*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3629
  • จำนวนผู้ชม : 2330987
  • จำนวนผู้โหวต : 520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 520 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 137 , 12:41:10 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

                ผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำงานอย่างยากลำบาก ไปกับ OK ที่กำลังพิการขนาดนี้ไปถึงไหนแล้ว

ครับ อ่อนใจจริงๆ

 

 

 

'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'

    
 

 

                 มันไม่มีการล่าแม่มดหรือล่าแม่ชะนีน้ำเดิน-น้ำแตกอะไรที่ไหนหรอก...คุณปิยบุตร

 

                ฉะนั้น........

                ที่บอกว่า "หยุดล่าได้แล้ว" บ้าง

                เป็นการนำสถาบันมากลั่นแกล้งใส่ร้ายกันทางการเมืองบ้าง นั้น

                .........อย่าแถ!

                เพราะกรณีนี้ มันไม่มีใครล่าใคร

                มีแต่ชาวชนผู้มีความเป็นคน และระลึกรู้ถึง "พระคุณอันประเสริฐ" ขององค์ "พระมหากษัตริย์" ที่ทรงมีต่อแผ่นดินนี้ และมวลอาณาประชาราษฎร์

                เขาทั้งหลาย อยากเจอนางสาวพรรณิการ์......

                เพราะเธอเป็น ส.ส.ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

                กินเงินเดือนประชาชน เป็นตัวแทนประชาชนในรัฐสภาของพระมหากษัตริย์

                จึงอยากได้รับคำอธิบายจากปาก ส.ส.พรรณิการ์ ว่า

                "เรื่องราว, ข่าว, ภาพ" ที่เธอพูดและแสดงออกต่อสถาบันและองค์พระมหากษัตริย์

                ซึ่งส่อไปในทาง "หยาม-เย้ย-ย่ำยี" ต่างๆ นานา

                อย่างที่เธอโพสต์ ทวีต ไอจี เรื่อยมา ดังเช่น ในชุดครุยบัณฑิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ดังปรากฏ

                แล้วแสดง "ภาษากาย" ส่อทัศนคติทรามบัณฑิตต่อ "พระบรมฉายาลักษณ์" อย่างนั้น

                คนไทยที่รักชาติ รักแผ่นดิน และเทิดไว้ด้วยระลึกในองค์คุณพระมหากษัตริย์ ต้องการคำอธิบายชัดๆ ว่า

                นี่คือ "ตัวตนแท้จริง" ของ ส.ส.พรรณิการ์ใช่ไหม?

                รุกคืบเข้าสภาด้วยเป้าหมาย อย่างที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ประกาศ..........

                สานต่อ "อภิวัฒน์ประชาธิปไตย ๒๔๗๕"

                ความหมาย คือ

                "ล้มระบบกษัตริย์" สถาปนาระบบ "ประธานาธิบดี"

                อย่างนี้ใช่หรือไม่ใช่?

                เพราะทั้งกิริยาอาการและทั้งคำอักษรสื่อสารต่อเนื่องมากมายของเธอ

                เมื่อเข้าสมการแห่งพฤติกรรมปัจจุบัน มันสอดคล้องไปด้วยกัน

                ดังนั้น คนไทยที่ไม่เนรคุณแผ่นดิน อยากรู้ จึงถามไถ่

                ไม่ใช่ไล่ล่า......

                คนอย่างพรรณิการ์ จะต้องไล่ล่าด้วยหรือ?

                หากเพราะเธอเป็น "ตัวแทนประชาชน" ตะหาก แต่สิ่งที่เธอทำต่อสถาบัน

                ประชาชนจะนิ่งเฉย โดย "ธุระไม่ใช่" ไม่ได้       

                เพราะถ้าปล่อยผ่าน........

                ที่ "พรรณิการ์" ในวันนั้น ทำ เท่ากับ "ประชาชน" ยอมรับในความเป็น "ส.ส.พรรณิการ์" ในวันนี้

                แต่เพราะประชาชนทั้ง "ไม่ยอมรับ" และทั้ง "ยอมรับไม่ได้" ในพฤติกรรม และทัศนคติทรามของเธอต่อสถาบันตะหาก

                ธุระนี้ จึงใช่ เข้าใจใช่มั้ย คุณปิยบุตร?

                คุณก็เป็น ส.ส.เป็นถึงระดับเลขาฯ พรรค ในความจริงแห่งจิตสัตย์ของคนสถานะนี้

                นอกจากจะไม่กล่าวเยี่ยงนี้แล้ว........

                ควรที่จะแสดงความรับผิดชอบด้วยตระหนักรู้ ในชาติ, ในแผ่นดิน, ในสถาบันพระมหากษัตริย์

                มากกว่าออกมาปกป้องนอกทาง ประหนึ่งว่า "โจรีพลาดท่า-โจราเข้าอุ้ม"

                เป็นกล้วยปอกเปลือก เถลือกไถลไปด้วยกัน!

 ที่นี่ "สภาไทย" เพื่อ ชาติ, ศาสน์, กษัตริย์, ประชาชน

                ไม่ใช่สภาพวกฟิวเจอริสตา "จมูกเฟ็ด-ตาเบ็ดงอ" พ่อของฟ้าแฝง หวังเปลี่ยนระบอบ ล้มสถาบัน เพื่อทักษิณ

                ฉะนั้น........

                คนเป็นตัวแทนประชาชนในรัฐสภา จะพูด, จะทำ, จะแสดงอะไร ต้องจำใส่กระบาลไว้

                ซึ่งพระราชดำรัส "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" ในวันทรงเปิดประชุมรัฐสภานัดปฐมฤกษ์  ๒๔ พ.ค.๖๒ ความตอนหนึ่ง ที่ว่า........

                ".........ขอให้สมาชิกแห่งสภาพึงนึกถึงความสำคัญและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง

                เพราะการกระทำทุกอย่างของแต่ละคน จะมีผลโดยตรงถึงความมั่นคงของประเทศและความสุขทุกข์ของประชาชน"

                นั่นคือ.......

                พฤติกรรมบ่มเพาะเป็นสันดานอัน "ส.ส.พรรณิการ์" ไม่ละทิ้ง ทั้งแสดงออกแทบทุกครั้งเมื่อมีโอกาส

                ระดับรองศาสตราจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชนอย่างปิยบุตร จะดูไม่ออก มองไม่รู้เชียวหรือว่า

                การกระทำของ ส.ส.พรรณิการ์........

                "มีผลโดยตรง ถึงความมั่นคงของประเทศ และความสุขทุกข์ของประชาชน"

                ต้องรู้........

                ยิ่งเป็นผู้สอนกฎหมายมหาชนด้วยแล้ว ยิ่งกว่ารู้เสียอีก!

                ดังนั้น วาทกรรมปกป้อง และวาทกรรมที่เลขาฯ พรรค ใช้สร้างทางถูกให้ "โฆษกีอนาคตใหม่" ส.ส.พรรณิการ์ ดังที่ทำ

                ไม่น่าเป็นวิสัยคนระดับครูบาอาจารย์ที่สอนกฎหมายมหาชน!

                และสังเกตว่า ครั้งใดที่จวนตัว-จนแต้ม ก็จะงัด "ตรรกะวิบัติ" ขึ้นมาเป็นน้ำยาเคลือบหน้า

                เอาอดีตมาไล่ล่าบ้าง เอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองบ้าง

                จริง-ไม่จริง, ใช่-ไม่ใช่ วิญญูชนตอบข้อนี้ได้เอง

                แต่อยากสะท้อนเงาทั้งของปิยบุตรและทั้งของธนาธรให้เห็น ว่า ประเด็นเอาอดีต เอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือ นั้น

                ก็ตัวเองนั่นแหละ ชัดๆ ที่ทำอย่างนั้น

                ที่ชูประเด็น "สานต่อ" อภิวัฒน์ประชาธิปไตย ๒๔๗๕ ยึด "อำนาจพระมหากษัตริย์-สถาปนาอำนาจคณะราษฎร์" แล้วบอกว่า "สยามเป็นประชาธิปไตย" แล้ว

                แบบที่ "ธนาธร-ปิยบุตร" สานต่องานคณะราษฎร เมื่อ ๘๗ ปีที่แล้ว อย่างที่ทำอยู่ตอนนี้

                นี่แหละ คือการเอาอดีตไล่ล่าปัจจุบัน และเป็นการเอาสถาบันมาใช้ในทางเป็นปฏิปักษ์ เพื่อผลทางการเมืองที่ชัดแจ้ง

                ใครทำ......

                ด่า "ไอ้ริยำ" ไม่พอ

                ควรต้องกระทืบด้วย!   

                ปิยบุตรเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายรัฐธรรมนูญ คงเชี่ยวแต่รัฐธรรมนูญฝรั่งเศส ฉบับ "แซ็ง-ฌุสต์, รอแบ็สปีแยร์" ในยุคปฏิวัติฝรั่งเศสละกระมัง?     

                ไม่เชี่ยวในรัฐธรรมนูญไทย ที่คลอดปิยบุตรมาเป็น "ท่านผู้ทรงเกียรติ" ในรัฐสภาวันนี้เป็นแน่

                จึงไม่ทราบว่า..........

                รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ในหมวด ๔ "หน้าที่ของปวงชนชาวไทย" ระบุไว้ "เป็นหน้าที่" ของคนไทยทุกคน

                มาตรา ๕๐ บุคคล มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

                (๑) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

                (๒) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน  รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

                อื่นๆ อีก รวม ๑๐ ข้อ

                และในข้อที่ (๑๐) บอกว่า..........

                "ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ"

                นั่นคือ ที่ทุกคน "จิกติด" ส.ส.พรรณิการ์ ไม่ใช่การไล่ล่า

                หากแต่เป็น "การทำหน้าที่" ในฐานะ "ปวงชนชาวไทย"

                หรือ ธนาธร-ปิยบุตร........

                ไม่ใช่บุคคลในความหมาย "ปวงชนชาวไทย"?

                จึงพึงพอใจต่อสิ่งที่ ส.ส.พรรณิการ์ทำ ซ้ำไม่แยแสสนใจต่อหน้าที่คนไทย "ที่ดี" พึงต้องทำ?

                ถ้าบุคคลมีพฤติกรรมเยี่ยงนางสาวพรรณิการ์ยังคงเป็น ส.ส.เชิดหน้าโชว์คางเขียงอยู่ในรัฐสภาได้

                โดยกฎหมาย, กฎสังคมตามหน้าที่ในรัฐธรรมนูญ "ไม่ถูกนำปฏิบัติ"

                นั่นเท่ากับการ "ทดสอบ-ท้าทาย" ของฝ่ายสืบต่อล้มอำนาจระบบกษัตริย์สัมฤทธิ์ บรรลุขั้น "เปลี่ยนผ่าน" ไปถึงสัญญาณตีธง "รุก-ล้าง" ได้แล้ว

                เรื่องที่สนทนากันวันนี้ ก็คงเท่านี้กระมัง

                แต่...อ้อ

                ขอฝากถึง "รองอธิบดีอัยการ" ปรเมศวร์นิดนึง

                "เอากะเขาด้วยรึ...ท่าน?"

อ่านเอาเรื่อง

เลี้ยงแกะในโซเชียล

    
 

 

               เรียบร้อย....

 

                "บิ๊กตู่" รับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนี้ความวุ่นวายในการจัดตั้งรัฐบาลจะเบาบางลง

                ข่าวแย่งเก้าอี้จะน้อยลงตามลำดับ

                "สามมิตร" เลิกงอแง!

                ส่วนฝ่ายค้านยังคงสาหัส

                โดยเฉพาะ "คุณช่อ"

                ก็ยังคงเป็นข่าวไปอีกหลายวัน เพราะเจ้าตัวเหมือนจะท้าทาย เปิดสงครามโซเชียล

                "เรามีโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือ เขาก็มีเช่นกัน แพ้ชนะตัดสินกันที่ว่าใครสามารถใช้เครื่องมือชนิดนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดได้มาขอถามกลับจะใช้โซเชียล เปลี่ยนแปลงอะไร

                เปลี่ยนตามที่ตัวเองคิด เช่นว่า ถือตราสัญลักษณ์ ภปร. แล้วให้ชื่อภาพว่า Pre Ho Chi Minh หรือไม่

                เปลี่ยนจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นระบอบคอมมิวนิสต์ มีประธานาธิบดี เป็นผู้นำประเทศหรือเปล่า

                ที่ต้องถามเพราะนั่นคือความคิดของ "คุณช่อ" ในอดีต

                วันนี้ยังคิดแบบเดิมอยู่หรือไม่

                หรือว่าหลบใน

                วันนี้พรรคอนาคตใหม่ กำลังคิดว่าตัวเองได้เปรียบการสู้กันในโซเชียล

                ก็อย่างที่เห็น "ธนาธร" คือนายกรัฐมนตรีแห่งโซเชียล

                ฉะนั้นการทำสงครามทางความคิดผ่านโซเชียลจึงต้องพูดกันให้ชัดว่า จะเปลี่ยนอะไรไปสู่อะไร

                ถ้าบอกว่าแค่ไม่ให้ คสช.สืบทอดอำนาจ วันนี้ก็ทำได้เลย แต่อนาคตใหม่ นิ่งเงียบ พูดแต่เรื่องที่ทำไม่ได้ เช่นแก้รัฐธรรมนูญล้างบาง คสช.

                สิ่งที่อนาคตใหม่ทำได้เลยในวันนี้ ไม่ใช่เรียกร้องให้เล่นงาน ๔๑ ส.ส.ขั้วตรงข้ามใน ๗ วันเหมือนที่เล่นงาน "ธนาธร" เพราะถือหุ้นสื่อเหมือนกัน

                มันไม่เหมือนหรอกครับ รายละเอียดแตกต่างกันมากมาย

                แนะนำให้ ยุบพรรคพลังประชารัฐง่ายกว่า

                แค่พวกที่ถูกจ้างให้เป็นงูเห่าสีส้มบอกความจริงว่า ใครเป็นคนซื้อตัว ใครเอาเงินมาฟาดหัว ตั้ง  ๑๒๐ ล้านบาท

                ความผิดถึงขั้นยุบพรรคเชียวนะ!

                เล่นมันทั้งพรรคเลย ดีกว่าไปแซะทีละคน

                แล้วทำไมเงียบล่ะ

                ฉะนั้นถ้าเอาตามที่ "คุณบะช่อ" บอกว่าจะสู้ทางความคิดในโซเชียล ก็กลับไปคิดกันให้ตกผลึกก่อน

                เพราะเด็กเลี้ยงแกะในโซเชียลมันเยอะ. 

 

ปรับยุทธศาสตร์ ‘บริหารประเทศ’ พปชร.ไม่แตะกระทรวง ‘พรรคร่วม’

    
 

        เล่นสงครามข่าวปล่อยกันมาสักระยะ จนกลายมาเป็นภาพ แบ่งเค้ก ไม่ลงตัว ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ กับ 2 พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย

                รวมทั้งการจัดสรรผลประโยชน์ภายในพรรคพลังประชารัฐเอง หลังต้องสูญเสียเก้าอี้ในกระทรวงสำคัญไปให้พรรคร่วมรัฐบาล ในการเจรจารอบแรก ที่มี ผู้มีอำนาจนอกพรรค เป็นหัวโต๊ะ

                ประเด็นพรรคร่วมรัฐบาลขอมากไปคือ ความรู้สึกส่วนหนึ่งของคนในพรรคพลังประชารัฐ ที่มองในมิติของความเป็นพรรคแกนนำ

                กับอีกประเด็นคือ หลายโปรเจ็กต์สำคัญในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกระทรวงเศรษฐกิจ อันมี “เฮียกวง” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นผู้ประคบประหงมมา จะไม่ได้ถูกสานต่อโดยคนในพรรค แต่ต้องตกไปอยู่กับบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล

                ถึงขนาดมีเรื่องเล่าว่า แกนนำบางคนหลังรู้ว่า ดีลแรกเสียเปรียบให้กับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ ถึงกับเอ่ยปากว่า ท่านไปยกกระทรวงที่คุมงบประมาณหลายแสนล้านบาทไปให้ได้อย่างไร!

                เมื่อรู้ตัวว่าเพลี่ยงพล้ำจึงพยายามทำให้ “ดีลแรก” เป็นโมฆะ โดยการเปลี่ยนเกมว่า การเจรจาหรือตกลงใดๆ ก่อนหน้านี้หากไม่ผ่านกรรมการบริหารพรรคไม่ได้ถือว่าใช่!

                ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลเองก็รู้ว่า มีคนในพรรคพลังประชารัฐต้องการ “ล้มดีล” จึงต่างออกมายืนยันว่าทุกอย่างจบแล้ว โดยเฉพาะท่าที “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่หลุดปากตอบคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า พรรคได้รับการจัดสรรกระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งที่ปกติไม่ค่อยมีใครพูดกัน

                รวมถึง “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่า ทุกอย่างได้มีการตกลงกันไว้หมดแล้ว หวังว่าพรรคพลังประชารัฐจะรักษา “สัญญา”

                ขณะที่ท่าทีแกนนำพรรคพลังประชารัฐส่วนใหญ่ต่างออกมาในแนวสวนทางกับพรรคร่วมรัฐบาลคือ มันยังไม่จบแต่อย่างใด เพราะหวังจะเปลี่ยนแปลงกระดานใหม่

                จึงเป็น 2 ปัจจัย ที่ทำให้การ “แบ่งเค้ก” ลากยาวกว่าปกติ

                ทั้งที่ความจริงทุกคนในพรรคพลังประชารัฐต่างรู้ว่า ไม่มีใครเปลี่ยนแปลง “ดีลแรก” ที่มีผู้มีอำนาจนอกพรรคนั่งจัดสรรเอง ยกเว้นผู้ชายที่ชื่อ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

                จึงมีปฏิบัติการยื้อยุดฉุดกระชากเพื่อรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ “บิ๊กตู่” ลงมาก่อน โดยบางกลุ่มในพรรคพลังประชารัฐหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงข้อตกลงแรกได้

                จะเห็นว่า ทันทีที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ  ให้ “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ผู้นำรัฐบาลไม่รีรอลงแก้ปัญหาที่คาราคาซังทันที

                ขยักแรกคือ สงบแรงกระเพื่อมภายในพรรคพลังประชารัฐก่อน หากแต่ว่าเป็นการสยบที่ยืนอยู่บนฐาน “ดีลแรก” คือ ให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กับพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แก่พรรคภูมิใจไทย

                เป็นการจัดสรรภายในข้อจำกัดที่เหลืออยู่จาก “ดีลแรก” ผนวกกับความพึงพอใจของหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของตัวเองอย่าง “สมคิด” ที่ต้องทำงานได้

                พรรคพลังประชารัฐจัดสรรโดยมียุทธศาสตร์ที่เหนือความคาดหมายนิดๆ นั่นคือ สำหรับกระทรวงเศรษฐกิจที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน จะถูกดูแลโดยคนของพรรคพลังประชารัฐทั้งหมด โดยไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการจากกระทรวงใดเข้ามาเลย

                ขณะที่กระทรวงเศรษฐกิจที่เสียไปให้พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะไม่ส่งคนของพรรคพลังประชารัฐไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการเช่นเดียวกัน

                ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เป็นกระทรวงปากท้องของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นราคาพืชผลทางการเกษตร ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค จะรุ่งหรือร่วง มันมีผลต่อภาพรวมรัฐบาล

                หาก “รุ่ง” จะเป็นบวกต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์เอง ที่หวังจะทำผลงานเรื่องปากท้องในการฟื้นฟูพรรคกลับมา

                แต่หาก “ร่วง” หรือ “เละ” มันจะไม่ใช่ภาพรวมรัฐบาลทันที จะมีการโยนก้อนอิฐนี้ไปให้พรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นคนดูแลแบบเบ็ดเสร็จ โดยไม่ใช่คนของพรรคพลังประชารัฐ

                ถือเป็นการ “แก้เกม” จากทรัพยากรที่เหลือ เพราะรู้อยู่แล้วว่า ต่อให้ส่งคนของพรรคพลังประชารัฐไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ ก็คงทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะสุดท้ายคนที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในกระทรวงคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง

                แม้ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ อาจจะไม่ค่อยพอใจกับการจัดสรรในกระทรวงที่รองลงมา แต่ทุกคนก็ยอมรับได้ว่า มันเป็นข้อจำกัดที่พลาดพลั้งเสียทีไปแล้วแบบทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้

                ส่วนหนึ่งต้องรักษา “สัญญา” กับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อประคองเสถียรภาพกันก่อน ซึ่งในวันข้างหน้าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจัดสรรกันใหม่ได้ หากสถานการณ์มันเปลี่ยน

                ตอนนี้ทุกก๊วนสำคัญในพรรคพลังประชารัฐ ได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึง แม้ผิดเป้าหมายที่วางเอาไว้แต่แรกไปเยอะก็ตาม

                สิ่งสำคัญคือ แม้ทุกอย่างจะลงตัวจัดตั้งรัฐบาลได้แบบราบรื่น จนเหมือนแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ทุกคนต่างรู้ว่า มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

                การทำงานไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด พรรคร่วมรัฐบาลเองไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกันตั้งแต่แรก ทุกคนจะปกป้องเฉพาะประโยชน์ของพรรคและกลุ่มก๊วนตัวเองเท่านั้น

                และบางทีจะเลื่อย จะแซะ จะแทงกันเองเมื่อมีโอกาส เพราะมันมี “สนิมเกิดแต่เนื้อในตน” ตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาลไว้แล้ว. 

    
 

ขอฝากถึง "รองอธิบดีอัยการ" ปรเมศวร์ นิดนึง 
"เอากะเขาด้วยรึ...ท่าน ?"

ถ้าเป็นจริง ทำไมไม่สำนึกตัวเองว่าเป็นใคร เป็นถึงรองอธิบดี ข้าราชการระดับสูง เช่นนี้สมควรโดนยึดเครื่องราชฯ และไล่ออกจากสำนักอัยการสูงสุด ไปอยู่กับ แม่ช่อซะเลยจะดีกว่า.

  หมวดหมู่ : X-CITE 

 

 

 

.................................................................

13 มิถุนายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน