*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2570419
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 31 กรกฎาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 539 , 12:50:12 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , สำรวจฟ้า โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ได้เห็นภาพจากข่าว : 'เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ'ทรงสนทนาธรรมกับ'สมเด็จพระสังฆราช' แล้วน่าชื่นใจจริงๆครับ คล้ายกับเจ้าฟ้า

ทุกพระองค์ตั้งแต่บรรพกาลตลอดมา นึกไปถึงด้วยว่า พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรนำพาลูกหลานเมื่อถึงวัยอันสมควรเข้าฟังธรรมจากพระสงฆ์

ด้วยบ้างก็น่าจะดีทีเดัยว

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปนาข้าวได้ฝนช่วย

สถานการณ์นาข้าวสุโขทัย

 

 

 

'เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ'ทรงสนทนาธรรมกับ'สมเด็จพระสังฆราช'

    
 

ภาพจาพ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช

31 ก.ค. 62 -  เพจ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้เผยแพร่ข้อความว่า  "วันอังคาร ที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จไปพระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงสักการะพระอัฐิ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ทรงบำเพ็ญพระกุศลทรงสังฆทาน และทรงสนทนาธรรมกับเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก"

 เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ สมเด็จพระสังฆราช

 

ว่าด้วยเสื้อ 'กระดุมในตัว'

    
 

                 ขึ้นต้นว่า......

 

                "สั่งไปแล้ว ต้องไม่มีทุจริตเด็ดขาดนะครับ"

                และลงท้ายว่า........

                “ผมก็ต้องปรับตัวอีกเยอะ เพราะถือเป็นครั้งแรกที่ผมเข้าไปในสภา ถ้ามีอะไรไม่เหมาะสม ก็ขอโทษด้วยก็แล้วกัน ครั้งหน้าแก้ตัวใหม่”

                นั่น...เขาละ

                คำแถลงเปิดหัว-ปิดตูดของ "ดาบเดียวค้ำปฐพี" จอมยุทธ์หนึ่งเดียวคนนี้ของพี่น้องคนละท้องกันทั่วประเทศ

                ท่านแถลง หลังจบประชุม ครม.นัดปฐมฤกษ์ ที่ทำเนียบฯ เมื่อวาน (๓๐ ก.ค.๖๒)

                พวกเราก็ช่วยกัน "จำ" นะ

                ถ้าจะให้ดี จดใส่ข้างฝาไว้ คำที่นายกฯ เจิมหัวเสาเข็มรัฐบาล ทั้ง ๓๕ หัว "ต้องไม่มีทุจริตเด็ดขาด"

                ถ้ามี หรือปล่อยให้มี หัวที่ ๓๖ คือ "หัวเสาเอก" จะต้องถูก "เด็ด" ให้ "ขาด" ก่อนเพื่อน!

                วันนี้ ไม่คุยเรื่องนายกฯ

                ตอนนี้เขากำลังตื่นเต้นกันเรื่อง "กระดุม ๕ เม็ด" ของ "ส.ส.ทิม พิธา" หลานผดุง "ไข่ทองแดงทักษิณ"

                กระดุมใหม่หรือกระดุมเก่าก็ไม่รู้ล่ะ แต่ถ้าไม่คุยบ้าง ผมจะกลายเป็นพวก "เห่อตายด้าน"

                ฉะนั้น วันนี้ อินเทรนด์ซะหน่อย!

                ก็ชื่นชม สำหรับ ส.ส.คิดมีวิสัยทัศน์ คิดเป็นกระบวนการ อีกทั้งรู้กาละ ว่าในวาระแถลงนโยบายเช่นนั้น ควรอภิปรายในลักษณะไหน

                แต่ กราบเรียน ส.ส.ทิม พิธา ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีมหาดไทย "พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา" รมว.มหาดไทย ด้วยเคารพ ว่า

                ผมก็ชื่นชมท่าน ว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ที่หลักแหลม-ลุ่มลึก ตามพุทธภาษิตที่ว่า

                "วันทะโก ปะติวันทะนัง" ผู้ไหว้ ย่อมได้รับการไหว้ตอบ

                คือ เมื่อ ส.ส.ทิม พิธา เขาอภิปรายดี ท่านก็ชื่นชมเขา ในทางกลับกัน ท่านก็ได้รับการชื่นชมตอบ

                ความจริง ผมก็ฟังทั้งสองท่าน สำหรับ ส.ส.ทิม ฟังไม่จบ พอดี ๖ โมงเย็น ต้องเคารพธงชาติ เสร็จแล้วก็เลยได้เวลาทำงาน

                แต่สำหรับพลเอกอนุพงษ์ตอนดึก ผมฟังจนจบ ก็ไม่มีความเห็นต่างอะไร

                ใครก็ตาม ที่ "คิดเป็น-พูดเป็น-ทำเป็น" ผู้ฟังต้องให้เกียรติ พูดกันตรงๆ.......

                สังคมไทยแต่ยุคผม จะถูกหลอมให้โตมาแบบ "คิดตาม-พูดตาม-ทำตาม"

                สังคมไทย จึงเป็นสังคม เก่งแต่ทำตามเขา เดินตามตูดเขา

                ที่จะ "คิดเอง-ทำเอง, คิดนำ-ทำนำ" ร้อยจะมีสัก ๕ สัก ๑๐ ก็แสนยาก

                สังคมไทยต้องตกอยู่ใน "ระบบอุปถัมภ์" ชนิดถีบหัวให้ไป ก็ยังกอดขาไม่ยอมไป เหตุหนึ่ง ก็เพราะอย่างนี้

                เมื่อโตกันมาแบบเป็น "ชิ้นส่วนความคิด" และไม่สามารถนำแต่ละชิ้นส่วนคิดประกอบเข้าเป็นกระบวนการคิดต่อเนื่องได้ด้วยแล้ว

                ที่จะหา "ความคิดต่อยอด" มันยิ่งยาก

                แต่เวลานี้ และรัฐบาลนี้ ตั้งเข็มสู่ยุค "นวัตกรรม" ด้วยบิ๊ก ดาตาและบล็อกเชน

                นวัตกรรม คืออะไร ผมไม่รู้?

                รู้แต่ว่า การจะไปสู่จุดนั้นได้ ต้องรู้จัก "คิดแหก"

                การคิดแหก คือ การคิดนอกกรอบ นอกกรอบก็ยังไม่พอ ต้องให้ "ทะลุ-ทะลวง" วิทยาการออกไปด้วย

                แค่ "กล้าคิด-กล้าทำ" ก็ยังไม่บรรลุ

                ต้อง "กล้าผิด-กล้านำ" ด้วย จึงจะสามารถพบ "สิ่งถูก" ใหม่ๆ ที่เรียกว่านวัตกรรมได้

                กล้าผิดที่พร้อมกล้านำ นั้น หมายถึงต้องใช้กระบวนการ "พิสูจน์-วิจัย-ค้นคว้า-ทดลอง-พัฒนา"

                และ "ต่อยอด"

                ต่อยอด หมายถึงอะไร?

                ก็หมายถึง ไม่มีความสำเร็จใดในโลกวันนี้ ที่ถึงจุด "ที่สุด" ของมันแล้ว

                ดังนั้น จาก "พัฒนา" สู่ "วิวัฒนาการ" ตามกระบวนการคิดแหกไปตามลำดับ "ไม่หยุดยั้ง" นั่นคือ "ยอด" ที่ "แตกต่อ" ไปเรื่อยๆ

                เรียนท่านรัฐมนตรีมหาดไทย........

                เราไม่ต้องรอกระดุมเม็ดใดหรอกครับ เมืองไทยเรา เป็นเมืองเกษตร คนกว่าค่อนประเทศ ชีวิตอยู่กับเกษตร

                อยากจะกราบเรียนท่านว่า..........

                ปัญหาเรื่องชาวบ้านส่วนหนึ่ง ไม่มีที่ทำกิน หรือมี แต่แห้งแล้ง กันดาร

                ไม่มีน้ำ ดินเสื่อมสภาพ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีถนน ไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่มีเงินทุน ดังเป็นปัญหาพาจนตรอกทุกยุค-ทุกรัฐบาล นั้น

                อะไรก็ตาม ถ้าขึ้นต้นด้วย "ไม่มี" มันก็จะทำอะไรไม่ได้ทั้งชาติ

                ถ้าทุกอย่างมีพร้อม.......

                ก็ไม่รู้ต้องมีรัฐบาล มีรัฐมนตรีไปหาวิมานอะไร จริงไหมท่าน?

                เท่าที่ฟัง ตรอกสุดท้ายที่เข้าไปตัน ติดปัญหากฎหมาย...พูดไม่ได้ ละเอียดอ่อน...ติดความมั่นคง

                แบบนั้น พูดอิฐ ถูกอิฐ!

                ท่านรัฐมนตรีอนุพงษ์ครับ ขอย้ำอีกครั้ง ไม่ต้องรอกระดุมเม็ดใดเลย

                เพียงท่านและรัฐมนตรีเกษตรฯ "ตีโจทย์แตก" และไม่คิดและทำเพื่อการเมืองนำหน้าเท่านั้น

                ทำ "ต่อยอด-ขยายต่อ" ได้ทันที........
                โดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เพราะเรามีฐานรากนวัตกรรมเพื่อเกษตรกรให้ต่อยอด "เลิศในโลก" อยู่แล้ว

                "เศรษฐกิจพอเพียง" นั่นแหละครับ!

                อย่า.....

                ใครก็อย่าเบะปาก แล้วร้องในใจ อีกและ..ปรัชญาครอบจักรวาลมาอีกแล้ว

                ผมอยากจะบอกว่า "กระดุมทุกเม็ด" มีครบอยู่แล้วในปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง"

                ไม่ใช่เพราะเป็นปรัชญาของ "พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  บรมนาถบพิตร" จึงบอกว่าดี และ เทิดทูน

                หากแต่ "เห็นจริง-ปรากฏจริง" แล้ว และไม่ใช่ผมอ่านเอาจากหนังสือแล้วนำมาเอ่ยอ้าง

                ผมไปดูกะตา ตั้งแต่แรกบุกเบิกเมื่อ ๕๐ กว่าปีก่อนโน้นที่ "หุบกะพง" อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี  จึงกล้ายืนยัน

                ท่านรัฐมนตรี "เฉลิมชัย ศรีอ่อน" รัฐมนตรีเกษตรฯ ท่านเป็น ส.ส.ประจวบฯ

                ฉะนั้น ท่านต้องผ่าน "หุบกะพง" แน่ ไม่งั้น มาไม่ถึงกรุงเทพฯ และกลับไปไม่ถึงบ้าน

                ในฐานะ รมว.เกษตรฯ ท่านชวน "รัฐมนตรีอนุพงษ์" ไปดูโครงการพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ ขอย้ำ "ตามพระราชประสงค์" ไม่ใช่ "พระราชดำริ" ที่หุบกะพงซีครับ                

                "พ่อของเรา" ทรงลงมือทำโครงการนี้เอง

                เพื่อราษฎรคนยาก-คนจน ทั้งไม่มีที่ทำกิน และทั้งมี แต่ผืนดินทำกินอะไรไม่ได้เลย

                ที่ "หุบกะพง" นี่แหละ

                คือที่พระบรมนาถบพิตร ทรง "พิสูจน์-ทดลอง-ค้นคว้า-วิจัย-พัฒนา" ดิน-น้ำ-พืช-สัตว์ สำเร็จเป็นแบบเสื้อ "กระดุมในตัว" ให้คนไทย นำไปตัดสวมใส่ได้เลย

                โดยไม่ต้องวุ่นวายกับเรื่อง "กลัดผิด-กลัดถูก"!

                ควรต้องไปดู ตีโจทย์ให้แตก แล้วมหาดไทย เกษตรฯ พาณิชย์ ก็จะไม่เป็น "ตาบอดคลำช้าง"

                ในปัญหาชาวบ้านไม่มีที่ทำกิน เรื่องขาดน้ำ ขาดไฟ และดินเสื่อมสภาพ

                แว่วๆ หู ส.ส.ทิม พูดว่า "รัฐบาลส่งเสริมให้มีแต่ 'เขตเศรษฐกิจพิเศษ' ซึ่งเพื่อเศรษฐี แต่ไม่เห็นมี  'เขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อคนยาก-คนจน' "อย่างนั้นใช่ไหม?

                ก็อยากจะบอกว่า "นิคมสร้างตนเองหุบกะพง" นี่แหละ คือ "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" เพื่อคนยาก-คนจน

                ที่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๙ และ "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง"               

                ทั้ง ๒ พระองค์ เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ทรงขับรถลุยป่าฝ่าโคลน ไปบุกเบิก "นิคมหุบกะพง"

                เป็นต้นแบบ "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" เพื่อราษฎรผู้ทุกข์ยาก เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ปี  พ.ศ.๒๕๐๗ โน่นแล้ว

                "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" ตามนัยที่ ส.ส.ทิมยกค่อนขอดรัฐบาลว่า "เพื่อนายทุน-เศรษฐี" นั้น คลอดเมื่อหัวฝนนี่เอง

                เนี่ย..มันแบบนี้แหละ.....

                คือ พูดแล้วก็ยาว ถ้าจะให้ "รู้เรื่อง-เข้าถึง" วันเดียวไม่จบหรอก สรุปไว้ตรงนี้ก่อนก็ได้ว่า

                โครงการ "หุบกะพง" ของในหลวง รัชกาลที่ ๙ เป็น "ต้นแบบ" ตอบโจทย์ที่รัฐบาล "จนจ่อ" ต่อปัญหาในเรื่องที่ดินทำกินทั้งหมด

                พระองค์ทรงทำเป็นโมเดล "ต้นแบบ" ทั้งปรัชญา-ทฤษฎี-สูตร-ตำรา เรียกว่าครบทุกอย่าง

                คนในนิคมหุบกะพงเมื่อ ๕๐ ปีก่อนโน้น ผ้านุ่งจะปิดก้นก็แทบไม่มิด อยู่กระต๊อบไม้ไผ่ที่ "พ่อของเรา" ทรงสร้างให้ และพระราชทานทั้งเงินทุนตั้งต้น

                ปัจจุบันนี้ ผมไม่ได้เข้าไปดูอีก แต่เห็นข่าวสาร จากกระต๊อบไม้ไผ่ ที่เริ่มด้วย "พออยู่-พอกิน"

                เดี๋ยวนี้ กลายเป็น "บ้านตึก-บ้านปูน" จากจักรยาน เป็นรถเก๋ง รถปิกอัพ จากนิคมโลกลืม แห้งแล้ง ยากไร้ ไม่มีอะไรงอก

                กลายเป็นแหล่งผลิต แหล่งเรียนรู้ แหล่งวิจัย-พัฒนา ที่ใครๆ ก็ต้องไปดู ไปศึกษา จากคนอาเซียน และทั่วโลกก็ไม่ผิด

                เว้นแต่ "คนไทย" เรานี่แหละ ที่มองไม่เห็น "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" ต้นแบบสำหรับคนยาก-คนจน

                เอาทั้งคณะรัฐบาลนี่แหละ ไหนๆ ก็พูดกันแต่เศรษฐกิจพอเพียงจนติดปาก

                ยกคณะไปดูที่หุบกะพงให้เห็นติดตา ว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" ทำแล้ว เห็นผล-เห็นอนาคตศตวรรษที่ ๒๑ เป็นที่อยู่-ที่ยืนของไทยเราได้อย่างไร?

                ก็คงต้องยกยอดไปวันหน้าในรายละเอียดนะครับ. 

 

เตรียมรัฐประหาร ๓ ปี?

    
 

                 ว่ากันเรื่องควันหลง แถลงนโยบายรัฐบาลอีกสักวัน

 

                จริงหรือเปล่า?

                พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมการนาน ๓ ปีในการทำรัฐประหาร

                คนเปิดประเด็นนี้คือ "วันมูหะมัดนอร์ มะทา" หัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายว่า

                "เหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ในการเรียกกลุ่มนักการเมืองต่างๆ มาพบที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุในห้องประชุมก่อนทำรัฐประหาร โดยชี้มาที่นักการเมือง พร้อมพูดว่า ใครอย่าคิดสู้ สู้ก็สู้ไม่ได้ ผมเตรียมการเรื่องนี้มา ๓ ปีกว่า 

                ขอถามว่า เรื่องนี้หมายความว่าอะไร เพราะย้อนไปตั้งแต่ยังไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ท่านเตรียมการเรื่องนี้ตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้ง ให้นายกฯ มาปฏิเสธ เพราะท่านระบุว่าเขามาเพื่อแก้ปัญหา แต่ที่บอกว่าเตรียมการมา ๓ ปี หมายความว่าอะไร”

                การอภิปรายประเด็นแบบนี้มันเรียกแขกได้

                "ภูมิธรรม เวชยชัย" งับทันที ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า

                “ผมยืนยันคำถาม อจ.วันนอร์ เรื่อง “ตู่” เตรียมการรัฐประหารมา ๓ ปีกว่า ก่อนทำการยึดอำนาจจริงใน ๒๒ พ.ค.๕๗ (ผมอยู่ในหอประชุม ทบ.วันนั้นด้วย) เท่ากับตอกย้ำว่า “ตู่” เตรียมการและตั้งใจเข้ามาสู่อำนาจ...ผลพวงทั้งหมดจึงคือเรื่องการเตรียมเข้ามายึดอำนาจและตั้งใจสืบทอดอำนาจต่อโดยแท้”

                แล้ว "บิ๊กตู่" เตรียมการ ๓ ปีจริงหรือเปล่า?

                แต่ไปดู "นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" ก่อน

                "หลายคนพูดว่า พลเอกประยุทธ์พูดขึ้นว่า เตรียมการยึดอำนาจมา ๓ ปีแล้ว ผมว่าโกหกนะครับ ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย พลเอกประยุทธ์ไม่ได้พูดประโยคนี้ สิ่งไหนที่ท่านพูดก็ต้องบอกว่าท่านพูด สิ่งไหนท่านไม่ได้พูดก็ต้องบอกว่าท่านไม่ได้พูด จะไปโกหกกันทำไม และผมก็ไม่มีเหตุต้องไปปกป้องท่าน ปกป้องท่านทำไม ท่านจับผมไปขังด้วย ผมยังโกรธอยู่เลย"

                โกหกจริงหรือไม่?....ไม่ยาก

                รัฐประหารเกิดขึ้นวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗

                ถ้าเตรียมการ ๓ ปีกว่า ไม่รู้ว่ากว่าแค่ไหน ห้วงเวลาจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจ

                ตัวเลขกลมๆ ๓ ปีก่อนรัฐประหาร คือวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔

                รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้าบริหารประเทศ วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔ - ๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๗

                ถ้าเอาตามนี้ หมายความว่า "บิ๊กตู่" เตรียมทำรัฐประหาร ตั้งแต่ช่วงปลายรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

                มีแรงจูงใจอะไรให้ทำรัฐประหารในช่วงเวลาดังกล่าว

                ทีนี้เห็นภาพหรือยัง?

                ใครโกหก!

                ข้อเท็จจริงอีกประการ การทำรัฐประหารไม่ว่าประเทศไหนในโลกนี้ ไม่น่าจะมีการเตรียมการนานถึง ๓ ปี เพราะมีความเสี่ยงเรื่องข้อมูลรั่วไหล

                แค่ ๓ วัน ๓ ชั่วโมงก็ลุ้นกันตัวโก่งแล้ว

                เพราะพลาดเมื่อไหร่กลายเป็นกบฏแทน

                โทษถึงประหารชีวิต.

 

โชว์ภาพ'ปิยบุตร'กล่าวทักทาย'ท่านใหม่'ในงานสโมสรสันนิบาต

    
 

30ก.ค.62- นอกจากภาพนายธนาธร จึงรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ช่วงค่ำของวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ถูกนำมาเผยแพร่แล้ว  ยังพบว่ามีการมีการเผยแพร่รูปนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กำลังสนทนากับม.จ.จุลเจิม ยุคล ในงานเดียวกัน ผ่านกลุ่มไลน์ด้วย  โดยนายปิยบุตรเดินเข้าไปกล่าวทักทาย สวัสดี 

 วันเดียวกันนี้ม.จ.จุลเจิม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วันนี้ผมต้องขึ้นศาล อาญา โดน พรรคๆหนึ่งฟ้อง คดีอาญาในขอกล่าวหาที่ นำความเท็จไปเผยแพร่ ทำให้พรรคเสียหาย และเสียชื่อเสียง

และวันนี้ผมยอมรับคำตัดสินของศาล จะออกมาเช่นไร เพราะผมถือว่า ความยุติธรรมของ ท่านผู้พิพากษา ท่านมีดุลพินิจ และมีความยุติธรรม และถ้าผมผิดจริงผมก็ยินดีเข้าคุก ไม่ขอโต้แย้งอะไร เพราะผมคิดว่า ผมทำในสิ่งที่ถูกต้อง และรับผิดชอบในข้อเขียนของผมใน FB 

ผมขอรับผิดชอบ ในสิ่งที่ผมกระทำ เพราะไม่มีอะไรแอบแฝง หรือโจมตี ใคร......แต่ผมทำเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา เพื่อไม่ให้มีการเข้าใจผิดๆ และบิดเบือน ผมยอมรับในคำพิพากษา ครับ.....

มโนมอบพระผู้ สถิตอยู่ยอดสวรรค์
แขนถวายให้ทรงธรรม์ พระผ่านเผ้าเจ้าชีวา
ดวงใจให้ขวัญจิต ยอดชีวิตและมารดา
เกียรติศักดิ์รักของข้า ชาติชายแท้แก่ตนเอง
มโนมอบพระผู้ เสวยสวรรค์
แขนมอบถวายทรงธรรม์ เทอดหล้า
ดวงใจมอบเมียขวัญ และแม่
เกียรติศักดิ์รักข้า มอบไว้แก่ตัว

ต่อมาท่านใหม่โพสต์อีกครั้งว่า เรียน พี่ๆน้องๆ เพื่อนๆที่รักและเคารพของผม ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณในความหวังดี และให้กำลังใจผม

ตอนนี้ ผมยังมีโอกาส รอดคุก รอดตะราง ไปอีกหน่อย เพราะศาลท่านนัด ฟังคำสั่ง ใน วันที่ 17 กันยายน เวลา 9.00 น. ครับ งานนี้ จะออกหมู่ หรือจ่า ก็ต้องรอวันที่ศาลท่านนัด.

(คลิกที่รูป)

 

 

 

 

................................................................

 

 

 

 

 

..............................................................

 

 

 

 

 

 ........................................................

31 กรกฎาคม 2562

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 31/07/2019 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สำรวจฟ้า
.........................................
อาจจะมีคลิปตามมาภายหลังกระมังครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 31/07/2019 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ดูข่าวในพระราชสำนักน่าชื่นชมมาก ไม่ทราบว่าสนทนาธรรมเรื่องอะไร ดูแล้วน่ารัก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน