*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3732
  • จำนวนผู้ชม : 2374712
  • จำนวนผู้โหวต : 520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 520 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 8 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 166 , 21:13:58 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         พอนายกฯกล่าวขออภัยต่อครม. ก็คิดเลยเถิดไปกันใหญ่ว่านายกฯจะลาออก ทั้งนี้ ในการขอโทษท่านก็ไม่ระบุชัดเจน ว่าเป็น

กรณีใด ทำให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องชี้แจงดังข่าวท้ายนี้

         เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม เวลา 18.00 น. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวคำขอโทษบนเวทีมอบนโยบายต่อส่วนราชการเมื่อช่วงเช้าวันเดียว

กันว่า การที่นายกฯพูดขอโทษ เพราะเห็นว่าอาจจะทำให้ ครม ทุกคนไม่สบายใจ ในเรื่องใดๆก็ดี และนายกฯยืนยันว่าจะปฎิบัติหน้าที่

ต่อไป ซึ่งเรื่องราวที่เหลือจากนี้ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ

         อย่างไรก็ตาม วันนี้นายกฯก็บอกว่าไม่ค่อยสบาย แต่กินยาก็หายแล้ว อันที่จริงก็น่าเห็นใจท่านมากทีเดียว ทำงานจริงจังตลอด

มา

โฆษกฯรบ.แจงเหตุผล'บิ๊กตู่'ขอโทษ  ย้ำนี่แหล่ะคือ'ภาวะผู้นำ'โดยแท้

โฆษกฯรบ.แจงเหตุผล'บิ๊กตู่'ขอโทษ ย้ำนี่แหล่ะคือ'ภาวะผู้นำ'โดยแท้

วันพฤหัสบดี ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 20.22 น.
 
 "โฆษกฯรบ."แจงเหตุผล "นายกฯ"พูดขอโทษ ที่อาจทำให้ครม.ไม่สบายใจ ยันเดินหน้าทำงานต่อพร้อมย้ำ นี่แหล่ะคือ"ภาวะผู้นำ"โดยแท้

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม เวลา 18.00 น. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวคำขอโทษบนเวทีมอบนโยบายต่อส่วนราชการเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันว่า การที่นายกฯพูดขอโทษ เพราะเห็นว่าอาจจะทำให้ ครม ทุกคนไม่สบายใจ ในเรื่องใดๆก็ดี และนายกฯยืนยันว่าจะปฎิบัติหน้าที่ต่อไป ซึ่งเรื่องราวที่เหลือจากนี้ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ

ขอโทษซึ่งกันและกัน! ศาลไกล่เกลี่ยสำเร็จ คดี'ครูปรีชา'ฟ้องหมิ่นประมาท'ทนายตั๊ม' (ชมคลิป)

ขอโทษซึ่งกันและกัน! ศาลไกล่เกลี่ยสำเร็จ คดี'ครูปรีชา'ฟ้องหมิ่นประมาท'ทนายตั๊ม' (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 19.10 น.
 
 เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 8 สิงหาคม 2562 นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา พร้อมด้วยนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัว ได้ออกมาพบสื่อมวลชนที่รอทำข่าวอยู่ด้านหน้าศาลจังหวัดกาญจนบุรี โดยนายวรยุทธ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าเป็นการไต่สวนมูลฟ้องกรณีที่ครูปรีชา ฟ้องทนายตั้มในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา แต่ก่อนที่จะมีการไต่สวนมูลฟ้อง ศาลท่านได้มีการไกล่เกลี่ยกันก่อน และสามารถตกลงและไกล่เกลี่ยกันได้ จึงมีการถอนฟ้องคดีกันไป ซึ่งเรื่องก็จบลงกันไปด้วยดี

ส่วนในช่วงบ่ายได้มีการไต่สวนคำร้องการขอถอนอายัดเงินของฝ่ายจำเลย ซึ่งทางจำเลยก็ได้นำสืบจำนวน 2 ปาก และได้มีการซักค้านกันเรียบร้อยแล้วจึงเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาซึ่งศาลท่านได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 22 ส.ค.62 เวลา 09.30 น.สำหรับคดีแพ่งยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์ แต่ได้ยื่นอุทธรณ์ในคดีหลักก็คือคดีอาญา ซึ่งโจทก์ได้ยื่นขอขยายอุทธรณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งศาลได้อนุญาตให้ยื่นขยายอุทธรณ์ครั้งที่ 2 ได้ถึงวันที่ 1 ก.ย.62

การที่ฝ่ายจำเลยยื่นคัดค้านการยื่นขอขยายอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ตนยังไม่เห็นคำร้องในสำนวนในการคัดค้าน ซึ่งการยื่นขยายคำร้องขอขยายเป็นเรื่องระหว่างตัวคู่ความกับศาลอยู่แล้ว ส่วนการที่ฝ่ายจำเลยจะยื่นคัดค้านก็เป็นสิทธิ์อยู่แล้ว แต่ตนยังไม่เห็นคำร้องในการคัดค้านแต่อย่างใด

ด้าน นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา กล่าวถึงกรณีการถอนฟ้องทนายตั้มในวันนี้ว่า อันที่จริงเราไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองอะไรกัน เพียงแต่ว่าเราถูกละเมิดสิทธิ์ เราจึงต้องมาใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เพราะเราถูกละเมิด แต่เมื่อมีการพูดคุยกัน เจรจากันและสร้างความเข้าใจกันได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลาต่อมา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้มทนายความส่วนตัว และนายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ พร้อมด้วยนางลาวัลย์ วิมูล ภรรยาของหมวดจรูญ ก็ได้ออกมาพบสื่อมวลชนเช่นกัน

โดย นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เปิดเผยว่า ฝ่ายจำเลยมีการสืบพยานจำนวน 2 ปาก ปากแรกครูตนส่วนลุงจรูญ เป็นปากที่ 2 สำหรับฝ่ายโจทก์ไม่มีพยานจึงเสร็จสิ้นการพิจารณา และศาลได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 22 ส.ค.62 เวลา 09.30 น.ก็ต้องมาลุ้นกันว่าศาลท่านจะมีคำสั่งให้ถอนอายัดเงินที่ได้อายัดเอาไว้หรือไม่

สำหรับคดีที่ครูปรีชาฟ้องผมในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงเวลาก่อนการไต่สวนมูลฟ้อง ศาลท่านได้เรียกครูปรีชา เข้าไปพบก่อน ซึ่งตนก็คิดอยู่ในใจว่าจะต้องมีอะไรสักอย่างหนึ่ง และเมื่อครูปรีชาออกมา ศาลท่านก็ได้ให้ฝ่ายผมเข้าไปพบ ศาลท่านก็ได้บอกว่า ทางครูปรีชามีความประสงค์ที่จะถอนฟ้อง ถ้าหากมีการขอโทษ ก็คือขอให้ผมขอโทษที่ได้โพสต์หมิ่นครูปรีชา ผมจึงแจ้งไปที่ศาลว่าผมไม่สามารถขอโทษได้เพราะว่าข้อความที่ผมโพสต์ไปมันไม่ผิดกฎหมาย

แต่ศาลท่านได้บอกว่าไม่อยากให้มีคดีให้มันรกศาล เพราะตั้งแต่ทำคดีหวย 30 ล้านมา ต่างฝ่ายต่างก็เสียดสีกันไปมา ถึงแม้บางครั้งมันจะไม่ผิดกฎหมาย แต่มันก็อาจจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียหายได้ ผมจึงคิดว่ามันก็เป็นความจริงตามสิ่งที่ศาลท่านพูด ส่วนตัวผมเองก็ถูกฝ่ายโน้นเสียดสีเหมือนกัน แต่ก็ได้พูดคุยกันจนเข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย ผมในฐานะที่เป็นเด็กกว่าจึงกล่าวขอโทษทั้งทนายวรยุทธ และทางครูปรีชา ซึ่งหลังจากที่ผมขอโทษ ทางครูปรีชา ก็ได้มีการกล่าวขอโทษผม รวมทั้งขอโทษคุณลุงจรูญ และขอโทษพี่ทนายอาคม ด้วยว่าถ้าหากมีอะไรล่วงเกิน ซึ่งทางทนายวรยุทธก็ขอโทษเราเช่นกัน ซึ่งเรื่องก็จบลงไปอย่างแฮปปี้ในเรื่องนี้ แต่ต้องขอบอกก่อนว่าเรื่องนี้ไม่มีเงื่อนไขเชื่อมโยงกับคดีอื่น จบเฉพาะคดีหมิ่นประมาทเพียงคดีเดียวเท่านั้น

สำหรับคดีอาญาที่ทางฝ่ายโจทก์ยื่นขยายเวลาการอุทธรณ์ออกไปอีก เมื่อสักครูนี้หลังจากเสร็จจากการไต่สวน ตนได้มาที่ห้องสำนวนและได้ยื่นคำร้องคัดค้านไปแล้ว ว่าหากมีการขอขยายเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก จะต้องให้มีพฤติการณ์พิเศษ โดยให้เขาอ้างเหตุผลมาด้วย

ส่วนหมวดจรูญ เปิดใจว่า ไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร แต่เพียงต้องรอให้ศาลท่านเมตตา เพราะเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบ 2 ปีแล้ว ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดก็เริ่มกระจ่างขึ้นมาเยอะแล้วถึงแม้จะยังไม่สิ้นสุดก็ตาม แต่ก็ยังรอความเมตตาจากศาลอยู่

 
 
จับมือวางบึ้มปลอมซ.รัชดาฯ32 ที่แท้เป็นรปภ.ที่แจ้ง-อ้างตั้งใจแกล้งอริ

จับมือวางบึ้มปลอมซ.รัชดาฯ32 ที่แท้เป็นรปภ.ที่แจ้ง-อ้างตั้งใจแกล้งอริ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 20.05 น.
 
 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม เวลา 15.30 น. ตำรวจสน.พหลโยธิน ควบคุมตัวนายเสน่ห์ ฮิมวาด อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสำนักงานขายคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในซอยรัชดาภิเษก 32 มาสอบปากคำ หลังเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ได้นำวัตถุต้องสงสัย เป็นขวดน้ำเกลือขนาดเล็กเสียบสายไฟ ก่อนพันด้วยเทปให้ดูคล้ายวัตถุระเบิด ไปวางไว้บริเวณหน้าศาลพระภูมิหน้าคอนโดดังกล่าว ก่อนโทรศัพท์ไปแจ้งศูนย์วิทยุร่วมด้วยช่วยกัน ว่าพบวัตถุต้องสงสัย 

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ แต่ไม่พบข้อมูลหรือบุคคลต้องสงสัยตามคำให้การของนายเสน่ห์ จึงเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติม แต่พบว่าเจ้าตัวมีพิรุธ และยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุเอง โดยเป็นคนนำระเบิดปลอมไปวางที่จุดดังกล่าวจริง เนื่องจากไม่พอใจ เพื่อน รปภ. ที่เข้าเวรในขณะนั้น จึงต้องการกลั่นแกล้ง ด้วยการนำวัตถุต้องสงสัยไปวาง เพื่อให้รปภ.คนดังกล่าวที่เข้าเวรถูกตำหนิ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบปัสสาวะ ยังพบว่ามีสารเสพติดด้วย

ด้าน พ.ต.อ.เชษฐา สว่างสุขผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด เบื้องต้นแจ้งข้อหาให้การเท็จ, กระทำการให้ผู้อื่นหวาดกลัว และ เสพยาเสพติด

'ชวน'กรีด! ไม่เคยดีแต่ปาก หน้าอย่างลับหลังอย่าง ภูมิใจไม่เคยซื้อเสียงเข้าสภา

'ชวน'กรีด! ไม่เคยดีแต่ปาก หน้าอย่างลับหลังอย่าง ภูมิใจไม่เคยซื้อเสียงเข้าสภา

วันพฤหัสบดี ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 18.01 น.
 
 "ชวน"กรีด! ไม่เคยดีแต่ปาก หน้าอย่างลับหลังอย่าง ภูมิใจไม่เคยซื้อเสียงเข้าสภา ชี้เป็นหนี้บุญคุณประชาชน หลังส.ส.ฝ่ายค้านถือโอกาสวิจารณ์ว่าไม่เป็นกลาง

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม และเมื่อพิจารณามาถึงข้อที่ 9 ที่ระบุถึงการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ จะต้องวางตัวเป็นกลาง ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ได้ถือโอกาสวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของนายชวน ว่าที่ผ่านมาทำหน้าที่ไม่เป็นกลางหลายกรณี

"ผมเข้ามาเล่นการเมืองไม่ใช่ไม่มีงานทำ แต่ตัดสินใจเพื่อเป็นนักการเมือง โดยเป็นหนี้บุญคุณคน จ.ตรัง เป็นหนี้บุญคุณคนภาคใต้ เป็นหนี้บุญคุณพี่น้องทั้งประเทศ เพื่อมาทำงานการเมือง ฉะนั้น ท่านอย่าประเมินว่าคนที่มาแบบนี้ไม่น่าเชื่อถือ ผมอยากให้ใครก็ตามย้อนกลับดูตัวเอง ว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่าไปหวังว่าทุกคนจะเหมือนกัน เราอย่าไปตำหนิคนอื่น เพราะสำคัญที่ตัวเราเอง อย่าประพฤติปฏิบัติแบบที่เราไม่เห็นด้วย ผมไม่ใช่พวกพูดอย่างลับหลังอย่าง ปากบอกสุจริตลับหลังซื้อเสียง" นายชวน กล่าว

10ชาติอาเซียนร่วมประชุมวิชาการ แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการแพทย์

10ชาติอาเซียนร่วมประชุมวิชาการ แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการแพทย์

วันพฤหัสบดี ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 19.02 น.
 
 กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการด้านการแพทย์ในประชาคมอาเซียน ครั้งที่ 2 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข 3 สาขา ได้แก่ เวชศาสตร์ฉุกเฉิน จักษุวิทยา และเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว โดยในปีนี้มีเพิ่มอีก 1 สาขาความร่วมมือ คือ ทันตกรรม ซึ่งรวมนักวิชาการนานาชาติ นักวิชาการไทยทั้งภาครัฐและเอกชน บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข รวมกว่า 300 คน จาก 10 ประเทศอาเซียน และองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ  

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการแพทย์ของกลุ่มเครือข่ายวิชาการการแพทย์ในประชาคมอาเซียนนี้ ถือว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความรู้รอบด้าน พร้อมรับมือต่อสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มของผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ กรมการแพทย์จึงได้ให้ความสนใจในปัญหาเรื่องการดูแลสุขภาพ, สังคมผู้สูงอายุ, ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากเทคโนโลยี, ภัยพิบัติทางธรรมชาติ, ความแตกต่างของช่วงอายุ หรือปัญหาอื่นๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทำให้เรามีการปรับการบริการทางการแพทย์ ให้พร้อมรับมือกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันและเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งในประเทศไทย และในอาเซียน

 

“กรมการแพทย์  กระทรวงสาธารณสุข มีภารกิจที่สำคัญในการบริการด้านการแพทย์ ทั้งการถ่ายทอดความรู้ และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสุขภาพของประชาชน รวมทั้งการสนับสนุนนักวิชาการ นักพัฒนางานวิจัย วิทยาการทางการแพทย์ ให้มีความก้าวหน้าอยู่เสมอ สำหรับการดูแลสุขภาพของประชาชนในประเทศไทยและประชาคมอาเซียนในการประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ด้านการแพทย์ครั้งที่ 2 นี้ ยังคงเน้นในเรื่องของการสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง 3 สาขาเดิม และ 1 สาขาใหม่ ได้แก่ เวชศาสตร์ฉุกเฉิน จักษุวิทยา เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ และทันตกรรม” อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว  

การประชุมดังกล่าว ยังได้รับความร่วมมือจากกลุ่มเครือข่ายประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, กัมพูชา, สิงคโปร์, เมียนมาร์, ลาว, ฟิลิปปินส์, บรูไน และไทย ตลอดจนเลขาธิการอาเซียน พร้อมด้วยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศสมาชิกและองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 124 คน โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 7-9 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพมหานคร
 

 
เกษตรกรนครพนมสุดเจ๋ง! ปลูกไม้ผลผสมผสานสร้างรายได้สู่วิถีที่มั่นคง

เกษตรกรนครพนมสุดเจ๋ง! ปลูกไม้ผลผสมผสานสร้างรายได้สู่วิถีที่มั่นคง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 15.51 น.
 
 เกษตรกรนครพนมสุดเจ๋ง! ปลูกไม้ผลผสมผสานสร้างรายได้สู่วิถีที่มั่นคง “ทุเรียน” ราชาผลไม้ เป็นพืชเศรษฐกิจที่นิยมปลูก

ผู้สื่อข่าวได้รับการแจ้งจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมว่า การปรับเปลี่ยนจาการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นการปลูกพืชที่หลากหลาย เป็นวิธีที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงในช่วงราคาผลผลิตตกต่ำและจากการเข้าทำลายของศัตรูพืช ดังนั้น การปลูกพืชแบบผสมผสานถือเป็นแนวทางที่จะช่วยให้การประกอบอาชีพของเกษตรกรยุคใหม่มีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

นายเอนก รัตน์รองใต้ เกษตรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จังหวัดนครพนมเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด และส้มโอ เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีเกษตรกรในพื้นที่ทดลองปลูกและสร้างเป็นสวนไม้ผลเชิงการค้าจนประสบความสำเร็จหลายราย สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาและยกระดับสินค้าเกษตรของจังหวัดนครพนมให้สามารถแข่งขันได้ในระดับอาเซี่ยน จากการขับเคลื่อนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งมีกิจกรรมในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพร้อมมอบต้นพันธุ์ไม้ผลให้กับเกษตรกรนำไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง

สำหรับไม้ผลที่เกษตรกรให้ความนิยมนำไปปลูกส่วนมากเป็นทุเรียน เพราะทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจที่ตลาดมีความต้องการมาก อีกทั้งราคาจำหน่ายก็ค่อนข้างสูงจึงทำให้เกษตรกรเกิดความสนใจที่จะปลูกมากขึ้น ในการปลูกทุเรียนในช่วงแรก ต้นทุเรียนจะต้องการร่มเงา ซึ่งพืชที่อยู่ร่วมกับทุเรียนได้ดี คือ กล้วย เพราะจะช่วยให้ร่มเงาและความชุ่มชื้นกับต้นทุเรียนในช่วงฤดูแล้งและในพื้นที่ว่างระหว่างต้นเกษตรกรสามารถนำพืชผัก หรือไม้ผลต่างๆมาปลูกแซมได้ แต่จะต้องคำนึงถึงชนิดและประเภทของพืชที่จะปลูกร่วมกันด้วย  

โดยพิจารณาจาก ระบบราก ลักษณะทรงพุ่ม ความต้องการธาตุอาหาร น้ำ แสงแดด ความทนทานต่อความแห้งแล้งของพืชแต่ละชนิดที่จะนำมาปลูกจะต้องมีการศึกษาทำความเข้าใจให้ดี เพราะผลกระทบของพืชแต่ละชนิดสามารถที่จะมีต่อกันและกันได้ และเพื่อเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดความคุ้มค่า

เกษตรจังหวัดนครพนม กล่าวเพิ่มเติมว่า ประโยชน์ของการปลูกพืชที่หลากหลายชนิดภายในสวนไม้ผล จะมีผลในด้านของการสร้างความสมดุลทางธรรมชาติให้เกิดขึ้น เมื่อมีความหลากหลายของชนิดพืชจะทำให้เกิดความหลากหลายของชนิดแมลงศัตรูพืชและศัตรูธรรมชาติที่ควบคุมศัตรูพืชให้อยู่ในระดับที่ไม่เกิดการระบาดได้เช่นเดียวกับความสมดุลที่เกิดขึ้นในสภาพป่าธรรมชาติ ทำให้มีการใช้ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากเดิมที่เคยมีการปลูกพืชเพียงอย่างเดียว ช่วยลดปัญหาในเรื่องของวัชพืช และที่สำคัญก็คือช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของผลผลิตและราคาที่ตกต่ำเมื่อมีการปลูกพืชเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่เกษตรกรจะต้องเจอและคงจะหลีกไม่พ้นในการปลูกไม้ผล นั่นก็คือ  ปัญหาเรื่องของโรคและการเข้าทำลายของแมลง เช่น ทุเรียน ซึ่งมีปัญหาในเรื่องของโรครากเน่า โคนเน่า เกษตรกรสามารถป้องกันและกำจัดได้ด้วยการปลูกพืชสมุนไพรล้อมโคนต้นสมุนไพรไม่ว่าจะเป็น กระวาน, หน่อแดง, เร่วหอม, ว่านสาวหลง, ชะพลู เป็นพืชจำพวก รากสะสมน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราไฟทอฟธอร่า 

สาเหตุของการเกิดโรครากเน่า-โคนเน่าทุเรียน ที่มีการสะสมอยู่ในดินได้ดี ด้วยการนำสมุนไพรดังกล่าวมาปลูกใต้ต้นทุเรียนโดยปลูกให้ห่างจะโคนต้น 60 - 80 เซนติเมตร รอบๆ ทรงพุ่ม ดังนั้นในการปลูกไม้ผลให้ประสบความสำเร็จเกษตรกรจะต้องมีการปลูกพืชอื่นร่วมด้วย และมีการบริหารจัดการสวนที่ดี เพื่อให้ไม้ผลเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
 

 
 
 
 
 
 
 
 
..........................................................
 
8 สิงหาคม 2562
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน