*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3795
  • จำนวนผู้ชม : 2407641
  • จำนวนผู้โหวต : 522
  • ส่ง msg :
  • โหวต 522 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 369 , 21:01:07 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , Chaoying โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         คนไทยทุกๆสายงาน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับราชการ จะทำอะไรให้มันกระฉับเฉง ไม่ใช้เวลาแบบ 'โอ้เอ้ ศาลาราย' กันได้หรือ

เปล่าอย่างกับการประชุมรัฐสภาขณะนี้ ในเมื่อมีคนอื่นพูดไปแล้ว ก็ยังจะมีคนอื่นๆพูดในเรื่องเดียวต่อไปอีกหลายต่อหลายคนเลยเทียว

เป็นสาเหตให้เวลายืดเยื้อ เราคนติดตามชมทางโทรทัศน์ก็สุดแสนจะเอียนไปตามกันน่ะซี

 

 

รูปจากบล็อกเกอร์ OKnation.net

 

เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 02.00 น.

สิ่งที่น่ากลัวกว่า ‘ทักษิณ’

10 ปีกว่าๆ แล้ว ที่เราจมอยู่กับความ เกลียด/ไม่เกลียด กลัว/ไม่กลัว เอา/ไม่เอา “ทักษิณ” แม้กระทั่งการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเลือกตั้งครั้งนี้ มีการใช้“ความกลัวทักษิณ” มาสร้างความชอบธรรมให้แก่กติกาบิดๆ เบี้ยวๆ และการส่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าสู่อำนาจด้วยกติกาที่ “ไม่อาจเป็นคนอื่น”

 

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ คือ “สุดยอดนักบริหาร”“สุดยอดนักจัดการ” และ “สุดยอดนักสื่อสาร” จะไม่ว่าเลย แต่ 5 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้อง “อาศัยคนอื่น” มาร่วมบริหารจัดการ และ “คนอื่น” ในเวลานี้ ที่จะมา “รองรับ” การอยู่ในอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น หาเสถียรภาพและเอกภาพได้ยากมากๆ

5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ แทบไม่มี “แรงเสียดทาน”อะไรเลย ในการบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสภาที่ไม่เคยอภิปราย ไม่เคยเรียกท่านไปตอบกระทู้ และพร้อมจะผ่านกฎหมายให้ท่านตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นสื่อ ที่ยัง “ออมแรง” เพราะเกรงในอำนาจของท่าน และแม้กระทั่งประชาชนที่ยากไร้ ลำบาก ก็ยากที่จะรวมตัวกัน สื่อสาร ต่อรองใดๆ

แล้ว “ผลงาน” ออกมาเป็นอย่างไรครับ

ผลงานมีไม่น้อยนะครับ แต่ต้องยอมรับว่า “เศรษฐกิจรากหญ้า” หนักหน่วงมาก มากเสียจนยังผลให้ “เงิน”ที่หว่านกันในช่วงหาเสียงเลือกตั้งท่านมา มีมือแบรับกันสลอน และ “ปิดปากเงียบ” แต่ในหมู่นักเลือกตั้งด้วยกันรู้ไหม รู้ครับ ในหมู่ประชาชนรู้ไหม รู้ครับ

หลังรู้ผลการเลือกตั้ง การเอา “ผีทักษิณ” มาหลอก ทุเลาลง แต่ได้ “คู่ขัดแย้งใหม่” นั่นคือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล คู่หูดูโอ้แห่งพรรคอนาคตใหม่

บัดนี้ สิ่งที่น่ากลัวกว่า “ทักษิณ” มีอยู่หลายอย่างที่อยากจะให้คนไทย “รู้สึก” ร่วมกัน

1) พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลผสมของเขา

อันนี้ให้รีบกลัวเป็นอันดับแรกเลยครับ เริ่มจากกลัวว่าจะตั้งรัฐบาลได้เมื่อไหร่ และระหว่างยังตั้งรัฐบาลใหม่ไม่ได้ รัฐบาลปัจจุบันที่มีอำนาจเต็ม แถมมี ม.44 ก็ไม่ได้กระตือรือร้นในการทำงานแล้ว ได้ผ่องถ่ายรัฐมนตรีเดิมไปอยู่ใน สว. และยังรอ ไม่ตั้งรัฐมนตรีใหม่ขึ้นมาทดแทน

เวลานี้จึงเหมือนเป็นช่วง “สุญญากาศ” ซึ่งในความเป็นจริง ควรเป็นช่วงของการ “ไล่งานค้างท่อ” ทั้งหลายให้จบในเมื่อยังไม่กล้าเริ่มงานใหม่ ก็ควรไล่ชำระสะสางงานที่คั่งค้างของทุกๆ กระทรวงเสียให้หมด โดยเฉพาะงานตรวจจับการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องเงินคนแก่ เด็ก ผู้พิการในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่อง เงินทอนวัดในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เคยขึ้น “บัญชีดำ” เอาไว้ อย่าเกียร์ว่าง ปล่อยให้เรื่องเงียบไป โดยไม่จัดการเสียให้จบ

ส่วนรัฐบาลใหม่ ที่เต็มไปด้วยการต่อรอง มีพรรคเข้าร่วมเป็นสิบๆ พรรค โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ กับ 4 กุมารของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ส่งไปเป็นผู้บริหารพรรค ล้วนไม่ได้เป็นสส. จะควบคุมกันอย่างไรให้มีเอกภาพและไม่เอาแต่ต่อรอง โดยเฉพาะเมื่อจะต้องโหวตกฎหมายสำคัญๆ จะประสานความต่างของพรรคร่วมรัฐบาล มาสู่การ “ขับเคลื่อนงาน” แก้ปัญหาของประชาชนได้อย่างไร ในเมื่อต่างพรรค ต่างก็อยากสร้างผลงาน “ในชื่อพรรคของตัวเอง” รัฐบาลในสภาพ “ร้อยพ่อพันแม่” แบบนี้ มากที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์ของไทยเคยมี ลุงตู่จะ “เอาอยู่” ใช่ไหมครับ?

2) เพื่อนพ้องน้องพี่ของ “ลุงตู่”

เราเห็นแล้วครับ ว่าหน้าตา สว. ออกมาอย่างไร แทบจะโกยมาจากแม่น้ำสายต่างๆ และ ครม. ลุงตู่ ทั้งกระบิ สองสามคนออกมาโชว์สกิล “เลีย” ให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยว่าทำไมต้องโหวต พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯเฮ้อ! จะโหวตก็โหวตไปเถอะพ่อ มันเป็นทั้งสิทธิและหน้าที่ของท่านไปแล้ว ไม่ต้องมา “อวยออกสื่อ” ก็ได้ คนเขาจะหมั่นไส้เอา (ฮา...)

สภาพ สว. ที่ออกมา เป็นใบเสร็จสำคัญที่ชี้ชัดว่า กระบวนการร่างกฎหมาย ผ่านกฎหมาย ตัด-ต่อ-เติม กฎหมาย เพื่ออวย พล.อ.ประยุทธ์ แล้วได้รางวัลตอบแทนไปนั้น มีจริง! แต่สังคมส่วนใหญ่หาได้แคร์ไม่ เพราะยึดเอาการกำราบผีทักษิณเป็นสรณะ มึงจะใช้วิธีอะไรก็ใช้ไป ให้มึงคุมไอ้ทักษิณให้ได้ก็เป็นพอ อารมณ์นี้ ทัศนคตินี้ น่ากลัวที่สุดครับ คือเรายินยอมให้คณะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง กระทำด้วยวิธีอะไรก็ได้ โดยใส่เครื่องหมาย “คนดี” ให้แก่คณะบุคคลนั้น เพื่อไปจัดการกับคนชั่ว โดยไม่เห็นหรอกว่า เราก็“ชั่วโดยวิธีที่เราใช้”

วิธีแบบนี้ ทำให้แรงต้านของอีกด้านหนึ่งแข็งแรง ชอบธรรม และมีน้ำหนัก รออีกสักพัก รอดูรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับมหาดไทย ถ้าพี่ป้อมกับพี่ป๊อกตามมา เป็นใช้ได้ ฉันจะทำงานกับแฝดอินจันมั่นคงของฉัน ไม่สนใจใคร นั่นเท่ากับสถาปนาอำนาจให้ฝ่ายต้านมีกำลังที่แข็งแรงขึ้น บนเหตุผลที่แข็งแรงตามมา

3) ความขัดแย้ง ขั้ว-ข้าง ทางการเมือง

นี่คือ “ปัจจัยหายนะ” ของบ้านเมืองครับ ท่ามกลางความแตกแยก และมีคนใช้ประโยชน์จากความแตกแยกนั้น บางพวกถือโอกาสปลุกปั่นกันจนเละเทะไปหมด เหตุผลมึงไม่ใช่เหตุผลกู คนดีของมึงไม่ใช่คนดีของกู พวกมึงถูกตีก็สมควรแล้ว เออ...ไอ้อำมาตย์คนนั้น ตายไปซะได้ก็ดี ก็ สส. ไปงานศพนี่ เป็นพวก สส.ตลาดล่าง เฮ้ย! ใส่ซองช่วยงานเท่ากับคอร์รัปชั่นรู้หรือเปล่า? ปชป. ร่วมรัฐบาล เลวสิ้นดีไม่มีสัจจะ ทิ้งอุดมการณ์ อีกพวกบอก มึงไม่ร่วมสิ มึงสูญพันธุ์แน่ ไอ้พรรคชั่ว ไม่เห็นแก่ประเทศชาติ

วันๆ ผู้คนหมกหัวอยู่กับโทรศัพท์ จับผิดกันไปมา แชร์เพื่อแฉ แล้วช่วยกันรุมด่า จริงเท็จยังไงยังไม่ต้องไปรู้ ด่าไว้ก่อน พวกเดียวกันค่อยอวย อวยอย่างกับเทวดามาเกิดนี่คือ “อารมณ์” ของผู้คนในเวลานี้

ความหยาบคายของถ้อยคำ ความก้าวร้าวของความคิด ตรรกะใครตรรกะมัน ว่อนไปทั่วหัวสมอง เพราะสื่อออนไลน์ในมือถือ กระชากสมองของผู้คนให้ไปจมอยู่กับมัน พรรคการเมืองหลายพรรคเริ่มตั้งกองทัพออนไลน์ สร้างเพจอวตาร โจมตีขั้วตรงข้าม สร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้คน สร้างความโกรธเกลียดชิงชัง แย่งมวลชนกัน ทัศนะแห่งความแตกแยกลามเลยไปถึงเยาวชน ไม่เหลือแล้วนักศึกษา/นักสังเกตการณ์การเมือง มีแต่ “กูรู้” กูรู้กันถ้วนหน้า เชื่อกูสิ

สำนักข่าวหลักๆ ก็กระโจนเข้าขายค้าความขัดแย้งชิงชังกับเขาด้วย เนื้อข่าวอย่างหนึ่ง พาดหัวอย่างหนึ่ง เกินระดับของ “ความเป็นสื่อมวลชน” ไปแล้ว แต่ถือว่าถ้าอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ จะพาดหัวอย่างไรก็ได้ ไม่มีใครกล้ายืนหยัดที่จะเป็นผู้รั้งคนกลับมาสู่เหตุผลและข้อเท็จจริง พูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างสุภาพชน อยู่บนหลักว่า คนเราคิดต่างกันได้ แต่ก็ทำความเข้าใจกันได้ ทุกวันนี้คิดต่างอย่างกับไปฆ่าโคตรพ่อโคตรแม่ของอีกฝ่ายชนิด “ฆ่ายกครัว” โกรธกันปางตาย เกลียดกันเข้าไส้ ไม่พร้อมที่จะใช้เหตุผลและมิตรไมตรีต่อกัน

สื่อออนไลน์ไม่พร้อมจะสุภาพเรียบร้อย ตรงไปตรงมา ระหว่างเนื้อข่าวกับพาดหัวข่าว กลัวแพ้ กลัวตกกระแส กลัวเรตติ้งต่ำ กลัวเจ้านายไม่เห็นผลงาน อย่างเดียวที่ไม่กลัว คือ การพร่องจริยธรรมและผลกระทบทางสังคม

ความต้องการที่จะอยู่รอด กับความต้องการที่จะชนะ ทำให้เรามีความเป็น “ปีศาจ” อยู่ในตัว น่ากลัวน้อยกว่า“ผีทักษิณ” “ผีเผด็จการ” “ผีล้มเจ้า” เสียทีไหน

สมัยรัชกาลที่ 5 ทรงให้ออกแบบ “ตราแผ่นดิน” สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว)สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพระนิพนธ์พระคาถาซึ่งปรากฏอยู่ใต้ตราแผ่นดิน หรือ “ตราอาร์ม”เขียนอยู่ในแถบที่มีรูปร่างเลียนแบบผ้าแพร คาดอยู่ใต้ตราแผ่นดิน เป็นภาษาบาลีว่า “สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฺฒิสาธิกา” แปลว่า “ความเป็นผู้พร้อมเพรียงแห่งชนผู้เป็นหมู่แล้วทั้งหลายทั้งปวงให้ความเจริญสำเร็จ”

นนทพร อยู่มั่งมี อธิบายไว้ในหนังสือ “พระประวัติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) ว่า พระคาถานี้สมเด็จพระสังฆราช(สา) ได้ทรงนิพนธ์ถวายเพื่อฉลองพระราชศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งแสดงถึงความไว้วางพระราชหฤทัยที่มีต่อสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นี้

นนทพร อธิบายว่า พระคาถานี้ เกิดขึ้นในช่วงที่สยามเกิดการเปลี่ยนแปลงนานาประการ ที่สำคัญประการหนึ่งคือ เกิดการตื่นตัวในเรื่องการเมืองการปกครอง จนทำให้มีกระแสของการเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ประชาธิปไตย ดังจะเห็นจากการที่มีคณะบุคคล ซึ่งนำโดยเจ้านายชั้นสูงเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเสียใหม่ในพ.ศ. 2428 ซึ่งก่อให้เกิดความเห็นแตกต่างทางการเมือง

ต่อประเด็นความขัดแย้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้พระราชนิพนธ์เรื่อง “พระบรมราชาธิบายว่าด้วยเรื่องความสามัคคี” ขึ้น ความตอนหนึ่งว่า

“...คาถานี้เป็นคาถาซึ่งจารึกในอาร์มแผ่นดิน เป็นคาถาที่ว่าทั่วไปในหมู่ทั้งปวง...ไม่ว่าถึงคนทั้งปวง ซึ่งเป็นหมู่ใหญ่ทั่วไป ยกเอาพวกที่เป็นผู้รับราชการ เป็นผู้ปกครองรักษาและเป็นผู้ทำนุบำรุงบ้านเมือง จะประพฤติอย่างไร จึงจะเป็นการสมควรถูกต้องด้วยคาถาสุภาษิตนี้ และจะได้รับความเจริญตามคาถาสุภาษิตนี้....”

“...ข้าพเจ้าเห็นว่าท่านผู้ซึ่งมีความคิดอยู่ปลายทั้งสองฝ่าย ควรจะลดหย่อนความคิดเห็นของตน ร่นลงมาให้อยู่ตรงกลาง ผู้จะจัดการบ้านเมืองตามเวลาที่สมควรจะสำเร็จตลอดไปได้ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เกิดความสามัคคี พร้อมเพรียงกันในอย่างกลางนี้แล้ว จะเป็นผลให้การทั้งปวงสำเร็จตลอดไปได้ ดีกว่าที่จัดอยู่หัว อยู่ท้ายนั้นมาก...”

เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรดให้สร้าง “พระพุทธรูป ภปร” ได้พระราชทานแบบพระพุทธรูปให้เป็นแบบพุทธศิลป์แห่งสมัยรัตนโกสินทร์โดยแท้ ทั้งได้พระราชทานภาษิตสำหรับจารึกที่ฐานเป็นสัญลักษณ์ของชาติด้วยว่า

“ทยฺยชาติยา สามคฺคิยํ สติสญฺชานเนน โภชิสิยํ รกฺขนฺติ” แปลความว่า “คนชาติไทยจะรักษาความเป็นไทยอยู่ได้ด้วยมีสติสำนึกอยู่ในความสามัคคี”

ตั้งสติกันให้ดี แล้วเร่งระงับ “ปีศาจ” ในตัวเรากันโดยด่วน!!

กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 02.00 น.

‘งูเห่า’ กับ ‘เด็กเลี้ยงแกะ’ สุดท้ายก็แค่ ‘ตีกิน’?

 

 

โหมโรงกันมาเยอะแยะ สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำ

เมื่อวานนี้ สส.พรรคอนาคตใหม่ นำโดย “คุณช่อ” น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ดาหน้าแถลงข่าว

ยืนยันว่า สส.ของพรรคได้รับการติดต่อให้ไปร่วมรัฐบาล หรือ เป็น “งูเห่า”

ประกอบด้วย นายอนาวิน รัตนสถาพร สส. ปทุมธานี นายเท่าพิภพลิ้มจิตรกร สส. กทม. นายฐิตินันท์ แสงนาค สส. ขอนแก่น และนายทองแดง เบญจปักษ์ สส.สมุทรสาคร

นายอนาวิน ยืนยันว่า ตนได้รับการติดต่อสองครั้ง ครั้งแรกเสนอเงินมาให้ 30 ล้าน ต่อมาเสนอให้ 60 ล้านบาท และจะเสนอจะส่งมอบที่ห้าง โดยจะให้รับเอง 50 ล้านบาท ส่วนอีก 10 ล้านบาทจะหักไป ตนไม่รับ

นายเท่าพิภพ เล่าว่า ตนได้รับการติดต่อตั้งแต่หลังเลือกตั้ง ครั้งแรกเสนอเงิน 30 ล้านบาท ต่อมาเพิ่มเป็น 50 ล้านบาท 70 ล้านบาท และสูงสุดอยู่ที่ 120 ล้าน ตนก็ปฏิเสธไป

นายฐิตินันท์ อ้างว่า ในเช้าวันที่ 25 มี.ค. มีคนบอกว่ามีผู้ใหญ่มาขอพบเขาบอกว่าผู้ใหญ่จะขอพบเป็นรองหัวหน้าพรรค มีการเสนอเงินให้ 9 หลัก จากนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ เสนอให้ 5 ล้านก่อนวันโหวต และหลังวันโหวตให้อีก 70 ล้าน และเงินเดือนเดือนละ 200,000 บาท

นายทองแดง อ้างว่า ติดต่อมาตลอด เริ่มต้นที่ 25 ล้าน 50 ล้าน ล่าสุดเสนอที่ 75 ล้าน แต่ตนไม่รับ

“คุณช่อ” โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ย้ำในการแถลงข่าวว่า นี่คือ 4 เสียงส่วนหนึ่งที่ถูกทามทาม “ดีลงูเห่า” จากพรรคอื่นๆ ส่วนตัวอยากตั้งคำถาม นำเงินแบบนี้มาจากไหน พรรคการเมืองเหล่านี้ทำผิดกฎหมายหรือไม่ทำลายสถาบันหรือไม่ และอ้างว่ามีการดำเนินการหลายพรรค ขอเรียกร้องไปยังพรรคที่ทำเรื่องตรงนี้ ว่าควรหยุดทำแบบนี้ หยุดทำงานที่ไม่เป็นประโยชน์ เพราะการกระทำแบบนี้ไม่เป็นผล

“จะไม่ขอเปิดเผยชื่อพรรคที่เสนอมา เพราะเราคำนึงถึงชีวิตของ สส. เรา ยืนยันอีกครั้ง อนาคตใหม่ทุกคนไม่มีงูเห่า อยู่ได้เพราะอุดมการณ์แน่นอน และขอสงวนสิทธิในการดำเนินคดีกับทุกฝ่าย”

นับเป็นการแถลงข่าวที่สื่อมวลชนสนใจ เพราะในสถานการณ์การเมืองที่กำลังจะมีการลงมติในที่ประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี โดยที่พรรคคู่แข่งของอนาคตใหม่ขณะนี้รวบรวมเสียง สส. และประเมินว่าอาจได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว.จนเพียงพอที่จะเลือกพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯได้อยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นจะต้องไปพึ่งเสียง สส.งูเห่าจากพรรคอนาคตใหม่หรือพรรคอื่นใดอีกเลย จึงไม่มีเหตุจูงใจจะต้องไปเสนอซื้องูเห่าราคาหลายสิบล้านหรือจนถึงร้อยล้านบาทตามที่กล่าวอ้าง....แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร?

1. น่าเศร้าใจ โฆษกพรรคอ้างว่า ไม่ขอเปิดเผยชื่อคนที่เสนอสินบนให้ สส. และก็ไม่ยืนยันว่าจะมีการดำเนินคดีกับผู้เสนอสินบนให้ถึงที่สุด ให้เป็นที่หลาบจำ ตามกฎหมายบ้านเมือง

เท่ากับเป็นการแถลงข่าวลอยๆ พูดลอยๆ กล่าวหาลอยๆ

ชิงจังหวะแถลงในวันที่ 4 มิ.ย. ก่อนการประชุมเลือกนายกฯในวันที่ 5 มิ.ย.

มันต่างอะไรกับพฤติกรรมของ สส.น้ำเน่าที่ช่ำชองวิธี “ตีกิน”ทางการเมืองในอดีต?

น่าผิดหวังอย่างที่สุด สำหรับวิธีเล่นการเมืองแบบนี้ของพรรคอนาคตใหม่

วิธีการสาดโคลน ใส่ร้ายกล่าวหาคู่ต่อสู้ทางการเมือง โดยปราศจากการนำเสนอหลักฐาน และหากไม่มีการดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมืองต่อไปให้ถึงที่สุด ก็จะไม่มีการพิสูจน์กันให้แน่ชัดว่า สิ่งที่กล่าวหานั้น เป็นความจริงหรือไม่? คนเสนอสินบนควรต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

2. “คุณช่อ” ตั้งคำถามว่า การทำแบบนี้ผิดกฎหมายหรือไม่?

ตอบได้เลยว่า ถ้ามีใครทำเช่นนั้นจริง ย่อมเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 144 แน่นอน

ตัวอย่างก็คือ กรณีล่าเสือดำ หัวหน้าวิเชียรยังได้แจ้งความดำเนินคดีฐานเสนอสินบนเอากับนายเปรมชัย

หรืออย่างกรณี พ.ต.อ.ชาญชัย เนติรัฐการ อดีต ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม ถูกดำเนินคดีฐานเสนอสินบนตุลาการเพื่อช่วยเหลือพรรคไทยรักไทย เสนอเงิน 30 ล้านบาท แก่ ม.ล.ไกรฤกษ์ เพื่อช่วยเหลือคดียุบพรรคไทยรักไทย(ทรท.) แต่ทางตุลาการท่านไม่รับ แล้วยังนำเรื่องนี้มาดำเนินคดีเอากับผู้เสนอสินบนด้วย จนในที่สุด ศาลฎีกามีคำพิพากษาลงโทษจำคุก พ.ต.อ.ชาญชัย ผู้เสนอสินบน 2 ปี ไม่รอลงอาญา ระเห็จเข้าไปรับโทษในเรือนจำ

และในกรณีที่ สส.พรรคอนาคตใหม่แถลงข่าวนั้น หากผู้กระทำผิดฐานเสนอสินบนให้ สส.พรรคอนาคตใหม่ลงมติเลือกคนของพรรคตนเป็นนายกฯ มีตำแหน่งเป็นถึงรองหัวหน้าพรรคจริง พรรคนั้นก็อาจจะต้องถูกดำเนินคดีเพื่อยุบพรรคด้วยซ้ำ

ถ้าพรรคอนาคตใหม่ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ และมีเจตนาดีต่อบ้านเมืองส่วนรวมจริง จะต้องมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เสนอสินบนให้ถึงที่สุด

และต้องพร้อมรับกับผลทางกฎหมาย ทั้งต่อตัวบุคคลและต่อพรรคการเมือง หากถูกดำเนินคดีกลับฐานแจ้งความเท็จ ซึ่งมีโทษจำคุก และเคยมีนักการเมืองถูกพิพากษาไปแล้วเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาด้วย

ตรงกันข้าม ถ้าสักแต่ว่าแถลงลอยๆ ไม่ดำเนินคดีกับผู้เสนอสินบนต่อไปสังคมย่อมมีสิทธิสงสัยว่า เป็นการนำความเท็จมาแถลง เพื่อหวังผลทางการเมืองในการดิสเครดิตคู่แข่งทางการเมืองของตนเอง หรือไม่?

หากสักแต่ว่าแถลง ย่อมไม่สมเกียรติและสถานะหน้าที่ของคนเป็นสส. เพราะยืนยันเองว่าตนเองได้รับการติดต่อ แล้วเหตุใดยังจะปกป้องผู้กระทำผิดต่อไป จะต่างอะไรกับขบวนการแบล็คเมล์การเมือง หรือเด็กเลี้ยงแกะ ปั้นน้ำเป็นตัว เสื่อมเสียต่อความคาดหวังที่ประชาชนลงคะแนนให้เป็น สส.คนรุ่นใหม่ หรือไม่?

3. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ผู้ใดให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภา จังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อจูงใจให้กระทำการไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กฎหมายอาญามาตรานี้ ชัดเจนว่า ครอบคลุมการทำหน้าที่ของ สส.

การลงมติเลือกนายกฯ การลงมติในสภา เป็นการทำหน้าที่โดยตรงของ สส. หากมีการเสนอสินบนเพื่อให้ตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใด โดย

ให้ - คนให้ก็ผิด

ขอให้ – คนขอให้ก็ผิด

รับว่าจะให้ – คนรับว่าจะให้ก็ผิด

เพราะฉะนั้น กรณีแบบนี้ หากมีการกระทำดังกล่าวจริง ผู้ถูกเสนอให้ เป็นถึง สส.เองโดยตรง จะละเว้นไม่ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด เอาแต่แถลงข่าวกล่าวหาลอยๆ ย่อมเป็นข้อพิรุธถึงเจตนาว่ามุ่งหวังผลทางการเมือง มากกว่าจะปกป้องกฎหมายบ้านเมือง

น่าสงสัยว่า ตัว สส.ที่ละเว้น ไม่ดำเนินคดีกับผู้เสนอสินบนนั้น อาจจะมีความผิดตามประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่? ไม่ว่าจะโดยการปกป้องผู้กระทำผิด หรือเอาความเท็จมาอภิปรายหรือแถลงโดยอาศัยสถานการเป็น สส.ของตนเอง พาดพิงกล่าวหาให้เกิดความเข้าใจผิด ตื่นตระหนก ไม่เชื่อมั่นเชื่อถือต่อการทำหน้าที่ของ สส.พรรคอื่นๆ ที่อาจได้รับความเสียหายจากการแถลงเช่นนี้

สส.ที่กระทำผิดประมวลจริยธรรม อาจถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน 

สารส้ม

หน้าแรก / การเมือง

'ปารีณา'จัดช่อใหญ่!! ซัดเด็กเลี้ยงแกะปูดซื้องูเห่า-ชู'บิ๊กตู่'เทียบเท่า'ปธน.รูสเวลต์'

'ปารีณา'จัดช่อใหญ่!! ซัดเด็กเลี้ยงแกะปูดซื้องูเห่า-ชู'บิ๊กตู่'เทียบเท่า'ปธน.รูสเวลต์'

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 19.38 น.

"ช่อ-โรม"จัดหนักไล่ถล่ม'บิ๊กตู่"สนุกปาก ขณะที่"ปารีณา"ยก"ประยุทธ์"ฮีโร่รักษาความสงบไม่คิดสืบทอดอำนาจ หนุนเป็นนายกฯสุดตัวเทียบเท่าประธานาธิบดี "รูสเวลต์" แขวะ“อนค.” เด็กเลี้ยงแกะปูดซื้องูเห่า

5 มิ.ย.62 เมื่อเวลา 17.35 น.ที่บริษัททีโอที ระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภาา เพือเลือกนายกรัฐมนตรี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้ลุกขึ้นอภิปรายโจมตีประเด็นเกียรติภูมิของ พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านของ คสช.นานาประเทศต่างเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ คสช.จะคืนอำนาจประชาธิปไตย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ไปดูดกับต่างประเทศถึง 8 ครั้งว่าจะมีการเลือกตั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำตามคำพูด ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา

"พฤติกรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำลายเกียรติภูมิของประเทศเสียหายจนถูกสื่อต่างประเทศเขียนการ์ตูนล้อเลียนจมูกยาวเป็นพิน็อกคีโอ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเคยแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมขู่จะประหารชีวิตสื่อด้วยเครื่องประหารหัวสุนัข แม้จะเป็นการพูดเล่น แต่สื่อต่างประเทศก็นำไปวิพากษ์วิจารณ์จนเสียหายรวมทั้งการปิดสถานีข่าว 14 ครั้ง ละเมิดสิทธิเสรีภาพสื่อ ถือว่าพฤติกรรมที่ขัดต่อมาตรฐานการเป็นนายกฯ" น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายสนับสนุน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นนายกฯ และไม่ต้องห่วงว่านายธนาธรจะเข้าสภาฯ ไม่ได้ แต่ควรจะห่วงว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯ แล้วจะเข้าสภาฯ ได้หรือไม่ พร้อมกับโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ไม่มีหัวใจประชาธิปไตย เนื่องจากในยุค คสช.นั้น มีการดำเนินคดีกับประชาชนที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งมากกว่า 100 คน แม้แต่ตนก็โดน 4 คดี รวมทั้งยังมีการทำร้ายร่างกายคนเห็นต่าง ทั้ง นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ทำกันอย่างเป็นขบวนการ มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ

ระหว่างนั้นมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลุกขึ้นประท้วง แต่นายรังสิมันต์ก็ไม่หยุด พร้อมระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากทำลายระบอบประชาธิปไตยแล้ว ยังสร้าง ส.ว.ขึ้นมาสืบทอดอำนาจอีก ที่ผ่านมาไม่มีใครรู้ว่ากรรมการสรรหามีใครบ้าง เมื่อ คสช.เป็นคนแต่งตั้ง ส.ว.ตนสงสัยว่าแล้ว ส.ว.จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระหรือไม่ จึงถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคารพระบอบประชาธิปไตย ทั้งยังเป็นปรปักษ์กับประชาธิปไตย โดยใช้ ส.ว.มาสืบทอดอำนาจ

ต่อมา 18.35 น.ที่ผ่านมา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เนื่องจากเห็นว่า ข้อกล่าวหาที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ สืบทอดอำนาจนั้นไม่เป็นความจริง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการสืบทอดอำนาจก็คงไม่ประกาศให้จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ คงเป็นนายกฯ ต่อไปเลย ไม่ต้องเลือกตั้ง ในประเทศมหาอำนาจ เช่น อเมริกา ประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ ได้รับเลือกตั้งในสมัยแรกที่ลงสมัครก่อนจะเป็นทั้งหมด 4 สมัย

ทั้งนี้ หากย้อนไป 5 ปีก่อน ประเทศไทยเกิดวิกฤตความแตกแยกขั้นรุนแรง ประเทศไม่มีทางออก มีแต่ทะเลาะกัน ทำลายทรัพย์สิน และมีคนเจ็บคนตาย พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้ามารักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประเทศ และหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็กำลังจะเป็นนายกฯคนต่อไปในเร็วๆนี้ ซึ่งตนตั้งใจมานานแล้วว่าจะเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

ส่วนประเด็นที่สมาชิกหลายคนอภิปรายเรื่อง ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯหรือไม่นั้น นางปารีณา กล่าวว่า ประชาชน 15 ล้านคน เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งได้บัญญัติให้ ส.ว.มีหน้าที่ในการเลือกนายกฯไว้ในบทเฉพาะกาล จึงอยากให้ผู้ที่อภิปรายประเด็นดังกล่าว ได้เข้าใจว่าเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนได้ลงประชามติไว้แล้ว ส.ว.ชุดนี้จึงมีสิทธิเลือกนายกฯได้อย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม นางปารีณา ยังได้กล่าวถึงการตั้งโต๊ะแถลงข่าวของพรรคการเมืองบางพรรค ที่ออกมาระบุเรื่องการจ้างงูเห่า 120 ล้านบาท ซึ่งไม่เป็นความจริง ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้จ้าง เรื่องนี้จึงไม่มีงูเห่า มีแต่เด็กเลี้ยงแกะ

จากนั้น นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้ลุกขึ้นประท้วง เนื่องจากนางปารีณา อภิปรายพาดพิงพรรคอนาคตใหม่กรณีการแถลงข่าวประเด็นงูเห่า จึงอยากให้นางปารีณา ถอนคำว่าเด็กเลี้ยงแกะออก เนื่องจากทำให้พรรคได้รับความเสียหาย แต่นางปารีณา ยืนยันว่าไม่ถอน พร้อมพูดว่า "รู้สึกว่าจะมีคนกินปูนร้อนท้อง"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมในขณะนั้น เห็นว่าบรรยากาศการอภิปรายกำลังเป็นไปด้วยดี จึงอยากให้นางปารีณา ถอนคำพูดดังกล่าวออก แต่นางปารีณา ยังยืนยันว่า จะไม่ถอนคำพูด นายคารม จึงขอให้บันทึกคำพูดนี้ไว้ ก่อนที่การประชุมจะดำเนินต่อไป

น้อง'บิ๊กตู่'ดวล'เสรีพิศุทธ์'! เคลียร์ปมลูกชายตั้งบริษัทในค่ายทหาร

น้อง'บิ๊กตู่'ดวล'เสรีพิศุทธ์'! เคลียร์ปมลูกชายตั้งบริษัทในค่ายทหาร

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 20.07 น.

5 มิ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น หลังจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้อภิปรายโจมตีรัฐบาลหลายเรื่องอาทิ กรณีแหวนแม่นาฬิกาเพื่อน การขุดลอกคูคลองขององค์การทหารผ่านศึก การตั้งบริษัทในค่ายทหารของลูกชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และยังระบุว่า ได้รับการเสนอเงิน 300 ล้านบาท พร้อมตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แลกกับการนำ 10 ส.ส.เสรีรวมไทย ไปร่วมรัฐบาล เมื่อปฏิเสธก็ยังตามตื้อ พยายามเสนอเพิ่มเงินให้เป็นเท่าไรก็ได้ พฤติการณ์เหล่านี้อย่าว่าแต่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ แม้แต่เป็นยามที่บ้าน ตนก็ไม่เอา เพราะกลัวคนมาด่าเต็มไปหมด

ด้าน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว.(น้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ขอใช้สิทธิถูกพาดพิงกรณีการที่บุตรชายตั้งบริษัทในค่ายทหาร ว่า สมัยที่เป็นแม่ทัพภาค 3 พักอาศัยอยู่ในค่ายทหาร เพราะไม่มีบ้านพักอยู่ภายนอก เมื่อลูกชายตั้งบริษัทตามกฎหมายที่ระบุว่า ต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เมื่อลูกชายอาศัยอยู่กับตนจึงจำเป็นต้องใช้ที่อยู่บ้านพักในค่ายทหาร แต่ไม่ได้มีส่วนสนับสนุนใดๆ
ซัดกันนัว! เดือดตอนค่ำ'สว.'เปิดศึก'สส.' ลั่นรู้กำพืดกันดี หิ้วกระเป๋าตามใคร

ซัดกันนัว! เดือดตอนค่ำ'สว.'เปิดศึก'สส.' ลั่นรู้กำพืดกันดี หิ้วกระเป๋าตามใคร

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 20.34 น.

ซัดกันนัว! "วันชัย"ปะทะ"คารม"ปมที่มาสว. เดือดจน"พรเพชร"ต้องเบรคตัวโก่ง การันตี"บิ๊กตู่"สะอาดกว่าบางพรรคมีคดีติดตัว ชนะคู่แข่งทุกอย่าง ยันไม่มีเอาปืนจี้หัว

5 มิ.ย.62 เวลา 19.35 น.ที่ห้องประชุมใหญ่ทีโอที ระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี นัั้น นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.อภิปรายในประเด็นคุณสมบัติผู้ที่จะเป็นนายกฯ และประเด็น ส.ว.ถูกโจมตีว่าจะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ว่า ส.ส.และ ส.ว.เป็นสมาชิกรัฐสภา และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่มาจากการลงมติของประชาชน แปลว่าประชาชนเห็นด้วยให้มี ส.ส.แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ และ ส.ว.ในลักษณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช.ไม่ได้กำหนด หากกำหนดแต่ประชาชนไม่เอาด้วยก็จะเป็นแบบนี้ไม่ได้ ซึ่ง ส.ว.ก็มาจากการเลือกกันเองก่อน สรรหาก่อน แล้ว คสช.คัดเลือกในที่สุด

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบ พล.อ.ประยุทธ์ กับอีกคนหนึ่งที่เข้าชิงตำแหน่งนายกฯ ไม่ว่าจะเป็นวัยวุฒิ คุณวุฒิ ประสบการณ์ หรือจริยธรรม ต่างกันจนแทบจะไม่ต้องอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ มาจากประชาชนมากที่สุด เมื่อรวมพรรคการเมืองที่สนับสนุนคิดแล้วเกือบ 15 ล้านเสียง มากกว่าอีกคนหนึ่งที่ถูกเสนอ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เลือกคนที่มาจากประชาชน

"พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีคดีค้างในศาลแต่อีกคนมี พล.อ.ประยุทธ์ มาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด กล่าวได้เลยว่ามีคุณสมบัติและประสบการณ์เหนือกว่า ไม่มีคดีซุกหุ้น สมาชิกในที่นี้สามารถตัดสินใจได้เลยว่าจะเลือกใครและใครเหมาะสมกว่า เหนือสิ่งอื่นใดคือประชาชนเป็นผู้เลือกและกำหนดมา" นายวันชัย กล่าว

จากนั้นสมาชิกสภา ส.ว.ใช้สิทธิ์อภิปรายเพราะถูกพาดพิงอย่างหนักเรื่องที่มา ส.ว.ว่าไม่ได้มาจากประชาชน อาทิ นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ระบุว่า ส.ว.มาตามรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ลงคะเเนนผ่านประชามติ เพียงเเต่ต่างกันตรงที่มากับ ส.ส.โดย ส.ว.มาจากการสรรหา

ด้าน นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขึ้นอภิปรายตอบโต้ ว่า คณะกรรมการสรรหา ส.ว.นั้น ไม่ใช่ คสช.เป็นผู้สรรหาหรือ และตนรู้ว่า นายวันชัย เคยลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคชาติพัฒนา เมื่อปี 2544 เเต่ประชาชนไม่เลือก

นายวันชัย อภิปรายต่อว่า ความเป็นประชาธิปไตยจะต้องหัดฟังคนอื่นบ้าง ตนรู้กำพืดนายคารมดี ตั้งเเต่หิ้วกระเป๋าตามใคร นายคารม สวนว่า แบบนี้หรือจะบอกว่าเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างไร ท่านเห็นตนถือกระเป๋าให้ใครหรือไม่ สุดท้าย นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ต้องเตะเบรกไกล่เกลี่ยจนจบประเด็นก่อนจะบานปลาย

นายวันชัย จึงอภิปรายยืนยันว่า ส.ว.มาจากประชาชนและตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ ดีกว่าแคนดิเดตอีกคนหนึ่ง เพราะมาจากประชาชนมากที่สุด เมื่อรวมตัวเลขที่พรรคการเมืองจะยกมือสนับสนุน 2.ขณะนี้ไม่ได้เอาปืน ไม่ได้เอาทหารมาจี้หัว เหมือนการรัฐประหาร 3.ถ้าพูดเรื่องจริยธรรม ไม่มีคดีค้างอยู่ในโรงในศาล แต่อีกคนมีคดีค้างอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ มีประสบการณืเหนือกว่า สร้างบ้านเเปลงเมืองมาเหนือกว่า ไม่มีประวัติความไม่น่าไว้วางใจในความสุจริต ไม่ซุกหุ้น จึงบอกได้เลยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ดีกว่าแน่นอน

ทำให้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายสวนทันทีว่า ความไม่ไว้วางใจใหญ่หลวงของ พล.อ.ประยุทธ์ คือการเป็นหัวหน้ารัฐประหาร และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มีเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ฉีกรัฐธรรมนูญ 50 ดังนั้น จึงเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาจะคิดได้เองว่าจะเลือกใครเป็นนายกฯ

พท.เตือนพรรคร่วมหนุน'บิ๊กตู่'เป็นนายกฯก่อนตั้งรบ.ระวังถูกเบี้ยว

พท.เตือนพรรคร่วมหนุน'บิ๊กตู่'เป็นนายกฯก่อนตั้งรบ.ระวังถูกเบี้ยว

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 20.35 น.
 
พท.เตือนพรรคร่วมหนุน"ประยุทธ์"เป็นนายกฯก่อนตั้งรบ.ระวังถูกเบี้ยว เพราะยังมีม.44อยู่ในมือ
5 มิ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายยกย่อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ลาออกจากการเป็น ส.ส.เพราะไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ จึงอยากถามทาง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่นั่งอยู่ว่า ปล่อยอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ไปได้อย่างไร นอกจากนี้ ตนยังถามไปที่พรรคร่วมรัฐบาลหากสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยอมให้เขาเหยียบย่ำและโดนทหารตามด้วยมาตรา 44 หรือไม่

และหากวันนี้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ แน่ใจได้อย่างไรว่าเขาจะทำตามที่พูดคุยเอาไว้ เพราะยังมีมาตรา 44 จนถึงวันถวายสัตย์ อีกทั้งยังพบว่ายังมีโทรศัพท์จากภายนอกสภาคอยโทรมาสั่งการทุกเมื่อ ขณะที่การบริหารประเทศ 5 ปีของรัฐบาล คสช.อาทิ การปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ก็ถือว่าทำไม่ได้ ตนจึงไม่สามารถสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

หน้าแรก / ข่าว Like สาระ

พาเที่ยว! วัดร่องเสือเต้น ‘แลนด์มาร์ค’ แห่งความศรัทธา งดงามด้วยสถาปัตยกรรม

พาเที่ยว! วัดร่องเสือเต้น ‘แลนด์มาร์ค’ แห่งความศรัทธา งดงามด้วยสถาปัตยกรรม

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 15.49 น.

วัดร่องเสือเต้น  อีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่โดดเด่นสะดุดตาด้วย “สถาปัตยกรรม” ตั้งอยู่หมู่บ้านร่องเสือเต้น ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำกก ศิลปะที่มีความสวยงดงามแปลกตา จากฝีมือการรังสรรค์ของ นายพุทธา กาบแก้ว หรือ “สล่านก” ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย  ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์  และเคยเข้าไปทำงานที่วัดร่องขุ่น 

และแลนด์มาร์คแห่งนี้  เป็นศิลปะประยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ใช้เฉดสีเป็นสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทอง ลวดลายต่างๆ ที่พริ้วไหวนั้น สล่านกได้จากการเรียนรู้จากอาจารย์ แต่ศิลปะของ อาจารย์จะ ใช้โทนสีขาว และมีการใช้กระจก แต่ของสล่านกดัดแปลงมาเป็นการใช้สีน้ำเงินฟ้าแทน เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ 

โดยเฉพาะประติมากรรมบันไดพญานาคที่ใช้เฉดสีเดียวกันนั้นมีความชดช้อยและลวดลายแตกต่างจากประติมากรรมทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด  ได้นำเอารูปแบบผลงานของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พ.ศ.2544 ผู้สร้างบ้านดำ จ.เชียงราย ที่มีความโดดเด่นเรื่อง เขาและงามาประยุกต์ใช้  โดยเฉพาะช่วงเขี้ยวของพญานาคมีความพลิ้วไหว อ่อนช้อย  โดยพระวิหารแห่งนี้ให้นิยามว่าเป็นทิพยสถาน คือ เป็นการสรรเสริญพระพุทธเจ้าทั้งในรูปแบบของประติมากรรมและจิตรกรรม เมื่อคนเข้าไปมีจิตใจดีก็จะรักษาศีลก่อให้เกิดสมาธิ และปัญญาตามมา

“ภายในวิหารมีผลงานจิตรกรรมภาพวาดฝาพนังเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ โดยใช้เฉดสีน้ำเงินฟ้ามีลวดลายที่อ่อนช้อยงดงาม มีพระประธานสีขาว สูง 6.50 เมตร หน้าตักกว้าง 5 เมตร และอีกหนึ่งที่งดงาม ชื่อว่า “พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ" มีพระประธาน สีขาวมุกขนาดหน้าตักกว้าง 5 เมตร สูง 6.5 เมตร โดยมีพระรอดลำพูน จำนวน 88,000 องค์ และแก้วแหวนเงินทองหลายสิ่งถูกฝังอยู่

ใต้พระพุทธรูปองค์นี้ รวมทั้งบริเวณพระเศียรก็ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับพระราชทานจาก สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จ พระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก รวมทั้งยังได้รับพระราชทานนามพระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ ที่หมายความว่า “พระพุทธเจ้าทรงเป็นมงคล เจ้าในความเป็นราชา เป็นที่พึ่งในสามโลก”

นอกจากนั้นด้านหลังวิหารมีพระพุทธรูปสีขาวปาง ห้ามญาติ องค์ใหญ่ ประดิษฐานตรงด้านหลัง ถัดไปคือ  "พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีห้าพระองค์" มีความสูง 20 เมตร โดยยอดขององค์พระธาตุ ได้บรรจุพระบรมสาริกธาตุ จากสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสงฆปรินายก"

 

 

วัดร่องเสือเต้นสร้างจากแรงศรัทธาผนวกการสืบสานศิลปะในเชิงพุทธศิลป์ของ สล่านก ผู้ที่ได้รับแรงบันดาลใจทางศิลปะจากอาจารย์ถวัลย์และอาจารย์เฉลิมชัย จนเกิดเป็นวัดที่สวยสดงามตา”

ซึ่งการเดินทางไปวัดร่องเสือเต้นนั้นไม่ยาก โดยตั้งอยู่ในเทศบาลนครเชียงราย ห่างจากสะพานแม่น้ำกก 300 เมตร เดินทางถนนสายแม่จัน-แม่สาย  เมื่อข้ามสะพานแม่น้ำกกแล้ว ถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายประมาณ 250 เมตร เข้าไปถนนสายแม่ยาวแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 50 เมตร เข้าสู่วัดร่องเสือเต้น

 

 

 

ขอขอบคุณภาพจาก มิวเซียมไทยแลนด์

................................................................

5 มิถุนายน 2562

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 06/06/2019 เวลา : 08.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

Chaoying
...........................................
อาจจะเป็นเพราะสถาปนิกเคยร่วมงานกับอจ.เฉลิมชัย แนวผลงานที่ออกมาจึงคล้ายกัน เพียงแต่วัดร่องขุ่นออกโทนสีขาว มีรายละเอียดเหมือนเมฆที่ลอยฟ่องอยู่ในห้วงนภากาศครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 06/06/2019 เวลา : 06.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

วัดร่องเสือเต้น เคยไปสองครั้งค่ะ สวยงามมาก อยู่ใกล้ๆ สนามบินเชียงราย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน