*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3737
  • จำนวนผู้ชม : 2377879
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 12 กรกฎาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 283 , 11:56:46 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ตั้งแต่เช้าวันนี้อากาศสบายดีนะครับ แม้จะชื้นๆกระไอฝนบ้างก็ตาม แล้วพลอยทำให้อุณหภูมิลดลงหลายองศาไปด้วย

แม้จะมีนักก่อกวนขาประจำเราไม่สนใจก็จะด้านไปเอง สำหรับการจะชี้ตัวว่าเป็นใครบ้างก็คงไม่ใช่เรื่องยากนะครับ

 

 

 

"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?

    
 
                 ครม.ลุงตู่สมัยสอง...

                ไม่ใช่รัฐบาลที่ดีที่สุด

                แต่เป็นรัฐบาลที่ไปได้ในสถานการณ์ปริ่มน้ำ

                ถ้าเข้าใจอย่างนี้ ก็ปล่อยให้ทำงานไป

                หากยังข้องใจว่า คนอย่าง "ธรรมนัส พรหมเผ่า" ที่เคยถูกไล่ออกจากราชการ เคยถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาให้จำคุกคดียาเสพติด มาเป็นรัฐมนตรีได้อย่างไร?

                เห็นทีต้องพูดกันยาว

                เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น โดยจริยธรรมแล้ว ผู้กองธรรมนัสไม่ควรมาเล่นการเมืองตั้งแต่แรก

                ข้อมูลอีกมุมจากเจ้าตัว

                "...ยืนยันว่า ไม่ใช่คนที่นำเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย ไม่ได้เป็นผู้ผลิตยาเสพติด และไม่ได้เป็นผู้จำหน่ายแต่อย่างใด

                เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เริ่มจากที่ผมเดินทางไปเที่ยวนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย โดยได้รับคำเชิญจากพี่คนหนึ่งที่ทำงานอยู่ใน ป.ป.ส.ของสหรัฐ

                จากนั้นผมจึงเดินทางเข้าออสเตรเลียโดยผ่านการตรวจค้นอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน ไม่เป็นไปอย่างที่สื่อมวลชนได้รับทราบข้อมูลจากสื่ออวตารที่พยายามโจมตีอยู่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องโอละพ่อ

                แต่ผมมีความโชคร้าย เพราะคนที่ถูกจับนั้น กลับอยู่ที่เดียวกับที่ผมอยู่ด้วย ผมจึงโดนข้อหารู้ว่ามียาเสพติด แต่ไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบ ไม่ได้โดนข้อหาผลิตยาเสพติดและนำเข้ายาเสพติด

                ผมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหามาตลอด และถูกคุมขังประมาณ ๘ เดือน จนถูกปล่อยออกมาใช้ชีวิตตามปกติในนครซิดนีย์ ๔ ปีเต็มๆ ก่อนจะถูกส่งตัวกลับมาประเทศไทย เพราะนายกเทศมนตรีนครซิดนีย์ไม่ต้องการให้คนเอเชียที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มก้อน ไม่มีที่พักพิงเป็นหลักแหล่งอยู่

                ผมจึงถูกส่งตัวกลับมา แต่ไม่ได้มารับโทษ..."

                "เป็นตราบาปที่ตนไม่เคยพูดมาตลอด ๓๐ ปี"

                จะจริงตามนี้หรือไม่ ถ้าไม่จริงเดี๋ยวข้อมูลก็พรั่งพรูออกมา

                แต่เมื่อ "ผู้กองธรรมนัส" เข้ามาแล้ว คุณสมบัติการสมัคร ส.ส.ถูกต้องทุกอย่าง และประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐให้การต้อนรับ คำถามคือแล้วจะให้ผู้กองธรรมนัสออกจากการเมืองได้อย่างไร

                ไม่ง่าย!

                เว้นเสียว่าเจ้าตัวแสดงสปิริต แต่คงเป็นไปได้ยาก

                ถ้ารับไม่ได้ ประชาชนที่ไม่ชอบใจก็ต้องเคลื่อนไหว ให้ผู้นำรัฐบาลได้รับรู้ว่า...ไม่ปลื้ม

                แต่หากจะปฏิรูปนักการเมือง คงต้องมองนักการเมืองทั้งระบบ

                ไม่ใช่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง

                หลายองค์กรออกมาแสดงท่าทีต่อโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่

                ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่เหล้าเก่าในขวดใหม่

                ไม่เว้นกระทั่งพรรคเพื่อไทยก็วิจารณ์เหล้าเก่าเช่นกัน

                สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

                วิษณุ เครืองาม

                สมศักดิ์ เทพสุทิน

                สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

                อนุทิน ชาญวีรกูล

                สันติ พร้อมพัฒน์

                ทรงศักดิ์ ทองศรี

                ล้วนมาจากระบอบทักษิณในอดีตทั้งสิ้น 

                นักการเมืองไทยมีอยู่แค่นี้หรือ?

                อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ครม.ชุดนี้ไม่ใช่ ครม.ที่ดีที่สุด แต่เป็นชุดที่เดินไปได้ดีที่สุดในสถานการณ์รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ 

                ถ้าผิดจากนี้ รัฐบาลล่มตั้งแต่ยังไม่ตั้ง

                เพราะเรายังอยู่ในการเมืองระบบเก่า

                กลุ่ม ก๊วน แก๊ง การเมืองยังคงมีอิทธิพลในทุกพรรคการเมือง

                ไม่เว้นกระทั่งพรรคอนาคตใหม่ แบ่งก๊วนต่างจังหวัด กรุงเทพฯ เด็กธนาธร แก๊งคนใกล้ชิด ฯลฯ

                และอย่าคิดว่า หากขั้วเพื่อไทยตั้งรัฐบาล โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีจะดูดีกว่านี้

                มีคนบอกว่า ครม.ชุดนี้ดูแย่กว่า ครม.ยิ่งลักษณ์

                จริงตามนั้นหรือไม่?

                มาดูกันว่า วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ดูดีแค่ไหน

                "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี

                ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก ๕ ปี คดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

                "บุญทรง เตริยาภิรมย์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

                ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก ๔๒ ปี คดีทุจริตต่อหน้าที่ในการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในโครงการรับจำนำข้าว

                "ภูมิ สาระผล” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 

                ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก ๓๖ ปี คดีทุจริตต่อหน้าที่ในการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในโครงการรับจำนำข้าว

                "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 

                ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุก ๒  ปี คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบกรณีธรณีสงฆ์สนามกอล์ฟอัลไพน์

                "ชูชีพ หาญสวัสดิ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

                ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก ๖ ปี คดีทุจริตจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของกรมส่งเสริมการเกษตร

                "เบญจา หลุยเจริญ" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 

                ถูกศาลอุทธรณ์ ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบ พิพากษาจำคุก ๓ ปี คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อไม่ให้ "พานทองแท้-พินทองทา ชินวัตร" ต้องเสียภาษีอากร หรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสีย

                "สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

                ถูกศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก ๒ ปี

                คดีผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้ "ทักษิณ ชินวัตร" ที่ถูกออกหมายจับในคดีร่วมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย และคดีอื่นๆ ซึ่งขัดต่อระเบียบข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.๒๕๔๘ ข้อ ๒๑ (๒) (๓) และ (๔)

                และ "สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล" ยังถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงมติ ๒๓๑ ต่อ ๔ เสียง ถอดถอนออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 

                พร้อมถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา ๕ ปี

                "ประชา ประสพดี" ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงมติ ๑๘๒ ต่อ ๗ เสียง ถอดถอนออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหาว่า มีพฤติการณ์แทรกแซงการดำเนินงานของคณะกรรมการองค์การตลาด (อต.) ในการพิจารณาเรื่องการทุจริตของนายธีธัช สุขสะอาด อดีตผู้อำนวยการองค์การตลาด เมื่อปี ๒๕๕๕

                "จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หนีไปต่างประเทศ ผู้ต้องหาตามหมายจับ คสช.ฉบับที่ ๑/๒๕๕๗ และฉบับที่ ๕๗/๒๕๕๗  

                ปัจจุบันมีสถานะเป็นเลขาธิการองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย เคลื่อนไหวต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาล-คสช. ลี้ภัยที่สวีเดน

                ฯลฯ

                แต่คงไม่เป็นธรรมนักหากจะนำรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ที่ศาลสั่งติดคุกและหนีไปต่างประเทศ มาเปรียบเทียบกับรัฐมนตรีรัฐบาลลุงตู่สมัย ๒

                เพราะชุดหนึ่งเป็น ครม.ที่พ้นหน้าที่ไปแล้ว

                ขณะที่อีกชุดยังไม่เริ่ม ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตน

                และไม่มีใครรู้ได้ว่า ต้องติดคุกติดตะรางหลังบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่!

                เทียบกับ ครม.ลุงตู่สมัยแรก ดูจะเป็นธรรมกว่า

                ก็ดูเอาว่ารัฐมนตรีที่พ้นหน้าที่ไปหมาดๆ ใครส่อเค้าว่าจะติดคุกบ้าง

                ถึงกระนั้น เหล้าเก่าในขวดทักษิณ ที่เข้ามาอยู่ในขวดใหม่ของรัฐบาลลุงตู่ แม้คนจะร้องยี้ แต่ก็เป็นนักการเมืองกลุ่มที่สามารถเดินทางต่อมาได้

                ผิดกับกลุ่มหลังในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทั้งคุกทั้งหนี

                บางรายยังต้องขึ้นศาลต่อไป เพราะคดียังไม่สิ้นสุด

                ทั้งหมดนี้มิได้เพื่อให้ ครม.ลุงตู่สมัย ๒ ดูดีขึ้น

                แต่ย้ำเตือนว่า การเป็นรัฐมนตรีนั้นมีโอกาสติดคุก หากทุจริตในหน้าที่ เช่นกัน

                ตัว "ลุงตู่" เองก็ไม่เว้น!

                ฉะนั้น ครม.ที่เริ่มต้นในสภาพติดลบ ก็พอมีวิกฤติให้พลิกเป็นโอกาส

                ใครที่เคยเลว ก่อความชั่วเอาไว้ ไม่ต้องบอกว่าใคร เพราะเห็นๆ กันอยู่ ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำดีเพื่อบ้านเมืองให้มาก

                หมดยุคเสวยสุข กอบโกยผลประโยชน์บนเก้าอี้รัฐมนตรี

                หากเดินตามรอยระบอบทักษิณ ประเทศนี้พังทันที ประชาชนเลิกไว้ใจทั้งนักการเมืองและทหาร

                แล้วลองนึกภาพดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น!.

                                ผักกาดหอม   

'ธรรมนัส'รมต.ป้ายแดงเคลื่อนไหวแล้ว!แจงยิบปมขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย-ถอดยศร้อยเอก

    
 

11 ก.ค.62 - เมื่อเวลา 17.00 น.  ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ  และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  แถลงข่าวชี้แจงกรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์โจมตีถึงคุณสมบัติของการเป็นรัฐมนตรี ว่าสำหรับข้อกล่าวหาในเรื่องของกาค้ายา ที่โดนจับในประเทศออสเตรเลียนั้น ถือเป็นเรื่องโอละพ่อ 

"ยืนยันว่า ไม่ใช่คนที่นำเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย ไม่ได้เป็นผู้ผลิตยาเสพติด และไม่ได้เป็นผู้จำหน่ายแต่อย่างใด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เริ่มจากที่ผมเดินทางไปเที่ยวนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย โดยได้รับคำเชิญจากพี่คนหนึ่งที่ทำงานอยู่ใน ป.ป.ส.ของสหรัฐฯ จากนั้นผมจึงเดินทางเข้าออสเตรเลียโดยผ่านการตรวจค้นอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน ไม่เป็นไปอย่างที่สื่อมวลชนได้รับทราบข้อมูลจากสื่ออวตารที่พยายามโจมตีอยู่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องโอละพ่อ"

“แต่ผมมีความโชคร้าย เพราะคนที่ถูกจับนั้น กลับอยู่ที่เดียวกับที่ผมอยู่ด้วย ผมจึงโดนข้อหารู้ว่ามียาเสพติด แต่ไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบ  ไม่ได้โดนข้อหาผลิตยาเสพติดและนำเข้ายาเสพติด ผมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหามาตลอด และถูกคุมขังประมาณ 8 เดือน จนถูกปล่อยออกมาใช้ชีวิตตามปกติในนครซิดนีย์ 4 ปีเต็มๆ ก่อนจะถูกส่งตัวกลับมาประเทศไทย เพราะนายกฯเทศมนตรีนครซิดนีย์  ไม่ต้องการให้คนเอเชียที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มก้อน ไม่มีที่พักพิงเป็นหลักแหล่งอยู่ ผมจึงถูกส่งตัวกลับมา แต่ไม่ได้มารับโทษ"

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อไปว่าสื่อมวลชนสามารถตรวจสอบหลักฐานต่างๆ จากศาลของออสเตรเลียได้ว่า เป็นความจริงหรือไม่ เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องโอละพ่อ และถือเป็นตราบาปที่ตนไม่เคยพูดมาตลอด 30 ปี เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประมาณปี 2535 หรือ 2536 แต่สื่ออวตารกลับโจมตีว่า ตนต้องกลับมารับโทษในประเทศไทย และตอนนี้ตนรู้หมดแล้วว่า ใครอยู่เบื้องหลังความพยายามที่จะล้มตนให้ได้ เพราะสื่อมวลชนเองก็ทราบดีว่า ตนเป็นกำลังหลักในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีบทบาทในการขับเคลื่อนและประสานงาน ซึ่งหากล้มตนได้ รัฐบาลก็สั่นคลอน เพราะหลายเรื่องที่ได้ประสานงานไว้นั้นถือเป็นความลับที่ตนรู้เพียงคนเดียว 

"เขารู้ว่าผมเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะเอาเลือดไปหล่อเลี้ยงในหัวใจของรัฐบาล จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อล้มผม ผมรู้หมดแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลัง และเรื่องนี้ต้องปล่อยให้กฎหมายบ้านเมืองจัดการต่อไป คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่คนในพรรคพลังประชารัฐ"

ส่วนกรณีที่เคยถอดยศมาก่อนนั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้โชว์หนังสือการเลื่อนยศ โดยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2541 กระทรวงกลาโหมได้เลื่อนยศให้ตนขึ้นเป็น ร.อ. ไม่ใช่ใช้ยศ ร.อ.นำหน้า โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกอย่างไรที่มีคนปรามาสว่า กระทรวงเกษตรฯ ยุคใหม่เป็นกระทรวงมาเพีย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คนเรานั้น อยากถามว่า สามารถทำอดีตให้เป็นปัจจุบันได้หรือไม่ แต่สิ่งที่จะพิสูจน์คือ ในอนาคตตนจะทำอะไรให้แผ่นดินบ้าง ไม่ใช่เอะอะก็กล่าวหากันว่า มาเพีย นักเลง คนใจนักเลงอย่างตน ลองให้ได้ทำงานดูก่อน หากทำไม่ได้เรื่อง แล้วจะพิจารณาตัวเอง ที่ผ่านมาพูดมาโดยตลอดว่า ไม่จำเป็นต้องรับตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะหลังจากประสบความสำเร็จทางธุรกิจก็ทำงานเพื่อสังคมมาตลอด แต่คนพะเยาให้ความไว้วางใจตน และตนในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือของพรรคก็ได้รับปากประชาชนไว้มากมาย ซึ่งเมื่อนายให้มาเป็นรัฐมนตรีก็ต้องทำให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่ามีความมั่นใจว่ามีคุณสมบัติเหมาะเป็นรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเป็นลูกชาวนา ตนอยุ่กับดินมา การเกตราคือสิ่งที่อยู่กับดิน ดังนั้นจึงเข้าใจพื้นฐานของประชาชน ในการเป็นเกษตรกรรู้ว่าปัญหาคืออะไร และอะไรคือเกษตรกรต้องการ ตนคิดว่าตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

ถามว่าสังคมตั้งข้อสังเกตเรื่องคดีความต่างๆจะพิสูจน์ตัวเองอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในเรื่องคีดความต่างๆเรื่องต่างประเทศได้ชี้แจงไปแล้ว สำหรับประเทศไม่มีประวัติอาชญากรรมใดๆทั้งสิ้นถึงแม้จะถูกกล่าวหาพาดพิง เป็นเรื่องปกติที่ตนมีเพื่อนใต้บังคับบัญชาจำนวนมาก เป็นคนกว้างขวาง เพื่อนฝูงเยอะ และเป็นคนใจกว้าง บางครั้งการคบคนโน้นคนนี้ตนไม่ได้กรอง ดังนั้นเมื่อเขานำภัยมาหาเรา ไม่โทษคนโน้น คนนี้ไม่ใช่วิถี เพราะวิถีของตนต้องแก้ปัญหาให้จบด้วยตัวเอง ด้วยกระบวนการยุติธรรม

"ผมไม่เคยมีคดีค้างในชั้นศาล ผมได้ใช้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ตัวเองมาทุกเรื่องทุกสถานการณ์ และไม่เคยละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับ และชีวิตของผมผ่านพรบ.ล้างมลทินมาหลายฉบับแล้ว เคยสมัครส.ส.รายชื่อกับพรรคการเมืองหนึ่ง หากไม่มีการรัฐประหารครั้งที่แล้วก็คงได้เป็นส.ส. ทำไมถึงไม่มีปัญหา แต่ทำไมถึงมีปัญหาในครั้งนี้ และไม่ถูกโจมตีอะไรเลย"

ถามอีกว่าคดีความที่ออสเตเลียแล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ข้อกล่าวหาที่ออสเตรเลียไม่มีในกฎหมายไทย คือให้ผู้ถูกกล่าวหาไปลองตัดสิน หากพิ่งพอใจก็ให้รับ หากไม่พึ่งพอใจก็ให้ต่อสู้คดี และขอยืนยันว่าคดีถึงที่สุดแล้ว ซึ่งคดีของตนศาลให้ลองมาพิจารณาว่ารู้ว่ามีการกระทำผิด แต่ไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษ ซึ่งตอนนั้นถูกกันไว้เป็นพยานและตนถูกจองจำ 8 เดือนและจากนั้นก็ใช้ชีวิตปกติข้างนอก แต่ภายหลังรัฐบาลออสเตรเลียไม่ต้องการก็ส่งกลับประเทศ โดยไม่มีคดีอะไรค้างคาใด และเดินทางกลับมาประเทศไทยไม่ใช่เป็นการมารับโทษ  

ต้อข้อถามว่าเปิดเผยได้หรือไม่ว่าใครจ้องทำลาย ร.อ.ธรรมนัส กล่วาว่า ตนรู้ตัวหมดแล้วแต่ขอปิดเป็นความลับ เพราะกำลังดำเนินคดีอยู่ และยืนยันว่าเป็นกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายเพื่อที่จะล้มล้างรัฐบาล

รมช.เกษตรฯ กล่าวต่อว่าอยากฝากสื่อมวลชนไปศึกษาเรื่องพรบ.ล้างมลทินปี 2550 จะตอบโจทย์เรื่องตนทั้งหมด โดยเฉพาะมาตรา 4 ให้ล้างมลทินแก่ผู้บรรดาต้องโทษในกรณีความผิดต่างๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือก่อนวันที่ 5 ธ.ค. 50 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พรบ.นี้มีผลบังคับใช้ ให้ถือว่าผู้นั้นมิถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้น ๆ ซึ่งถือว่าชัดเจนและตนไม่มีความผิด โดยที่เฉพาะข้อกล่าวหาที่ว่าถูกปลดออกจากราชการข้อหาผิดวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่เกี่ยวกับคดีที่ออสเตรเลีย 

 เมื่อถามว่าหากในอนาคตมีการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติจะหนักใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การตรวจสอบคุณสมบัติมีมาแล้วหลายขั้นตอนตั้งแต่ลงสมัครส.ส. กว่าพี่น้องประชาชนจะเลือกตั้งผ่านมาหลายขั้นตอนแล้ว โดยเฉพาะกกต. และเรื่องของตนไม่ใช่กรณีศึกษาเรื่องแรก ผ่านหลายตัวอย่างและขั้นตอนมาแล้ว ซึ่งตนไม่กังวลอะไร แต่จะเป็นเพียงวาทกรรมที่มีการพูดกันของสื่อมวลชน โดยเฉพาะเพจอวตาลอีกนาน แต่ยืนยันว่าตนหนักแน่นพอกับเรื่องพวกนี้ ชั่วหรือไม่ชั่ว จริยธรรมคือสิ่งที่อยู่ในใจเรา เรารู้ตัวเองว่าเราทำอะไรอยู่  และก็ไม่กังวลว่าใครจะมาตรวจสอลคุณสมบัติ ตนไม่ได้ห้าม และก็ไม่กังวลว่าใครจะมาตรวจสอลคุณสมบัติ ตนไม่ได้ห้าม แต่ถ้าใครจะมาตรวจสอบผมและสุดท้ายผมไม่มีความผิดคุณก็ต้องพร้อมที่จะถูกดำเนินดคี ซึ่งผมฟ้องกลับแน่นอน และจะเดินหน้าทำงานในฐานะรัฐมนตรีเพราะผมมาจากพี่น้องประชาชน ยืนยันเรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกับนายกฯให้ทราบ แต่กว่าจะถึงขั้นตอนส่งชื่อครม.เพื่อกราบบังคมทูลก็ผ่านหลายขั้นตอนมาแล้ว.

(คลิกที่รูป)

 

 

 

 

....................................................................

 

'หญิงหน่อย'สอนประชาธิปไตย'บิ๊กตู่' เวทีสภาล้มรัฐบาลคือวิธีการที่ถูกต้อง


    
 

10 ก.ค.62 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

 

‪พลเอกประยุทธ์ เข้าใจระบอบประชาธิปไตย มั้ยคะ..?‬

‪รัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินโดยลุแก่อำนาจ หรือมีการตั้งงบประมาณโดยไม่ถูกต้อง

การอภิปรายในสภาคือการใช้เวทีตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ถ้าผิดต้องใช้ #เวทีสภาล้มรัฐบาล คือวิธีการที่ถูกต้องค่ะ และถือเป็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุล‬อำนาจที่สำคัญ โดยฝ่ายนิติบัญญัติ ตามระบอบรัฐสภา

ส่วนการใช้ #รถถังล้มรัฐบาล ที่ท่านได้เคยปฏิบัติมา คือสิ่งที่ไม่พึงทำอย่างยิ่งค่ะ!

 


 

 

 

 

 
 

 

 

 

 ..................................................................
 
 12 กรกฎาคม 2562
 
 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน