*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4027
  • จำนวนผู้ชม : 2537748
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 266 , 12:14:28 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

 

 

เปิดเสรีเล้ย ... แค่สมุนไพรเท่านั้น !?

         คำพูดของนักการเมืองจะเป็นอย่างที่เขาพูดกันหรือเปล่า ที่บอกว่า "เชื่อไม่ได้" ก็อย่างกัญชาที่สามารถพิสูจน์ได้ง่ายๆ

ถึงความเป็นยาเสพติดของมันเองแท้ๆ แต่นักการเมืองระดับหน.พรรครายหนึ่งก็ยังดันทุรังที่จะบอกว่ามันไม่ใช่ยาเสพติด เป็นแค่

สมุนไพรตัวหนึ่งเท่านั้นเอง จึงถือเป็นนโยบายของพรรคที่จะเปิดให้ปลูกและใช้กัญชากันได้อย่างเสรีไปเลย ทำเป็นปิดตาเสียข้าง

หนึ่ง ไม่มองไปที่ความร้ายกาจของเจ้ากัญชาตัวนี้ มองแต่ผลดีเท่านั้น

         ข่าวโทรทัศน์ ช่อง 22 ขณะนี้ แกนนำพปชร.กำลังแถลงข่าวการจัดตั้งรัฐบาล บอกว่าจะตั้งรัฐบาลขึ้นก่อน แล้วค่อยหารือ

กับพรรคร่วมว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งใด นโยบายของรัฐบาลเป็นอย่างไรกันเสียก่อน

 

โลกแห่ง 'ประชาธิปไตยเนื้อหา'

    

                ดูลิเก....
                
เขาห้าม แง้มดูหลังฉาก

                มันจะทำลายโลกสวย "ในจินตนาการ" ของเราไปสิ้น!

                เพราะ "ชีวิตจริง" ของตัวแสดง นั้น

                ตั้งแต่ตัวเจ้า พระเอก-นางเอก ยันเสนา ตอนอยู่ "หน้าฉาก" จะสวยงาม ประหนึ่ง "เทวัญ" พาเราเตลิด-เพริดตาม

                แต่ "หลังฉาก" นั้น

                แต่ละชีวิต เหมือนอยู่ใน "โลกันตร์" ระคนคลั่กทั้ง ยิ้ม, เยาะ, หัวเราะ, ร้องไห้ สมอย่างที่ใครๆ ว่า "โลกนี้คือละคร"

                มันเศร้า.......

                เพราะล้วนตรงข้าม "จินตนาการเรา" ทั้งสิ้น!

                ไปกินอาหารตามร้าน ตามภัตตาคารหรู ก็ดังว่า เพื่อให้มื้อนั้น คล่องปาก-คล่องใจ

                ห้ามเข้าไปดู "หลังครัว" เด็ดขาด

                ขืนเข้าไปจะ "กินไม่ลง"!

                ดู "การเมือง" ว่าด้วยเรื่อง "ตั้งรัฐบาล" ก็ไม่ต่างกัน

                อย่าไปกระหาย-ใคร่รู้ "ทุกช็อต-ทุกวินาที" ในบทอัศจรรย์ที่แต่ละพรรคเขาโลมเล้าเข้าสังวาสกัน

                มันจะทำให้จิตตก แต่อารมณ์ขึ้น

                ขึ้นในทาง "หมั่นไส้-คลื่นไส้" ว่าพวกคุณมึงจะมากลีลากันไปถึงไหน

                ดั่งอุปมาลิเกนั่นแหละ

                จะดูให้เพลิดเพลิน ต้องรอเขาแต่งตัว-แต่งหน้าเสร็จ รำออกมาหน้าฉาก เฉิดฉัน ก็ค่อยดูตอนนั้น

                หรือไปกินอาหารตามร้าน ตามภัตตาคาร อย่างที่ว่า สั่งอาหารแล้วก็นั่งเลียช้อน เลียตะเกียบ รออยู่ที่โต๊ะนั่น

                อย่าแฉลบไปดูที่เขากองเขลอะขละหลังครัวเชียว จะทำให้อ้วกแตกก่อน!

                ตอนนี้ ตัวประธานวุฒิสภาก็ได้แล้ว คือ "นายพรเพชร วิชิตชลชัย" อดีตประธาน สนช.

                ตัวประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้แล้ว คือ "นายชวน หลีกภัย" อดีตนายกฯ ๒ สมัย

                และตอนนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้เป็นนายกรัฐมนตรี มี "อำนาจเต็ม" ไม่ใช่นายกฯ รักษาการ

                ได้นำรายชื่อประมุขทั้ง ๒ สภา ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงพิจารณาลงพระปรมาภิไธยแล้ว

                มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่ นายชวน หลีกภัย จะได้กำหนดวัน เรียกสมาชิกทั้ง ๒ สภา คือ ส.ว. ๒๕๐ และ ส.ส. ๕๐๐ ประชุมรัฐสภา

                เพื่อโหวตเลือกตัว "นายกรัฐมนตรี"!

                สรุปตามหน้าเสื่อตอนนี้ ซีกจัดตั้งรัฐบาล ก็มี "พลเอกประยุทธ์" ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐคนเดียว

                ส่วนในซีกฝ่ายค้าน ๗ พรรค แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ปรากฏว่า "สอบตก" หมดทั้ง ๓ คน  ไม่มีใครได้เข้าสภาเลย

                ความจริงก็ไม่ผิดกติกา ที่พรรคจะเสนอ "สุดารัตน์-ชัยเกษม-ชัชชาติ" คนใด-คนหนึ่ง ให้ที่ประชุมรัฐสภาเลือก

                แต่คงเพราะ

                เสนอไป..ก็งั้นๆ มันไม่ได้อยู่แล้ว!

                จึงเล่นบทสวย อ้างพรรคเคยประกาศ "นายกฯ ต้องมาจาก ส.ส." เมื่อสอบตก กระโปรงฉีก กางเกงขาด กันหมด

                พรรคจึงรักษาฟอร์ม ประกาศไม่ส่งใครลงแข่ง

                เห็นว่าจะเสนอ "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส" คนรักใคร่นับถือกันกับผมเข้าชิงเก้าอี้นายกฯ แทน

                แต่รัฐธรรมนูญกำหนดว่า.......

                คนที่จะถูกเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องอยู่ในรายชื่อของพรรคที่ได้ ส.ส. ๒๕ คนขึ้นไป และต้องได้รับการรับรองจาก ส.ส. ๕๐ คนขึ้นไป

                จึงน่าเสียดาย......

                พรรค พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มี ส.ส.เพียง ๑๐ คน หมดสิทธิ์เข้าชิง!

                แต่ติดตรงว่า หัวหน้าพรรค คือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

                ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ "งดปฏิบัติหน้าที่"

                ตอนนี้ อยู่ระหว่างรอการไต่สวนวินิจฉัย ว่าการ "ถือหุ้นสื่อ" นั้น ขาดคุณสมบัติหรือไม่?

                เท่าที่ฟัง ทาง ๗ พรรคเขาตีความกระเดียดไปทางว่า นายธนาธรยังดำรงสภาพ ส.ส.อยู่ เพียงถูกแขวนชั่วคราว

                ฉะนั้น เขาจะเสนอนายธนาธรเข้าชิงตำแหน่งนายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภา!

                ผมไม่สงสัยในประเด็นว่า "นายธนาธรยังเป็น ส.ส.อยู่"

                แต่สงสัยว่า นายธนาธรจะเข้าไปประชุมรัฐสภาได้อย่างไร ในวันโหวตเลือกนายกฯ

                ในเมื่ออยู่ระหว่างถูกศาลฯ สั่งให้ "หยุดปฏิบัติหน้าที่"?

                เพราะในทางปฏิบัติ.........

                การจะเสนอชื่อเข้าชิง ตัวก็จะต้องปรากฏในที่ประชุมด้วย

                "การนั่งประชุมหน้าจอโทรทัศน์" อยู่นอกห้องคนเดียว อย่างคราวที่แล้ว ซึ่งท่านประธาน "ชัย ชิดชอบ" เชิญออกจากที่ประชุม อย่างนั้น

                ใช้ไม่ได้นะ..ธนาธร!

                ศาลฯ ให้เวลาธนาธร ๑๕ วัน ในการทำคำชี้แจง แก้ต่าง-แก้คดีส่งไปให้ แล้วศาลจะนัดวันไต่สวน จากนั้น ก็จะนัดวันฟังคำพิจารณาวินิจฉัย

                ดูตามเทอมเวลาแล้ว จาก ๒๓ พฤษภา จะครบ ๑๕ วัน ก็ตกราววันที่ ๖-๗ มิถุนา

                ก็ไม่น่าทัน!

                คือ การประชุมรัฐสภา โหวตเลือกนายกฯ น่าจะเกิดก่อนวันที่ ๖-๗ มิ.ย.แน่

                ดังนั้น ความน่าจะเป็น ก็คือ ถ้าต้องการสร้างประเด็นไว้ประดิษฐ์วาทะกวนเล่นโก้ๆ ในสังคมโซเชียล อยากเสนอชื่อธนาธร ก็เสนอไปเถอะ

                ตามรูปการณ์นี้ ทำไป-ทำมา การประชุมรัฐสภา นัดโหวตเลือกนายกฯ เหลือ "ว่าที่นายกฯ" ของพรรคพลังประชารัฐคนเดียว ที่จะถูกเสนอ

                เว้นแต่ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะส่ง "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หรือพรรคภูมิใจไทย จะส่ง "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" เข้าชิง?

                เห็นยักเงี่ยงกันเหลือเกิน..........

                ทั้งประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ก็ส่งแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค เข้าชิงกันเอง ๓ พรรค ๓ แคนดิเดต

               ให้มัน รู้แล้ว-รู้แรดไปซะเลยเป็นไง?

                เมื่อวาน (๒๘ พ.ค.) ตลาดหุ้นไทย สะท้อนความเชื่อมั่นในการจัดตั้งรัฐบาลให้เห็นแล้ว

                เงินนอกเข้ามาซื้อ-ขายหุ้นวันเดียว กว่า ๒ แสนล้าน!

                เห็นเขาว่าสูงเป็น "ประวัติการณ์" นับตั้งแต่มีตลาดหุ้นมา ขนาดนั้นเลยเชียว

                นี่ขนาด "การเมือง" ทะล่อก-ทะแล่กนะ

                แสดงว่า ในภาวะเศรษฐกิจ-การลงทุนโลก อยู่ในภาวะวิกฤติ

                แต่สังคมโลก "มองทะลุ" เชื่อมั่นในเสถียรภาพ "ประเทศไทย" ด้านเศรษฐกิจ-การเงิน-การลงทุนของไทยมาก

                ด้วยมองยาว ทะลุไปถึงอนาคต

                ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่ให้น้ำหนักตลาดหุ้น-ตลาดทุนไทยขนาดนี้!

                เขายึดตรงไหนเป็นความเชื่อมั่น?

                ตอบได้เลย....

                เขาเชื่อว่ารัฐบาลเลือกตั้งนี้ "พลเอกประยุทธ์" จะกลับมาเป็นนายกฯ!

                โลกภาคีเครือข่ายสังคมในยุคไอที อย่างที่คุยกันไป เขาไม่ได้ให้น้ำหนัก "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" รูปแบบ เป็นตัวชี้ขาดสังคมกันแล้ว

                หากแต่ให้น้ำหนักทาง "เนื้อหา" จากเศรษฐกิจ-สังคม และการเปิดกว้าง "ทุกอย่าง" ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม

                "ส่วนร่วม" ในที่นี้ คือสิทธิ-เสรีภาพการตรวจสอบภาครัฐจากภาคประชาชน ในทุกโครงการและปฏิบัติการ

                จึงเห็นชัด เมื่อ ๕ ปีก่อน ตอน คสช.ยึดอำนาจประเทศ ปี ๕๗

                ทั้งโลกแอนตี้ พลเอกประยุทธ์

                เมื่อ ๕ ปีผ่านไป..........

                ทั้งโลก ชื่นชม-ยอมรับ พลเอกประยุทธ์!

                เพราะอะไร เพราะก่อนหน้า สังคมโลกติดรูปแบบคำว่า "เผด็จการ"

                แต่พอเห็น "เนื้อหา" ในการบริหารประเทศของรัฐบาลเผด็จการ ปรากฏว่า.........

                เป็นประชาธิปไตย สร้างสังคม-เศรษฐกิจ และมาตรฐานประเทศ

                ดียิ่งกว่ารัฐบาล "ประชาธิปไตย" รูปแบบ ดังที่เป็นมา!

                นี่...เดือนหน้า ไทยเป็นประธานประชุมอาเซียน

                ทุกประเทศ ยินดี พร้อมมาร่วมประชุมกันคึกคัก ไม่มีใครสงสัยว่า นายกฯ ผู้ทำหน้าที่ประธานอาเซียน จะเปลี่ยนไปจากพลเอกประยุทธ์

                เห็นอีกข่าวเมื่อวาน อินเดียเลือกตั้ง "นายนเรนทรา โมดี" ได้รับเลือกกลับมาเป็นนายกฯ สมัยที่ ๒

                ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งที่จะมีเร็วๆ นี้ ในรายชื่อประเทศที่รัฐบาลอินเดียเชิญร่วมเป็นสักขีพยาน

                "นายกรัฐมนตรีไทย" มีรายชื่อได้รับเชิญด้วย!

                เหล่านี้ แสดงถึงอะไร ในทัศนคติสังคมโลกที่มองไทย ผ่าน "ประชาธิปไตยเนื้อหา" ในผลงานที่ปรากฏจาก "รัฐบาลพลเอกประยุทธ์"

                คำตอบเดียว คือ "เชื่อมั่น"!  

 

ยุ่งแล้ว!'แกะดำปชป.'อัดคลิปแฉเบื้องลึกเลื่อนถกร่วมรัฐบาลพปชร.

    
 

29 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้อัดคลิปเผยแพร่ผ่านทางเฟซบุ๊ก หลังจากวงประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ร่วมกับ ส.ส.​ของพรรค เมื่อวันที่ 28 พ.ค.62 ที่ผ่านมา เพื่อขอมติพรรคต่อการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต้องเลื่อนออกไป โดยระบุว่าไม่ใช่ความผิดของพรรค ปชป. แต่เกิดจากความไม่ชัดเจนของพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อีกทั้งแสดงความไม่สบายใจต่อท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค พปชร. แต่กลับเข้ามามีส่วนร่วมต่อการพิจารณาบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการครอบงำ แทรกแซง และชี้นำพรรคร่วมรัฐบาล

นายเทพไท กล่าวว่า วันนี้ (28 พ.ค.62) ตนตั้งใจมาประชุมร่วมระหว่าง กก.บห. กับ ส.ส.ของพรรค เพื่อหาคำตอบให้พี่น้องประชาชน จะได้ทราบว่าพรรค ปชป. จะร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร.หรือไม่ แต่น่าเสียดายที่ได้รับการแจ้งจากเลขาธิการพรรค ปชป. ว่าวันนี้การประชุมร่วมขอเลื่อนไปโดยไม่มีกำหนด นั่นเพราะปัจจัยภายนอก ไม่ใช่ปัจจัยภายในของพรรค ปชป.

“เดี๋ยวจะหาว่าพรรค ปชป. ยึกยัก เล่นตัว ท่ามาก ปัญหาทั้งหมดเกิดจากพรรค พปชร.ที่ไม่มีความชัดเจนในพรรคของตนเอง ทำให้เงื่อนไขต่างๆไม่สามารถตกลงกันได้ จึงไม่สามารถให้คำตอบถึงเงื่อนไขที่พรรค ปชป. นำไปเสนอได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ที่ผมไม่สบายใจมากที่สุด คือ ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ออกมาพูดว่ามีส่วนในการคัดตัวรัฐมนตรีจากพรรคต่างๆ ผมคิดว่าเป็นการก้าวก่าย ครอบงำ และชี้นำพรรคการเมืองพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งผมไม่เห็นด้วยที่จะมีท่าทีเช่นนี้” นายเทพไท กล่าว

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแทรกแซงสิทธิของพรรค ปชป.ในการคัดสรรคนเข้าดำรงตำแหน่ง และการเข้ามาปฏิเสธเรื่องเงื่อนไขที่พรรค ปชป.จะเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่านี่ไม่ใช่เงื่อนไขการร่วมรัฐบาล จึงอยากให้ประชาชนจับตามองว่าเกมต่อไปของการร่วมรัฐบาล การจัดตั้งรัฐบาลของขั้วนี้จะเป็นไปอย่างไร ยืนยันว่าความผิดทั้งหมดไม่ใช่ของพรรค ปชป. ความผิดทั้งหมดเป็นของพรรคแกนนำที่จะจัดตั้งรัฐบาล ไม่มีความชัดเจน มีปัญหากันภายในพรรค” นายเทพไท กล่าว  

สำหรับนายเทพไทนั้นในการประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาฯนั้น เขาเป็นคนเดียวของส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่งดออกเสียงต่อญญัติที่ขอให้เลื่อนระเบียบวาระดังกล่าวออกไปตามการเสนอของส.ส.พรรคพลังประชารัฐ โดยผลการลงคะแนนปรากฎว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ให้ด้วยที่จะเลื่อนระเบียบวาระนี้ออกไป.

 

พรรคร่วมหนาว!'ณัฏฐพล'ลั่นโหวตเลือก'บิ๊กตู่'ก่อนแบ่งเค้กทีหลัง หากจำเป็นยุบสภาอยู่ที่นายกฯ

    
 

"ขอเวลานิดนึง เราไม่ได้กังวลเรื่องเสถียรภาพ แต่ต้องพูดคุยเพื่อให้เหมาะสมกับทั้งสองพรรค ไม่ต้องการนำไปเสนอ ส.ส.แล้ว ไม่มีเสถียรภาพ และไม่เหมาะสมกับทั้งสองพรรค"นายณัฏฐพล กล่าวให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ในช่วงค่ำวันนี้หลังจากพรรค ปชป.เลื่อนการประชุมเกี่ยวกับการร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร.

อย่างไรก็ตาม นายณัฏฐพล เชื่อมั่นว่าระยะเวลาที่เหลือก่อนเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ก็น่าจะตกลงกันได้ แต่พรรค พปชร.ยืนยันว่าจะโหวตนายกรัฐมนตรีก่อน ส่วนพรรคอื่น ๆ ก็ขึ้นกับมติแต่ละพรรคว่ามีความมั่นใจหรือไม่ในการเป็นรัฐมนตรี เพราะต้องเลือกนายกรัฐมนตรีก่อนที่จะมีรัฐมนตรี และพรรค พปชร.มั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการตรงนี้ได้สามารถทำสมการให้ลงตัวได้

เมื่อถามว่าส่วนโอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐนนตรี จะใช้อำนาจยุบสภาฯ หากการจัดตั้งรัฐบาลไม่สามารถตกลงกันได้นั้น  นายณัฏฐพล กล่าวว่า  ไม่อยากให้ไปถึงตรงนั้นเพราะประชาชนมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.อย่างท่วมท้น แต่หากเป็นความจำเป็นก็เป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี.

 

พท.ผวายุบสภา! โวยเครือข่ายสืบอำนาจแบ่งเค้กไม่ลงตัว

    
 

29 พ.ค. 62 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลล่ม จนพรรคพลังประชารัฐขู่ยุบสภาว่า ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เป็นอีกครั้งที่ชี้ให้ประชาชนเห็นชัดๆ ว่าบ้านเมืองที่มีปัญหา หรือความพยายามสืบทอดอำนาจสร้างปัญหา ก่อนหน้านี้ตกลงผลประโยชน์กันไม่ลงตัว พยายามจะเลื่อนเลือกตั้งประธานสภาฯ เจรจาแบ่งโควตารัฐมนตรีกันไม่ลงตัว พาลจะไปยุบสภา ทั้งที่เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาแค่ 2 เดือน ใช้งบประมาณการเลือกตั้งไปเกือบ 6 พันล้านบาท ประชาชนตัดสินใจได้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ใครคือตัวปัญหา ผ่านการประชุมสภามาไม่กี่ครั้ง ประชาชนเห็นชัดถึงคุณภาพของนักการเมือง พรรคการเมือง 

 ทั้งนี้ หากปล่อยให้ ส.ส. ได้ทำงาน ยิ่งจะได้เห็นคุณภาพของคนที่พี่น้องประชาชนเลือกมาว่าเป็นอย่างไร ประชาชนอยากเห็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นยืนในสภาแล้วขานชื่อโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ประกาศชัดว่าไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ เพราะทำให้เกิดความขัดแย้ง อยากเห็นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดถึงประชาธิปไตยวิปริต 250 ส.ว.โหวตนายกฯ จะกลับลำมาหนุนพล.อ.ประยุทธ์อย่างไร เทคโนโลยีทำให้นักการเมืองกลืนน้ำลายตัวเองยากขึ้น เพราะใครพูดอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ประชาชนสามารถสืบค้นมายืนยันหักล้างได้ทั้งหมด

“มองว่าการเจรจาตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ง่าย ตราบที่ยังเป็นการเมืองระบบโควตาอัตราส่วน ที่ยึดผลประโยชน์ของตัวเองมาต่อรอง แล้วละทิ้งผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน เป็นสถานการณ์ที่ฝ่ายสืบทอดอำนาจต้องเรียนรู้กันเอง พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะได้ทราบว่าการเป็นนายกรัฐมนตรีเสียงปริ่มน้ำกับเครือข่ายพรรคการเมืองที่แสวงหาผลประโยชน์ไม่หยุดหย่อนเป็นปัญหาอย่างไร ฝ่ายการเมืองที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ก็จะได้เรียนรู้ว่าการสนับสนุนทหารสืบทอดอำนาจ ในยุคที่ประชาชนตื่นรู้ ไม่ง่ายเช่นกัน และเมื่อเดินเข้าไปร่วมรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ สภาพอาจไม่ต่างจากพลทหาร ที่คอยรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาและปฏิบัติตามในข้อสั่งการอย่างเคร่งครัด”นายอนุสรณ์ ระบุ.

 

ปชป.น่าคิด!กก.บห.เผยพรรคของเพื่อนที่มาเลย์ แม้จะเจ็บปวดแต่ต้องยอมจับมือกับ'มหาเธร์'เพื่อเอาชนะ'นาจิ๊บ'

    
 

29 พ.ค.62 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรกกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

 เล่าเรื่องการเมืองมาเลเซียบ้าง

ส.ส.Kasthuri Patto จากปีนัง มาเลเซีย เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ได้รู้จักกันเมื่อหลายปีก่อนในเวทีนานาชาติ วานนี้พบกันอีกครั้งในเวทีเรื่องFreedom of Relgions or Beliefs เสร็จงานจึงพาเพื่อนเที่ยว..มาเลเซียเป็นประเทศที่มีปัญหา Identity politics เรื่องเชื้อชาติถูกหยิบยกเป็นประเด็นการเมือง เอามาเป็นขั้วแบ่งข้างระหว่างกลุ่มมาเลย์มุสลิมนิยม และกลุ่มมุสลิมสายกลางและเชื่อชาติอื่น

ในยุคพ่อของเธอ คนที่ไม่ใช่เชื้อสายมาเลย์ถูกกีดกันจากสิทธิต่างๆ นักการเมืองหรือนักเคลื่อนไหวที่ลุกมาต่อต้านรัฐบาล ซึ่งก็ยุคนายกฯมหาเธย์ ถูกจับกุม บ้างก็ติดคุกเป็นปีๆ

วันนี้ ในยุคของเธอ พรรคการเมืองของเธอซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำในอดีต แม้จะเจ็บปวดแต่ก็ต้องยอมจับมือกับพรรคของมหาเธร์ เพื่อเอาชนะพรรคของอดีตนายกฯนาจิ๊บ ที่ถูกกล่าวหาทุกจริตและใช้อำนาจโดยมิชอบ ใช้เชื้อชาติศาสนาเป็นเครื่องมือหาเสียง

เมื่อถามว่าทำไมกลุ่มคนรุ่นใหม่ถึงให้การสนับสนุนท่านมหาเธร์ เขาไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเหรอ เพื่อนตอบว่า “เขาเกิดไม่ทัน โตไม่ทันที่จะรับรู้ปัญหาไงหละ”

หมาก็พูดได้​ ควายก็เห่าเป็น!สอนรัฐสวัสดิการ'ธนาธร-ช่อ'/ยัน'ป๋าเปรม'ไม่ใช่อุปสรรค

    
 

ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ

29 พ.ค.62 - ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Sattra Janto Toaon แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นรัฐสวัสดิการ  หลังนายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พูดในงานเสวนา"สร้างรัฐสวัสดิการ สร้างประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า เมื่อเช้าเกิดการสูญเสียชีวิตของบุคคล ที่มีประวัติศาสตร์สำคัญทางการเมือง ก็คือคุณเปรม ติณสูลานนท์ ระบบรัฐที่สร้างขึ้นมาในยุคของพล.อ.เปรม ถ้ายังยอมให้รูปแบบรัฐที่เกิดขึ้น ถูกสร้างขึ้นในยุคนี้ดำรงอยู่ ไม่มีทางที่จะเกิดรัฐสวัสดิการได้"

โดยโพสต์ของ Sattra Janto Toaon  มีเนื้อหาดังนี้

วิพากษ์วิจารณ์  แนวคิดรื่องรัฐ

ป๋า​ คือ​ อุปสรรคของรัฐสวัสดิการ?

______

ตี๋กับฉ้อ​ พูดถึงรัฐสวัสดิการบ่อย​ๆ ประเด็นที่สังคมตั้งคำถามกันมากคือ​

เอาเงินมาจากไหน

มิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่า​ "หมาก็พูดได้​ ควายก็เห่าเป็น"

ตี๋กับฉ้อบอกว่า​ เก็บภาษี​ ชนชั้นบนชนชั้นกลางเอามาเลี้ยงรากหญ้า

ผมขออนุญาตชี้แจงว่าคลาดเคลื่อนเลื่อนลอยยิ่งนัก

_______

2.ประเทศต้นแบบอย่าง​ สวีเดน​ ฟินแลนด์​ นอรเวย์​ มีGDP พอๆกับไทยเรา​ ดูเหมือนจะทำได้

3.แต่​ สวีเดน​ ฟินแลนด์​ นอรเวย์​ มีประชากรน้อยกว่าเรา​ 10​ เท่า​

4.นั่นแปลว่า​ ต่อหัว​ gdp​ per​ capita​ มากกว่าเรา​ 10​ เท่า​ รวยกว่าเรา​ 10​ เท่าครับ

5.ประเทศเยอรมนี​ ฝรั่งเศส​ มีประชากรเท่าๆกับเรา​ แต่มี​GDP​ มากกว่าเรา​ 9​ เท่า​

6.ประเทศไทยยังจนกว่าเขาเกือบ​ 10​ เท่า​ ดังนั้นเบื้องต้นต้องคิดว่า​ มันมีความเป็นไปได้แค่ไหน

7.ในประเทศต้นแบบ​ รัฐสวัสดิการมีแหล่งรายได้​ 4​ แหล่ง

1.ภาษี​

2.ประชาชนต้องจ่ายเงินประกันต่างๆเอง​ หักจากเงินเดือน​ คนอยู่​ ตปท.จะรู้ว่าถูกหักกันเยอะ

3.เงินบริจาคแบบพี่ตูนวิ่งครับ

4.เงินout of​ pocket คือเงินที่เกินจากค่ารักษาเฉลี่ย​ เช่น​ ค่ายาบางตัวที่แพงมากต้องจ่ายเพิ่มเอง

_____

8.ถามว่าบนพื้นฐานสิ่งที่ต้องทำก่อนคือการสร้างรายได้เพิ่มให้กับชนชั้นล่าง​ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้ดี

9.ให้คนไทยมีรายได้มากที่สุดเพื่อนำมาจ่ายค่าประกัน​ มิใช่สัญญาลมๆหรือกู้เงิน​ นำเงินมาแจก​ ที่อาจทำให้ประเทศล้มละลาย

10.การเก็บภาษีถ้านำมาใช้มากเกินจะฉุดรั้งเศรษฐกิจ​ ชนชั้นหลักจะไม่ลงทุน​ คนชั้นกลางไม่อยากทำงาน​ ขาดแรงจูงใจ​ ส่งผลให้พังลงมาทั้งระบบ

11.การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากแบบ​ ป๋า​ ทำต่างหากคือคำตอบ

12.การสร้างงาน​ สร้างรายได้​ สร้างการอยู่ดีกินดี​ ให้ทุกคนทำงานด้วยตนเองมากที่สุดคือคำตอบของรัฐสวัสดิการ​ เพราะทุกคนจะจ่ายเงินประกันได้

13.ถ้าเข้าใจพื้นฐานตรงนี้จะพบข้อสรุปว่า​ ป๋า​ คืออุปสรรคของรัฐสวัสดิการนั้น

เลื่อนลอย​ และขาดเหตุผลโดยสิ้นเชิง

ที่สำคัญ​ ในหลวงกับป๋าท่านไม่ชอบยื่นปลา​ ท่านชอบยื่นเบ็ด

ท่านไม่พูดมาก​ แต่ทำจริง

 ...............................................

‘เสรี’ชำแหละปัญหาตั้งรบ. ชี้ส.ส.เลือกนายกฯไม่ได้ ‘ส.ว.’พร้อมปิดเกม

‘เสรี’ชำแหละปัญหาตั้งรบ. ชี้ส.ส.เลือกนายกฯไม่ได้ ‘ส.ว.’พร้อมปิดเกม

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 11.15 น.

‘เสรี’ชำแหละปัญหาตั้งรบ. ชี้ส.ส.เลือกนายกฯไม่ได้ ‘ส.ว.’พร้อมปิดเกม

29 พ.ค.62 นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความแสดงความเห็นกรณีปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ผ่านทางเฟซบุ๊ก “เสรี สุวรรณภานนท์” ดังนี้

“รัฐธรรมนูญ กำหนดให้ ส.ว.ร่วมลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย”

“การจัดตั้งรัฐบาลบนฐานของผลประโยชน์และความต้องการของพรรคการเมืองที่ต่อรองกันยังไม่ลงตัว ไม่ใช่เรื่องที่จะจัดตั้งได้ง่ายๆ เพราะแต่ละพรรคการเมืองล้วนมีจุดหมายของการได้ผลประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะต่อรองได้ มิใช่ประโยชน์สูงสุดของประชาชนอย่างที่พูดกัน”

“ทั้งๆที่พรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลควรจะต้องมีอำนาจการต่อรองมากกว่าพรรคอื่นๆ ที่จะต้องอยู่บนฐานของความเข้มแข็ง ความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นของตัวเอง ที่จะต้องให้พรรคการเมืองอื่นๆเข้ามาขอร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล”

“แต่ปรากฏว่า สถานการณ์กลับกัน พรรคแกนนำไม่สามารถนำเอาจุดแข็งของตัวเองมาใช้เป็นเครื่องต่อรองกับพรรคการเมืองอื่นๆได้ แต่กลับจัดตั้งรัฐบาลอยู่บนพื้นฐานของความหวาดกลัวว่า จะได้เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลรวมแล้วไม่เกินกึ่งหนึ่งของเสียงในสภาผู้แทนราษฎร จนกลายเป็นพรรคการเมืองอื่นควบคุมสถานการณ์หรือควบคุมเกมส์ เล่นตัวได้ตามที่ตนเองต้องการ และในที่สุดก็จะถูกเรียกร้องจนหมดตัว”

“ซึ่งพรรคที่เป็นแกนนำจะต้องมีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และเด็ดขาดมากกว่านี้ และใช้จุดแข็งของตัวเองให้เป็นประโยชน์ในการต่อรอง และต้องทราบว่าจุดแข็งของตัวเองอยู่ที่ไหน หากยังไม่พบหรือยังไม่ทราบว่าจุดแข็งของพรรคตัวเองอยู่ที่ไหน ก็ยากที่จะต่อรองให้ได้ตามที่ตัวเองต้องการได้”

“โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลบนเสียงปริ่มน้ำหรือจมน้ำเหล่านี้ อยู่ที่เสียงสนับสนุนของสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 250 คนเป็นตัวกำหนด ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่สมาชิกวุฒิสภาจะต้องมาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่ง สว.มีอิสระในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี บนพื้นฐานของประโยชน์สูงสุดของชาติและประชาชน รวมทั้งให้ได้คนที่มีความสามารถและมีความเหมาะสมที่สุดต่อการบริหารประเทศมาเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงสถานการณ์หรือช่วงเวลาขณะนี้ ซึ่งในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนี้ สว.ก็ต้องตัดสินใจคิดกันเองให้ดีเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดของชาติบ้านเมืองดังกล่าว”

“ช่วงนี้ก็คงมีเวลาในการเจรจาต่อรอง ไปจนกว่าจะได้ประธานรัฐสภามาปฏิบัติหน้าที่ แต่เมื่อถึงเวลาแล้วดูทีหากพรรคการเมืองยังไม่สามารถหรือยังไม่ยุติที่จะรวมตัวกันในการสนับสนุนนายกรัฐมนตรีให้สำเร็จได้ คะแนนเสียงและความรับผิดชอบก็คงไปตกอยู่กับสมาชิกวุฒิสภา ในการโหวตเลือกบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งเป็นเอกสิทธิและเป็นหน้าที่ของ สว. ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ส่วนผลคะแนนในส่วน ส.ส.จะมีจำนวนเป็นอย่างไร ก็ต้องรับสภาพ”

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน