*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3795
  • จำนวนผู้ชม : 2407641
  • จำนวนผู้โหวต : 522
  • ส่ง msg :
  • โหวต 522 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 190 , 14:31:53 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         พรรคแกนนำรัฐบาลเข้าสู่โหมดงอแงประเด็นแบ่งเก้าอี้รมต.ที่ตกลงกันก่อนหน้านี้ ยุ่งไม่จบ แล้วจะให้ 'บิ๊กตู่' ตัดสินชี้ขาด

 

 

 

"ชวน หลีกภัย" ที่ใครๆ ก็ชม

    
 

               ตื่นสายไปนิด....

 

                เลยพลาด

                ไม่ทันได้ดู "คุณอภิสิทธิ์" แถลงลาออกจากการเป็น ส.ส.ที่รัฐสภา เมื่อเช้าวาน (๕ มิ.ย.๖๒)

                ด้วยเหตุผล

                "ไม่อาจฝืนใจ" ยกมือสนับสนุนให้ "พลเอกประยุทธ์" เป็นนายกฯ ตามมติพรรคที่ตัวเองสังกัด!?

                ต่อกรณีนี้ ผมไม่รู้สึกบวก, ลบ เพราะเข้าใจ ว่ามันเป็นสิทธิ์ของแต่ละคน

                เพียงแต่แปลกใจนิดๆ คือประชาธิปัตย์นั้น การบริหารได้ชื่อเป็น "พรรคต้นแบบ"

                ทุกคนอิสรเสรี แตกต่างทางความคิดเห็นได้ แต่ทุกความอิสรเสรี ย่อมต้องร้อยรัดอยู่ใน "หลักการบริหาร"

                เมื่อความหลากหลายสรุปเป็น "มติพรรค" ออกมาแล้ว

                ทุกคนต้อง "ยอมรับ"!

                คุณอภิสิทธิ์เป็นผู้ใหญ่ เคยบริหารทั้งพรรค ทั้งประเทศ ยิ่งประกาศตนเป็นสาวกประชาธิปไตยเข้มข้น ย่อมต้องเข้าใจหลักการ "เสียงส่วนใหญ่" นี้
                แต่ทำไมจึง "ยึดตนเป็นที่ตั้ง" แบบหัวลูกเต๋าขนาดนั้นล่ะ

                แทนที่จะยึด "เสียงส่วนใหญ่" เป็นที่ตั้ง

                ตามปรัชญาประชาธิปไตย ที่ไม่ยึดใจ แต่ยึดมือ ว่าใครจะมากกว่ากัน?

                การลงทุนถึงขั้น "ลาออก" จาก ส.ส.

                หวังใช้การ "ปฏิเสธ" พลเอกประยุทธ์ เป็นตัวขับเน้นประชาธิปไตยในหัวใจนั้น

                ต้องบอกว่า สูงส่งทางปัญญา แต่ลีลาทารกไปนิด!

                เพราะกระเดียดไปทาง ประชด, สะใจ ด้วย "มีความในใจ" อย่างใด-อย่างหนึ่ง ในตัวพลเอกประยุทธ์

                มากกว่า รักษาเกียรติ รักษาสัตย์ ตามอ้าง!

                ขอบอกว่าเสียดาย ด้วยรักใคร่ หวังดี รักประชาธิปไตย ก็ไม่ควรประชดรักแบบนี้

                เพราะมันยากจะ "คืนดี" ได้เหมือนเดิม สำหรับตัวเอง ในเส้นทางนี้

                การลาออกจากหัวหน้าพรรค เมื่อผลเลือกตั้งไม่เป็นตามประกาศ

                แบบนั้น โอเค ถือเป็นสปิริตประชาธิปไตย ในเส้นทางนำ

                แต่กรณี มติพรรคไม่เป็นดั่งใจ แล้วลาออกจาก ส.ส.

                แบบนี้ ไม่โอเค

                เพราะมันเป็น "อัตตาธิปไตย" อาจสะใจตัวเองชั่วครั้ง-ชั่วครู แต่ทำให้คำว่า "มติพรรค" ของประชาธิปัตย์ ที่ศักดิ์สิทธิ์มาตลอด

                ถูก "ประชด-ท้าทาย"

                จากคนได้ชื่อว่า "อดีตหัวหน้าพรรค"!

                ถึงแม้ลาออกแค่ ส.ส. ไม่ลาขาดจากสมาชิกพรรค แต่ก็นั่นแหละ มันเหมือนเมล็ดพืชผักสวนครัวในทุกวันนี้ไปแล้ว

                นำมาเพาะใหม่ ก็ไม่งอก.......

                ถึงงอก ก็มีแต่ใบ จะไม่ให้ดอก ไม่ให้ผล!

                จากย่างก้าวคนศึกษาสูง หน้าที่การงานสูง ทำให้ต้องหยุดคิดว่า........

                ทั้งรัฐธรรมนูญ ทั้งระบบราชการ, งานการ และสังคมปัจจุบัน ล้วนยึดใบปริญญาเป็นคำตอบและทางเดินคน

                ทำให้คนทุกวันนี้ เอาแต่เชิดหน้า....

                ยึดความเวิ้งว้างท้องฟ้าเป็นอาณาจักรของคนศึกษาสูง

                คือไม่รู้จัก อดทน มุ่งมั่น มานะ พยายาม ล้มแล้วลุก สรุปคือ ไม่รู้จัก อิทธิบาท ๔

                อ่านแต่วรรณคดีอังกฤษ ตาไม่แลนิทานอีสปเรื่อง "ลองใหม่อีกที"

                สังคมทุกวันนี้ จึงมากด้วยคนประเภท นอนอ้าปากรอให้ฝนเงิน-ฝนทองหล่นใส่ งานการอะไรก็ต่ำกว่าปริญญาฉันไปหมด

                อีโก้ หยิบโหย่ง ไม่มีดีจะอวด แต่ชอบอวดดี เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

                วันๆ เอาแต่โทษเศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายไม่ดี ไม่มีเงิน ไม่มีจะกิน

                ในขณะที่พวกพม่า, เขมร, แขก ...........

                แค่ไม่เลือกงาน ไม่ขี้เกียจ, หนักเอา-เบาสู้ โกยเงิน โกยทอง กัน ปี-สองปี กลับไปเป็นเศรษฐี ทองแดงครึ่ดทั้งตัว!

                "การเมือง" ก็เหมือนกัน

                ตอนนี้ ธุรกิจนักการเมือง เป็นอาชีพใหม่ กำลังฮิตในกลุ่มคนที่ยึดอายุเป็นคำตอบ "รุ่นใหม่-รุ่นเก่า"

                หรือไม่ก็ โคตรเหง้ารวยหน่อย มีดีกรี-มีชาติสกุล ขึ้นชื่อหน่อย ก็หวังมีตำแหน่งนักการเมืองประดับเกียรติ

                นึกว่ามันง่ายเหมือนเป็นดารา....

                ปั่นกระแสหน้าจอ หน้าเฟซ ไอจี ทวิตเตอร์ พักเดียว ก็เปรี้ยงปร้าง ได้เป็น

                อีโก้กับคำว่า "คนรุ่นใหม่"

                แต่เข้าไม่ถึงเนื้อหา เป็นแค่รุ่นใหม่ "ไร้สาระ" แห่ตามกันไป-ตามกันมา เหมือนสวะลอยน้ำ

                เห็นลาออกคึ่กๆ จากประชาธิปัตย์ ถามว่าลาเพราะเหตุใด?

                ก็ใช้วาทะประชาธิปไตยที่เขาปั๊มโหลขายมาอ้างกันไปเรื่อยเปื่อย

                ออกตามอภิสิทธิ์น่ะ ไม่เท่าไหร่หรอก

                เนื้อแท้แล้ว มัน "หายเห่อ" น่ะ

                เลือกตั้งไม่ง่าย ไม่ได้อย่างที่หวัง ก็หมดอยาก หมดสนุก หมดเห่อ

                เมื่ออภิสิทธิ์ออก ฉวยโอกาสเกาะกระแสอภิสิทธิ์ออกด้วย จะได้ดังติด "หางข่าว"

                มันก็เท่านั้น..........

                ผมถือว่า โชคดีตามโฉลกของประชาธิปัตย์แล้วที่ "ลอกคราบ" แบบไม่ตั้งใจ ถูกตามกาล-ตามเวลา!

                "คนรุ่นใหม่" ทุกคน

                อยากให้ยึด "สมจิตร จงจอหอ" เป็นไอดอล

                "ผมเจ็บมาเยอะ" นั่นแหละ

                คำว่า "เจ็บมาเยอะ" ของสมจิตร กว่าจะได้เหรียญทอง มันสะท้อน "อิทธิบาท ๔ " ได้อย่างดี

                คนที่ต้องการความสำเร็จ คนที่ท้อแท้ชีวิต

                ให้นึกคำว่า "ผมเจ็บมาเยอะ" ของสมจิตรให้ขึ้นใจ จะทำให้มีพลังฮึดสู้

                อิทธิบาท คือ รากฐานแห่งความสำเร็จ ๔ ประการ เป็นคาถาแก้จน ที่ "พระพุทธเจ้า" ตรัสสอนไว้

                -ฉันทะ ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น

                -วิริยะ ความพากเพียรในสิ่งนั้น

                -จิตตะ ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ในสิ่งนั้น

                -วิมังสา ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของสิ่งนั้น

                เนี่ย...ทำตามคาถาพระพุทธเจ้า ๔ ข้อนี้

                ถึงสมัยนี้ ไม่ได้เป็นนายกฯ ไม่ได้รัฐบาล

                สมัยหน้า บากบั่น พากเพียร สู้ต่อไปเรื่อยๆ

                ด้วย "วิริยะ" คือพากเพียรที่ต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน เป็นระยะยาว

                ทำให้พบความสำเร็จ ด้วยกล้าหาญ ด้วยฮึดสู้ ล้านเปอร์เซ็นต์!

                ไม่ใช่ พอไม่ได้ ไม่เป็นดั่งใจ ก็ลาออก แบบนี้ จะมีแต่ "ร้อยล้ม" จะหา "หนึ่งลุก" ก็ทั้งยาก!

                ครับ....คุยมายืดยาว

                คงสงสัย เอ๊ะ ไม่เห็นคุยเรื่องเลือกนายกฯ ในรัฐสภาเมื่อวานนี้เลย

                ก็อยากจะคุยอยู่หรอก คิดอีกที เรื่องที่คุย เกือบทุกท่านก็นั่งจ้อง "ตาดู-หูฟัง" เห็นกับตา รู้กับใจ อยู่แล้ว

                เลยไม่อยากคุย เพราะคุย ก็มีแต่เรื่องนินทาว่าร้ายคนนั้น-คนนี้

                ทำใจซะว่า รัฐสภาเป็นเวทีวาทะของ ส.ส.-ส.ว.เขา ฉะนั้น ก็ดูเขา ชอบ-ไม่ชอบ เปิดใจระบายอากาศออกไปซะบ้าง

                แต่เห็นคนชม "ท่านประธานที่เคารพ" คุณชวน หลีกภัย ตรึมเลย ว่าทำหน้าที่ "แม่นเป๊ะ"

                อีกทั้ง ส.ส.-ส.ว. แสดงถึงวุฒิภาวะ "สมาชิกรัฐสภา" ได้งามพอสมควร

                ว่าที่นายกฯ ประยุทธ์ "เหวอะหวะ" ไปพอสมควร

                สรุปแล้ว ได้โหวตกันตอนเกือบ ๔ ทุ่ม ระหว่างพลเอกประยุทธ์ กับนายธนาธร

                คุมเกมรัฐสภาที่คาดว่าจะลากยาว แต่สามารถโหวตได้ในวันเดียว ก็ต้องชม "ท่านประธานชวน" อีกนั่นแหละ

                ใครจะได้เป็นนายกฯ จากเสียงโหวตสมาชิกรัฐสภา เกินกว่า ๓๗๕ เสียง ขึ้นไป

                ก็ไม่ต้องตอบนะครับ ฟังขานชื่อแค่ ๔ ทุ่มครึ่ง ประเมินได้ว่า

                รัฐบาล "ใหม่" แต่นายกฯ "เก่า"!.

 

ยุ่งแล้ว'แกนนำพปชร.'ยอบรับ อาจล้มดีลแรกเกลี่ยเก้าอี้รมต.ใหม่!

    
 

 เมื่อถามว่า ถึงตอนนี้รมว.เกษตรฯ ต้องอยู่กับพลังประชารัฐหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า เดี๋ยวค่อยคุยกัน แต่นโยบายของพรรคที่หาเสียงไว้ก็เน้นเรื่องการเกษตรมาตลอด และเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ มีแนวทางสนับสนุนเรื่องการแก้ไขปัญหาเกษตร.

 

แกะดำภูมิใจไทยแจงยิบปมงดออกเสียงโหวตนายกฯ

    
 

6 มิ.ย.62 - นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ลงมติงดออกเสียงในการโหวตเลือกนายกฯ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ได้ขอโทษผู้ใหญ่ในพรรคและชี้แจงว่า เพราะตนได้รับปากกับประชาชนในพื้นที่ว่าจะเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ เพียงคนเดียว ผิดจากนี้เป็นใครตนก็เลือกไม่ได้ ดังนั้น เมื่อสัญญาแล้วก็ต้องทำตามสัญญา ซึ่งพรรคก็ได้ให้คำแนะนำหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม ทางออกของแต่ละคนนั้นมีแตกต่างกัน สำหรับตนหาทางออกอื่นไม่ได้นอกจากทำตามสัญญาที่พูดเอาไว้ ตนเคารพประชาชนและตัวเอง จึงได้งดออกเสียง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดกับผู้ใหญ่อย่างไรบ้าง นายสิริพงศ์กล่าวว่า จริงๆ พรรคมีความพยายามหาทางออกให้กับประเทศ เราพยายามอย่างจริงจังที่จะเป็นขั้วที่สามให้ได้ แต่เมื่อมันไม่เกิด ความเห็นก็แตกต่างหลากหลาย ผู้ใหญ่จึงให้เหตุผลว่า การจะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้คือการทำนโยบายให้เป็นความจริงขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งทุกพรรคก็ให้คำมั่นสัญญาแบบนี้กับประชาชน และต้องรักษาให้ได้เช่นเดียวกัน ส่วนการทำงานกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ นั้นจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน และเชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะสิ่งที่ตนทำนั้นไม่ได้เกิดจากความรักหรือความเกลียดในตัวท่าน แต่ทำเพราะตนได้สัญญากับประชาชนไว้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของส.ส.ที่ต้องทำตามหน้าที่ อันไหนถูกตนก็ทำ เพราะตนเป็นคนรักษาคำพูดก็เท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ขณะที่การทำงานภายในพรรคหลังจากนี้ก็คงคิดหนัก แต่เมื่อทำไปแล้วสิ่งที่ทำได้อย่างเดียวคือการยืดอกและรอรับผลที่จะเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า รู้สึกอึดอัดกับการทำหน้าที่กับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า ไม่ เพราะตนรักพรรคภูมิใจไทย แต่ตนรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่มีความขัดแย้งกันในสังคมไทยมากกว่า ยืนยันว่ายังอยู่กับพรรค ไม่มีความคิดที่จะย้ายไปไหน สำหรับกรณีที่อาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นงูเห่าของพรรคนั้น นายสิริพงศ์กล่าวว่า แล้วแต่คนจะคิด แต่เรารู้อยู่ว่าทำเพราะอะไร ทำเพื่ออะไร และทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะตนไม่มีความจำเป็นต้องไปรับเงินใคร ส่วนหลังจากนี้จะมีการลงมติสวนกับมติพรรคอีกหรือไม่นั้น นายสิริพงศ์กล่าวว่า คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะทำ เพราะถ้าตนเป็นหัวหน้าพรรคก็คงไม่อยากให้ใครลงมติสวนมติพรรคเช่นกัน

สำหรับกรณีที่มีเสียงชื่นชมว่าเป็นคนมีจุดยืนนั้น นายสิริพงศ์กล่าวว่า ขอบคุณ และอยากให้กำลังใจเพื่อนส.ส.ทุกคนด้วย เพราะทุกคนก็เจอกับภาวะที่ยากลำบากเหมือนกัน ส่วนการตัดสินใจงดออกเสียงนั้นอาจกลายเป็นเงื่อนไขในการต่อรองในการร่วมรัฐบาล นายสิริพงศ์กล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นตนก็ต้องกราบขออภัย สำหรับกรณีที่สัญญาว่าจะเลือกนายอนุทินคนเดียวนั้น ได้สัญญาว่าจะไม่เลือกพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ด้วยหรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า ไม่เคยพูด ตนพูดแค่ว่าเลือกนายอนุทิน ส่วนหากพรรคมีมติไม่ตรงกับใจเรา จะโหวตสวนมติพรรคหรือไม่นั้น นายสิริพงศ์กล่าวว่า ต้องคุยกัน แต่ตนไม่อยากสร้างเงื่อนไขอะไร สิ่งที่ตนทำเมื่อวานนั้นก็ไม่ได้สร้างเงื่อนไขกับใคร แค่ทำตามที่พูดไว้เท่านั้นเอง

 

'เทพไท'ลั่น'ปชป.'ไม่ยอมแน่ หาก'พปชร.'บิดพลิ้วดีลโควตารมต.

    
 

1.เมื่อมีเสียงสนับสนุนเพียง 250 เสียง พล.อ.ประยุทธ์ หรือผู้จัดการรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ มีแนวความคิดที่จะนำพรรคการเมืองอื่นหรือหาเสียงสนับสนุนเพิ่มเติมให้รัฐบาลมีเสียงข้างมากโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาดหรือไม่ เพราะถ้ายังคง 250 เสียงรัฐบาลจะทำงานยากมาก 

2. กระแสข่าวที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับเลือกเป็นนายกฯแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการฟอร์มรัฐบาล ตั้งครม.โดยยังมีความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ มีกระแสข่าวเรียกคืนกระทรวงเกรดเอ ที่ตกลงไปแล้วก่อนโหวตนายกฯ  ต้องถามไปยังพรรคพลังประชารัฐว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถ้าจริงจะไม่เป็นธรรมกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นที่โหวตให้พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนถือคติว่า อ้อยเข้าปากช้าง ผีถึงป่าช้าแล้วยังไงไม่ฝังก็เผา 

"อยากให้แกนนำพรรคพลังประชารัฐทบทวนเรื่องนี้ ให้ข้อตกลงเป็นข้อตกลง สัญญาเป็นสัญญา หากมีการบิดพลิ้ว บิดเบือน เปลี่ยนแปลง ยึดคืน เชื่อว่าในประชาธิปัตย์ ผมคนหนึ่งที่จะไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ เพราะถือว่าเป็นการบิดเบือนไม่ยอมรับข้อตกลงที่ทำไว้ก่อน หากพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไม่แก้ไขประเด็นนี้ ส่วนตัวเชื่อว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความยากลำบาก"นายเทพไท กล่าว.

 

'วิษณุ' เผยไทม์ไลน์หลังได้นายกฯ คาด ประธานสภาฯนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯเร็วสุดวันนี้ เห็นรัฐบาลใหม่ปลายเดือน มิ.ย.

    
 

6 มิ.ย.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงไทม์ไลน์ภายหลังที่ประชุมรัฐสภาโหวตเลือกให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยว่า จากนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้นำรายชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ซึ่งเร็วที่สุดน่าจะเป็นวันนี้ที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ จากนั้นก็สุดแล้วแต่จะมีโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกลับลงมาเมื่อไหร่ และเมื่อมีโปรดเกล้าฯลงมาแล้ว ก็เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะดำเนินการเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งไม่มีกำหนดเวลาว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ สุดแล้วแต่จะเห็นสมควร ซึ่งคงจะต้องมีการหารือกับพรรคการเมืองต่างๆ หลังจากนั้นจะส่งรายชื่อครม.ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำรายชื่อครม.ทั้งหมดไปตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ซึ่งก็คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเป็นไปตามไทม์ไลน์นี้ เราน่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ประมาณปลายเดือนนี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า โดยทั่วไปก็ไม่ควรจะยาวนาน วันนี้เพิ่งวันที่ 6 มิ.ย. เหลืออีกตั้ง 24 วัน ก็น่าจะสามารถทำได้ แต่สิ่งที่ควรจะต้องทำไปพร้อมๆกัน ซึ่งตนเชื่อว่ารัฐบาลคงทราบแล้ว แต่หากจะต้องให้เกิดความรอบคอบ ก็คือในระหว่างที่จะจัดตั้งครม.ซึ่งจะมาจากพรรคใดและใครไปอยู่ที่ไหนก็ตาม สิ่งที่ควรทำไปพร้อมๆกันก็คือการยกร่างนโยบายเพราะเมื่อไปถึงวันที่ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว หลังจากนั้นจะต้องมีการแถลงนโยบายภายใน 15 วัน ดังนั้นควรใช้เวลาช่วงนี้ซึ่งยังไม่ได้นับหนึ่งมายกร่างนโยบายไว้ก่อน เตรียมไว้ และพอจัดตั้งครม.เสร็จ โปรดเกล้าฯแต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็เอานโยบายที่จัดทำเสร็จแล้วมาปรับปรุงอีกไม่มากนัก แล้วเสนอ จากนั้นก็สามารถเดินหน้าเรื่อง 15 วันได้

เมื่อถามว่าช่วงนี้พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเข้าไปร่วมร่างนโยบายต่างๆ ได้เลยหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า หากเป็นการเตรียมการก็สามารถทำได้อยู่แล้ว  เมื่อถามย้ำว่า โดยสรุปแล้ววันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเข้าไปร่วมยกร่างนโยบายและจัดโผครม.ได้ใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ถ้าจะให้งดงามก็ควรรอการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งลงมาก่อน แต่การเตรียมการในช่วงนี้ สามารถทำได้ ตนถึงบอกว่าเลี้ยวซ้ายหรือขวาได้ เลี้ยวซ้ายคือพล.อ.ประยุทธ์ ลงไปเจรจาตั้งครม. ส่วนเลี้ยวขวาก็ไปยกร่างนโยบาย แต่อาจจะไม่ลงไปทำเอง อาจให้ตัวแทนพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลเป็นคนไปยกร่างนโยบาย เสร็จแล้วต้องนำกลับเข้ามาสู่ครม.ชุดใหม่ เมื่อเข้ารับหน้าที่หลังจากถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ซึ่งไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯหรือรัฐบาลเขาก็บริหารกันแบบนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ถือว่าได้นายกฯแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการจะทาบทามครม.ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่ ตอนนี้นายกฯมีอำนาจเต็มที่จะดำเนินการแล้ว เมื่อถามว่าส่วนตัวได้รับการทาบทามหรือยัง เพราะมีข่าวว่า จะถูกเชิญให้ไปเป็นฝ่ายกฎหมาย ได้ตัดสินใจหรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า “ยังครับ ๆ” เมื่อถามว่ามองเสถียรภาพของรัฐบาลจะเป็นอย่างไรจากนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ เราก็เห็นกันอยู่แล้ว “คุณก็รู้เท่ากับผม”

ภารกิจยังไม่จบ! 'ภูมิธรรม' เตรียมนัด 7พรรคอกหักลุยงานฝ่ายค้าน หนุน 'สมพงษ์' นั่งผู้นำ

    
 

 

 

6 มิ.ย.62 - นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวถึงกรณีรัฐสภามีมติโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สองว่า พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณพรรคร่วมทั้ง 7 พรรค ที่ช่วยกันทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อปกป้องประชาธิปไตย หยุดการสืบทอดอำนาจ แม้ว่าภารกิจนี้จะยังไม่สำเร็จ แต่ขอยืนยันว่าเราจะร่วมกันทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และขอขอบคุณทุกกำลังใจของพี่น้องประชาชนที่ส่งมาถึงพวกเราทุกช่องทาง เรายังคงยึดมั่นในทุกคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับพี่น้องทุกคนจากใจ

นายภูมิธรรม ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ 7 พรรคจะมีการหารือในอาทิตย์ถัดไป เพื่อสรุปสิ่งที่เกิดขึ้น และดูว่าจะร่วมมือทำงานต่อไปอย่างไร เพราะจะต้องเป็นฝ่ายค้านในสภาฯทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้มีประสิทธิภาพต่อไป ทั้งการดูแลตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาลรักษาประโยชน์ประชาชน ไม่ให้ฝ่ายผู้มีอำนาจใช้อำนาจนำพาประเทศโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์อย่างรอบด้าน และทำงานการเมืองในสภาฯอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ระบบการเมืองมีพัฒนาการดีขึ้น ในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะส่งตัวแทนเข้าร่วมคณะกรรมการวิสามัญจัดทำร่างข้อบังคับการประชุมให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องเตรียมตัวตั้งวิปฝ่ายค้าน วิปของพรรค และแบ่งบทบาทการทำหน้าที่วิปและกรรมาธิการต่างๆในสภาฯต่อไป

ถามถึงกระแสข่าวที่มีชื่อ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยเป็นหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม กล่าวว่า นายสมพงษ์ เป็นผู้มีอาวุโส มีความเหมาะสมหลายประการ มีศักยภาพสามารถประสานงานกับส่วนต่างๆได้ เป็นผู้แทนที่มีเพื่อนให้ความเคารพนับถือ ในสถานการณ์บ้านเมืองที่มีปัญหาอยู่ต้องการผู้นำที่มีผู้นำมีความรู้และประสานงานทุกฝ่าย แต่สุดท้ายท้ายต้องหารือกันอีกครั้ง เมื่อถึงตอนนั้นก็ต้องมีการประชุมสามันประจำปีภายในพรรคเพื่อตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ต่อไป อย่างช้าไม่เกินเดือนก.ค. หรือส.ค.นี้

 

'วิษณุ' ชี้จัดประชุมอาเซียน 22-23 มิ.ย.นี้ควรเป็นหน้าที่รัฐบาลเดิม มีอำนาจเต็มเจรจาระหว่างประเทศ


    
 

แฟ้มภาพ

 

6 มิ.ย.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาลในช่วงที่ไทยมีการประชุมอาเซียนว่า การทำงานยังเดินหน้าได้ เพราะยังต้องเตรียมการไปสู่การประชุมสุดยอดอาเซียน ในวันที่ 22-23 มิ.ย.นี้ด้วย ซึ่งถ้าหากกการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่แล้วเสร็จ หรือแล้วเสร็จ แต่ยังไม่ดำเนินการไปจนถึงมีการแถลงนโยบาย การที่ครม.ชุดใหม่จะเข้าไปประชุมอาเซียน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ระดับภูมิภาคและระดับโลกในช่วงเวลานั้น จะไม่สามารถทำได้

“ตรงนี้เป็นทางสองแพร่งสามแพร่งของรัฐบาลอยู่เหมือนกัน เราเรียกว่าหัวเลี้ยวหัวต่อ หากสมมุติท่านนายกฯจัดตั้งครม.ได้เสร็จ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน แต่ยังไม่แถลงนโยบาย รัฐบาลเก่าพ้นไปหมดแล้ว รัฐบาลใหม่จะเข้าไปประชุมอาเซียน เดี๋ยวก็จะถูกโจมตี ถูกวิจารณ์อีกว่าไปยกมือแสดงความเห็นผูกมัดประเทศไทย โดยที่ยังไม่แถลงนโยบาย ทำไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นถ้าการแถลงนโยบายยังไม่เสร็จ ก็ควรจะทอดเวลาออกไปเพื่อให้รัฐบาลนี้สามารถดำเนินการได้ เพราะว่ารัฐบาลนี้มีอำนาจเต็มในการไปเจรจาระหว่างประเทศ ยิ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน ความเชื่อมั่นก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน แต่มีสิ่งที่ต้องทำคือ 1.การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี 2.การเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน และ 3.การแถลงนโยบาย หากทั้งหมดสามารถเสร็จได้ก่อน วันที่ 22 มิ.ย. รัฐบาลใหม่ก็ไปดำเนินการ”นายวิษณุกล่าว

เมื่อถามว่า หากรัฐบาลใหม่ดำเนินการทั้งที่ไม่เคยเจรจาหรือไปประชุมในส่วนของอาเซียน ที่เป็นกรอบระดับเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงและระดับนโยบาย การทำงานจะมีปัญหาหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ระดับเจ้าหน้าที่กับระดับนโยบายคนละระดับกัน ซึ่งระดับเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงเขาทำกันทั้งปีอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องของนโยบาย แต่สำหรับการไปเจรจาวันที่ 22-23 มิ.ย.นั้น เป็นเรื่องระดับนโยบาย ยิ่งมีเรื่องการเจรจาระดับทวิภาคีประเทศต่อประเทศในวันที่ 23 มิ.ย.หลายกรณีด้วยกัน ฉะนั้นรัฐบาลควรจะมีอำนาจเต็ม จริงอยู่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 163 เขาบัญญัติไว้ว่าถ้าไม่สามารถแถลงนโยบายได้ มีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องแถลงนโยบาย แต่ว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องตัดสินใจว่า จะถือเป็นสิ่งเร่งด่วนเข้าไปดำเนินการในเรื่องอาเซียนเลย หรือว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน ทิ้งเอาไว้ก่อน รัฐบาลชุดนี้ก็เข้าไปทำ

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้รัฐบาลใหม่มีทางเลือก 3 ทางคือ 1.ให้รัฐบาลเก่าเป็นผู้ดำเนินการ 2.ให้รัฐบาลใหม่เข้าประชุมอาเซียน เพราะถือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน และ 3.หากถูกวิจารณ์จากฝ่ายค้าน หรือประชาชนว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน และต่างประเทศก็ยังลังเล แบบนี้ก็ต้องมาใช้ทางเลือกที่ 1 คือรัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เวลานี้

 .........................................................................

6 มิถุนายน 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน