*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3792
  • จำนวนผู้ชม : 2406088
  • จำนวนผู้โหวต : 522
  • ส่ง msg :
  • โหวต 522 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 249 , 18:31:07 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         บ้านผมยุงชุมมากครับ แล้วพอใช้ยากันยุงก็เป็นอันตรายเสียอีก ข่าวบอกว่าอันตรายถึงกับเป็นอัมพาตเชียวครับ

         'ปู' กำลังจะถูกอัยการส่งฟ้องศาลคดีข้าวเน่า ค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล้าน อย่างนี้ก็หนีจนตายดีกว่า

         ส่วนโผครม. ข่าวก็รายงานว่าถึงมือ 'บิ๊กตู่' แล้ว หากตำแหน่งเดียวมี 2 ชื่อ ก็ขอให้นายกฯเลือกเองเถอะ

 

โผครม.ถึงมือ'บิ๊กตู่'! เผยบางตำแหน่งมีถึง 2 ชื่อโยนให้นายกฯตัดสินใจเอง

โผครม.ถึงมือ'บิ๊กตู่'! เผยบางตำแหน่งมีถึง 2 ชื่อโยนให้นายกฯตัดสินใจเอง

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 14.40 น.

ใกล้คลอดเต็มทน “สนธิรัตน์”ส่งรายชื่อ รมต.ของพปชร.ถึงมือนายกฯ แล้วคาดก.ค.ได้ ครม.ชุดใหม่ ยอมรับบางตำแหน่งมีถึง 2 คนต้องให้"บิ๊กตู่"ตัดสินใจจะเลือกใคร

14 มิ.ย.62 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้รายชื่อในส่วนของพรรคพลังประชารัฐถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ทยอยส่งรายชื่อให้กับนายกรัฐมนตรีพิจารณาในขั้นสุดท้าย ซึ่งขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังประชุมอยู่ และคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า

“ยอมรับว่า บางตำแหน่งทางพรรคได้ส่งรายชื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณามากกว่า 1  รายชื่อ พร้อมข้อเสนอแนะ แต่ไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นบุคคลใด  โดยขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะพิจารณาเลือกบุคคลใด อย่างไรก็ตาม คาดว่าเดือนกรกฎาคม จะได้เห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีอย่างแน่นอน” นายสนธิรัตน์ กล่าว

เมื่อถามถึงกระแสความขัดแย้งในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีภายในพรรค นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ทุกพรรคมีปัญหาเกี่ยวกับความเห็นที่แตกต่างกัน พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคขนาดใหญ่ มี ส.ส.กว่า 100 คน จึงเป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญพรรคเปิดโอกาสให้ทุกคน และเคารพความเห็นของทุกคน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีความเห็นต่าง แต่สุดท้ายก็ต้องจบด้วยการพูดคุยทำความเข้าใจกัน

“การตั้ง ครม. มีทั้งคนพอใจ และไม่พอใจ เป็นเรื่องปกติ เราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้หมด ส่วนกรณีที่มีการขุดคดีเก่าของสมาชิกบางคนมาโจมตีกันนั้น ส่วนตัวไม่อยากเห็นการโจมตี เพราะเรากำลังเดินหน้าประเทศ ไม่อยากให้เอาสิ่งลบมาพูดกัน เพราะประชาชนจะคิดว่า การเมืองมีแต่เรื่องของการแย่งชิง ควรเปิดใจกว้างและมองประเทศเป็นตัวตั้ง รวมถึงมองความสามารถของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า” นายสนธิรัตน์ กล่าว

นายสนธิรัตน์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของการจัดทำนโยบายรัฐบาล ว่า ขณะนี้ กรอบนโยบายพรรคเสร็จสมบูรณ์แล้ว จากนั้นในสัปดาห์หน้า จะเช็คความพร้อมของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อนัดหารือร่วมกัน เพื่อนำนโยบายของแต่ละพรรคร่วมมาร้อยเรียงให้เป็นนโยบายรัฐบาล ก่อนส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาและแถลงต่อรัฐสภา

ส่วนกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคุณสมบัติความเป็น ส.ส.จากการถือครองหุ้นสื่อของ 27 ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคมีคณะทำงานฯ ซึ่งมีนายทศพล เพ็งส้ม ดูแลข้อกฎหมายอยู่ ซึ่งยอมรับว่าเป็นประเด็นใหม่ทางการเมือง แต่ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล เนื่องจากสภาพการถือครองหุ้นมีความแตกต่างกัน ส่วนผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญ

‘อัยการ’ทยอยฟ้องเอกชน เล็งฟ้อง‘ปู’ชดใช้ข้าวเน่า3.5หมื่นล้าน

‘อัยการ’ทยอยฟ้องเอกชน เล็งฟ้อง‘ปู’ชดใช้ข้าวเน่า3.5หมื่นล้าน

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 16.41 น.

รองโฆษกอัยการ” เผย อคส.-อ.ต.ก. ส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มส่งกลับให้อัยการ 335 คดี ทยอยฟ้องศาลปกครองบังคับคดีชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งผิดสัญญาเก็บข้าว มั่นใจคดีไม่ขาดอายุความ เอี่ยวฟ้องปู เรียก 3.5หมื่นล้าน 

14 มิ.ย. 62 นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีทางแพ่งเรียกค่าเสียหาย จากผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ทั้งนักการเมือง , เจ้าหน้าที่รัฐ และเอกชน ภายหลังที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี , นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ รวมทั้งนักการเมืองในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ รวมทั้เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐสังกัดกรมการค้าต่างประเทศ และกลุ่มเอกชนเมื่อปี 2560 ว่า 

ตามที่ “นายเทพสิทธิ์ รักไตรรงค์” อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครอง เคยแจ้งให้ องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร  (อ.ต.ก) ทราบเมื่อเดือน ธ.ค.61 ว่า   สำนวนคดีจาก อคส. จำนวน 246 คดี และจาก อ.ต.ก จำนวน 89 คดี ซึ่งเป็นคดีต่อเนื่องจากโครงการรับจำนำข้าว ที่ทั้ง 2 หน่วยงาน ขอให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีปกครอง พิจารณาฟ้องเอกชนคู่สัญญา ที่ผิดสัญญาการฝากเก็บรักษาข้าวสาร และสัญญาตรวจสอบคุณภาพข้าวสาร รวมมูลค่าหลายแสนล้านบาท ซึ่งเอกสารยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น 

ปรากฏว่าตั้งแต่เดือน ม.ค.62 ทาง “อคส.” และ “อ.ต.ก.” ได้รวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานเพิ่มเติมส่งกลับมาให้คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีปกครอง ซึ่งทยอยพิจารณาสำนวนกว่า 300 คดีอย่างต่อเนื่อง และได้ทยอยฟ้องคดีในนาม “อคส.” และ “อ.ต.ก.” ต่อศาลปกครองกลางแล้ว เรียกค่าเสียหายให้กับ อคส. และ อ.ต.ก.นี้ จึงขอให้สบายใจได้ว่าไม่เกิดความเสียหายในชั้นพนักงานอัยการกับปัญหาเรื่องอายุความดำเนินคดีแน่นอน 

สำหรับคดีที่ทยอยยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับกลุ่มเอกชนนั้น ขั้นตอนอยู่ระหว่างรอศาลไต่สวน  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีที่อัยการ ยื่นฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งกับกลุ่มเอกชนนั้น เข้าสู่ศาลปกครองกลางมาตั้งแต่ช่วงต้นปีนับ ร้อยคดี ซึ่งในส่วนสำนวนคดี อคส.ล่าสุดได้ยื่นฟ้องเพิ่มเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา กรณีบริษัทผิดสัญญาฝากเก็บรักษาข้าวสาร โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2555 ซึ่งศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ 1247/2562 

ส่วนสำนวนคดี อ.ต.ก. ยื่นฟ้องเอกชนเพิ่มเติมด้วย เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.เป็นคดีหมายเลขดำ 1248/2562 กรณีผิดสัญญาจ้างตรวจสอบและรับผิดชอบคุณภาพชนิด และน้ำหนักข้าวสาร โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2555 กับอีกคดีล่าสุดยื่นฟ้องเพิ่มวันที่14 มิ.ย. ศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ 1260/2562 

สำหรับการบังคับคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทน ทั้งในส่วนที่กระทรวงการคลัง มีคำสั่งทางปกครองบังคับคดีให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้มูลค่า 35,717,273,028.23 บาท ซึ่งคดีอาญาถึงที่สุดตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งพิพากษาให้จำคุก 5 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157  และน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ยื่นอุทธรณ์ 

ในส่วนกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ชดใช้เงินมูลค่า 1,768,973,012.66 บาท ซึ่งศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 42 ปี ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาหรือฮั้วประมูล โครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี คดีรอฟังผลอุทธรณ์ , นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ชดใช้จำนวน 2,242,571,739.68 บาท ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 36 ปี ความผิดเดียวกัน คดีรอฟังผลอุทธรณ์ 

นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 40 ปี ความผิดเดียวกัน คดีรอฟังผลอุทธรณ์, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็น ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 32 ปี ความผิดเดียวกัน คดีรอฟังผลอุทธรณ์) , นายอัครพงศ์ (หรืออัฐฐิติพงศ์) ช่วยเกลี้ยง  หรือทีปวัชระ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ ขณะเกิดเหตุเป็นเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 24 ปี ความผิดเดียวกัน คดีรอฟังผลอุทธรณ์ ที่ถูกออกคำสั่งให้ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐรายละ 4,000 ล้านบาทด้วยนั้น 

น.ส. ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯและกลุ่มผู้ได้รับคำสั่งทางปกครองให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทางละเมิดทั้ง 6 รายดังกล่าว ได้ยื่นฟ้องกลับ รมว.คลัง และกระทรวงการคลัง เป็นคดีปกครอง ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี ซึ่งในส่วนคำขอทุเลาการบังคับคดีนั้น ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งยกคำร้องทั้งหมด โดยส่วนคำฟ้อง ที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และกลุ่มผู้ได้รับคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย ได้ขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองเรื่องการชดใช้ค่าสินไหนทดแทนนั้น ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลปกครองกลาง 

ความลับแตก!‘ปวิน’แซวนายใหญ่ แฉ‘แม้ว’จอมบงการสั่งทำ‘พาน’

ความลับแตก!‘ปวิน’แซวนายใหญ่ แฉ‘แม้ว’จอมบงการสั่งทำ‘พาน’

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 16.15 น.

14 มิ.ย. 62 ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ระบุว่า ทักษิณเป็นคนสั่งทำพานค่ะ

ฆาตกรเงียบ! ตะลึงจับรง.ผลิตยากันยุงเถื่อน ดมมากๆถึงขั้นเป็น'อัมพาต'

ฆาตกรเงียบ! ตะลึงจับรง.ผลิตยากันยุงเถื่อน ดมมากๆถึงขั้นเป็น'อัมพาต'

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 16.47 น.

จับไม่หมดไม่สิ้นซะที คราวนี้ตร.-อย.ทลายแหล่งผลิตยากันยุงที่โคราช และอาหารเสริมที่ปทุมธานี -สมุทรสาคร มูลค่ารวมกว่า 5 แสนบาท

14 มิ.ย.62 พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ปคบ.) พร้อมนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ร่วมกับ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รอง เลขาฯ อย.แถลงผลการตรวจค้นโรงงานลักลอบผลิตยาจุดกันยุงยี่ห้อกวางทอง ซึ่งไม่ขึ้นทะเบียนและขออนุญาตผลิตตามกฎหมาย พร้อมยึดสินค้า 79,200 กล่อง มูลค่ากว่า 500,000 บาท

สำหรับโรงงานผลิตยาจุดกันยุงยี่ห้อนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างเข้าตรวจค้น พบคนงานกว่า 10 คน กำลังนำยากันยุงเข้าเครื่องเคลือบน้ำยากำจัดแมลงก่อนบรรจุกล่องคนงานทั้งหมดไม่สามารถตอบได้ว่า ใช้สารตั้งต้นชนิดใดผลิตยากันยุง แต่ผลการวิเคราะห์ในห้องแล็บพบเป็นสารเมเพอฟูติน จัดอยู่ในกลุ่มไพรีทอยด์ เป็นวัตถุอันตรายประเภท 3 ที่ต้องขึ้นทะเบียนขออนุญาตก่อนผลิตหรือนำเข้าประเทศ สารนี้จะส่งผลต่อระบบประสาท หากเข้าร่างกายในปริมาณมาก จะมีอาการมึนงง  ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุกและหมดสติอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาต แม้จะสามารถกำจัดออกจากร่างกายได้ภายใน 1 สัปดาห์ และว่าเจ้าหน้าที่ได้ปิดโรงงานทันที พร้อมขยาลผลเอาผิดเจ้าของโรงงานและผู้ผลิตต่อไป

นอกจากนี้ยังแถลงผลการตรวจค้นและแหล่งผลิต ,จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรายใหญ่ใน จ.ปทุมธานี และ จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีส่วนผสมของสารไซบูตามีน ที่ไม่ปลอดภัยต่อร่างกาย โดยยึดยาของกลางกว่า 1 แสนแคปซูลพร้อมเครื่องจักรรวมมูลค่ากว่า 5,000,000 บาท จากการตรวจค้น พบอาหารเสริมยี่ห้อดัง 3 ยี่ห้อ โดยทั้ง 3 ยี่ห้อ มีสารอันตรายไซบูทรามีน

สำหรับ การตรวจค้นครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังได้รับการประสานกลุ่มประเทศอาเซียน ว่ามีการส่งผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดความอ้วนจากประเทศไทยไปขายในกลุ่มอาเซียน มีส่วนผสมของสารอันตราย ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ตำรวจเตรียมสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของผลิตภัณฑ์และโรงงานผู้ผลิตพร้อมทั้งดำเนินการกับเน็ตไอดอลที่รับรีวิวผลิตภัณฑ์ทั้งสามยี่ห้อแล้ว เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐาน “ตั้งโรงงานผลิตอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ผลิต ขายหรือมีไว้ ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ประเภทหนึ่ง” ตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ต้องระวังโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี ปรับสูงสุด 400,000 บาท

ขอบคุณภาพเฟชบุ๊ก สุทธิรักษ์ ฅนหลังกล้อง มองผ่านเลนส์

 
 
 
 
 

 

'พปชร.'โพสต์โชว์เจ๋ง รัฐบาลแก้ปัญหาหนี้นอกระบบใน5มิติ

'พปชร.'โพสต์โชว์เจ๋ง รัฐบาลแก้ปัญหาหนี้นอกระบบใน5มิติ

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 16.36 น.

14 มิ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่าเฟซบุ๊กพรรคพลังประชารัฐ ได้เผยแพร่ข้อความการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ของรัฐบาลใน 5มิติ โดยระบุว่า รัฐบาลจัดให้ “แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ” อย่างบูรณาการและยั่งยืนใน 5 มิติ ซึ่งการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและขาดโอกาส ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มอิทธิพลมานาน โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าหนี้นอกระบบ โดยรัฐบาลได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ทั้งในด้านลูกหนี้และเจ้าหนี้ควบคู่กันไปอย่างครบวงจรและต่อเนื่องใน 5 มิติ ดังนี้    



มิติที่ 1 จัดการกับเจ้าหนี้นอกระบบ

โดยประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานความมั่นคงอื่นให้เคร่งครัดในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดของเจ้าหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 (ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2560 เป็นต้นมา เพิ่มโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท จำคุก 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ) โดยตั้งแต่เดือนต.ค. 2559 -ต.ค. 2561 มีการจับกุมผู้กระทำผิดรวมทั้งสิ้น 4,162 ราย

มิติที่ 2 เพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ

ลูกหนี้สามารถขอสินเชื่อในระบบได้ทั้งสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ (50,000 บาท/ราย อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี) หรือสินเชื่อจากธนาคารออมสิน หรือ ธ.ก.ส. (50,000 บาท/ราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.85 ต่อเดือน)

ทั้งนี้ พิโกไฟแนนซ์ เป็นสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ซึ่งช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบให้แก่ประชาชนรายย่อย และช่วยป้องกันรวมถึงแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้แก่ประชาชนไปด้วยในเวลาเดียวกัน

มิติที่ 3 ไกล่เกลี่ยประนอมหนี้

กระทรวงการคลังได้จัดให้มีการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้โดยคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ซึ่งมีอยู่ในทุกจังหวัด และจัดให้มีจุดให้คำปรึกษาหนี้นอกระบบที่ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ได้อย่างทั่วถึง โดยข้อมูล ณ วันที่ 2 ต.ค. 2561 สามารถช่วยแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้เสียหาย จำนวน 335,372 ราย มูลหนี้ 61,747.41 ล้านบาท

มิติที่ 4 ฟื้นฟูศักยภาพลูกหนี้
โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้ความรู้ทางการเงิน ให้ความรู้ด้านการประกอบอาชีพ และการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้ลูกหนี้มีรายได้ที่เพียงพอและไม่ต้องเป็นหนี้ซ้ำอีก ซึ่งจะดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการหารายได้ของลูกหนี้นอกระบบที่มีอยู่ในทุกจังหวัด

มิติที่ 5 สร้างภูมิคุ้มกัน
โดยพัฒนาเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชนให้มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้แก่สมาชิก การให้หน่วยงานของรัฐ ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานพี่เลี้ยงและสนับสนุนเงินทุนให้กับองค์กรการเงินชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง และการให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันทำหน้าที่ให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนในชุมชน รวมไปถึงการจัดทำและพัฒนาฐานข้อมูลหนี้นอกระบบใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบายที่เหมาะสมและตรงเป้าหมายในอนาคต

ทั้งหมดนี้คือมิติใหม่ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจังของรัฐบาล ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการอย่างยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลยังคงเดินหน้าขจัดปัญหาหนี้นอกระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกหนี้สามารถกลับมายืนได้อย่างเข้มแข็งต่อไป

 .................................................

14 มิถุนายน 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน