*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3681
  • จำนวนผู้ชม : 2348228
  • จำนวนผู้โหวต : 520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 520 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 16 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 498 , 15:46:25 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นางลดาวัลลิ์ กล่าวต่อไปว่า การเป็นผู้นำบนตำแหน่งนายกฯ ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีและความสง่างาม เพราะได้คะแนนจาก ส.ว.ที่โมฆะ

ในความรู้สึกของประชาชน และจากนักการเมืองที่ทรยศประชาชนไม่รักษาสัจจะวาจา เคยประกาศจะไม่สนับสนุนเผด็จการตอนหา

เสียง รวมทั้งได้ชัยชนะมาบนกติกาที่ไม่เป็นธรรม จนถูกเด็กนักเรียนนำไปล้อเลียนบนพานไหว้ครู ทำให้ไม่มีความสง่างามเลยในสาย

ตาประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ หวั่นเกรงว่าจะกระทบความเชื่อมั่นของบรรดานักลงทุนทั่วโลก คนไทยหวังจะได้เห็น

เศรษฐกิจฟื้นคงเป็นไปได้ยาก เมื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนฯในแต่ละสัปดาห์  พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมาประชุม จะมาอ้างติดประชุมกรรม

การชุดนั้นชุดนี้ไม่ได้ หรือแกล้งหนีประชุมเพราะไม่อยากฟังเสียงตัวแทนประชาชนก็ไม่ได้

         ข้อความรายงานข่าวทำนองเดียวกับข้างบนนี้ ถือเป็นหน้าที่ของนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่จะต้องตามเก็บ

เอามา 'จิก' พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรีตลอดมาในช่วง 5 ปีที่นายกฯยึดอำนาจจากรัฐบาลจอมโกง 'ยิ่งลักษณ์' จริงบ้าง

ไม่จริงบ้างก็ว่ากันไป

         แล้วหากมองกันในภาพรวมของ 'บิ๊กตู่' แล้วไซร้ ก็ไม่เห็นความเป็นผู้นำเผด็จการตรงไหนเลย มิฉะนั้น นางลดาวัลย์จะยังชูคอส่ง

เสียงแจ้วๆอยู่นอกคุกอย่างนี้ได้หรือเปล่า

 

ไม่ต้องแบกเรือขึ้นฝั่ง!!!

    
 

             ฮื่ออ์อ์อ์...ดูจากลักษณะอาการของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ แล้ว ท่านคงไม่ได้คิดจะ แบกเรือ หลังจากขึ้นฝั่ง ให้ต้องพะรุงพะรัง ต้องเมื่อยเนื้อ เมื่อยตัว โดยใช่เหตุ อย่างที่ เสธ.ไพศาล ท่านเคยชี้แนะ ชี้นำ เอาไว้แล้วนั่นแล ข่าวล่า-มาเรือ ในเรื่องคณะรัฐบาล คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ไม่ว่าใครจะอยู่กระทรวงไหน ต่อกระทรวงไหน แต่ดูค่อนข้างจะสะท้อนอาการเบาเนื้อ เบาตัว สบายเนื้อ สบายตัว ของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ อยู่พอสมควร...

                                --------------------------------------------------------

                คือถ้ายังต้องคอยแบก คอยคอน ทั้งสามมิตร สี่กุมาร และอีกไม่รู้กี่สิบเห้งเจียง โดยที่แต่ละรายๆ...ล้วนแล้วแต่ ตัวหนัก ไปด้วยกันทั้งนั้น เช่น บางรายไม่เพียงแต่ปริมาณน้ำหนักไม่น้อยไปกว่า โคล้านตัวยังแถมต้อง เรียงหิน หรือแบกน้ำหนักหินควบคู่ไปด้วย บางรายก็ต้องแบก กระสอบปุ๋ย, กระสอบสารเคมี ทับด้วย รถไฟฟ้า อีกไม่รู้กี่สายต่อกี่สาย ฯลฯ โอกาสที่จะหลังแอ่น หรือหลังหัก ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ ดังนั้นการรู้จัก ปล่อยวาง ปล่อยให้แต่ละราย ไปจัดสรร-ปันส่วน-ผสม กันตามข้อตกลงเดิมๆ เท่าที่เคยให้ไว้ ต้องถือเป็นการแสดงออกถึง ศิลปะ-ลีลา ที่ค่อนข้างเข้าท่าเอามากๆ...

                                 --------------------------------------------------------

                พูดง่ายๆ ว่า...ถ้าหากตัวผู้นำรัฐบาล หรือตัวนายกรัฐมนตรี สามารถละลายความเป็นพรรค เป็นพวก เป็นกลุ่ม เป็นฝ่าย ได้ตั้งแต่เบื้องแรก โอกาสที่แม่น้ำไม่รู้กี่สิบต่อกี่สิบสาย จะค่อยๆ ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ออกอ่าว ออกทะเล แล้วไหลไปรวมกันอยู่ในมหาสมุทร หรือในอ่าวไทย อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน ย่อมเป็นไปได้ยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าผู้นำรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรี ดันติดยึดอยู่ในความเป็นพรรค เป็นพวก เป็นกลุ่ม เป็นฝ่าย ซะตั้งแต่ต้นแล้ว โอกาสที่มันจะติดกึก ติดกัก อยู่แถวๆ คลองแสนแสบ จนนำไปสู่อาการเน่าแล้ว เน่าอีก ก็ย่อมต้องเป็นไปได้เช่นกัน...

                                   ------------------------------------------------------

                ก็เหมือนอย่างยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ ที่รัฐบุรุษ ป๋าเปรม ท่านได้ทิ้งแบบอย่าง และบทเรียนเอาไว้ให้ ด้วยเหตุเพราะ ป๋า ท่านไม่คิดจะเข้าใคร-ออกใคร หันไปยึดหลัก บ้านเมืองย่อมประกอบไปด้วยคนดีและคนไม่ดี...ปัญหาคือจะทำอย่างไรถึงให้คนดีมีโอกาส และป้องกันไม่ให้คนไม่ดีมีอำนาจ อะไรประมาณนั้น รัฐบาลภายใต้การนำของท่านเลยอยู่ยาวว์ว์ว์มาได้ถึง 8 ปีซ้อนๆ เรียกว่า...อยู่จนเบื่อ หรืออยู่จน ผมพอแล้ว สามารถก้าวลงจากหลังเสือ โดยเสือไม่ได้คิดจะกัด แถมยังออกอาการ เสือหมอบ ซะอีกต่างหาก...

                                -------------------------------------------------------

                ดังนั้น...ภายใต้คณะรัฐบาล อันประกอบไปด้วยพรรคการเมืองร่วมๆ เกือบ 20 พรรค ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นแกนหลัก แกนนำ แกนนั่ง หรือแกนนอน ก็ตามที แต่แต่ละพรรค...ย่อมหนีไม่พ้นต้องประกอบไปด้วยคนดี และ คนไม่ดี ผสมปนเปไปด้วยกันทั้งสิ้น แม้แต่พรรคแกนหลัก อย่างพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นผู้พายเรือ แจวเรือ มาส่งท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ถึงฟากฝั่ง ก็พอเป็นที่รู้ๆ อยู่แล้วว่า แทบไม่ต่างอะไรไปจาก เรือโนอาห์ อะไรประมาณนั้น คือต้องขนเอาสิงสาราสัตว์ แต่ละชนิด แต่ละสปีชีส์ เข้ามาไว้รวมกันอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ การจำแนก แยกแยะ คุณลักษณะของสัตว์แต่ละชนิด จึงถือเป็น ศิลปะ-ลีลา และเป็นความจำเป็น ที่ผู้นำรัฐบาลจะต้องหาทางใคร่ครวญ พิจารณา เอาไว้ตั้งแต่ต้น...

                               -------------------------------------------------------

                เช่น...ถ้าดันส่ง โคล้านตัว ไปไว้ที่กระทรวงศึกษาฯ อันนี้...ยังไงๆ คงต้อง เจ๊ง แน่ๆ!!! สู้ส่งให้ไปไล่ขวิด อัยการปรเมศวร์ น่าจะเหมาะกว่า อะไรทำนองนั้น หรือแทนที่จะส่ง ป๋าดัน ให้ไปดัน รถไฟฟ้า แบบที่เคยดันแล้ว ดันอีก มาโดยตลอด ก็ลองเปลี่ยนมือ เปลี่ยนกรรมวิธี ให้คนอื่นลองเข้ามาดันดูมั่ง อาจ แองเจโล ดันดี ซะยิ่งกว่า หรืออาจพอช่วยถ่วง ช่วยรั้ง อะไรต่อมิอะไรเอาไว้มั่ง แบบเดียวกับที่ลองปล่อยให้พวกที่ชอบเอา น้ำมันกัญชา มาหยอดไว้ใต้ลิ้น ไปนั่งกระทรวงสาธารณสุขดูที อีกซักพักก็น่าจะพอรู้ๆ ว่า การใช้กัญชาในปริมาณที่เหมาะสม หรือในปริมาณที่เกินขนาด มันจะส่งผลออกมาในรูปไหน อย่างไร...

                                  ------------------------------------------------------

                เอาเป็นว่า...สรุปรวมความแล้ว ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านน่าจะ เล่นเป็น อยู่พอสมควร ไม่ได้ถึงกับทื่อมะลื่อ เอาพรรค เอาพวก เอาบริวาร ซะจนตัวเองต้องกลายเป็น ผู้แบกรับ ทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้บนบ่า ชนิดเกือบโดน บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก ทับซะแบนแต๊ดแต๋ มาตลอดช่วง 4-5 ปีที่แล้ว ส่วนบรรดาผู้ที่เอาพรรค เอาพวก เอาบริวาร แบบดื้อๆ ทื่อๆ เช่นบรรดา คณะกรรมการสรรหาวุฒิสมาชิก เป็นต้น อันนั้น...คงต้องถือซะว่า ในเมื่อ คนดี ได้ลุกออกไปจากที่ประชุม เพื่อเปิดโอกาสให้ คนดี ได้มีโอกาสเลือก คนดี เข้ามาเป็นวุฒิสมาชิก โดยศิลปะ-ลีลา เช่นนี้ จะส่งผลให้บรรดา คนดี เหล่านี้ ออกไปทาง ดีวันจันทร์ หรือออกไปทาง ดีซ่าน คงต้องไปแยกแยะกันเอาเองก็แล้วกัน...

                                  ------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Plutarch... “Government that rely upon the swords of their generals for their salvation are in the end themselves sacrificed to the swords of their saviors. - รัฐบาลที่อาศัยดาบของแม่ทัพนายกองเป็นที่พึ่ง จะตกเป็นเครื่องสังเวยให้แก่ดาบของแม่ทัพนายกองผู้เป็นที่พึ่งของเขาในบั้นปลายนั่นเอง...”

                               -------------------------------------------------------

 

คาดหวังอะไรจากลุงตู่สมัยสอง

    
 

             สิ่งที่คาดหวังจากรัฐบาลใหม่คืออะไร?

                ไปถามชาวบ้านร้อยทั้งร้อยคงตอบว่า แก้ปัญหาปากท้องโดยด่วน

                ถ้าไปถามการเมืองขั้วตรงข้าม คำตอบคงชัดเจน เลิกสืบทอดอำนาจได้แล้ว

                ฉะนั้นความคาดหวัง ความต้องการที่ให้รัฐบาลใหม่ทำให้มากมายเหลือเกิน

                คำแถลงสั้นๆ ที่มีขึ้นหลังพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับปากในหลายเรื่อง

                "...พร้อมทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และป้องกันการทุจริต คอร์รัปชัน ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ สร้างความเข้มแข็ง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ด้วยการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ  เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเงินการคลัง เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลกยุคดิจิทัลและเทคโนโลยี สร้างสรรค์สังคมให้มีความรักความสามัคคีปรองดอง สมานฉันท์เกื้อกูลกันในทุกโอกาส เพื่อความกินดีอยู่ดี และความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน พร้อมปกป้องรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิแห่งสถาบันชาติ ศาสนา ตลอดจนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวไทย...."

                อาจกล่าวได้ว่าทั้งหมดนี้คือนโยบายของรัฐบาลที่จะเสนอต่อสภาในโอกาสต่อไป

                แต่ก็มีประเด็นคำถามอยู่พอสมควร

                "ลุงตู่" สรุป ๔-๕ ปีที่ผ่านมา หรือยังว่าความสำเร็จ ความล้มเหลว มีอะไรบ้าง

                แน่นอนรัฐบาลนี้มีผลงานล้ำหน้ารัฐบาลเลือกตั้งอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขจัดปัญหาในทางกฎหมายเพื่อความสะดวกของภาคเอกชน นักลงทุนไทย-ต่างประเทศ และของรัฐ

                การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง รถไฟ ไม่มีรัฐบาลไหนสู้รัฐบาลลุงตู่สมัยแรกได้อีกแล้ว

                แต่บางประเด็นก็มีคำถาม

                "ลุงตู่" พูดถึงการป้องกันการทุจริต คอร์รัปชัน ว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะทำต่อไป แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมายังมีข้อเคลือบแคลงสงสัยกันพอสมควร

                และยังเป็นประเด็นหลักที่การเมืองฝ่ายตรงข้ามใช้โจมตีเสมอมา

                ก็แสดงว่ามันมีมูลให้โจมตี

                แม้คนโจมตีจะเป็นนลูกน้องโจรปล้นชาติ ก็ไม่อาจมองข้ามได้

                วาระจากนี้ไปของ "ลุงตู่" จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจารึกผลงานไว้ให้คนรุ่นหลังได้ยกย่องว่า การคอร์รัปชันหมดไป หรือเหลือน้อยก็เพราะรัฐบาล "ลุงตู่"

                ต่อให้ถูกด่าว่าจอมเผด็จการ สืบทอดอำนาจ คำด่าก็ไร้ค่าไปทันที หากจอมเผด็จการสามารถขจัดปัญหาคอร์รัปชันไปได้

                เพราะปัญหาคอร์รัปชันมันเป็นต้นกำเนิดของปัญหาอื่นๆ มากมาย หากจะแก้ปัญหาประเทศกันจริงๆ ก็ต้องเริ่มต้นตรงนี้

                เท่าที่เห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่อย่างไม่เป็นทางการ บอกตรงๆ ว่า น่าเป็นห่วง

                การปราบโกงรัฐบาลลุงตู่สมัยสอง จะยากกว่าสมัยแรกหลายเท่าตัว เพราะปัจจัยจากตัวบุคคลที่เปลี่ยนไป

                บวกกับการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ที่ต้องประนีประนอมกันตลอดเวลา ก็ยิ่งเป็นปัจจัยเชิงลบในการแก้ปัญหา

                และนั่นคือบทพิสูจน์ว่า "ลุงตู่" สมัยสองเป็นนายกฯ ที่กล้าหาญทำเพื่อชาติแค่ไหน. 

 

เพื่อไทยยกคำพูด'ไปตามจิกหัวนายกฯมา'เตือน'บิ๊กตู่'ซ้ำรอย'อินทรีย์แห่งทุ่งบางเขน'อยู่6เดือนเกิดวิกฤติ!

    

 

15 มิ.ย.62  -  นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชาชนกำลังดูว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังจะถูกสภาฯ ซักฟอกคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี จะใช้หลักอะไรมาแบ่งปันผลประโยชน์ในการเกลี่ยเก้าอี้กระทรวงให้กับพรรคการเมืองต่างๆ จะจัดคนเป็นรัฐมนตรีตามความรู้ความสามารถ หรือจัดแบบต่างตอบแทน หรือจัดตามแรงกดดันของพรรคร่วม ซึ่งมีข่าวว่าบางพรรคร้องขอเก้าอี้ รมต.คงมีรับปากกันไว้ก่อน ถ้าไม่ให้ก็จะถอนตัวไปเป็นฝ่ายค้านอิสระ
          
นางลดาวัลลิ์ กล่าวต่อไปว่า การเป็นผู้นำบนตำแหน่งนายกฯ ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีและความสง่างาม เพราะได้คะแนนจาก ส.ว.ที่โมฆะในความรู้สึกของประชาชน และจากนักการเมืองที่ทรยศประชาชนไม่รักษาสัจจะวาจา เคยประกาศจะไม่สนับสนุนเผด็จการตอนหาเสียง รวมทั้งได้ชัยชนะมาบนกติกาที่ไม่เป็นธรรม จนถูกเด็กนักเรียนนำไปล้อเลียนบนพานไหว้ครู ทำให้ไม่มีความสง่างามเลยในสายตาประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ หวั่นเกรงว่าจะกระทบความเชื่อมั่นของบรรดานักลงทุนทั่วโลก คนไทยหวังจะได้เห็นเศรษฐกิจฟื้นคงเป็นไปได้ยาก เมื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนฯในแต่ละสัปดาห์  พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมาประชุม จะมาอ้างติดประชุมกรรมการชุดนั้นชุดนี้ไม่ได้ หรือแกล้งหนีประชุมเพราะไม่อยากฟังเสียงตัวแทนประชาชนก็ไม่ได้

นางลดาวัลลิ์ กล่าวอีกว่า จึงขอให้ย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองสมัย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เลขาธิการคณะปฎิรูปการปกครองแผ่นดินที่มี พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารเมื่อ 6 ต.ค. 2519 มาเป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งเดือน เม.ย. 2522 เป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ มีอยู่ครั้งหนึ่งในการประชุมสภาฯ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ไม่มาเข้าร่วมประชุมในฐานะนายกฯ ได้ถูก ม ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ส.ส.กรุงเทพฯ หัวหน้าพรรคกิจสังคม ยืนขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยวลั่นสภาฯ ด้วยความไม่พอใจที่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ซึ่งไม่ได้เป็น ส.ส.ไม่มาร่วมประชุมเพื่อตอบกระทู้ถามในฐานะนายกฯ ว่า "ผมขอให้ท่านประธานสภาฯ ไปตามจิกหัวนายกฯ มันมาเข้าประชุม ส.ส." หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวใหญ่หน้า 1 ทุกฉบับในเช้าวันรุ่งขึ้น พล.อ.เกรียงศักดิ์ ซึ่งได้ฉายาจากสื่อว่า "อินทรีย์แห่งทุ่งบางเขน" เป็นนายกฯ เพียง 6 เดือนก็เกิดวิกฤต ต้องลาออก         

“จึงขอฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ว่า เปิดประชุมสภาฯ แล้ว อย่าหนี มาตอบมาชี้แจงฝ่ายค้านด้วยตัวเอง จะพูดพล่ามแบบพูดคนเดียวเหมือนทุกคืนวันศุกร์ 5 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ ขอแนะนำให้ถามตัวเองอีกครั้งว่า มาเป็นนายกฯ สมัย 2 เพื่อสืบทอดอำนาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดอย่างมหันต์หรือไม่ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ รีบสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐโดยเร็ว วันนี้พรุ่งนี้ยิ่งดี แล้วมาเป็นหัวหน้าพรรคด้วย อยากดูว่าจะไปได้สักกี่น้ำ จะได้รับความเกรงใจจากรัฐมนตรีและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลแค่ไหน ส่วนกับ ส.ส.ฝ่ายค้านนั้นไม่มีความนับถือ ไม่เกรงใจ พล.อ.ประยุทธ์ นั้นแน่นอนอยู่แล้ว”นางลดาวัลลิ์  กล่าว

“บิ๊กกรมประมง” ตอก 'ธนาธร' รู้ไม่จริงแก้ปัญหาประมง

    
 


วันที่ 16 มิ.ย. นายธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อม ส.ส. ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประมงที่ จ.ตราด เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยเสนอแก้ไข พ.ร.ก.ประมง มาตรา 34, 69, 81 ว่า ตอนที่พรรคอนาคตใหม่ไป จ.ระนอง กับภูเก็ต ตนก็คิดว่าพรรค อนค. มีความเข้าใจปัญหาประมงมากขึ้นแล้ว ค่อนข้างจะให้การสนับสนุนด้วยซ้ำไป แต่แล้วการลงพื้นที่ จ.ตราด ก็เปิดเผยหน้ากากที่แท้จริง มาตรา 81 มีสาระสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1.เรือประมงพาณิชย์จะต้องติดอุปกรณ์ติดตามเรือที่เรียกว่า VMS 2.เรือประมงพาณิชย์จะต้องจัดทำสมุดบันทึกการจับปลาที่เรียกว่า Lockbook 3.เรือประมงพาณิชย์ออกไปจับปลาต้องแจ้งศูนย์ควบคุมการเข้าออกที่เรียกว่าศูนย์ PIPO (Port In – Port Out)

นายธนพร กล่าวว่า การที่พรรค อนค.เสนอยกเลิกมาตรา 81 แสดงให้เห็นว่าต้องการที่จะทำให้การประมงกลับไปไร้การควบคุมเหมือนอดีต ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้เราถูกใบเหลือง ถ้าไม่มีอุปกรณ์ VMS ซึ่งเหมือน GPS ของรถยนต์ เราจะไม่รู้เลยว่าเรือประมงของเราไปทำการประมงถูกหรือผิดกฎหมาย อุปกรณ์นี้เป็นกติกาสากลของโลก เรือประมงที่จะส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดในโลกต้องติดไว้ นอกจากจะใช้ติดตามการทำประมงผิดกฎหมายหรือไม่ มันจะทำให้เราติดตามได้ว่าเรือลำนั้นๆ ไปค้ามนุษย์กลางทะเลหรือไม่ ถ้าไม่ติดนอกจากการจับปลาทำลายล้างแล้ว การค้ามนุษย์แรงงานทาสก็จะกลับมาเกิด

นายธนพร กล่าวถึงการเขียน Lockbook ว่า ในเรื่องนี้มาตรฐานสากลของโลกต้องเขียน ถ้ายกเลิกทำให้สินค้าประมงไม่สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาที่ไปได้ ไม่สามารถส่งออกไปขายได้ พี่น้องประมงเสียประโยชน์เอง อีกทั้งข้อมูลที่จดไว้ จะถูกนำมาคำนวณทรัพยากรในทะเลเพื่อจัดสรรวันทำประมงได้ ถ้ายกเลิกไปวันทำการประมงจะเพิ่มไม่ได้ เพราะภาครัฐไม่มีข้อมูลมาคำนวณ พี่น้องชาวประมงส่วนใหญ่เข้าใจประโยชน์ของการเขียนเป็นอย่างดี นอกจากเรือที่ไปขโมยปลาไม่อยากเขียน และถ้าเรือประมงไม่ต้องแจ้งศูนย์ PIPO หมายความว่าไม่มีการตรวจแรงงานเข้าออก จะนำประเทศไปสู่การค้ามนุษย์ในรูปแบบเก่าอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.ตราด ที่นำโดย ไต๋ อ. กับ ไต๋ ต. มีพฤติกรรมไปขโมยจับปลาในกัมพูชา ใช้เรือเถื่อน

“การที่พรรค อนค.ไปฟังคนภายใต้การควบคุมของไต๋ทั้งสองแล้วมาสรุป ถือเป็นการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงที่จะทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่การประมงแบบทำลายล้างและค้ามนุษย์อีกรอบ การยกเลิกมาตรา 81 ที่พรรคจะเข้าไปตั้งคณะกรรมาธิการฯ แก้ไข เป็นการประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าต้องการการประมงแบบทำลายล้าง และผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่ดินแดนการค้ามนุษย์อย่างเสรีอีกครั้ง ถ้ายกเลิกมาตรานี้ สินค้าประมงไทยถูกแบนจากทั่วโลกแน่นอน แสดงให้เห็นว่าพรรค อนค. จะเป็นผู้นำให้ประเทศไทยเป็นโจร IUU ขอบอกเลยว่าการเสนอขอแก้ไข พรรค อนค.คือโจร IUU ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านจะไม่ยอมให้พรรค อนค. ทำตัวเป็นโจร IUU อย่างนี้แน่นอน”

ที่ปรึกษากรมประมง กล่าวถึงมาตรา 69 ห้ามจับปลากะตักในเวลากลางคืน ว่า ปลากะตักเป็นห่วงโซ่อาหาร ห้ามจับกลางคืนเพราะปลากะตักจะรวมฝูงขนาดใหญ่ในเวลากลางคืน ถ้าจับกลางวันจะมีเหลือเป็นห่วงโซ่อาหารให้ปลาอื่น ถ้าปล่อยให้เรือล้อมจับปลากะตักในเวลากลางคืน ห่วงโซ่อาหารที่สำคัญที่สุดจะหายไปหมด เมื่อปลาเล็กหายไป ปลาใหญ่ก็จะหายไปเช่นเดียวกัน ปลาใหญ่ไม่มีอาหาร พรรค อนค. ไม่มีความตระหนักรู้เรื่องห่วงโซ่อาหารในระบบตามธรรมชาติ ปลากะตักที่ต้องจับในเวลากลางวัน เพราะต้องการให้ห่วงโซ่อาหารมีความสมบูรณ์กับปลาอื่น ถ้าเราจับปลากันมากขึ้นจะมีทรัพยากรปลาเหลือให้ลูกหลานเราได้อย่างไร เป็นการทำลายเศรษฐกิจการประมงอย่างแท้จริง

ส่วนการแก้ไขมาตรา 34 ที่ห้ามผู้ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านทำการประมงในเขตทะเลนอกชายฝั่ง นายธนพร กล่าวว่า ภาครัฐกำลังทำงานกับประมงพื้นบ้านโดยต่อเนื่อง กำลังจับมือกันทำอัตลักษณ์เรือประมงให้เสร็จสิ้น มาตรา 34 ยังไม่มีการบังคับใช้ พี่น้องประมงพื้นบ้านยังไม่ต้องไปขออนุญาตใครทั้งสิ้น สามารถออกทำการประมงได้ปกติ ถ้าจะออกไปไกลกว่า 3 ไมล์ทะเลก็ออกไปได้ เพราะผู้ที่ได้รับใบอนุญาตห้ามออกเกิน 3 ไมล์ทะเล แต่วันนี้ยังไม่มีการออกใบอนุญาตประมงพื้นบ้านแม้แต่ใบเดียว ดังนั้นสบายใจได้ ออกจับปลาได้อย่างเสรีไม่มีข้อจำกัด

“อยากจะเรียนว่าวันนี้ผมก็ต้องขอฟ้องสังคมไทยว่าพรรค อนค. วันนี้กำลังเห็นแก่ผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น ที่ประกาศตัวว่าจะทำการเมืองเป็นแนวใหม่ จริงๆ ก็แนวเดิม เห็นแก่ผลประโยชน์ระยะสั้น แต่ว่าไม่คำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากร ไม่คำนึงถึงมาตรฐานการจ้างแรงงาน ปัญหาการค้ามนุษย์ที่เราเลื่อนขึ้นมาเป็นเทียร์ 2 แล้ว พรรค อนค. ต้องการที่จะกลับทำลายผลประโยชน์ของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ร้ายแรงที่สุด 2 เรื่อง คือการประมงอย่างทำลายล้าง และการค้ามนุษย์อย่างเสรี ข้อเสนอของพรรค อนค. ที่ จ.ตราด จึงเป็นความสมบูรณ์ในตัวเองว่าพรรค อนค. มีแนวทางในเรื่องนี้ มีแนวทางที่จะทำให้ประเทศไทยไม่อาจที่จะเงยหน้าเข้าสู่สังคมโลกได้อย่างสง่างามอีกต่อไป” นายธนพร กล่าว

(คลิกที่รูป)

 

 

 

 

.......................................................

16 มิถุนายน 2562

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน