*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4027
  • จำนวนผู้ชม : 2537680
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 243 , 21:20:37 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

link @: เพื่อไทยชี้พปชร.จัดตั้งรัฐบาลยาก // ธนาธรยังหวังดูดปชป.-ภท.ตั้งรัฐบาล

มังกรมาคารวะทุกท่านครับ ขอให้จำเริญๆ

สวัสดีครับ

         ข่าว "แบงก์ชาติ โชว์ตัวเลข ‘เงินสำรองระหว่างประเทศ’ไทยเป๋าตุง" แสดงผลงานที่ดีอีกอย่างของรัฐบาลคสช. แล้วที่เอาแต่ด่าว่า

เศรษฐกิจย่ำแย่นั้น จริงๆแล้วมันเป็นขนาดนั้นเชียวหรือ

         ย้อนไปถึงคดีโฮปเวลที่ประเทศกำลังจะต้องจ่ายค่าโง่อ่วมทีเดียวนั้น สาเหตุเพราะการรถไฟไม่สามารถส่งมอบที่ดินสองข้างทางให้

โฮปเวลได้ เพราะชาวบ้านที่ครอบครองอยู่ไม่ยอม นั่นคือประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งที่เขาอ้าง คำถามคือ เหตุใดรถไฟจึงทำงานหละหลวม

ขนาดนั้น โครงการถนนและทางรถไฟยกระดับในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือที่เรียกว่า โฮปเวลล์ เกิดขึ้นในปี 2533 ในสมัยรัฐบาล พลเอก

ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี และมีนายมนตรี พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ครับ

         อ่านเรื่อง "สรุป 10 ข้อ มหากาพย์ค่าโง่โฮปเวลล์ ตั้งแต่แรกเริ่ม จนสุดท้ายรัฐต้องจ่ายหมื่นล้าน" ที่ส่วนท้ายเว็บเพจนี้ได้เลยครับ


     

 

 

 
 

แบงก์ชาติ โชว์ตัวเลข ‘เงินสำรองระหว่างประเทศ’ไทยเป๋าตุง

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 20.33 น.

31 พ.ค. 62 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ ฝบช. ๒/๒๕๖๒เรื่อง รายงานฐานะเงินสํารองระหว่างประเทศของทางการประจําเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒

ตามมาตรา ๕๘   แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย  พุทธศักราช  2485  และที่แก้ไขเพิ่มเติมให้จัดทํารายงานแสดงฐานะของเงินสํารองระหว่างประเทศของทางการ  ทั้งในฐานะรวม ฐานะสุทธิ  และฐานะล่วงหน้าสุทธิ  

โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นประจําทุกเดือน  นั้น  ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศรายงาน ตัวเลขเงินสำรองระหว่างประเทศ ๗,๖๗๘,๒๗๔.๓๗ ล้านบาท

ใครบอกว่า'ชวน เชื่องช้า'! 'สาธิต'งัดไทม์ไลน์ปธ.สภาฯคนใหม่โชว์ซะเลย

ใครบอกว่า'ชวน เชื่องช้า'! 'สาธิต'งัดไทม์ไลน์ปธ.สภาฯคนใหม่โชว์ซะเลย

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 20.19 น.

31 พ.ค.62 นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก ระบุว่า "ไหน ไครบอก ชวน เชื่องช้า" "ประชาธิปัตย์ ไม่ทันใจ“

วันนี้ 16.00 น ได้รับโปรดเกล้า 16.20 ทันทีที่เสร็จพิธีท่าน ชวน หลีกภัย ก็เคาะวัน ประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีเลย ตามระเบียบข้อบังคับคือ แจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน นับแต่วันที่ออกหนังสือเชิญประชุมครับ คือเร็วที่สุดได้วันที่ 5 มิ.ย.นี้ครับ   เรียนแจ้งเพื่อทราบ วันหลังจะได้ไม่วิพากษ์วิจารณ์ผิดๆอีกต่อไปครับ"

ยางก็ตก-ชาวบ้านก็ด่า! 'สาทิตย์'สะท้อนให้ปชป.ฟัง'จะร่วม-ไม่ร่วม'ชัดเจนได้แล้ว

ยางก็ตก-ชาวบ้านก็ด่า! 'สาทิตย์'สะท้อนให้ปชป.ฟัง'จะร่วม-ไม่ร่วม'ชัดเจนได้แล้ว

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 14.26 น.

31 พ.ค.62 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก โดยระบุว่า"สายๆวันนี้ ผมรับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่บ้านแถวบ้านผม ซึ่งเป็นเพื่อนกัน โทรมาปรารภด้วยความเป็นห่วงถึงภาพของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตอนนี้โดนวิจารณ์หนักมาก จากความไม่ชัดเจนว่าจะตัดสินใจร่วม หรือ ไม่ร่วมรัฐบาล

เรื่องนี้ทำให้คนมองไปว่า ที่ช้าอยู่เพราะมีการต่อรองทางการเมือง บ้างก็ว่าผลประโยชน์ไม่ลงตัว ที่สำคัญคือคนหงุดหงิดว่า ปัญหาชาวบ้าน ราคายางปาล์มตกต่ำไม่ได้รับการเหลียวแลแก้ไข

ผมยอมรับกับเพื่อนว่า พรรคฯสมควรถูกวิจารณ์เพราะท่าทียังไม่ชัดเจนจริงๆ และขาดการสื่อสารกับชาวบ้านว่า ทุกวันนี้ที่ช้าอยู่เพราะอะไรกันแน่ (ความจริงยังไม่ได้เลือกนายกฯเลย)

เพื่อนผมบอกว่า จะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับฝ่ายใด ควรชัดเจนได้แล้ว แต่แถมว่าถ้าจะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ แล้วที่ให้ทางนั้นช่วยเลือกท่านนายกฯชวนเป็นประธานรัฐสภา จะตอบเขาว่าอย่างไร ผมก็ได้แต่บอกว่า ใช่ๆเพื่อนเอ๋ย ตูละกลุ้ม

ผมมาคิดๆดู การเมืองยุคนี้ การสื่อสารรวดเร็วมาก จนกดดันการตัดสินใจทุกอย่าง และต้องการความชัดเจนในทุกเรื่องอย่างรวดเร็ว

ความล่าช้า จะทำให้เกิดข่าวลือ และความหวาดระแวง รวมทั้งคนจะมองไปด้านลบ

จริงๆ การเมืองตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กระบวนการช้ากว่าทุกครั้งจริงๆ เช่น กว่าจะรับรองผลเลือกตั้งก็ผ่านการเลือกตั้งไปกว่า 2 เดือน พอเปิดประชุมสภา ประชุมวันแรกก็มีปัญหาเลื่อน ไม่เลื่อนอีก เลยทำให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่น พอมาถึงเรื่องตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นกระบวนการต่อจากเลือกประธานรัฐสภา เจอเรื่องข่าวต่อรองกันแบบนี้ เลยทำให้คนสับสนกับท่าทีของแต่ละฝ่าย หลายคนคิดไปว่า เงียบๆกันดีอยู่แล้ว เลือกตั้งเสร็จยุ่งเลย

ผมคิดว่าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญนี้

เรื่องแรกจำเป็นต้องชี้ให้เห็นว่า กระบวนการตามกฏหมาย มันมีเวลา ช่วงไหน อย่างไร เช่น จะเลือกนายกฯได้ ต้องให้ประธานรัฐสภานัดประชุม แต่ตอนนี้ ตำแหน่งประธานและรองประธานรัฐสภา กำลังรอโปรดเกล้าฯ

เลือกนายกฯเสร็จ จึงมาถึงเรื่องเสนอชื่อคนเป็นรัฐมนตรี มันทีละขั้นตอน

'คมนาคม'สั่งการรถไฟฯ รวบรวมข้อมูลคดี'โฮปเวลล์' ก่อนสรุปใน2สัปดาห์

'คมนาคม'สั่งการรถไฟฯ รวบรวมข้อมูลคดี'โฮปเวลล์' ก่อนสรุปใน2สัปดาห์

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 20.30 น.

"คมนาคม"สั่งการรถไฟฯกลับไปรวบรวมข้อมูลจากกรมบังคับคดี"โฮปเวลล์"เพื่อสรุปข้อมูลภายใน2สัปดาห์ ด้าน"กระทรวงการคลัง"แนะให้จัดทำข้อมูลหนี้ให้ชัดเจนก่อนหาแนวทางการชดเชย

31 พ.ค.62 นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยเกี่ยวกับความคืบหน้ากรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จ่ายชดเชยแก่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จากการบอกเลิกสัญญา เป็นเงิน 12,000 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 25,000 ล้านบาท ว่า ขณะนี้กระทรวงคมนคมได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กลับไปรวบรวมข้อมูลตัวเลขค่าเสียหายการฟ้องร้องในทุกรายการจากหน่วยงานของกรมบังคับคดี ว่ามีรายละเอียดข้อมูลและวงเงินในช่วงใดบ้าง ก่อนสรุปข้อมูลอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์ ด้านตัวแทนจากกระทรวงการคลังได้รับรายงานพร้อมมีข้อแนะนำเรื่องการจัดทำข้อมูลภาระหนี้ให้ชัดเจนก่อนกลับมาประชุมร่วมกันเพื่อวางแนวทางชดเชยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแนวทางการชดเชยนั้นต้องรอตัวเลขภาระหนี้ที่ชัดเจนก่อน โดยทางกระทรวงคมนาคมต้องยึดโยงตามคำสั่งศาลที่สั่งให้ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดภายใน 6 เดือนนับตั้งแต่มีคำพิพากษา นอกจากนี้ หลังจากจัดการเรื่องภาระหนี้แล้วจะตั้งคณะทำงานสืบสวนตัวบุคคลต่อไป

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการจัดตั้งคณะทำงานสืบสวนเพื่อตัวบุคคลถึงความผิดในเรื่องดังกล่าว ส่วนความผิดจะมีโทษย้อนหลังหรือไม่ยังยืนยันไม่ได้ เพราะไม่มีการชี้มูลทุจริตที่ชัดเจน เพียงแต่กรณีโฮปเวลล์ ฝ่ายเอกชนฟ้องร้องว่ารัฐบาลบอกเลิกสัญญาโดยมิชอบ และศาลมีคำสั่งตัดสินว่าการกระทำดังกล่าวของรัฐขัดกับข้อกฎหมายต้องมีการชดใช้

'ภูมิธรรม'เผย7พรรคยังไม่เคาะส่งใครชิงนายกฯ

'ภูมิธรรม'เผย7พรรคยังไม่เคาะส่งใครชิงนายกฯ

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 17.46 น.

31 พ.ค.62 นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีการนัดประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ และพรรคเพื่อไทย และพรรคพันธมิตร จะเสนอใครชิงตำแหน่งนายกฯ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ ออกมาว่าจะเสนอใคร เรื่องนี้ทางพรรคเพื่อไทยต้องคุยกันก่อน รวมถึงต้องนำไปหารือกับพรรคการเมืองอีก 6 พรรค ที่ร่วมลงสัตยาบันไม่เอาการสืบทอดอำนาจ ซึ่งทุกพรรคยังยึดมั่นในแนวทางนี้อย่างชัดเจน วันนี้เขาเพิ่งประกาศเราจึงยังไม่มีข้อสรุป ส่วนข่าวที่บอกว่าจะเสนอชื่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นั้น เป็นเพียงแค่ข่าวลือ เพราะทุกอย่างต้องมีการประชุมกันอีกครั้ง

 

ชาวบ้านสุดทนโพสต์เฟสสวดโรงไฟฟ้าหนองรี ก่อมลพิษส่งกลิ่นเหม็น

ชาวบ้านสุดทนโพสต์เฟสสวดโรงไฟฟ้าหนองรี ก่อมลพิษส่งกลิ่นเหม็น

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 11.46 น.

วันนี้ (29 พ.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบบุคคลที่ใช้นาม "Yensay Yensay" ได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวว่า "ขอความกรุณาเพื่อนๆ ในเฟสทุกคนช่วยแชร์ด้วย เพราะไม่ว่าผู้นำ อบต. อำเภอ ก็ช่วยไม่ได้ ไม่ช่วยแก้ไข โรงผลิตไฟฟ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ต.หนองรี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ส่งกลิ่นเหม็นมาก จนชาวบ้านรับไม่ได้ ร้องเรียนหมดทุกที่เรื่องก็เงียบ ชาวบ้านเป็นทุกข์มากกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะมันเหม็นมาก ขอความกรุณาเพื่อนๆ ในเฟสแชร์ให้ถึงเบื้องบนด้วยนะ ไม่ไหวจริงๆ ห่างชุมชนแค่ 500 เมตร สร้างได้ไง"

นอกจากนี้เจ้าของเฟสบุ๊กยังได้นำภาพโรงงานๆ ไฟฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้กับภูเขาจำนวน 2 ภาพมาโพสต์ลงด้วย โดยหลังจากโพสต์ได้มีสมาชิกเข้ามาแสดงความคิดเห็น รวมทั้งให้คำแนะนำถึงขั้นตอนการร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันบางความคิดเห็นได้สอบถามเจ้าของเฟสบุ๊กว่า ก่อนสร้างได้มีการทำประชาพิจารณ์แล้วหรือยัง??

 ..........................................................

HILIGHT

 

สรุป 10 ข้อ มหากาพย์ค่าโง่โฮปเวลล์ ตั้งแต่แรกเริ่ม จนสุดท้ายรัฐต้องจ่ายหมื่นล้าน

          ย้อนมหากาพย์โครงการ โฮปเวลล์ สรุปไทม์ไลน์บทเรียนค่าโง่ราคาแพงตั้งแต่เริ่มแรก จนล่าสุดศาลปกครองสูงสุด สั่งคมนาคมจ่ายชดเชยผู้รับเหมา 11,888 ล้านบาท
  

ภาพจาก สํานักข่าวไทย TNAMCOT

          หลังยืดเยื้อมานานกว่า 30 ปี วันนี้มหากาพย์โครงการ โฮปเวลล์ หรือ โครงการถนนและทางรถไฟยกระดับในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็กลับมาเป็นที่พูดถึงของสาธารณชนอีกครั้ง หลังศาลปกครองสูงสุด ได้มีการยกคำร้องกรณีให้เพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ คดีโฮปเวลล์ และให้ กระทรวงคมนาคม โดย รฟท. จ่ายคืนเงินค่าก่อสร้างแก่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด รวม 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ภายใน 180 วัน ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นบทสรุปของตำนานดังกล่าว 

          ทั้งนี้ หลายคนเกิดความสงสัยว่า โครงการ "โฮปเวลล์" อันเป็นเหมือนความหวังอันสวยหรูดังกล่าว เหตุใดจึงไม่สามารถก่อสร้างจนแล้วเสร็จ กระทั่งสุดท้ายรัฐต้องกลายเป็นผู้จ่ายเงินชดเชยสูงกว่าหมื่นล้านให้กับ "ผู้รับเหมาที่ทำงานไม่เสร็จ"       

          1. โครงการถนนและทางรถไฟยกระดับในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือที่เรียกว่า โฮปเวลล์ เกิดขึ้นในปี 2533 ในสมัยรัฐบาล พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี และมีนายมนตรี พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  

          2. รัฐบาลได้เปิดประมูลสัมปทานก่อสร้าง และผู้ชนะการประมูลงานก่อสร้างนั้นก็คือบริษัท โฮปเวลล์โฮลดิงส์ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการก่อสร้างของฮ่องกง โดยมีแผนจะสร้างทางยกระดับ 3 ชั้นคร่อมไปบนทางรถไฟเดิมของ รฟท. ชั้นกลางเป็นทางรถไฟชุมชน ชั้นบนสุดเป็นทางด่วน ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้งบในการก่อสร้างราว 8 หมื่นล้านบาท เพื่อลดจำนวนแยกระหว่างถนนกับรางรถไฟ แก้ปัญหาจราจรติดขัด 

          3. โครงการโฮปเวลล์ เริ่มลงนามเซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2533 มีอายุสัมปทานยาว 30 ปี โดยทางผู้ก่อสร้างจะเป็นผู้ลงทุนและออกแบบเองทั้งหมด ระยะเวลาก่อสร้าง 8 ปี วงเงินลงทุนรวม 8 หมื่นล้านบาท หากพิจารณาเผิน ๆ ไม่ว่าใครก็ต้องมองว่าฝ่ายรัฐบาลไทยนั้นได้เปรียบเห็น ๆ แต่กลับมีบางจุดในสัญญาที่ทำให้ฝ่ายรัฐเสียเปรียบอย่างมาก ก็คือ 

          ในสัญญากำหนดให้ฝ่ายผู้ลงทุนสามารถบอกเลิกสัญญาได้เพียงฝ่ายเดียว ฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถบอกเลิกสัญญาได้ และอีกประเด็นหลักคือ "ไม่มีการระบุไว้ในสัญญาว่าโครงการจะต้องแล้วเสร็จเมื่อใด" ทำให้บริษัท โฮปเวลล์ มีสิทธิ์ที่จะไม่ต้องทำโครงการจนเสร็จ 

ภาพจาก สํานักข่าวไทย TNAMCOT

          4. หลังเริ่มก่อสร้างก็เริ่มพบปัญหาการก่อสร้างที่ล่าช้า โดยผู้ก่อสร้างระบุว่าทางการรถไฟฯ ไม่สามารถส่งมอบที่ดินเพื่อใช้ก่อสร้างได้ตามระยะเวลา เนื่องจากติดปัญหาการย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ก่อสร้าง ประกอบกับเศรษฐกิจของไทยไม่เติบโตเท่าที่ควร ทำให้แหล่งเงินทุนเริ่มไม่มั่นใจ ทยอยถอนตัวออก ผู้ก่อสร้างจึงเริ่มเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน จนทำให้โครงการต้องเป็นอันชะงักในที่สุด 

          5. มิหนำซ้ำหลังจากมีการรัฐประหารในปี 2534 รัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน ก็ได้ตรวจสอบสัญญาสัมปทานทั้งหมดที่มีเงื่อนไขการผูกขาด ซึ่งโครงการโฮปเวลล์ ก็เข้าข่ายที่จะต้องถูกตรวจสอบ จนสุดท้ายได้ประกาศล้มโครงการโฮปเวลล์ พร้อมกับโครงการรถไฟฟ้าลาวาลิน และจัดตั้งองค์การรถไฟฟ้ามหานคร ขึ้นมาดำเนินการแทนในปี 2535 

          6. จากนั้นในปี 2535 ในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย สมัยที่ 1 โครงการโฮปเวลล์ก็ถูกผลักดัน แต่ก็ยังไม่วายเจอกับปัญหาเรื่องเงินทุน และปัญหาเรื่องแบบก่อสร้าง จึงทำให้ผู้รับเหมาไม่ยอมทำต่อ เพราะสัญญาไม่ระบุว่าโครงการจะต้องแล้วเสร็จเมื่อใด 

          7. ต่อมาในสมัยรัฐบาลพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2540 เลิกสัญญากับโฮปเวลล์ หลังพบว่าบริษัท โฮปเวลล์ ได้หยุดการก่อสร้างทั้งหมดอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2540 และได้มีการยกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย สมัยที่ 2 ในวันที่ 20 มกราคม 2541 หลังดำเนินการก่อสร้างเป็นเวลา 7 ปี มีความคืบหน้าเพียง 13.77% จากที่ควรจะมีความคืบหน้า 89.75% 

          8. ปลายปี 2547 บริษัท โฮปเวลล์โฮลดิงส์ ได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในการยกเลิกสัญญาจากกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นเงิน 56,000 ล้านบาท ส่วนการรถไฟฯ ก็ฟ้องเรียกร้องค่าเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์จากโครงการ เป็นเงินกว่า 200,000 ล้านบาทเช่นกัน 

          9. ต่อมาในปี 2551 คณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยชี้ขาดให้กระทรวงคมนาคม และการรถไฟฯ คืนเงินชดเชยแก่โฮปเวลล์ 1.1 หมื่นล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากการบอกเลิกสัญญาไม่เป็นธรรม 

          10. และในปี 2557 ศาลปกครองกลาง ก็ได้ตัดสินให้ยกเลิกคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว ด้วยเหตุผลว่า บริษัท โฮปเวลล์ ยื่นฟ้องต่อคณะอนุญาโตตุลาการ ช้ากว่าที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือมีการบอกเลิกสัญญาสัมปทาน ช่วงต้นปี 2541 โดยผู้รับเหมามีเวลายื่นฟ้องต่อคณะอนุญาโตตุลาการตามกฎหมายภายใน 5 ปี หรือไม่เกินต้นปี 2546 แต่บริษัท โฮปเวลล์ ได้ทำการยื่นฟ้องในช่วงปลายปี 2547 
 

ภาพจาก สํานักข่าวไทย TNAMCOT

          จนมาถึงบทสรุปสุดท้ายในวันที่ 22 เมษายน 2562 ศาลปกครองสูงสุด ตัดสินให้การรถไฟแห่งประเทศไทย จ่ายเงินชดเชยให้กับบริษัท โฮปเวลล์ จากการบอกเลิกสัญญา รวมเป็นเงิน 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี และคืนหนังสือค้ำประกันมูลค่า 500 ล้านบาท ที่ออกโดยธนาคารกรุงเทพ ประกอบด้วยเงินที่บริษัทได้ชำระเป็นค่าตอบแทนจากการใช้ประโยชน์จากที่ดินของ รฟท. ถึงก่อนวันบอกเลิกสัญญาเป็นเงิน 2,850 ล้านบาท รวมถึงเงินค่าออกหนังสือค้ำประกัน 38 ล้านบาท และเงินค่าก่อสร้าง 9,000 ล้านบาท โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน

          อย่างไรก็ตาม แม้วันนี้โครงการ "โฮปเวลล์" จะได้บทสรุปอันขมขื่นใจของประชาชนที่ต้องหนีไม้พ้นการเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องร่วมจ่ายเงินชดเชยในครั้งนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าจำนวนที่เสียไป ก็คือบทเรียนที่ได้มา เพื่อให้คนรุ่นหลังโดยเฉพาะรัฐบาลต่อไปในอนาคต เมื่อมองเห็นเสาเหล่านี้แล้วควรตระหนักให้มากว่า ต้องไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกอย่างเด็ดขาดในอนาคต     
 

ภาพจาก สํานักข่าวไทย TNAMCOT

 

รวมรูปภาพ สรุป 10 ข้อ มหากาพย์ค่าโง่โฮปเวลล์ ตั้งแต่แรกเริ่ม จนสุดท้ายรัฐต้องจ่ายหมื่นล้าน

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

..........................................................

31 พฤษภาคม 2562

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน