*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3737
  • จำนวนผู้ชม : 2377879
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 9 กรกฎาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 292 , 20:44:46 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

ราชกิจจาฯ ยกเลิก "ประกาศ คสช., คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. " จำนวน 61 ฉบับ

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 9/2562 เรื่อง การยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ บางฉบับที่หมดความจำเป็น

         ข้อความข้างบนนี้ แสดงให้ประชาชนทราบราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่งหน.คสช. ที่ 9/2562 ยกเลิกประกาศ คำสั่งคสช. และคำสั่ง

หน.คสช.รวม 61 ฉบับ ดังรายละเอียดในราชกิจจาดังกล่าวท้ายนี้

หน้าแรก / การเมือง
อังคาร 9 กรกฎาคม 2562

ราชกิจจาฯ ยกเลิก 'ประกาศ คสช., คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.' 61 ฉบับ

ราชกิจจาฯ ยกเลิก 'ประกาศ คสช., คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.' 61 ฉบับ
9 กรกฎาคม 2562
 7,347

ราชกิจจาฯ ยกเลิก "ประกาศ คสช., คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. " จำนวน 61 ฉบับ

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 9/2562 เรื่อง การยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ บางฉบับที่หมดความจำเป็น

ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีประกาศ และคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินและการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ รวมทั้ง การส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ ซึ่งในขณะนี้การดำเนินการ ตามประกาศและคำสั่งบางฉบับได้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่มุ่งหมายไว้แล้ว สมควรยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่หมดความจำเป็น เพื่อให้บทบัญญัติของกฎหมายมีความสอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความเป็นเอกภาพของกฎหมายทั้งระบบเพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงและการปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง อันเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามที่ระบุในบัญชีหนึ่งท้ายคำสั่งนี้

ข้อ 2 ให้ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเกี่ยวกับการกำหนดให้คดีอยู่ในอำนาจของศาลทหาร ตามที่ระบุในบัญชีสองท้ายคำสั่งนี้

บรรดาการกระทำความผิดตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะกระทำก่อนหรือหลังคำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนการกระทำความผิดที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของศาลทหารในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้โอนคดีนั้น ๆ ไปยังศาลยุติธรรม แต่ทั้งนี้ ไม่หมายความรวมถึงกระทำความผิดที่กฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหารบัญญัติให้เป็นอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร โดยให้การกระทำความผิดดังกล่าวยังคงอยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลทหารต่อไป

การโอนคดีตามวรรคสองไม่กระทบกระเทือนถึงกระบวนพิจารณาใด ๆ ที่ได้กระทำไปแล้วในศาลทหารก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ และให้ถือว่าบรรดากระบวนพิจารณาที่ได้ดำเนินการไปแล้วนั้นเป็นกระบวนพิจารณาของศาลที่รับโอนคดีด้วย

TSNBg3wSBdng7ijM75XnPNirdH0NSrrvQp3M1pDVX0ATSNBg3wSBdng7ijM75XnPNirdH0NSrtkxKghf8sD63V

อ่านเพิ่มเติม คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 9/2562 เรื่อง การยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ บางฉบับที่หมดความจำเป็น

       
'อาคม' ตีกลับแผนแลกหนี้สัมปทานทางด่วน 'บีอีเอ็ม'
9 กรกฎาคม 2562
 

"อาคม” ตีกลับแผนแลกหนี้สัมปทานทางด่วน “บีอีเอ็ม” พร้อมสั่ง กทพ.ทบทวน เตรียมเสนอให้รัฐบาลใหม่ตัดสิน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมขอให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กลับไปทบทวนแผนการขยายสัมปทานทางพิเศษ (ทางด่วน) ให้กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม เนื่องจากสำนักงานอัยการสูงสุดให้ความเห็นต่อเรื่องนี้หลายด้าน เช่น การดำเนินตามขั้นตอนของ พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) ต้องยึดตามกฎหมายปี 2535, 2552 หรือ 2562 เป็นต้น หลังจากนี้ กทพ.จะต้องทบทวนข้อมูลนำเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณา

 

สำหรับข้อเสนอของ กทพ. เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ. ซึ่งก่อนหน้านี้มีการอนุมัติข้อพิพาทระหว่าง กทพ. กับบีอีเอ็ม ซึ่งเป็นข้อพิพาทโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ทางพิเศษศรีรัช รวมถึงส่วนดี) และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (ทางพิเศษอุดรรัถยา) และมูลหนี้ที่คาดว่าจะเป็นข้อพิพาทในอนาคต 17 โครงการรวม 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งล่าสุดบีอีเอ็มได้ปรับลดมูลหนี้เหลือ 5.9 หมื่นล้านบาท เพื่อแลกกับการขยายสัมปทานทางด่วน ประกอบไปด้วยโครงการ 1.ทางด่วนศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) 2.ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วนดี ช่วงพระราม 9 – ศรีนครินทร์ และ 3.ทางด่วนอุดรรัถยา ช่วงบางปะอิน-ปากเกร็ด เป็นระยะเวลา 30 ปี

หน้าแรก / การเมือง
อังคาร 9 กรกฎาคม 2562

'พปชร.' ถกชื่นมื่นให้กำลังใจคนชวด 'รมต.'

'พปชร.' ถกชื่นมื่นให้กำลังใจคนชวด 'รมต.'
9 กรกฎาคม 2562
 854

“พปชร.” ประชุม “ส.ส.” ชื่นมื่น แห่ให้กำลังใจ “เสี่ยแฮงค์” หลังชวด “รมต.” จ่อหอบ “ผู้แทนฯ” ติวเข้มการทำงาน “วังน้ำเขียว” 21-22 ก.ค.นี้ คาดแถลงนโยบาย 24 ก.ค.

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.62 เวลา 14.15 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุมส.ส.ของพรรค โดยมีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และแกนนำทุกกลุ่มเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตร นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำ กทม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำกลุ่มภาคเหนือ นายเอกราช ช่างเหลา แกนนำอีสานใต้ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค เป็นต้น

20190709173425313

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนการประชุมเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยช่วงหนึ่งบรรดาแกนนำได้จับมือพูดคุยให้กำลังใจนายอนุชาที่หลุดจากโผครม. ทำให้นายอนุชา มีสีหน้าที่ดีขึ้น ยิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมกับกล่าวขอบคุณ ขณะที่นายสนธิรัตน์ เลขาธิการพรรคที่มีชื่อเป็น รมว.พลังงาน จากเดิมที่เป็นชื่อของนายสุริยะ ได้เดินเข้าไปนั่งพูดคุยกับนายสุริยะ อย่างเป็นกันเอง รวมถึงบรรดา ส.ส.ต่างให้กำลังใจนายอนุชาเช่นเดียวกัน โดยการประชุมใช้เวลาหารือประมาณ 2 ชั่วโมง

20190709173425198

 

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า เรื่องที่ประชุมหารือส่วนใหญ่เกี่ยวกับหน้าที่ของส.ส.ที่จะมีการประชุมส.ส.ในวันที่10 ก.ค.นี้ อาทิ การเสนอญัตติเรื่องการแต่งกายในสภาฯ การเข้าประชุม ส่วนประเด็นที่รัฐมนตรี จะต้องลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อหรือไม่นั้น ในที่ประชุมวันนี้ยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพูดคุย โดยจะนำวาระดังกล่าวไปหารือในระหว่างการประชุมสัมมนาในวันที่ 21- 22 ก.ค.นี้ ที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่จะมีการติวเข้มการทำงานให้กับส.ส.ของพรรค และในที่ประชุมได้แจ้งให้ส.ส.ได้รับทราบว่าเมื่อได้ครม.ชุดใหม่แล้ว คาดว่าจะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันที่24-25 ก.ค.นี้ จึงขอให้ส.ส.ทุกคนเตรียมพร้อม

หน้าแรก / ธุรกิจ
อังคาร 9 กรกฎาคม 2562

ถอดกลยุทธ์เจาะเมืองรอง "ขุมทรัพย์ใหม่" FMCG..!

ถอดกลยุทธ์เจาะเมืองรอง 
9 กรกฎาคม 2562 | โดย สาวิตรี รินวงษ์
 609

เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) เคยประเมินตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค(FMCG) มูลค่าร่วม 8 แสนล้านบาท

ย้อนหลังไป 10 ปีก่อนระหว่างปี 2553-2558 อัตราการเติบโต 6-8% หรือเฉลี่ย 7.1% มีให้เห็น แต่ 5 ปีถัดมาระหว่างปี 2558-2561 ตลาดหดตัวเหลือ 1.4% เลวร้ายกว่านั้นคือปี 2560 ตลาดเข้าขั้น ติดลบ  ซึ่ง สมวลี ลิมป์รัชตามร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด ถึงกับเอ่ยปากว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่นีลเส็นฯ เห็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคติดลบ! กลายเป็นสถานการณ์ที่ทำให้ผู้ประกอบการ แบรนด์ต่างๆมีความกังวลสภาพตลาดแบบนั้นจะกลับมาอีกครั้งหรือไม่

การเมือง เศรษฐกิจ กำลังซื้อ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคเชิงบวกและลบ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร โจทย์ของนักการตลาด ผู้ประกอบการจะต้องหา “โอกาส” สร้างการเติบโตยอดขายให้ได้ !!

กรุงเทพฯ เป็นตลาดใหญ่ ประชากร 10 ล้านคน แต่ “สมวลี” บอกว่า จังหวัดที่เป็น เมืองรอง” ไม่ควรละเลย เพราะนับวันรัฐบาลเทงบลงทุนพัฒนาโครงการเมกะโปรเจคมหาศาล ยกระดับเมือง เพิ่ม อำนาจซื้อ ผู้บริโภคมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น โดยเฉพาะตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีศักยภาพโตได้ถึง 4.2% สวนทางกับกทม.จะเติบโต2.4% เท่านั้น

ทว่า ก่อนทำตลาด นีลเส็นฯ นิยามเมืองรอง ต้องมีประชากร 1-5 ล้านคน ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด(จีพีพี)รวมคิดเป็น 35% นอกจากกทม.และปริมณฑล โดยจังหวัดที่เข้าข่ายมี 18 จังหวัด เช่น ภาคกลาง และภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี นครสวรรค์, ภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย, ภาคอีสาน ได้แก่ นครราชสีมา อุดรธานี ขอนแก่น บุรีรัมย์  เป็นต้น และภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราษฎร์ เป็นต้น โดยเมืองรองที่จีพีพีนำโด่ง คือฉะเชิงเทรา ระยอง และอยุธยา

สมวลี ยังระบุว่า ปี 2568 คาดว่าเมืองรองเหล่านี้ จะมีประชากรเพิ่มถึง 1.1 ล้านคน สะท้อน “ดีมานด์” จะเพิ่มตามด้วย นอกจากคนในพื้นที่(Local) นักท่องเที่ยวยังเป็นอีกหนึ่ง “แรงซื้อ” แห่งโอกาสของสินค้า เพราะที่ผ่านมาเมืองรองทำเงินจากการท่องเที่ยวถึง 3 แสนล้านบาท 

เป็นขุมทรัพย์” ทางการตลาด แต่แบรนด์ต้องถามตัวเองว่า สินค้า” ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคหรือไม่ เพราะหลายปีมานี้สินค้าใหม่(NPD)ถูกพัฒนาออกมาทำตลาดบางตามาก หมายความว่าสินค้าส่วนใหญ่ยังกินบุญเก่าสินค้าเดิมค่อนข้างมาก

กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ถือเป็นหัวใจสำคัญของส่วนประสมการตลาด(Marketing mix) การลอนซ์ของใหม่จะช่วยให้ตลาดและผู้บรืโภคตื่นเต้น ยิ่งกว่านั้นคนรุ่นใหม่เจนเนอเรชั่นซี(Z) มิลเลนเนียลส์ ​ อายุ 12-39 ปี จะเป็น “กำลังซื้อเป้าหมาย” 77% ด้วย เทรนด์เป็นเช่นนั้น แบรนด์ต้องทำการบ้าน ขบคิดกลยุทธ์การตลาดใหม่ๆให้โดนใจผู้บริโภคมากขึ้น ขณะที่การทำตลาดเดิมๆเจาะ Mass อาจไม่คุ้มค่าการลงทุน(ROI) อีกต่อไป

ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ก่อนลุยทำตลาดเมืองรองต้อง “ไม่หลงกับดัก” ตัวเลขของเศรษฐกิจ รายได้ต่อหัว เพราะบางจังหวัดมีการลงทุน เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมหนัก เช่น ระยอง กลุ่มยานยนต์ ปิโตรเคมี อยู่เพียบ รวมถึงต้องเจาะจำนวนประชากรให้พื้นที่ให้แม่น แยกประชากรแฝงให้เห็นชัด เพื่อรู้ดีมานด์ที่แท้จริง

 

ทั้งนี้ แนวโน้ม 5-10 ปีข้างหน้า โอกาสตลาดเมืองรองจะเติบโตขึ้นจากร้านค้าปลีกท้องถิ่น จากปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกมูลค่า 3.6 ล้านล้านบาท เครือข่ายค้าปลีกสมัยใหม่(Modern chain store) ครองสัดส่วนตลาด 30% เครือข่ายค้าปลีกท้องถิ่น(Modern Local Reatail) 20% และร้านค้าเอสเอ็มอี 50%

มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด กล่าวว่า ผู้บริโภคพรีเมี่ยมมีกำลังซื้อสินค้าพรีเมี่ยมมากขึ้น เห็นได้จากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลีราคาเกือบ 40 บาท คราฟ์เบียร์นำเข้า 200 บาทต่อขวด ขายดีมาก ขณะที่ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคเจ้าหลักยังคงขายสินค้าเดิมๆ Mass ไม่มีของใหม่สร้างความตื่นเต้น การโตต่อจึงค่อนข้างยาก

“แบรนด์มีสินค้า 100 รายการ แต่มักทำตลาดสินค้าเดิมๆ 5 รายการหลัก ในฐานะเป็นเสือภูธรต้องการแนะนำให้แบรนด์ส่งนักการตลาดเก่งมาทำงานใกล้ชิดกับร้านค้ามากขึ้น เพราะวันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เกิดปรากฎการณ์ใหม่ๆ เดิมยูนิลีเวอร์ พีแอนด์จี สินค้าซาเช่(ซอง) 70 มิลลิลิตร(มล.)ไปขาย ตอนนี้ไซส์ใหญ่ 470 มล.ขายดีมาก ซาเช่ยอดตก สินค้าพรีเมี่ยมขายดี สะท้อนภาพเมืองรอง แต่กำลังซื้อไม่เป็นรองใคร

หน้าแรก / การเมือง
อังคาร 9 กรกฎาคม 2562

7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เตรียมจัดเสวนาแก้รัฐธรรมนูญ 21 ก.ค.นี้

7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เตรียมจัดเสวนาแก้รัฐธรรมนูญ 21 ก.ค.นี้
9 กรกฎาคม 2562
 155

“สุทิน” ข้องใจคุณสมบัติ “ประยุทธ์” 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เตรียมจัดเสวนาแก้รัฐธรรมนูญ 21 ก.ค.นี้

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.62 เวลา 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ว่า มีประเด็นใหม่ที่สังคมไม่ได้พูดถึงกัน คือนายกฯ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่อธิบายบิดเบือนมาตลอดว่าคสช. ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่หน่วยงานบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดถนัด หลักฐานที่ควรพิจารณาโยงไปว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ 1. พระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งหัวหน้าคสช. 2. คำสั่งของคสช. ที่ออกมาทั้งหมดเป็นคำสั่งในการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด ดังนั้นตนจึงเสนอหลักฐานทั้งสองอย่างนี้ให้สังคมและนายวิษณุนำไปพิจารณา

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมของ 7 พรรคฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อประชาชน มีกำหนดเดินทางไปรับฟังปัญหาและพบประชาชนในประเด็น “สารพิษตกค้างในอาหารและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน” โดยมีกิจกรรม ครั้งที่ 1 ณ มูลนิธิชีววิถี (BioThai) จ.นนทบุรี ในวันที่ 14 ก.ค. เวลา 10.00 น. และวันที่ 21 ก.ค. หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน 7 พรรค จัดเสวนา “ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน” พูดถึงบทบาท จุดยืนและภารกิจพรรคฝ่ายค้านในการแก้รัฐธรรมนูญ ที่ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

หน้าแรก / เศรษฐกิจ
อังคาร 9 กรกฎาคม 2562

ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตร เดือนกรกฎาคม 2562

ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตร เดือนกรกฎาคม 2562
8 กรกฎาคม 2562
 976

ศูนย์วิจัยฯ ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตร ก.ค.2562 ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ น้ำตาลทรายดิบ ยางพาราแผ่นดิบ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน สุกร กุ้งขาวแวนนาไม มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น ด้านข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเจ้า แนวโน้มราคาปรับตัวลด

นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงการคาดการณ์ราคาสินค้าเกษตร เดือนกรกฎาคม 2562 ที่จัดทำโดย ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. พบว่าสินค้าเกษตรที่จะมีราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.89-2.22 อยู่ที่ราคา 11,709-11,863 บาท/ตัน เนื่องจากภาวะภัยแล้งทำให้ผลผลิตข้าวเหนียวนาปรังลดลง ประกอบกับมีความต้องการนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารมากขึ้น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.50-0.80 อยู่ที่ราคา 7.82-7.84 บาท/กก. เนื่องจากอยู่ในช่วงปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูฝน (ปลูกตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม) ทำให้ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตลาดมีน้อย ขณะที่ความต้องการใช้เพื่อผลิตอาหารสัตว์ยังคงมีต่อเนื่อง น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 3 - 5 อยู่ที่ราคา 13.13-13.39 เซนต์/ปอนด์ (8.95-9.12 บาท/กก.)

โดยคาดการณ์ว่า การผลิตน้ำตาลของอินเดียในปี 2562/63 จะลดลงร้อยละ 15 จากภาวะภัยแล้งและฤดูมรสุมล่าช้า ประกอบกับรายงานผลผลิตน้ำตาลของบราซิลฤดูการผลิต 2562/63 ที่ปรับตัวลดลง 11.96 และแนวโน้มราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปรับลดสัดส่วนการผลิตน้ำตาลลง ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยโลกปรับลดลง ยางพาราแผ่นดิบ คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 2.42 – 6.33 อยู่ที่ราคา 51.27 – 53.23 บาท/กก. เนื่องจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ปรับรูปแบบตลาดยางพาราในทุกพื้นที่เป็นเครือข่ายตลาดกลางยางพารา ทำให้เกษตรกรจำหน่ายยางพาราได้ในราคาที่สูงขึ้น ประกอบกับมาตรการสนับสนุนการใช้ยางพาราภายในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้ราคายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้น มันสำปะหลัง คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.60 - 9.75 อยู่ที่ราคา 1.65 -1.80 บาท/กก. เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ประกอบกับคาดว่าในเดือนกรกฎาคม 2562 ปริมาณฝนจะลดลงต่ำกว่าปกติร้อยละ 10 ส่งผลให้คุณภาพหัวมันสำปะหลังและราคารับซื้อเพิ่มขึ้น ปาล์มน้ำมัน คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.75 – 2.27 อยู่ที่ราคา 2.66 - 2.70 บาท/กก. เนื่องจากผลผลิตปาล์มน้ำมันมีปริมาณลดลงตามรอบการผลิต ประกอบกับนโยบายรัฐบาลในการเพิ่มกำลังการบริโภคน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2562 ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันปาล์มดิบในประเทศเพิ่มขึ้น และสุกร คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 1.50 – 3.00 อยู่ที่ราคา 72 – 74 บาท/กก. เนื่องจากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกา (ASF) ในประเทศเพื่อนบ้านและการปลดแม่พันธุ์สุกร ทำให้ปริมาณสุกรออกสู่ตลาดลดลง และกุ้งขาวแวนนาไม คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.48 – 1.92 อยู่ที่ราคา 140 – 142 บาท/กก. เนื่องจากเกษตรกรลดปริมาณการปล่อยลูกกุ้ง ทำให้ปริมาณกุ้งที่จะออกสู่ตลาดลดลง และส่งผลให้ราคากุ้งขาวแวนนาไม ปรับเพิ่มขึ้น

ด้านสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% คาดว่า ราคาจะลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 0.21-0.60 อยู่ที่ราคา 7,734 -7,751 บาท/ตัน เนื่องจากผลกระทบสงครามการค้าระหว่างประเทศจีนและประเทศสหรัฐฯ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าชะลอตัว ประกอบกับคาดว่า ประเทศฟิลิปปินส์จะลดความต้องการนำเข้าข้าวลง จากที่ได้นำเข้าข้าวจากเวียดนามในช่วงที่ผ่านมาสะสมในสต็อกเพิ่มขึ้น และข้าวเปลือกหอมมะลิ คาดว่า ราคาจะลดลงขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.45-0.60 อยู่ที่ราคา 15,697-15,721 บาท/ตัน เนื่องจากราคาส่งออกของไทยมีแนวโน้มสูงกว่าคู่แข่งจากการที่เงินบาทที่แนวโน้มแข็งค่า ทำให้ลูกค้าหันไปซื้อข้าวหอมจากเวียดนามและกัมพูชาที่มีราคาถูกกว่า

หน้าแรก / การเมือง
อังคาร 9 กรกฎาคม 2562

ครม.ตั้งพม.เจ้าภาพหลักสางปัญหาค้ามนุษย์

ครม.ตั้งพม.เจ้าภาพหลักสางปัญหาค้ามนุษย์
9 กรกฎาคม 2562
 267

ครม.ตั้งพม.เจ้าภาพหลักแก้ปัญหาค้ามนุษย์ หลังรับทราบรายงานค้ามนุษย์ไทยปี 62 กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้ยังต่ำกว่ามาตรฐานอยู่ "เทียร์ 2" เหมือนเดิม 

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.มีมติรับทราบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่รายงานการค้ามนุษย์ หรือ Trafficking in Persons Report (TIP Report) ประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 โดยจัดระดับประเทศต่างๆทั่วโลก รวม 187 ประเทศ

สาระสำคัญสรุปได้ว่าประเทศไทยยังไม่สามารถขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายสหรัฐอเมริกา แต่ได้เพิ่มความพยายามอย่างสำคัญในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์โดยรวมมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงการรายงานที่ผ่านมา

ดังนั้น ประเทศไทยจึงยังคงถูกจัดระดับอยู่ในระดับ 2 (Tier 2) เช่นเดียวกับปี 2561 โดยประเทศในอาเซียนที่อยู่ในระดับ Tier 2 คือ สิงคโปร์และอินโดนีเซีย ทั้งนี้ การดำเนินงานที่สำคัญของประเทศไทยที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่เพิ่มขึ้น เช่น การกำหนดบทลงโทษผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์อย่างเข้มงวดด้วยการจำคุกเป็นเวลานานและตัดสินลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ด้วยการให้ออกจากราชการ การดำเนินการคัดแยกและส่งต่อผู้เสียหายไปยังทีมสหวิชาชีพเป็นครั้งแรก ส่งผลให้สามารถคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงานได้

พ.อ.หญิง ทักษดา กล่าวว่า ประเทศไทยยังไม่สามารถบรรลุมาตรฐานขั้นต่ำในหลายประเด็นที่สำคัญ เช่น การดำเนินคดีและตัดสินลงโทษผู้ค้ามนุษย์มีจำนวนลดลง และสามารถไต่สวนคดีค้ามนุษย์ด้านแรงงานได้เพียง 43 คดี รัฐบาลจำกัดการเดินทางและช่องทางการสื่อสารของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่อยู่ในสถานคุ้มครองของรัฐ การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐยังเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถคัดแยกคดีค้ามนุษย์อย่างได้มาตรฐาน สม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน

ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จึงได้มีข้อเสนอแนะนำที่สำคัญ เช่น พัฒนาศักยภาพของผู้บังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินการเชิงรุกในการดำเนินคดีและตัดสินโทษผู้ค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน สอบสวนและดำเนินคดีในเชิงรุกกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์รวมทั้งตัดสินและลงโทษผู้กระทำความผิดด้วยบทลงโทษที่เด็ดขาด

ทั้งนี้กระทรงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)จะได้จัดประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เพื่อพิจารณาข้อแนะนำที่สำคัญดังกล่าว และมอบเจ้าภาพหลักรับผิดชอบในแต่ละประเด็น และใช้ในการติดตามผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งใช้เป็นกรอบในการจัดทำรายงานของประเทศไทยในปีต่อไป

 ....................................................

9 กรกฎาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน