*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2558524
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 280 , 12:33:33 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         แกนนำคนเสื้อแดงดาหน้ากันอกมาขอขมาพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่ไม่วายแกตัวว่า ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เต็มที่

หรือทำด้วยใจจริงแต่อย่างไร สาเหตุการกระทบกระทั่ง น่ามาจากการที่ท่านต่อต้านคนโกงนั่นเอง

 

 

 

'รัฐบุรุษ' ผู้เกิดมา 'เพื่อแผ่นดิน'


    
 

 

             เมื่อวาน........

 

                วันอาทิตย์ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ตรงกับวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖

                แรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ ของทุกปี เป็นวัน "อัฏฐมีบูชา"

                อัฏฐมีบูชา คือ......

                วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ณ มกุฏพันธนเจดีย์ ณ กรุงกุสินารา หลังพระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ๘ วัน

                และแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เมื่อวาน ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

                "พลเอกเปรม ติณสูลานนท์" ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ

                เมื่อภารกิจส่งผ่านเพื่อแผ่นดินอันรัฐบุรุษได้กระทำจบสิ้นแล้ว

                ตอนเช้า....

                ท่านก็ส่งคืน ธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ ที่ประกอบเป็นเรือนกายให้อาศัยมา ๙๙ ปี ด้วยจิตผ่องแผ้ว ท่านถึงแก่  "อสัญกรรม"

                ดิน คืนสู่ดิน, น้ำ คืนสู่น้ำ, ลม คืนสู่ลม, ไฟ คืนสู่ไฟ

                ส่วน "จิตวิญญาณ"

                ไม่คืน........เพราะ

                มโนนั้น รัฐบุรุษของแผ่นดิน ได้มอบพระผู้สถิตอยู่ยอดสวรรค์ เป็นนิรันดร์ก่อนกาลแล้ว

                วันนี้ จันทร์ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒             

                "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้

                "สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"

                เสด็จฯ แทนพระองค์ ไปพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

                ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตร เขตพระนคร เวลา ๑๘.๐๐ น.

                ชื่อ "เปรม"

                นามสกุล "ติณสูลานนท์"

                มีความหมายว่าอย่างไร ผมถอดรหัสตามรอยเท้า ๙๙ ปีของท่าน ได้เป็นอักษร ๙ คำ คือ

                "เกิด/มา/ต้อง/ตอบ/แทน/บุญ/คุณ/แผ่น/ดิน"

                กราบด้วยสำนึกในปณิธานรัตนบุรุษคู่บัลลังก์และคู่แผ่นดินในรอบศตวรรษ

                ขอเก็บความประวัติบางส่วนจากเพจ "ตำนานบรรดาเรา" บันทึกไว้เพื่อศึกษา ดังนี้

                เกิด ๒๖ สิงหาคม ๒๔๖๓ ที่ ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา

                ชื่อ "เปรม" นั้น พระรัตนธัชมุนี (แบน คณฺฐาภรโณ) เป็นผู้ตั้งให้ ส่วนนามสกุล "ติณสูลานนท์"

                "พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว" ได้พระราชทานให้ เมื่อ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๒

                เป็นบุตรชายรองสุดท้อง จากจำนวน ๘ คน ของ "รองอำมาตย์โท หลวงวินิจทัณฑกรรม" (บึ้ง ติณสูลานนท์) ผู้ต้นตระกูล กับนางวินิจทัณฑกรรม (ออด ติณสูลานนท์)               

                สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมหาวชิราวุธ สงขลา เลขประจำตัว ๑๖๗ และสวนกุหลาบวิทยาลัย  "ส.ก.๗๕๘๗" เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๐

                เข้าศึกษาต่อ "โรงเรียนเทคนิคทหารบก" รุ่นที่ ๕ สังกัดเหล่าทหารม้า (ก่อตั้ง พ.ศ.๒๔๗๗ ต่อมาคือ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า)

                จบการศึกษาปี พ.ศ.๒๔๘๔ เข้าร่วมรบในสงครามอินโดจีน ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ที่ปอยเปต  ประเทศกัมพูชา

                จากนั้น เข้าสังกัดกองทัพพายัพ.......

                ภายใต้การบังคับบัญชา "หลวงเสรีเริงฤทธิ์" (จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์) ทำการรบในสงครามโลกครั้งที่สอง ระหว่าง พ.ศ.๒๔๘๕-๒๔๘๘ ที่เชียงตุง

                ภายหลังสงคราม รับราชการอยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ "โรงเรียนยานเกราะ" ของกองทัพบกสหรัฐฯ ที่ฟอร์ตน็อกซ์ รัฐเคนทักกี

                พร้อมกับ "พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์" และ "พลเอกวิจิตร สุขมาก" เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๕

                กลับมารับตำแหน่งรองผู้บัญชาการโรงเรียนยานเกราะ

                ต่อมา มีการจัดตั้งโรงเรียนทหารม้ายานเกราะ ศูนย์การทหารม้า ที่จังหวัดสระบุรี

                ได้รับพระบรมราชโองการ เป็นผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า ยศพลตรี เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑

                ช่วงระยะเวลา ๕ ปี ที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า ใช้คำว่า "ป๋า" เรียกแทนตัวเองต่อผู้อาวุโสน้อยกว่า

                และเรียกผู้อาวุโสน้อยกว่าว่า "ลูก" จนเป็นที่มาของคำว่าป๋าหรือ "ป๋าเปรม"

                คนสนิทของท่าน ถูกเรียกว่า "ลูกป๋า" และเรียกติดปากกันมาจนถึงปัจจุบัน

                ย้ายไปเป็นรองแม่ทัพภาคที่ ๒ ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ปี พ.ศ.๒๕๑๖ และขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ ๒ เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๗

                เป็น "พลเอก" ในตำแหน่ง "ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก" พ.ศ.๒๕๒๐ ขึ้นเป็น "ผู้บัญชาการทหารบก" ปี พ.ศ.๒๕๒๑

                นอกจากยศ "พลเอก" แล้ว...........

                จากการพระราชทานโปรดเกล้าฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๙ ในระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่

                ปี พ.ศ.๒๕๐๒ ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ

                จากนั้น เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ และวุฒิสมาชิก ช่วง พ.ศ.๒๕๑๑-๒๕๑๖ สมัยจอมพลถนอม  กิตติขจร

                ร่วมรัฐประหาร ๒ ครั้ง ที่นำโดยพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙ ล้มรัฐบาล "หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช"

                และวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๐ ล้มรัฐบาล "ธานินทร์ กรัยวิเชียร"

                เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาล "พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์" ในตำแหน่ง รมช.มหาดไทย

                ช่วงปลายรัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ เป็น รมว.กลาโหม ควบคู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก

                ในช่วงนั้น พลเอกเปรมได้รับการยอมรับจากหลายฝ่าย หลังจากพลเอกเกรียงศักดิ์ ลาออกจากนายกฯ เมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๓

                "สภาผู้แทนราษฎร" หยั่งเสียงหาตัวผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

                และเลือก "พลเอกเปรม"

                โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สืบต่อจากพลเอก เกรียงศักดิ์ เมื่อ ๓ มีนาคม ๒๕๒๓

                เป็นนายกฯ มา ๘ ปี กลุ่มนักวิชาการก่อกระแสคัดค้านการเป็นต่อ

                ปี พ.ศ.๒๕๓๑ ยุบสภา มีการเลือกตั้ง หัวหน้าพรรคที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาล "พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ" พรรคชาติไทยเป็นแกนนำ

                เข้าพบที่บ้านพัก เชิญให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นสมัยที่ ๔

                แต่พลเอกเปรมปฏิเสธ บอก "ผมพอแล้ว"

                พลตรีชาติชาย ชุณหะวัณ (ยศขณะนั้น) จึงเป็น "นายกรัฐมนตรี" คนที่ ๑๗

                เมื่อพลเอกเปรมพ้นตำแหน่งนายกฯ

                "พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร" รัชกาลที่ ๙

                โปรดเกล้าฯ เป็นองคมนตรี เมื่อ ๒๓ ส.ค.๓๑ และเป็นรัฐบุรุษ ๒๙ ส.ค.ปีเดียวกัน

                ๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ โปรดเกล้าฯ ประธานองคมนตรี

                จากอสัญกรรมของพลเอกเปรม ชาวสงขลาผู้หนึ่ง "เริงวุฒิ มิตรสุริยะ" โพสต์ fb สะท้อนบางสิ่ง-บางอย่างน่าสนใจ ดังนี้

                ตอนเด็กๆ แม่ถามเสมอว่า "จำหน้าตาของตาได้ไหม" ผมจะตอบว่า "จำไม่ได้ คลับคล้ายคลับคลาเท่านั้น" เหตุเพราะ "ตา" ของผมเสียไปตั้งแต่ผมยังเรียนชั้นประถม

                แม่ก็จะบอกว่า "ดูข่าว ดูหน้าป๋าเปรม นั่นละ ตาแกหน้าตาอย่างนี้เลย"

.               เราก็ได้แต่ล้อแม่ว่า "หน้าตาคล้ายกัน ทำไมไม่ได้เป็นใหญ่เป็นโตอย่างป๋าเปรมบ้างละตา"

                ตอน พล.อ.เปรม เป็นนายกฯ สมัยแรก แม่ในฐานะหนึ่งในกลุ่มแม่บ้านข้าราชการสงขลา มีโอกาสขึ้นมากรุงเทพฯ เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี "คนสงขลา".....ฯลฯ......

.               กลับถึงบ้าน ผมรีบถามแม่ว่า "เป็นงัยบ้างล่ะ ได้พบกับตาไหม"

                แม่ตาแดง บอกว่า หน้าตาป๋าเปรมตัวจริงคล้ายมากเลย แต่ที่ไม่เหมือนคือ ป๋าเปรมใจดี ส่วนตาผมดุ

                นั่นเป็นเพียงภาพที่ผมจดจำเกี่ยวกับ พล.อ.เปรม

                แน่นอนในฐานะคนสงขลา ย่อมภูมิใจว่า อย่างน้อยคนสงขลาคนหนึ่ง ได้มาเติบโตเป็นใหญ่ในกรุงเทพฯ และมีอำนาจบารมีในประเทศไม่ต่างจากคนที่อื่น

.               เป็นฝันและแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ต่างจังหวัดอยู่ไม่น้อยว่า หากมีความสามารถ ก็สามารถจะก้าวหน้าและเติบโตเป็นที่ยอมรับในสังคมและประเทศชาติได้

                นอกนั้น ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวพันกันอีกเลย....

                ผมไม่แน่ใจว่า พล.อ.เปรม ท่านทำอะไรหรือทำอย่างไร ที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งไม่ชอบท่านเอามากๆ

                แน่นอนว่า ส่วนหนึ่ง คงมาจากที่ท่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทางการเมืองยาวนาน ซึ่งอาจส่งผลต่อการได้หรือเสียผลประโยชน์ของใครบางคนบางกลุ่ม

.               กระนั้น เมื่อพิจารณาเทียบกับผลงานของท่านแล้ว ผมมองว่ามันเทียบกันไม่ได้

                โลกสมัยที่ภัยคอมมิวนิสต์สยายปีกเข้าคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีนกลายเป็นคอมมิวนิสต์ ต่อมาอินโดจีนถูกกลืนไปแล้ว

                ไทยเป็นรายต่อไป ที่ใครต่อใครมองว่าไม่น่าจะรอด แต่สุดท้ายเราก็เอาอยู่

.               มาจนถึงวันนี้ เราเห็นชัดเจนว่า ใครที่เคยเปลี่ยนไปเป็นคอมมิวนิสต์แบบเข้มข้น ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ทุนนิยมอย่างจีนในปัจจุบัน

                คำตอบคือ สังคมนั้นล้มเหลว ระบอบนั้นคว่ำไม่เป็นท่า ถ้าหากไทยเราต้องเปลี่ยนระบอบการปกครองไปในเวลานั้นคิดไม่ออกเหมือนกันว่า วันนี้ประเทศเราจะเป็นเช่นไร

.               ในภาวะความขัดแย้งทางการเมืองชัดเจนยามนั้น ด้วยนโยบาย 66/23 ประสบความสำเร็จ เปิดประตูทางออกให้ขบวนการที่กำลังแตกร้าว กระทั่งนำมาสู่ความสงบในที่สุด คนที่เคยจับปืนเข้าป่า ออกมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หลายคนได้เชิดหน้าชูตาในแวดวงผู้บริหารประเทศ ไม่ถูกไล่ล่าอย่างในหลายประเทศที่เคยเป็นมา

.               แน่นอนว่า มีอีกหลายอย่าง ที่ พล.อ.เปรมทำเอาไว้ ที่เป็นความดี ทั้งเรื่องส่วนตัวและสังคม

                หากนำมาเทียบกับความเกลียดชังที่บางคนถูกสั่งสอนมา และเทียบกับความรักประเทศรักชาติแล้ว

                คนอย่าง พล.อ.เปรม ซึ่งได้รับการเชิดชูให้เป็นรัฐบุรุษ ย่อมมีค่ากว่าใครอีกหลายคนที่ก่นด่าประณามท่าน

.               พล.อ.เปรม ถึงแก่อสัญกรรม ในวันนี้

                ในสายตาผม นับเป็นความสูญเสียของรัฐและของชาติ แน่นอนผมเชื่อว่า การจากไปของท่าน ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อการเมืองการปกครองของประเทศอีกแล้ว

                คนที่ออกมาประณามท่าน น่าจะอายปากตัวเองบ้างไม่มากก็น้อย

                เพราะแม้จะสาปแช่งเช่นไร ประเทศเรา ก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปมากกว่าที่เป็นอยู่

                แต่หากหันไปสาปแช่งตัวเองเสียบ้าง น่าจะทำให้ชาติก้าวหน้าขึ้นก็ได้

                ครับ....

                วันนี้ เรื่องการเมือง "มี" แต่ไม่คุย

                ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ "กราบส่งป๋า" ด้วยสำนึกในรัฐบุรุษผู้เกิดมาเพื่อแผ่นดินโดยแท้. 

 

คำสั่ง 'ป๋า' อย่าไหว้คนโกง

    
 

               มีคนจำนวนหนึ่งไม่ชอบ "ป๋าเปรม"

 

                บางคนไม่ชอบเพราะฟังเขาพูดต่อๆ กันมา ไม่มีเหตุผล ไม่หาข้อมูล เขาพูดความเท็จมาอย่างไร ก็เชื่อตามๆ กันไป

                แต่ขอให้รับรู้ว่า "ป๋าเปรม" คือบุคคลที่ควรได้รับการยกย่องสูงสุด

                ท่านคงไว้ซึ่งมาตรฐานความซื่อสัตย์ จนวาระสุดท้ายของท่าน

                "ป๋าเปรม" พูดมาตลอดว่า ไม่ให้ยกย่องคนโกง

                ".....เราต้องกล้าหาญพอที่จะไม่ยกมือไหว้คนโกง คนโกงชาติบ้านเมือง ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เป็นญาติพี่น้อง เป็นเพื่อนฝูงสนิทสนมกัน

                แต่ถ้าเขาได้ร่ำรวยมาเพราะเขาโกง เราไม่จำเป็นจะต้องยกมือไหว้เขาหรอก อยากให้ทุกคนไปสอนคนอื่น ให้เกลียดคนโกง ทำอย่างไรก็ได้ ขอให้ทุกคนเกลียดคนโกง เพราะคนโกงคือสิ่งเลวร้ายที่สุดที่มีในชาติบ้านเมืองของเรา

                ถ้าพวกเราไม่ช่วยกันทำเรื่องนี้ คือเราไม่ได้รักชาติ เราไม่ได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เราทำให้ชาติได้รับความอับอาย เป็นสิ่งที่พวกเราต้องไม่ยอม ต้องทำให้ได้ว่า ชาติเราไม่โกง หรือโกงแต่น้อย ความโกงในชาติของเราค่อยๆ หายไปทีละนิด และจะหายไปในที่สุด ด้วยฝีมือของพวกเรา ด้วยความพยายามของพวกเรา

                ความเสียสละของพวกเรา ที่ทำให้ชาติบ้านเมืองของเรามีเกียรติ และเป็นชาติที่ไม่โกง......"

                "ป๋าเปรม" พูดเอาไว้เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๗ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

                สิ่งที่ป๋าเปรมพูดเอาไว้กับการเมืองในวันนี้ เราเห็นภาพอะไร?

                การเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ประจักษ์แล้วว่าขั้วการเมืองระบอบทักษิณได้หลอมรวมจนเป็นหนึ่ง

                พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน มาถึงพรรคเพื่อไทย ได้สืบทอดอำนาจเรื่อยมา และถูกจับโกงเรื่อยมาเช่นกัน

                แต่ยังเป็นขั้วการเมืองที่แข็งแกร่ง เมื่อได้พรรคอนาคตใหม่ของคนรุ่นใหม่ร่วมทัพ

                คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้การเมืองแล้ว และเก็บอุดมการณ์ใส่ลิ้นชัก ทุกอย่างจากนี้คือผลประโยชน์ และข้อต่อรองทางการเมือง

                ไม่ทราบว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ นอนหลับสบายดีหรือไม่ หลังโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร

                ที่ต้องเลือก "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์"

                แทนที่จะเป็น "ชวน หลีกภัย"

                ส.ส.พรรคอนาคตใหม่เคยเสิร์ชหาประวัติของ "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" บ้างหรือไม่ว่า เส้นทางการเมืองในอดีตเป็นอย่างไร

                รู้หรือไม่ว่า สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ คือแกนนำกลุ่ม ๑๖

                เคยศึกษาบทบาทกลุ่ม ๑๖ ก่อนวิกฤติต้มยำกุ้งหรือไม่?

                โดยสรุปแล้วกลุ่ม ๑๖ ไม่ใช่กลุ่มการเมืองสายพันธุ์เดียวกับคนรุ่นใหม่ในพรรคอนาคตใหม่ แต่ทำไมวันนี้ถึงร่วมงานการเมืองกันอย่างแนบเแน่น

                กลุ่ม ๑๖ ในอดีตเคยอยู่ใต้ปีกของทักษิณ ชินวัตร วันนี้สมาชิกกลุ่ม ๑๖ บางส่วนก็ยังคงอยู่ในการครอบงำของทักษิณ 

                ทักษิณคือคนที่ศาลตัดสินไปแล้วว่าโกง และยังมีคดีโกงอื่นๆ รออยู่หลายคดี

                ทันทีที่พรรคอนาคตใหม่เข้าสภาได้แปลงอุดมการณ์เป็นอุดมเกินไปเป็นที่เรียบร้อย

                และผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่เกือบ ๑๐๐% เต็ม ไม่ชอบ "ป๋าเปรม" เพียงเพราะเขาเล่ามา

                สำหรับ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ไม่ชอบ "ป๋าเปรม" ไม่เป็นไร

                แต่ในสภานับจากนี้ อย่ายกมือไหว้คนโกงและสมุนคนโกงจะได้ไหม. 

 

เคลื่อนร่าง'ป๋าเปรม'ไปยังวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร 13.09 น.


    
 

 

"พลเอกเปรมถือเป็นผู้มีคุณูปการต่อกองทัพ และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างมากมาย จนเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก ถือเป็นบุคคลสำคัญ และเป็นการเทิดเกียรติพลเอกเปรม ในการเคลื่อนย้ายร่างดังกล่าวจะมีธงชาติคลุมร่างพล.อ.เปรมด้วย จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนใช้ดุลยพินิจถ่ายภาพและเผยแพร่ภาพอย่างเหมาะสม ขณะเคลื่อนย้ายร่างออกจากโรงพยาบาล"

'มาดามเดียร์-ตั้น จิตภัสร์'เฮได้เป็นปาร์ตี้ลิสต์ หลังอนาคตใหม่ได้ส.ส.เขตเชียงใหม่

    
 

'ณัฐวุฒิ'อาลัย'ป๋าเปรม'ยันที่ผ่านมาสู้เรื่องหลักการไม่ได้มีปัญหาเรื่องส่วนตัวกับใคร

    
 

"โดยกระบวนการเคลื่อนไหวต่างๆ ของพวกเราที่ผ่านมา เราก็ได้พูดชัดมาตลอดว่าไม่ได้มีประเด็นส่วนตัวกับใคร เป็นเรื่องของหลักการและสถานการณ์ ซึ่งต้องแยกให้ชัดว่าเป็นมิติของการต่อสู้ทางการเมืองและหลักการประชาธิปไตย แต่ในทางส่วนตัวในวาระที่ท่านถึงแก่อสัญกรรม ประชาชนก็พึงที่จะแสดงความอาลัยกับการสูญเสียครั้งสำคัญยิ่งในครั้งนี้"นายณุฐวุฒิ กล่าว

'จตุพร'ย้ำคุณูปการ'ป๋าเปรม'พร้อม'ขอกราบอโหสิกรรม'

    
 

"ส่วนเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมในฐานะคนพุทธก็กราบขออโหสิกรรม เราเป็นคนไทยสามารถแยกแยะทุกอย่างได้ วันนี้ก็ขอกราบอโหสิกรรม"

'วีระกานต์'เสียใจอย่างสุดซึ้ง'ป๋าเปรม'ถึงแก่อสัญกรรม-ยันเคารพตั้งแต่แรกพร้อมไปงานศพ

    
 

27 พ.ค. 62 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำ อ.968/2561 ที่ พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กับพวกรวม 10 คน เป็นจำเลย

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 31 ม.ค. - 14 เม.ย. 2552 กลุ่ม นปช. จัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และทำการฝ่าฝืน พ.ร.ก. บริหารราชการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ที่ห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป รวมทั้งสิ้น 3 ข้อหา โดยจำเลยให้การปฏิเสธและได้รับประกันตัว

เมื่อถามว่าหลายเหตุการณ์ในอดีตที่กระทบกระทั่งพูดถึง จะมีการไปขอขมาหรือไม่ นายวีระกานต์ กล่าวว่า เรื่องที่จะต้องพูดกันเอาไว้โอกาสหลัง เรื่องยาวต้องใช้เวลา ไม่สามารถพูดสั้นๆ ได้ วันนี้ก็เสียใจอย่างสุดซึ้ง ต้องอโหสิกรรมอยู่แล้ว อะไรที่เป็นบทเรียนก็ต้องเก็บไว้ไม่ให้มันเกิดต่อไป

สำหรับนายวีระกานต์ เดิมชื่อ "วีระ" เคยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในการปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดบุรีรัมย์ ต้องโทษจำคุก 4 ปี ที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์  ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน  2531 เมื่อจำคุกได้ประมาณหนึ่งเดือน ก็ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยคำขอพระราชทานอภัยโทษ ลงนามเสนอโดยพลเอกประจวบ สุนทรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์

นอกจากนี้ในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์นั้น  นายวีระได้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี 3 สมัย คือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 11 มีนาคม 2524รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 19 ธันวาคม 2524 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 7 ธันวาคม 2526.

ปริ่มน้ำ-สำลักน้ำ-และพ้นน้ำ!!!

    
 

 ค่อยยังชั่วขึ้นมาหน่อย!!!...สำหรับการโหวตเสียงเลือกประธานรัฐสภา เมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา คือระดับ 258 ต่อ 235 พ้นน้ำขึ้นมาถึง 20 กว่าเสียง เรียกว่า...ระดับเลยปาก เลยจมูก เลยคอขึ้นมาถึงช่วงอก แถวๆ หัวนมเอาเลยก็ว่าได้ และถ้าหากสามารถรักษาระดับมาตรฐานเช่นนี้ เอาไว้ได้โดยตลอด ก็คงไม่ต้องเสียเวลา กลับไปเลือกตั้งใหม่ ให้ต้องเสียเรี่ยว เสียแรง เสียเวลา และเสียโอกาสชาติ บ้านเมือง กันอีกต่อไป...

 

                                                                   -----------------------------------------------

                แต่ถ้าหากเป็นช่วง เลื่อน-ไม่เลื่อน หรือช่วงต้องลงมติว่าจะเลื่อนการเลือกประธานออกไปอีกหรือไม่ อันนั้น...ต้องเรียกว่า ออกอาการ สำลักน้ำ ชนิดหวิดต้องผายปอด หวิดต้องกระทำการ ซีพีอาร์ กันไปซะแล้ว คือด้วยเหตุที่จำนวนเสียงมันเฉือนกัน ในระดับ 248 ต่อ 246 ฝ่ายแกนนำอย่างพรรคพลังประชารัฐ เลยหนีไม่พ้นต้องไปลาก งูเห่า ให้เลื้อยออกมาจากห้องน้ำ ออกมาแก้ มติทั้งๆ ที่ตัวเองได้ลงมติกันไปเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว อันออกจะเป็นอะไรที่น่าเกลียด น่าทุเรศ เอามากๆ เพราะถ้าจะถือเป็นชัยชนะ ก็คงไม่ต่างไปจาก ชัยชนะที่จะนำไปสู่ความพ่ายแพ้  นั่นเอง...

                                                                 ---------------------------------------------------

                แต่ก็เอาเถอะ...คิดซะว่าเป็นอาการ มือใหม่-หัดขับ  หรืออาจจะเป็นมือเก่า แต่เมื่อไม่ได้ใช้มือมานาน อะไรต่อมิอะไรมันอาจขึ้นสนิมไปบ้าง การเปิดฉาก เปิดผ้าม่านกั้งของเวทีรัฐสภาครั้งแรก หลังจากต้องถูกปิดฉาก เก็บฉาก ไปตลอดระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา มันเลยออกจะเป็นอะไรที่ก่อให้เกิดบรรยากาศท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว อยู่พอสมควร คือออกอาการชุลมุน ชุลเก น่าเบื่อ น่าเอียน เหมือนอย่างที่มันเคยสร้างความเบื่อๆ เอียนๆ มาโดยตลอด จนส่งผลให้ระบอบประชาธิปไตยต้องกลายสภาพเป็นระบอบ ประชาธิป...ตายเอาง่ายๆ...

                และการที่ได้คุณพี่ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภา กลับมาเป็นประธานสภาฯ ชุดใหม่ ต้องถือว่าน่าจะพอช่วยให้เกิดความหวัง ในการกอบกู้ รื้อฟื้น ศักดิ์ศรีและศรัทธา สำหรับระบอบการเมือง-การปกครองชนิดนี้ขึ้นมาได้บ้างตามสมควร คือแค่ระดับคุณน้า บัญญัติสิบประการ-บรรทัดฐาน นั้น ต้องเรียกว่า  คุณภาพคับแก้ว ชนิดแทบล้นแก้วเอาเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อคุณพี่ ชวน หลีกภัย มาเอง อันนี้...ไม่ใช่แค่ระดับแก้วเท่านั้น แต่แทบจะล้นโอ่ง ล้นไห โอกาสที่จะอาศัยประชาธิปไตยไปบรรเทาอาการต่างๆ ไม่ว่าจะด้วยการอม-ดม-หยอด-สอด-เสียบ ย่อมมีโอกาสเป็นไปได้ยิ่งขึ้นเท่านั้น...

                                                                 -------------------------------------------------------

                แต่ก็นั่นแหละ...ภายใต้อำนาจอธิปไตยตามระบอบการเมือง-การปกครองแบบประชาธิปไตย มันคงไม่ได้ขึ้นอยู่แต่เฉพาะฝ่าย นิติบัญญัติ เท่านั้น ยังคงต้องอาศัยฝ่าย บริหาร และฝ่าย ตุลาการ ที่ไม่เพียงแต่ต้องมีฝีไม้ ลายมือ ที่สำคัญที่สุด...ก็คือต้องมีความถูกต้อง เป็นธรรม หรือ ความชอบธรรม ควบคู่และเคียงคลอกันไปด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างมันถึงจะเป็นไปได้ด้วยดี ไม่ได้ออกไปทางไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี เหมือนอย่างเท่าที่เคยเป็นมา หรืออย่างที่เคยวนไป-วนมา ไม่รู้จะกี่รอบ-ต่อกี่รอบ...

                                                                ---------------------------------------------------------

                ซึ่งสำหรับฝ่ายบริหารเมื่อถึง ณ ขณะนี้...แม้จะยังไม่ได้มีการลงมติ แต่ก็น่าจะพอรู้ๆ แบบชนิดแบหลา แบเบอร์ ไม่ต้องเสียเวลาไปจิ้มเครื่องคิดเลขอีกต่อไป ว่ายังไงๆ...ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ของเรา คงต้องกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่แล้วแน่ๆ แค่เฉพาะจำนวน งูเห่า ที่เลื้อยออกมาจากห้องน้ำพร้อมกันถึง 7 ตัว ในการลงมติเลือกประธานรัฐสภา จนทำให้ฝ่าย ไม่เอาบิ๊กตู่ เหลือเสียงอยู่เพียงแค่ 235 เสียง ก็น่าจะพอรับประกัน การันตี ได้แล้วว่า แทบไม่ต้องไปถึงมือของ ส.ว.จำนวน 250 เสียงเอาเลยก็ยังได้ เพราะโอกาสที่จะรวบรวมเสียงให้ได้เกินกว่า 376 เสียงในสองสภาฯ รวมกันนั้น คงต้องรอไปจนกว่าน้ำจะท่วมหลังเป็ดโน่นแหละ...

                                                              ---------------------------------------------------------

                อย่างไรก็ตาม...อำนาจบริหารที่ยังไงๆ คงต้องอยู่ในมือของ บิ๊กตู่ อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ นอกจากฝีไม้ ลายมือ ของผู้ที่จะเข้ามาร่วมในการบริหารแล้ว มันคงต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่า ความชอบธรรม อยู่อีกนั่นแหละ ถึงจะช่วยให้ดุลอำนาจในด้านนี้ มันไม่กลายเป็นตัวถ่วง ตัวรั้ง อำนาจอื่นๆ ให้ต้องเอียงไป-เอียงมา หรือเกิดความไม่สมดุลทางอำนาจขึ้นมาได้ง่ายๆ และอันนี้นี่เอง...ที่ออกจะเป็น โจทย์ ค่อนข้างยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ สำหรับประมุขฝ่ายบริหาร เพราะไม่ใช่แค่การประสานงาน การ จัดสรรปันส่วนผสม ให้เกิดความเป็นเอกภาพ ความพออก พอใจ ภายในพรรคร่วมรัฐบาล ที่ปาเข้าไปเกือบ 30 พรรค แต่แค่เฉพาะพรรคแกนนำรัฐบาล อย่างพรรคพลังประชารัฐเพียงพรรคเดียวเท่านั้น ก็น่าจะยุ่งฉิบหาย ยุ่งตายห่ะ พอสมควรแล้ว...

                                                            -------------------------------------------------------------

                โดยเฉพาะเมื่อมองจากอาการ สำลักน้ำ จนต้อง เลื่อน-ไม่เลื่อน การลงมติเลือกประธานสภาฯ ตั้งแต่ช่วงแรก แม้ว่าจะผ่านระยะผ่านที่ว่านี้ไปได้ โดยไม่ถึงกับผายปอด ต้องซีพีอาร์ก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้ว...โอกาสที่จะจมน้ำ แบบไม่ปริ่ม ไม่โผล่ ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาเสียเลย สิ่งที่เรียกว่า ความชอบธรรม มันจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเอามากๆ สำหรับฝ่ายบริหารในระยะต่อไป และจะต้องเป็นไปในแนวทางเพื่อให้เกิดการ สืบสาน-รักษา-และต่อยอด  เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในแผ่นดินนั่นแหละ มันถึงจะพอช่วยให้เกิดการผ่านระยะผ่าน ไปได้อย่างราบรื่น หนักแน่น มั่นคง และอย่างเป็นจริง-เป็นจัง...

                                                           --------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Bhagavad Gita... Raise yourself by your Self. The Self is your sole friend even as it is your sole enemy. – จงยกสถานะของท่านให้สูงขึ้นด้วยตัวของท่านเอง เพราะตัวท่านนั่นแหละ...เป็นทั้งมิตรและศัตรูของท่าน...

 

จบเลือก ปธ.-รอง ปธ.สภาฯ แต่ พปชร.-ปชป.ยังขบเหลื่ยม

    
 

      หลังทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ได้ประธาน-รองประธานกันครบหมดแล้ว โดยล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาฯ ลงมติลับเลือก สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา จากพลังประชารัฐ เป็นรอง ปธ.คนที่ 1 ที่เอาชนะ เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ไปด้วยคะแนน 248 ต่อ 246 คะแนน และตามด้วย ศุภชัย โพธิ์สุ จากภูมิใจไทย เป็นรองปธ.สภาฯ คนที่สอง หลังเอาชนะ นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์จากพรรคเสรีรวมไทย ไปด้วยคะแนน 256 ต่อ 239 คะแนน

 

                สิ่งที่ต้องรอดูต่อจากนี้ก็คือ หลังมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาฯ ที่เป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่งแล้ว คาดว่าทางประธานสภาฯ จะมีการหารือกับ พรเพชร วิชิตชลชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา ทันที เพื่อสอบถามความพร้อมของฝ่ายวุฒิสภาว่าจะนัดประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติโหวตเลือก-เห็นชอบ นายกรัฐมนตรี กันในวันใด

                โดยมีการคาดหมายกันว่า มีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการเรียกประชุมรัฐสภาช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งถึงตอนนี้ดูจากการลงมติของ ส.ว.ในการเลือก ปธ.-รอง ปธ.วุฒิสภา ที่แพ็กเสียงกันแน่น รวมถึงชัยชนะของฝ่ายขั้ว พปชร. ในการโหวตเลือกประธาน-รองประธานสภาฯ ก็เชื่อได้ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีรอบสองชัวร์ๆ หลังฝ่าย ส.ส.พลังประชารัฐ เทเสียงเลือกชวน เป็นประธานสภาฯ และ ส.ส.ประชาธิปัตย์ก็เลือกสุชาติเป็นรอง ปธ.

                แม้ในรายของสุชาติ พบว่าคะแนนจะน้อยกว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับชวน พบว่าคะแนนแตกต่างกันถึง 10 คะแนน!     

                จนมีการมองกันว่า อาจจะมี ส.ส.ปชป.บางส่วนไม่ได้เลือกสุชาติ เพราะมองว่าสุชาติคือหนึ่งในต้นเหตุที่เกือบทำให้การเลือก ปธ.สภาฯ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเกือบไม่เกิดขึ้น หลังคนใน พปชร.ที่มีการมองว่าเกิดจากแรงเหวี่ยงของสุชาติด้วย แสดงความไม่พอใจที่ พปชร.จะไปยกเก้าอี้ ปธ.สภาฯ ให้ ปชป.จน ส.ส.พปชร.จะขอเลื่อนการประชุมออกไปก่อน จนเกิดเหตุปั่นป่วนในห้องประชุมสภาฯ ที่ตึกโอทีหลายชั่วโมง

                ก่อนที่สุดท้าย คีย์แมน พปชร.-แกนนำรัฐบาล คสช.จะเคลียร์กันได้กับแกนนำ ปชป. ด้วยการเปิดทางให้ชวนเป็นประมุขนิติบัญญัติ จนพลิกเกมกันกลางห้องประชุม ยอมให้มีการเลือก ปธ.สภาฯ

                แต่เมื่อทั้งฝ่าย พปชร.-ปชป.เคลียร์กันแล้ว แม้ถึงตอนนี้ ปชป.ยังไม่แสดงท่าที แถลงมติพรรคร่วมรัฐบาลกับ พปชร.ก็ตาม แต่ก็เชื่อได้ว่า ภายในสัปดาห์นี้ ทุกอย่างคงเคลียร์กันได้หมด เพราะการที่ทั้งชวน หลีกภัย-บัญญัติ บรรทัดฐาน-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ-จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สี่แกนนำ ปชป. ร่วมลงมติกับฝ่าย พปชร. ในการขอให้เลื่อนการประชุมสภาฯ ออกไปก่อน ตามข้อเสนอของ ส.ส.พลังประชารัฐ วีระกร คำประกอบ มันก็แสดงให้เห็นข้อตกลงระหว่างแกนนำ ปชป.กับ พปชร.แล้วว่า ดีลนี้น่าจะจบแล้ว

                เพียงแต่ที่ยังไม่ลงตัวก็คือ เรื่อง เงื่อนไข-ข้อตกลง ในการร่วมรัฐบาลของ ปชป. รวมถึงภูมิใจไทยของอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ยังคุยกันไม่ลงตัว แม้จะคุยกันไปหลายรอบแล้ว เหตุเพราะกลุ่มต่างๆ ใน พปชร.เห็นว่า เมื่อพรรคยอมหนุนชวนเป็นประธานสภาฯ รวมถึงขั้นจะยอมยก กระทรวงเกรดเอ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่แกนนำพลังประชารัฐ สมศักดิ์ เทพสุทิน เล็งไว้อยู่ เป็นเงื่อนไขที่แกนนำ พปชร.เห็นว่าไม่ควรยอมให้ ปชป.มากถึงขนาดนั้น โดย ส.ส.พปชร.หลายกลุ่มระบายความในใจกันว่า คนใน พปชร.ที่ไปดีลกับ ปชป.อย่างพวก 4 อดีต รมต. โดยการนำของอุตตม สาวนายน หน.พรรค ยังเขี้ยวลากดินไม่พอ ลูกเก๋าในการทำดีลกับ ปชป.-ภูมิใจไทย ยังเป็นรอง อีกทั้งตัดสินใจบางเรื่องไปโดยไม่แจ้งให้คนใน พปชร.หลายกลุ่มที่เป็นหัวหน้ากลุ่มต่างๆ ในพรรคทราบ แต่กลับไปแจ้งให้คนในรัฐบาล คสช.อย่างพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ทราบและตัดสินใจกันเอง ทั้งที่กลุ่มต่างๆ ใน พปชร. มีฐาน ส.ส.ที่กุมชะตาการตั้งรัฐบาล-เสียงในสภาฯ กลับถูกมองข้าม

                ความไม่พอใจดังกล่าวของ ส.ส.พปชร.หลายต่อหลายกลุ่มที่มองว่า ปชป.-ภท.ไม่จริงใจ-ต่อรองมาก และคีย์แมนพรรคสาย 4 อดีต รมต. ไม่เห็นหัวกลุ่มต่างๆ ในพปชร. จึงมีการแสดงออกผ่านการประชุมสภาฯ นัดแรกเมื่อ 25 พ.ค. ที่ ส.ส.หลายกลุ่มใน พปชร.เห็นว่าควรเลื่อนการประชุมสภาฯ ออกไปก่อน เพื่อไปตกลงกันใหม่กับ ปชป. แต่เมื่อสุดท้ายมีการตกลงกันได้กลางคันระหว่างการนับคะแนนจะเลื่อน-ไม่เลื่อนเลือก ปธ.สภาฯ แกนนำพรรค  พปชร.เลยยอมถอยให้มีการเลือก ปธ.สภาฯ ถึงกับให้ 5  ส.ส.ของพรรคที่มีอักษรย่อนำหน้าชื่อ "อ." ทั้งหมด ขานมติผิด เพื่อให้มีการเลือกชวนเป็นประธานสภาฯ

                แม้เรื่องนี้จะจบไปแล้ว แต่สิ่งที่ปรากฏคือร่องรอย ความมึนตรึง-ขมึงเกลียว ระแวง ไม่พอใจ ของคน พปชร.ที่มีต่อคนใน ปชป. ที่คงไม่จบแค่นี้ ยังน่าจะมีงัดข้อ-เล่นเกมต่อรองกันอีกหลายรอบ แม้ต่อให้ตั้งรัฐบาลร่วมกันแล้วก็ตาม การขบเหลี่ยมระหว่าง พปชร.กับ ปชป. โดยมี ภท.อยู่ฝ่ายเดียวกับ ปชป. นับจากนี้จะมีให้เห็นอีกหลายยก!.

'ธนาธร'นัด27พ.ค.อนาคตใหม่ฉลองใหญ่ ยอมรับความจริงแล้ว!โอกาสเป็นนายกฯน้อยลงทุกที

    
 

แฟ้มภาพ

27 พ.ค.62 -  ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงถึงกรณีผลการเลือกตั้ง เขต 8 จ.เชียงใหม่ ว่า ผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ส่งผลให้คุณศรีนวล คำลือ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ เชียงใหม่ เขต 8 มีคะแนนดิบในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นอันดับ 1 ของประเทศ คือ 75,896 คะแนน ชนะ คนของอนาคตใหม่อีกคนคือ คือ คุณเอกการ ซื่อทรงธรรม 72016 คะแนน ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จ.แพร่ เขต 1 ผลจากการประกาศคะแนนครั้งนี้ เมื่อคำนวณคร่าวๆพบว่า สส.พึ่ง มี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) จะเพิ่มจาก 115 เป็น 116 ปชป. จาก 52 เป็น 53 อนค. จาก 80 เป็น 81 พรรคไทยรักธรรม ส.ส จะลดลงจาก 1 เป็น 0 คน รวมทั้งหมด พรรคฝ่ายต่อต้านเผด็จการ จะมี ส.ส รวมกัน 246 ที่นั่ง พรรคอื่นร่วมกัน 254 ที่นั่งในสภา

นายธนาธร กล่าวอย่างไรก็ดี นี่เป็นการคำนวณอย่างคร่าวๆ ต้องรอผลอย่างเป็นทางการ จากกกต. อีกครั้ง สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ อนค.ขอแถลง 4 เรื่อง 1.ขอขอบคุณ ชาวเชียงใหม่ เขต 8 ทุกคน ที่ลงคะแนนให้เรา รวมทั้งประชาชนทั่วประเทศที่ให้การสนับสนุน โดยการส่งเสียงไปกระตุ้นชาวเชียงใหม่ เขต 8 ทีมงานพรรคอนาคตใหม่ และการรณรงค์หาเสียงที่ทำงานอย่างแข็งขัน ระหว่างที่ตนไปรณรงค์ ตนได้ฝากพี่น้อง ใน 4 อำเภอ ไว้ว่า วันที่ 27 พ.ค. เป็นวันเกิดของพรรค จากการประชุมพรรคครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ชัยชนะในการเลือกตั้งวันนี้จึงเป็นเสมือนของขวัญของพรรคอนาคตใหม่  ที่เราเฉลิมฉลองร่วมกัน

2.ผลการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นว่า พี่น้องประชาชนในประเทศไทย อยู่ในภาวะโกรธ เคียดแค้นและสิ้นหวัง กับกระบวนการความพยายามสืบทอดอำนาจของ คระรัฐประหาร ความไม่โปร่งใส ความไม่เป็นธรรม หลังการเลือกตั้ง แสดงออกที่เชียงใหม่เขต 8 ในครั้งนี้ และหากมีใบแดง ใบดำ ในเขตอื่น และมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เราจะได้สส. เพิ่มอีก 

3.ความลักลั่นของรัฐธรรมนูญ และการตัดสินใจของ กกต. ตนเรียนว่า กติกาการเลือกตั้ง ส่งผลกระทบต่อทิศทางการเดินทางของประเทศ ทุกท่านเห็นแล้วว่า จะเกิดอะไรขึ้น หาก กกต. ใช้สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ แบบที่สื่อมวลชนและนักวิชาการส่วนใหญ่ในประเทศใช้กัน ชื่อของ ประธานสภา รอง 1 รอง 2 จะไม่เป็นแบบนี้ การเปลี่ยนคะแนนโดยสูตรคำนวณ ปาร์ตี้ลิสต์ ทำให้ความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายต่อต้านการสืบทอดอำนาจ หายไปทันที ดังนั้น จึงขอให้ กกต. ใช้อำนาจอย่างเป็นธรรม ซื่อสัตย์ อย่าให้การเมืองมากดดันท่าน เพราะการตัดสินใจของท่านเป็นการตัดสินใจอนาคตของประเทศ

“ขอเรียกร้อง ไปยังกกต. ให้มีการประกาศผลอย่างเป็นทางการโดยเร็ว พร้อมรับรองคุณศรีรนวล ที่เป็นผู้ชนะอย่างไม่เป็นทางการ ให้เป็น สมาชิกสภาผู้แทนรษษฎร โดยเร็ว เพื่อให้เสียงของคนเชียงใหม่ เขต 8 สะท้อนเข้าไปในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ”

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พปชร. เดินทางไปเทียบเชิญ ปชป. และ ภท. นายธนาธร กล่าวว่าอยากเห็นการเมืองไทยเดินหน้าอย่างสร้างสรรค์ ต้องซื่อตรงกับประชาชน ทำในสิ่งที่ตัวเองหาเสียงไว้ เพราะประชาชนเลือกเพราะชื่อว่า พรรคนั้นจะทำอย่างที่พูด ตนจึงขอเรียกร้องไปที่ กรรมการบริหารทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ให้เดินตามสิ่งที่สัญญากับประชาชน

“ประชาชนที่เลือก 2 พรรคนี้ เข้ามาจับตาดูอยู่ว่าทั้ง 2 พรรคจะตัดสินใจอย่างไรเมื่อมีอำนาจ ทางเราเองยังเปิดประตูอยู่ และจะพยายามให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ดี ยังเป็นแคนดิเดท นายกรัฐมนตรี ซึ่งเราพูดคุยได้อยู่แล้ว แต่จะตัดสินใจอย่างไร อยู่ที่ประชาชนที่รักความเป็นธรรมมาร่วมกันเรียกร้องให้ทั้ง 2 พรรค ทำสิ่งที่ตนเองเสนอ ลดทิฐิ ลง แล้วมองอนาคตของประเทศชาติเป็นหลัก” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุ

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เมื่อมีรัฐบาลใหม่ แล้ว คสช. ในฐานะตัวองค์กร จะหายไป แต่ระบอบ คสช. ระบอบเผด็การจะยังอยู่กับเรา ในรูปแบบของ รธน สว. และองค์กรอิสระต่างๆ ซึ่งกรรมการขององค์กรอิสระเหล่านี้ แต่งตั้งโดย คสช. สิ่งต่างๆเหล่านี้ จะยังอยู่กับเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ พปชร. เพราะฉะนั้นการเข้าร่วมกับ พปชร. ตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากเป็นการสนบัสนุนให้ระบคสช. อยู่กับประเทศไทยต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามถึง ความมั่นใจในการได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายธนาธร กล่าวพียงสั้นๆว่า "ความมั่นใจยังคงน้อยลง เพราะเราต้องยอมรับความจริง" 

....................................................

27 พฤษภาคม 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน