*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3728
  • จำนวนผู้ชม : 2369072
  • จำนวนผู้โหวต : 520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 520 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 15 กรกฎาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 330 , 14:04:02 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ของดี คนดีอย่างผวจ.ผู้ว่าณรงค์ศักดิ์' ที่ประเทศไทยมีอยู่ขณะนี้ นับเป็นทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง จึงน่าจะเก็บถนอม

เอาไว้สำหรับยามจำเป็นอันแท้จริงมากกว่า ซึ่งฝีมือการประสานงานรอบทิศทั้งภายในภายนอกประเทศของท่าน ได้แสดงถึงความมีศักยภาพระ

ดับผู้นำประเทศเลยทีเดียว แล้วเมื่อถึงคราวจำเป็นแท้จริงก็จะได้ให้ท่านทำหน้าที่ผู้นำของประเทศต่อไป ดังเช่นที่มีการเชิญอจ.สัญญา ธรรมศักดิ์

เป็นนายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาผ่าทางตันของประเทศมาแล้ว

 

จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน

  

พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนไป! 

    พยายามจะสลัดคราบทักษิณ
    เดิมทีใช้สโลแกน "ทักษิณคิดเพื่อไทยทำ"
    วันนี้เปลี่ยนแล้ว "ประชาชนคิดเพื่อไทยทำ" 
    เหมือนจะดี...แต่...ไม่เข้าท่า
    มันควรจะเป็นประชาชนคิดเพื่อไทยทำมานานแล้วไม่ใช่หรือ ก็เห็นเอาแต่พ่นว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แต่ดันให้คนคนเดียวชี้นิ้วสั่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
    แถมยังเป็นคนโกงอีกต่างหาก!    
    แล้ววันนี้ประชาชนคิดเพื่อไทยทำจริงอย่างนั้นหรือ?    
    มองเผินๆ เหมือนปรับทิศทางให้สอดคล้องกับข่าวก่อนนี้ที่บอกว่า "ทักษิณ" ถอย!
    แต่ความจริงคือแค่ปรับพรรคให้เข้ากับรัฐธรรมนูญเท่านั้น
    แกนนำพรรคสอบตกหมด หัวหน้าพรรคไม่ได้เป็น ส.ส. ก็แค่โยกคนที่เป็น ส.ส.มาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อไปนั่งเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
    ซึ่งเป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ!
    เท่านั้นจริงๆ
    ที่เหลือเหมือนเดิม
    เหมือนอย่างไร?
    แค่ทักษิณบอกว่าปีนี้ไม่จัดงานวันเกิด ส.ส.เพื่อไทยถึงกับหันรีหันขวางเอาไงดี บางคนวิตกขั้นว่ากลัวนายใหญ่จะทิ้ง
    ประชาชนก็รอดูไว้ว่าหลังจากนี้เพื่อไทยจะทำตามความคิดใคร 
    ทักษิณ หรือ ประชาชน
    เพื่อไทยกับบทบาทฝ่ายค้าน บางคนบอกว่าผิดฝาผิดตัว เพราะเพื่อไทยเกิดมาเพื่อเป็นรัฐบาล ก็คงจะจริง แต่ไม่ทั้งหมด 
    ปัญหาของเพื่อไทยคือความน่าเชื่อถือ!
    เมื่อครั้งเป็นรัฐบาลก็มักจะจบด้วยคอร์รัปชันเสมอ 
    รัฐบาลที่ถูกกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชัน จนผู้นำรัฐบาลต้องหนีคดีไปต่างประเทศ ย้ายข้างมาเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ตรวจสอบคอร์รัปชัน  
    มันผิดฝาผิดตัวจริงๆ!
    ฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทยจะทำอะไรหลังจากนี้ 
    ตรวจสอบรัฐบาล 
    หรือหาหนทางกลับเข้าสู่อำนาจ 
    คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ยังไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณตน จึงยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่เพื่อไทยจองกฐินตั้งแต่ไก่โห่ เตรียมซักฟอก ๗ รัฐมนตรี
    เป้าหมายจริงๆ น่าจะอยู่ที่ "อุตตม สาวนายน"
    และไม่ใช่ประเด็นความไม่เหมาะสมในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
    แต่หวังให้มีการเปลี่ยนแปลงในคดีกรุงไทยที่ทักษิณเป็นจำเลยร่วมใช่หรือไม่? 
    การปล่อยข่าวว่า "ทักษิณ" ถอยก่อนนี้ ถูกประเมินว่า เป็นการหยั่งท่าที 
    ขนาด "จตุพร พรหมพันธุ์" ยังมองขาดว่า คนอายุ ๗๐ ที่ผ่านอะไรมามากมายต้องคิดมากกว่าปกติ  เพราะไม่ใช่เรื่องของตัวตนเพียงแค่คนเดียว แต่เป็นเรื่องของครอบครัว
    แล้วเกี่ยวกับครอบครัว ชินวัตร อย่างไร? 
    ที่เห็นชัดๆ คดีที่ต่อเนื่องกันนี้ "พานทองแท้ ชินวัตร" เป็นจำเลยร่วมกันฟอกเงินจากการทุจริตปล่อยกู้ของผู้บริหารธนาคารกรุงไทยให้กลุ่มกฤษดามหานคร
    ศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำพิพากษา วันที่ ๒๕ พฤศจิกายนนี้ 
    อีก ๔ เดือน!
    การไล่ล่า "อุตตม สาวนายน" จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวพันกัน 
    ถ้า ทักษิณ-พานทองแท้ ผิด อุตตม ก็ต้องผิดด้วย 
    ถ้ารอดก็ต้องรอดหมด 
    คือตรรกะที่ฝ่ายประชาธิปไตยโดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ใช้อยู่ในตอนนี้
    แต่เมื่อลงไปดูรายละเอียดของเรื่องราว ไม่ง่ายที่จะล่า "อุตตม สาวนายน" 
    นักกฎหมายใหญ่ของพรรคเพื่อไทย และพรรคสัมภเวสีแตกแบงก์พัน พากันประโคมว่า การสอบสวนใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นภายใต้การรัฐประหาร หาความจริงได้ยาก 
    ดิสเครดิต คตส.ว่าไร้ความน่าเชื่อถือ เพราะมาจากคณะรัฐประหาร 
    ขอโทษครับทั่น! ไปดูหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษของธนาคารแห่งประเทศไทย ยุคที่คุณชายอุ๋ย   ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นผู้ว่าการแล้วหรือยัง 
    นั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งมหากาพย์การตรวจสอบทุจริตคดีแบงก์กรุงไทยทุจริตการปล่อยกู้สินเชื่อแก่เครือกฤษดามหานคร  
    ก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกสุชาย เชาว์วิศิษฐ, วิโรจน์ นวลแข, มัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา ๑๘ ปี 
    คตส.แค่ทำหน้าที่อัยการ
    สำนักข่าวอิศรานำหนังสือร้องทุกข์ของแบงก์ชาติมาเผยแพร่หลายวันแล้ว และไม่รู้ว่า คนในเพื่อไทย ไปอ่านประดับความรู้กันบ้างหรือยัง 
    .....สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org นำข้อมูลจากหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารธนาคารกรุงไทย กรณีปล่อยกู้สินเชื่อแก่เครือกฤษดามหานคร ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลงนามโดย  ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ขณะนั้น) เมื่อปี ๒๕๔๘ ถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษฉบับนี้เป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์การทุจริตการปล่อยกู้สินเชื่อแก่เครือกฤษดามหานคร จนนำไปสู่คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ในที่สุด 
    สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
    ....ประเด็นสำคัญของกรณีนี้คือ คณะกรรมการบริหารของธนาคารกรุงไทย และเข้าร่วมประชุมเพื่ออนุมัติสินเชื่อให้แก่เครือกฤษดามหานครในเวลานั้น ได้แก่ ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ ประธานกรรมการ นายวิโรจน์ นวลแข กรรมการ นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ กรรมการ นายอุตตม สาวนายน กรรมการ  นายมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา กรรมการ
    อย่างไรก็ดีตามหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษดังกล่าว ระบุข้อมูลในช่วงท้ายว่า นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ และนายอุตตม สาวนายน กรรมการบริหาร ซึ่งเป็นกรรมการอิสระที่กระทรวงการคลังแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารในคณะกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย ภายหลังจากทราบผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของธนาคารกรุงไทยว่า มีการให้สินเชื่อที่ผิดปกติ ได้มาพบเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกและให้ถ้อยคำกับผู้ตรวจการธนาคารพาณิชย์ โดยมีสาระสำคัญคือ
    ๑.การอนุมัติสินเชื่อให้แก่บริษัท โกลเด้นฯ ของคณะกรรมการบริหารนั้น ประธานกรรมการ (ร.ท.สุชาย) ได้ขอให้พิจารณาไปด้วยความรวดเร็วก่อนมีการประชุม และมีการรวบรัดให้การพิจารณาของที่ประชุมยุติลงโดยเร็ว โดยอ้างถึงบุคคลภายนอกขอมา และเป็นสัญญาณว่า ต้องอนุมัติสินเชื่อรายนี้แน่นอน ทั้งที่กรรมการบริหารดังกล่าว (นายชัยณรงค์ และนายอุตตม) ไม่เห็นด้วย โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ของโครงการซึ่งเป็นเพียงสมมติฐานเท่านั้น และไม่มีรายละเอียดชัดเจน ที่ดินที่ตั้งโครงการและหลักประกันมีการประเมินศักยภาพทางตลาดเท่านั้น โดยลูกหนี้เป็นผู้เลือกบริษัทประเมินราคาและวิธีประเมินราคา ในส่วนการ Refinance จากธนาคารกรุงเทพ มีส่วนที่ Hair Cut ยังไม่ชัดเจน  ทั้งนี้กรรมการผู้จัดการที่เป็นกรรมการบริหารได้ทราบเรื่องนี้ดี และช่วยอธิบายแทนสายงานที่นำเสนอสินเชื่อด้วย การตรวจสอบยอดหนี้ Refinance สายงานสินเชื่อ กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกรุงไทยสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย
    ๒.ในการขายหุ้นบุริมสิทธิของบริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) ของธนาคารกรุงไทยนั้น  กรรมการบริหารทราบเรื่องน้อยมาก แต่ทราบจากนายวิโรจน์ นวลแข กรรมการผู้จัดการในขณะนั้นว่า เป็นผู้เจรจากับบริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) ให้นำบริษัทตัวแทน (Nominee) คือบริษัท แกรนด์ คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด มาซื้อหุ้นคืนจากธนาคารกรุงไทย และคณะกรรมการบริหารเพียงแต่อนุมัติหลักการให้ไปเจรจาขายหุ้นในราคา ๑๐ บาท/หุ้น แก่ผู้ที่สนใจเท่านั้น แต่นายวิโรจน์มิได้แจ้งรายละเอียดการเจรจาตกลงขายหุ้นกับบริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) ให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารทราบแต่อย่างใด....
    เพื่อไทยถามหาหลักฐาน "อุตตม สาวนายน" คัดค้านการอนุมัติเงินกู้...ก็นี่ไง 
    หนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษของแบงก์ชาติหนักแน่นพอที่จะเชื่อถือได้หรือยัง?
    แต่ดูเหมือนว่าบรรดาสมุนทักษิณ พยายามเลี่ยงไม่พูดถึง 
    สดๆ ร้อนๆ วันสองวันมานี้ก็ยังถามหาหลักฐานที่แสดงว่า "อุตตม สาวนายน" คัดค้านหรือทักท้วงการอนุมัติในครั้งนั้น
    นี่คือสิ่งที่ฝ่ายค้านของสมุนทักษิณกำลังทำ
๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๑ หรือ ๒๑ ปีที่แล้ว คือวันกำเนิดพรรคไทยรักไทย 
"ภูมิธรรม เวชยชัย" เขียนรำลึกไว้สวยหรู    
    "ดร.ทักษิณ ชินวัตร กับคณะบุคคลที่อยากเห็นการเมืองที่ดี การเมืองที่ใช้มืออาชีพทำงาน ใช้คนทุกภาคส่วนช่วยกันสร้างและผลักดัน ให้เกิดการเมืองที่มีคุณภาพใหม่ในนาม...พรรคไทยรักไทย"
    แต่สิ่งที่ภูมิธรรมไม่ได้เขียนคือ ปัจจัยที่ทุ่มลงไปเพื่อดูด ส.ส. ตกปลาในบ่อเพื่อน และควบรวมพรรคการเมือง 
    ไม่ได้พูดถึงการซุกหุ้น เผด็จการรัฐสภา ครอบงำองค์กรอิสระ เหิมเกริมในอำนาจ
    และวันนี้ คนของทักษิณโหยหารัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ อ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน มีความเป็นประชาธิปไตยสูง
    ซึ่งก็ใช่!    
    แต่ รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ก็มีช่องโหว่ ให้อำนาจฝ่ายบริหารมากเกินไป หากผู้นำประเทศโกง การตรวจสอบในสภาจะเป็นไปอย่างยากลำบาก 
    และพิสูจน์ให้เห็นแล้วจากการเติบโตของระบอบทักษิณ
    ที่สืบทอดความวิบัติมาถึงทุกวันนี้.

ผักกาดหอม

'ลุงสุทิน'ยกตัวอย่าง'ดร.อาทิตย์'วอน'ผู้ว่าณรงค์ศักดิ์'ใคร่ครวญให้รอบคอบก่อนตัดสินใจสมัครผู้ว่าฯกทม.

    
 

15 ก.ค.62 -  นายสุทิน วรรณบวร  อดีตนักข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความเรื่อง "โคลนถ้ำหลวงไม่สกปรกเท่าน้ำเน่าการเมือง" โดยมีเนื้อหาดังนี้

การปั่นกระแสพรรคการเมืองจีบผู้ณรงค์ศักดิ์ ให้ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ราชการกรุงเทพฯ ที่ว่อนอยู่ในสื่อกระแสหลัก กระแสรองตลอดถึงโซเซี่ยล เวลานี้ดูเหมือนว่าเป็นฝ่ายการเมืองที่จงใจจะผลักให้ท่านตกลงบึงน้ำเน่าของกระแสข่าวการเมือง

ท่านว่าณรงค์ศักดิ เป็นข้าราชการน้ำดีมีคุณธรรม มีความรู้ ความสามารถสูง อยากที่จะหาคนเทียบเทียมได้ในหลายทศวรรษที่ผ่านมาและอีกหลายปีต่อไปข้างหน้า ดังนั้นถ้าท่านตั้งใจผันตัวจากข้าราชพลเรือน มาเป็นข้าราชการเมืิอง ท่านต้องบอกให้ประชาชนรู้ด้วยเอง

การที่ฝ่ายการเมืิองปล่อยข่าวทาบทามท่านมาเป็นผู้สมัครแล้วสื่อกระแสหลักกระแสรองตลอดสื่อสังคม (โซเชียล) นำมาวิภาควิจารณ์ ถามความเห็นจากนักการเมือง จากคนรัฐบาลจากคู่แข่งทางการเมืองทำให้้เกิดกระแสวิจารณ์ข้าราชการน้ำดีท่านนี้ทั้งทางที่ดีและเสียหายโดยไม่จำเป็น

สื่อกระแสหลัก ก่อนที่เสนอข่าวก่อนวิจารณ์ใดๆทำไมไม่สอบถามจากท่านโดยตรง ว่าสนใจจะสมัครเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครฯหรือไม่ เราเชื่อแน่ข้าราชการซื่ิอ สัตย์ตรงไปตรงมาท่านนี้ พร้อมที่จะให้ความกระจ่างแก่สังคม เพราะถ้าจะสมัครผู้ว่าฯซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นปลายปีนี้ ถึงวันนี้ต้องประกาศท่าทีแล้ว

ตัวอย่าง ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ในทศวรรษ ๒๕๑๘-๒๕๒๐ เป็นแท็คโนแคร็ต เป็นข้าราชการน้ำดีมีความรู้ความสมารถ ความทันสมัยอยากจะหาคนเทียบได้ แต่เมื่อลงสมัคร ส.ส.ปี ๒๕๑๘ ก็ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาสมัครผู้ว่า กทม ก็แพ้ให้นักการรุ่นเก่าอย่างไม่เป็นท่า

สุดท้ายแท็คโนแคร็ตน้ำดีคนนี้ ต้องไปอิงทหารด้วยการเป็นเลขาพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันต์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีจากปฏิวัติรัฐประหาร ดร.อาทิต์ ล้มลุกคลุดคลานทางการเมืิองหลายปี วิ่งเข้าวิ่งออกพรรคการเมืองหลายพรรค กว่าจะได้เป็นวีระบุรุษประชาธิปไตยในปี ๒๕๓๕

จากตัวอย่างดร.อาทิตย์ เราจึงอยากเสนอแนะให้ท่านผู้ว่าณรงค์ศักดิ์ ใคร่ครวญให้รอบคอบก่อนให้นักการเมืองฉวยโอกาสนำคุณงามความดีของท่านมาหาความนิยมให้พรรคการเมือง เพราะความดี ความรู้ ความสามารถของท่านถ้าไม่ตกหลุมน้ำเน่าการเมืิองเสียก่อนจะเป็นคุณประเทศชาติมากมายมหาศาล

เราเชื่ิอมั่นว่า หลังจากท่านผู้ว่าณรงค์ศัดดิ์ เกษียณราชการ มีหลายหน่วยงาน หลายองค์กร หลายสถานบัน ต้องการท่านไปร่วมงานในตำแหน่งที่สำคัญยิ่งใหญ่ ถ้าท่านไม่ติดล่มการเมืองเสียก่อน.

โคลนถ้ำหลวงไม่สกปรกเท่าน้ำเน่าการเมือง

การปั่นกระแสพรรคการเมืองจีบผู้ณรงค์ศักดิ์ ให้ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ราชการกรุงเทพฯ ที่ว่อนอยู่ในสื่อกระแสหลัก กระแสรองตลอดถึงโซเซี่ยล เวลานี้ดูเหมือนว่าเป็นฝ่ายการเมืองที่จงใจจะผลักให้ท่านตกลงบึงน้ำเน่าของกระแสข่าวการเมือง

ท่านว่าณรงค์ศักดิ เป็นข้าราชการน้ำดีมีคุณธรรม มีความรู้ ความสามารถสูง อยากที่จะหาคนเทียบเทียมได้ในหลายทศวรรษที่ผ่านมาและอีกหลายปีต่อไปข้างหน้า ดังนั้นถ้าท่านตั้งใจผันตัวจากข้าราชพลเรือน มาเป็นข้าราชการเมืิอง ท่านต้องบอกให...

 
นคร มาฉิม
 
21 ชั่วโมงที่แล้ว

อุดมการณ์เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย จะไม่มีวันตาย รอวันแห่งชัยชนะในเวลาอันใกล้นี้

ครบ 21 ปีที่พรรคไทยรักไทย ได้จดจัดตั้งขึ้น ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และเป็นประชาธิปไตยตามหลักการสากลมากที่สุด ภายใต้สโลแกน คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคน ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆทางการเมือง สร้างความรู้ ความเข้าใจ ความเข้มแข็งให้ระบอบประชาธิปไตย จนคนไทยส่วนใหญ่รู้สึกว่า ประชาธิปไตย กินได้
พรรคไทยรักไทย ได้รับความนิยมสูงสุดมีเสียงมากพอจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ...

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ
 
 
ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ฝูงชน
 

'วรงค์'ชำแหละ'รัฐพันลึก'งานเขียนเมียปิยบุตร ชาวต่างชาติต้องเรียนรู้วัฒนธรรมไทย

    
 

15 ก.ค.62 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom โดยมีเนื้อหาดังนี้

รัฐพันลึก(Deep State)

ผมได้รับเอกสารวิชาการชิ้นนี้จากอาจารย์มหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับงานตีพิมพ์วิชาการของ เออเฌนี เมรีโอ ภรรยาของนายปิยบุตร

งานชิ้นนี้ตั้งชื่อเรื่องว่า "รัฐพันลึกในประเทศไทย,พระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ และศาลรัฐธรรมนูญ (2540-2558)" "Thailand's Deep State,Royal Power and the Constitutional Court (1997-2015)" ตีพิมพ์ใน Journal of Contemporaly Asia , 12 มิ.ย. 2016

ในสาระมีการกล่าวหาสถาบันเบื้องสูงของเรา แทรกแซงการเมืองผ่านองค์กรศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งๆที่องค์กรนี้จัดตั้งครั้งแรก ในรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ทุกฝ่ายยอมรับ และที่เขาไม่พูดถึงเลยคือ ปัญหาทั้งหมดที่เกิดจากนักการเมือง ใช้อำนาจไม่ชอบ เผด็จการรัฐสภา ทุจริตคอรัปชั่น แทรกแซงองค์กรอิสระ รวมทั้งพยายามติดสินบนศาล

งานวิชาการชิ้นนี้จึงมีอคติปะปน และเผยแพร่ผ่านวารสารต่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยควรต้องช่วยดูแล ผมคิดว่า

1.เห็นด้วยกับเสรีภาพทางวิชาการ แต่อย่าเกินเลยทำร้ายความรู้สึกของประชาชน ที่เสียภาษีจ้างคนเหล่านี้
2.งานวิชาการต้องไม่อคติ และตั้งเป้าหมายไว้ล่วงหน้า
3.ผู้ศึกษาเป็นชาวต่างชาติ ยิ่งต้องเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี สิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจของคนไทยให้ลึกซึ้งมากกว่านี้
4.เอกสารชิ้นนี้เป็นความคิดเดียวกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ให้ช่วยกันคิดดูว่าประเทศไทยจะเดินทางไปสู่อะไร
#เราเป็นไทย
#thainess

ส่อเสีย'ค่าโง่'ซ้ำ ไทยพ่ายคดีปินส์ นำเข้าบุหรี่นอก!

  

    ไทยส่อเค้าเสียค่าโง่อีกแล้ว ดับเบิลยูทีโอตัดสิน “ไทย” แพ้คดีนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศ 3 คดีรวมถึงชั้นอุทธรณ์ รมต.การค้าปินส์จี้ไทยยอมรับและแก้ตามคำตัดสินให้สมศักดิ์ศรีประธานอาเซียน  ศุลกากรรับมีคณะทำงานประเมินผล
    เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เว็บไซต์ขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ได้เผยแพร่คำตัดสินครั้งที่ 2 ของคณะกรรมการพิจารณาข้อพิพาท โดยคณะผู้พิจารณาขององค์การการค้าโลกเห็นด้วยตามข้อเรียกร้องของประเทศฟิลิปปินส์ ว่าประเทศไทยดำเนินการขัดต่อกฎหมายขององค์การการค้าโลกเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายศุลกากร ซึ่งรวมถึงการฟ้องคดีอาญากับบริษัทผู้นำเข้าบุหรี่ ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด (PMTL) ในข้อหาสำแดงราคาบุหรี่นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซียระหว่างปี 2545-2546 ต่ำกว่าความเป็นจริง พร้อมระบุให้ไทยต้องปฏิบัติตามคำตัดสินก่อนหน้านี้ของดับเบิลยูทีโอ
    โดยนายรามอน โลเปซ รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของฟิลิปปินส์ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องว่า ข้อพิพาทในองค์การการค้าโลกคดีนี้กินระยะเวลามากว่า 10 ปีแล้ว ประเทศไทยแพ้ทั้ง 3 คดี และแพ้ในชั้นอุทธรณ์ด้วย ถึงเวลาเสียทีที่ไทยต้องยอมรับคำตัดสิน และดำเนินการเปลี่ยนแปลงการประเมินราคาศุลกากรตามคำตัดสินดังกล่าว
    ทั้งนี้ ข้อพิพาทระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ที่กินเวลายาวนานเป็นสิบปีนี้ เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวอย่างต่อเนื่องของไทยในการประเมินราคาสินค้าส่งออกจากฟิลิปปินส์ให้ถูกต้องตามความตกลงว่าด้วยการประเมินราคาศุลกากรขององค์การการค้าโลก มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบถึงความอยู่รอดของภาคธุรกิจทั้งในประเทศฟิลิปปินส์และไทย โดยส่งผลกระทบอย่างมากกับชาวไร่ยาสูบของฟิลิปปินส์ และยังส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกโดยรวมของฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ ยังเป็นผลเสียต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของสองประเทศด้วย
    นายโลเปซกล่าวว่า ไทยถือเป็นผู้ให้การสนับสนุนรายสำคัญของระบบการค้าพหุภาคีขององค์การการค้าโลก และยังเป็นประธานคณะมนตรีใหญ่ขององค์การการค้าโลกในขณะนี้อีกด้วย และไทยก็เพิ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2019 ดังนั้น การยอมรับคำตัดสินของคณะผู้พิจารณาในคดีนี้จะเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบและความเป็นผู้นำของไทยในองค์การการค้าโลกและในอาเซียน
    ทั้งนี้ ในคดีหลักคณะผู้พิจารณาขององค์การการค้าโลกและองค์กรอุทธรณ์ได้มีคำตัดสินในปี 2553 ว่ามาตรการในการประเมินราคาศุลกากรของไทยขัดต่อความตกลงว่าด้วยการประเมินราคาศุลกากรและกฎขององค์การการค้าโลก ซึ่งหลังจากที่มีคำตัดสินดังกล่าว ไทยได้มีมาตรการใหม่ในการประเมินราคาศุลกากรต่อบุหรี่ของฟิลิปปินส์ที่ขัดต่อองค์การการค้าโลก โดยการฟ้อง PMTL เป็นคดีอาญาโดยกล่าวหาว่ามีการสำแดงราคาต่ำ ทำให้ฟิลิปปินส์ได้ฟ้องคดีต่อองค์การการค้าโลกในการบังคับให้มีการปฏิบัติตามคำตัดสินเป็นคดีแรก และในเดือน พ.ย.2561 คณะผู้พิจารณาขององค์การการค้าโลกก็ได้มีคำวินิจฉัยว่ามาตรการใหม่ในการประเมินราคาศุลกากร และการฟ้องคดีอาญาคดีแรกดังกล่าวขัดต่อความตกลงว่าด้วยการประเมินราคาศุลกากร
และในระหว่างพิจารณาคดีดังกล่าวไทยก็ได้ฟ้องคดีอาญาเป็นคดีที่สองบังคับให้ฟิลิปปินส์ต้องเริ่มกระบวนการฟ้องไทยให้ปฏิบัติตามคำตัดสินเป็นครั้งที่ 2 โดยล่าสุดคณะผู้พิจารณาขององค์การการค้าโลกได้มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ว่าการฟ้องคดีอาญาคดีที่สองนี้ก็ขัดต่อความตกลงว่าด้วยการประเมินราคาศุลกากรเช่นกัน
    ด้านนายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร ระบุว่า กรมมีคณะทำงานติดตามข้อพิพาทดังกล่าวอยู่ ซึ่งต้องมาประเมินกันอีกครั้ง ผลการตัดสินที่ออกมาจะกระทบกับการดำเนินคดีความในไทยหรือไม่อย่างไร
    ก่อนหน้านี้ เมื่อต้นปี 2562 ที่ผ่านมา นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลยุติการฟ้องร้องคดีอาญาบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ประเทศไทย เพื่อลดผลกระทบความเสียหายและความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับฟิลิปปินส์กรณีสินค้าบุหรี่นำเข้า แต่ก็ถูกโจมตีว่าไม่ควรดำเนินการ โดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ออกมาโจมตีเรื่องดังกล่าวว่าหากดำเนินการจะมีคนติดคุกแน่นอน และจะเปิดโปงผู้ที่รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้ แต่จากผลพวงจากการตัดสินของดับเบิลยูทีโอครั้งนี้ ก็อาจทำให้ไทยอาจต้องเสียค่าโง่อีกครั้งหนึ่ง.

...........................................................

15 กรกฎาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน