*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2632382
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 493 , 15:34:23 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         คนพูดจาโกหกซ้ำซาก ฟังแล้วน่ารำคาญชวนวิวาท จึงทางที่ดีก่อนฟังคนผู้นั้นพูดก็ควรจะทำใจเอาไว้ก่อนเป็นดี ที่เราเห็นเป็น

ประจำที่ผลัดกันออกมาพูด คือ ปิยะบุตรกับนายธนาธรนั่นเอง

 

กเฬวรากลี้ภัยใจคด

    
 

               วานนี้...

 

                เป็นวัน World refugee day

                คือ...สหประชาชาติ ประกาศให้เป็นวันผู้ลี้ภัยโลก

                ความหมายของ "ผู้ลี้ภัย" คือผู้ที่ถูกกดขี่ ไล่ล่า

                หรือตามสังหารในประเทศบ้านเกิดของตนเอง

                มาจากหลายสาเหตุ เช่น ปัญหาทางเชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา

                หรือความคิดเห็นทางการเมือง

                ผลส่งให้ต้องลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศที่รับผู้ลี้ภัย

                บังเอิญว่ามีคนเรียกร้องให้อัญเชิญผู้ลี้ภัยสัญชาติไทยกลับบ้านเกิด

                "นคร มาฉิม" ที่นักข่าวเรียกว่า "มาชิน" บอกว่ามีคนไทยจำนวนไม่น้อย ต้องลี้ภัยทางการเมือง

                ควรเชิญกลับมาตุภูมิ ช่วยสร้างบ้าน พัฒนาเมือง

                ก็น่าสนใจ!

                มีคนเก่ง ใครบ้างที่ลี้ภัยและสมควรเทียบเชิญให้กลับมาช่วยชาติ

                ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล "มาชิน" มีลิสต์รายชื่อมาเรียบร้อย

                ".....ตั้งแต่มีการอภิวัฒน์สยาม ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ จวบจนบัดนี้สงครามการต่อสู้ยังดำรงอยู่

                ส่วนใหญ่ฝ่ายเผด็จการจะชนะเพราะยึดกุมอำนาจรัฐ

                มีกำลังอาวุธ มีนายทุน ขุนศึก ศักดินา อำมาตย์ ข้าราชการระดับสูง องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ

                ใช้ยึดอำนาจ พิพากษาจำคุกผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยหัวก้าวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                ผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยต้องลี้ภัยทางการเมืองจากสงคราม ๒ ระบอบมีมาตลอด

                เช่น ดร.ปรีดี พนมยงค์

                ดร.ทักษิณ ชินวัตร

                นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

                นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

                ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย

                ดร.สุนัย จุลพงศธร

                อาจารย์สุรชัย แซ่ด่าน

                อาจารย์ชูพงศ์ ถี่ถ้วน

                นายจอม เพชรประดับ

                และวีรชนฝ่ายประชาธิปไตยอีกหลายๆ ท่าน ที่ต่อสู้เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย ต้องลี้ภัยทางการเมืองจากแผ่นดินแม่ไปอยู่ต่างประเทศ

                เหตุใดคนไทยจึงลืมพวกเขา ปล่อยให้วีรชนฝ่ายประชาธิปไตยต้องทนทุกข์ ทรมานในต่างแดน ใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก เพียงเพราะความคิดทางการเมืองและอุดมการณ์ต่างกัน

                เหตุใดสังคมไทย รัฐบาลไทย รัฐสภาไทย จึงไม่เสนอการนิรโทษกรรมให้แก่วีรชนฝ่ายประชาธิปไตยเหล่านั้น เชิญพวกเขากลับมาตุภูมิ ช่วยสร้างบ้าน พัฒนาประเทศไทยของเรา

                เพื่อประชาชน เพื่อประเทศไทย และเพื่อลูกหลานของเราทุกคน...."

                ครับ...นั่นคือรายชื่อผู้ลี้ภัย ที่อยู่ในข่ายนิรโทษกรรม

                ถามหน่อยเถอะ "มาชิน" ยังไม่เข็ดใช่มั้ย

                ที่จริงความคิดนี้อยู่ในหัวของสมุนทักษิณตลอดเวลา

                ไม่เว้น "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ที่เคยบอกว่า

                "ข้อหาทางอาญาที่จะเอาผิดทักษิณ ที่มีการกล่าวโทษไว้ในยุครัฐบาลทหาร ขอเสนอให้เอาเขากลับมา แล้วเปิดการไต่สวนเพื่อเอาผิดเขา และผู้พิพากษาต้องเป็นกลาง

                เขามีสิทธิ์ที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างบริสุทธิ์และยุติธรรม และหากผลของการพิจารณาคดี หรือศาลตัดสินว่าเขาผิดจริง เขาก็ต้องยอมรับคำตัดสินนั้น

                การตั้งข้อหาทักษิณและยิ่งลักษณ์มีแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งเขามองว่าไม่มีวันทำได้สำเร็จ แต่ควรนำทั้งสองคนกลับมารับการพิจารณาคดีภายใต้ระบบยุติธรรมที่เป็นอิสระ"

                ชุดความเชื่อนี้มีอยู่จริง

                อยู่ที่จะพูดกันตอนไหน

                กรณีของอาจารย์ปรีดีต้องยกออกไป เพราะไม่เกี่ยวข้อง และเป็นคนละบริบทกับการเมืองโกงทั้งโคตร

                ฉะนั้นรายชื่อที่เหลือ จะใช้คำว่า ลี้ภัยการเมือง ดูจะเป็นการให้เครดิตกันเกินไป

                คงต้องถามว่า "หนี" ทำไม?

                ทักษิณริยิ่งลักษณ์ยำ ประเทศฉิบหาย

                หนีก่อนที่ศาลจะพิพากษาจำคุกคดีโกงด้วยซ้ำ

                เคยนึกถึงสมุนที่หนีไม่ทัน หรือถูกหลอกให้อยู่รับกรรมแทน เช่น บุญทรง เตริยาภิรมย์ บ้างหรือไม่?

                รายชื่อสมุนที่เหลือ คือพวกกเฬวราก

                บางคนเสียชีวิตไปแล้ว ก็ยกยอดไป

                ส่วนที่ยังเหลืออยู่ พฤติกรรมเข้าขั้นเลวทราม

                ตั้งหน้าตั้งตาโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ ชักชวนกันล้มล้าง ไม่เว้นวัน

                บางรายหนีเพียงเพราะคำสั่ง คสช.ให้ไปรายงานตัว แล้วเอาไปเป็นใบเสร็จหลอก UNHCR หลอกประเทศที่สามว่า อยู่ไม่ได้ เพราะถูกตามฆ่า ตามล่า

                บางรายช่วงแรกๆ ของการหนีก็เรียบร้อยดี พอเดินเรื่องเป็นผู้ลี้ภัย ได้สัญชาติใหม่ ก็ใส่สถาบันพระมหากษัตริย์เต็มๆ

                เพราะมีหลักประกันแล้วว่าไม่ถูกส่งตัวกลับไทยแน่นอน

                คนเหล่านี้ใช่มั้ย "มาชิน"....ที่ควรนิรโทษกรรม

                ยกให้เป็นวีรชนฝ่ายประชาธิปไตย

                เชิญกลับมาสร้างบ้านสร้างเมือง

                งั้นเอาแบบนี้มั้ย...

                มาเลย...เชิญกลับมาให้หมด

                ผ่าน ตม.จับใส่กุญแจมือ ส่งฝากขัง แล้วขึ้นศาล

                ใครมีคดีอะไรก็เคลียร์กันไปตามกระบวนการยุติธรรม

                ถูก...ก็มาสร้างเมือง

                ผิด...ก็ติดคุก

                จะมามั้ย?

                อย่าเอาแต่อ้างทุกอย่างเป็นความผิดทางการเมือง

                อีกมุม      

                ข้อเสนอของ "มาชิน" มีบางสิ่งซ่อนอยู่

                และดูจะเป็นเนื้อร้าย ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

                ทำไมถึงมองว่าบุคคลตามลิสต์รายชื่อด้านบน คือวีรชนฝ่ายประชาธิปไตยที่ต้องทนทุกข์

                ทำไมคนโกง คนมีแนวคิดล้มล้างสถาบันอย่างโจ่งแจ้ง ถึงเป็นฮีโร่ของพวกคุณ

                "มาชิน-ธนาธร" เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของกลุ่มคนที่ออกมาพูดเรื่องทำนองนี้ซ้ำซาก

                วันอังคารที่ผ่านมา อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ชูชาติ ศรีแสง ท่านโพสต์ข้อความเอาไว้ในเฟซบุ๊กChuchart Srisaeng

                .....พรรคอนาคตใหม่โดยแกนนำของพรรคได้แสดงจุดยืนให้สังคมไทยได้รู้ได้เห็น กล่าวคือ

                .....นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ผู้กล่าวว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวง ร.๙ ทรงแนะนำให้ประชาชนคนไทยนำไปยึดถือปฏิบัติเป็นเพียงวาทกรรม และกล่าวไว้ในหนังสือ Portrait ธนาธร ว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด เป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนประเทศ

                .....นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ผู้เคลื่อนไหวให้ยกเลิกหรือแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และมีความเห็นว่า พระมหากษัตริย์ต้องสาบานตนต่อรัฐสภากับห้ามไม่ให้พระมหากษัตริย์มีพระราชดำรัสต่อสาธารณะ

                .....นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ผู้ไม่ให้ความเคารพและลบหลู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา

                .....พฤติกรรมของพรรคอนาคตใหม่ดังกล่าว สังคมไทยและหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศควรต้องตระหนักและช่วยกันป้องกัน

                ถามว่าคนพวกนี้คิดหรือไม่

                คิด!

                แต่ทำอะไรได้ไม่มาก เพราะ ม.๑๑๒ ค้ำคออยู่

                เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลอังกฤษพิพากษาจำคุก ๒ สมาชิกกลุ่มนีโอนาซี ๑๘ เดือน และ ๔ ปี ๓ เดือน จากคดีกระทำก่อการร้ายที่มีเป้าหมายไปที่ เจ้าชายเฮนรี ดยุกแห่งซัสเซกซ์

                ทั้งคู่โพสต์ภาพของเจ้าชายเฮนรีที่มีอาวุธปืนจ่อไปบริเวณพระเศียรพร้อมกับโลหิตที่อาบไปทั่ว

                มีข้อความประกอบกล่าวว่า “ลาก่อน คนทรยศต่อเผ่าพันธุ์”

                สาระสำคัญในคำพิพากษาระบุเอาไว้ชัดแจ้ง

                ...แสดงถึงข้อความการคุกคามและการใช้ความรุนแรงขั้นร้ายแรงต่อผู้อื่น เพื่อจุดประสงค์ทางด้านการเมือง ลัทธิความเชื่อ และการให้เกิดการกีดกันทางเชื้อชาติ (ลัทธินาซีใหม่)

                ดังนั้นแล้วทำให้เกิดการก่อการร้าย...

                ประเทศต้นแบบประชาธิปไตย ยังปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จากการ "คิดร้าย" ของพลเมืองบางกลุ่ม

                ใครในประเทศไทยที่เอาแต่อ้างว่า สถาบันพระมหากษัตริย์คือความล้าหลังของระบอบประชาธิปไตย...

                ก็ดูเอาไว้

                โดยเฉพาะพวกไหลไปกองที่ลอนดอนตอนนี้.

                             ผักกาดหอม 

'ปิยบุตร'ผลิตซ้ำวาทกรรมสองมาตรฐาน!หากศาลรธน.วินิจฉัยปมถือหุ้นสื่อต่างไปจากกรณี'ธนาธร'

    
 

21 มิ.ย.62 - ที่พรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิท นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวถึงกรณี ส.ส. ถือหุ้นสื่อ ว่า ตั้งแต่ปี 2562 แนวทางการตัดสินของศาล มี 2 กรณีได้แก่ 1.เกณฑ์การพิจารณาว่ามีการถือหุ้นสื่อจริงหรือไม่ 2.กรณีศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว โดยกรณีแรกมีคำพิพากษา 2 คดีหลักๆ ได้แก่ กรณีของนายภูเบศร์  เห็นหลอด ผู้สมัครส.ส.พรรคอนาคตใหม่ และ 2.นายคมสันต์ ศรีวนิชย์ ผู้สมัครส.ส.จากพรรคประชาชาติ  ซึ่งวางแนวทางไว้แล้วว่าพิจารณาจากหนังสือบริคนห์สนธิ หากมีวัตถุประสงค์ข้อใดข้อหนึ่งที่ระบุว่า เกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ ถือว่า คนนั้น ทำบริษัทสื่อจริง โดยไม่ได้ดูว่าเขาประกอบกิจการจริงหรือไม่ แต่ดูจากวัตถุประสงค์ เท่านั้น ซึ่งทั้ง 2 ท่านก็ถูกพิพากษาว่ามีลักษณะต้องห้ามจนถูกตัดสิทธิ ซึ่งนี่เป็นแนวบรรทัดฐานกรณีแรก

 นายปิยบุตร กล่าวว่ากรณีต่อมาคือ  การร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามช่องทางมาตรา 82 ตามรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรนมูญ สามารถสั่งพิจารณาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ซึ่งเกิดกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  หลังจากที่ กกต.ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งคำสั่งของศาลระบุว่า มีเหตุอันควรสงสัย และหากปล่อยให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจะเกิดปัญหาทางกฎหมาย จนเป็นอุปสรรคในสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งสองกรณีทำให้เราต้องมาไล่กันว่า กรณีอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้น และกำลังจะเกิดขึ้น จะยึดบรรทัดฐานแบบไหน ทั้งนี้ มี 4 กรณีที่ใกล้เคียงกันได้แก่ 1.กรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ 2.กรณี 4 รัฐมนตรี 3.กรณีของนายธนาธร 4. กรณี 41 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล  ซึ่งกรณีนายดอน กกต. มีการยื่นคำร้องในวันที่ 1 พ.ค. 2560 ใช้เวลาพิจารณา 386 วัน ก่อนส่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาพิจารณาว่าจะสั่งให้หยุดหรือไม่หยุดอีก 70 วัน สุดท้าย ศาลมีคำวินิจฉัยว่า นายดอนไม่ผิด

 กรณี 4 รัฐมนตรี กกต. มีการยื่นคำร้องต่อกกต.ในวันที่ 23 ม.ค. 2561 ใช้เวลา 355 วัน ถึงส่งคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาพิจารณาอีก 75 วัน ก่อนวินิจฉัยว่าไม่ต้องหยุด และจนถึงตอนนี้ก็ยังรอคำวินิจฉัยอยู่ว่า ผิดหรือไม่ 

3.กรณีนายธนาธร มีการยื่นคำร้องต่อ กกต.ในวันที่ 25 มี.ค. 2562 กกต. ใช้เวลา 51 วัน ส่งคำร้องไปศาลรธรรมนูญ ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาเพียง 7 วันพิจารณารับคำร้อง ก่อนมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว ด้วยเหตุบังเอิญเป็นอย่างยิ่ง สั่งให้หยุด ในวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งในวันที่ 24 เป็นวันเปิดสภา และวันที่ 25  พ.ค. เป็นวันประชุมสภาครั้งแรก 

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี 41 ส.ส. นั้น ได้มีการยื่นเรื่องในวันที่ 4 มิ.ย 2562 ให้ประธานสภา ซึ่งประธานสภาใช้เวลา 8 วัน ก่อนยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่อง ตอนนี้ก็ยังรอคำตอบอยู่ว่า ศาลมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวหรือไม่ จนถึงวันนี้ก็ผ่านไป 9 วันแล้ว ซึ่งก็ไม่ทราบว่า จะใช้บรรทัดฐานแบบใดกันแน่ ในเมื่อข้อเท็จจริงคล้ายกันทั้ง 4 กรณี เหตุใดกรณีของนายธนาธรจึงเร็วผิดปกติ

“ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการโต้แย้งกันว่า กรณีของนายธนาธรนั้นต่างกับกรณีอื่น ผมต้องเรียนว่า การถือหุ้นสื่อของนายธนาธร เมื่อเทียบกับกรณี 41 ส.ส. นั้นไม่เหมือนกันจริงๆ เพราะนายธนาธรโอนหุ้นหมดแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2562 ทำให้ไม่มีหุ้นสื่ออยู่ในมือ แต่ กรณี 41 สส นั้น ยังคงมีหุ้นอยู่หลังวันที่ 8 ม.ค. ไปแล้วอย่างชัดเจน โดยไม่ได้มีการถกเถียงกันด้วยซ้ำว่า ถือหุ้นอยู่จริงหรือไม่ แต่ที่พยายามบอกว่า บริษัทของพวกเขาไม่ได้ทำสื่อ ซึ่งผมอยากถามว่าแล้วกรณี นายภูเบศร์ และนายคมสันต์ ละ ตกลงประเทศนี้จะเอามาตรฐานแบบไหนกันแน่” เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ระบ

นอกจากนี้ คณะกรรมการไต่สวนของกกต. ยังไต่สวนไม่จบ แต่ กกต.ทั้ง 7 ท่านกลับมีมติส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หากจะบอกว่า กกต. ตรวจสอบละเอียดนั้นไม่น่าใช่ ขณะที่กรณี 41 ส.ส. เราค้นไปถึงว่ามีการประชุมผู้ถือหุ้นอยู่จริง มีพยานหลักฐานชัดเจนทั้งหมด หรืออย่าง กรณีนายคมสันต์ และนายภูเบศร์ นั้น กกต. ไม่ได้เรียก ทั้ง 2 ไปให้ข้อมูลใดๆ แต่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาตัดสินเลย เมื่อนำมาเทียบเคียงกันดู กับกรณีของนาย ดอน และ 4 รัฐมนตรี ใช้เวลาเกือบปี ในการตรวจสอบ พอไปถึงศาลยังใช้เวลาอีก 2 เดือนเศษก่อนจะบอกว่าไม่ต้องหยุดฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นไม่เกี่ยวว่าผู้ร้องเป็น ส.ส. เข้าชื่อยื่นเรื่องผ่านประธานสภา หรือเป็นประชาชนที่ร้องไปยัง กกต.

กรณี 27 ส.ส. พปชร. ระบุว่าสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เพราะกำลังปฏิบัติเรื่องสำคัญอยู่ ซึ่งตนต้องชี้แจงว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ระบุว่า หากให้นายธนาธรปฏิบัติหน้าที่ต่อจะก่อให้เกิดปัญหาในสภา เนื่องจากเป็นการปฏิบัติภารกิจสำคัญ แต่ 27 ส.ส.กลับบอกว่า พวกเขากำลังทำหน้าที่สำคัญ เพราะฉะนั้นปล่อยให้พวกเขาทำหน้าที่เถอะ แล้วสุดท้ายมาตรฐานนั้นอยู่ตรงไหน หากเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน ก็ต้องหยุด ไม่อย่างนั้นก็ยิ่งเสียหาย เพราะทั้ง 27 ท่านอยู่ในรัฐบาล เสียงปริ่มน้ำ ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีได้เลย หากใช้มาตรฐานเดียวกัน กรณี 41 ส.ส. ต้องได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน

"พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่า ถ้าเลยเวลาแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งที่เป็นกรณีเดียวกัน เราไม่ได้มีอำนาจไปแทรกแซงการทำงานของศาล ศาลมีอำนาจพิจารณา แต่เราก็มีเสรีภาพในการแสคงความเห็น ที่อย่างน้อยต้องกระตุ้นเตือน ให้สังคมเห็นว่าทำไมเรื่องที่คล้ายกันถึงปฏิบัติไม่เหมือนกัน"  

เขา กล่าวอีกว่าขอเรียนว่า เราไม่ได้ตั้งคำถามต่อองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นการตั้งคำถามต่อกระบวนการยุติธรรม พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย เพียงแต่ขอให้มีมาตรฐานต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน สิ่งที่เหมือนกันต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างกันก็ต้องได้รับการปฏิบัติแตกต่างกัน ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องตั้งอยู่บนศรัทธาของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่การเขียนกฎหมาย ต่อให้คุณเขียนกฎหมายว่า ทุกองค์กรต้องใช้อำนาจด้วยความยุติธรรม ก็ไม่สามารถสร้างกระบวนการยุติธรรมได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การรวมคำร้องของ 27 ส.ส.เข้าไปในคราวเดียวกัน ทั้งที่แต่ละกรณีอาจมีการกระทำแตกต่างกัน นายปิยบุตร กล่าวว่าช่องทางตมมารตรา 82 เวลาเราเข้าชื่อ ต้องเอา สส เกิน  1 ใน 10 มาเข้าชื่อ ส่วนทั้งหมดจะแตกต่างกันอย่างไรนั้นในข้อเท็จจริงมีสาระสำคัญเหมือนกัน คือเป็นกรณีที่ ส.ส. ถือหุ้นหรือไม่ บริษัทที่ถือหุ้นนั้นทำสื่อหรือไม่ วิธีอธิบายคำร้องที่เราส่งไปยังประธานสภาฯ ก็ชี้แจงเรียงคน ทุกอย่างเป็นข้อเท็จจริงแบบเดียวกันหมด เราไม่ได้เขียนแบบคลุมเครือ

เมื่อถามว่า คำร้องของ พปชร. เป็นการใช้เทคนิคทางกฎหมายเพื่อชี้ช่องทางออกให้ศาลรัฐธณรมนูญ มีความกังวลเรื่องนี้หรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ไม่มีปัญหา ตนเคารพวิธีการสู้คดีของแต่ละฝ่าย จะสู้เรื่องหยุมหยิมระหว่างเรื่องหนังสือกับคำร้องก็ไม่เป็นไร แต่มันไม่ส่งผลถึงขั้นยกฟ้อง แต่เรายืนยันว่า ทำเป็นคำร้องอย่างครบถ้วน

“ส่วนจะขอใช้วิธีการสู้คดีในการไต่สวน ทางเราดูกฎหมายแล้วพบว่าทำไม่ได้ แต่ถ้าท่านทำได้และศาลให้ทำ ผมก็ขอทำบ้างกับกรณีของนายธนาธร”นายปิยบุตร ระบุ

ถามถึงกรณี นายธนาธรขอขยายเวลาเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญไปอีก 15 วัน นายปิยบุตร กล่าวว่า ในชั้นการพิจารณาของศาล ถือเป็นชั้นสุดท้ายแล้ว มันต้องรอบคอบ และใช้สิทธิของเราตรวจสอบเอกสารให้แม่น ชัดเจนครบถ้วน

เมื่อถามว่า มีกรณีไหนหรือไม่ ที่ศาลฎีกามีคำตัดสินไปแล้ว แต่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินโดยสร้างบรรทัดฐานใหม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ยังไม่เคยมี คดีนี้ต้องลองจับตาดูว่าจะเป็นอย่างไร

'นิพนธ์'ยันคุณสมบัติครบเป็นรมช.มหาดไทย อ้าง'ประยุทธ์'ยังไม่แจ้งเปลี่ยนตัว

    
 

"ยืนยันว่า ไม่ได้มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ  กรณีที่มีเรื่องร้องให้ตรวจสอบ สามารถชี้แจงได้ทุกเรื่อง ทั้งหมดไม่มีเรื่องใดที่เป็นเรื่องทุจริต มีแต่รักษาผลประโยชน์ให้ประเทศชาติ โดยเฉพาะเรื่องการจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงถนนล่าช้า เป็นเพราะมีเรื่องร้องอยู่ จึงต้องตรวจสอบ"นายนิพนธ์ กล่าว

พร้อมยืนยันว่า จะไม่ให้เป็นภาระกับรัฐบาลเด็ดขาด เอกสารทั้งหลายทั้งปวง ตนได้เตรียมไว้พร้อมในการที่จะนำเสนอต่อสาธารณะ  เชื่อว่าคู่กรณีหรือคนที่อาจจะมีความขัดแย้งทางการเมืองกับตน  เจาะจงหรือจงใจในการทำลายชื่อเสียงของตนมากกว่า

  

'เพื่อไทย'ขู่'ชวน'อาจละเว้นหน้าที่ม.157หากไม่บรรจุญัตติตั้งกมธ.ตรวจสอบการสรรหาส.ว.

    
 

21มิ.ย.62-นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ไม่มีเหตุผลใดที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะปฏิเสธไม่บรรจุญัตติของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านที่เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาสอบสวนกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา เนื่องจากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่า การกระทำการพิจารณาสอบสวนหาข้อเท็จจริงหรือการศึกษาเรื่องใดๆ เป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาฯ

นางลดาวัลลิ์ อธิบายว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯสมัยที่ 2 ในฐานะหัวหน้าคสช. มีหน้าที่ และความรับผิดชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว. 9-12 คน และคัดเลือก ส.ว.ให้ได้ 250 คน เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ รวมทั้งหัวหน้าคสช. ต้องประกาศ รายชื่อสำรอง ส.ว. แต่ปรากฏว่าพล.อ.ประยุทธ์และคสช.ปกปิดคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่นำคำสั่งไปประกาศในราชกิจจาฯ และกระบวนการการหาส.ว.หลายขั้นตอน ส่อว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ หากเป็นเช่นนั้น ก็จะทำให้การสรรหาส.ว.เป็นโมฆะ กรณีนี้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของประชาชนและสื่อมวลชน ดังนั้นการตั้งคณะกรรมาธิการไปศึกษาและสอบสวนหาข้อเท็จจริง แล้วนำมารายงานให้สภาฯรับทราบ จึงเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร

"ญัตติของพรรคฝ่ายค้านไม่ใช่การตรวจสอบคุณสมบัติส.ว. แต่เป็นการตรวจสอบกระบวนการสรรหา ส.ว. เป็นการใช้อำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคสช.และ คสช.คนอื่นๆ รวมทั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว. ซึ่งไม่ได้มีความเป็นกลางทางการเมือง ว่าสิ่งที่ทำมานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือผิดพลาดบกพร่องในขั้นตอนไหนอย่างไร ด้วยเหตุนี้ ส.ว. ไม่ต้องร้อนตัว หรือหวาดกลัวใดๆ หากทุกท่านผ่านการสรรหามาอย่างถูกต้องโปร่งใส ตามรัฐธรรมนูญ" นางลดาวัลลิ์กล่าว

นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระบวนการสรรหาสว. ที่มีคณะกรรมการสรรหาเป็น คสช.ตามที่เป็นข่าวนั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อเจตนารมณ์และความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมายค่อนข้างชัดเจน ส่งผลให้ สถานะของ สว.ตลอดจน การกระทำหรือการลงมติใดๆ ของ สว.ดังกล่าวเป็นโมฆะไปด้วย เมื่อได้โหวตเห็นชอบให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกซึ่งเป็นครั้งแรกของการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องถือว่าไม่มีผลใดๆ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และหลังจากนี้หากมีการนำประเด็นนี้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นพ้องด้วยอาจจะพังกันทั้งองคาพยพ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภาตามรธน.มาตรา210(2) ส่วนตัวเชื่อว่า ในที่สุดแล้ว เมื่อสิ้น ม.44 และอำนาจเผด็จการอ่อนกำลังลง กระบวนการยุติธรรมไทยจะต้องรักษาบ้านเมืองเอาไว้ ซึ่งอำนาจเผด็จการ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้นานท่ามกลางกระแสต่อต้านอย่างหนักหน่วงของมหาชน

21มิ.ย.62-นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ไม่มีเหตุผลใดที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะปฏิเสธไม่บรรจุญัตติของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านที่เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาสอบสวนกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา เนื่องจากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่า การกระทำการพิจารณาสอบสวนหาข้อเท็จจริงหรือการศึกษาเรื่องใดๆ เป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาฯ

นางลดาวัลลิ์ อธิบายว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯสมัยที่ 2 ในฐานะหัวหน้าคสช. มีหน้าที่ และความรับผิดชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว. 9-12 คน และคัดเลือก ส.ว.ให้ได้ 250 คน เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ รวมทั้งหัวหน้าคสช. ต้องประกาศ รายชื่อสำรอง ส.ว. แต่ปรากฏว่าพล.อ.ประยุทธ์และคสช.ปกปิดคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่นำคำสั่งไปประกาศในราชกิจจาฯ และกระบวนการการหาส.ว.หลายขั้นตอน ส่อว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ หากเป็นเช่นนั้น ก็จะทำให้การสรรหาส.ว.เป็นโมฆะ กรณีนี้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของประชาชนและสื่อมวลชน ดังนั้นการตั้งคณะกรรมาธิการไปศึกษาและสอบสวนหาข้อเท็จจริง แล้วนำมารายงานให้สภาฯรับทราบ จึงเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร

"ญัตติของพรรคฝ่ายค้านไม่ใช่การตรวจสอบคุณสมบัติส.ว. แต่เป็นการตรวจสอบกระบวนการสรรหา ส.ว. เป็นการใช้อำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคสช.และ คสช.คนอื่นๆ รวมทั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว. ซึ่งไม่ได้มีความเป็นกลางทางการเมือง ว่าสิ่งที่ทำมานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือผิดพลาดบกพร่องในขั้นตอนไหนอย่างไร ด้วยเหตุนี้ ส.ว. ไม่ต้องร้อนตัว หรือหวาดกลัวใดๆ หากทุกท่านผ่านการสรรหามาอย่างถูกต้องโปร่งใส ตามรัฐธรรมนูญ" นางลดาวัลลิ์กล่าว

นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระบวนการสรรหาสว. ที่มีคณะกรรมการสรรหาเป็น คสช.ตามที่เป็นข่าวนั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อเจตนารมณ์และความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมายค่อนข้างชัดเจน ส่งผลให้ สถานะของ สว.ตลอดจน การกระทำหรือการลงมติใดๆ ของ สว.ดังกล่าวเป็นโมฆะไปด้วย เมื่อได้โหวตเห็นชอบให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกซึ่งเป็นครั้งแรกของการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องถือว่าไม่มีผลใดๆ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และหลังจากนี้หากมีการนำประเด็นนี้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นพ้องด้วยอาจจะพังกันทั้งองคาพยพ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภาตามรธน.มาตรา210(2) ส่วนตัวเชื่อว่า ในที่สุดแล้ว เมื่อสิ้น ม.44 และอำนาจเผด็จการอ่อนกำลังลง กระบวนการยุติธรรมไทยจะต้องรักษาบ้านเมืองเอาไว้ ซึ่งอำนาจเผด็จการ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้นานท่ามกลางกระแสต่อต้านอย่างหนักหน่วงของมหาชน

โยงกันไป'เพื่อชาติ'จ่อหารือพรรคร่วมฝ่ายค้านแก้ปัญหากระบวนการยุติธรรมเคารพอำนาจนิยม

    
 


21 มิ.ย.62 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า จะหารือที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านในการแก้ปัญหากระบวนการยุติธรรมที่ไม่เคารพหลักการยุติธรรมและประชาชนอย่างแท้จริง แต่เลือกที่จะเคารพอำนาจนิยม โดยเฉพาะองค์กรอิสระที่เป็นกระบวนการขั้นต้นของกระบวนการยุติธรรม ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขทั้งที่มาและมาตรฐานการทำงาน ต้องซื่อสัตย์ต่อหลักการยุติธรรมและประชาชนทั้งประเทศด้วยมาตรฐานเดียว ตนไม่ต้องการให้ส่งผ่านสังคมไทยที่มีทัศนะว่า ถ้ายอมศิโรราบอำนาจนิยมสามารถปัดเป่าคดีให้ปลิดปลิวได้

น.ส.เกศปรียา กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวที่ทำให้ประชาชนสงสัยในทัศนะดังกล่าวว่าเป็นความจริงดังนี้ กรณีที่ 1 ชาวปทุมธานี สุดงง คสช.ใช้ ม.44 คืนตำแหน่งนักการเมืองท้องถิ่น ทั้งที่ถูก ป.ป.ช.ไต่สวนทุจริต โดยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ถูกกล่าวหาว่าทุจริตและมีความเสียหายเป็นเงินประมาณ 44,574,016.14 บาท แต่ไม่มีการเปิดเผยว่ากระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช.สิ้นสุดแล้วหรือไม่ ถ้าสิ้นสุดก็ควรมีหนังสือจาก ป.ป.ช.เปิดเผยออกมาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบบ้าง  ซึ่งกรณีชี้ว่า ม. 44 อยู่เหนือกระบวนการยุติธรรมไม่ต้องการผลการตรวจสอบการทุจริต

กรณีที่ 2 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ตอบนายวิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ที่ถามวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ช. ภายในงานสัมมนา "บทบาทสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร" ที่สำนักงานใหญ่ทีโอทีเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ว่า "หากเป็นคนที่มีเพื่อนมากและมีโอกาสยืมเงินหรือยืมนาฬิกาเพื่อนมา จะต้องแจ้งทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. หรือไม่" ทีแรกวิทยากรจาก ป.ป.ช.ตอบว่า “...หากครอบครองทรัพย์สินแทนบุคคลอื่น เพื่อความบริสุทธิ์ใจอาจแสดงเป็นข้อเท็จจริง“ จากนั้นนายวิรัตน์ถามต่ออีกว่า “อาจ” หรือว่า “ต้อง” เพราะความหมายต่างกัน ด้านวิทยากรตอบกลับว่า “ทรัพย์สิน ก็คือทรัพย์สินของท่าน คู่สมรส และบุตร ในเมื่อทรัพย์สิน ไม่ใช่ของท่าน ตามหลักเกณฑ์ ตามกฎใหม่ ท่านไม่จำเป็นต้องแสดงก็ได้” กรณีนี้คือเพื่อช่วยรับรองความถูกต้องให้ผู้มีอำนาจ เจ้าหน้าที่ต้องยอมกล้ำกลืนหลักการยุติธรรม อีกกรณีคือ ป.ป.ช. ตีตกคดีนางกรุณา ชิดชอบ ใช้งบ อบจ. บุรีรัมย์ พาประชาชนดูบอล 20 ล้านบาท ซึ่งสร้างความสงสัยให้สังคมต่อมตินั้น

"ทั้งสามกรณีนี้สามารถเชื่อมโยงให้สังคมเชื่อและเข้าใจได้ว่า ถ้ายอมศิโรราบอำนาจนิยมสามารถปัดเป่าคดีให้ปลิดปลิวได้ เห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ ถ้าประชาชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นทัศนะดังกล่าว ระบบยุติธรรมของประเทศจะถูกทำลาย เพราะทุกคนสามารถทำความผิดโดยไม่ตัองคำนึงถึงความชอบธรรมและกฏหมาย เพราะทุกคนที่ทำความผิดจะหลุดพ้นคดีได้เมื่อยอมศิโรราบผู้มีอำนาจ เป็นการสร้างผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมายขึ้นมาในสังคม ย้อนสังคมกลับไปสู่ยุคสังคมก่อนมีกฏหมายเป็นกติกาการอยู่ร่วมกันของสังคม หรือนี่คือการปฏิรูปกลับหลังหันของคณะรัฐประหาร 2557" น.ส.เกศปรียา กล่าว

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน