได้”หรือไม่

“ผมเตรียมจะไปยื่นเรื่องดังกล่าวให้ กกต. ตรวจสอบในวันอังคาร ที่ 23 พ.ค. นี้ เพื่อวินิจฉัยว่ากรณีดังกล่าว นั้นเป็นความผิดหรือไม่ อย่างไรก็ดี ตนไม่ได้มีความแต้น หนือ จ้องจับผิดพรรคอนาคตใหม่ เป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด แต่ในเมื่อผม เป็นนักกฎหมาย และนายธนาธรเองก็เป็นนักการเมือง ก็ต้องมีการตรวจสอบ หากมีความสงสัยเกิดขึ้นว่า สิ่งที่ทำนั้นขีดต่อกฎหมายหรือไม่อย่างไร เพราะ จะผิด หรือถูก ผมก็ไม่ใช่คนตัดสินอยู่ดี แต่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบตัดสินอยู่ดี นอกจากนี้พรรคอนาคตใหม่เองมีกิจกรรมต่างๆบ่อย ทำให้เป็นที่จับตาของคนในสังคม ทั้งใ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ความเคลือบแคลงสงสัย จึงเป็นเรื่องปกติ และที่นายธนาธรพูดแบบนั้น ผมก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร” นายศรีสุวรรณ ระบุ

ด้านน.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตามที่ตนเคยบอกว่า พรรคอนาคตใหม่ ยืมเงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค เพื่อทำกิจกรรมการเมืองช่วนก่อนเลือกตั้ง จำนวน 250 ล้านบาท พร้อมมีการเก็บดอกเบี้ยนั้น เป็นเพียงการคาดการณ์จำนวนเงินเท่านั้น แต่เมื่อถึงช่วงเลือกตั้งจริง ปรากฎว่า เงินที่ใช้ก็ไม่ได้ถึงจำนวนดังกล่าว และเรื่องการใช้งบประมาณต่างๆนั้น ผู้ที่มีข้อสงสัย ก็สามารถตรวจสอบได้ในเว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่อยู่ ที่ www.futureforwardparty.org อยู่แล้ว เราจึงไม่ได้กังวลต่อประเด็นนี้แต่อย่างใด

‘บุญยอด’จี้‘ธนาธร’เคลียร์ปมขนเงิน100ล.ประเคนอนค. ‘สุทิน’ชี้เปรี้ยง‘ปากพาจน (มุม)’

‘บุญยอด’จี้‘ธนาธร’เคลียร์ปมขนเงิน100ล.ประเคนอนค. ‘สุทิน’ชี้เปรี้ยง‘ปากพาจน (มุม)’

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 15.05 น.

‘บุญยอด’จี้‘ธนาธร’เคลียร์ปมขนเงิน100ล.ประเคนอนค. ‘สุทิน’ชี้เปรี้ยง‘ปากพาจน (มุม)’

19 พ.ค.62​ นายสุทิน วรรณบวร อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสสังกัดสำนักข่าวเอพี เจ้าของฉายา “นักข่าวสายโจร” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Sutin Wannabovorn” เรื่อง​ “ปากพาจน (มุม)” ระบุว่า​ “พรรคยืมเงินเจ้าของพรรคซึ่งเป็นหัวพรรค ถ้าพรรคถูกยุบจะทวงหนี้กู้ยืมกับใคร ถ้าหัวหน้ามีอันเป็นไปใครเป็นคนทวงหนี้ ถามอีกใครเป็นหนี้ใคร”

เช่นเดียวกับนายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Boonyod Sooktinthai ระบุว่า “ธนาธร” บอกให้พรรคยืม110ล้าน  ตอบให้ได้นะ ว่าอยู่ในหมวด “อุดหนุน”??  “ระดมทุน”??  หรือ“บริจาค”??  กกต. ต้องตรวจสอบ!!!

นายบุญยอด ยังโพสต์ด้วยว่า “ธนาธร” คุยฟุ้งให้พรรคอนาคตใหม่ยืมเงิน 110 ล้าน ในขณะที่การบริจาคเงินให้พรรคการเมืองทำได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท/ปี และต้องรายงาน กกต. ทุกเดือน!! ไม่มีระเบียบข้อไหนให้พรรคการเมืองยืมเงินใคร?

สำหรับโพสต์ของนายสุทิน​ และนายบุญยอด สืบเนื่องจากกรณีนายธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่​ ระบุตนจ่ายเงินให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืม​ 110​ ล้าน​บาท เพราะระดมทุนไม่ทัน

 

เราก็เป็นแรงงาน! สื่อญี่ปุ่นตีข่าว‘โสเภณีไทย’ต่อสู้เพื่อยุติการตีตรา‘อาชีพผิดกฎหมาย’

เราก็เป็นแรงงาน! สื่อญี่ปุ่นตีข่าว‘โสเภณีไทย’ต่อสู้เพื่อยุติการตีตรา‘อาชีพผิดกฎหมาย’

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 18.36 น.

17 พ.ค. 2562 เว็บไซต์ นสพ.The Japan Times ของญี่ปุ่น เสนอรายงานพิเศษ “With health insurance and time off, empowered sex workers in Thailand battle stigma” ว่าด้วยความพยายามของกลุ่มผู้ขายบริการทางเพศในประเทศไทย ในการต่อสู้เพื่อยุติการถูกกำหนดให้เป็นอาชีพผิดกฎหมาย เพื่อที่จะได้รับสิทธิและความคุ้มครองเฉกเช่นเดียวกับผู้ใช้แรงงานอาชีพอื่นๆ ในสังคม

รายงานดังกล่าวซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก THOMSON REUTERS FOUNDATION เริ่มต้นที่ จ.เชียงใหม่ จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย อันเป็นที่ตั้งของ “Can Do Bar” สถานบันเทิงที่ก่อตั้งในปี 2549 โดยมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ (Empower Foundation) องค์กรภาคประชาสังคม (NGO) ที่ต่อสู้ในประเด็นการหยุดตีตราและเลือกปฏิบัติกับผู้ขายบริการทางเพศในประเทศไทย โดยสถานบันเทิงแห่งนี้พยายามเป็นต้นแบบในการให้หลักประกันสุขภาพและวันหยุดทำงานกับผู้ประกอบอาชีพดังกล่าว

ไหม จันตา (Mai Chanta) หญิงกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยใน จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ผู้คนมักบอกให้ผู้ขายบริการทางเพศยุติอาชีพนั้นเสียแล้วไปทำอย่างอื่นแทน เช่น อบคุ้กกี้หรือเย็บผ้า คำถามคือเหตุใดงานเหล่านั้นจึงถูกพิจารณาว่าเหมาะสม และย้ำว่าผู้ขายบริการทางเพศเลือกที่จะทำงานนั้นด้วยความรู้สึกพึงพอใจเฉกเช่นงานอาชีพอื่นๆ ทั้งนี้ผู้หญิงนับล้านคนทั่วโลกขายบริการทางเพศเพื่อหารายได้ แต่มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ให้การยอมรับในฐานะอาชีพที่ไม่ผิดกฎหมาย อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ เซเนกัลและเปรู

 

ขณะที่ในประเทศไทย ดินแดนซึ่งมองอาชีพขายบริการทางเพศว่ามีมลทิน มีโทษปรับ 1,000 บาทสำหรับผู้ค้าบริการทางเพศ ส่วนผู้ซื้อบริการผู้ค้าที่อายุไม่ถึง 18 ปีอาจถูกจำคุกได้สูงสุดถึง 6 ปี ข้อมูลจากโครงการร่วมเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) เมื่อปี 2557 พบว่ามีผู้ขายบริการทางเพศ 123,530 คน แต่บางฝ่ายเชื่อว่ามีมากกว่านั้นราว 2 เท่า ซึ่งรวมถึงแรงงานเคลื่อนย้ายจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว กัมพูชาและเวียดนาม

รายงานของ The Japan Times กล่าวต่อไปว่า ยุคสมัยใหม่ของการขายบริการทางเพศในประเทศไทย น่าจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กองทัพญี่ปุ่นเข้าไปตั้งฐานทัพในไทย และขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงสงครามเวียดนามเมื่อกองทัพสหรัฐอเมริกาใช้ไทยเป็นฐานทัพ เพื่อให้บรรดาทหารต่างชาติได้พักผ่อนหย่อนใจ จากนั้นมันได้ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งการท่องเที่ยวทางเพศ มีสถานบริการประเภทต่างๆ เช่น บาร์ อาบอบนวด เลานจ์และคาราโอเกะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

ที่น่าสนใจคือแม้การขายบริการทางเพศจะผิดกฎหมายของไทยมาตั้งแต่ปี 2503 แต่ทุกอย่างถูกเพิกเฉยจากภาครัฐ และว่ากันว่าธุรกิจนี้ให้ผลตอบแทนจำนวนมหาศาลกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ท่ามกลางความพยายามต่อสู้ของผู้ขายบริการทางเพศในประเทศไทยเพื่อให้ได้รับสิทธิความเป็นมนุษย์ในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง มาตั้งแต่ปี 2513 ซึ่งช่วงดังกล่าวก็มีการเรียกร้องเช่นกันในแคนาดาและออสเตรเลีย

กระทั่งในปี 2557 เมื่อเข้าสู่ยุครัฐบาลทหาร ซึ่งมีนโยบายจะเปลี่ยนประเทศไทยให้มีภาพลักษณ์หรูหราเพื่อดึงดูดบรรดานักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก การปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เป็นวาระหลักของประชาคมโลกถูกใช้เป็นข้ออ้างในการจัดการผู้ขายบริการทางเพศไปด้วย ลิซ ฮิลตัน (Liz Hilton) ตัวแทนจากมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ระบุว่า มาตรการ “จู่โจมและช่วยเหลือ” ที่ตำรวจไทยและ NGO ร่วมมือกัน ส่งผลกระทบต่อหญิงที่ขายบริการโดยสมัครใจ ที่หลายคนมีครอบครัวให้ต้องดูแลอยู่เบื้องหลัง

ด้านข้อมูลจากมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ เปิดเผยถึงรายได้ต่อวันของหญิงขายบริการทางเพศที่มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำของไทยคือวันละ 325 บาท ตั้งแต่ 2 - 10 เท่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐชี้แจงว่ามาตรการจู่โจมและช่วยเหลือเป็นไปเพื่อตรวจสอบแรงงานข้ามชาติและผู้ค้าประเวณีที่ยังอายุไม่ถึง 18 ปี โดยหลังจากนั้นจะมีการดูแลสุขภาพและฝึกอาชีพต่อไป

พรสม เปาปราโมทย์ (Pornsom Paopramot) ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ในประเทศไทยเคยมีการถกเถียงเรื่องการให้อาชีพขายบริการทางเพศถูกกฎหมาย แต่นั่นไม่ใช่ทางเลือกเพราะไม่ต้องการถูกมองว่าส่งเสริม อีกทั้งต้องการส่งสารถึงชาวโลกว่าการท่องเที่ยวทางเพศไม่ใช่สิ่งที่ประเทศไทยต้องการเป็นที่รู้จัก ซึ่งการให้การขายบริการทางเพศเป็นอาชีพถูกกฎหมายจะไม่ตอบโจทย์สารนี้

บอริสสลาฟ เกราสิมอฟ (Borislav Gerasimov) ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กร Global Alliance Against Traffic in Women ให้ความเห็นว่า การแก้ไขให้อาชีพขายบริการทางเพศถูกกฎหมายจะลดการ “ตีตรา (stigma)” คนในอาชีพดังกล่าวว่าเป็นพวก “ไม่ปกติและผิดศีลธรรม (deviant and immoral)” นำไปสู่การปรับปรุงสภาพในการทำงานและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้วย ทั้งนี้รายงาน Global Slavery Index 2018 โดยองค์กร Walk Free Foundation ระบุว่าไทยเป็นทั้งต้นทาง ทางผ่านและปลายทางของการค้ามนุษย์ คาดว่ามีคนราว 610,000 คนตกอยู่ในสภาพเป็นทาส

รายงานของสื่อญี่ปุ่นยังกล่าวอีกว่า ในขณะที่รัฐบาลไทยเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการค้ามนุษย์ จนรัฐบาลสหรัฐจัดอันดับประเทศไทยเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ที่ Tier 2 (จากเดิมคือ Tier 2.5 และต่ำสุดคือ Tier 3) อันเป็นการชื่นชมท่าทีของทางการไทย เช่น ในกลุ่มแรงงานบนเรือประมง รวมถึงการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ แต่ แอนนา โอลเซน (Anna Olsen) ตัวแทนจากองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ประจำประเทศไทย มองว่า แม้การค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศเป็นเรื่องร้ายแรง แต่ก็เป็นคนละแบบกับการขายบริการทางเพศโดยทั่วไป

ย้อนกลับไปที่ จ.เชียงใหม่ หลังการเลือกตั้งใหญ่ของไทยเมื่อเดือน มี.ค. 2562 ซึ่งมีผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เป็นกลุ่มเพศทางเลือก (LGBT) เสนอนโยบายยุติการกำหนดให้การขายบริการทางเพศเป็นอาชญากรรม ปิงปอง (Ping Pong) 1 ในผู้ก่อตั้ง Can Do Bar กล่าวว่า ในวันแรกๆ ที่มีสถานบริการแห่งนี้ แม้จะถูกปฏิเสธว่าผู้ขายบริการทางเพศไม่สามารถทำประกันสังคมและไม่มีสิทธิวันหยุดงาน แต่ท้ายที่สุดก็สามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้ และวันนี้ที่กำลังจะมีรัฐบาลชุดใหม่ สมาชิกก็พร้อมจะไปเรียกร้องกับรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนใหม่เช่นกัน

 

.........................................................

19 พฤษภาคม 2562

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน