*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3678
  • จำนวนผู้ชม : 2347598
  • จำนวนผู้โหวต : 520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 520 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 385 , 16:09:12 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         กลุ่มพรรคเล็กพรรคน้อยหรือกลุ่มส.ส.ภาคอิสานตอนบน ที่มีส.ส. 19 คนในพรรคพปชร.กำลังกรรโชกที่จะเอาตำแหน่งระดับ

รัฐมนตรีขึ้นมาบ้าง คนที่ปวดหัวก็คือ'บิ๊กตู๋'ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย แต่อันที่จริงตัว 'บิ๊กตู่' ที่ยังมีคสช.อยู่ในมือก็ไม่เดือดร้อน เพราะหากยัง

ตั้งครม.ใหม่ไม่ได้ คสช.ก็จะยังอยู่ได้ต่อไป แล้วค่อยไปดูเรื่องเลือกตั้งใหม่อีกที ดังรายงานข่าวว่า

“ภาคอีสานมี 20 จังหวัด กลุ่มโคราชดูอยู่ 5 จังหวัด ยังได้ตำแหน่งรัฐมนตรี แต่เราดู 15 จังหวัด ได้ ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ รวม 19 ที่นั่ง แต่ผู้ใหญ่ของพรรค ไม่มองความสำคัญดังกล่าวเลย เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะเอาตำแหน่งใด แต่ขอให้เป็นตำแหน่งบริหาร และไม่จำเป็นต้องเป็นผมก็ได้ เพราะให้ใครก็ได้ในกลุ่ม ส.ส.อีสานตอนบน ทางออกของเรื่องนี้ เราเสนอว่าต้องมีตัวแทนของ ส.ส.อีสานตอนบนเข้าไปนั่งเป็นฝ่ายบริหาร หากไม่เป็นเช่นนี้ เราก็จะทบทวนรูปแบบการทำงานร่วมกับพรรค พปชร.โดยจะมีการหารือกันถึงแนวทางในวันพรุ่งนี้"นายเอกราช​ กล่าว.

 

 

 

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'

 
 
   
 

    ใครก็อย่าไปโทษ "นายธนาธร" เลย! 
    ดูตามรูปการณ์แล้ว 
    คนพรรคอนาคตใหม่หรือตัวนายธนาธร ไม่ได้เป็น "ต้นคิด" หรือ "ต้นเรื่อง" แน่
    เป็น "ตาอยู่" นั่นละไม่แน่!
    แล้วก็เล่นบท "ไอ้ห้อย-ไอ้โหน" ตีกินไปตามน้ำ อย่างที่เห็น ผลีผลามโพสต์ "กะซวกทหาร" ซะเต็มตีน นั่นแหละ
    คือมันไม่น่าใช่ ที่ "แก๊งธนาธร" จะสามารถนำทัศนคติ "ชังชาติ-ชังสถาบัน" แทรกซึมเข้าถึงตัวนักเรียนได้
    ชนิด ถึงขั้น.....
    เปลี่ยน "พานไหว้ครู" เป็น "พาลการเมือง" โดย "ผู้บริหารโรงเรียน" คือครูบาอาจารย์ "ไม่รู้ (....เห็นเป็นใจ)" อะไรเลย!?
    ถามว่า "ผิดหรือ" ที่นักเรียนทำ?
    ตอบได้เลย "ไม่ผิด"!
    ทุกคนมี "อิสรภาพทางความคิด" สามารถแสดงออกได้ แต่การคิด-การแสดงออก นั้น
    ต้องอยู่บนฐานแห่ง "สัมมาทิฐิ" คือเห็นชอบตามทำนองคลองธรรม รู้ผิด-รู้ถูก, รู้ดี-รู้ชั่ว
    ต้องประกอบด้วยกาล คือ ให้สอดคล้อง "กาละ-เทศะ"
    และ "คิดอิสระ" นั้น.........
    ต้องอิสระ "ตามเหตุ-ตามผล" ไม่ใช่ตามคนชักนำ ตามปัจจัยล่อหลอก-หว่านล้อม
    ด้วยองค์ประกอบนี้ ผมจึงเห็นว่า ควรสนับสนุนให้เด็กๆ แสดงออกตามธรรมชาติแห่งวัย หมายถึง "ด้วยอิสระคิด" ของเขาจริงๆ
    คิดทำพานไหว้ครูแบบไหน ก็ให้คิดกันไป แสดงออกกันไป อย่าไปปิดกั้น-ตีกรอบความคิดเด็ก
    ประเทศ ๒๐ ปีข้างหน้า ในยุทธศาสตร์ ๔.๐ เราต้องเพาะพันธุ์ "อัจฉริยะคิด" ให้มีเต็มบ้าน-เต็มเมือง
    การจะเป็น "อัจฉริยะคิด" ได้ ต้องฝึกให้เด็กรู้จัก "คิดนอกครู" ให้เป็น
    "ผิด-ถูก" ช่างมัน........
    "ประสบการณ์" แต่ละขั้นตอนชีวิต จะเป็นทั้งดอกไม้และแส้โบยสู่ทาง "ปรับแก้" ในตัวของมันเองไปเรื่อยๆ
    ที่น่ากลัว คือ เด็กที่โตแบบ "ไม่มีความคิด" เป็นของตัวเอง เอาแต่ "คิดตาม-พูดตาม-ทำตาม"
    เจอครู "คิดดี-สอนดี" ก็โชคดีไป
    แต่ถ้าไปเจอครู "คิดเลว-สอนเลว" เด็กเหล่านั้นก็จะ "คิดเลว-ทำเลว-พูดเลว" ตาม
    "ศิษย์ดี" ของ "อาจารย์เลว"..........
    เท่ากับ เลว+เลว เป็นพันธุ์ "ผลไม้พิษ" กับบ้าน-กับเมือง!  
    ฉะนั้น ในทางเดียวกัน
    "ผู้ใหญ่" ต้องตั้ง "ทัศนคติบวก" ในการมองและการรับรู้สิ่งที่เด็กทำ
    "บวก" คือ อย่าไปเพ่งเล็ง "ผิด-ถูก" จากสิ่งที่เด็กแสดงออก
    ใช้ความใคร่ครวญแทน.........
    ใคร่ครวญให้เห็นถึง "ทัศนคติ-ความรู้สึก-นึกคิด" ของเด็กต่อเรื่องนั้นๆ
    ว่า อยู่บนฐาน สัมมาทิฐิ, บนฐานกาละ-เทศะ, บนฐานคิดอิสระมั้ย?
    แล้ว "ครูบาอาจารย์" ก็ใช้ความเป็น "พรหม" ของตน ลงตะไบ คืออบรมบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ ให้เป็นไปตามครรลอง
    เมื่อครู ผู้มีหน้าที่สอน สอนสมภาวะ
    นักเรียน ผู้มีหน้าที่เรียน เรียนสมภาวะ
    ที่จะโตไปเป็นนักศึกษาตามมหา'ลัย แล้วเที่ยวชักธงชาติไทยลง เอาธงอื่นชักขึ้นแทนอย่างที่มีมา จะไม่มีให้รกแผ่นดิน
    มีแต่คนรุ่นใหม่พันธุ์ "นวัตกรรรม" อัจฉริยะคิดสร้างชาติ!
    ที่มีคนมองผ่าน "พานไหว้ครู" แล้ววิตกกันว่า....
    อนาคตไทยท่าจะแย่ เพราะเด็กกำลังถูกล้างสมองให้ชังชาติ, ปฏิเสธสถาบัน
    แล้ว "คลานตาม" ประชาธิปไตยธนาธร ระบบปล่อยเงินกู้ในพรรคเก็บเกี่ยวกินดอก นั้นน่ะ
    วิตกได้ ถ้าวิตกนั้น แปลว่า "ไม่ประมาท"
    ทุกคน ผ่านการเป็นนักเรียนมาทั้งสิ้น นึกย้อนตอนเป็นนักเรียนประถม-มัธยมซิ
    การไหว้ครู เป็นพิธีกรรมแทน "กาย-วาจา-ใจ" กตัญญูรู้คุณต่อครู-อาจารย์ อันมีเฉพาะมวลหมู่มนุษย์ ไม่มีในสัตว์เดรัจฉาน
    นักเรียน "ทำเอง-รู้เอง" โดยตรงแต่แรกมั้ย?
    รู้...ในด้านพระคุณครู 
    ด้วย "สำนึก" แห่งมนุษย์
    แต่การแสดงออกซึ่ง "สำนึก" นั้น เป็นพิธีกรรม ที่ครู-อาจารย์ แต่ละชั้นเรียน แต่ละผู้บริหารโรงเรียน 
    ต้องคอยแนะ-คอยนำ ทุกขั้นตอนในทางปฏิบัติอยู่แล้ว 
    คือจะไม่รู้-ไม่เห็น ให้นักเรียนขึ้นช้าง-ลงม้า ตามใจชอบมาเห็นเอาตอน นักเรียน พรึ่บ...ทั้งห้อง ทั้งโรงเรียน เอาวันไหว้ครู แล้วบอก ผู้บริหาร ครู-อาจารย์ ไม่รู้ (เห็นเป็นใจ) 
    อย่างนี้ "ไม่มีหรอก"
    ถ้าจะพูด มันก็พูดได้ แต่คนเขาจะเชื่อมั้ย ผู้ได้ชื่อว่า "ครู" คิดเองละกัน! 
    ก็อย่างที่พูดไปแต่แรก............
    นักเรียนไม่มีอะไรผิด ดีเสียอีก ที่นักเรียน "มองโลก" แล้วรู้จัก "คิดนอกครู"
    หากแต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่เกิด นักเรียน "คิดนอกครู" เอง หรือมี "ครูคิดนอกคอก" แล้วให้นักเรียนนำเสนอออกหน้า?
    นี่...ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ 
    เรื่องนักเรียน "นอกคอก" เอง ผมไม่วิตก เพราะผมเชื่อความเป็นไทยในสายเลือดของเด็ก ยังไงๆ  ก็ "น้อยนัก" ที่จะนอกคอก
    กรณีพานไหว้ครูที่กลายเป็นพาลการเมือง เปิดประเด็นเป็นภาพ-ข่าว โดยสื่อโซเชียลบางสำนัก
    ความจริงแล้ว วันนั้น เป็นวันไหว้ครู ก็จัดพิธีไหว้ครูกันทุกโรงเรียน 
    เป็นร้อย-เป็นพันแห่ง "ทั่วประเทศ" สวยงาม เห็นแล้ว อดปีติ ชื่นชม ในตัวนักเรียนและครู-อาจารย์แต่ละโรงเรียนไม่ได้
    เป็นหน่อพันธุ์ประเสริฐแท้ๆ เห็นแล้ว ประทับใจจริงๆ ยังไงๆ ชาติไทย "คนขายชาติ" มีแค่เปลือกข้าวจากกระด้งฝัดเท่านั้น
    ก็มี "บางโรงเรียน" ไม่กี่โรงเรียน ในจำนวนเป็นร้อย-เป็นพัน ที่แปลงประเพณีไหว้ครูไปเป็น "ล้อการเมือง"
    ให้นักเรียนทำพานไหว้ครู "ชูธนาธร-ชังประยุทธ์" บ้าง เสียดสีระบบยุติธรรมบ้าง ประชาธิปไตย-เผด็จการบ้าง กระทั่งการโหวตนายกฯ แพ้ก็แปลว่าปล้น
    แล้วฉากสร้างจากโรงเรียน ๓-๔ แห่ง ก็ถูกสื่อแนวสร้างกระแส "ระบอบทักษิณ" ไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะเผด็จการทหารโกงฝ่ายประชาธิปไตย 
    ก็ระดมกันโพสต์ แชร์ เมนต์ "ทหารบุกโรงเรียน" ปิดกั้นความคิดเสรีนักเรียนกันยกใหญ่
    ที่เพริศแพร้วดีงาม "ร้อย-พัน" ไม่นำเสนอ
    ที่ทรามเพราะ "สร้างขึ้น" กลับเอามาขยายเพื่อขย่มสังคมชาติกันจมดิน-จมเลน
    ทั้งขบวนการ มากันพร้อมหน้า ไม่เว้นกระทั่งเพจ CSI LA ที่รู้ฐานกำพืดกันดี
    "อยากถามว่า คสช.และนักการเมืองขายตัวอายเด็กๆ บ้างไหม"
    แต่ผู้ใช้นาม Worawit Witaya นำมาถลกหนักจนเห็นเนื้อใน ขออนุญาตลอกมาแปะ ดังนี้
    เพจแดง ถาม คสช. อายไหม? ที่เด็กนักเรียนมาเดินขบวนพาเหรดแบบนี้?
    ตอบว่า #ไม่อายหรอกครับ เพราะครูเสี้ยมมา!!!
    ทำไมครูจึงเสี้ยม....? มีเหตุผลชัดเจนครับ!
    #ทำไมครูส่วนหนึ่ง จึงสอนนักเรียนเกลียดชังรัฐบาลนายกประยุทธ์ และรักรัฐบาลทักษิณ-ยิ่งลักษณ์
    ตอบ-เพราะในรัฐบาลทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ มีการโกงกันมากมาย ในโรงเรียน ก็มีการโกงมโหฬาร 
    เช่นนมโรงเรียน อาหารกลางวันนักเรียน ทุนนักเรียนยากจน #การสร้างสนามฟุตซอล มีผู้บริหารการศึกษาและครู ร่วมขบวนการ!!!
    การทุจริตมีการดำเนินการสอบสวนในยุครัฐบาลนายกประยุทธ์ ซึ่งพบความผิดเป็นกระบวนการใหญ่
    ซึ่งเมื่อสรุปคดี จะมีครู และผู้ใหญ่ในวงการศึกษา ต้องติดคุก นับร้อยคน
    ครู ที่มีความผิด...จึงต้องพยายามทุกทาง ที่จะต้องยุติการสอบสวนให้ได้ โดยหวังรัฐบาลใหม่ที่ไม่ใช่รัฐบาลนายกประยุทธ์ดำเนินการให้ เพราะคนที่ทำผิดคอร์รัปชันตัวจริงเป็นคนของพรรคเพื่อ.....(ขออนุญาตตัดออก-เปลว)!
    พรรคจึงจะต้องหาทางยุติเรื่องราวการสอบสวนด้วย!!!! จะด้วยการเปลี่ยน ป.ป.ช. เอาคนของตนเข้าไป หรือไม่ก็ตาม!
    #เราจึงเห็นนักเรียนโรงเรียนหลายแห่ง ออกมาทำพาน มาเดินพาเหรด โจมตีทหาร-โจมตีรัฐบาลนี้!!!!
    เด็ก แค่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ เท่านั้น!!!!!
    #คนที่น่าอายคือครู ที่ใช้เด็กเป็นเครื่องมือฟอกผิดตนเอง!!!!
    ครับ....
    ความจริงที่ใช่ เป็นอย่างไร ผมไม่ทราบ ทราบแต่ว่า ครูบางส่วน-บางพื้นที่ นั้น 
    ช่วงระบอบทักษิณครองอำนาจ โชติช่วงชัชวาลกันเหลือหลาย ระดับ ผอ.นี่ แต่ละปี เที่ยวยุโรปฟรีจนเบื่อ และ ๕-๖ ปีก่อน งบประมาณในเขตพื้นที่ศึกษาหลายแห่งส่อไม่สุจริต ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบ  สำนักข่าวอิศราเคยเผยแพร่ข่าวว่า........
    ".....ในการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ของ สพฐ.
    ที่ให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มูลค่ากว่า ๒๐๐ ล้านบาท นั้น 
    งบประมาณดังกล่าวได้มาจากการแปรญัตติของ ส.ส. ที่ระบุเป็นค่าก่อสร้าง-ปรับปรุง ซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งก่อสร้างที่ชำรุดทรุดโทรมที่ประสบอุบัติภัย 
    แต่ปรากฏว่า ได้นำไปดำเนินการก่อสร้างสนามฟุตซอล และเจาะจงส่งงบประมาณไปในจังหวัดที่กลุ่มการเมืองต้องการ..."
    ครับ.....
    อย่างนี้ด้วยหรือไม่ที่ "พานไหว้ครู" กลายเป็น "พาลการเมือง" ร่วมด้วยช่วยกัน
    ระหว่าง "บางครูกับคนการเมือง" นอกคอก?

ยังไม่จบ!ส.ส.อีสานพปชร.นัดสุมหัวกรรโชกเก้าอี้รัฐมนตรี

    
 

17 มิ.ย.62 -  นายเอกราช  ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ให้สัมภาษณ์ถึงความไม่พอใจที่แกนนำพรรค พปชร.ไม่จัดสรรตำแหน่งใดๆให้กับกลุ่มว่าภายหลังจากเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้แถลงข่าวถึงความไม่พอใจที่พรรค พปชร.ไม่ได้จัดสรรสัดส่วนตำแหน่งบริหารใดๆให้ทางกลุ่มนั้น จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆจากแกนนำพรรค พปชร.เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน 

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ ทางกลุ่มจะมีการประชุมร่วมกัน เพื่อหารือถึงแนวทางและกำหนดท่าที หากไม่ได้รับการตอบรับจากแกนนำพรรค พปชร. ซึ่งจะเป็นการประชุมภายใน ไม่แจ้งให้สื่อมวลชนรับทราบสถานที่ โดยจะมีการกำหนดท่าทีของกลุ่มและแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในโอกกาสต่อไป 

“ภาคอีสานมี 20 จังหวัด กลุ่มโคราชดูอยู่ 5 จังหวัด ยังได้ตำแหน่งรัฐมนตรี แต่เราดู 15 จังหวัด ได้ ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ รวม 19 ที่นั่ง แต่ผู้ใหญ่ของพรรค ไม่มองความสำคัญดังกล่าวเลย เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะเอาตำแหน่งใด แต่ขอให้เป็นตำแหน่งบริหาร และไม่จำเป็นต้องเป็นผมก็ได้ เพราะให้ใครก็ได้ในกลุ่ม ส.ส.อีสานตอนบน ทางออกของเรื่องนี้ เราเสนอว่าต้องมีตัวแทนของ ส.ส.อีสานตอนบนเข้าไปนั่งเป็นฝ่ายบริหาร หากไม่เป็นเช่นนี้ เราก็จะทบทวนรูปแบบการทำงานร่วมกับพรรค พปชร.โดยจะมีการหารือกันถึงแนวทางในวันพรุ่งนี้"นายเอกราช​ กล่าว.

'จุรินทร์'เผยปชป.ส่งชื่อ'7 ว่าที่รมต.'ถึงมือ'บิ๊กตู่'แล้ว

    
 


17 มิ.ย.62-​นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ 7 คน ให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ว่า  ตนได้ให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค มอบรายชื่อดังกล่าวไปแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา  สำหรับรายชื่อทั้ง 7 คน ยังไม่สามารถเปิดเผยจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 

ถามว่า เริ่มมีผู้ออกมาทักท้วงชื่อของนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค ที่จะเป็นรมช.สาธารณสุข จากกรณีคุณสมบัติการถือครองหุ้นสื่อ และกรณีของนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ที่จะเป็นรมช.มหาดไทย ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า  ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติที่มีกฎหมายกำกับอยู่ และเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งพรรคได้พิจารณาเบื้องต้นแล้วและเป็นมติพรรคแล้ว  

นายจุรินทร์ กล่าวถึงบุคคลที่เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะต้องลาออกจากตำแหน่งส.ส.หรือไม่ว่า เป็นเงื่อนไขที่พูดกันชัดเจนอยู่แล้วในที่ประชุมร่วมระหว่าง ส.ส.กับกรรมการบริหารพรรคว่าผู้ที่เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว จะต้องลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. เพื่อเลื่อนให้กับผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อที่อยู่ลำดับถัดไปให้ได้เป็น ส.ส. ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่พูดคุยกันชัดเจน แต่เงื่อนไขนี้ไม่ครอบคลุมถึงกรณีของส.ส.บัญชีรายชื่อที่ไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ ใช้เฉพาะกรณีของรัฐมนตรีเท่านั้น

ถามหลังจากนี้ไปพรรคจะยังมีแรงกระเพื่อมตามมาอีกหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะทุกคนทราบดีอยู่แล้ว และยอมรับมติพรรค จึงมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาใดตามมา จากนี้เป็นเรื่องที่พรรคต้องขับเคลื่อนงานของพรรค 3 มิติ คือ 1.ขับเคลื่อนโดยรัฐมนตรีของพรรค 2.ขับเคลื่อนโดยงานในสภาผู้แทนราษฎร และ3.ขับเคลื่อนโดยกรรมการบริหารพรรคและทีมอเวนเจอร์สที่จะนำผลสัมฤทธิ์ต่างๆในแต่ละภารกิจลงสู่พื้นที่ให้กับประชาชนทั่วประเทศ

ปชป.เปิดตัว'ปริญญ์'ลูกดร.ซุปนำทีมอะเวนเจอร์เศรษฐกิจทันใหม่

    
 

17 มิ.ย.62-ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวทีมอะเวนเจอร์เศรษฐกิจ หรือทีมเศรษฐกิจทันสมัยของพรรค โดยมีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคเป็นประธานคณะทำงาน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ประเทศทันสมัยทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยในทีมอะเวนเจอร์เศรษฐกิจทันสมัย ประกอบด้วย นายอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ รองประธาน Shell International กูรูด้านพลังงาน/ Green economy) เป็นเบอร์ 1 ของคนไทยในบริษัทเชลล์ เชี่ยวชาญด้านพลังงานสีเขียว ซึ่งนายอรรถได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคด้วย

นอกจากนี้ยังมี รศ.อักษรศรี พานิชสาส์น เชียวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน นางฮอลลี่ อัมระนันท์ นักรณรงค์การป้องกันรักษาโรคมะเร็งเต้านมและสิทธิสตรี นายสุริยะพงศ์ ทับทิมแท้ เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจแบ่งปัน Sharing Economy นายนาวี นาควัชระ ผู้เชียวชาญด้านเกษตรอินทรี นวัตกรรมชาวบ้าน นายสัญชัย​ พอพลี ผู้เชี่ยวชาญด้าน Blockchain น.ส.ปิยะดา ปุณณกิติเกษม ผู้เชี่ยวชาญด้าน กลยุทธ์การตลาด และโซเชียลมีเดีย นายปรมินทร์ อินโสม เป็นนักเขียนโค๊ดบล็อคเชน และนายสมศักดิ์ บุญคำ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิสาหกิจเพื่อสังคม ท่องเที่ยวชุมชน เป็นสตาร์ทอัพด้านการท่องเที่ยว

นายปริญญ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะลงพื้นที่แก้ปัญหาปากท้องประชาชน สร้างแรงงานฝีมือยุคใหม่ให้ทันสมัย ผ่านเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยจะดึงทีมอีคอมเมิร์ชมาเป็นโค้ชให้ชาวไร่ ชาวสวนสร้างตลาดใหม่ดึงราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น และเติมเต็มในส่วนอื่นๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้าน

“สังคมดีไม่มีขายถ้าอยากได้ต้องช่วยกันสร้าง จึงต้องขอบคุณทุกคนที่มาช่วยกันสร้างเศรษฐกิจทันสมัยกับพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นคลังสมองให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต”

หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย กล่าวว่า คณะทำงานชุดนี้จะมีบทบาทในการเสนอไอเดียระดมมันสมองคิดนโยบายที่เหมาะสม ตั้งเป้า3เดือน 6เดือน 9เดือน และ 12เดือน เช่นในระยะสั้นมีกฎหมายใดที่ไม่เป็นธรรม ทีมทำงานจะเข้าไปช่วยดู เช่น เว็บไซต์อะโคด้า เว็บไซค์บุ๊กกิ้ง เป็นต้น ที่ใช้ทรัพยากรในประเทศไทย มีกำไรมหาศาล แต่ไม่ต้องเสียภาษี ทั้งนี้ การทำงานของคณะทำงานชุดนี้จะขับเคลื่อนในส่วนของพรรคไม่เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายให้รัฐมนตรีของพรรคไปดำเนินการ

ล็อบบี้หยุดทวงเก้าอี้ เบรกกลุ่มด้ามขวานเคลื่อน พปชร.ส่งแกนนำถกดำรงค์

    
 


    รองโฆษก พปชร.วอนทุกฝ่ายให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจของนายกฯ ตั้ง ครม. เชื่อดูความเหมาะสม ยึดประโยชน์ประเทศชาติ จ่อส่งแกนนำเคลียร์ "ดำรงค์" มั่นใจยังอยู่ร่วมรัฐบาล กลุ่ม 13 ส.ส.ใต้ พปชร.ก่อหวอดทวงเก้าอี้บ้าง นัดเปิดวอร์รูม  “กลุ่มด้ามขวานไทย” 17 มิ.ย.นี้ เตือนถ้าไร้ รมต.ภาคใต้เตรียมสูญพันธุ์ "บิ๊ก พปชร." เต้น! สั่งสกัดไม่ให้รวมตัวทวงเก้าอี้ ปชป.ปัดขัดแย้งกัน อ้างถกเถียงเป็น ปชต.ภายในพรรค พท.เสี้ยม! นายกฯ ทิ้งพรรคเล็กก่อนเป็นงูเห่า เย้ยรัฐบาลเสื่อมหนัก ฟุ้งพลังคนรุ่นใหม่จะออกฤทธ์ให้ฝ่าย ปชต.เข้ามาฝ่าวิกฤติ
    เมื่อวันอาทิตย์ นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เรียกร้องพรรค พปชร.ขอร่วมงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามที่เคยตกลงไว้ หากไม่เป็นเช่นนั้นจะขอถอนตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ ว่า รายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะพิจารณาเพียงคนเดียว ดังนั้นควรให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจของนายกฯ เชื่อว่านายกฯ จะพิจารณาตามความเหมาะสม สำหรับบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวง จึงอยากให้ทุกฝ่ายยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก 
    นายธนกรกล่าวว่า ส่วนกรณีนายเอกราช ช่างเหล่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ระบุว่าภาคอีสานตอนบนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจัดสรรตำแหน่งนั้น ทางผู้บริหารของพรรคให้ความสำคัญกับทุกภาค และดูถึงความเหมาะสมเป็นหลักสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งต้องให้เกียรติในการตัดสินใจ ส่วนที่มีการรายงานว่านายเอกราชอยู่ในกลุ่มสามมิตรก็ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ไม่มีกลุ่มสามมิตรแล้ว มีแต่ พปชร.เพียงหนึ่งเดียว 
    "ตำแหน่งรัฐมนตรีมีจำกัด ย่อมมีคนผิดหวังและสมหวังเป็นธรรมดา แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะสามารถทำความเข้าใจกันได้ เพราะที่ผ่านมาทุกคนต่างก็ทำงานให้พรรคอย่างเต็มที่ เวลานี้ใครผิดหวังในการจัดตั้งรัฐบาล ใครจะออกมาเรียกร้องอะไร ก็อยู่กลุ่มสามมิตร การจะนำเสนออะไร หากสงสัยหรือไม่ชัวร์ก็โยนให้สามมิตร ผมว่าพอเถอะครับ เพราะเวลานี้เรามีเพียงอย่างเดียวคือพรรคพลังประชารัฐ อย่าโยงไปเรื่อย เพราะคนถูกกล่าวหาโจมตีคือแกนนำที่ไม่รู้เรื่อง และกลับกลายเป็นการโยนบาปทั้งที่เขามิได้กระทำ" นายธนกรกล่าว
    นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคพลังท้องถิ่นไทจะจับมือกับพรรครักษ์ผืนป่าฯ เพื่อกดดันแกนนำพรรค พปชร.ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีว่า พรรคพลังท้องถิ่นไทไม่มีเรื่องต่อรองขอตำแหน่งรัฐมนตรี ท่านอาจจะมองว่าตนมี 3เก้าอี้ ท่านมี 2 เก้าอี้ น่าจะสามารถรวมกันได้ แต่ตนยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่นายดำรงค์แถลงข่าวขอช่วยทำงานเกี่ยวกับดูแลทรัพยากร แต่หากไม่ได้จะเป็นฝ่ายค้านอิสระ อาจจะเป็นเพราะนายดำรงค์อยากเข้าไปทำงานในส่วนนั้น เนื่องจากมีความรู้ความชำนาญงานด้านนั้นอยู่ ในส่วนตนพูดตั้งแต่แรกแล้วว่าเราอยากให้ประเทศเดินหน้า และหวังอยากทำงานเพื่อประเทศเดินต่อไปก็พอใจแล้ว
     “ผมเข้าใจท่าน เพราะท่านมีความรู้ความชำนาญในเรื่องนี้ จึงอยากเข้าไปทำงานตรงนี้ แต่ตัวผมไม่มีอะไร ไม่ได้คิดถึงเรื่องตำแหน่งอะไร ยังยืนยันคำเดิมตั้งแต่แรก และช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้เจอท่านด้วย” นายชัชวาลล์กล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรค พปชร.ได้รับทราบข้อเรียกร้องของนายดำรงค์ แต่ยืนยันว่าโควตากระทรวงทรัพยากรฯ ยังคงเป็นของพรรคชาติไทยพัฒนา และก่อนหน้านี้ก็ได้ยื่นข้อเสนอให้นายดำรงค์เข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่นายดำรงค์เห็นว่านโยบายของพรรครักษ์ผืนป่าฯ ไม่ตรงกับพรรคชาติไทยพัฒนา จึงได้ปฏิเสธรับตำแหน่งดังกล่าว โดยพปชร.เตรียมส่งแกนนำเข้าหารือกับนายดำรงค์ในสัปดาห์หน้า พร้อมเชื่อว่า 2 เสียงของพรรครักษ์ผืนป่าฯ ยังคงอยู่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน    
    มีรายงานว่า แกนนำพรรค พปชร.ได้มีการพิจารณาเรื่องที่นายเอกราชออกมาแถลงข่าวแล้ว แต่เห็นว่าโผ ครม.ในส่วนของพรรคค่อนข้างจะนิ่งแล้วกว่าร้อยละ 90 แต่หากจะมีการทบทวนหรือพิจารณาจัดสรรรายชื่อใหม่ ต้องเป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ตัดสินใจ
13 ส.ส.ใต้ทวงเก้าอี้
    นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่า 13 ส.ส.ภาคใต้  ซึ่งเป็นกลุ่ม ส.ส.ด้ามขวาน ก็ไม่พอใจที่ทางกลุ่มไม่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งใดๆ ทั้งที่ได้ ส.ส.เข้ามาถึง 13 คน ทำให้ทางกลุ่ม ส.ส.ใต้เตรียมทวงถามความเป็นธรรมเช่นกัน โดยรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีในโควตาภาคใต้เบื้องต้นเสนอคือ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตสมาขิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หัวหน้าทีมเลือกตั้งภาคใต้ของพรรค 
    โดยนายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง พรรค พปชร. กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีของกลุ่มภาคใต้ 13 เสียงที่ไม่มีตำแหน่งใน ครม.ว่า ที่ผ่านมาเราอยู่แบบเงียบๆ ไม่เคยกดดันหรือต่อรองใดๆ ทางกลุ่มก็ได้ประสานกับทางผู้ใหญ่ไปเป็นการภายใน ด้วยหลักการและเหตุผล สาเหตุที่คนภาคใต้เลือกพรรค พปชร.เข้ามา เพราะเขาต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าไม่มีคนในสัดส่วนของภาคใต้เข้าไปนั่งบริหาร คงจะสู้เขาไม่ได้ เพราะตอนนี้ทั้งพรรคภูมิใจไทย (ภท.), พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดเต็มทั้ง 2 พรรค
    “หากยังปล่อยไว้แบบนี้ ผมมั่นใจว่าพลังประชารัฐจะสูญพันธุ์ที่ภาคใต้แน่นอน” 
    นายนิพันธ์กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 17 มิ.ย. เวลา 15.00 น. ทางกลุ่มจะมีการเปิดที่ทำงาน “กลุ่มด้ามขวานไทย” ที่แยกถนนพิชัย เพื่อเป็นสถานที่ทำงานของทางกลุ่ม ซึ่งมี ส.ส.13 คน รวมถึงจะมีการประชุมกำหนดท่าทีการทำงานกับพรรคด้วย
    อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำ มีรายงานว่าแกนนำรัฐบาล คสช.และแกนนำพรรค พปชร. หลังทราบข่าวว่ากลุ่มด้ามขวานไทยจะมีการนัดหารือ ส.ส.ภาคใต้ทั้งหมด เพื่อทวงโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี ก็ทำให้มีการประสานไป ส.ส.เขตรายตัว เช่น ส.ส.สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง เพื่อขอให้ยุติการเคลื่อนไหวไว้ก่อน โดยมีการประสานผ่านผู้ใหญ่บางคนในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงคนที่อยู่ในฝ่ายรัฐบาลที่เคยไปช่วยหาเสียงให้ในพื้นที่ เพื่อขอให้ช่วยพูดกับ ส.ส.กลุ่มด้ามขวานไทย ไม่ให้มารวมตัวกันที่กรุงเทพฯ และเปิดแถลงข่าวเรียกร้องเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะจะเป็นการกดดันนายกฯ 
    โดยก่อนหน้านี้ ในการหารือกันของกลุ่มด้ามขวานไทย ที่ได้เริ่มทยอยเข้ากรุงเทพฯ แล้วตั้งแต่ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. บางคนเสนอว่าควรประสานไปยัง พ.อ.สุชาติ แกนนำกลุ่ม ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นตท.12 กับ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้ พ.อ.สุชาติไปคุยกับพล.อ.ประยุทธ์เป็นการส่วนตัวว่าควรให้โควตาเก้าอี้รมต.กับกลุ่มภาคใต้ด้วย     
    ช่วงค่ำ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า พรรคพลังประชารัฐ จะทำหน้าที่ให้เหมือนวันเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันการทำหน้าที่ตามนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชน โดยไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นภาคอะไร อย่างที่ผมเคยกล่าวไว้ พรรคจะทำหน้าที่เพื่อประชาชนทุกคนทั่วประเทศ ดังนั้น สมาชิกของพรรคทุกคนจึงมีหน้าที่เดินเข้าหาพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ ให้เหมือนวันเลือกตั้งที่เขามอบความไว้วางใจมอบคะแนนเสียงให้กับเรา ทำหน้าที่ประสานนโยบายจากรัฐบาลไปสู่พี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันต้องยึดมั่นการทำหน้าที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน นำเสนอเรื่องราวความเดือดร้อนของเขาให้พรรคได้รับทราบ เพื่อจะหาทางช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่อไป วันนี้พรรคได้กำหนด 12 นโยบายตามร่างนโยบายรัฐบาลในส่วนของพรรคแล้ว ซึ่งนโยบายเหล่านั้นครอบคลุมการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน    
    ด้านนายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการทำหนังสือเวียนเพื่อสลับโควตารัฐมนตรีในพรรค ระหว่างนายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กับนายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่าเป็นความพอใจของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ความขัดแย้งหรือแย่งตำแหน่งกัน จากเดิมที่ประชุม ให้นายนิพนธ์เป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และให้นายจุติเป็น รมช.มหาดไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างไม่ถนัดในตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย เกรงว่าจะทำผลงานให้พรรคได้ไม่เต็มที่ จากนั้นได้ไปนั่งคุยกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ที่ห้องของนายสุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรค นี่คือที่มาของหนังสือเวียน ซึ่งทุกท่านก็พูดคุยอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่เห็นจะขัดแย้งกัน
     เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าว กปปส.ยึด ปชป.ไม่สำเร็จแล้วป่วน นายอิสสระกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องสัดส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีที่ออกมาตนไม่ได้เคยโวยวายอะไร เมื่อพรรคเห็นชอบแล้วก็จบ เราเคารพมติพรรค โดยเฉพาะคนที่ในการอภิปราย มันเป็นเรื่องธรรมดาก็ต้องพูดกัน ที่ตนพูดมากในวันประชุมคือทักท้วงว่าทำไมในภาคอีสานถึงไม่ได้โควตารัฐมนตรี ทั้งที่ได้ ส.ส.เขตถึง 2 คน ที่ จ.อุบลราชธานี คือนายวุฒิพงษ์ นามบุตร และ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ตนท้วงติงขอความเป็นธรรมให้คนอุบลฯ แค่เรื่องนี้ เมื่อที่ประชุมชี้แจงแล้วตนก็จบ
กปปส.ปัดป่วน ปชป.
    "ขอให้ไปย้อนดูการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ว่าเหตุใดผมในฐานะอดีต กปปส.ถึงไม่ไปสนับสนุน นพ.วรงค์ ร่วมกับนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา แต่ช่วยนายอภิสิทธิ์ จนกระทั่งได้รับชัยชนะ จึงไม่ใช่เรื่อง กปปส.ป่วน เพราะภารกิจ กปปส.จบไปตั้งแต่ 22 พ.ค. 57 ไม่ทราบว่าฝ่ายไหนที่พยายามตอกลิ่มพรรคให้เกิดความขัดแย้งไม่เลิกราเสียที ขอให้หยุดเป็นอีแอบสักที" นายอิสระกล่าว 
    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า การประชุมร่วมระหว่าง ส.ส.กับคณะกรรมการบริหารพรรค ปชป.ทุกคนได้มีโอกาสซักถามข้อข้องใจต่างๆ จนเป็นที่พอใจ กระทั่งที่ประชุมมีมติอนุมัติรายชื่อออกมา 7 คน การที่คนในพรรคมีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันหลากหลาย ถือเป็นความเห็นต่าง และเป็นความสวยงามในระบอบประชาธิปไตยมากกว่า อย่ามองว่าเป็นความขัดแย้ง แต่นี่คือบรรยากาศความเป็นประชาธิปไตยภายในปชป. ซึ่งพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่มี และเชื่อว่าจะไม่มีคลื่นใต้น้ำ เพราะหลังจากนี้ทุกคนในพรรคต้องร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ส่วนพรรคต้องกำกับดูแลงานของรัฐมนตรีของพรรค  ขณะที่รัฐมนตรีแต่ละคนต้องมาชี้แจงงานของตัวเองที่ทำในกระทรวงนั้นๆ ต่อที่ประชุม ส.ส.ทุกวันอังคาร 
     ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ทางพรรคภูมิใจไทยจะส่งรายชื่อบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีทั้งหมดให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 17 มิ.ย. โดยขณะนี้รายชื่อทั้งหมดยังคงสามารถเปลี่ยนแปลงได้จนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะส่งถึงมือนายกฯ 
    เมื่อถามกรณีที่มีกระแสข่าวนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค จะไม่ได้ดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ   นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเพียงกระแสข่าว ซึ่งไม่ทราบว่ามาจากไหน แต่ก็เข้าใจ เพราะตำแหน่งมีน้อย และคนมีมาก จึงมีการปล่อยข่าวออกมาแบบนี้ รายชื่อที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ก็มีถูกบ้างผิดบ้าง แต่ยังไม่ถูกทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะทางพรรคจะพิจารณาความเหมาะสมจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนส่งนายกฯ 
    สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน 8 ตำแหน่งนั้น คาดว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค จะดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จะดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สามีนางนาที รัชกิจประการ เหรัญญิกพรรคและแม่ทัพภาคใต้ จะดำรงตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ คาดว่านายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค จะดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค จะตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์, น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รองหัวหน้าพรรค จะดำรงตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จะดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์
'บิ๊กตู่'ไม่ปรับตัวไม่รอด
          นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า วันนี้ยังยืนยันว่าทั้ง 10 พรรคเล็ก ไม่มีการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีกับรัฐบาล เพราะเราต้องการสร้างการเมืองใหม่ การตัดสินใจอยู่ที่นายกฯหากเห็นว่าพรรคเล็กมีความเหมาะสมแล้วให้ตำแหน่งมาเราก็รับ ทั้งนี้ หากพรรคใดพรรคหนึ่งได้ตำแหน่ง เราก็ตกลงกันแล้วว่าจะไม่มีการอิจฉาริษยากัน แต่จะขอบคุณรัฐบาลที่เห็นความสำคัญของพวกเรา ถ้านายกฯ ไม่สามารถจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับเราได้ กลุ่ม 10 ยังยืนยันที่จะสนันสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปอย่างแน่นอน 
    นพ.ระวีกล่าวว่า ในส่วนของงานในสภา ถึงแม้เราจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่จะเป็นพรรคฝ่ายค้านในรัฐบาล คือถ้าเห็นว่าเรื่องอะไรที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีทำผิด เช่น คอร์รัปชัน เราจะเตือนรัฐบาลก่อน หากรัฐบาลทำถูกทั้ง 10 พรรค ก็พร้อมจะสนับสนุน และเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐบาล เราจะสู้กับฝ่ายค้านให้ แต่หากรัฐบาลทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่ฟัง ไม่สนใจสิ่งที่เราเตือน เราก็พร้อมที่จะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล 
    เมื่อถามถึงอายุของรัฐบาลชุดนี้ นพ.ระวีกล่าวว่า เงื่อนไขที่รัฐบาลจะอยู่ยาวได้คือ 1.รัฐบาลต้องบริหารแบบซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส 2.ต้องทำงานเร็ว และ 3.ต้องทำงานเป็น หากทำได้ครบทั้ง 3 เงื่อนไขนี้ รัฐบาลอยู่ได้ครบ 4 ปี แต่ถ้าโกง ไม่ซื่อสัตย์สุจริต แค่ 6 เดือนก็อยู่ไม่ได้แล้ว ทั้งนี้ นายกฯ จะต้องปรับตัว ขณะนี้ฝ่ายค้านถือว่ามีพลังมาก เป็นเลือดคนรุ่นใหม่ คุมอำนาจของระบบออนไลน์ มีพรรคเพื่อไทย ที่คุมพื้นที่อย่างมหาศาล รัฐบาลจึงมีงานหนักมาก จะต้องมีการบริหารที่รวดเร็ว มีการประสานงานที่รวดเร็ว ถ้าไม่ปรับตัวไม่ถึงปีก็ไม่รอด และอยากให้นายกฯ จัดตั้งรัฐบาล คัดสรรคนที่ดีที่สุดเพื่อมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง พืชผลเกษตร  
    ส่วน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาและหัวหน้าศูนย์สื่อสารข่าวสารเฉพาะกิจ (ศสส.) พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ในระหว่างการรอคอย ครม.ใหม่ สังคมได้รับรู้แต่ข่าวสารที่ไม่เป็นมงคล 1.ตัวนายกฯ ถูกร้องเรียนว่าขาดคุณสมบัติ เรื่องนี้จะเป็นระเบิดเวลาใหญ่ในอนาคต 2.การอธิบายความว่าสมาชิกวุฒิสภาไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนเป็นเรื่องของผู้มีอำนาจที่จะแต่งตั้งกันเอง ผลปรากฏว่าเป็นยิ่งกว่าสภาผัวเมีย 3.ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 41 คนถูกร้องเรียนว่าขาดคุณสมบัติเพราะไปถือหุ้นสื่อ หากหลุดจากตำแหน่งก็จะส่งผลให้รัฐบาลมีเสียงข้างน้อยทันที 4.สื่อต่างประเทศหลายสำนักออกข่าวไปทั่วโลกว่า ไทยเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม และ 5.ข่าวสารตัวบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีล้วนเป็นบุคคลที่ฝากความหวังไว้ด้วยยาก เพราะไม่มั่นใจในฝีไม้ลายมือ 
    "ความเสื่อมทั้งหมดมาจากตัวผู้นำของเรา มาจากกลุ่มการสืบทอดอำนาจ และได้รับชัยชนะการเลือกตั้งมาจากการฉ้อฉล ขนาดใช้เล่ห์เพทุบายเต็มรูปแบบแล้วยังได้ ส.ส.แค่เสียงปริ่มน้ำ ทำให้เป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพขาดการยอมรับทั้งภายในและต่างประเทศ คาดการณ์ต่อไปได้เลยว่าในระยะเวลาอันใกล้นี้ ก็จะพลิกผันกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่มีใครอยากทำงานร่วมกับเผด็จการ ถ้าไม่ถูกบังคับขู่เข็ญ ในระยะเวลาอันใกล้นี้กระแสสังคมจากพลังประชาชนคนรุ่นใหม่ที่รักประชาธิปไตยจะออกฤทธิ์แรงขึ้นเรื่อยๆ จนผลักไสรัฐบาลและฝ่ายประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมจะเข้ามาแทนที่นำพาประเทศฝ่าฟันวิกฤติไปได้" พล.ท.ภราดรกล่าว
เสี้ยมนายกฯ หักพรรคเล็ก
          นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า กรณีพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์  
ออกมาแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีจนไม่สนใจสายตาของประชาชนผู้เสียภาษีที่จับจ้องมองอยู่ ปานประหนึ่งไม่เห็นหัวประชาชน ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ว่า หากรักประเทศจริง ต้องเด็ดขาดและกล้าตัดสินใจหักดิบ ยอมปล่อยทิ้งพรรคการเมืองบางพรรคบ้างก่อนที่จะโดนงูเห่าฉก สุภาษิตโบราณก็ชัดเจนอยู่ว่าชาวนากับงูเห่าเป็นอย่างไร แม้พวกต่อรองเก้าอี้จะอกหักไม่ได้รัฐมนตรีอะไรเลย ก็จะไม่สามารถกลับมาเป็นฝ่ายค้านที่สง่างามและสมศักดิ์ศรีได้อีกต่อไป เพราะวันนี้ประชาชนรู้เช่นเห็นชาติและเอือมระอากับพรรคการเมืองเหล่านี้มากพอแล้ว 
    "แค่พรรคร่วมและพรรคจิ๋ว หากมองความไม่ลงรอยที่เกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐที่กลุ่ม ส.ส.อีสาน ออกมาแข็งข้อ คือสิ่งผิดปกติของการเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติของการฟอร์ม ครม.ตู่ 2 อย่างยิ่ง ขอให้ประชาชนที่เลือกพรรคเหล่านี้ให้จดแปะข้างฝาไว้ว่าเขาหักหลังอะไรท่านไว้  เลือกตั้งคราวหน้าท่านจะได้ใช้เสียงของท่านลงโทษคนทรยศต่ออุดมการณ์" นายจิรายุกล่าว 
    นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รายชื่อ รมต.ที่ออกมาไม่มีอะไรแปลกใหม่ เป็นรายชื่อของสมาชิก คสช. และกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ การเดินหน้านโยบายของรัฐบาลคงเป็นไปได้ยาก เพราะแต่ละพรรคต่างก็มีนโยบายของตัวเอง ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างทำ สุดท้ายอาจไปคนละทิศละทาง การที่รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้นานหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นกับฝ่ายค้านในสภา แต่อยู่ที่ฝ่ายรัฐบาลกันเองที่จะเป็นตัวแปล เพราะวันนี้คณะรัฐมนตรียังไม่ออกมา แต่มีการปล่อยข่าวให้ร้ายกันแล้ว 
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรค พท. กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะมุ่งมั่นทำงานอย่างสร้างสรรค์ ไม่ตีรวน จะยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญจะนำพาประเทศชาติและประชาชนออกจากการเมือง retro ย้อนยุคกลับมาเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล ยึดโยงกับประชาชน
      รายงานเปิดเผยว่า สำหรับการคัดเลือกกรรมการบริหารพรรค พท.ชุดใหม่ เพื่อให้ได้หัวหน้าพรรคที่จะต้องเป็น ส.ส.มาเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค ได้ลิสต์รายชื่อ กก.บห.ชุดใหม่ไว้แล้ว และเชิญคนรุ่นใหม่ทางการเมืองมาหารือ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการทำงานพรรคและงานด้านสภา ที่จะต้องทำควบคู่กัน ในส่วนของ กก.บห.ชุดใหม่ จะเป็นตัวจริง มีอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาเหมือนที่ผ่านมา มีส่วนผสมของอดีต ส.ส.ที่มีประสบการณ์การเมือง และ ส.ส.ปัจจุบัน รวมทั้งมีการวางอัตราส่วนคนรุ่นใหม่กับผู้มีประสบการณ์อัตราส่วนอย่างละครึ่งของ กก.บห.ทั้งหมด ตำแหน่งโฆษกพรรค ทางแกนนำพรรคอยากให้คนมาทำหน้าที่นี้เป็นส.ส. เพื่อทำหน้าที่ชี้แจง ตอบโต้ทางการเมืองผ่านทั้งเวทีสภาและเวทีนอกสภาได้ในคราวเดียวกัน 
    ขณะที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค จะตัดสินใจลาออกในเร็ววันนี้ เพื่อให้รักษาการหัวหน้าพรรคเรียกประชุม ส.ส.และสมาชิกพรรคลงมติเลือกหัวหน้าและ กก.บห.ชุดใหม่ ที่จะทำให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือน มิ.ย.

 

"ทีมธนาธร" ลุยอุดรธานี ประกาศจะช่วยกระจายอำนาจ

    

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยทีม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่ นายคารม พลพรกลาง, นายพิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์, นายนิติพล ผิวเหมาะ เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และร่วมเสวนารับฟังปัญหาของประชาชนในจังหวัด พร้อมทั้งกล่าวในหัวข้อ "วิสัยทัศน์อนาคตใหม่ต่อการเมืองท้องถิ่น" มีประชาชนที่สนใจเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก โดยเริ่มต้น นายธนาธร กล่าวถึงปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ที่ไม่มีอำนาจ ไม่มีงบประมาณ และไม่มีกำลังคน โดยยกตัวอย่างการจัดการขยะ, การจัดการเรื่องผังเมือง, การคมนาคมขนส่ง, การแปรรูปสินค้าเกษตรที่จะช่วยเพิ่มมูลค่า รวมถึงงานในด้านวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่ได้ 

นายธนาธร กล่าวว่า อำนาจในการบริหารจัดการอุดรธานี เป็นของคนที่นี่โดยกำเนิด แต่ทว่ากลับถูกส่วนกลางดึงเอาไป ชัดเจนตั้งแต่รัฐประหาร 2549 จนกระทั่งรัฐประหาร 2557 และมาจนถึงวันนี้ คิดว่านานเกินไปแล้ว ต้องกระจายอำนาจ ต้องยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์ ซึ่งนั่นก็คือทำให้อำนาจเป็นของท้องถิ่น ให้ท้องมีอำนาจในการจัดสรรตัวเอง ออกแบบผังเมืองด้วยตัวเองได้ เก็บภาษีด้วยตัวเองได้ ขีดเส้นป่าแบ่งที่ดินทำกินด้วยตัวเองได้ บริหารโรงเรียนบริหารโรงพยาบาลได้ด้วยตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม การกระจายอำนาจกับรัฐที่เป็นประชาธิปไตยต้องไปในทางเดียวกัน การกระจายอำนาจจะทำสำเร็จได้ต้องผลักดันประชาธิปไตยให้เกิดขึ้น ตนขอยืนยันอีกครั้งว่า พรรคอนาคตใหม่ต้องการมีอำนาจไม่ใช่เพื่ออำนาจ แต่ต้องการเพื่อเอานี้กลับคืนให้เจ้าของที่แท้จริงนั่นก็คือชุมชน ท้องถิ่น

"สำหรับโร้ดแม็ปในการทำงานของพรรคอนาคตใหม่จากนี้ไป เราจะเริ่มด้วยการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ใน 2 มาตรา คือ  272 และม 279 แล้วต่อด้วยเรื่องของปัญหาพี่น้องประมงที่ไปรับฟังมาหลายพื้นที่ จากนั้น ปลายปีจะผลักดันเรื่องยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และเมื่อถึงต้นปี พรรคอนาคตใหม่จะเริ่มผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจ เราจะเริ่มเดินหน้ายุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์อย่างจริงจัง พี่น้องประชาชนสนับสนุนเราในเรื่องไหน อยากให้ช่วยกันรณรงค์ กดไลก์ กดแชร์ บอกต่อ พูดกับเพื่อน พูดกับญาติพี่น้อง เพราะถ้าเรารณรงค์อย่างแข็งขันพอ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลอาจจะมาร่วมกับเราก็ได้" นายธนาธร กล่าว 

วิโรจน์ จ่อไขก๊อก เปิดทางเพื่อไทยเลือกหัวใหม่

    
 

16 มิ.ย. 2562 รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า สำหรับการคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เพื่อให้ได้หัวหน้าพรรคที่จะต้องเป็นส.ส.มาเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ลิสต์รายชื่อกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ไว้แล้ว และเชิญคนรุ่นใหม่ทางการเมืองมาหารือ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการทำงานพรรคและงานด้านสภาฯที่จะต้องทำควบคู่กัน

ในส่วนของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จะเป็นตัวจริงมีอำนาจในการตัดสินใจไม่ใช่แค่ตุ๊กตาเหมือนที่ผ่านมา มีส่วนผสมของอดีตส.ส.ที่มีประสบการณ์การเมือง และส.ส.ปัจจุบัน รวมทั้งมีการวางอัตราส่วนคนรุ่นใหม่กับผู้มีประสบการณ์อัตราส่วนอย่างละครึ่งของกรรมการบริหารทั้งหมด ตำแหน่งโฆษกพรรค ทางแกนนำพรรคอยากให้คนมาทำหน้าที่นี้เป็นส.ส. เพื่อทำหน้าที่ชี้แจง ตอบโต้ทางการเมืองผ่านทั้งเวทีสภาฯ และเวทีนอกสภาฯได้ในคราวเดียวกัน

ขณะที่พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะตัดสินใจลาออกในเร็ว เพื่อให้รักษาการหัวหน้าพรรคเรียกประชุมส.ส.และสมาชิกพรรค ลงมติเลือกหัวหน้าและกก.บห.ชุดใหม่ ที่จะทำให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนมิ.ย.

 (คลิกที่รูป)

 

 

 

 

.........................................................

เปิดโผล่าสุด! "ชาดา" ส่งน้องสาว เสียบแทน "รมช.เกษตร"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV

17 มิถุนายน 2562 12:35

 
ปรับขนาดตัวอักษร

รายงานข่าวจาก พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า ภายหลังจากที่นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีส่วนดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ขู่จะทบทวนบทบาท หลังถูกเมินไม่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งที่กวาดคะแนนได้จำนวนไม่น้อย ทั้งนี้แหล่งข่าวระดับสูงในพรรคเปิดเผยว่า ทางแกนนำของพรรคได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว แต่การโผครม. ในส่วนของพรรค ค่อนข้างจะนิ่งแล้ว หากพิจารณาจัดสรรรายชื่อใหม่ ต้องเป็นอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตัดสินใจ

ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า 13 ส.ส.ภาคใต้ ของพปชร. ก็เกิดความไม่พอใจ ที่ ทางกลุ่มไม่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งใดๆ ทั้งที่ได้สามารถชนะเลือกตั้งได้ส.ส.ตั้ง 13 คน จึงเตรียมทวงถามความเป็นธรรมเช่นเดียวกัน โดยรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีในโควตาภาคใต้เบื้องต้น มีเสนอชื่อ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล หัวหน้าทีมเลือกตั้งภาคใต้ของพรรค ซึ่งเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น12 รุ่นเดียวกับพล.อ.ประยุทธ์

นายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง พรรคพปชร. กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราอยู่แบบเงียบๆ ไม่เคยกดดัน หรือต่อรองใดๆ ทางกลุ่มก็ได้ประสานกับทางผู้ใหญ่ไปเป็นการภายใน ด้วยหลักการและเหตุผล ขอยืนยันว่าเราไม่เคยไปกดดันอะไร เพราะสาเหตุที่คนภาคใต้เลือกพรรคพลังประชารัฐเข้ามาเพราะเขาต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าไม่มีคนในสัดส่วนของภาคใต้เข้าไปนั่งบริหารก็คงจะสู้เขาไม่ได้ เพราะตอนนี้ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ก็จัดเต็มทั้ง 2 พรรค

"หากยังปล่อยไว้แบบนี้ ผมมั่นใจว่าพลังประชารัฐจะสูญพันธุ์ที่ภาคใต้แน่นอน" นายนิพันธ์ กล่าว และว่าในวันที่ 17 มิ.ย. เวลา 15.00 น. ทางกลุ่มจะมีการเปิดที่ทำการกลุ่มด้ามขวานไทย ที่แยกถนนพิชัย เพื่อเป็นสถานที่ทำงานของทางกลุ่ม ซึ่งมี ส.ส. 13 คน รวมถึงจะมีการประชุมกำหนดท่าทีการทำงานกับพรรคด้วย

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพปชร. กล่าวถึงกรณีที่มีการรายงานข่าวว่า นายเอกราชอยู่ในกลุ่มสามมิตรนั้นก็ไม่เป็นความจริง นายเอกราชไม่ได้อยู่ในกลุ่มสามมิตร ขณะนี้ไม่มีกลุ่มสามมิตรแล้ว มีแต่พลังประชารัฐเพียงหนึ่งเดียว อย่างไรก็ตามตำแหน่งรัฐมนตรีมีจำกัด ย่อมมีคนผิดหวังและสมหวังเป็นธรรมดา ยืนยันว่ากลุ่มสามมิตรไม่เคยมีปัญหา และพร้อมเคารพการตัดสินใจของนายกฯ แต่ที่ผ่านมามีความพยายามโยงกลุ่มสามมิตรกับทุกเรื่องให้เสียหายอยู่ตลอดจ่อส่งแกนนำคุย"ดำรงค์"

นอกจากนี้รายงานว่าแกนนำพรรคพปชร. ได้รับทราบข้อเรียกร้องของ นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย แต่ยืนยันว่าโควตากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นของพรรคชาติไทยพัฒนา และก่อนหน้านี้ก็ได้ยื่นข้อเสนอให้ นายดำรงค์ เข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่นายดำรงค์ เห็นว่านโยบายของพรรครักษ์ผืนป่าฯไม่ตรงกับพรคชาติไทยพัฒนา จึงได้ปฏิเสธรับตำแหน่งดังกล่าว โดยพปชร.เตรียมส่งแกนนำเข้าหารือกับนายดำรงค์ ในสัปดาห์หน้าพร้อมเชื่อว่า2เสียงของพรรครักษ์ผืนป่าฯ ยังคงอยู่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน

ขณะที่ นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวกรณีที่มีกระแสข่าวพรรคพลังท้องถิ่นไท จะจับมือกับพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เพื่อกดดันแกนนำพรรคพปชร. ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี ว่า ไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยได้พูดคุยประเด็นนี้กับนายดำรงค์ พิเดช แต่อย่างใด ส่วนตัวแล้วก็รู้สึกเห็นใจ เพราะนายดำรงค์เป็นคนมีความรู้ความสามารถ เคยทำงานเกี่ยวกับดูแลทรัพยากรป่าไม้มาตลอด ก็เลยอยากจะเข้าไปทำงานรับใช้ประเทศชาติดูแลเรื่องนี้ เท่านั้นเอง

"ชาดา" ส่งน้องสาว เสียบแทน "รมช.เกษตร"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทย 8 ตำแหน่งว่า ทางพรรคภูมิใจไทยจะส่งรายชื่อบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีทั้งหมดให้กับพล.อ.ประยุทธ์ ในวันนี้ (17 มิ.ย.) โดยขณะนี้รายชื่อทั้งหมดยังคงสามารถเปลี่ยนแปลงได้จนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะส่งถึงมือนายกฯ

ส่วนกระแสข่าวนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค และส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย จะไม่ดำรงตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์นั้น คาดจะส่งน้องสาว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รับตำแหน่งแทน

สำหรับรายชื่อที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้นั้นว่าจะมีใครในพรรคภูมิใจไทยได้ตำแหน่งรัฐมนตรีบ้างนั้นก็มีถูกบ้างผิดบ้าง แต่ยังไม่ถูกทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะทางพรรคจะพิจารณาความเหมาะสมจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนส่งนายกฯ

"อิสสระ" อัดพวกอีแอบปล่อยข่าวตอกลิ่มให้ด่ากัน

นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ปชป.ไม่มีความขัดแย้ง แม้มีการทำหนังสือเวียนเพื่อสลับรัฐมนตรีในพรรค ระหว่างนายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กับนายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะการสลับตำแหน่งเป็นความพอใจของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่ความขัดเเย้ง หรือเเย่งตำแหน่งกันเพราะหลังจากที่ประชุมเห็นชอบ ทั้ง 7 ตำแหน่งแล้ว ปรากฏว่านายนิพนธ์ มาหาตนบอกว่าไม่ถนัดงานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ถนัดงานกระทรวงมหาดไทย ทำงานท้องถิ่นมาตลอดใน 3 จังหวัดชายเเดนภาคใต้ ถ้าสลับสับเปลี่ยนกับนายจุติ ก็คงจะดี

"นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ไม่กล้าเปลี่ยน เพราะเกรงใจที่ประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนที่อภิปรายในที่ประชุมไว้มาก ตนจึงบอกว่าถ้าเป็นความพอใจของผู้สลับตำแหน่ง ก็ไม่ขัดข้อง จากนั้นได้ไปพูดคุยกับนายจุรินทร์ ที่ห้องของ นต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรค นี่คือที่มาของหนังสือเวียน ซึ่งทุกท่านก็พูดคุยอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่เห็นจะขัดแย้งกัน"

ตนขอชี้เเจงกรณีที่มีกระเเสข่าวว่ากลุ่มส.ส.ที่เป็นอดีตกปปส. จะกลับมายึดพรรคนั้น ไม่เป็นความจริง ถ้าจะมาบอกว่า กปปส.จะมายึดพรรค ก็ขอให้ไปย้อนดูการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ว่าเหตุใดตนในฐานะอดีตกปปส. ถึงไม่ไปสนับสนุนนพ.วรงค์ ร่วมกับนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา แต่ช่วยนายอภิสิทธิ์ จนกระทั่งได้รับชัยชนะ

"บิ๊กป๊อก"รอนายกฯเคาะคัมแบ็คมท.1

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีมีชื่ออยู่ในโผคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในตำแหน่งเดิมว่า นายกฯยังไม่ได้พูดเต็มปาก ขอให้รอนายกฯ ได้ใช้เวลาพิจารณาดูเรื่องความเหมาะสมก่อน ว่าจะให้ใครทำงานที่ใด เพราะต้องหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆด้วย ส่วนบุคคลที่จะมาเป็นรมช.มหาดไทยจะสานต่อการทำงานได้หรือไม่นั้น คิดว่าพรรคต่างๆ ก็คงพิจารณาบุคคลมาแล้ว จึงเชื่อมั่นว่าจะทำงานได้อย่างแน่นอน โดยร่วมมือกันทำงานตอบสนองให้ประชาชนโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจฐานรากให้มีการกระจายรายได้ให้ดีขึ้น

"พรรคเล็ก"แนะ"บิ๊กตู่"ปรับตัว

นพ.ระวี มาศฉมาดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะสมาชิกกลุ่ม 10 พรรคเล็ก เปิดเผยว่า ยืนยันว่าทั้ง 10 พรรคเล็ก ไม่มีการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีกับรัฐบาล เพราะต้องการสร้างการเมืองใหม่ โดยการตัดสินใจอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถ้าหากเห็นว่าพรรคเล็กมีความเหมาะสมแล้วให้ตำแหน่งมา ทางกลุ่มก็รับ

"หากพรรคใดพรรคหนึ่งได้ตำแหน่ง เราก็ตกลงกันแล้วว่าจะไม่มีการอิจฉาริษยากัน แต่จะขอบคุณรัฐบาลที่เห็นความสำคัญของพวกเรา แต่ถ้านายกฯ ไม่สามารถจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับเราได้ กลุ่ม 10 พรรคเล็กยังยืนยันที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปอย่างแน่นอน" นพ.ระวีกล่าว

สำหรับนายกรัฐมนตรีจะต้องปรับตัว เพราะลีลานายกรัฐมนตรีของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับลีลาของนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตยต่างกัน ขณะที่ฝ่ายค้านถือว่ามีพลังมาก เป็นเลือดคนรุ่นใหม่ คุมอำนาจของระบบออนไลน์ มีพรรคเพื่อไทยที่คุมพื้นที่อย่างมหาศาล รัฐบาลจึงมีงานหนักมากที่ต้องบริหารงานและประสานงานอย่างรวดเร็ว ต้องปรับตัว ถ้าไม่ปรับตัว ไม่ถึงปีก็ไม่รอด

 ......................................................

17 มิถุนายน 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน