*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2566991
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 25 กรกฎาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 290 , 13:41:50 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         เวลาส่วนใหญ่ในช่วง 2 - 3 วันนี้ เราก็คงจะได้ติดตามการอภิปรายในรัฐสภากันนะครับ ขณะนี้(13.58 น.) เป็นการอภิปราย

อย่างต่อเนื่องของนายปิยะบุตร รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งว่ากล่าวคสช.และรธน. จึงมีการประท้วงกันบ้างประปราย

 

         

'นรกเพื่อสวรรค์' กำนันสุเทพ

    

              เมื่อวาน (๒๔ ก.ค.๖๒)

                อ่านข่าว "ป.ป.ช.ชี้มูล กำนันสุเทพ" ในคดีก่อสร้างสถานีตำรวจ ๓๙๖ แห่งล่าช้า

                ในฐานะเป็นรองนายกฯ กำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี ๕๑-๕๔  ซึ่งนี้ สืบต่อมาจากรัฐบาลก่อนๆ

                ก็หมายความว่า "กำนันสุเทพ" นอกจากเป็นแกนนำ "มวลมหาประชาชน" ออกมาช่วยกัน "กู้บ้าน-กู้เมือง" ท้ายปี ๕๖ ต่อเนื่องปี ๕๗

                จนบ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย......

                เป็นรอดปลอดภัยที่จบลงด้วยกำนันและพวก ได้รับข้อหา "กบฏบ้าน-กบฏเมือง" เป็นบำเหน็จรางวัลงดงาม

                กฎหมาย ต้องเป็นกฎหมาย

                กฎกรรม ต้องเป็นกฎกรรม

                ส่วนชะตามนุษย์นั้น นอกจากตัวกระทำแล้ว "ฟ้า-ดิน" ยังเป็นผู้กำหนด

                ในกฎเหล่านี้ นักพรตผู้บำเพ็ญสู่โพธิสัตว์ เคยมีคำกล่าวว่า "ถ้าอาตมาไม่ยอมลงนรก แล้วจะมีใครล่ะ ที่ได้ขึ้นสวรรค์?"

                ผมจึงพอเข้าใจกำนันสุเทพและมวลน้ำมิตรมหาประชาชน ผู้ยอม "ลงนรก" เพื่อให้ประเทศชาติ

                "เป็นสวรรค์" ของพี่น้องร่วมชาติทุกคน!

                ดังนั้น ช่วงนี้ ผมจึงเห็นกำนัน "จำเลยคดีกบฏ" เทียวขึ้น-เทียวลงศาลบ่อย ได้ยินท่านบอกว่า เป็นช่วงสืบพยานโจทก์

                และวันนี้ (๒๕ ก.ค.๖๒) เพื่อนน้ำมิตรเพื่อแผ่นดินที่ตกเป็นจำเลยในข้อหาเดียวกัน

                แต่ถูกจับก่อน และดีเอสไอทำคดีส่งอัยการส่งฟ้องศาลอาญาก่อน ประกอบด้วย

                "นายสกลธี ภัททิยกุล, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์, นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม"

                ศาลจะมีคำพิพากษาวันนี้ ที่ศาลอาญา!

                ก็ไปฟังกันได้ กำนันสุเทพบอกว่า ตัวท่านก็จะไปฟังเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน

                ส่วนคดีในชุดที่กำนันกับพวกอีกหลายสิบคนเป็นจำเลยนั้น ยังอยู่ระหว่างสืบพยาน

                คดีก็น่าจะเร็ว เพราะศาลนัดสืบพยานโจทก์-จำเลยต่อเนื่อง น่าจะตัดสินในอีกไม่ช้า

                วันนี้ มีคำตัดสิน ๔ จำเลย ออกมาแบบไหน ก็น่าจะเป็นแนว "เฉลยข้อสอบ" ในคดีกำนันและพวก

                ก็มานั่งนึกๆ ดู เส้นทางชีวิตกำนันนี่ เข้าตามหลัก อย่างใด-อย่างหนึ่ง ในบุคคล ๔ จำพวก

                -ตโม ตมปรายโน มืดมา แล้วก็มืดไป

                -ตโม โชติปรายโน มืดมา แล้วก็สว่างไป

                -โชติ ตมปรายโน สว่างมา แล้วก็มืดไป

                -โชติ โชติปรายโน สว่างมา แล้วก็สว่างไป

                ก็ลองพิจารณากันเอาเอง จากอดีตถึงปัจจุบัน ว่าบุคคลเช่นกำนันสุเทพ ควรอยู่ในจำพวกใด

                ผมว่าน่าจะอยู่ในข้อ "ตโม โชติปรายโน" มืดมา-สว่างไป เพราะอย่างนั้น.......

                ช่วงนี้ ดวงกำนัน จึงดูจะสมพงศ์กับคดีความและคุก-ตะรางเป็นพิเศษ!

                กำนันจะต้องถูกขึงขอบนรก เป็นสะพานให้ผู้อื่นทั้งมนุษย์และสัตว์ได้ก้าวสู่ฝั่งสวรรค์ เป็นเวลาประมาณ ๑๖ ปี

                ขจัดความมืดจากที่มา พาตัวเองและหมู่คณะสู่แสงใหม่ ที่จะไม่กลับไปมืดอีก

                ผมลองนั่งลำดับความตัวเองดู ว่ารู้จักกำนันสุเทพตั้งแต่เมื่อไหร่?          

                ก็งงตัวเอง คือมันก็แปลก.......

                เหมือนว่ารู้จักมักคุ้นกันมานานนับ แต่จริงๆ แล้ว กำนันกับผม ไม่เคย "รู้จักตัว" กันเลย ตลอด  ๓๐-๔๐ ปี

                เพิ่งรู้จัก-เห็นตัว ครั้งแรก ตอนกำนันเสร็จภารกิจล้างเมืองแล้วไปบวชอยู่สวนโมกข์

                และได้นิมนต์ "พระสุเทพ" มากล่าวธรรมที่โรงพิมพ์ ตอนวันเกิดไทยโพสต์ เมื่อ ๒๑ ตุลา ๕๗ นี่เอง

                นั่นเป็นครั้งแรก แต่ก่อนหน้านั้น โดยเฉพาะตอนนำมวลมหาประชาชนขจัดมารให้แผ่นดิน

                ผมกลับมีความรู้สึกมักคุ้นกำนันทางจิตสัมผัส เหมือนได้คลุกคลีกันมาเป็น ๒๐-๓๐ ปี

                และจากนั้น จนบัดป่านนี้ กำนันจะเข้าคุกไม่เข้าคุกแหล่ ผมเคยเจอและได้กินขนมจีบกับไก่แช่เหล้ามื้อเที่ยงกับกำนัน "หนเดียว"

                เป็นความผูกพันทางใจเท่านั้น กับสัมพันธ์ทางตัวเรียกว่าแทบไม่มี 

                ที่ผูกพันเพราะผมรักน้ำใจ คนที่ "พร้อมตาย" เพื่อแผ่นดินและสถาบันได้ดำรงอยู่

                และที่สำคัญ "ไม่ทิ้งเพื่อนฝูง"

                สุข-สุขด้วยกัน ส่วนทุกข์ ถ้าเป็นไปได้ พร้อมทุกข์คนเดียว เพื่อสุขของผองเพื่อนทุกคน

                มีเรื่องเดียวที่ผมไม่เห็นด้วย และไม่สนับสนุนแต่แรก คือที่กำนันประกาศ "ล้างมือการเมือง"!

                แต่นั่น เป็นเหตุผลในสถานการณ์หนึ่งที่กำนันคนเดียวเท่านั้นที่รู้ และต้องทำ เพื่อเซฟประชาธิปัตย์ในทางอนาคต

                สำหรับตัวผม ไม่มีเหตุผลและสิทธิอันใดจะไปห้ามปราม หรือบอกว่าไม่เห็นด้วย

                ขับรถเกียร์ ๕ แต่ดันใส่เบรกมือ ถามว่ารถยังวิ่งไปได้มั้ย?

                ไปได้...แต่มันพัง!

                ก็อย่างที่เห็นจากผลเลือกตั้ง ๒๔ มีนา ตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.)

                ตอน กปปส.มวลมหาประชาชนนับล้านๆ ออกมา ก็เพราะหวังด้วยมั่นใจในการนำของกำนันสุเทพ

                แต่พอเป็นพรรคลงเลือกตั้ง แม้กำนันเดินคารวะทั้งแผ่นดิน แต่มวลมหาประชาชนไม่เลือกพรรครวมพลังประชาชาติไทย

                เพราะ กำนันบอกไม่เล่นการเมือง ไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ทางการเมือง

                อ้าว...งั้นเลือกพรรครวมพลังประชาชาติไทยไปก็ไม่ได้กำนันเข้าไปทำหน้าที่แทนเขาในสภา

                แล้วจะเลือกทำไม?

                เรื่องปณิธานซับซ้อนของกำนัน แต่มันเป็นเรื่อง ๑+๑ เป็น ๒ ของชาวบ้าน ซึ่งเป็นประเด็นง่าย แต่แสนยากของกำนันที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า

                ในเมื่อการเมืองด้วยพรรครวมพลังประชาชาติไทยต้องเดินต่อไป แล้วจะยังใส่ "เบรกมือ" เหมือนเดิมหรืออย่างไร?

                ผมไม่ต้องการให้กำนันถูกตราหน้าว่า "ตระบัดสัตย์" ถ้ากลับลงเล่นการเมืองอีก

                แต่ต้องการบอกกำนันว่า ในเส้นทางการเมือง ถ้ากำนันไม่ยอมลงนรก

                แล้วมวลหมู่สมาชิก รปช.จะขึ้นสวรรค์ คอยนำมวลมหาประชาชนพิทักษ์ชาติและสถาบันได้อย่างไร?

                ภารกิจยังไม่จบ....

                สำหรับกำนันนั้น "พระนิพพาน" จะไปพบไม่ได้หรอก

                เมื่อมารร้อยแปดยังต้องมีให้ผจญ การบำเพ็ญตนของกำนัน อยู่ในขั้นพระโพธิสัตว์ นั่นน่าจะเหมาะสม-ลงตัวกว่า

                เรื่องเสีย-ไม่เสียสัตย์นั้น ต้องวัดจากเจตนากระทำว่า เปลี่ยนใจ ด้วยสัมมาทิฐิ คือความเห็นชอบ

                หรือเปลี่ยนด้วย มิจฉาทิฐิ คือความเห็นผิด?

                ถ้าเปลี่ยนเพื่อเจตนาเข้าไปนำพาสังคมบ้านเมืองที่ยังมีผู้มุ่งร้ายแอบแฝง มันเป็นกุศลเจตนามิใช่หรือ

                แต่ถ้าเปลี่ยนด้วยต้องการเข้าไปมีตำแหน่ง เพื่อใช้ตำแหน่งโกงแล้วเอามาแบ่งกัน อย่างนั้นเป็นอกุศลเจตนา ร้ายยิ่งกว่าที่ว่าเสียสัตย์

                ไปถึงขั้น "เลวกว่าสัตว์" อย่างนั้นเลย!

                ผมไม่ใช่พระ แต่วันนี้ อยากบิณฑบาตกำนันว่า เอาอย่างนี้ดีไหม

                จะติดคุก จะถูกประหารฐานกบฏ หรือฟ้า-ดินกำหนดให้เป็นทางใดก็แล้วแต่           

                ขอให้กำนันตัดสินใจอีกสักครั้ง เมื่อประกาศล้างมือการเมืองต่อหน้ามวลมหาประชาชนในครั้งนั้น

                ก็ลองประกาศให้ "มวลมหาประชาชน" คือ กปปส.ออกเสียงลงมติอีกครั้งว่า

                ต้องการให้กำนัน "ถอนคำประกาศ" นั้น ออกมานำพรรคไปตามครรลอง หรือยังยืนให้เป็นไปตาม "ประกาศเดิม"?

                เพื่อตัดครหา....

                ให้องค์กรไหนสักแห่งเป็นผู้จัดทำ ซึ่งผมไม่ได้หมายให้เป็นประชามติ ต้องการให้เป็นมติ "มวลมหาประชาชน" เป็นหลัก

                เพราะผมพิเคราะห์แล้ว กำนันเดินอยู่ในวงรอบยมทูตใต้พิภพ เป็นเวลา ๑๖ ปี

                จากปี ๒๕๕๑ จะไปสิ้นสุดหลุดจากวงรอบในปี ๒๕๖๖

                "หัว-ก้อย" ออกได้ทั้งนั้น สำหรับใน ๔ ปี ของกำนันจากตอนนี้

                ฉะนั้น การบิณฑบาตเป็นของผม

                ส่วนจะเปิดฝาบาตรหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของกำนัน

                แต่ขอฝากคำเดียว ถ้าเดินการเมือง จะทำอะไรก็ได้ แต่นโยบายที่ต้องยึด คือ

                "เศรษฐกิจพอเพียง"

                ผิดจากนี้ ไม่ว่าไทยหรือประเทศไหน ในศตวรรษใหม่ ไปไม่รอด!

  
  

25 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.45 น. ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ คือ คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ซึ่งนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  และรมว.กลาโหม

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะว่าที่ผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายว่า ภายใต้โลกาภิวัตน์ที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ความท้าทายจากสงครามการค้า การรับมือกับความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาความถดถอย และอุปสรรคในการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ปัญหานักท่องเที่ยวที่ลดกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย รวมทั้งสภาพของรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งเตรียมมาตรการเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ 

อย่างไรก็ตามตนไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถนำนโยบายที่นำเสนอในวันนี้แก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประเทศได้ โดยวิเคราะห์จากความล้มเหลวของรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งหลายส่วนโดยเฉพาะในส่วนสำคัญ อาทิ นายกรัฐมนตรี รมต.ด้านเศรษฐกิจ รมต.ฝ่ายความมั่นคง ล้วนเป็นแกนนำสำคัญของรัฐบาลชุ“คุณสมบัติ ความรู้ และความสามารถของรัฐมนตรี เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้เข้มข้น รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ ต้องไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนประมวลจรยิธรรมอย่างร้ายแรง แต่พบว่ามีรัฐมนตรีหลายคนมีคดีติดตัวอยู่ บางคนมีคดียาเสพติด แต่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ก็ออกมาแก้ต่างว่าความผิดที่เกิดขึ้นเกิดที่ต่างประเทศ” นายสมพงษ์ กล่าว

ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ เรื่องความเชื่อมั่น และความชอบธรรมในการบริหารประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจากการติดตามการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ตนมั่นใจว่าประชาชนทั้งไทย และต่างชาติ ไม่ได้มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลชุดนี้เลยแม้แต่น้อย และไม่เชื่อมั่นว่าภายใต้นายกฯคนเดิม หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนเดิม ครม.หน้าเดิมๆจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆให้ประเทศได้ 

"การที่รัฐบาลชุดใหม่ยืนยันจะใช้บุคลากร และมาตรการเดิมๆที่ล้มเหลวมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีแต่จะนำประเทศไปสู่ความมืดมน และหายนะในที่สุด"

ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ  กล่าวต่อว่า ตนไม่เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีศักยภาพเพียงพอในการนำเอานโยบายที่กำลังจะประกาศใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชน ประกอบด้วย 3 ความไม่ชอบธรรม ได้แก่ 1.การเข้าสู่อำนาจที่ขาดความชอบธรรม ใช้รัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นโดยพวกพ้อง เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการสืบทอดอำนาจของตัวเอง ถือเป็นการโกงอำนาจประชาชน 

2.คณะรัฐมนตรีขาดความชอบธรรม และไม่มีคุณสมบัติที่จะบริหารประเทศ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และ3.ตัวนายกฯก็ขาดความชอบธรรมในการที่จะเข้ามาผลักดันนโยบาย เพราะมีปัญหาด้านคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่ง 

นอกจากนี้ ยังล้มเหลวในการบริหารระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ประเทศเกือบเข้าสู่สภาวะล้มละลาย การเมินเฉยต่อการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และบิดเบือนกลไกกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง โกหกประชาชนและนานาชาติเรื่องการปฏิรูปการเมือง และการนำพาประชาธิปไตยกลับมาสู่ประเทศ ได้มาแต่เพียงประชาธิปไตยจอมปลอมหรือเผด็จการครึ่งใบ และการใช้เงินภาษีประชาชนไปกับกองทัพ 

"ทั้งหมดนี้ทำให้ผมมั่นใจว่านายกฯ และคณะ ได้ทำให้ประเทศเสียหายอย่างใหญ่หลวง และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทำให้ผมไม่เชื่อว่านายกฯจะทำให้นโยบายเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้"ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ   ระบุ

(คลิกที่รูป)
 

 

 

 

..........................................................

 

ศาลยกฟ้อง4กปปส.พ้นผิดข้อหาร่วมกบฏ

  • วันที่ 25 ก.ค. 2562 เวลา 13:07 น.

ศาลยกฟ้อง4กปปส.พ้นผิดข้อหาร่วมกบฏ

ศาลอาญา พิพากษายกฟ้อง"สนธิญาณ-สกลธี-สมบัติ-เสรี"4กปปส. พ้นผิดข้อกล่าวหาร่วมกบฏ สำนวนแรก ชี้ หลักฐานโจทก์ นำสืบฟังได้แค่ว่าร่วมชุมนุม ไม่ใช่แกนนำสั่งการ 

ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.30 น. ศาลอ่านพิพากษาคดีกบฎ กปปส.สำนวนแรก หมายเลขดำ อ.1191/2557 , อ.1298/2557 , อ.1328/2557 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง "นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม" อายุ 57 ปี แกนนำ กปปส. , "นายสกลธี ภัททิยกุล" อายุ 42 ปี อดีต ส.ส.กทม.ร่วมชุมนุม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. , "นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์" อายุ 68 ปี อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และอดีตประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง และสภาปฏิรูปการเมือง (สปช.) และ"นายเสรี วงศ์มณฑา" อายุ 70 ปี นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ , กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ , อั้งยี่ , ซ่องโจร , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ , เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการกระทำนั้นแต่ไม่เลิก, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างเพื่อบังคับรัฐบาล , ร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 , 116, 117, 209, 210, 215, 362, 364, 365 และร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง , ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 76 ,152 รวม 8 ข้อหา

โดยคดีสำนวนแรกนี้ อัยการยื่นฟ้อง ตั้งแต่ปี 2557 กรณีสืบเนื่องจากการร่วมชุมนุมกันของ กปปส.ที่มีนายสุเทพ เป็นผู้นำการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อระหว่างวันที่ 23 พ.ย. 56 – 1 พ.ค.57 ซึ่งมีการพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งท้ายคำฟ้องอัยการโจทก์ยังได้ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของจำเลยด้วยมีกำหนด 5 ปี

ขณะที่จำเลยทั้ง 4 รายให้การปฏิเสธทุกข้อหาพร้อมตั้งทนายความสู้คดี ระหว่างพิจารณาคดีจำเลยทั้งสี่ก็ได้รับการปล่อยชั่วคราว ซึ่งคดีเริ่มสืบพยานตั้งแต่ปี 2558-2562 และวันนี้ จำเลยทั้งสี่มาศาลพร้อมฟังคำพิพากษา โดยมี "นายสุเทพ" อดีตเลขาธิการ กปปส. กลุ่มแกนนำ กปปส. ที่ถูกฟ้องอีกสำนวน และพระพุทธอิสระที่วันนี้ห่มจีวรนั่งรถเข็นมา รวมทั้งคนใกล้ชิดกว่า 60 คน มาร่วมให้กำลังใจในการฟังคำพิพากษาด้วย

ด้าน"นายสุเทพ" อดีตเลขาธิการ กปปส. ที่เดินทางมาให้กำลังใจ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ศาลนัดอ่านคำพิพากษา ซึ่งพวกเราถูกฟ้องเนื่องจากการชุมนุมต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมและรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2556-2557 จำเลยชุดแรกมีจำนวน 4 คน คือ นายสนธิญาณ , นายสกลธี, นายสมบัติ และ นายเสรี ซึ่งอัยการยื่นฟ้องคดีก่อน ก็แยกเป็นคนละสำนวนคดีกับที่ฟ้องพวกตนอีก 30 กว่าคน และคดีนี้ได้ต่อสู้คดีกันมานานกว่า 4 ปีแล้วในฐานะผู้ร่วมอุดมการณ์ ตนจึงเดินทางมาเป็นกำลังใจให้แกนนำทั้ง 4 คน

ทั้งนี้คดี "ศาล" พิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานที่อัยการโจทก์นำสืบมารับฟังได้เพียงว่าจำเลยทั้ง 4 รายได้เข้าร่วมชุมนุม กับกปปส. แต่ไม่ได้เป็นแกนนำที่สั่งการผู้ชุมนุมหรือขึ้นปราศรัยสั่งการให้กระทำการรุนแรง โดยการชุมนุมของ กปปส.ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วในคำวินิจฉัยที่ 59/2556 ว่าการชุมนุมของกปปส. สืบเนื่องมาจากการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 63 ซึ่งสืบเนื่องจากเหตุที่คัดค้านการออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมและไม่พอใจการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่ง เป็นการชุมนุมทางการเมืองโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการปฏิรูปก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนคดีชุมนุม กปปส.ชุดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อายุ 70 ปี อดีตเลขาธิการ กปปส. และประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กับอดีตแกนนำ กปปส. และแนวร่วม รวมทั้งสิ้น 32 คน ที่รวมพิจารณา 5 สำนวน ในคดีหมายเลขดำ อ.247/2561 , อ.832/2561, อ.1185/2561, อ.491/2562 , อ.791/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ยื่นฟ้อง 8 ข้อหาเช่นเดียวกัน โดย "นายสุเทพ" อดีตเลขาธิการ กปปส. กับ "นายชุมพล จุลใส" ถูกฟ้องเพิ่มอีกข้อหาฐานก่อการร้าย ตามมาตรา 135/1 นั้น ซึ่งจำเลยทั้งหมดได้รับการประกันตัวคนละ 600,000 บาท พร้อมมีเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล โดยคดีแกนนำ กปปส.ชุดนี้ อยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์โดยเริ่มนัดแรกเมื่อวันที่ 14 พ.ค.62 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลให้สืบพยานต่อเนื่องทุกสัปดาห์

โดยการดำเนินคดีชุมุุม กลุ่ม กปปส.นั้น ยังเหลือผู้ต้องหาที่รอส่งตัวอีก 10 กว่าคน อาทิ นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำ พธม. , นายนิติธร ล้ำเหลือ , น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ปัจจุบันเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

.......................................................

25 กรกฎาคม 2562

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน