*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3739
  • จำนวนผู้ชม : 2379522
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 12 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 217 , 16:49:40 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)12 ส.ค.62  มีรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการยุทธ

ศาสตร์พรรคมีวาระสำคัญ 2  เรื่อง คือ 1.การเสนอขอเปิดประชุมพรรคเพื่อปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่​ ให้ยึด

โยงกับส.ส. และประชาชน 2.การตั้งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งมีชื่อของพล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมน

ตรี ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว  เพื่อให้เป็นศูนย์กลางควบคุม ส.ส. ประสานงานตลอดจนรับฟังปัญหาส.ส.จากทุกภาค โดยรูปแบบ

จะมีการตั้ง ผอ.ภาค  ในแต่ละภาค เพื่อรับปัญหามาแล้วส่งเข้าสู่ส่วนกลาง​คาดว่าจะมีการเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริ

หารพรรคในครั้งต่อไป 

         ในที่สุด พรรครัฐบาลก็ต้องใช้บริการของ 'บิ๊กป้อม' เช่นเคย ทั้งที่ท่านก็ไม่ค่อยจะแข็งแรงสักเท่าไรนัก

หมายเหตุ: ขอแนะนำให้อ่าน ... ดร.นิว ศุภณัฐ อภิญญาณ : มีการใช้สื่อโซเชียลแทรกแซงการเมืองไทยหรือไม่ โดยบล็อกเกอร์ 'สิงห์นอกระบบ 12 ส.ค. 62

 

อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'

    
 

                 วันนี้...."๑๒ สิงหาคม"

 

                วันเฉลิมพระชนมพรรษา "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง"

                เป็น "วันแม่แห่งชาติ"

                เท่าที่ผมสังเกต "คนรุ่นใหม่" ทุกวันนี้ โดยค่าเฉลี่ย เขาให้ค่าความ "เป็นแม่-เป็นพ่อ" ด้วยทัศนคติ "เปลี่ยนไป"

                ทำนองเดียวกัน คนเป็นพ่อ-แม่ปัจจุบัน ก็มีทัศนคติต่อ "ลูก" ด้วยพฤติกรรมสำนึก "เปลี่ยนไป" เช่นกัน

                จึงไม่แปลก ที่มีคำถามเกิดขึ้นจาก "คนรุ่นปฏิกิริยา" นี้ว่า...

                "จะทวงบุญ-ทวงคุณในความ 'เป็นแม่-เป็นพ่อ' เอากับผลิตผลทางกามารมณ์ของคนสองคนชั่วขณะไปถึงไหน?"

                มันก็น่าคิด.......

                เพราะผู้ให้กำเนิดยุคปฏิกิริยา ส่วนหนึ่ง พอใจเพียงให้เกิดการสมสู่ แต่ไม่เต็มใจให้เชื้อพันธุ์เกิด

                จึงพบว่า ทุกวันนี้ ส่วนหนึ่ง คลอดลูกทิ้ง คลอดแล้วฆ่าอีกส่วน พ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว

                และอีกส่วน ให้ "คนอื่น" เลี้ยงแทน หรือจำเลี้ยงเองแบบไม่อินังขังขอบ

                เรียกว่า "สายใย" เชื่อมโยงสู่ "สายเลือด" ที่จะผูกพันความเป็น "พ่อ-แม่-ลูก" มองเผินๆ โยงเชื่อมได้ยาก

                ดังนั้น สายพันธุ์ที่ชำแรกหน่อเป็นทรัพยากรมนุษย์รุ่นปฏิกิริยา ส่วนหนึ่ง จึงเป็นหน่อพันธุ์ "พ่อแม่ไม่ตั้งใจ" ลามสู่ปัญหา "พ่อแม่รังแกฉัน"

                นั่นคือ "เชื้อเกิด" แค่เมือกตัณหาใคร่ จะหารักและผูกพันเป็นเยื่อใยจากผลิตผลที่เรียกว่า "ลูก" มันก็ยากอยู่

                เอาล่ะ.....

                ไม่มี "ผิด-ถูก" ในผลิตผลสังคมปฏิกิริยา มีแต่ "ใช่-ไม่ใช่" เมื่อ "ชีวิต-ความคิด-ทัศนะ" คนนั้นๆ สู่ชั้น "ปัญญา" กรอง

                พูดให้ชัดคือชั้นแห่ง "ศีล-สมาธิ-ปัญญา"

                ศีล-สมาธิ-ปัญญา นี้แหละ.....

                จะหงายภาชนะที่คว่ำทุกใบให้กระจ่างในความเป็น ๓ ห่วงโซ่แห่ง "ผลิตผลกาม+ผลิตผลกรรม=เกิด"            

                ธรรมชาติที่เป็น คนทุกคน "ไม่ได้เป็นคน".......

                เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งเท่านั้น แถมเป็นสัตว์ที่อ่อนแอ ดำรงชีวิตด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องฝึก ต้องสอน นับแต่แรกคลอด จึงจะมีชีวิตอยู่ได้

                ต่างกับสัตว์ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย คลอดปุ๊บ ลุกขึ้นเองปั๊บ เดินได้ กินนม ไปไหน-มาไหนได้ พ่อแม่ไม่ต้องฝึก

                มนุษย์ต้องฝึก ไม่เช่นนั้นตายแต่แรกเกิด พ่อแม่ฝึกลูก ตั้งแต่การหายใจ การกิน การถ่าย การนอน  การคลาน การเดิน กระทั่งการลืมตา

                การสอนให้รู้ นี่..ร้อน, นี่..เย็น, นี่..ดี, นั่น..ไม่ดี คือสอนให้รู้จักแยกแยะ ทำให้เกิดสติ-สัมปชัญญะ รู้ผิด-รู้ชอบ มีจิตวิญญาณรับรู้ในสิ่งที่ทำ

                เหล่านี้ เป็นการยกระดับสัตว์ให้ "เหนือสัตว์เดรัจฉาน" ขึ้นไปเป็นสัตว์ "มนุษย์"

                มนุษย์ แปลว่า "ผู้มีใจฝึกแล้วประเสริฐ"

                แล้วใครล่ะ ฝึกคนทุกคนจากสภาพ "สัตว์เดรัจฉาน" ขึ้นไปเป็น "มนุษย์" ด้วยการฝึก

                "แม่" เป็นองค์ปฐม........

                เรื่อยลงไปถึง "ใครก็ได้" ที่เลี้ยงดู อบรมสั่งสอนคือฝึกเราพ้นสภาพสัตว์ให้เป็นคน

                อยู่โรงเรียน ครูฝึก อยู่วัด พระฝึก อยู่บ้าน ปู่-ย่า-ตา-ยาย-ลุง-ป้า-น้า-อาฝึก อยู่ในถังขยะ หมาที่คาบไปเลี้ยง ฝึก

                นั่นคือ "วันแม่"........

                เรียกให้ตรงความสำคัญ คือ "วันสู่ความเป็นมนุษย์"!

                ดังนั้น กตัญญู-กตเวที "อันเป็นเครื่องหมายมนุษย์" ไม่จำกัดวงแคบแค่แม่ ผู้คลอดเราเท่านั้น

                ใครก็ได้ ด้วยมือเขา ที่โอบอุ้มเรา แม้ข้าวเปล่าคำหนึ่ง ด้วยใจเขา แม้สอนเราคำหนึ่ง

                ให้เราคิด-สำนึกดี เป็นบุคคลในความหมายที่รัฐธรรมนูญรับรองว่า "ผู้มีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์"

                ผู้นั้น คือ "แม่"...........

                เพราะทุกสิ่งที่เขาฝึก-เขาสอน-เขาให้ จนเราเป็นคน นั่นประหนึ่ง "กษิรธารา" กลั่นจากอก ฟูมฟักให้เราเป็นคนเช่นกัน

                คงทราบข่าวกันกระมัง.....

                เมื่อ ๒๘ ก.ค.๖๒ "ยูเนสโก" ยกย่องให้ "หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ" เป็น "บุคคลสำคัญของโลก"  ประจำวาระปี ๖๓-๖๔

                ในวาระหลวงปู่ครบ ๑๕๐ ปีชาตกาล ใน พ.ศ.๒๕๖๓

                ปฏิปทาและองค์ธรรม "หลวงปู่มั่น" นั้น........

                ท่านอยู่เหนือการนินทา-สรรเสริญของมนุษย์โลกไปนานแล้ว ด้วย "ภาวะวิมุตติ"

                นั่นคือ หลวงปู่เป็นผู้พ้นโลก อยู่เหนือ มนุษย์ สัตว์ กระทั่งเทวดา แล้ว!

                หลวงปู่เป็น "พ่อแม่ครูบาอาจารย์" ผู้ให้กำเนิดอริยสงฆ์ในเส้นทางวิปัสสนากรรมฐาน

                ไทย...เป็นประเทศไม่ร้างพระอรหันต์สืบๆ มาตราบทุกวันนี้ ก็ด้วยการฟูมฟักจาก "พ่อแม่ครูบาอาจารย์" พระองค์นี้

                นี่เป็นนิทัศน์อุทาหรณ์.....

                คำว่า "แม่" ไม่จำเพาะ "เพศหญิง" เท่านั้น

                ในความหมายที่กว้าง ใครก็ตาม ที่เลี้ยงดู อบรม ฝึกสอนเราให้เป็นคนดี แยกแยะ "ชั่ว-ดี" ได้

                พัฒนาจากสัตว์เดรัจฉาน สู่ความเป็นมนุษย์ได้

                ผู้นั้น นับเป็น "พ่อแม่ครูบาอาจารย์" ทั้งสิ้น!

                ต้องกราบ ต้องไหว้ ต้องสำนึกคุณด้วยกตัญญู และแสดงออกซึ่งความสำนึก ที่เรียกกตเวที ตามกาลอันควร

                ผมมีหนังสือประวัติหลวงปู่มั่นอยู่เล่ม เก็บไว้จนกรอบ-เหลือง "พระอริยคุณาธาร" วัดป่าเขาสวนกลาง ขอนแก่น รวบรวม

                "คณะสงฆ์วัดสุทธาวาส" สกลนคร จัดพิมพ์เป็นธรรมบรรณาการ เมื่อปี ๒๕๒๘ โน้น

                ในเล่ม นำ "มุตโตทัย" โอวาทของหลวงปู่มั่นรวบรวมไว้ด้วย

                กราบบูชาธรรม นบนอบหลวงปู่มั่นด้วยเศียรเกล้า ขอคัดลอก ข้อ ๓

                เพื่อการโยนิโสมนสิการของคน "ทุกรุ่น" ได้เข้าถึง "กำเนิดมนุษย์" ตามโอวาทด้วย "วิมุตติญาณทัสสนะ" ของหลวงปู่ ดังต่อไปนี้

                ๓.เหตุใดหนอ.......

                ปราชญ์ทั้งหลาย จะสวดก็ดี จะรับศีลก็ดี หรือจะทำการกุศลใดๆ ก็ดี จึงต้องตั้ง "นะโม" ก่อน

                จะทิ้ง "นะโม" ไม่ได้เลย

                เมื่อเป็นเช่นนี้ "นะโม" ก็ต้องเป็นสิ่งสำคัญ จึงยกขึ้นพิจารณา ได้ความว่า

                นะ คือธาตุน้ำ โม คือ ธาตุดิน พร้อมกับบาทพระคาถา ปรากฏขึ้นมาว่า "มาตาเปติกสมุภโว โอทนกุมฺมาสปจฺจโย"

                สัมภวธาตุของมารดาบิดาผสมกัน จึงเป็นตัวตนขึ้นมาได้

                นะ เป็นธาตุของ มารดา

                โม เป็นธาตุของ บิดา

                ฉะนั้น เมื่อธาตุทั้ง ๒ ผสมกันเข้าไป ไฟธาตุของมารดาเคี่ยวเข้า จนได้นามว่า "กลละ" คือ "น้ำมันหยดเดียว"

                ณ ที่นี้เอง "ปฏิสนธิวิญญาณ" เข้าถือปฏิสนธิ "ได้จิต" จึงได้ถือ "ปฏิสนธิ" ในธาตุนะโม นั้น

                เมื่อจิตเข้าไปอาศัยแล้ว "กลละ" ก็ค่อยเจริญขึ้นเป็น "อัมพุชะ" คือเป็นก้อนเลือด

                เจริญจากก้อนเลือดมาเป็น "ฆนะ" คือเป็นแท่ง และ "เปสี" คือ ชิ้นเนื้อ

                แล้วขยายตัวออกคล้ายรูปจิ้งเหลน จึงเป็น "ปัญจสาขา" คือ แขน ๒ ขา ๒ หัว ๑

                ส่วนธาตุ พะ คือลม

                ธะ คือไฟ นั้น

                เป็นธาตุเข้ามาอาศัยภายหลัง เพราะจิตไม่ถือ

                เมื่อละจาก "กลละ" นั้นแล้ว "กลละ" ก็ต้องทิ้งเปล่าหรือสูญเปล่า "ลมและไฟ" ก็ไม่มี

                คนตาย ลมและไฟก็ดับหายสาบสูญไป จึงว่าเป็น "ธาตุอาศัย"

                ข้อสำคัญจึงอยู่ที่ธาตุทั้ง ๒ คือ "นะโม" เป็นเดิม

                ในกาลต่อมา....

                เมื่อคลอดออกมาแล้ว ก็ต้องอาศัย นะ มารดา โม บิดา เป็นผู้ทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงมา

                ด้วยการให้ข้าวสุกและขนมกุมมาส เป็นต้น

                ตลอดจนการแนะนำสั่งสอนความดีทุกอย่าง ท่านจึงเรียกมารดาบิดาว่า

                "บุพพาจารย์" เป็นผู้สอนก่อนใครๆ ทั้งสิ้น        

                "มารดาบิดา" เป็นผู้มีเมตตาจิตต่อบุตรธิดา จะนับจะประมาณมิได้

                มรดกที่ทำให้กล่าว คือ "รูปกาย" นี้แล

                เป็น "มรดกดั้งเดิม"

                "ทรัพย์สินเงินทอง" อันเป็นของภายนอก ก็เป็นไปจาก "รูปกาย" นี้เอง

                ถ้า "รูปกาย" นี้ไม่มีแล้ว ก็ทำอะไรไม่ได้ ชื่อว่า "ไม่มีอะไรเลย"               

                เพราะเหตุนั้น.....

                ตัวของเรา "ทั้งตัว" นี้ เป็น "มูลมรดก" ของมารดาบิดาทั้งสิ้น

                จึงว่า "คุณท่าน" จะนับ-จะประมาณ มิได้เลย

                นี้เป็นข้อ ๓ ใน "มุตโตทัย".........

                คงมีไม่กี่ท่านอ่าน เพราะประหนึ่ง "ยาขม" ของคนในยุคปฏิกิริยา "สมองกลับ"

                ใครอ่าน ถือว่าผู้นั้น มีวาสนา

                เรื่องวาสนา จากคำหลวงปู่ มีผนวกไว้ท้ายเล่ม "มุตโตทัย" ด้วย ดังนี้

                กุศลวาสนา อกุศลวาสนา อัพยกตวาสนา

                อัธยาศัยของสัตว์ เป็นมาแล้วต่างๆ คือ ดี เลว และ กลางๆ

                วาสนา ก็เป็นไปตามอัธยาศัย คือวาสนาที่ยิ่งกว่าตัว วาสนาเสมอตัว วาสนาที่เลวทราม

                บางคนเป็นผู้มีวาสนายิ่งในทางดีมาแล้ว แต่คบกับคนพาล วาสนาก็อาจเป็นเหมือนคนพาลได้

                บางคนวาสนายังอ่อน แต่คบกับบัณฑิต วาสนาก็เลื่อนขึ้นไปเป็นบัณฑิต

                บางคนคบมิตรเป็นกลางๆ ไม่ดี ไม่ร้าย ไม่หายนะ ไม่เสื่อมทราม วาสนาก็พอประมาณสถานกลาง

                ฉะนั้น บุคคลพึงพยายามคบบัณฑิต เพื่อเลื่อนภูมิวาสนาของตนให้สูงขึ้นไปโดยลำดับ

                ครับ....

                วันนี้ "วันแม่" ฉะนั้น ไม่ต้องเจาะจง "แม่" คนเดียวที่จะกราบ-ที่จะรำลึก

                ใครก็ได้ ที่ "คุณเขาอยู่ในใจเรา" นับเนื่องประหนึ่ง "แม่-พ่อ" ของเราเช่นกัน

                ข้อสำคัญ ก่อนจะลากแม่ไปแย่งกันกินเหมือน "งานชิงเปรต" ตามร้านอาหาร วันนี้

                ถามแม่ซักคำซิ....

                ๓๖๔ วันที่แล้ว แม่มีข้าว-มีปลากินครบทุกวันมั้ย? 

 

'เสี่ยอ้วน'ขอ'บิ๊กแดง'เข้าใจความคิดคนรุ่นใหม่ลั่นทุกคนรักชาติ-สถาบัน

    
 

12 ส.ค.62-นายภูมิธรรม เวชยชัย สมาชิกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ระบุถุงการโฆษณาชวนเชื่อของพรรคการเมืองบางพรรคและคนรุ่นใหม่ในสังคมไทยว่า ฟังความคิดเห็นท่าน ผบ.ทบ.แล้วมีความกังวลใจอยาก แสดงความเห็นในเรื่องที่ท่านได้กล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนทัศนะความคิดเห็นในการมองปัญหาโดยหวังว่าจะเป็นอีกส่วนที่ช่วยไม่ให้วิธีการมองปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยไปไกลเกินกว่าที่ควรจะเป็น หัวใจของการแก้ไขความขัดแย้งและความเห็นต่างในสังคม คือ การคิดบวกหลีกเลี่ยงการพูดและการกระทำที่จะนำไปสู่ความไม่เข้าใจหรือความแตกแยก ไม่อยากเห็นเจ้าหน้าที่ตลอดจนผู้รับผิดชอบฝ่าย ความมั่นคง มองมิติเรื่องความมั่นคงในมุมมองแบบเก่า

นายภูมิธรรมกล่าวว่า เชื่อมั่นคนไทยทุกคนหรือทุกฝ่ายต่างมีความรักและความปรารถนาดีต่อประเทศและสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของเราทุกคน เราต่างปรารถนาอยากเห็น ประเทศเจริญก้าวหน้า อยากเห็นชีวิตของประชาชนได้รับการดูแลทุกด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจสังคมและเราอยากเห็นสิทธิเสรีภาพของพวกเราทุกคนได้รับการคุ้มครองและดูแล เราอยากเห็นประเทศเรามีหลักนิติรัฐ นิติธรรม ที่เคร่งครัดและได้รับการดูแลอย่างเตร่งครัด ตรงไปตรงมาและมีความเที่ยงธรรม เราล้วนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ในทางที่ดียิ่งๆขึ้น และอยากเห็นการปฏิรูปในทุกๆหลากหลายมิติ เราอยากเห็นการปฏิรป กองทัพที่เป็กองทัพที่ไม่ต้องใหญ่โต เทอะทะ แต่เป็นกองทัพที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและคล่องตัว 

"ถ้าเรามองพลังของคนรุ่นใหม่ๆอย่างเข้าใจ จะยิ่งทำให้เราสามารถนำพลังด้านบวกของกลุ่มคนเหล่านี้มาเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาสังคมได้ดีขึ้น คนหนุ่มสาวคือพลังแห่งอนาคต พลังของการขับเคลื่อนไปข้างหน้าของทุกสังคม อย่าทำให้ความเข้าใจต่อกลุ่มคนเหล่านี้ที่ผิดแปลกไปจากความเป็นจริงเกิดขึ้นเพราะจะกลายเป็นการเดินนโยบายที่ผิดพลาดทำให้พลังที่ควรส่งเสริมสังคมกลายเป็นพลังที่ลดทอนศักยภาพของสังคม หันหน้ามาร่วมมือกัน คิดบวก คิดเพื่อประเทศ คิดเพื่อประชาชน มุ่งหวัง ที่จะแสวงหาความร่วมมือมากกว่าทำลายกัน แล้วความเชื่อมั่นจะกลับคืนมาสู่สังคมไทย ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปได้อีกไกล"

'ดร.อาทิตย์'ซัดการเมืองสามานย์ ทุกอย่างก็สามานย์ด้วย

   

 

 

พปชร.ลงตัว'บิ๊กป้อม'นั่ง'ปธ.คกก.ยุทธศาสตร์'คุมส.ส.

    
 

12 ส.ค.62- ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) มีแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง  นำโดย นายอุตตม สาวนายน​ รมว.คลัง​ ในฐานะหัวหน้าพรรค​ นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน​ ในฐานะเลขาธิการพรรค​ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ​ รมว.อุตสาหกรรม​ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน​ รมว.ยุติธรรม​ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  รมว.ดิจิทัลเพื่อสังคมและเศรษฐกิจ​ นายสันติ พร้อมพัฒน์  รมช.คลัง​ ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์​ และพ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล  ประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้​ 

มีรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคมีวาระสำคัญ 2  เรื่อง คือ 1.การเสนอขอเปิดประชุมพรรคเพื่อปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่​ ให้ยึดโยงกับส.ส. และประชาชน 2.การตั้งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งมีชื่อของพล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว  เพื่อให้เป็นศูนย์กลางควบคุม ส.ส. ประสานงานตลอดจนรับฟังปัญหาส.ส.จากทุกภาค โดยรูปแบบจะมีการตั้ง ผอ.ภาค  ในแต่ละภาค เพื่อรับปัญหามาแล้วส่งเข้าสู่ส่วนกลาง​คาดว่าจะมีการเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในครั้งต่อไป 

เอาซิ!'ธรรมนัส'ไม่รั้ง'มงคลกิตติ์'ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล

    
 

12 ส.ค.62- ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง  นำโดย นายอุตตม สาวนายน​ รมว.คลัง​ ในฐานะหัวหน้าพรรค​ นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน​ ในฐานะเลขาธิการพรรค​ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ​ รมว.อุตสาหกรรม​ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน​ รมว.ยุติธรรม​ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  รมว.ดิจิทัลเพื่อสังคมและเศรษฐกิจ​ นายสันติ พร้อมพัฒน์  รมช.คลัง​ ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์​ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล  ประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้​ เพื่อหาข้อยุติปัญหาพรรคเล็กขู่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะไม่พอใจเรื่องการจัดสรรตำแหน่งข้าราชการการเมือง รวมถึงประชุมเพื่อพิจารณารายชื่อผู้ที่จะไปดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองของพรรค พปชร. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

มีรายงานว่า​ กรณีพรรคการเมืองขนาดเล็กขู่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลนั้น​ ที่ประชุมมอบหมายให้ ร.อ .ธรรมนัส เป็นผู้ประสานงานพูดคุยหลังเสร็จการประชุม เพื่อหาข้อสรุปในเงื่อนไขพรรคเล็กต่อรองขอตำแหน่ง คาดว่าจะจบภายในเร็วๆนี้ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและเข้าใจพรรคเล็ก แต่ในส่วนของพรรคขนาดเล็กที่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี 1 ตำแหน่งแน่นอนแล้วคือ​ พรรคพลังท้องถิ่นไท ที่เสนอชื่อนายชื่นชอบ​ คงอุดม บุตรชายนายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท 

"นายชื่นชอบจะไปอยู่ที่กระทรวงใดนั้นขึ้นอยู่กับนายกฯจะเป็นผู้พิจารณา เนื่องจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีมีกำหนดวาระคราวละ 1 ปี ซึ่งพรรคเล็กอื่นๆ ที่พลาดตำแหน่งนั้นยังมีโอกาส เนื่องจากนายกฯระบุว่าจะให้โอกาสทุกพรรคร่วมรัฐบาล ขณะที่ตำแหน่งที่ปรึกษานั้นรัฐมนตรี​ เจ้ากระทรวงจะเป็นผู้พิจารณาเอง โดยรายชื่อผู้ช่วยรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรีในส่วนของพรรค​ พปชร.จะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 13 ส.ค.นี้"

ด้านร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เตรียมแถลงถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ไปเป็นฝ่ายค้านอิสระนั้น เรื่องนี้ตนรู้มาสักพักแล้วว่านายมงคลกิตติ์จะขอลาออกจากพรรคร่วมรัฐบาล 

"ผมเคารพการตัดสินใจและให้อิสระ เพราะนายมงคลกิตติ์ ยืนยันแล้วว่าจะเลือกฝ่ายประชาชน ก็ต้องปล่อยเขาไป ส่วนเรื่องความชัดเจนในการลาออกนั้น คาดว่าจะชัดเจนหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคไทยศรีวิไลย์ ในวันที่ 13 ส.ค."

 
 ..................................................
 
12 สิงหาคม 2562

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน