*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3762
  • จำนวนผู้ชม : 2391338
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 15 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 254 , 14:33:02 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

link @: ฝ่ายค้านขู่งัดม.152 ยื่นอภิปรายไม่ลงมติเปิดปากบิ๊กตู่ //

สวัสดีครับ

         คอลัมนิสต์อดีตนายกรัฐมนตรีไทย 'ผักกาดหอม' ยกเอาสถิติการตอบกระทู้ในสภาของนายกรัฐมนตรีไทยแต่ละคนมาเยแพร่

หลังจากที่ 'บิ๊กตู่' ไม่ได้เข้าร่วมประชุมสภาวันก่อน โดยสถิติมีดังนี้;

 นายกรัฐมนตรีที่เข้าตอบกระทู้ในสภามากที่สุดคือ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"

    มีการตั้งกระทู้ถามสด ๑๖๐ กระทู้ ถามไปยังนายกฯ ๑๑๓ กระทู้ "อภิสิทธิ์" ตอบ ๕๓ กระทู้ 

    รองลงมา "สมัคร สุนทรเวช"

    มีการตั้งกระทู้ถามสดจำนวนทั้งสิ้น ๔๐ กระทู้ เป็นกระทู้ที่ถามถึงนายกฯ ๑๒ กระทู้ "สมัคร" ตอบเอง ๖ กระทู้

    ยุค "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" มีการตั้งกระทู้ถาม ๑๑ กระทู้ ถามนายกฯ ๕ กระทู้ นายกฯ ตอบเอง ๒  กระทู้ 

    "ทักษิณ ชินวัตร" อยู่ในอำนาจ ๖ ปี มีการตั้งกระทู้ถามสด ๓๗๘ กระทู้ "ทักษิณ" ตอบแค่ ๖ กระทู้

    และ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" มีกระทู้ถามสดนายกฯ ๓๒ กระทู้ "ยิ่งลักษณ์" ตอบไปแค่ ๒ กระทู้ 

         ฝ่ายค้านปากก็บอกว่าจะไม่เอาปมนายกฯกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบมาล้มล้างรัฐบาล แต่เห็นว่าเต้นหนังเต้นโขนกันเป็นการ

ใหญ่ชัดๆ ที่จริงน่าจะระวังที่จะไม่สร้างความระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทเอาไว้ให้ดี อย่างไรก็ตาม นายกฯก็บอกว่าจะต้องไปแถลงต่อศาล

อยู่แล้ว ตามที่มีผู้ฟ้องร้องแล้วนั่นเอง ขณะนี้นายกฯรอให้ศาลเรียกเท่านั้น

 

 

ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'

 
 
   
 

 

            ยุติธรรม "ที่รอคอย" มา ๙ ปี

                คดีก่อการร้าย ปี ๕๓ ซึ่งมี ๒๔ แกนนำ นปช.เป็นจำเลย ที่ชาวบ้านเรียก คดี "เผาบ้าน-เผาเมือง"

                ก็ถึงวัน "ยุติโดยธรรม"

                ๑๔ ส.ค.๖๒ ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา ว่า...

                "ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด

                เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาไม่มีพยานใดยืนยันว่าการกระทำตามที่โจทก์นั้น

                นปช.คนใดดำเนินการอย่างไร ที่จะเป็นความผิดก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา  ๑๓๕/๑, ๑๓๕/๒

                ที่จะมีเจตนาพิเศษ ถึงขนาดเปลี่ยนแปลงการปกครอง

                เพียงแต่นำสืบฟังได้ว่า....

                เป็นการ 'ชุมนุมทางการเมือง' ที่เป็นกรณีเกิดความขัดแย้ง ของการเมืองไทยมาตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๔๘  ในช่วงของรัฐบาล 'นายทักษิณ ชินวัตร'

                ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เคยมีกลุ่มก่อตั้ง พธม.ซึ่งดำเนินการลักษณะของการชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองลักษณะคล้ายกัน โดยในการชุมนุมของ นปช.ก็ได้ประกาศเปิดเผย โดยชัดเจนมาตลอดว่า

                ได้ดำเนินการรวมตัวกันโดยสงบสันติและปราศจากอาวุธ

                วันที่เกิดเหตุการณ์ในแต่ละสถานที่นั้น ขณะที่หากมีการกระทำผิดเป็นรายบุคคล ก็ต้องพิจารณาดำเนินคดีเป็นรายๆ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมา จึงยังไม่เพียงพอฟังได้ว่ากระทำผิด"

                สาธุ....     

                -รวมตัวกันโดยสงบสันติและปราศจากอาวุธ

                -เป็นการชุมนุมทางการเมือง ไม่ใช่การก่อการร้าย

                -ไม่มีพยานยืนยันว่า มีเจตนาพิเศษ ถึงขนาดเปลี่ยนแปลงการปกครอง

                -ยกฟ้อง

                -หากมีการกระทำผิดเป็นรายบุคคล ก็ต้องพิจารณาดำเนินคดีเป็นรายๆ

                ครับ..ค่อยๆ อ่านๆ ค่อยๆ ตรอง อย่าใช้อารมณ์และความรู้สึกตัวเองทึกทักอย่างนั้น-อย่างนี้

                เมื่อศาลตัดสินเช่นนี้ ถือว่า "ชอบแล้ว"

                ในทัศนะผม คำตัดสินนี้ ครอบคลุมทั้ง ๓ ด้าน คือด้านนิติศาสตร์ ด้านรัฐศาสตร์ และด้านธรรมศาสตร์

                สังคมประเทศ ตกหล่มจมอยู่ในความขัดแย้ง "เหลือง-แดง" มาเป็นทศวรรษ

                คนไทยด้วยกัน แบ่งพวก-แบ่งฝ่าย ก็เห็นกันแล้วว่า ไม่มีใคร-ฝ่ายไหน ได้ประโยชน์

                ตั้งแต่ระดับบุคคล เรื่อยขึ้นไปถึงระดับครอบครัว ระดับเพื่อนฝูง ระดับองค์กร จนถึงระดับชาติ

                ไม่มีใครได้อะไรเลย มีแต่เสียทุกคน-ทุกฝ่าย โดยเฉพาะ "ประเทศชาติ" อันเป็นส่วนรวม

                เราแตกแยก-แบ่งฝ่าย และกินใจกันมานาน จนยากหาจุดบรรจบ เพื่อคืนสู่หนหลังที่เคยอยู่ร่วมกันฉันพี่-ฉันน้องร่วมชาติ

                เมื่อ "ศาลสถิตยุติธรรม" มีคำพิพากษากอปรด้วย "แง่คิด" กับทุกฝ่ายเช่นนี้

                เราทั้งหลาย เหนือ-ใต้-กลาง-ออก-ตก-อีสาน-ตะวันออก

                "พี่น้องไทย" ด้วยกันทั้งนั้น

                ประเทศชาติ-บ้านเมืองเรา "เสียโอกาส" เพราะพวกเรามัวทะเลาะกันนานเกินพอแล้ว

                พวกเรา ทำใจนิ่งๆ ใช้สติทบทวน ในความเป็นชาติ ในความเป็นพี่น้องร่วมชาติ แล้วใช้โอกาสจากคำตัดสินศาลนี้

                release ข้อมูลบาดหมางในใจ ทิ้งไปให้หมด

                พวกเรา "ดีก็วัด-เลวก็วัด" คือมีพระอยู่ในใจกันทั้งนั้น จำคำแผ่ส่วนบุญ-ส่วนกุศลได้ใช่มั้ย

                สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ

                ขอพวกเราพี่น้องไทยทั้งปวงจงเป็นผู้ถึงความสุข

                สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ

                ขอพวกเราพี่น้องไทยทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวร

                ศาลตัดสิน "ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์" ขณะนี้ เราสู่แผ่นดินใหม่

                ใต้พระบารมี "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๑๐

                ในวาระนี้ ทุกสี-ทุกฝ่าย ที่เคยแบ่งแยกกัน สมควรยิ่ง ที่จะถือโอกาสนี้ "จงเป็นผู้ไม่จองเวรต่อกัน"

                เป็นกุศลใหญ่ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเนื่องในวาระ

                "สมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า" ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษก เมื่อพฤษภาคม นั้นเถิด

                ละกระพี้ คือตัวตนแต่ละคน-แต่ละฝ่ายทิ้งไป ให้เหลือแก่นเดิม คือความเป็นพี่น้องไทยร่วมแผ่นดิน

                แล้วผนึกเป็นหนึ่ง ปรึกษาหารือกันถึง "สถานการณ์โลก-สถานการณ์บ้านเมือง" ที่เป็นอยู่ขณะนี้

                เหมือนประเทศชาติป่วย.....

                ลูกๆ คือเราทุกคน จะช่วยกันรักษาพยาบาลให้กลับมาแข็งแรงได้ทางไหนบ้าง?

                แล้วช่วยกัน "คนละไม้-คนละมือ"

                เพราะวิกฤติโลกตอนนี้ มีช่องเป็นโอกาสที่พวกเราจะช่วยทำให้ประเทศเราเป็น "เศรษฐีสงคราม" ได้เยอะแยะ!

                เราอย่าเป็นเหยื่อสถานการณ์ หรือเหยื่อบุคคลที่ปั่นเราให้แตกแยก เพื่อเขาจะได้ตักตวงผลประโยชน์จากที่เราแตกแยกอีกต่อไปเลย

                รอบๆ บ้านเราตอนนี้ ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ คุ้ย "แผลเป็น" ในอดีตมาทะเลาะกัน ตอนนี้ เสียโอกาสทางเศรษฐกิจไปทั้งคู่

                ฮ่องกง ใครๆ ก็บอกว่า "ฮวงจุ้ยดี ค้าขี้ก็เป็นทอง"

                รวยแล้ว คนรุ่นใหม่อยากทิ้งกำพืดจีน ชูธงอเมริกัน-อังกฤษ ร้องเพลงชาติ อเมริกัน-อังกฤษ เป็นฝรั่งตาตี่

                เลยเข้าล็อก "สหรัฐฯ-อังกฤษ" ส่งเสริมม็อบชังชาติ บ้านตัวเองพังหนนี้แล้ว ไม่รู้จะฟื้นได้เมื่อไหร่?

                ถึงฟื้น คิดหรือว่า "แผ่นดินใหญ่" อันเป็นแผ่นดินแม่ จะปล่อยให้อยู่กันตามใจเหมือนเดิม

                เป็นตัวอย่างให้เรามอง มองแล้วย้อนนำมาคิด นำมาทบทวนกับบ้านเมืองของเรา

                มันคือวิกฤติในโอกาสสำหรับเราหลายด้านๆ มิใช่หรือ แตกแยก-ทะเลาะกัน นอกจากเสียโอกาส ยังนำวิบัติสู่บ้านเมือง

                บ้านเมืองวิบัติ...แท้จริงแล้ว ใครล่ะที่วิบัติ?

                ก็ "พวกเราทุกคน" ในแผ่นดินนี่แหละ!

                บ้านเมืองผู้คนแตกแยก-แบ่งฝ่าย ที่ไม่มีใครได้อะไรเลย นั้น

                มีตัวอย่างสะท้อนให้เห็น จากข้อความที่ "ขวากลางไม่ดัดจริต" โพสต์ fb ไว้ ผมจะลอกมาให้อ่าน ดังนี้

                "ขวากลางไม่ดัดจริต"

                ฝ่ายแค้นจะแก้รัฐธรรมนูญก่อน แต่ทหารบอกต้องช่วยคนป่วยก่อน

                .....จากเหตุโรงพยาบาลสุรินทร์ประสบปัญหาน้ำใช้ภายในโรงพยาบาลนั้น

                ผู้แทนสังกัดฝ่ายแค้นในพื้นที่ก็กำลังสาละวนกับการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้พรรคพวกพ้นผิด โดยไม่หันกลับมาดูดำดูดีคนที่เลือกไป

                แต่รัฐบาลและทหารบอก ต้องช่วยประชาชนก่อน เรื่องอื่นไม่สำคัญ เพราะเป็นเรื่องของนักการเมืองเสียประโยชน์

                .....หน่วยทหารพัฒนา ได้ทำการเดินท่อแล้ว นำน้ำระยะทางประมาณ 2.5 กม.และขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล จำนวน 8 บ่อ มีเอกชนร่วมด้วย 4 บ่อ

                และวางระบบกรองน้ำใหม่ทั้งหมด เสร็จสมบูรณ์แล้ว..สามารถป้อนน้ำให้ รพ.สุรินทร์ และวิทยาลัยพยาบาลได้

                โดยน้ำผ่านกรองลงถังเก็บน้ำวันละ 960 ลูกบาศก์เมตรฯ เพียงพอต่อการใช้งาน ผู้บังคับบัญชาทหารระบุว่า

                “ถือว่าเราปิดทองหลังพระ ทำงานช่วยประชาชน ทำงานทั้งวันทั้งคืน เพราะรู้ว่าประชาชนเดือดร้อน  โดยเฉพาะผู้ป่วยนั้น รอไม่ได้ ทุกคนอิ่มใจ ที่ได้ทำงานนี้”

                .....เออ..กลับตาลปัตรหมดประเทศนี้ ผู้แทนในพื้นที่หายหัวไม่สนใจช่วยเหลือประชาชนที่เลือกมา

                เพราะวุ่นวายกับแก้รัฐธรรมนูญเพื่อพวกตัวเอง แล้วยุให้ประชาชนด่ารัฐบาลและทหาร

                ...แต่ทหารกลับทุ่มเททั้งวันทั้งคืนช่วยเหลือโรงพยาบาล คนป่วย และประชาชน

                ขวากลางไม่ดัดจริต

                #ไม่แก้รัฐธรรมนูญ

                ครับ.....

                ก็ฝากทั้งสาธุชนและทุรชนช่วยกันใคร่ครวญ ไม่เพราะพวกเรา..ชาวบ้าน

                ยอมให้เขา "มอมหน้า" เพื่อโกรธแค้นกัน แล้วทะเลาะกันเพื่อประโยชน์พวกเขาดอกหรือ?

                เขา...ไม่เดือดร้อน

                แต่...เรา

                ทั้ง "น้ำแล้ง-น้ำล้น" เขาคนนั้น เคยช่วยมั้ย?

 

'ปู' หนีสภามากที่สุด

    
 

มีเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญจากฟากฝั่งคนเสื้อแดงว่า ความยุติธรรมมีอยู่จริง 

    เป็นเสียงหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแกนนำ นปช. ในคดีก่อการร้าย จากการชุมนุมเมื่อปี  ๒๕๕๓ 
    นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนนี้ฝั่งคนเสื้อแดง พากันยกย่องการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาของศาลยุติธรรม ที่ศาลฎีกา พิพากษายืน จำคุก ๖ แกนนำพันธมิตรฯ ยึดทำเนียบฯ
    แต่ย้อนกลับไปก่อนนั้นอีกหลายต่อหลายครั้ง ระบอบทักษิณโจมตีกระบวนการยุติธรรมทุกครั้ง  หากคำวินิจฉัยเป็นลบต่อกลุ่มตัวเอง 
    หากคดีแกนนำ นปก. (นปช.) พาม็อบบุกบ้าน "ป๋าเปรม" ซึ่งศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาในวันที่  ๒๓ กันยายนนี้ รวมไปถึงคดีล้มประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ รร.รอยัลคลิฟบีช รีสอร์ท เมืองพัทยา เมื่อปี ๒๕๕๒ ผลออกมาว่าบรรดาแกนนำ นปก.ติดคุก 
    เชื่อเถอะครับ ถึงวันนั้นจะมีเสียงตะโกนด่าว่า ยุติธรรมสองมาตรฐานอีกครั้ง 
    มันสะท้อนให้เห็นว่า ความยุติธรรมมีเพียงมาตรฐานเดียว     
    แต่ที่สองมาตรฐานคือคนเสื้อแดงและระบอบทักษิณ 
    ถูกใจก็ชื่นชม ไม่ถูกใจก็ก่นด่า 
    เช่นเดียวกับกรณี นายกรัฐมนตรี ต้องตอบกระทู้ในสภาหรือไม่? 
    ประเด็นนี้ตอบไม่ยาก ปกติหากมีการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีคนไหน คนนั้นก็ต้องตอบในสภา
    นายกรัฐมนตรีก็เช่นกัน 
    แต่ใช่ว่าจะต้องตอบทุกกระทู้ หากติดภารกิจอื่นสามารถมอบหมายให้รัฐมนตรีท่านอื่นตอบกระทู้แทนได้ 
    ในอดีต นายกรัฐมนตรีที่เข้าตอบกระทู้ในสภามากที่สุดคือ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"
    มีการตั้งกระทู้ถามสด ๑๖๐ กระทู้ ถามไปยังนายกฯ ๑๑๓ กระทู้ "อภิสิทธิ์" ตอบ ๕๓ กระทู้ 
    รองลงมา "สมัคร สุนทรเวช"
    มีการตั้งกระทู้ถามสดจำนวนทั้งสิ้น ๔๐ กระทู้ เป็นกระทู้ที่ถามถึงนายกฯ ๑๒ กระทู้ "สมัคร" ตอบเอง ๖ กระทู้
    ยุค "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" มีการตั้งกระทู้ถาม ๑๑ กระทู้ ถามนายกฯ ๕ กระทู้ นายกฯ ตอบเอง ๒  กระทู้ 
    "ทักษิณ ชินวัตร" อยู่ในอำนาจ ๖ ปี มีการตั้งกระทู้ถามสด ๓๗๘ กระทู้ "ทักษิณ" ตอบแค่ ๖ กระทู้
    และ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" มีกระทู้ถามสดนายกฯ ๓๒ กระทู้ "ยิ่งลักษณ์" ตอบไปแค่ ๒ กระทู้ 
    ๒ กระทู้ที่ว่านี่ประกอบด้วย 
    ๑.กระทู้ที่ถามโดย ส.ส.พรรคเพื่อไทย เรื่อง การบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในสภาเขาเรียกกระทู้แบบนี้ว่า.... 
    ชงเองกินเอง! 
    ๒.กระทู้ถามสดโดย "รัชดา ธนาดิเรก" ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ถามถึงความเหมาะสมในการแต่งตั้ง  "นลินี ทวีสิน" เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ถูกอเมริกาขึ้นแบล็กลิสต์ 
    สภาได้คำตอบจาก "ยิ่งลักษณ์" ในวันนั้นว่า...หนูไม่รู้ 
    ขณะที่กระทู้ถามที่ "ยิ่งลักษณ์" หนีตลอด ไม่เคยตอบเลยคือ กระทู้ทุจริตโครงการรับจำนำข้าว และหนีกระทั่งศาลพิพากษาให้จำคุก
    วันนี้พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้นายกฯ ลุงตู่ตอบกระทู้ถวายสัตย์ ที่มองได้ว่าเป็นเกมการเมือง มากกว่าจะตรวจสอบรัฐบาล
    แต่...จนถึงวันนี้ "ยิ่งลักษณ์" ถูกจารึกไว้ว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ที่เข้าสภาตอบกระทู้ ชี้แจงกฎหมายน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย. 

'ฝ่ายค้าน' หว่านล้อมช่วยหาทางออกปมถวายสัตย์ไม่ครบ ยันไม่มุ่งโจมตีรัฐบาล

    
 

15 ส.ค.62 ที่รัฐสภา เกียกกาย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ร่วมกับ 7 พรรคฝ่ายค้าน แถลงข่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมไม่เข้าตอบกระทู้สดเรื่องการถวายสัตย์ฯว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ  พล.อ.ประยุทธ์ อาจเข้าใจเอาเองว่าเรื่องที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 นั้น มีผู้ไปร้องและเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการของผู้ตรวจการแผ่นดินไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมาชี้แจงสภา ซึ่งถือว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังขาดความรู้ความเข้าใจในระบบรัฐสภาที่มาจากประชาชน เพราะการตั้งกระทู้ถามคือคำถามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ถามต่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตอบในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของรัฐบาล หรือ เรื่องสำคัญใดๆที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หรือเป็นเรื่องกระทบถึงประโยชน์ของประเทศชาติประชาชน หรือเป็นเรื่องเร่งด่วน ดังนั้นการตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้อันเนื่องจากนายกรัฐมนตรีกระทำการบกพร่อง ผิดพลาด และอาจผิดกฎหมาย ส่งผลให้การดำรงอยู่ของ ครม.สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโมฆะ จึงเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีต้องรีบมาชี้แจงต่อสภาอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยแบบนี้

“ผมขอยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะใช้เรื่องถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนมาเป็นเครื่องมือในการโจมตีนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลตามที่นายกฯกล่าวหา แต่เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ต้องตรวจสอบ หากไม่ดำเนินการฝ่ายค้านเองก็ต้องถูกดำเนินการในข้อหาละเว้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจอำนาจหน้าที่ของตนเองและให้เกียรติการทำงานของแต่ละฝ่ายด้วย และจากนี้ไปหวังว่าฝ่ายค้านจะไม่ได้ยินนายกรัฐมนตรีปฏิเสธความรับผิดชอบต่อสภาเช่นนี้อีก”น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย บอกว่า กรณีที่มีการยื่นเรื่องเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน จะมีการส่งต่อไปยังศาลปกครองเพื่อวินิจฉัยพิพากษา ซึ่งจะใช้เวลาค่อนข้างมาก พรรคฝ่ายค้านจึงเป็นห่วง และเห็นว่าต้องยื่นญัตติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 อภิปรายเรื่องนี้เพื่อช่วยหาทางออกให้กับรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี เพราะหากผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 63 ไป แล้วศาลมีคำพิพากษาไม่เป็นคุณต่อนายกรัฐมนตรี อาจจะเกิดปัญหาที่กระทบต่อเศรษฐกิจและงบประมาณภายหลัง

ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน จะยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรวันพรุ่งนี้ เวลา 8.30 น. เพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ กรณีนายกรัฐมนตรีไม่มาชี้แจงกระทู้ถามสดเกี่ยวกับการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน 2 สัปดาห์ติดกัน เพื่อให้มีการอภิปรายเกิดขึ้นภายในเดือนนี้ ก่อนการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 หรืออย่างเร็วที่สุดให้เป็นญัตติถัดจากการพิจารณาข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งโดยปกติแล้วเมื่อมีการยื่นญัตติจะต้องเลื่อนเรื่องนี้ขึ้นมาดำเนินการก่อน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประธานสภาผู้แทนราษฎร

 'วิษณุ' โยนถามผู้ตรวจมีอำนาจตีตกคำร้องหรือไม่ ปัดตอบนายกฯควรชี้แจงสภาก่อนผู้ตรวจมีมติ


  
 

15 ส.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้สัมภาษณ์กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ไปตอบกระทู้สดว่า กระทู้สดเหมือนกระทู้ปกติที่ควรต้องไป หากติดภารกิจก็แจ้งสภาฯได้ กระทู้นั้นก็งดไว้ไม่ถาม เว้นแต่จะมอบหมายให้คนอื่นไปแทน และนายกฯก็ชี้แจงแล้วว่าหากเป็นประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณ เรื่องอยู่ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่กระทู้สามารถนำกลับมาถามใหม่ได้อีก

เมื่อถามว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีกรอบเวลาในการพิจารณาคำร้องหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ทราบจากข่าวว่าเขาจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ และไม่มั่นใจว่าผู้ตรวจการมีสิทธิวินิจฉัยตีตกคำร้องหรือไม่ คงต้องถามทางผู้ตรวจการแผ่นดินเอง แต่ที่ใครต่อใครไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็เพราะให้มีคำวินิจฉัยหรือเป็นทางผ่านไปยังองค์กรอื่น บางประเด็นผู้ตรวจการแผ่นดินอาจจะวินิจฉัยยาก ก็ต้องส่งให้องค์กรที่มีอำนาจในการวินิจฉัย อยู่ที่ว่าจะไปที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง แต่ก็มีช่องทางที่สามารถยื่นเองได้ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือ อัยการ แต่ต้องเปลี่ยนข้อหา

เมื่อถามย้ำว่า ถึงอย่างไรผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจวินิจฉัยตีตกคำร้องในส่วนนี้ใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ขอให้ถามทางผู้ตรวจการแผ่นดินดีกว่า เขามีประสบการณ์เยอะ เมื่อถามอีกว่าที่ผ่านมาเคยมีกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินรับเรื่องไว้แล้ววินิจฉัยเอง ไม่ยื่นไปที่ศาลหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า เคยมีเหมือนกัน เป็นการไม่รับเรื่องนั่นเอง เพราะผู้ตรวจสามารถไม่รับเรื่องได้ โดยบอกว่าไม่มีเหตุมีผล อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ คิดว่าจะไปถึงขั้นนั้น มันมีข่าวรั่วออกมาว่าจะไม่รับหรือ เมื่อถามอีกว่าถ้าสุดท้ายแล้วมีการวินิจฉัยในทางลบจะส่งผลกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ขอตอบ เพราะถ้าพูดว่าไม่ทราบจะเสียเหลี่ยม

เมื่อถามว่าหากเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยังไม่มีคำวินิจฉัย นายกฯก็ไม่ควรไปชี้แจงต่อสภาใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทราบจากข่าวว่ามีการยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและอัยการสูงสุด ด้วยข้อเท็จจริงเดียวกัน แต่ต่างที่ข้อหา ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้รับเรื่องเหล่านี้มา จึงยังไม่ทราบข้อเท็จจริง และหากเขารับเรื่องไว้ รัฐบาลก็ต้องไปชี้แจง ส่วนจะเป็นใครนั้นอยู่ที่ว่าเขาถามใคร ก่อนหน้านี้เคยสอบถามเรื่องคุณสมบัติการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของนายกฯ ซึ่งนายกฯก็ตอบเอง ส่วนตัวไม่ขอตอบว่าระหว่างนี้นายกฯควรไปชี้แจงต่อสภาหรือไม่ และนายกฯไม่ได้หารือเรื่องนี้กับตน จึงไม่ทราบว่าท่านรับหรือยัง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นายกฯก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อยู่

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ นายกฯจะต้องเดินทางไปตอบด้วยตัวเองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขอดูญัตติเขาก่อน การยื่นญัตติอภิปรายสามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าเป็นแบบนี้ต้องไปด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 หากเกี่ยวพันกับใคร คนนั้นก็ต้องไปตอบหรือมอบหมายรัฐมนตรีไปตอบได้ แต่การยื่นญัตติทั้ง 2 อย่าง ยื่นได้ครั้งเดียวใน 1 ปีใน 365 วัน และเนื่องจากมันมี 2 มาตรา ไม่ได้หมายความว่าหากยื่นมาตรานี้แล้วหมดไปแล้วหนึ่งปี แต่มันคืออย่างใดอย่างหนึ่งที่ยื่นไป แต่ละอันมันใช้เวลาหนึ่งปี ซึ่งส.ว.ก็ทำได้ 

จะเอาให้ได้! ฝ่านค้านยื่นญัตติซักฟอก 'บิ๊กตู่' ถวายสัตย์ไม่ครบ

    
 

 
ผู้สื่อข่าวถามว่าการยื่นญัตติตามมาตรา152 เป็นมาตราการที่จะทำให้นายกไม่สามารถหนีการอภิปรายของฝ่ายค้านหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เราถือว่าเป็นมาตราการที่ทำให้ทุกฝ่ายเร่งเรื่องนี้ให้จบ รวมถึงศาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเห็นปัญหาเกิดขึ้นก็จะได้เร่งรัดการพิจารณาให้จบและรัฐบาลจะได้เคลียร์สถานะภาพให้ชัดเจนและสามารถเดินหน้าทำงานได้ ทั้งนี้หากเราไม่มีมาตรา 152 ไม่มีการนำมาพูดคุยในสภาฯ  นายกฯ อาจจะหนีสภาฯไปเรื่อยๆ และไม่ตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง รวมถึงโยนให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพิจารณาจบเมื่อไหร่ หากใช้ระยะเวลานานเปรียบเหมือนกว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ ยืนยันว่าเจตนาของเราคือหาทางออกให้รัฐบาลและเร่งรัดให้ทุกฝ่ายรีบจัดการปัญหานี้

เมื่อถามว่าจะเป็นการชี้นำองค์การอิสระหรือไม่เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณา นายสุทิน กล่าวว่า คงไม่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งถือว่าไม่ได้มีอำนาจในการชี้ขาด เพียงตรวจเบื้องต้นเหมือนเป็นไปรษณีย์ว่าจะส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้กรอบหน้าที่ของสภาฯสามารถทำหน้าที่ได้ไม่ได้ถือเป็นการก้าวก่าย ก้าวล่วง  หรือชี้นำ เช่นเดียวกับการอภิปรายคุณสมบัตินายกฯ แม้จะอยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก็สามารถทำได้  ส่วนจะคุ้มหรือไม่กับการที่จะยื่นอภิปราย ในมาตรา152 ที่สามารถยื่นได้ปีละหนึ่งเดียวนั้น มองว่าตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรละเลย มีการชั่งน้ำหนักวันนี้กับวันข้างหน้า ซึ่งการถวายสัตย์เป็นต้นทางการทำงานของรัฐบาลถือเป็นเรื่องใหญ่  หากจะเสียโอกาสนี้ไปเพื่อมาใช้ในครั้งนี้มองว่าคุ้มค่า

"เชื่อว่านายกฯจะต้องมาชี้แจงหากไม่มีถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่และไม่ให้เกียรติสภา แถมยังไม่ปฏิบัติตามรธน.และขัดมาตรฐานจริยธรรมของนักการเมือง"

ถามว่า การลงมติร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อที่ 13 ว่าด้วยการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร วานนี้ (14 ส.ค.) ซึ่งกมธ.เสียงข้างมากแพ้โหวต เป็นครั้งที่ 2 นายสุทิน กล่าวว่า   เป็นเพราะกมธ.แสดงเหตุผลได้ดีและสามารถโน้มนาวใจสส.ให้เห็นสิ่งที่ชอบด้วยประชาธิปไตย และปฏิเสธสิ่งที่มาจากอำนาจนอกระบบ

 

(ดปรดคลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว) 

 

 

 

 

.........................................................................

15 สิงหาคม 2562

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน