*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3732
  • จำนวนผู้ชม : 2374718
  • จำนวนผู้โหวต : 520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 520 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 6 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 217 , 13:33:49 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         การเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ม.ท. 1 บอกว่าไม่แน่ว่าจะเลือกตั้งในปีนี้หรือไม่ ต้องรอมติค.ร.ม.ก่อน ส่วน 'บิ๊กตู่' ก็ถามนางพยาบาล

ที่กำลังฉีดวัคซีนให้ต้วเองว่า 'มีวัคซีนการเมืองบ้างไหม ปวดหัวเหลือเกิน' ... อันที่จริงก็อยากจะเป็นกำลังใจให้ท่าน เพราะ ณ ขณะนี้

ยังไม่เห็นว่ามีใครเป็นนายกฯได้ดีกว่าท่านครับ ..... แต่ตัวท่านเองก็ต้องรักษาเนื้อตัวให้ดีด้วย อย่าให้ล้มหมอนนอนเสื่อไปเสียก่อน

ภาระที่พอจะแบ่งให้คนอื่นทำแทนได้ก็แบ่งไปเลยครับ เลือกคนดีๆก็แล้วกัน

 

'บาทแข็ง' หรือ 'แบงก์ชาติ' แข็ง?

    
 
  การเมือง "ระบบรัฐสภา"

 

                สำหรับบ้านเรา.......

                ส.ส.ฝ่ายค้าน เล่นบท "กอสวะ" กั้นทางเดินเรือและทางน้ำไหล

                เพื่อจ้องจังหวะ "ปล้น"

                มากกว่าทำให้ "น้ำใส-ไหลสะดวก" จากการ "ถ่วงดุล-ตรวจสอบ" ตามหลักการประชาธิปไตย!

                ประเทศในช่วงโลกเปลี่ยนผ่านศตวรรษ "เศรษฐกิจ-การเมือง" ย่อมมีปัญหาปรับตัวด้านโครงสร้าง

                ในประเด็นส่วนรวม ทุกคน-ทุกฝ่าย "ด้วยสำนึกคน" ต้องผนึกกัน นำประเทศให้ผ่าน

                แต่พิลึก....

                "ฝ่ายค้าน" บางคน ไม่แยกแยะ "ส่วนชาติ-ส่วนรวม" กินเงินเดือนหลวง แต่ตั้งหน้า "ล้มรัฐ" ชนิดไม่เกี่ยงวิธีการและรูปแบบ

                บ้านเมืองมีภัย จากโจรวินาศกรรม

                แทนที่จะแสดงเป็นส่วนเสริมเจ้าหน้าที่ให้บ้านเมืองเกิดเอกภาพแข็งแกร่ง

                คนบางพรรคกลับโอบอุ้มฟูมฟักผู้ต้องสงสัย "ซุกระเบิดเมือง" ออกหน้า-ออกตาประหนึ่งว่า "คนขบวนการเดียวกัน"!?

                ก็ต้องระวัง ชาวบ้านเขาจะนินทา

                ว่า "สภาผู้แทน" ไม่ใช่ที่ทำงานของตัวแทนประชาชนมาร่วมกันสรรค์สร้างทางประเสริฐให้บ้านเมือง

                แต่มันกลายเป็นสถานที่คนคิดคดทรยศเมือง แฝงเข้ามาเป็นสายให้โจร!

                ช่วงนี้ พายุเข้า "ฝนตก" ชาวไร่-ชาวนา บอกว่าดี

                "ตลาดหุ้น" ก็ตก แต่นักลงทุนบอก ไม่ดี

                ยิ่งไปดูตลาดเงิน ทั้งชาวไร่-ชาวนา ชาวหุ้น บอกเป็นเสียงเดียวกัน แข็งใดในโลกหล้า ถือว่า ดี

                แต่บาทแข็งโด่นานเป็นปีๆ อย่างนี้ ไม่ดีเลย!

                วันนี้ ๓๐.๗๐-๓๐.๘๐ บาท /๑ ดอลลาร์สหรัฐฯ

                เงินบาทแข็ง น่าจะดี

                เพราะบอกถึงว่า ไทยเงินล้น การเงินแน่นปึ้ก บาทไทยมีมาตรฐาน เป็นที่ต้องการคนทั้งโลก

                มองเผินๆ ก็น่าเป็นเช่นนั้น ขั้นต้น การันตีได้เลย "ต้มยำกุ้ง" ไม่เกิดกับไทยอีก พันเปอร์เซ็นต์!

                แต่อย่างว่า การแข็งของบาทไทย เปรียบเหมือนเรากินหมู, เห็ด, เป็ด, ไก่และซดแต่หูฉลามทุกวันๆ

                อ้วน...."อึไม่ออก"!

                ท้องผูกวัน-สองวัน พอไหว เจ็ดวัน แค่หน้าเขียว แต่ถ้าเกินกว่านั้นมี ๒ อย่าง เน่าใน สุดท้าย ตายเพราะ "อุนจิแข็งใน" ถ่ายไม่ออก

                "เงินบาทแข็ง" ก็จะแข็งในลักษณะนี้กลายๆ คุยได้-อวดได้ ว่าเงินสำรองระหว่างประเทศ ใน ๑๙๓  ประเทศทั่วโลก

                เรามีมากเป็นอันดับ ๑๒ ของโลก ด้วยมูลค่ากว่า ๒ แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

                ไทยเรารวย ก็ใช่ แต่เป็นรวยฉาบฉวยเงินชาวบ้าน

                แสดงถึงว่า ไทยค้าขายส่งออกได้เงินต่างประเทศเข้ามาเยอะ คนเข้ามาท่องเที่ยวเยอะ นำเงินนอกมาแลกบาทกันเยอะ

                และนักลงทุนต่างชาติยังขนเงินเข้ามาซื้อพันธบัตร ซื้อหุ้น ปล่อยกู้มาก ในช่วง ๕-๖ ปีนี้ เพราะ "ตู่เนื้อหอม"

                เงินไทยเสถียรมาก ทำให้นักลงทุนมั่นใจ ในด้าน "ปิดความเสี่ยง" จากความผันผวนโลก

                เลยขน "เงินร้อน" เข้ามานอนพัก "รอจังหวะ" และกินส่วนต่างอยู่ในไทยกันอึดตะปือ

                แบงก์ชาติเข้าแทรกแซงก็แล้ว ออกพันธบัตรดูดซับสภาพคล่องก็แล้ว ก็ยังสู้เงินนอกไหลไม่ได้

                บาทเลยแข็งโด่อยู่อย่างนั้น ทั้งที่ "แบงก์ชาติ" ก็อยากจะอ่อนจนเต็มกลั้น

                บาทแข็งนานๆ "ไม่ดี"..........

                เพราะนั่นแสดงถึงว่า กินแล้วไม่ถ่าย คือ เอาเงินมากองเก็บไว้ โดยไม่เกิดประโยชน์ทางต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรม

                เก่าก็ไม่ขยับขยาย ใหม่ก็ลงทุน

                เมื่อไม่มีการลงทุน เงินไม่ต่างกระดาษ เพราะไม่เปลี่ยนค่าไปสู่กระบวนการผลิต-การจ้างงาน

                ไม่ซื้อวัตถุดิบ ไม่ซื้อเครื่องจักร วันนี้อาจไม่รู้สึก กินบุญเก่าไปได้ แต่ระยะยาว เมื่อไม่มีการลงทุน บุญเก่าหมด

                จนจุ๊ดจู๋ละทีนี้!

                ต้องบอกว่า ตั้งแต่มีรัฐบาล คสช.ทำให้บัญชีเดินสะพัดของไทย "เกินดุล" ทะลักทลายก่ายกอง

                เงินนอกไหลเข้า ทั้งจากส่งออก ทั้งจากท่องเที่ยว ทั้งจากเงินทุนไหลเข้ามาพักหากำไรชั่วคราว

                เงินที่ได้จากส่งสินค้าไปขายต่างประเทศนี่แหละ ที่เป็นปัญหาชวนปวดหัวอยู่เวลานี้

                เมื่อ "บาทแข็ง" สินค้าไทยที่ส่งไปขายก็แพงขึ้น ยิ่งสินค้าเกษตร ซึ่งมีประเทศที่ผลิตส่งเหมือนเราเยอะแยะ แต่เงินเขาอ่อน

                เลยเป็นว่า สินค้าอย่างเดียวกัน ของเราแพง ของเขาถูก คู่ค้าก็เลยหันไปซื้อจากประเทศคู่แข่งกันมาก

                นี่...บาทแข็ง ทำให้ไทยเป็นรองด้านแข่งขันเชิงปริมาณในตลาดส่งออก อย่างหนึ่งละ

                อีกอย่าง ก็คือ เมื่อพ่อค้าขายได้ดอลลาร์มาแล้ว พอที่จะได้กำไรบ้าง กลับไม่ได้ หรือบางที ขาดทุนด้วยซ้ำ ในเมื่อเงินบาทแข็งโป๊ก

                ถ้า ๑ ดอลลาร์ แลกได้ ๓๒-๓๓ บาท ก็ยังอยู่กันได้ แต่แข็งระดับ ๑ ดอลลาร์ แลกได้แค่ ๓๐ บาท

                ด้วย "ต้นทุน" อย่างทุกวันนี้ มันทุนหาย-กำไรไม่มี!

                สรุปแล้ว "บาทแข็ง" เมื่อเทียบกับเงินสกุลต่างๆ เราแข็งกว่าเขาประมาณ ๒๐% การค้าส่งออก ไม่ตายวันนี้ แล้วจะตายวันไหน?

                ที่ว่าตาย....ใครตาย?

                พ่อค้า เจ้าของธุรกิจ "ไม่ตาย" แค่รวยอัตราเร่งต่ำลง แต่ที่ตายแห้ง-ตายนึ่ง คือเกษตรกร ชาวไร่-ชาวนา-ชาวประมง นั่นแหละ

                อย่าลืม ๓๐-๔๐% ของคนไทยอยู่ในภาคเกษตร เมื่อบาทแข็ง เท่ากับสินค้าเกษตรส่งออกแพง

                เมื่อแพง ก็ทำให้ส่งออกได้น้อย

                เมื่อส่งออกได้น้อย พ่อค้าก็รับซื้อสินค้าเกษตรน้อย

                และเมื่อพ่อค้าส่งได้น้อยแถมบาทแข็ง เอาดอลลาร์ที่เคยขายได้ ๓๒-๓๓ บาท วันนี้แลกได้แค่ ๓๐  บาท เท่ากับขาดทุน (กำไร)

                เมื่อเป็นอย่างนี้ พ่อค้าก็ต้อง "กดราคา" สินค้าเกษตรต่ำลงไปอีก หรือไม่ซื้อเลย

                นั่นเท่ากับ บาทแข็ง กระทบเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง

                "แบงก์ชาติ" ต้องตัดสินใจสักอย่างแล้วล่ะว่า ระหว่าง

                "เศรษฐกิจ-เงินเฟ้อ-ความเสี่ยงการเงิน"

                ด้วยมาตรการตามทิศทางที่ทำ ตอบโจทย์ประเทศขณะนี้ "ได้สมดุล" กันมั้ย ระหว่าง ๓ เส้า นั้น

                เท่าที่ดู เส้า "เศรษฐกิจกับเงินเฟ้อ" ยังแก้ไม่ได้

                เส้า "เสถียรภาพทางการเงิน" เท่านั้น รูปทรงยังสมาร์ต!

                อาจจะบอกว่า ตอนนี้ "สงครามการค้า" ยิ่งทรัมป์ล่อจีนอีก ๑๐% จากสินค้าจีนนำเข้าสหรัฐฯ รวมเป็น ๓ แสนล้านดอลลาร์

                นั่นอาจทำให้การเกินดุลเดินสะพัดลดลง เพราะทำให้ขายของได้ลดลงด้วย

                บวกกับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจีนลดหดหาย เงินนอกที่นำเข้ามาแลกก็จะหายไปในส่วนนี้ด้วย

                เมื่อเงินนอกไหลเข้าน้อย บาทก็จะ "อ่อนค่า" ตามหลักดีมานด์-ซัพพลาย นั้น

                ผมว่า "ไม่ง่าย" ที่จะอ่อนได้เองเร็วตามสมการนั้น ในเมื่อไทย "มาตรฐานโลก" ซะขนาดนั้น

                ยังไงๆ เงินทุนนอก ก็ยังไหลเข้ามาหากินส่วนต่างอยู่ดี ในเมื่ออัตราดอกเบี้ยเขาประกาศลดกันโครมๆ แต่ของเราไม่ขึ้น-ไม่ลง ยังคง ๑.๗๕% เหมือนเดิม

                บาทแข็ง ใช่ว่าไม่ดี แต่ปัญหาว่า มันตอบโจทย์ประเทศขณะนั้นๆ ได้มั้ย?

                โจทย์ขณะนี้ คือ สินค้าหลักของเราที่ขายแล้ว คนปลูกก็ได้ คนกลางก็ได้ คนค้าก็ได้ ๑๐๐ บาท อยู่กับคนไทยทั้งร้อย คือ "สินค้าเกษตร"

                ไม่ใช่ รถยนต์ อะไหล่ยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสินค้า "รับจ้างผลิต-รับจ้างประกอบ" ร้อยบาท ได้ติดประเทศซัก ๑๐ บาท!

                ผมเห็นด้วย ที่แบงก์ชาติต้องรักษาเสถียรภาพการเงินของประเทศ

                แต่ผมเชื่อฝีมือ "คนแบงก์ชาติ" ถ้าจะทำให้บาทอ่อนโดยสหรัฐฯ ไม่ค้อน "ทำได้" แน่

                เพราะยังมีเครื่องมืออื่น นอกจากแทรกแซงค่าบาทและลดดอกเบี้ยอีกเป็นกระตั้ก

                อยู่ที่ท่านผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ "วิรไท สันติประภพ" เท่านั้น ด้วย "มาตรฐานท่าน-มาตรฐานการเงินไทย"

                จะใช้วรยุทธ์ไหนช่วยให้ "บาทอ่อน" อย่างสมาร์ตๆ เพื่อให้ห่วงโซ่ "ส่งออก-เกษตรกรไทย"

                ยังพอ "ยิ้มกันได้" ในหน้าแห้งๆ!

'บิ๊กป็อก'ไม่รู้ เลือกตั้งท้องถิ่นปีนี้หรือไม่ ให้รอมติครม.

    
 


6 ส.ค.62-​ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ยังไม่มีการกำหนดวันเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะต้องรอความพร้อมจากด้านต่างๆด้วย ซึ่งเมื่อประเมินแล้วจะมีการพิจารณาเรื่องนี้เมื่อไร ไม่แน่ใจ ส่วนจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นภายในปีนี้หรือไม่ ขอให้รอดูมติ ครม.จะดีกว่า

'บิ๊กตู่'ปล่อยมุกถามนางพยาบาล มีวัคซีนป้องกันโรคการเมืองไหม ปวดหัวเหลือเกิน

    
 

 

'บิ๊กตู่'บินลงจังหวัดชายแดนใต้พรุ่งนี้ ปักหมุดที่ยะลา

    
 

6 ส.ค.62-​  สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ ระหว่างวันที่ 5 – 7 ส.ค. 2562 จังหวัดสงขลา ปัตตานี และยะลา ก่อนที่ พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะลงพื้นที่ในวันที่ 7 ส.ค เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่ด้านเศรษฐกิจตามโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน 

โดยจุดแรกสำนักโฆษกฯนำเยี่ยมชมพื้นที่ก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี 2560 เพื่อแก้ไขปัญหาด้านคมนาคม ปัจจุบันการดำเนินการก่อสร้างตัวอาคารรันเวย์แล้วเสร็จร้อยละ 94 ระยะทาง 1,800 เมตร ลานจอดเครื่องบิน 3 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ บนเนื้อที่ 920 ไร่ และมีแผนต่อขยายในอนาคต เพื่อสามารถรับเครื่องบินโบอิ้งได้ โดยปัจจุบันเครื่องบินที่สามารถลงที่ท่าอากาศยานได้จะมีขนาด 70-80 ที่นั่ง เบื้องต้นเป็นเครื่องบินภายในประเทศ อาคารผู้โดยสารรองรับผู้โดยสารต่อวันกว่า 1,000 คน ทั้งนี้ในการตกแต่งท่าอากาศยานฯ ใช้ไม้ไผ่ตงซึ่งสัญลักษณ์ของเบตงและคำว่าเบตงในภาษามลายู แปลว่าไม้ไผ่ ส่วนการส่งมอบพื้นที่กำหนดในเดือนพฤศจิกายน 2562 แต่ทางผู้รับเหมาจะพยายามส่งมอบให้ได้ภายในเดือนตุลาคม 2562 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการการลงพื้นที่จ.ยะลา ในวันที่ 7 ส.ค. ของพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่จ.ยะลา พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายกฯจะเดินทางถึงอาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ในเวลา 09.45 น. เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมอบนโยบาย โดยมีพล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) เป็นผู้บรรยายสรุปภาพรวมการพัฒนาพื้นที่จ.ยะลา ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ที่จะรายงานปัญหาและอุปสรรค พร้อมข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหา 

จากนั้นนายกฯจะเป็นประธานเปิดและเยี่ยมชมศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นทางการ พร้อมมอบเงินอุดหนุนช่วยเหลือ และหนังสือเอกสารสำคัญแก่ผู้แทนประชาชน โดยจะมอบเงินค่าตอบแทนการทำงานของผู้นำศาสนาในพื้นที่ 5 จังหวัด ให้กับประธานกรรมการอิสลาม เงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้แทนของกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 5 ราย มอบบัตรส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ จำนวน 1 บริษัท และหนังสือขอบคุณภาคเอกชนที่มีการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งมอบหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับผู้นำศาสนาและผู้แทนประชาชนของจ.ยะลาและจ.ปัตตานี และพบปะประชาชน ก่อนสักการะศาลหลักเมืองจ.ยะลา จากนั้นจะตรวจเยี่ยม โครงการทุเรียนคุณภาพที่บริเวณตลาดกลางยางพารา ยะลา ต.สะเตง ก่อนจะเดินทางกลับ.

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

..............................................................

 หมวดหมู่ X - Cite

 

 

 

 .........................................................

 

 

 

 

........................................................

 

 

 

 

......................................................

6 สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน