*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3738
  • จำนวนผู้ชม : 2379293
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 256 , 15:03:33 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         การกระทำที่ผมนึกไม่ถึงว่าไม่สมควร ตามที่มีผู้กล่าวหา คือ ผมได้นำรูปหลานชายวัย 3 - 4 ขวบ ยืนแก้ผ้าอาบน้ำในอ่าง

ลงใน FaceBook เป็นผลให้ผมถูกระงับการใช้เป็นเวลา 24 ช.ม. ประเด็นนี้ผมผิดด้วยหรือ เพราะเด็กก็เป็นผู้ชายตัวกระเปี๊ยกเดียว

เอง แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็อาจจะไม่โพสข้อความใดๆลง FaceBook โดยไม่มีกำหนดเวลาก็ได้ จึงใคร่ขอให้บรรดาลูกๆหลานๆและ

เพื่อนๆตามนี้ด้วย

ป.ล. ขณะนี้มีโฆษณาพนันใน FB อย่างรู้ได้ง่ายๆ แต่ไม่เห็น FB จัดการบ้างเลย

 

 

เด็กเลี้ยงแกะออนทัวร์ 

    
 

 

            เรื่องมันเป็นแบบนี้...

                 ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งสารแสดงความยินดีถึงรัฐบาลไทย ความว่า

                "สหรัฐฯ เฝ้ารอคอยที่จะร่วมงานกับรัฐบาลใหม่ของไทย เพื่อกระชับความเป็นพันธมิตร และความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และสร้างเสริมมิตรภาพระหว่างประชาชนของเราที่ยาวนานมากว่า ๒ ศตวรรษ

                เราสนับสนุนธรรมาภิบาลและความโปร่งใสทั่วโลกและจะยังคงร่วมมือกับประชาชนไทยและรัฐบาลไทยต่อไปจนถึงที่สุด

                และเราจะยังคงสนับสนุนบทบาทของไทยในฐานะผู้นำภูมิภาค ซึ่งรวมถึงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีนี้ ความเป็นพันธมิตรของเราจะแข็งแกร่งต่อไปยิ่งขึ้น

                ในขณะที่เราร่วมมือกันเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายร่วมกันของทั้งสองประเทศ เช่นความมั่นคง สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและทั่วทั้งโลก"

                แต่...มีคนไทยไปทัวร์ยุโรป-อเมริกา แล้วไปตะโกนว่า ประเทศไทยตอนนี้อยู่ภายใต้ "ระบอบ คสช.ที่มีการเลือกตั้ง"

                สัมภาษณ์กับ VOA ภาคภาษาไทย "ธนาธร" บอกว่า

                "เราต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ มีวิธีเดียวคือทำให้ประเทศกลับมาเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง หยุดยั้งวงจรรัฐประหาร ปฏิรูปกองทัพ ไม่ให้รัฐประหารเกิดขึ้นอีก นี่คือภารกิจของคนรุ่นเรา

                หนีไม่พ้นต้องแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ"

                ให้สัมภาษณ์กับ "แอนเดรีย มิตเชลล์" จาก NBC

                "ประเทศไทยตอนนี้อยู่ในระบบประชาธิปไตยจอมปลอม และต้องการให้อเมริกาเข้ามาช่วยให้ประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยอีกครั้ง"

                จะให้อเมริกาเข้ามาแบบไหน

                ตามรูปการณ์แล้วคงเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก "แทรกแซง" เพราะสิ่งที่ "ธนาธร" ไปพูดนั้น มันใหญ่โต จนไม่อาจแก้ด้วยการพูดเพียงอย่างเดียวได้

                ประเทศไทยตกอยู่ในการปกครองของเผด็จการ ไม่มีประชาธิปไตย มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนสูง  กองทัพจ้องแต่จะทำรัฐประหาร เป็นแบบนี้ก็ต้องแก้แบบที่อเมริกาพยายามเข้าไปแทรกแซงในซีเรีย, เวเนซุเอลา

                มันต้องก่อสงครามกลางเมือง!

                ประเทศไทยอยู่ในระนาบเดียวกันกับ ซีเรีย และ เวเนซุเอลา อย่างนั้นหรือ?

                หรือต้องเผาเมืองกันอีกรอบ

                ครับ...นั่นคือเสียงของเด็กเลี้ยงแกะ

                ขณะที่ผู้ใหญ่ระดับประเทศ เขาจับมือเดินไปข้างหน้ากันแล้ว

                รัฐบาลอเมริกาประกาศสนับสนุนรัฐบาลไทย เพื่อความมั่นคง สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรือง

                แต่จะไปได้แค่ไหนก็อยู่ที่ฝีมือของรัฐบาลลุงตู่

                สำหรับ "ธนาธร" นอกจากไปชักศึกเข้าบ้านแล้ว จุดประสงค์ของการทัวร์ครั้งนี้ แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่

                เท่าที่จับใจความได้ นอกจากไปพูดโจมตีรัฐบาลแล้ว ยังพูดถึงการไปดูเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อนำมาปรับใช้กับพรรคอนาคตใหม่ ที่จะเบนเข็มไปยังการเลือกตั้ง อบต., อบจ.

                ไปโจมตีรัฐบาลนั้นฟังขึ้น เพราะเอาไปด่าทั้งในยุโรป-อเมริกา แต่ไร้การตอบสนองจากต่างชาติ

                แต่เรื่องเลือกตั้งท้องถิ่น น่าจะเป็นข้ออ้างอำพรางอย่างอื่น

                "ธนาธร" ไปก่อนวันครบกำหนดการส่งหลักฐานคดีถือหุ้นสื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่กี่วัน

                ก็ต้องยอมรับความจริงว่าวันนั้นไม่มีใครทราบว่าศาลท่านจะดำเนินการอย่างไรต่อ จะสั่งคดีเลยหรือรอให้ "ธนาธร" เข้าชี้แจงก่อน

                คดีนี้อย่าคิดว่าไม่มีโทษจำคุก

                หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าผิด ก็ต้องไปว่าที่ศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งต่อ

                พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา ๑๕๑ ที่ระบุว่าผู้สมัครรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิแล้วยังสมัครรับเลือกตั้ง ระวางโทษจำคุก ๑-๑๐ ปี ปรับ ๒๐,๐๐๐-๒๐๐๐,๐๐๐ บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ๒๐ ปี

                ก็รอดูว่า "ธนาธร" กลับวันไหน

                กลับมาแล้วจะไปไหนต่อ 

                แต่เชื่อได้ว่า...

                ธนาธรจะออกทริปออนทัวร์ไปเรื่อยๆ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

                ไม่เข้าสภาก็ออนทัวร์ต่อไป. 

เช็คเลยความคาดหวังประชาชนต่อการทำงานของ 20 รัฐมนตรี ครม.ชุดใหม่

    
 

21 ก.ค. 2562 ความเคลื่อนไหวของ ครม.ชุดใหม่ในช่วงนี้เห็นได้ว่าเป็นข่าวที่สังคมให้ความสนใจ อีกทั้งประชาชนต่างมีความหวังว่า รมต.ใหม่ที่เข้ามาจะบริหารบ้านเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากรมต.ทุกตำแหน่งมีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างเต็มที่ ก็จะส่งผลให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ประชาชนอยู่ดีมีสุข เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่สนใจติดตามข่าวการเมือง                 

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณี เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อรัฐมนตรี 20 กระทรวง จำนวนทั้งสิ้น 1,586 คน ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2562 สรุปผลได้ ดังนี้  

1. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ สำนักนายกรัฐมนตรี คือ
อันดับ 1    พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ดำเนินการตามนโยบายของรัฐ    63.93%
อันดับ 2    ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดกฎหมาย กฎระเบียบอย่างเคร่งครัด    35.03%
อันดับ 3    บริหารจัดการงบประมาณให้คุ้มค่า มีระบบติดตามตรวจสอบได้    20.76%

2. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงกลาโหม คือ
อันดับ 1    ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ทำงานเต็มความสามารถ ทำเพื่อประชาชน    45.43%
อันดับ 2    ดูแลความมั่นคง ช่วยเหลือประชาชน พัฒนาประเทศ    31.85%
อันดับ 3    รักษาความสงบ ความสามัคคี สร้างความปรองดองให้กับประเทศ    24.72%

3. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงการคลัง คือ
อันดับ 1    ซื่อสัตย์ สุจริต สามารถตรวจสอบการทำงานและงบประมาณได้     38.98%
อันดับ 2    มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ป้องกันไม่ให้เกิดเงินเฟ้อ ดูแลค่าครองชีพของประชาชน    36.61%
อันดับ 3    ควบคุมการใช้จ่ายไม่ให้รั่วไหล ควบคุมค่าใช้จ่ายของกระทรวงต่างๆ    26.77%

4. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงการต่างประเทศ คือ
อันดับ 1    สร้างความเชื่อมั่นในเวทีระดับนานาชาติ สร้างสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศให้ดีขึ้น    65.40%
อันดับ 2    ส่งเสริมด้านการส่งออก สร้างความร่วมมือกับต่างชาติ ลดภาษีการนำเข้า    23.08%
อันดับ 3    สนับสนุนให้ชาวต่างชาติมาเที่ยวประเทศไทย    15.38%

5. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงมหาดไทย คือ
อันดับ 1    ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แก้ปัญหาอาชญากรรม ทำให้บ้านเมืองสงบ    44.30%
อันดับ 2    ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ เร่งสะสางคดีที่คั่งค้าง ทำงานอย่างต่อเนื่อง    32.64%
อันดับ 3    ปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด    25.39%

6. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ
อันดับ 1    ส่งเสริมราคาผลผลิตทางการเกษตรให้ดีขึ้น เช่น ยางพารา ข้าว ปาล์ม    65.86%
อันดับ 2    ช่วยให้เกษตรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถช่วยเหลือตนเองได้     21.34%
อันดับ 3    พัฒนาระบบการเกษตรให้ทันสมัย ควบคุมผลผลิตทางการเกษตรให้ได้มาตรฐาน     13.91%

7. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงศึกษาธิการ คือ

อันดับ 1    สร้างโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา    43.08%
อันดับ 2    พัฒนาการศึกษาไทยให้ดีมีคุณภาพ ทัดเทียมกับต่างประเทศ นำเทคโนโลยีมาปรับใช้    33.94%
อันดับ 3    ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับเด็กไทย เลิกท่องจำ    26.11%

8. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คือ

อันดับ 1    พัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบ พัฒนาหลักสูตรให้มีความทันสมัย    60.29%
อันดับ 2    เปิดโอกาสทางการศึกษา สนับสนุนให้มีการเรียนฟรีถึงระดับอุดมศึกษา    30.88%
อันดับ 3    ป้องกันดูแลด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา เข้มงวดการรับน้องที่ใช้ความรุนแรง    22.06%

9. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงแรงงาน คือ

อันดับ 1    สร้างความเป็นธรรมและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีรายได้น้อย ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ    45.14%
อันดับ 2    เน้นส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ แก้ปัญหาการว่างงาน    30.00%
อันดับ 3    แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมาย    26.49%

10. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงวัฒนธรรม คือ

อันดับ 1    ส่งเสริมและรักษาขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณีไทย    66.67%
อันดับ 2    ร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยอย่างจริงจัง    33.36%
อันดับ 3    อนุรักษ์และสร้างค่านิยมที่เหมาะสมกับสังคมไทย    25.00%

11. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คือ

อันดับ 1    ทำให้คนในสังคมมีความเท่าเทียมกัน พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ    51.64%
อันดับ 2    ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ส่งเสริมอาชีพให้ผู้ด้อยโอกาส แก้ปัญหาคนไร้บ้าน    33.61%
อันดับ 3    แก้ปัญหาความรุนแรงในสังคม ปัญหาภายในครอบครัว สตรี เด็ก และคนชรา     17.21%

12. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือ

อันดับ 1    พัฒนาด้านการท่องเที่ยวให้มีมาตรฐาน มีความปลอดภัย ทำให้เกิดความเชื่อมั่น     50.38%
อันดับ 2    พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สวยงาม สะอาด การเดินทางสะดวก    31.30%
อันดับ 3    ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง สนับสนุนสินค้าชุมชน     25.19%

13. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงคมนาคม คือ

อันดับ 1    มีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อทั่วประเทศ พัฒนาระบบการคมนาคมให้ดีขึ้น    51.09%
อันดับ 2    แก้ปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองใหญ่ จัดระเบียบการจราจร    31.52%
อันดับ 3    ส่งเสริมการใช้รถสาธารณะ พัฒนาคุณภาพและการบริการ ปรับลดค่าโดยสาร    23.91%

14. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คือ

อันดับ 1    ดูแลควบคุมสื่อที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน    53.85%
อันดับ 2    มีกฎหมายคุ้มครองเรื่องการลงทุน การค้าขายออนไลน์ที่เป็นธรรม    32.31%
อันดับ 3    ส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์ พัฒนาเด็กไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยี    23.08%

15. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ
อันดับ 1    ฟื้นฟูป่าไม้ที่เสื่อมโทรม ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น เพิ่มพื้นที่ป่าในเมืองและทั่วประเทศ    53.25%
อันดับ 2    เพิ่มบทลงโทษกับผู้ที่กระทำความผิด ล่าสัตว์ บุกรุกตัดไม้ทำลายป่า     38.96%
อันดับ 3    บริหารทรัพยากรธรรมชาติให้สมดุลกับจำนวนประชากร    23.38%

16. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงพลังงาน คือ

อันดับ 1    ควบคุมราคาพลังงาน เช่น ลดราคาน้ำมัน ลดค่าไฟฟ้า    59.28%
อันดับ 2    ส่งเสริมพลังงานทดแทน ผลักดันพลังงานสะอาด    22.75%
อันดับ 3    ซื่อสัตย์ โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่    21.56%

17. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงพาณิชย์ คือ

อันดับ 1    พัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าทางการเกษตร     66.35%
อันดับ 2    ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีผลงานเป็นรูปธรรม แก้ปัญหารวดเร็ว    22.54%
อันดับ 3    ปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย ลดการจัดเก็บภาษีครัวเรือนให้ต่ำลง    15.34%

18. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงยุติธรรม คือ

อันดับ 1    มีความยุติธรรมในการตัดสินคดี โปร่งใส ไม่สองมาตรฐาน     64.39%
อันดับ 2    ซื่อสัตย์ในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่รับสินบน    25.90%
อันดับ 3    บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ให้มีบทลงโทษตามกฎหมาย    12.95%

19. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงสาธารณสุข คือ

อันดับ 1    มีแพทย์ พยาบาลที่เพียงพอ อุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย    48.23%
อันดับ 2    พัฒนาโรงพยาบาลทุกแห่งให้มีคุณภาพ มาตรฐาน     32.43%
อันดับ 3    เพิ่มงบประมาณให้กับกระทรวง เพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุขให้ดีขึ้น    22.45%

20. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงอุตสาหกรรม คือ

อันดับ 1    พัฒนาระบบอุตสาหกรรมไทยให้ได้มาตรฐาน ผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้    48.50%
อันดับ 2    พัฒนาด้านการส่งออก ส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตร    33.33%
อันดับ 3    ควบคุมปริมาณมลพิษ ตรวจสอบมลภาวะอากาศ ขยะ ลดการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์    21.19%

(คลิกที่รูป)

 

 

 

 

 .........................................................
 

“บิ๊กแดง”ลั่นสร้างทหารยุคใหม่ ภาษาเป๊ะ -ร่างกายฟิต-ยึดระเบียบวินัย

    
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่บก.ทบ.พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เป็นประธานที่ประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงทบ. (นขต.ทบ.)โดยจะเตรียมพบปะผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรมกว่า 800 นายทั่วประเทศในวันที่ 16 ส.ค.หลังมีการทดสอบร่างกาย และภาษาอังกฤษ พร้อมทดสอบความรู้ทางทหาร  ที่ร.ร.เสนาธิการทหารบก กรมยุทธศึกษาทบ.

ทั้งนี้จะเป็นการทดสอบ ด้วยข้อสอบใหม่ ตำราใหม่  หลักนิยมทางทหาร(Military Doctrine) ยุคใหม่ และ How to deal with the complex wars โดยพล.อ.อภิรัชต์ เล็งเห็นว่า กองทัพสหรัฐอเมริกา ที่กองทัพบกไทย ยึดเป็นต้นแบบ การจัดกองทัพ การฝึกศึกษา มายาวนาน แต่สหรัฐฯ มีการปรับปรุงเอกสาร ตำราการเรียน และหลักนิยมทางทหาร ให้เข้ากับภารกิจ ภัยคุกคาม และสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็น complex wars  และ hybrid warfare สงครามลูกผสม เช่นเดียวกับ กองทัพไทย ที่ก็กำลังเผชิญกับ complex wars  ซึ่งพล.อ.อภิรัชต์ ได้ร่วมเขียนตำราหลักนิยมทางทหาร เรื่องนี้ไว้ ตั้งแต่ เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 แม้ กองทัพไทยจะไม่ได้มีภารกิจเหมือนทหารสหรัฐฯแต่ก็ควรนำ แนวคิดหลักนิยมต่างๆ ตำรา มาปรับใช้ เพื่อปรับปรุงหลักสูตรต่างๆของกองทัพ 

นอกจากนี้ พล.อ.อภิรัชต์ จะให้มีการจัดทำข้อสอบใหม่จากตำราใหม่หลักนิยมทางทหารต่างๆ ที่ปรับเปลี่ยนไป รวมถึงหลักคิดเรื่องสงครามลูกผสม Hybrid Warfare เช่น ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าส่วนการทดสอบร่างกายของ นายทหารระดับ ผบ.หน่วย ระดับผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ยังคงมีเช่นเดิม ตามนโยบาย Smart Soldiers Strong Army ที่สานต่อ นโยบาย Smart Man Smart Army  ในยุคของ พล.อ..เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี อดีตผบ.ทบ.เพื่อให้กำลังพลที่เป็น ผบ.หน่วย ดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย ให้แข็งแรง และสมาร์ท สำหรับการเป็นผู้นำทางทหาร

นอกจากนี้พล.อ.อภิรัชต์ สั่งการให้มีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ ของทั้ง รร.นายสิบทหารบก รร.นายร้อย จปร. ให้ทันสมัย สอดรับสถานการณ์ โดยเน้นสร้างกำลังพลให้เป็นผู้นำในอนาคตรวมทั้งการให้ มีการเรียนการสอน หลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ ของ รร.นายร้อย จปร. เพื่อสร้างนายทหารที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ และ การเสริมความรู้ ด้าน Cyber ให้ นักเรียนนายร้อย จปร. ด้วย 

นอกจากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ ยังสนับสนุนการฝึกศึกษา กับมิตรประเทศ โดยเฉพาะการไปฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆกับ กองทัพสหรัฐอเมริกา ที่ตอนนี้ นายทหารยศ ร้อยโท ร้อยเอก 8 นาย ตัวแทนจากทุกกองทัพภาค ไปอบรมที่ Fort Benning    ขณะที่ ทหาร ร.29 พัน1 ที่หลับมาจากการฝึกLightning Forge2019. ที่ Hawaii เมื่อ มิย. ที่ผ่านมาแล้ว ก็เตรียมจะไปฝึกประเมินผล ที่Louisiana ในเดือน ก.ย.นี้


ไม่ธรรมดา!'รมช.ธรรมนัส'ลุยงานกระทรวงเกษตรฯลงพื้นที่พะเยาพบ'ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์'

    
 

20 ก.ค.62 -  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดพะเยาเพื่อติดตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่กว๊านพะเยา พร้อมทั้งมอบนโยบายการดำเนินงานแก่หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.พะเยา หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯในพื้นที่ ประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ ในครั้งนี้ 

สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.พะเยา ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทาน จ.พะเยา พบว่าปริมาณฝนลดลง เดือน กค. มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยน 193 มิลลิเมตร เท่านั้น จากเดิม  600-700 มิลลิเมตร ทำให้ปริมาณน้ำฝนปีนี้น้อยมาก  นอกจากนี้ ปริมาณ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ขนาดเล็ก และกว๊านพะเยา มีปริมาณลดลง โดยเฉพาะ น้ำในกว๊านพะเยา มีปริมาณน้ำล่าสุดอยู่ที่ 9.34 ล้านลูกบาศเมตร  หรือร้อยละ 40  สามารถส่งน้ำให้ปะปาในพื้นที่จ.พะเยา ได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น หากไม่มีผลตกลงมา ซึ่งจะกระทบต่อน้ำบริโภค ของประชาชน แต่ทั้งนี้ ก็หวังว่า จะมีพายุเติมเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา ก็ได้ประกาศออกมาแล้ว ดังนั้นหากเป็นไปตามที่พยากรณ์อากาศเชื่อว่า จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น สามารถรับมือได้ 

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า รัฐบาลให้ความช่วยเหลือบรรเทาภัยแล้ง ทั้งการทำฝนเทียม นอกจากนี้ เตรียมที่จะดูแลเกษตรกรในเรื่องการเพาะปลูก ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการปลูกข้าวโพด และข้าว ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะเดินหน้าแก้ปัญหา พัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่ 

รมช.เกษตรฯยังกล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.พะเยา ภาพรวม9 อำเภอ ประสบปัญหาภัยแล้งเช่นกันกับ จังหวัดอื่นๆในภาคเหนือ โดยเฉพาะกว๊านพะเยา ที่มีน้ำตื้นเขิน เพราะมีอุปสรรค ในการพัฒนา บุกรุกของนายทุน ซึ่งต้องแก้ไข โดยมอบนโยบายไปผู้ว่าราชการไปแล้ว ว่า ให้มีการตั้งคณะกรรมการจากทุกภาคส่วนที่เกกี่ยวข้องเช่นกระมประมง กรมธนารักษ์ ตัวแทนจากสำนักพระพุทธศาสนา ภาคเอกชน ประชาชน มาร่วมด้วย โดยอยากเห็นความชัดเจนคณะกรรมการนี้ภายในสัปดาห์หน้า โดยคณะกรรมการนี้มีหน้าที่ ขับเคลื่อนแก้ปัญหาทุกเรื่อง เช่นประมง การท่องเที่ยว ขุดลอก ดูแลโบราณสถานที่ที่จมน้ำอยู่ ทั้งนี้พื้นที่ จ.พะเยา ประสบปัญหาภัยแล้งเพราะฝนทิ้งช่วง ซึ่งต้องแก้ไขปัญหาทุกภาคส่วน โดยจะทำเป็น จ.พะเยาโมเดล  

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ล่าสุดพื้นที่ภัยแล้ง ใน จ.พะเยา พบว่า มี อ.ดอกคำใต้ได้รับผลกระทบ โดยเตรียมขุดบ่อบาดาล ขณะเดียวกันเตรียมสำรวจต้นน้ำ 13 ต้นน้ำที่ไหลมาจากดอยหลวง ว่าลงไหลลงมาสู่กว๊านพะเยา หรือไม่ ส่วนพืชที่ได้รับผลกระทบคือ ข้าว และใหห้เกษตรกอำเภอสำรวจความเสียหาย รายงานขึ้นมาในสัปดาห์หน้านี้ ก่อนเยียวยาเกษตรต่อไป ด้านการแก้ปัญหาภาพรวมภัยแล้งเตรียมให้แต่ละพื้นที่เริ่มขุดลอก แหล่งเก็บน้ำที่ตื้นเขิน เพื่อสามารถรองรับน้ำมากขึ้น ทำฝนเทียม ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการแล้ว ภายในสัปดาห์หน้าก็จะดำเนินการ ดังนั้นประชาชนไม่ต้องตระหนก กับภัยแล้ง เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะแก้ไข 

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวว่า รัฐบาลได้นำปัญหาภัยแล้ง บรรจุ ไว้ในนโยบายรัฐบาล ที่12 เพื่อแถลงต่อรัฐสภา เพราะเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไข  และเมื่อแถลงนโยบายแล้ว ก็พร้อมที่จะเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนทันที 

“อนุทิน”จ่อแก้กฎหมายปลดล็อกอุ้ม'อ.เดชา-หมอพื้นบ้าน'3พันชีวิต!

    
 

21 ก.ค.2562 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการหารือกับนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ถึงกรณีนายเดชายังไม่ได้รับการรับรองให้เป็นหมอพื้นบ้านตามกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถเสนอสูตรการใช้กัญชารักษาโรคได้ ว่าครั้งหนึ่งนายเดชาผ่านการรับรองแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อไม่นานมานี้ มีการออกระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562 ซึ่งทำให้คุณสมบัติของนายเดชาขาดหายไปบางข้อ ประเด็นนี้ไม่ได้กระทบเพียงนายเดชา แต่กระทบกับหมอพื้นบ้านประมาณ 3 พันคนด้วย

 “หลังจากนี้ต้องไปคุยกับทางภาครัฐทั้งปลัดกระทรวงสาธารณสุข และในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางแก้ไขกฎหมายที่มีปัญหา หากอยู่ในระดับกฎกระทรวงเป็นอำนาจที่รัฐมนตรีสามารถทำได้ แต่ต้องขอเวลาหารือก่อน ตนและเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ให้ความสำคัญกับสุขภาพคนไทย และต้องมีทางเลือกในการดูแลสุขภาพตัวเองที่หลากหลายขึ้น”

นายอนุทินกล่าวต่อว่า นอกจากเรื่องหมอพื้นบ้าน ต้องไปดูในเรื่องการทำให้ CBD ซึ่งอยู่ในกัญชาและกัญชง เป็นสารที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการค้นคว้าวิจัย และนำไปใช้อย่างกว้างขวาง ให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์ เพราะมีคนป่วยจำนวนมาก รอการช่วยเหลือจากสาร CBD อยู่

 ..............................................................
 
21 กรกฎาคม 2562
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน