*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3732
  • จำนวนผู้ชม : 2374712
  • จำนวนผู้โหวต : 520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 520 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 9 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 203 , 16:10:25 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         กรณีนายกรัฐมนตรีอ่านคำถวายสัตย์ปฏิญาณในรัฐสภาตกหล่นไปนั้น ฝ่ายที่รุมขย่มก็ยกเอาสาระพัดเรื่อง สาระพัดเหตุผลมา

อ้างที่ชอบนำมาอ้างก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เช่น ที่สหรัฐ เป็นต้น

          ... เช่นเดียวกับแกนนำพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ที่ออกมาขย่ม-รุกไล่เรื่องนี้เช่นกัน ทั้งพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงพรรคประชาชาติ

ของวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติและอดีตประธานรัฐสภา นักการเมืองรุ่นใหญ่ฝ่ายค้านที่อ้างว่า การถวายสัตย์ฯ

เป็นเรื่องที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ว่าก่อนปฏิบัติหน้าที่รัฐบาลต้องเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อไม่ได้ทำหรือทำไม่ครบ ก็ยังปฏิบัติหน้า

ที่ไม่ได้ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องทำให้สมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นการบริหารงานของรัฐบาล ทั้งเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายหรือการใช้

งบประมาณ จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

                 "การถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ สมัยนายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้ารับตำแหน่งสมัยแรกเขาปฏิญาณ

ตนไม่ครบยังไม่กล้าบริหาร ต้องปฏิญาณใหม่ถึงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แม้รัฐธรรมนูญของไทยกับสหรัฐจะไม่เหมือนกัน แต่เขาเป็น

ประเทศใหญ่ยังต้องทำใหม่ ดังนั้นนายกฯ ควรทำอะไรให้ประชาชนหายข้องใจ ไม่ใช่ตีขลุมไม่ตอบคำถาม เมื่อทำไม่สมบูรณ์ก็ทำใหม่

ให้สมบูรณ์ ไม่มีอะไรมาก ต่อไปสภาฯ จะได้สบายใจว่าการบริหารของรัฐบาลถูกต้อง"

 

 

คราถึงบท "หนุมานคลุกฝุ่น"

    
 

                "ข่าวลือ-ข่าวลวง-ข่าวดรามา"

 

                คือ "อาหารประจำชาติ" ของคนยุค "สื่อสารโซเชียล" นิยมบริโภค

                นายกฯ วางเบ็ดราวไว้ ๒-๓ วลี เมื่อวาน (๘ ส.ค.๖๒)

                -ผมขอโทษ

                -ผมขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว"

                -ต้องไปศึกษารัฐธรรมนูญว่าเขียนไว้อย่างไร (ประเด็นถวายสัตย์ฯ-เปลว)

                -อย่างไรก็ตาม ก็คงยังจะมีรัฐบาลอยู่

                เท่านั้นแหละ.....

                ใครคือ ผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้าย และใครผู้หวังร้ายในรอยแค้น

                เผยหน้า เผยตัวตน ออกมาให้เห็นหมด จากทุกซีก-ทุกฝั่ง ด้วยข่าวว่อน ตลอดบ่ายวาน

                "นายกฯ ถอดใจ          

                นายกฯ จะลาออก"!

                ลือกันไปด้ายยย คนชื่อประยุทธ์น่ะ ถ้าจะถอด ไม่ใช่ใจ แต่เป็น

                "เกือก"!

                มาฟังที่นายกฯ พูดกลางวงรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงของประเทศเมื่อวาน ในประเด็นนี้เต็มๆ กันอีกทีก็ได้

                “ประเด็นสำคัญ ผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว นั้นคือ เรื่องรัฐธรรมนูญ หรืออะไรก็แล้วแต่

                ผมเป็นห่วงอยู่อย่างเดียวว่า ทำอย่างไรจะให้ทำงานได้ ก็หวังให้ทุกคนได้ทำงานต่อไป

                อย่างไรก็ตาม ก็ต้องไปศึกษารัฐธรรมนูญว่าเขียนไว้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ก็คงยังจะมีรัฐบาลอยู่

                ผมขอโทษบรรดารัฐมนตรีด้วย เพราะผมถือว่า ได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว

                วันนี้ ขอร้อง เรื่องเก่าๆ อะไรที่ไม่ควรพูด ก็ไม่ต้องพูด อะไรพูดได้ก็พูดไป

                ผมเองรับผิดชอบทั้งหมดอยู่แล้ว”

                ...........การวิพากษ์วิจารณ์ ขอให้อยู่ในกรอบที่ควรจะเป็น เรื่องใดก็ตามที่ยังบกพร่องอยู่ สิ่งใดก็ตามที่มีปัญหา

                ผมก็ต้องขอโทษ....

                แล้วก็รับผิดชอบไว้แต่เพียงผู้เดียว

                แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศต้องเดินหน้าไปให้ได้ รัฐบาลนี้ก็ต้องทำงานให้ได้

                ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเชื่อมั่น ตั้งใจไว้ ผมคงไม่ตอบคำถามเรื่องนี้อีกแล้ว"

                นี่แหละ ที่ถูกบางพวก-บางฝ่าย ถอดรหัสออกมาลือให้สะพัดเป็นข่าว "นายกฯ จะลาออก"

                จนโฆษกรัฐบาล "นฤมล ภิญโญสินวัฒน์" ต้องออกมาเคลียร์

                "บนเวทีนายกฯ พูดเพียงว่า ประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ จะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

                แต่สำหรับการรับผิดชอบ คงจะมีรายละเอียดที่นายกฯ เตรียมการเอาไว้แล้ว สื่อมวลชนคงได้รับทราบรายละเอียดต่อไป

                ที่มีข้อสงสัยว่านายกฯ จะลาออกนั้น........

                ยืนยันว่า "ไม่มี"

                เพราะยังมีการประชุมหารือกันอยู่ตลอดเวลา เมื่อวานก็ลงพื้นที่จังหวัดยะลา

                ยังวางแผนที่จะทำสิ่งต่างๆ เพื่อทำประโยชน์ให้เกิดกับพื้นที่ ๓ จังหวัดใช้แดนภาคใต้ รวมไปถึงภาคอื่นๆ และ กทม.

                สื่อมวลชนคงจะกังวลกันไปเอง

                หรืออาจเป็นเพราะนายกฯ เพลียและเหนื่อยจากการลงพื้นที่ตลอดทั้งวัน มีอาการไม่สบาย อาจพูดสั้นไปหน่อย”

                ประเด็นถอดใจ นักข่าวถามย้ำแล้วย้ำอีก โฆษกนฤมลก็ย้ำแล้ว-ย้ำอีก

                "ไม่มี..ไม่ได้ถอดใจใดๆ ทั้งสิ้น"!

                เนื้อความตามท้องเรื่องก็เป็นเช่นนี้ ผมขอสรุปเหตุนำสู่เรื่องที่นายกฯ ต้องกล่าว "ขอโทษ" ๒ ครั้ง "ผมขอรับผิดชอบ

คนเดียว" ๓ ครั้ง ในเวลาเดียวกันก็เรื่องที่ฝ่ายค้านโจมตี นายกฯ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๑

นั่นแหละ

                ก็คง "เป็นจริง" ตามที่ฝ่ายค้านยกขึ้นมา นายกฯ จึงกล่าวคำขอโทษบรรดารัฐมนตรี

                และบอก "จะรับผิดชอบ" เรื่องนี้คนเดียว!

                ถ้าเป็นเช่นนั้น ช่องทางตามครรลองพึงปฏิบัติมีอยู่แล้ว ด้วย "สุจริตเป็นที่ตั้ง"

                นายกฯ ก็ทำตามนั้น ทุกอย่างจะได้งามพร้อม และได้เดินหน้าทำงานกันเสียที

                คือ ทำหนังสือขอ "พระราชทานอภัยโทษ"

                ทำหนังสือกราบทูลฯ เพื่อขอ "พระบรมราชานุญาต" เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่

                ตามที่ "อาจารย์เจษฎ์ โทณะวณิก" ฐานะอดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เสนอแนะทางพึงปฏิบัตินั่นแหละ

                เมื่อทำหนังสือ "กราบบังคมทูล" ขึ้นไปอย่างนั้นแล้ว

                การณ์จะเป็นเช่นใด.......

                ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ "พระบรมราชวินิจฉัย" อันผู้ใดก็มิบังอาจก้าวล่วงได้

                ส่วนที่มีบางคนตีความไปว่า เมื่อนายกฯ กล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน เท่ากับ "โมฆะ" นั้น

                ในความเห็นผม จะไปไกลมากไป

                การเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณของรัฐบาลนั้น ได้กระทำครบถ้วนแล้ว

                "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ทรงรับคำถวายสัตย์ปฏิญาณ และ "พระราชทานพร" แก่คณะรัฐมนตรี ที่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

                นั่นคือ ขั้นตอนเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๑ ครบถ้วนแล้ว รัฐบาลเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้

                สำหรับการกล่าวคำถวายสัตย์ฯ ไม่ครบนั้น เป็นคนละประเด็นที่ว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ

                นายกฯ ไม่ได้ทำผิดรัฐธรรมนูญ.....

                เพียงแต่ในขั้นตอนกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณ นายกฯ กล่าวขาดหายไปบางส่วน ตามที่พูดกันว่า "ไม่ครบ" นั่นแหละ

                ก็ทำในส่วนเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ด้วยข้อความที่ครบถ้วน ตามแนวทางที่อาจารย์เจษฎ์แนะนำ ก็จะสมบูรณ์

                ตามรัฐธรรมนูญนั้น.......

                การกล่าวคำถวายสัตย์ฯ ด้วยข้อความไม่ครบ ไม่มีบทบัญญัติโทษไว้

                ซึ่งก็ต้องไปดูรัฐธรรมนูญว่า กรณีเช่นนี้ พึงปฏิบัติอย่างไร ในมาตรา ๕ วรรคสอง บอกว่า

                "เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับใช้แก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"

                นั่นคือ ทั้งหลาย-ทั้งปวง กรณีนี้ ขึ้นอยู่กับ "พระบรมราชวินิจฉัย" โดยตรง

                เมื่อนายกฯ บอกและย้ำ เรื่องนี้ "ขอรับผิดชอบเอง"

                ด้วยวิสัยทหาร.......

                การณ์ใดควร-การณ์ใดมิบังควร ท่านรู้และเข้าใจ และหนักแน่น มั่นคง ชัดเจน อยู่ในหัวใจแล้ว

                ดังนั้น เมื่อท่านบอกจะแก้ไข รับผิดชอบด้วยตัวเอง ก็เข้าใจว่า ที่ท่านบอกจะแก้ไขนั้น กำลังเป็นไปตามขั้นตอน

                ฉะนั้น........

                ใจเย็นๆ พี่น้อง ไม่ต้องผลักอก!

                เรื่องลาออกนั้น เลิกพูด ถ้าเกิดนายกฯ ใจเสาะ คิดจะลาออก งั้น "ยุบสภาฯ" คว่ำกะลา คว่ำชามข้าวไปซะเลยไม่ดีกว่าหรือ

                คืนอำนาจให้ชาวบ้าน "ตัดสินใจ" กันใหม่ จะเอาใครเป็นรัฐบาล-เป็นนายกฯ ก็ให้เลือกกันให้ขาดไปเลย จะได้รู้แล้ว-รู้แร่ด

                และถ้าอย่างที่ฝ่ายค้านบอก การถวายสัตย์ไม่ครบ ถือว่าโมฆะ 

                ถามคำว่า "พูดจริงหรือพูดง่าว"?

                ถ้าพูดจริง ต้องการอย่างนั้นจริง รัฐบาลเลือกตั้งก็ถอยกลับไปนั่งรอก่อน กรอหนังกลับไปตั้งต้นใหม่ที่

                "ยังไม่มีรัฐบาลบริหาร"!

                เมื่อยังไม่มีรัฐบาลบริหาร ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ "รัฐบาล คสช." ก็ต้องกลับเข้ามาบริหารด้วย "องค์รัฏฐาธิปัตย์" ต่อไป

                จะต้องให้ "เบี้ยวมา-ก็เบี้ยวไป" แบบนี้ใช่มั้ย ถึงจะถูกใจ?

                ครับ....

                มันก็ไม่มีอะไรหรอก แค่ดาวสภากับดาวรัฐบาลเข้ามุมประลองกำลังกันเท่านั้น

                ซักไม่เกิน ๒๐ สิงหา. นายกฯ ประยุทธ์น่าจะหายไข้ หายหน้าเขียว มีเรี่ยว-มีแรงแทงกลับ

                ช่วงอาทิตย์-อาทิตย์นี้ อาจยาวถึงตุลา.ยอมให้ทั้งฝ่ายตัวเองและฝ่ายแค้น กระทืบยอดอก "แก้บน" ไปก่อน

                พวกนี้ ไม่รู้จัก....

                 ประยุทธ์ "หนุมานคลุกฝุ่น" ซะแล้ว!.

7พรรคฝ่ายแค้นสุมหัวผุดแคมเปญทวงคืนอำนาจ!ขำกันกลิ้งเมื่อได้ยินชื่อ'ส.ส.มงคลกิตติ์'

    
 

9 ส.ค.62 -  เวลา 12.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมร่วมกันของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดนมีแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุม อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล นายวัฒนา เมืองสุข  คณะกรรมการยุทธศาสตร์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย

นายปิยบุตร แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน จะรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ หลักการสำคัญ จะให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ส่วนจะมีกี่คนนั้น จะลงพื้นที่ไปทำงานร่วมกับนักวิชาการ สื่อ ภาคประชาสังคม เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะออกมาใหม่เป็นร่างที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน โดยให้ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับ จากนั้นจะไปให้ประชาชนร่วมลงประชามติ 

นอกจากนี้จะตั้งคณะกรรมการร่วมกันทั้ง 7 พรรคเพื่อมาดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ ขณะเดียวกันแต่ละพรรคสามารถรณรงค์ในส่วนที่ตนเองถนัดได้ สำหรับการรณรงค์จะรณรงค์ภายใต้แคมเปญ “ทวงคืนอำนาจ การจัดทำรัฐธรรมนูญของประชาชน” วันนี้สังคมเริ่มเห็นแล้วว่ารัฐธรรมนูญ2560 จะนำไปสู่ทางตัน จะต้องทำรัฐธรรมนูญที่สุดท้ายแล้วเป็นของเราทุกคน ไม่ใช่เป็นเพียงเฉพาะรัฐธรรมนูญของ 7 พรรคการเมือง 

เมื่อถามว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลจะเริ่มต้นอย่างจริงจัง น่าจะทำอะไรเป็นรูปเป็นร่างแล้ว นโยบายเร่งด่วนข้อที่ 12 ของรัฐบาล น่าจะไม่ได้เป็นความเป็นต้องการของนายกฯ เอง แต่เป็นการโดนบีบและกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งหากทางรัฐบาลเห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้และเดินหน้าจริงเมื่อไหร่ก็นับเป็นเรื่องดีเพราะสุดท้ายแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน 
....
ถามว่า ฝ่ายค้านโหวตในสภาชนะฝ่ายรัฐบาล เป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า เมื่อวันที่8ส.ค.อยู่ในสภา เมื่อตัวเลขขึ้นจอ พวกเราก็ฮือฮากันใหญ่ แต่ยังไม่ทราบว่คะแนนมาจากไหน คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมคะแนนก่อน หากเป็นไปตามกระแสว่าพรรคเล็กจะออกจากการร่วมรัฐบาลจริง จะทำให้คะแนนคู่คี่ สูสี ผลออกมาแบบนี้ไม่ใช่การชิงไหวชิงพริบกัน แต่เรื่องนี้เป็นดอกผลของรัฐธรรมนูญ2560 ที่ออกแบบมา เสียงของรัฐบาลจะปริ่มน้ำแบบนี้อยู่ตลอดเวลา จึงขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรีให้ท่านได้เห็นถึงพิษภัยของรัฐธรรมนูญ 2560 จะต้องนั่งลุ้นทุกวัน นั่งลุ้นทุกเดือน

เมื่อถามว่า จะไปชวนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศีวิไลย์ มาร่วมกันอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีการกลับไปกลับมาหรือไม่ โดยคำถามดังกล่าวสร้างเสียงหัวเราะให้กับคณะผู้แถลงข่าวก่อนที่นายภูมิธรรมจะกล่าวว่า ในระบบรัฐสภา หวังความร่วมมือจากทุกพรรคการเมือง ประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและปัญหาของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง อะไรที่ร่วมมือกันแล้วทำให้ประเทศชาติดีขึ้น เราก็ควรจะร่วมมือกัน อยากเห็นผลสัมฤทธิ์ของการแก้ปัญหามากกว่าเราเราไปดึงเล่นเกมการเมืองกัน รัฐรรมนูญฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาอยู่ เราจึงควรร่วมมือกันทำให้เกิดเป็นฉันทามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญแล้วทำให้ปัญหาของประชาชนได้รับการแก้ไขเราร่วมจะร่วมมือกับทุกฝ่าย 

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า 7 พรรคฝ่ายคร้านร่วมมือกันได้ เพราะมีความจริงใจต่อกัน พวกเราไม่คุยกันเรื่องผลประโยชน์ว่าใครจะได้หรือใครจะเป็นอะไร ดังนั้นใครจะมาร่วมกับเราก็ได้ถ้ามีอุดมการณ์เดียวกัน ตรงนี้ไม่ใช่มาต่อรองเรื่องผลประโยชน์หรือตำแหน่ง.

ประธานสภาฯชี้เข้าใจผิดส.ส.ฝ่ายรัฐบาลโหวตแพ้ฝ่ายค้าน!

    
 

นายชวน กล่าวอีกว่า สำหรับการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งส.ส.รัฐบาลลงมติแพ้ในที่ประชุมสภานั้น เป็นความเข้าใจผิด กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการที่ชนะการลงมติไป 1 คะแนน ซึ่งรู้สึกแปลกใจเช่นกันว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ทั้งที่โดยปกติฝ่ายกรรมาธิการฯจะชนะด้วยเสียงท้วมท้น แต่ตนก็ไม่ได้ให้นับคะแนนใหม่ เพราะเห็นว่าเรื่องความเป็นกลางของประธานที่ไม่ได้บรรจุไว้นั้น ได้มีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภาต้องวางตัวเป็นกลาง หากไม่วางตัวเป็นกลางก็ถือว่ากระทำขัดรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุมสภาไม่ได้ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญอยู่แล้ว 

ทั้งนี้ ข้อบังคับที่ดีกับคนที่ปฏิบัติดีจะต้องสอดคล้องกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา ซึ่งตนเคยประสบมาแล้ว แต่โดยปกติ ประธานสภาส่วนใหญ่จะวางตัวเป็นกลาง เพราะเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ แต่ก็ต้องระวัง หากไม่ป้องกันไว้บ้างจะมีปัญหา.

แฉเบื้องหลัง'ยิ่งลักษณ์'ได้สัญชาติเซอร์เบียเพราะความช่วยเหลือจาก'ทักษิณเซอร์เบีย'เพื่อนซี้'แม้วมอนเต'

    
 

9 ส.ค.62-  การได้สัญชาติเซอร์เบียของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นักโทษหนีคุกคดีปล่อยทุจริตจำนำข้าว สร้างความประหลาดใจให้กับใครหลายคน เพราะก่อนหน้านี้มีการคาดเดากันว่าน่าจะถือสัญชาติมอนเตเนโกร ประเทศบ้านพี่เมืองน้อง เหมือนที่นายทักษิณ ชินวัตร ได้สัญชาติไปก่อนหน้านี้ 

อย่างไรก็ตามเมื่อดูสายสัมพันธ์ของนายทักษิณ พบว่าเขามีความใกล้ชิดกับ นาย Bogoljub Karic นักการเมืองและนักธุรกิจชาวเซอร์เบีย ทำธุรกิจคมนาคม  ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ในหลายประเทศย่านยุโรปตะวันออกและรัสเซีย เป็น เจ้าของมหาวิทยาลัย  และยังเป็นผู้สนับสนุน Aleksandar Vucic  ประธานาธิบดีของสาธารณรัฐเซอร์เบียคนปัจจุบัน

พบว่า Bogoljub Karic มีโปรไฟล์คล้ายนายทักษิณเป็นอย่างมาก และเหมือนมากยิ่งขึ้นในด้านลบ นั่นคือ นับแต่ปี 2549  "Bogoljub Karic"   ถูกไต่สวนคดีฟอกเงินและสงสัยว่าทุจริตงบประมาณของประเทศเซอร์เบียจำนวน 21,980,551.98 เหรียญสหรัฐ  

Bogoljub Karic  ลี้ภัยไปรัสเซีย โดยมีหมายจับที่ออกโดยรัฐบาลเซอร์เบีย และตำรวจสากล อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2559   คดีความหมดอายุ  Bogoljub Karic  จึงเดินทางกลับเซอร์เบียเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2559 และกลับไปทำธุจกิจและการเมืองตามปกติ

เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้พบกับ  Bogoljub Karic ที่เบลารุส และคาดว่าการได้รับสัญชาติเซอร์เบียของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ได้รับการช่วยเหลือจาก Bogoljub Karic  นั่นเอง. 

ทักษิณ ชินวัตร-Bogoljub Karic

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

สภาฯยัน 'ห้องประชุมจันทรา' ปลอดภัย ตรวจวัดค่าฝุ่นขนาดเล็กไม่กระทบสุขภาพ

.............................................................

ผู้ตรวจฯ รับเผือกร้อน ปมถวายสัตย์ฯ บิ๊กตู่

    
 

 

       บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ที่บัญญัติไว้ว่า...

                “ก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคํา  ดังต่อไปนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” ในกรณีที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนที่จะถวายสัตย์ปฏิญาณ ให้คณะรัฐมนตรีนั้นดําเนินการตามมาตรา ๑๖๒ วรรคสองได้  ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๖๘ (๑) พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมดังกล่าว

                พบว่าในขณะนี้ ปมปัญหาเรื่อง การถวายสัตย์ปฏิญาณตน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม คือประเด็นที่ฝ่ายค้านและฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลกำลังวางน้ำหนักในการรุกไล่พลเอกประยุทธ์

                ถึงขั้น ส.ส.เพื่อไทยบางรายพร้อมทิ้งน้ำหนักให้พรรคฝ่ายค้านควรยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 18 ก.ย. แม้ล่าสุด นักเคลื่อนไหวการเมืองนอกรัฐสภาอย่าง ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวไปแล้วเมื่อ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา

                เรื่องดังกล่าวเมื่อดูท่าที ความรู้สึกของพลเอกประยุทธ์ได้ว่า ก็เริ่มกดดันพอสมควรกับเรื่องนี้ หลังฝ่ายค้านรุกไล่ไม่เลิกรา จนต้องออกมาพยายามตัดบท เพื่อหวังให้เรื่องจบโดยเร็ว

                “ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการในการถวายสัตย์ต่อหน้าพระมหากษัตริย์ ซึ่ง ณ ตรงนั้นก็เสร็จไปแล้วว่าต้องทำอะไรในการดูแลประชาชน ข้อความต่างๆ ที่พูดไปแล้วถือว่าครอบคลุมทั้งหมด และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญในการดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย ที่สำคัญที่สุดเป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งพระองค์ท่านมีรับสั่งมาให้ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งตรงกับรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศ

                ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรจบดีกว่า อย่าให้บานปลาย หลายคนในนั้นก็เป็นทหาร ขอร้องว่าเคยเป็นพี่น้องกันมา อย่าให้การเมืองมาทำให้ประเทศชาติปั่นป่วนไปทั้งหมด ถ้าจะดีหรือไม่ดีอย่างไรก็ให้รอเลือกตั้งคราวหน้าก็แล้วกัน

                ไม่กังวลอะไรทั้งสิ้น จะกังวลไปทำไม เพราะมีเรื่องที่น่ากังวลมากกว่านี้อีกมาก การที่เป็นนายกฯ และเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีเรื่องหลายอย่างต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างมีตามรัฐธรรมนูญกำหนด โดยรัฐธรรมนูญได้เขียนแบบกว้างๆ เอาไว้ แต่ก็ไปทะเลาะกันแต่เรื่องรัฐธรรมนูญ” (พลเอกประยุทธ์ ส.ค.)

                และมาตอกย้ำอีกครั้งในการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน หลังการประชุม ครม.เมื่อ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีกลางที่ประชุมสภาฯ ในสัปดาห์นี้

                “สำหรับเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น กำลังพยายามแก้ไขปัญหาอยู่ แต่ยืนยันว่าได้ทำครบถ้วน และเรื่องดังกล่าวก็คงต้องว่ากันต่อไป ก็กำลังหาทาง ไม่รู้จักคำว่าหาทางหรืออย่างไร เอาล่ะ เรื่องนี้ผมจะทำของผมเอง ถ้าให้ชี้แจงในวันที่ 7 ส.ค.นี้ คงไปไม่ได้ เพราะจะเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการที่ภาคใต้ คงรอไปก่อน เพราะเรื่องบางเรื่องต้องฟังเหตุฟังผลกันบ้าง ถ้าเอาทุกอย่างมาผูกกันหมดก็จะแก้ไขปัญหาไม่ได้ ขอให้ไว้ใจผม เชื่อว่าผมทำได้ และต้องทำให้ได้”

                เรื่องนี้ประเมินได้ว่า ฝ่ายค้านคงไม่เลิกราแค่นี้ และจะรุกไล่ กดดัน ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ในลักษณะทิ้งปมปัญหาให้คาไว้เช่นนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อคอยกวนใจพลเอกประยุทธ์

                โดยมีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายค้านอาจไม่ขยับ โดยใช้ช่องทางยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย เพราะอาจมองว่าปล่อยเรื่องให้เป็นปมปัญหาไว้แบบนี้จะดีกว่า เพื่อสร้างประเด็นทางการเมืองคาไว้ แต่จะถึงขั้นนำไปสู่การยื่นซักฟอกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ ก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ ในเดือนกันยายน อย่างที่คนในพรรคเพื่อไทยอย่าง สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ประธานวิปฝ่ายค้านเสนอไว้หรือไม่ ข้อเสนอดังกล่าวจับกระแสดูคร่าวๆ ดูเหมือนเสียงตอบรับจากคนในเพื่อไทยด้วยกันเองสุ้มเสียงขานรับยังไม่ดังพอ

                เช่นเดียวกับแกนนำพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ที่ออกมาขย่ม-รุกไล่เรื่องนี้เช่นกัน ทั้งพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงพรรคประชาชาติ ของวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติและอดีตประธานรัฐสภา นักการเมืองรุ่นใหญ่ฝ่ายค้านที่อ้างว่า การถวายสัตย์ฯ เป็นเรื่องที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ว่าก่อนปฏิบัติหน้าที่รัฐบาลต้องเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อไม่ได้ทำหรือทำไม่ครบ ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องทำให้สมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นการบริหารงานของรัฐบาล ทั้งเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายหรือการใช้งบประมาณ จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

                 "การถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ สมัยนายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้ารับตำแหน่งสมัยแรกเขาปฏิญาณตนไม่ครบยังไม่กล้าบริหาร ต้องปฏิญาณใหม่ถึงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แม้รัฐธรรมนูญของไทยกับสหรัฐจะไม่เหมือนกัน แต่เขาเป็นประเทศใหญ่ยังต้องทำใหม่ ดังนั้นนายกฯ ควรทำอะไรให้ประชาชนหายข้องใจ ไม่ใช่ตีขลุมไม่ตอบคำถาม เมื่อทำไม่สมบูรณ์ก็ทำใหม่ให้สมบูรณ์ ไม่มีอะไรมาก ต่อไปสภาฯ จะได้สบายใจว่าการบริหารของรัฐบาลถูกต้อง"

                แม้ “อดีตประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา” จะมีท่าทีดุดันดังกล่าว แต่ก็พบว่า ก็ยังไม่ถึงกับแสดงท่าทีไปในทางสนับสนุนให้ฝ่ายค้านนำเรื่องนี้ไปขยายผล ถึงขั้นยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ เช่นเดียวกับท่าทีของแนวร่วมฝ่ายค้านหลายพรรคจาก 7 พรรค ก็ยังพบว่ายังไม่มีท่าทีใดๆ ว่าจะนำเรื่องนี้ไปขยายผลด้วยการนำไปสู่การขอเปิดซักฟอก บิ๊กตู่ กลางสภาฯ ในสมัยประชุมนี้เช่นกัน เสมือนกับต้องการรอความชัดเจนอะไรบางอย่างอยู่ว่าสุดท้าย พลเอกประยุทธ์จะแก้ปัญหานี้อย่างไร

                โดยล่าสุดเรื่องนี้ก็เริ่มพอจะเห็นเส้นทางเดินของการคลายปมปัญหาได้ระดับหนึ่ง

                เมื่อผลการประชุม “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” เมื่อวันอังคารที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินที่มี พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ เป็นประธาน มีมติรับคำร้องที่ ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาและส่งเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครองวินิจฉัยว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 เป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยปรากฏว่าที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัย และได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเร่งตรวจสอบทั้งประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงเพื่อเสนอให้ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา

                ทั้งนี้ แม้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาแล้ว แต่พบว่าแนวทางของผู้ตรวจการแผ่นดินว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร ภายใต้กฎหมายที่ให้อำนาจผู้ตรวจการแผ่นดินไว้ก็พบว่า ทิศทางการตรวจสอบของผู้ตรวจการแผ่นดินก็ยังไม่ชัด ยังไม่ได้มีแนวทางว่าจะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาหรือไม่ จึงต้องรอดูสักระยะว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะมาทำให้เรื่องนี้เกิดความชัดเจนขึ้นหรือไม่ หลังมีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินไปรวบรวมประเด็นข้อเท็จจริงประเด็นข้อกฎหมายจากทางฝ่ายกฎหมายก่อน จากนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินจึงจะมาพิจารณาเรื่องนี้เพื่อหาข้อสรุปต่อไปอีกครั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจน ไม่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอีกต่อไป จะต้องไปออกช่องทางไหน เพื่อทำให้เรื่องสะเด็ดน้ำ

                การที่ พลเอกประยุทธ์ ย้ำว่า กำลังพิจารณาหาทางแก้ปัญหาเรื่องนี้อยู่ ผนวกกับผู้ตรวจการแผ่นดินรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาในเบื้องต้น แต่ยังไม่ชัดว่า สุดท้ายเรื่องจะจบลงแบบไหน โดยที่ฝ่ายค้านก็คงไม่เลิกราที่จะไล่บดพลเอกประยุทธ์ต่อไปเรื่อยๆ ในจังหวะและโอกาสที่ทำได้

                จึงทำให้พอมองเห็นทิศทางของปมปัญหาดังกล่าวได้ระดับหนึ่งว่า เรื่องดังกล่าวหากสุดท้ายไม่มีความชัดเจนใดๆ ออกมา ยามเมื่อ Tempo ทางการเมืองมาถึง เช่น มีการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่อาจไม่ใช่ในสมัยประชุมสภาฯ รอบนี้ แต่เป็นสมัยหน้า เรื่องนี้คงถูกฝ่ายค้านนำมาขยายผลให้หนักขึ้น. 

“ระเบิด” บ่อนทำลายประเทศ ควานหาตัว “มาสเตอร์มายด์”

    
 

 

            เหตุระเบิดกลางกรุงหลายจุดเมื่อปี 2549 เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถจับตัวผู้ก่อเหตุมาได้แม้แต่คนเดียว เนื่องจากช่วงนั้นการติดตั้งกล้องวงจรปิดในสถานที่สาธารณะยังไม่คลอบคลุม อีกทั้งเทคโนโลยีทางด้านการข่าวความมั่นคงยังไม่ทันสมัยเหมือนปัจจุบัน

                ในครั้งนั้น มีข้อสันนิษฐานจากวิธีประกอบและสารที่นำมาใช้ประกอบระเบิด มีลักษณะเหมือนกับการใช้ก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การวิเคราะห์ว่าน่าจะมีกลุ่มการเมืองที่เสียประโยชน์อยู่เบื้องหลัง เพราะเพิ่งเกิดเหตุยึดอำนาจมา 3-4 เดือน กระทั่งมีบางฝ่ายวิเคราะห์ไปถึงสารบางอย่างที่เหมือนกับการตรวจพบในรถยนต์ที่จะนำไปวางระเบิดสังหารอดีตผู้นำประเทศที่หนีคดีอยู่ในขณะนี้  

                สำหรับเหตุระเบิดล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความชัดเจนในเรื่องของสถานที่ที่ก่อเหตุ ที่มุ่งเน้นไปที่สัญลักษณ์ทางด้านความมั่นคง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้างกองบัญชาการกองทัพไทยและสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศรีสมาน โดยผู้ที่ลงมือก่อเหตุ “ส่งตรง” มาจากทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเส้นทางการหลบหนีที่มุ่งออกจากประเทศไทยติดต่อประเทศมาเลเซีย

                ชุดพนักงานสอบสวน เร่งสืบสวนผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมได้ จากการติดตามไล่ภาพจากกล้องวงจรปิด นำไปสู่การสารภาพถึงมูลเหตุจูงใจที่ชี้ไปที่ปมของกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบฯ ที่มุ่งหวังต่อรองในกระบวนการพูดคุยสันติสุข แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ และเร่งตรวจสอบพยานหลักฐาน หาความเชื่อมโยงกับผู้ก่อเหตุรายอื่น และผู้บงการอยู่เบื้องหลัง

                มีการพุ่งเป้าไปที่กลุ่มการเมืองที่มีฐานเสียงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการส่งต่อในสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวหาพาดพิงไปถึงพรรคประชาชาติ กลุ่มวาดะห์ นำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดี จนผู้ที่กล่าวหาต้องเข้าไปขอโทษ วันมูฮะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ถึงที่ทำการพรรค และกรรมการบริหารพรรค จึงมีมติให้ถอนการแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

                ดูเหมือนว่า ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะ “ใจเย็น” กว่าทุกครั้งเมื่อตอบคำถามเรื่องระเบิด “ผิดวิสัย” ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะไม่ทนกับปฏิบัติการลอบกัด “เขย่า” รัฐบาลแบบนี้ ซึ่งนั่นแสดงว่าในฝ่ายความมั่นคงน่าจะเห็นภาพของ “ตัวละคร” ในเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้แล้ว เพียงแต่ “รอ” อะไรบางอย่าง

                ทั้งนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบกยังไม่ตัดประเด็น “การเมือง” ออกไป และเฝ้าดูปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ประสานเสียง “เขย่า” เรื่องถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงปฏิบัติการด้านข่าวสารที่กระหน่ำซ้ำซัดอย่างเป็นระลอก

                โดยเฉพาะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่ออกมา “ขย่ม” พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะอดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ระบุว่า คสช.ล้มเหลวในการดูแลความสงบในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมตั้งประเด็นว่า เป็นฝีมือของคนฝ่ายรัฐบาลเพื่อหวังกลบข่าวถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

                กระนั้น เมื่อฟังจากน้ำเสียงการให้สัมภาษณ์ของ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์  ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวยิ่งทำให้เชื่อว่า “ตัวละคร” ในเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงน่าจะรู้ “แผนผัง” สั่งการ ที่ไปถึง “ผู้บงการ”

                “แต่บอกได้เลยว่า คำว่ากลุ่มเดิมๆ ที่หมายถึงก็คือ กลุ่มเดิมที่เป็น Mastermind มีความคิดที่จะก่อเหตุไม่สงบทุกรูปแบบ ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิดหรือทำ Fake News นี้ ก็คือการบ่อนทำลายประเทศแบบหนึ่งเหมือนกัน” พล.อ.อภิรัชต์ระบุ

                พล.อ.อภิรัชต์ยังระบุว่า Mastermind ก็คือคนที่วางแผนต่อความคิดทุกอย่าง มันเกิดจากการวางแผนคนที่ดำเนินการ ด้วยหลักกลยุทธ์และยุทธวิธี มันต้องมีการวางแผน มีคนวางแผน และมีคนที่ไปดำเนินการ เป็นผู้ปฏิบัติ และต้องมีการนำของที่จะปฏิบัติ ถือเป็นกระบวนการความคิดที่อยู่ในหลักการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคนที่คิดส่วนใหญ่ มันจะสืบได้ยาก แต่คาดเดาและใช้เวลาในการหาหลักฐาน มั่นใจว่าตำรวจสามารถปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดีและตอบสนองนายกฯ ได้ ในส่วนกองทัพบกก็ได้แต่สนับสนุนเรื่องของข้อมูลข่าวสารที่เคยรวบรวมไว้

                ความพยายามของ “รัฐ” ในการหาตัวผู้กระทำความผิด และผู้ที่อยู่เบื้องหลังแก๊งป่วนเมือง ปฏิบัติการใต้ดิน-บนดินครั้งนี้ คงไม่หยุดแค่การถูกฝ่ายที่ก่อเหตุ “ตัดตอน” ให้เหลือผู้ที่ลงมือกระทำเท่านั้น แต่คงลงไปให้ลึกที่สุดในเครือข่ายผู้สูญเสียผลประโยชน์ทั้งหมด

                เพราะนอกจากจะกระชากหน้ากาก Mastermind ได้แล้ว ยังทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในฝีมือของรัฐบาลในการทำงานดูแลรักษาความสงบฯ ลบข้อสงสัยว่า ฝ่ายรัฐเป็นฝ่ายสร้างสถานการณ์เอง!!. 

 

'อนุทิน-มาร์ค'เตรียมรับส้มหล่น!หาก'บิ๊กตู่'สะดุดศาลรัฐธรรมนูญ

    
 

20 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องเพื่อพิจาณาวินิจฉัยวามเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  ได้สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูฯมาตรา 170 วรรคหนึ่ง(4)  ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 85((15)เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีจึงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม และมาตรา 82 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2561 มาตรา 7(9) นั้น 

กรณีนี้หากศาลรัฐธรรมนูญมีมติยกคำร้อง เรื่องก็จะจบลงทันที  พล.อ.เอกประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯต่อไป อย่างไรก็ตามหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ สิ่งที่จะตามมาก็คือจะส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์  มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที  ซึ่งก็หมายถึงต้องพ้นสภาพจากการเป็นนายกฯ

 
จากนั้นที่ประชุมรัฐสภา ต้องโหวตเลือกนายกฯ กันใหม่ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถมีชื่อกลับมาให้ที่ประชุมโหวตเลือกได้อีก ทั้งนี้ถ้าสถานการณ์ไหลไปถึงจุดนั้น โดยช่วงดังกล่าวหากไม่มีการ ยุบสภา เกิดขึ้น พรรคร่วมรัฐบาล 19 พรรค หากยังกุมสภาพกันได้อยู่ ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดเสียงแตกไปจับมือกับขั้วเพื่อไทย ก็ต้องมานั่งตกลงกันว่าจะหนุนใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยที่จะมีเสียง ส.ว. 250 คน คอยเป็นฐานหลักให้ 

ทั้งนี้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ  พรรคที่จะได้ลุ้นดังกล่าว ต้องมี ส.ส.อย่างน้อย 25 คนในสภาฯ และในบรรดาพรรคร่วม 19 พรรค มีเพียงสองพรรคคือพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ที่ส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ ตอนเลือกตั้งคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล.

.......................................................

9 สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน