*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3795
  • จำนวนผู้ชม : 2407647
  • จำนวนผู้โหวต : 522
  • ส่ง msg :
  • โหวต 522 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 607 , 10:13:29 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         แหม ... ครับ ... ครม.เขาคงจะหิวโหยกันจังเลยนะครับ แย่งตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงนั้นกระทรวงนี้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย

ที่แท้สาเหตุเกิดจากการแย่ง 'ชามข้าว' นั่นเอง ใช่ว่าจะทำงานกันเพื่อชาติเพื่อประชาชนก็หาไม่ เฮ้อ ... น่าอนาถนะครับ

  

 งานเลี้ยง

 

'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'

 
 
 
 
   
 
 
 

 

                                                                 ประกาศ

 

                                                แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

                                                                -------------

                พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

                มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

                โดยที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ลงมติเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๒ เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

                จึงแต่งตั้งให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามความในมาตรา ๑๕๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

                ประกาศ ณ วันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

                ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

                ชวน หลีกภัย

                ประธานสภาผู้แทนราษฎร

                ครับ......

                "พลเอกประยุทธ์" ขึ้นเป็นนายกฯ คนที่ ๒๙ ในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา สมบูรณ์แล้ว

                โดยเข้าพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อบ่ายวาน (๑๑ มิ.ย.๖๒)

                ๑๘ พรรค "ร่วมรัฐบาล" ร่วมเป็นเกียรติและเป็นสักขี!

                โอกาสนี้........
                นายกฯ คนใหม่ "ในคนเก่า" กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

                “ในวาระที่ 'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว' ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

                นับเป็นเกียรติยศและเป็นสิริมงคลอย่างสูงสุดแก่ชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้

                ผมและครอบครัวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นล้นพ้น

                และขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ทั้งจักปฏิบัติงานสนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการ

                ผมขอยืนยันว่า....

                จะทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

                จะเพียรพยายามมุ่งมั่นทำงาน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทุกสาขาอาชีพ ทุกช่วงวัย ในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศในทุกด้าน

                ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

                และป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ สร้างความเข้มแข็ง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

                ด้วยการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเงินการคลัง และเอกชนมีส่วนร่วม

                ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

                เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลกยุคดิจิทัลและเทคโนโลยี

                สร้างสรรค์สังคมให้มีความรัก ความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ เกื้อกูลกันในทุกโอกาสเพื่อความกินดี อยู่ดี และความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน

                พร้อมจะปกป้องรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิแห่งสถาบันชาติ ศาสนา ตลอดจนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวไทย

                ผมขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ที่ทำหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ

                ขอขอบคุณพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่สนับสนุนและให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกวาระหนึ่ง เพื่อประเทศชาติและประชาชน อย่างที่ทุกท่านได้ตั้งใจไว้

                ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทย ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานทุกภาคส่วน

                ที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

                และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะเป็นพลังที่คอยเกื้อหนุน และร่วมแรงร่วมใจกับรัฐบาล

                เพื่อนำพาประเทศไทยของเรา ให้มีความสงบร่มเย็น มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนตลอดไป ขอบคุณครับ"

                ก็ขอบันทึกไว้......

                เพราะ "ปัจจุบันกาล" ตรงนี้ จะเป็นเส้นรอยต่อ "ประวัติศาสตร์" บ้านเมือง เพื่อประโยชน์ทางศึกษาหาค้นในอนาคต

                ผมสะดุดใจเป็นพิเศษตรงที่.......

                "......เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลกยุคดิจิทัลและเทคโนโลยี"

                เหตุที่สะดุด เพราะได้อ่านที่ Pat Hemasuk โพสต์ fb ไว้ ถือโอกาสฝากท่านนายกฯ คนใหม่ ทั้งเพื่อพิจารณาและเพื่อรับทราบ ดังนี้

                Pat Hemasuk

                วันนี้ หลายคนคงเห็นภาพบาดตากันแล้ว และทุกคนก็ถามว่า ทำไมไม่มีหน่วยงานอะไรไปจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นมาได้เลยหรือไม่

                "ระบบกฎหมาย" เหมือน "เต่าคลาน"

                ที่กว่าจะวินิจฉัยอะไรได้สักอย่าง ก็ใช้เวลาหลายเดือน ที่โดนทั้งยืดเวลา ถ่วงเวลา

                ซึ่งเป้าหมายของอีกฝั่งในการใช้สิทธิตามกฎหมายก็เพื่อถ่วงเวลา สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นมาอีกทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที

                ความรุนแรงของสงครามไซเบอร์ในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไกลมากแล้ว

                การทำสงครามไซเบอร์ (Cyber Warfare) นั้น มีการพัฒนามาตลอดเวลา

                ลักษณะภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบของ "สงครามอสมมาตร" (Asymmetric  Warfare) ที่คนพอจะเข้าใจและมีความรู้ในด้านสงครามอสมมาตรมาบ้าง

                จะเห็นว่าทุกวันนี้..........

                รัฐบาลและผู้บังคับใช้กฎหมาย ตามอีกฝั่งไม่ทันเลยแม้แต่น้อย

                ภัยคุกคามเจาะเข้ามาในสังคมจนกลืนพื้นที่ของคนกลุ่มเป้าหมายไปเกือบทั้งหมด

                ซึ่งกลุ่มเป้าหมายสิ่งแรกก็คือ "ประชาชน" ฐานเสียงหลายแสนหลายล้านคน

                รวมถึงเข้ายึดทรัพยากรและยึดพื้นที่มั่นส่วนหนึ่งของสามเสาหลักของชาติ นั่นคือเข้ายึดที่นั่งของ "สมาชิกรัฐสภา" ไปเรียบร้อยแล้ว

                การใช้สื่อดิจิทัล (Digital Media) ในการทำสงครามอสมมาตรนั้น

                ทุกวันนี้ ฝั่งรัฐบาลเหมือนเปิดเพลงสุนทราภรณ์ที่ "ตกยุค" รำวงไปวันๆ

                ขณะที่อีกฝั่งนั้น ใช้ "สงครามดิจิทัล" เต็มรูปแบบ ทั้งกลยุทธ์ที่สามารถคาดการณ์ผลได้

                การใช้ "บิ๊กดาตา" เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย ระดมทรัพยากรเพื่อสร้างทีมงานระดับดีที่สุด มากที่สุด เท่าที่เงินจะจ้างได้

                และคนพวกนี้ รู้จัก "สงครามอสมมาตร" สงครามไซเบอร์ เท่าเทียมหรือดีกว่า "ทหาร" หรือคนใน "รัฐบาล" เสียอีก

                พวกนี้ ทำงานกันในระดับ ชั่วโมง นาที ในการทำสงครามดิจิทัลแบบอสมมาตร

                ในขณะที่ฝั่งรัฐบาล ยังใช้ระบบล้าสมัย แต่งตั้งกรรมการสอบสวน แต่งตั้งอนุกรรมการสอบสวน

                และการเดินทางของเอกสารตามปกติของระบบศาล ที่รวมแล้วใช้เวลาเป็นเดือนๆ กว่าจะได้ตัดสินอะไรสักเรื่องหนึ่ง ยังไม่รวมการ "ยื้อเวลา" ทางกฎหมาย ที่เปิดช่องให้ใช้ยืดเวลาในกระบวนการทางกฎหมายได้อีก

                ซึ่งในเวลาหลายเดือนเท่ากัน.....

                อีกฝั่งนั้น ทำสำเร็จตามแผนไปหลายร้อย-หลายพันเรื่องเรียบร้อยแล้ว

                ทุกวันนี้ ยังมี "โรนิน" หรือ "ซามูไร" ไร้เจ้านาย ที่เป็นนักรบอิสระ "ภาคประชาชน" ที่ทำการรบในสงครามไซเบอร์ "ด้วยใจ" และ "อุดมการณ์" ล้วนๆ

                แม้จะ "ไร้การเหลียวแล" จากภาครัฐ ก็ยังทำ

                คนที่ "ตายไป" ก็มีมาก

                คนที่เข้ามาใหม่ เสริมกำลัง "แทนคนเก่า" ก็มีไม่น้อย

                แต่ทุกคน จะคิดตรงกันอย่างหนึ่งเมื่อเข้ามารบในสงครามไซเบอร์ได้สักพักหนึ่ง

                นั้นก็คือ.........

                นอกจากการรบเพื่อรักษา "สถาบันสูงสุด" ที่ต้องรักษาเอาไว้ตามหน้าที่ของประชาชนที่ทนไม่ไหวแล้ว

                นักรบโรนินที่หลือ

                จะรบเพื่อให้ "ลุงคนโง่" กลุ่มหนึ่ง ไปทำไม?

                "ลุงคนโง่" กลุ่มนี้ มีทรัพยากรของรัฐเหลือเฟือมหาศาลที่จะทำสงครามไซเบอร์ได้ดีกว่า "นักรบอิสระ" เสียอีก

                แต่พวกลุงดันโง่เกินกว่าที่จะใช้ทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่นั้นเข้าสู้ในสงครามอสมมาตรที่เปลี่ยนแปลงตัวเองในรูปแบบใหม่ทุกนาทีอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้

                นอกจากรบเพื่อป้องกันสถาบันอันเป็นที่รักแล้ว เหล่าโรนิน ก็ถามตัวเองว่า

                "จะรบเพื่อลุงแก่ๆ ที่ไม่ยอมปรับระบบใหม่ เพื่อเข้าสู้สงครามแบบอสมมาตรกลุ่มนี้ไปทำไม?"

                พวกเขาไม่เคยดูดำ-ดูดีกับเหล่าโรนิน ที่ออกไปรบจนเจ็บและตายด้วยต้นทุนและทรัพยากรส่วนตัวอยู่ทุกวันเลย

                บางครั้ง.......

                ถ้าปล่อยให้ลุงพวกนี้ เจ็บตัวหรือต้องตายในสงครามเสียบ้าง คนที่โชคดีรอดตาย คงจะได้สำนึกตัวกันบ้างว่า

                "ศัตรูนั้น แข็งแกร่ง ทุนทรัพย์สูง และฉลาดมากเพียงใด?"

                ถ้ายังรบใน "สงครามแบบใหม่" ไม่เป็น

                อีกสี่ปี.........

                เตรียมตัว "เสียทั้งประเทศ" ได้เลย

                เพราะอีกฝั่งใช้ "สงครามไซเบอร์" ทำให้คนโนเนมที่ไม่มีใครรู้จักเมื่อปีที่แล้ว ขึ้นมา "แคนดิเดท" นายกรัฐมนตรีในสภาโดยใช้เวลาเพียงปีเดียว

                สิ่งนี้ น่ากลัวไม่ใช่น้อย ถ้ามองเห็นและรู้เท่าทันสงครามนี้

                ครับ....

                ห่วงนี้ อาจมิใช่สิ่งที่จะเป็น แต่ก็เห็นอยู่มิใช่หรือ?

 

เปิดโผ 'ครม.ประยุทธ์ 2/1' จบศึกแย่งชามข้าว!

    

 
 
 

12 มิ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเย็นวานนี้ มีความคืบหน้ากรณีกระแสข่าวปัญหาจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลคือ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พยายามทวงคืน 3 กระทรวงเกรดเอ คือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงปัญหาภายในพรรค พปชร.เองที่ไม่ลงตัว 

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัย 2 เสร็จสิ้น ได้เข้าเคลียร์กับแกนนำกับพรรคร่วมรัฐบาลทันที โดยได้เดินทางออกจากทำเนียบฯ ตั้งแต่ 15.40 น. ซึ่งเร็วกว่าปกติ โดยเริ่มจากเคลียร์ปัญหาภายในพรรค พปชร.ก่อน จากนั้นจึงจะไปเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล

รายงานข่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้คุยกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ที่นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และกลุ่มสามมิตร ซึ่งลงตัวที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั่ง รมว.พลังงาน, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง นายอนุชา นาคาศัย รมช.การคลัง 

ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจองเก้าอี้ รมว.พลังงาน แต่หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์เข้าเคลียร์ปัญหา มีการเสนอให้ไปนั่ง รมว.ศึกษาธิการแทน ส่วนอดีต 4 รัฐมนตรีนั้น นายอุตตม สาวนายน จะนั่ง รมว.การคลัง, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.อุตสาหกรรม, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม 

นอกจากนี้ ยังมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นั่ง รมว.มหาดไทย, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.แรงงาน และนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม

ขณะที่ตำแหน่งรองนายกฯ ในโควตาพรรค พปชร. ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบกลาโหม, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า พปชร.ที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ได้กลับใช้ดีลเดิมที่มีการเจรจาตั้งแต่ต้น แต่บางส่วนยังไม่มีความชัดเจนในส่วนของรายชื่อบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการจัดสรร 8 ตำแหน่ง โดยมีบุคคลเข้าปฏิบัติหน้าที่ 7 คน แบ่งเป็น รองนายกรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง, รัฐมนตรีว่าการ 3 ตำแหน่ง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์,  รัฐมนตรีช่วยว่าการ 4 ตำแหน่ง คือ รมช.มหาดไทย, รมช.คมนาคม, รมช.ศึกษาธิการ และ รมช.สาธารณสุข

เบื้องต้นรายงานข่าวแจ้งว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. เป็นรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาฯ พรรคปชป.เป็น รมว.เกษตรฯ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) อยู่ระหว่างการพิจารณาของพรรคคือ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนายจุติ ไกรฤกษ์ ส่วนโควตา รมช.มหาดไทย เป็นการแข่งขันระหว่างนายนิพนธ์ บุญญามณี กับนายถาวร เสนเนียม 

พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะนั่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ นั่ง รมว.คมนาคม และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สามีนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. นั่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนตำแหน่ง รมช. 4 ตำแหน่ง ตัวบุคคลยังไม่นิ่ง 

ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา จะนั่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายประภัตร โพธสุธน นั่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ขณะที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้รับการจัดสรรในตำแหน่ง รมว.การต่างประเทศ พรรคชาติพัฒนา ได้ รมช.อุตสาหกรรม

 

 

 

 

 
 ..................................................................
 

'จอม'เหิมเกริมหนักIOสถาบันกษัตริย์คือศัตรูที่แท้จริงของประชาชนเป้าหมายที่จะกำจัด

    
 

11 มิ.ย.62-  นายจอม เพชรประดับ อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ซึ่งลี้ภัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ว่า เข้าใจกันให้ชัดเถิดคนไทยว่า .... ศัตรูของประชาชนและประชาธิปไตยที่แท้จริงในประเทศไทย คือ "สถาบันกษัตริย์" และเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันอยู่ได้ด้วยอำนาจ และผลประโยชน์ ที่กัดกร่อน ดูดกินประชาชนและประเทศชาติ 

ดังนั้นหาก ประชาชนหรือนักการเมืองที่จะต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ เรียกร้องประชาธิปไตย หากไม่มีเป้าหมายที่จะกำจัด หรือจัดการให้อำนาจ"สถาบันกษัตริย์" และเครือข่าย ถูกจัดวางให้เหมาะสมกับสังคมประชาธิปไตยแล้ว ... สู้อย่างไร ก็ไม่มีวันได้เห็นประชาธิปไตย .... มีแต่จะทนทุกข์กันไปจนชั่วลูก ชั่วหลาน.

 

เตรียมยกเลิกคำสั่งคสช.โอนคดีที่อยู่ศาลทหาร ไปอยู่ในศาลพลเรือน ปลดล็อกคุมสื่อ

    
 

11 มิ.ย.62-รายงานข่าวจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แจ้งว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของ คสช. กำลังเร่งยกร่างคำสั่งหัวหน้า คสช. เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช.ต่างๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ โดยภายใน 1 – 2 วันนี้ จะมีการใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช.ทุกฉบับที่เกี่ยวกับการทำงานของสื่อ 

อาทิ ประกาศ คสช.ฉบับที่ 97/2557 เรื่อง การห้ามเสนอข่าวสารที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคง ความลับของหน่วยราชการ ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง ผู้ใดฝ่าฝืนให้ระงับการจำหน่าย จ่าย แจก หรือเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งการออกอากาศรายการดังกล่าวโดยทันที, ประกาศ คสช.ที่103 /2557 แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคสช.ฉบับที่ 97 /2557 โดยห้ามวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของ คสช.โดยเจตนาไม่สุจริตเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของ คสช.ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ, คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่3/2558 (ข้อ5) ให้อำนาจเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยมีอำนาจออกคำสั่งห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด, คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 41/2559 เรื่อง การกำกับดูแลการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ

รายงานแจ้งอีกว่า นอกจากนี้ เร็วๆ นี้ จะมีการยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. โดยโอนคดีที่อยู่ศาลทหาร ไปอยู่ในศาลพลเรือน.

 

...........................................................

12 มิถุนายน 2562

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน