*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3629
  • จำนวนผู้ชม : 2330990
  • จำนวนผู้โหวต : 520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 520 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 173 , 16:18:34 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

        นายธนาธรพูดจาไม่อยู่กับความจริงตลอดมา โดยมีเลขาธิการพรรคนาย ปิยะบุตร สนับสนุนแบบไม่กลัวผิดกฎหมาย เพราะตัว

เองเรียนกฎหมายมาจากฝรั่งเศส จึงพร้อมที่จะสู้หรือใช้กฎหมายจัดการกับฝ่ายตรงกันข้ามได้อย่างสบาย แต่บังเอิญมีรูปสาวสมาชิก

พรรคอนค.ที่ใสซื่อเสียจริงๆ น่าจะอาศัยสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลที่ตรงต่อความจริงได้กระมัง


         เสียท่าที่ไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเธอ

         อ๋อ ... จับตัวได้แล้ว เธอคือ ....... น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่น่ะเอง ...


 

 

 

"ธนาธร" ปล้นตัวเอง

    
 

          "ธนาธร" บอกว่า "เราไม่ได้พ่ายแพ้ แต่ชัยชนะของเราถูกปล้น"

          ความหมายของคำว่า "ปล้น" ในพจนานุกรม หมายถึง "การใช้กำลังลอบมาหักโหมแย่งชิงเอาโดยไม่รู้ตัว"

                แสดงว่าคืนวานนี้ (๕ มิถุนายน) มีการใช้กำลังปล้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีกันกลางสภา

                โดยไม่มีใครรู้ตัว!

                ในห้องประชุมอยู่กันตั้งเกือบ ๗๐๐ คน บวกเจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน รวมแล้วก็หลายพัน

                ไหนจะถ่ายทอดสดทางทีวีให้ประชาชนติดตามทั่วประเทศ ตั้งแต่เริ่มยันจบ

                ปล้นตอนไหน? มีใครรู้บ้าง

                ธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา หลังการโหวตเลือกนายกฯ เสร็จสิ้น จะเหม็นขี้หน้ากันแค่ไหน แต่จะต้องมีอยู่ประโยคหนึ่งที่ต้องหลุดออกจากปากผู้แพ้ นั่นคือ

                "ขอแสดงความยินดี"

                มันเป็นธรรมเนียมทางการเมือง

                แต่ "ธนาธร" นอกจากไม่สนใจธรรมเนียมแล้ว ยังไร้สปิริตอย่างสิ้นเชิง

                จุดไฟให้มันแรงขึ้น

                อย่าลืมนะประชาชนไม่ได้ลงคะแนนเลือกแค่พรรคอนาคตใหม่ เพื่อไทย แต่พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ฯลฯ ก็ล้วนมาจากประชาชน

                ตัด ส.ว. ๒๕๐ ออกไป แม้ฝั่งพลังประชารัฐจะชนะแบบเฉียวฉิว แต่เขาก็ชนะในสภา

                ชนะจากการโหวตลงมติโดยเปิดเผย

                หาก "ธนาธร" ลดความกร่างลง จะน่ารักกว่านี้

                การเมืองไม่ได้เล่นกันวันเดียว สร้างศัตรูไว้รอบด้านแบบนี้ ต่อให้วันข้างหน้ามีอำนาจ ก็อยู่ไม่ได้

                และการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน อาจมีการยุบสภา ลาออก ในเร็ววันก็ได้

                เพราะการตั้งรัฐบาลก็ยังไม่สะเด็ดน้ำ ดูเหมือนว่า "บิ๊กตู่" จะตรวจข้อสอบอีกรอบ

                เค้กที่แบ่งกันไว้ก่อนหน้านี้ จะยืนยันตามข้อตกลงเดิมหรือไม่ หรือต้องเกลี่ยใหม่ ด้วยเหตุผลกระทรวงสำคัญต้องเป็นของพรรคพลังประชารัฐ

                เวลานี้พรรคร่วมรัฐบาลต่างฝ่ายต่างถือไพ่คนละใบ

                รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำเอามากๆ หากประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยเซย์โน รัฐบาลก็ล่ม

                แต่ "บิ๊กตู่" ก็มีไพ่สำคัญ ตกลงกันไม่ได้ขู่ยุบสภา

                มาไม้นี้ ส.ส.วิ่งกันตาเหลือก!

                หรือถ้ามีปัญหาจริงจนไปกันไม่ได้ "บิ๊กตู่" แสดงสปิริตลาออก คนที่จะหยิบชิ้นปลามัน คือ "เสี่ยหนู" เพราะ "พี่มาร์ค" ลาออกไปแล้ว

                "เสี่ยหนู" มา...ก็เป็นไปได้ที่ขั้วเพื่อไทยจะสลาย เพราะเงื่อนไขสืบทอดอำนาจจบไปแล้ว

                สรุปแล้วหากเกิดวิกฤติจริงๆ ยังมีโอกาสรอดกอดคอกันไป

                แต่วันของ "ธนาธร" นั้นไม่ใช่ระยะเวลาอันใกล้นี้ หรืออาจไม่มีเลย

                เพราะเล่นการเมืองแบบทำลายมิตร สร้างศัตรู

                ปล้นแม้กระทั่งความเชื่อใจของตัวเอง.

 

เสี่ยอ้วน เปิดแผน 4 ด้านเตรียมตัวเป็นฝ่ายค้าน

  
 
 


9 มิ.ย. 2562 นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ค ทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย มีเนื้อหาว่า ภารกิจและความรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่เพียงต้องให้ความสำคัญกับบทบาทการต่อสู้เป็นปากเสียงให้พี่น้องประชาชนในระบบรัฐสภาเท่านั้น หากยังมีภารกิจในการทำงานในด้านต่าง ๆ อีกมากมาย เพื่อให้การคัดค้านการสืบทอดอำนาจคสช.ภายใต้ รูปลักษณ์ ของรัฐบาลประยุทธ์ 2 สามารถสร้างแนวร่วมและการตระหนักรู้ใหม่ ที่เชื่อมโยงไปถึงปัญหาโครงสร้างประชาธิปไตยของประเทศ และการยึดครองอำนาจเพื่อผลประโยชน์พวกพ้องตน การรับรู้ในคุณภาพใหม่จะมีส่วนให้เกิดการตรวจสอบจากพลังประชาชนนอกสภา เครือข่ายภาคประชาชนต่างๆ และทำให้อำนาจเก่าถูกสั่นคลอนแน่นอนในอนาคตอันใกล้

ในส่วนพรรคเพื่อไทย มีภารกิจที่ต้องร่วมมือกันในหลายด้าน  ด้านแรก​  การทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร

​การต่อสู้ในสภาฯ ครั้งนี้มีความยากลำบากกว่าเดิมเพราะกฎเกณฑ์กติกาที่บิดเบี้ยว ดังนั้นภารกิจในการสร้างความเข้มแข็งของการทำงานในสภาฯจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น  การพัฒนาระบบตรวจสอบที่เข้มข้น มีฐานข้อมูลที่ชัดเจน ผ่านการอภิปรายที่มีเหตุผล มีน้ำหนักในการนำเสนอ โดยการทำงานเป็นทีมของส.ส.และทีมผู้มีประสบการณ์ทั้งหลาย จะเป็นหลักประกันว่าพรรคเพื่อไทยเข้าใจปัญหาประชาชนในเชิงลึก รับฟังประชาชนอย่างมีคุณภาพ และใส่ใจกับการผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างจริงจัง เร่งด่วน ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใส เชื่อถือได้ในการปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน

ด้านที่สอง​  การสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่าย องค์กรภาคประชาชน และประชาชนที่มีหัวใจรักประชาธิปไตย ​เป้าหมายการร่วมมือกันเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ส่งผลเสียหายระยะยาวของประเทศ จำเป็นต้องเดินหน้าคู่ขนานกันไปกับการทำงานในสภาฯ แต่ต้องมุ่งเป้าหมายไปที่การประสาน สร้างความเข้าใจและทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน เพื่อให้ยกระดับความเข้าใจไปสู่คุณภาพใหม่ มองเห็นการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่ในมิติกฎหมายเพียงด้านเดียว แต่เห็นครอบคลุมถึงมิติการละเมิดสิทธิ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การใช้กลไกรัฐในการทำลายผู้เห็นต่างอย่างไร้คุณธรรม เลือกปฏิบัติอย่างไร้มาตรฐาน ไม่เท่าเทียม การใช้อำนาจจากรัฐธรรมนูญดังกล่าวไม่เพียงก่อผลกระทบต่อมิติทางการเมือง

แต่ที่สำคัญมากกว่านั้นคือกระทบต่อความเป็นธรรมทางสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ยิ่งตกต่ำ ไม่มีใครสนใจดูแลอย่างแท้จริงเป็นเวลานาน  ดังนั้น การทำงานกับเครือข่ายภาคประชาชนและประชาชนที่รักความเสมอภาค เข้าใจผลร้ายจากความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น จึงเป็นการระดมความคิด สร้างทางเลือกใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด ภูมิภาคและระดับชาติ ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาองค์กรเหล่านี้มีการขยายตัวเติบโต แก้ปัญหาในพื้นที่ของตนอย่างสร้างสรรค์ในระดับหนึ่ง  นับเป็นต้นทุนที่มีคุณค่าอยู่แล้วในการทำงานร่วมแก้ปัญหาให้ประเทศ ดังนั้น จึงเป็นทิศทางที่พรรคเพื่อไทยต้องสร้างการมีส่วนร่วมอันจะนำไปสู่การร่วมกันยกระดับความรับรู้ใหม่ เพื่อจัดการปัญหาในระดับคุณภาพใหม่ต่อไป

ด้านที่สาม​  การสร้างพรรคเพื่อไทยให้เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง ​เจตนารมณ์ของพรรคเพื่อไทย คือการสร้างพรรคการเมืองนี้ให้เป็นสถาบันการเมืองที่มั่นคง เข้มแข็ง สามารถทำงานการเมืองเพื่อตอบสนองประโยชน์ของประชาชนได้อย่างต่อเนื่องระยะยาว ไม่ใช่เป็นพรรคการเมืองที่จะมีชีวิตในช่วงการเลือกตั้งและเปิดสภาฯเท่านั้น  การที่พรรคการเมืองจะเข้มแข็งและอยู่ในใจประชาชนได้ต้องผ่านการพิสูจน์มาแล้วอย่างยาวนาน ร่วมทุกข์กับประชาชนและผลักดันแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างจริงจัง  พรรคการเมืองต้องไม่ใช่พรรคที่มีชีวิตชั่วครั้งคราวแต่เป็นพรรคที่ประชาชนนึกถึงและมอบความไว้วางใจให้จากรุ่นสู่รุ่น การสร้างพรรคเพื่อไทย ให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งจึงต้องให้ความสำคัญกับการทำงานของกลไกพรรคและบุคลากรทุกระดับ รวมไปถึงการทำให้ผู้แทนราษฎรในนามพรรคเพื่อไทยมีเกียรติและศักดิ์ศรีในสายตาของประชาชน  ขณะเดียวกันการเร่งรัดทำงานกับประชาชน ชุมชนในพื้นที่อย่างเคารพ ยอมรับในความปรารถนาดีของกันและกัน ก็จะเป็นการสร้างพลังหล่อเลี้ยงให้พรรคเพื่อไทยมีความเข้มแข็งที่เป็นจริงเพิ่มขึ้น  ผู้แทนราษฎรเองก็มีความสุขและความเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยตลอดไป

ด้านที่สี่​​  การสร้างฐานมวลชนที่มั่นคงและเข้มแข็ง
พรรคเพื่อไทยมีต้นทุนการยอมรับจากฐานมวลชนอย่างมั่นคงมาเป็นเวลายาวนาน นับเป็นเกียรติยศที่พรรคได้รับความไว้วางใจมากขึ้น การสร้างฐานมวลชนทั้งในเมืองและชนบทมีธรรมชาติที่ต่างกัน  รวมไปถึงฐานมวลชนในชุมชนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีอิทธิพลมากขึ้นและพร้อมจะเป็นปากเสียงของความถูกต้องชอบธรรมในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น  สถานการณ์เช่นนี้นับเป็นโอกาสการสร้างการเรียนรู้ใหม่ให้บุคลากรและกลไกทุกระดับของพรรคเพื่อไทย  การขยายทิศทางการทำงานจึงเป็นการแสวงหาคุณค่าประสบการณ์จากทรัพยากรของพรรค ผู้อาวุโสมากประสบการณ์ ได้รับการยอมรับอย่างสูง สมาชิกพรรคและผู้แทนราษฎรที่ต่างมีฐานมวลชนของท่านเอง  สมาชิกรุ่นใหม่ของพรรคที่อุดมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาระบบงานต่าง ๆ คุณค่าที่จะได้จากต้นทุนทุกระดับย่อมจะนำไปสู่การเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้พรรคได้ทั้งสิ้น  

ทิศทางการสร้างฐานมวลชน  ผู้ร่วมกำหนดนโยบาย  คนทำงาน  คนสื่อสาร  คนลงมือปฏิบัติ จึงเป็นองคาพยพร่วมกันที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยมีความเข้มแข็ง  และเป็นพรรคที่น้อมตัวรับใช้และอยู่ในใจประชาชนไปอีกนานเท่านาน

'งูเห่าสีส้ม'เฉลยแล้วทำไมไม่แจ้งความ-เปิดเผยชื่อคนเสนอซื้อตัวละ30-120ล้าน

    
 

8 มิ.ย.62 - นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.จังหวัดสมุทรสาคร พรรคอนาคตใหม่  กล่าวถึงการมาเสนอเงินจำนวนหลายสิบล้านบาท เพื่อให้เป็นงูเห่าในการเลือกประธานสภาและนายกรัฐมนตรี ว่าครั้งแรกมีการโทรศัพท์เข้ามาที่เบอร์ของตนพูดคุยและยื่นข้อเสนอเงินให้ 20 ล้านบาท โดยแบ่งจ่ายเงินเป็น 3 ก้อน ก้อนแรกให้ 6 ล้านบาทในการโหวตเลือกประธานสภา ก้อนที่ 2 อีก 7 ล้านบาทในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และก้อนสุดท้าย 7 ล้านบาทจะให้เป็นพิเศษหลังจากเลือกสองตำแหน่งนี้แล้ว แต่ตนได้ปฏิเสธไปว่าไม่สามารถรับข้อเสนอนี้ได้  

หลังจากนั้นผ่านมาอีกไม่กี่วันกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้มาหาตนถึงบ้านที่อ้อมน้อย กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมพูดคุยและเจรจายื่นข้อเสนอจาก 20 ล้านบาท เป็น 30 ล้านบาท แต่ก็ยังยืนยันว่าไม่ขอรับเงินแต่อย่างใดและทำให้ตนเองเริ่มรู้สึกหวาดกลัวรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยและสอบถามไปยัง ส.ส.สมุทรสาครพรรคอนาคตใหม่ด้วยกันอีกท่าน หนึ่งคือส.ส. ทองแดง เบ็ญจะปัก ก็ได้รับการติดต่อเสนอเงินถึง 50 ล้านบาท จากบุคคลกลุ่มเดียวกันจึงนำเรื่องดังกล่าวมาปรึกษากับบุคคลในพรรคเพื่อเปิดเผยกับสังคมและสื่อมวลชนให้รับรู้ตามที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มบุคคลที่ติดต่อมานั้นคือใคร รู้จักหรือไม่นายสมัคร  บอกว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นคนดังที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้มีอิทธิพลในจังหวัดสมุทรสาคร ทุกคนรู้จักกันดี 

เมื่อถามว่าทำไมไม่แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายและเปิดเผยชื่อ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ คนนี้อ้างว่าขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งความไว้ก่อนเกรงกลัวถึงความปลอดภัยของตนเองและคนในครอบครัว หากเปิดเผยชื่อออกมากว่าจะผ่านขั้นตอนตามกฎหมายจนเสร็จสิ้นใช้ระยะเวลานาน ไม่มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย จึงยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้แต่ย่างใด

ส่วนข้อสงสัยเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมา เหมือนเด็กเลี้ยงแกะนั้น นายสมัคร  กล่าวว่าขอยืนยันว่าตนเองไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะแน่นอน มีคนเสนอ เงินให้เพื่อให้เป็นงูเห่าถึง 30 ล้านบาท ตนงก็ไม่ขอรับเพราะเป็นคนที่มีอุดมการณ์ในการทำงานต่อให้มาติดต่ออีกกี่ครั้งกี่หนก็จะไม่ยอมขายตัวอย่างเด็ดขาด พร้อมกับย้ำกับผู้สื่อข่าวว่าตนไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะแน่นอน.

 

ทั่วไทยฝนกระหน่ำต่อ’กทม.’60%ต้องพกร่ม

    
 

09 มิ.ย.2562 -  กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าระบุว่า บริเวณด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ 
โดยลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ ด้านตะวันตกของภาคกลางและภาคตะวันออก ยังคงมีฝนต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง

สำหรับพยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง 
พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก กำแพงเพชร ตาก และเพชรบูรณ์  อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่  และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี  อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด 
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

......................................................

"พรรณิการ์" แจงยิบ! ปมภาพชุดครุย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV

9 มิถุนายน 2562 16:09

 
ปรับขนาดตัวอักษร
  • A
  • A
  • A
  • จากกรณีที่มีภาพหลุดว่อนบนโลกโซเชียล เป็นภาพกลุ่มเเด็กสวมชุดครุย ทำท่าลบหลู่ขำขันไม่สมควร จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันหนักมากบนโลกโซเชียล ถึงความไม่สมควรอย่างยิ่ง
 

ล่าสุด "พรรณิการ์ วานิช" โฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ฺเฟซบุ๊ก "Pannika Chor Wanich" ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า

ทำไมภาพนั้น "ไม่ควรมีคำบรรยาย" ?

เมื่อวานมีเพจเฟซบุ๊กที่ทำงานปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารทางจิตวิทยา (หรือที่เรียกกันว่า เพจ IO) ให้แก่ คสช. กับสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง นำภาพที่ช่อถ่ายเล่นๆ กับเพื่อนในช่วงรับปริญญาที่จุฬาเมื่อปี 2553 มาโจมตีช่ออย่างรุนแรงโดยพยายามเชื่อมโยงกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์

ช่อขออธิบายดังนี้ว่า ตอนนั้นเป็นยุคหลังรัฐประหาร 2549 และมีกระแสการกล่าวหาผู้คนว่าไม่จงรักภักดีเกิดขึ้นไปทั่วทั้งในโลกอินเทอร์เน็ตและในโลกแห่งความเป็นจริง ช่อกับเพื่อนๆ เติบโตมาในบรรยากาศความขัดแย้งทางการเมืองเช่นนี้

พวกเราในฐานะนักเรียนรัฐศาสตร์ก็เฝ้าติดตามปรากฏการณ์เหล่านี้ด้วยความกังวลอย่างมาก บ่อยครั้งการนำเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้โจมตีทางการเมือง แบ่งฝักฝ่ายในหมู่ประชาชนให้เกลียดชังกัน หรือบานปลายไปถึงขั้นล่าแม่มดกัน ก็กลายเป็นความขื่นขันตลกร้าย

หลังรัฐประหาร 2549 เป็นเรื่องง่ายมากที่คนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารจะถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี และเป็นเรื่องง่ายมากที่จะจัดการใครให้ติดคุกเพียงมีคนชี้หน้าเขาว่าไม่จงรักภักดี

การสร้างความเกลียดชังแบบนี้ก่อให้เกิดคำถามมากมายในหัวของคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่เติบโตมาในยุคหลังรัฐประหาร กระทั่งบางครั้งกลายเป็นสิ่งที่เรานำมาคุยล้อกันเพื่อสะท้อนความขื่นขันในโศกนาฏกรรมทางการเมืองของไทย

นี่คือ "ข้างหลังภาพ" ที่บอกว่า "ไม่ควรมีคำบรรยาย"

เราจะบรรยายอย่างไรได้บ้างในยุคสมัยที่วันหนึ่งอาจมีคนมาชี้หน้ากล่าวหาว่าคุณมันไม่จงรักภักดี และดังนั้น คุณต้องติดคุกหรือออกจากประเทศนี้ไป

ช่อยอมรับว่าภาพการประชดล้อเลียนกระแสความเกลียดชังจากการล่าแม่มดของนิสิตนักศึกษาจำนวนมาก รวมถึงภาพๆนี้ ดูไม่เหมาะสม และต้องขออภัยอย่างสูงต่อประชาชนที่เห็นภาพนี้แล้วเกิดความไม่สบายใจ แต่สิ่งที่ช่ออยากให้ทุกท่านตระหนักเช่นกัน คือสังคมการเมืองไทยกำลังทำให้คนหนุ่มสาวในรอบสิบกว่าปีมานี้เติบโตมาพร้อมคำถามมากมายกับการใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือทางการเมืองทำลายล้างกัน

ช่อและเพื่อนๆ เชื่อในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พวกเราอยากเห็นระบบรัฐสภาที่ยึดโยงกับเสียงของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และมีสถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่กับระบอบประชาธิปไตยอย่างมั่นคง ไม่ใช่การเมืองที่แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้รัฐประหารและทำลายล้างคู่แข่งทางการเมืองกันบ่อยครั้ง

วันนี้ช่อไม่ใช่นิสิตแล้ว แต่เป็นนักการเมือง เวลาผ่านไปเกือบทศวรรษ ทว่าสภาพการเมืองไทยก็แทบไม่เปลี่ยนไปเลย

ขอร้องเถอะค่ะ ว่าอย่านำประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์มาโจมตีกันทางการเมืองอีกเลย รวมถึงขอร้องให้ผู้ที่ตามขุดคุ้ยเพื่อนของช่อทุกคนในรูป ยุติการกระทำดังกล่าว อย่าให้พวกเขาเดือดร้อนเพียงเพราะเป็นเพื่อนของนักการเมืองคนหนึ่ง

คำขอร้องนี้ไม่ใช่เพื่อตัวช่อเอง แต่เพื่ออนาคตที่มั่นคงยั่งยืนของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งหลายคนมักนำสถานะของสถาบันฯ มารับใช้ตัวเอง เพียงเพื่อหวังทำลายล้างศัตรูทางการเมืองของตน โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนทางการเมืองที่ต้องสูญเสียไป

ทำไมภาพนั้น “ไม่ควรมีคำบรรยาย” ?

เมื่อวานมีเพจเฟซบุ๊กที่ทำงานปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารทางจิตวิทยา (หรือที่เรียกกันว่า เพจ IO) ให้แก่ คสช. กับสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง นำภาพที่ช่อถ่ายเล่นๆ กับเพื่อนในช่วงรับปริญญาที่จุฬาเมื่อปี 2553 มาโจมตีช่ออย่างรุนแรงโดยพยายามเชื่อมโยงกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์

ช่อขออธิบายดังนี้ว่า ตอนนั้นเป็นยุคหลังรัฐประหาร 2549 และมีกระแสการกล่าวหาผู้คนว่าไม่จงรักภักดีเกิดขึ้นไปทั่วทั้งในโลกอินเทอร์เน็ตและในโลกแห่งความเป็นจริง ช่อกับเพื่อนๆ เติบโตมาในบรรยากาศ...

ดูเพิ่มเติม
 
 .........................................................

9 มิถุนายน 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน