*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3770
  • จำนวนผู้ชม : 2395171
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 19 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 243 , 16:54:49 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

           นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ คงจะอยู่ในประเภท 'หัวร้อน' เสียกระมัง จึงไม่ยอมสะกดอกสะกดใจเอาไว้ก่อน

แต่พอไม่พอใจตำรวจ  ที่ไม่จัดกำลังมาดูแลชาวบ้านที่จัดเวทีในอภิปรายในเรื่องที่ดิน ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ   และการที่ตัวเองมาร่วม

กับชาวบ้านก็ต้องเสี่ยงกับการถูกข่มขู่เอาชีวิตก่อนแล้วด้วย แล้วนายสิระ ยังได้กล่าวอีกว่า เมื่อตนไปที่แหลมพรหมเทพ เห็นรถตำรวจ

จอดมากมาย มีตำรวจ 6 นาย นั่งกินกาแฟกับผู้บริหารคอนโดฯที่กำลังมีปัญหา แต่ไม่สนใจการชุมนุมของชาวบ้านบ้างเลย

 

'แล้งอีสานกับนักการเมือง'

    
 

 วันนี้ (๑๙ ส.ค.๖๒) "นายกฯ ประยุทธ์" ยกคณะ "ค่อนข้างใหญ่" ไปสุรินทร์-บุรีรัมย์         

 

                ฟังที่โฆษกรัฐบาลแถลงวันก่อน บอกว่า.........

                "ไปติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ บรรเทาความเดือดร้อนและบริหารจัดการน้ำอุปโภคบริโภคให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่"

                คือ ปีนี้ "อีสานแล้ง" มาก

                ฝนไม่ตก แห้งเหือดทั้งน้ำกิน-น้ำใช้ รวมถึงน้ำเพาะปลูกทางการเกษตร

                ทั้งคน ทั้งสัตว์เลี้ยง ลำบากกันไปหมด!

                ที่สุรินทร์ หนักหนาขนาดแหล่งน้ำดิบใช้ทำประปายังแห้ง รัฐบาลต้องส่งหน่วย "ทหารพัฒนา" ไปเร่งเจาะน้ำบาดาล

                โดยเฉพาะที่ "โรงพยาบาลสุรินทร์"

                ทหารต้องตั้งหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉิน เร่งเจาะน้ำบาดาลที่ต้องใช้วันละ ๑,๐๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตร

                สำหรับคน ๗,๐๐๐ กว่าคน ต่อวัน........

                ทั้งหมอ-พยาบาล-นักศึกษา-คนป่วย-ญาติ ตลอดถึงใช้เพื่อการผ่าตัด ฟอกไต

                ดังนั้น น้ำบาดาลนี้ เมื่อเจาะได้แล้ว ก็ใช่ว่าจะใช้ได้เลย "ทหารพัฒนา" ยังต้องติดตั้งระบบ "สูบน้ำ-กรองน้ำ-จ่ายน้ำ" ด้วย

                "ทหารไทย" จะว่าไปแล้ว คือยักษ์ในตะเกียงวิเศษของอะลาดิน

                และอะลาดิน ก็คือ ประชาชนคนไทยนี่แหละ!

                เวลาปกติ ไม่มีใครเห็นหัวยักษ์

                ขนาดอยู่ในตะเกียง วันดี-คืนดี "คนเลวๆ" มันยังลากออกมาค่อนขอดนินทาสารพัด

                บางคนถามซะด้วย "ยักษ์..มีไว้ทำไม?"

                แต่เวลามีปัญหาทุกข์ร้อน พวกที่คำก็อ้างประชาชน สองคำก็ประชาชน

                หัวมุดตูดเงียบ!

                มีแต่ยักษ์คือทหารเท่านั้น งุดๆ ออกมาช่วย ไม่พูด-ไม่จา เพื่อแก้ทุกข์-สร้างสุขให้ประชาชนละก็

                ทหาร "ทำอย่างเดียว"

                ไม่เคยอ้างบุญ-อ้างคุณ ไม่เคยอวดอ้างตัวเอง ทำเสร็จก็กลับเข้ากรมกอง ให้เขาสุข แล้วตัวเอง นอนรอฟังเขานินทา

                เขาว่า งูเห่า คู่กับ พังพอน

                ทำนองเดียวกัน นักการเมือง ก็คู่กับทหาร

                นักการเมือง คุยจะทำอย่างเดียว

                ส่วนทหาร ไม่คุย ลงมือทำอย่างเดียว

                ถือว่าโชคดีประเทศไทย ประชาธิปไตย ๘๐-๙๐ ปี ลองไล่เลียงดู

                แทบไม่เห็น "รัฐบาลเลือกตั้ง" ไหน สรรค์สร้างทางพัฒนาประเทศเป็นรูปธรรม

                ยกเว้นรัฐบาลประชาธิปไตยครึ่งใบที่ "พลเอกเปรม" เป็นนายกฯ

                เห็นแต่รัฐบาลเผด็จการที่วางรากฐานหลายๆ อย่างให้ประเทศ ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่ก็ยังได้ก่อร่างสร้างงานไว้

                เช่นรัฐบาลสฤษดิ์ รัฐบาลถนอม กระทั่งรัฐบาลประยุทธ์นี่ก็เถอะ

                รัฐบาลเลือกตั้งก็ก่อร่างเหมือนกัน แต่หนักไปทางก่อร่างสร้างหนี้ สร้างปัญหาคาราคาซังเป็นมรดกตกทอด

                ไม่ต้องดูไกล....

                รัฐบาลบิ๊กจิ๋ว รัฐบาลทักษิณ รัฐบาลยิ่งลักษณ์

                แค่ ๓ รัฐบาลเลือกตั้งนี้ ก็สร้างหนี้ สร้างปัญหาทิ้งไว้ จนวันนี้ยังสางไม่จบ

                มีแต่รัฐบาลชวน ที่เข้ามาสะสางหนี้ IMF ให้ประเทศรอดตาย จากที่รัฐบาลจิ๋วทำไว้

                แถมถูกทักษิณ "ตีกิน" เป็นผลงานแบบหน้าด้านๆ ไปซะอีก!

                เรื่องอีสาน "แล้งน้ำ" บอกว่า เป็นปัญหาคู่ชาติ ก็ไม่ผิดสมัยเป็นเด็กวัด ราวๆ เดือนมีนาของทุกปี

                พี่น้องชาวอีสาน จะมากันเป็นขบวน แยกย้ายไปขอปันข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า จากชาวบ้าน

                ตกเย็น ก็มารวมกันที่ศาลาวัด อาศัยศาลาเป็นที่นอนหุงหาข้าวปลากินกัน เอาของที่ได้มาแยกๆ  แล้วรวบรวมใส่กระบุง ใส่ปี๊บไว้

                เขาบอก อีสานแห้งแล้ง น้ำก็ไม่มี ทำไร่-ทำนาไม่ได้ อดอยาก-ยากจนมาก

                ราวๆ ต้นพฤษภานั่นแหละ คารวานพี่น้องอีสานจะกลับคืนถิ่น พร้อมข้าวของที่ได้

                นัยว่า ฝนจะมาแล้ว เตรียมกลับไปทำนา!

                วัดที่ผมอยู่ตอนเด็ก เหมือนมหาวิทยาลัยบ้านนอกหนังสือเยอะมาก เรียกว่าสารพัด รวมทั้งหนังสือพิมพ์

                ถ้าจำไม่ผิด ราวปี พ.ศ.๒๔๙๙ ข่าวที่ดังมาก ขึ้นหน้า ๑ หนังสือพิมพ์ต่อเนื่อง คือเรื่องความแห้งแล้งทางอีสาน

                มีอยู่ช่วง หนังสือพิมพ์ "เพลินจิตต์" รายวัน เอารูปนักการเมืองมาลง

                ทางจังหวัด จำไม่ได้ว่าจังหวัดไหน เลี้ยงดูปูเสื่อบรรดานักการเมืองที่ลงไปดูปัญหาอีสานแล้ง

                เรียกว่า กำลังดื่มกินกันสุขสำราญ อาหารล้นโต๊ะ!

                เรื่องนี้ ปรากฏเป็นข่าววิพากษ์-วิจารณ์อื้ออึง ขณะที่ชาวบ้านอดอยาก แห้งแล้ง ไม่มีจะกิน

                แต่นักการเมืองไปเยี่ยม กลับมีหมูเห็ดเป็ดไก่แกล้มเหล้าชนิดเมาเผื่อหมา เต็มโต๊ะไปหมด

                ตอนนั้น เป็นรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม พรรคเสรีมนังคศิลา ชาวบ้านเขาเรียกพรรคตาไก่ เพราะใช้รูปไก่เป็นตราพรรค

                ที่เล่านี่ เพื่อจะบอก ๒ อย่าง

                อย่างแรก ทุกพรรค-ทุก ส.ส.อีสาน หาเสียงก็บอก จะแก้แล้ง จะผันน้ำ

                สมัยป๋าเปรม ปลัดพิศาล ก็ปั้นตุ่มแจก สมัยบิ๊กจิ๋ว อีสานต้องเขียว ไม่งั้นจะโดดน้ำโขงตาย

                สรุปว่า ทุกสมัย-ทุกรัฐบาล ตราบวันนี้ อีสาน มี ๒ หน้า เหมือนเดิม

                ต้นปี หน้าน้ำแล้ง

                ปลายปี หน้าน้ำท่วม!

                จริงๆ แล้ว อีสานไม่แล้งน้ำ แต่ปัญหามันมีว่า ทำอย่างไรจะหาหนทางบริหาร-จัดการ "เก็บกักรักษา" น้ำตอนท่วมไว้ เพื่อใช้หน้าแล้งให้ได้เท่านั้น

                ก็เห็นเอาปัญหานี้มาพูดกันรายปี ผู้รู้-ผู้ชำนาญของไทยด้านนี้ มีมากมาย

                นายกฯ ไปดูครั้งนี้ ลองระดมสรรพกำลังมาช่วยกันคิดแผน "กุมภกรรณทดน้ำ"

                แล้ววางเป็นโปรเจกต์ A ทำจริงจังให้พี่น้องอีสานชื่นใจซักแห่งไม่ได้หรือ?

                ประเทศหมดงบประมาณสูญเปล่าไปกับการแก้แล้ง-แก้ท่วมเฉพาะหน้าในอีสานไปกี่ร้อยล้านล้านแล้ว

                เอาให้มันเป็นรูปธรรมถาวรสักทีเถอะน่า....

                ถ้ารัฐบาลประยุทธ์ไม่ทำวันนี้ ก็ไม่รู้ชาติไหน-รัฐบาลไหนจะมาคิดทำ?

                แหล่งน้ำ ลำน้ำ แม่น้ำ ทั้งหมดในประเทศ ในภาครัฐมีครบหมดแล้ว ที่ไหน เชื่อมถึงไหน พื้นสภาพทางภูมิศาสตร์แต่ละที่เป็นอย่างไร เรียกว่า "ข้อมูล" พร้อมหมด

                รอเพียง รัฐบาลไหนจะคิดทำจริง ด้วยรูปแบบ-วิธีการไหน-เมื่อไหร่ เท่านั้น

                ไม่ต้องพูดอีกนะ คำว่า "ขอศึกษา" นั่นน่ะ เหม็นเบื่อเต็มทน!

                มีนักการเมืองบางคนหาเสียง บอกจะผันน้ำโขงเข้ามา ผมว่า มันไม่โง่ ก็บ้า

                อีสาน อยู่สูงกว่า แม่น้ำโขง แล้วจะผันยังไง?

                ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องกติการ่วมประเทศลุ่มน้ำโขง ที่ใครจะแอบลักเอาน้ำแบบนั้นไม่ได้ (นอกจากตีนใหญ่เท่าจีน)

                นี่...ตอนนี้ "น้ำแล้ง" อีสาน ทหารต้องไปช่วยขุด-ช่วยลำเลียงน้ำมาหล่อเลี้ยง

                อีกซักเดือน-สองเดือน เผลอๆ ต้นเดือนหน้า "น้ำล้น" อีสาน ทหารต้องไปช่วยผันน้ำออกให้ชาวบ้านอีก

                "ฝนหลวง" เกิดมีขึ้น ก็เพราะ "อีสาน" นี่แหละ

                "พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร" รัชกาลที่ ๙

                เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมพสกนิกร เห็นความแห้งแล้ง ก็มีพระราชปณิธาน

                ใน "โครงการฝนหลวง พ.ศ.๒๔๙๗" มีว่า........

                "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

                มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานสัมภาษณ์เกี่ยวกับฝนหลวงแก่ข้าราชการสำนักงาน กปร.

                ประกอบด้วย นายสุเมธ ตันติเวชกุล นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ และนายพิมลศักดิ์ สุวรรณทัต

                เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๒๙ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

                เรื่องฝนเทียมนี้เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๘ แต่ยังไม่ได้ทำอะไรมากมาย เพราะว่าไปภาคอีสาน ตอนนั้นหน้าแล้งเดือนพฤศจิกายน ที่ไปมีเมฆมาก อีสานก็แล้ง

                ก็เลยมีความคิด ๒ อย่าง ต้องทำ Check dam ตอนนั้นเกิดความคิดจากนครพนม

                ผ่านสกลนคร ข้ามไปกาฬสินธุ์ ลงไปสหัสขันธ์ ที่เดี๋ยวนี้เป็นอำเภอสมเด็จ ไปจอดที่นั่นไปเยี่ยมราษฎรมันแล้ง มีฝุ่น

                แต่มาเงยดูท้องฟ้า มีเมฆ ทำไมมีเมฆอย่างนี้ ทำไมจะดึงเมฆนี่ให้ลงมาได้ ก็เคยได้ยินเรื่องทำฝน ก็มาปรารภกับคุณเทพฤทธิ์

                ฝนทำได้ มีหนังสือ เคยอ่านหนังสือทำได้ นับเป็นต้นกำเนิดแห่งพระราชดำริ 'ฝนหลวง' ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงค้นพบด้วยพระองค์เอง อย่างแท้จริง

                ด้วยพระเนตรที่ยาวไกลและทรงความอัจฉริยะของพระองค์ท่านที่ประกอบด้วยคุณลักษณะของนักวิทยาศาสตร์

                จึงทรงสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลในขั้นต้นแล้ว จึงได้มีพระราชดำริครั้งแรก ในปี พ.ศ.๒๔๙๘ แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล

                ว่าจะทรงค้นหาวิธีการ ที่จะทำให้เกิดฝนตกนอกเหนือจากที่จะได้รับจากธรรมชาติ โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์กับทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดมีศักยภาพของการเป็นฝนให้ได้"

                เนี่ย....

                ก็อาศัยพระบารมีกันอย่างเดียวเรื่อยมาค่อนศตวรรษแล้ว ภาครัฐไม่เคยทำอะไรที่งอกเงยไปจากนี้ในด้าน "น้ำ" กับอีสานเลย

                นอกจาก พูด..พูด..พูด..เงิน..เงิน..เงิน..ในภาคการเมืองของนักกินเมือง

                ทำให้อีสานมีน้ำอย่างเดียว ทุกอย่างจบที่ "เศรษฐกิจพอเพียง" ได้แน่นอน!

                มาถึงอย่างที่ ๒ ที่อยากจะบอกคณะนายกฯ ประยุทธ์ที่ลงไปอีสานวันนี้

                การกินอยู่.....

                อย่าให้เป็นอย่าง "ข่าวพาดหัว" หนังสือพิมพ์เมื่อปี ๒๔๙๙ ที่เล่านั้นเชียว! 

'บิ๊กตู่'อ้อนชาวสุรินทร์ฮักคักๆลั่นเป็นลูกผู้ชายสุภาพบุรุษพอไม่ขัดแย้งใคร

    
 

19 ส.ค.62-ที่อ่างเก็บน้ำห้วยเสนงโครงการชลประทานสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง โดยมีประชาชนนำผ้าโสร่งมาผูกเอวให้กับนายกฯ และคณะ โดยนายกฯแวะเยี่ยมชมกลุ่มผู้เลี้ยงโคสุรินทร์วากิว พร้อมกับชิมสเต็กเนื้อวากิว ท่ามกลางส.ส.ในพื้นที่ที่มารอต้อนรับ ประกอบด้วย นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ พรรคพลังประชารัฐ นอกจากนี้ยังมีนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย มาต้อนรับด้วย 

ขณะที่นายตี๋ใหญ่ กล่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยมาต้อนรับนายกฯ ซึ่งนายกฯตอบกลับว่าผมไม่มีพรรค ต้องช่วยกัน ทุกอย่างจะเดินไปได้ จะทะเลาะกันทำไม ผมไม่อยากจะสู้กับใคร ทำให้บรรดาส.ส.ที่มาต้อนรับหัวเราะชอบใจ

จากนั้นนายกฯ กล่าวทักทายประชาชนบนเวที เป็นภาษาอีสานว่า ฮักคัก ๆ ฮักแท้ๆ ลูกหลานอีสานเก่าเหมือนกัน วันนี้มาดูแลชาวอีสาน เพราะเห็นถึงความเดือดร้อนหลายอย่าง ที่ติดตามมาตลอด และจะหาวิธีการบริหารให้ได้โดยเร็ว จากนั้นนายกฯได้แนะนำครม.และคณะทั้งหมดที่เดินทางมาด้วยให้ยืนขึ้น โดยระบุอย่างอารมณ์ดีว่า พวกนี้ที่ต้องให้ยืนเพราะเป็นจำเลยร่วม รับผิดชอบดูแลพี่น้องประชาชน วันนี้ดีใจที่ได้มาพบพวกเราที่เมืองช้างสุรินทร์ รับทราบสถานการณ์ภัยแล้ง ตนดูทุกวัน มีการรายงานทุกวันในโทรศัพท์ของตน ถึงปัญหาสถานการณ์น้ำที่ต้องแก้ไข ซึ่งการจะแก้ทั้งหมดต้องมีแผนงานในการดำเนินงาน ตนขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการจัดการ ในการขุดห้วยเสนง และทหารจัดเรื่องประปา บ่อบาลดาล ทั้งนี้ ตนพร้อมจัดงบประมาณให้ในส่วนที่ยังสามารถใช้ได้อยู่ นายกฯมาต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ วันนี้ที่มาเพราะเราต้องรับผิดชอบคนทั้งประเทศ จะเห็นได้ว่าไม่ว่าใครก็ตาม จะรัฐมนตรีหรือใครคือรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ของคนทุกจังหวัด ไม่ใช่จังหวัดไหนไม่ดีกับตน แล้วตนไม่มา ยิ่งต้องมาใหญ่เลย วันนี้ร่วมมือกันทำงานทุกคน

“วันนี้เป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ทุกจังหวัด ไม่ใช่จังหวัดไหนไม่ดีตนจะไม่มา ให้เกียรติตนบ้าง วันนี้ทุกคนต้องช่วยกัน อยากเห็นตนพูดเรื่องที่มีประโยชน์ใช่ไหม เรื่องอะไรที่ขัดแย้ง เดี๋ยวค่อยว่ากัน ผมไม่ไปขัดแย้งกับพวกท่าน ผมเป็นสุภาพบุรุษพอ เป็นลูกผู้ชาย นี่พูดไปการเมืองจนได้”

พล.อ.ประยุทธ์ ยังถามด้วยว่า “ส.ส.มาบ้างเปล่า เอ๊ะ มีพรรคใครบ้างนะเนี่ย เขามารวมกันทำงานให้พวกเราทุกพรรค พลังประชารัฐก็มา เพื่อไทยก็มา ภูมิใจไทยก็มา” ก่อนกล่าวอีกว่า วันนี้สถานการณ์ฝนตกต่ำกว่าปริมาณสถิติที่เคยผ่านมา โลกกำลังเปลี่ยนแปลงจากความกดดันเอลนีโญ รู้จักไหม ไปบอกให้รู้ด้วย เขียนนโยบายมากก็พูดเยอะ พูดมาก เจ็บคอ ให้ตนตอบเป็นเรื่องๆดีกว่า ให้ตนอธิบายอย่างนี้ดีกว่า ดีกว่าไปอะไรก็ไม่รู้ เห็นด้วยไหม ใครเห็นด้วยยกมือ ให้ตนพูดเรื่องที่เป็นประโยชน์ เรื่องไหนขัดแย้งก็ไปว่ากันมา ตนไม่ไปขัดแย้งกับท่าน เดี๋ยวไปการเมืองจนได้

นายกฯ กล่าวว่า คนสุรินทร์ทุกคนคือคนไทย รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย อย่าให้ใครมาแบ่งแยก แบ่งไม่ได้อีกแล้ว วันนี้เราต้องช่วยกันทั้งหมด อ่างเก็บน้ำใหญ่ปริมาณน้ำเหลือ 49 เปอร์เซ็นต์ บางอันเหลือ 10-15 เปอร์เซ็นต์ ของเราเร่งด่วนคือเรื่องประปาใช่หรือไม่ ในเขตเมือง เปิดมามีแต่ลม ตนจึงตัดสินใจว่าเดือนนี้ไม่ต้องให้จ่ายค่าน้ำประปา ไม่ใช่ประชานิยมนะ แต่ประชาชนเดือดร้อน น้ำใช้ไม่ได้ ตนเคยเจอปัญหานี้มาก่อน และสั่งผู้ว่าฯต้องแก้ปัญหาด่วน นอกจากนี้เรื่องการทำฝนหลวง ตนสั่งให้มีการแสตนบายอยู่ที่นี่หลายลำ รวมทั่วประเทศกว่า 4 พันเที่ยวบิน วันนี้ทำทุกอย่าง อะไรที่ต้องใช้จ่ายพิเศษตนจะดูแลให้ ทำเรื่องเร่งด่วนก่อน ทั่วประเทศ 21 จังหวัด ตนเป็นห่วงเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค ไม่มีน้ำกินน้ำใช้ลำบาก

นายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมา 5 ปีจังหวัดสุรินทร์มีโครงการมากขึ้นแต่ก็ยังไม่พอ ซึ่งทุกอย่างจะต้องทำไปพร้อมๆกัน พัฒนาไปด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ร้อนใจในการแก้ไขปัญหา และใน 77 จังหวัดก็มีปัญหาด้วยกันทั้งหมด แต่ก็ต้องทำต่อไป ทั้งนี้ทุกคนคาดหวังว่างบประมาณ ก็อยู่ที่ส.ส. ส่วนตนในฐานะเป็นนายกฯทำหน้าที่ขับเคลื่อนรับนโยบาย ดูแลให้เกิดความเป็นธรรม

มีหนาว!'บิ๊กป้อม'เตรียมเรียก'สิระ'เตือนหลังเดือดใส่ตร.ภูเก็ตไม่มาดูแล

    
 

ขอบคุณภาพ Mtoday TV

19 ส.ค.62-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอขณะที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพปชร. ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรกะรน จ.ภูเก็ต เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ จนเกิดมีปากเสียงกันขึ้นว่า เห็นออกทีวี ก็เป็นเรื่องส่วนตัว ยังไม่ได้เจอเขา ยังไม่ได้พูดคุยกัน

ถามว่าจะต้องเรียกมาตักเตือนหรือไม่ ในฐานะที่นายสิระและส.ส.อีก 3 คนที่ลงพื้นที่ เป็นส.ส.ของพรรคพปชร. และท่านเป็นประธานยุทธศาสตร์ของพรรค พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอคุยก่อน เมื่อถามย้ำว่าจะทำให้พรรคพปชร.ตกเป็นเป้าหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาไม่ได้อยู่พื้นที่นั้น เขาอยู่คนละพื้นที่ เขาไม่ใช่ส.ส.ภูเก็ต และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวหรือกระทบพรรค 

เมื่อถามว่า จะยกเรื่องนี้มาพูดคุยในการเข้าพรรควันแรกในวันพรุ่งนี้(20 สิงหาคม)หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรเลย เมื่อซักว่า ภาพที่ออกมาทำให้มองว่าส.ส.พรรคพปชร.กร่าง จะทำให้เสียภาพลักษณ์และต้องกำชับส.ส.คนอื่นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอคุยก่อน ขอคุยถึงจุดประสงค์ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลได้เผยแพร่คลิปขณะที่นายสิระพูดคุยกับ รองผกก.สภ.กะรน นายหนึ่ง โดยตอนหนึ่งนายสิระได้กล่าวถึงเรื่องที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลส.ส.ที่ลงพื้นที่ ซึ่งนายตำรวจพยายามชี้แจงว่าไปปฏิบัติหน้าที่มาจากที่อื่น และได้เตรียมกำลังพร้อม ณ ที่ตั้งอยู่แล้ว

"พวกผมเดินทางไปที่อื่น ก็มีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแล ส.ส.ที่มาทำงาน ให้เกียรติส.ส. ที่มาทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่ได้มาเที่ยว ก่อนจะบอกว่า พรุ่งนี้ พวกตนจะออกจากโรงแรม 11 โมง คงทราบนะว่าจะต้องทำอย่างไร ผมจะให้โอกาสอีกครั้งหนึ่ง"นายสิระกล่าวในคลิปตอนหนึ่ง

'ส.ส.สิระ' แจงยิบคลิปเดือดใส่ตำรวจ!

    
 

19 ส.ค. 62 - นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ  กล่าวว่า จากกรณีคลิปเสียงดังใส่ตำรวจสภ.กะรน  เนื่องจากตำรวจไม่มีแผนที่จะดูแลประชาชน  ที่ชาวบ้านจัดเวที ของชาวบ้านในเรื่องที่ดิน ถือเป็นเรื่องผิดปกติ และเรามาทำงานเพื่อทวงผืนป่า เพื่อประเทศ และ ได้ลงพื้นที่ที่มีการก่อสร้าง เป็นสำนักงานขายคอนโด มีหมายของเทศบาลตำบลกะรน ให้ยุติการก่อสร้างไว้ก่อน และกุญแจสำนักงานขายได้ล็อคประตู  ซึ่งเห็นโมเดลของคอนโด เพื่อขายไม่ใช่เพื่อที่อยู่อาศัย คิดว่าต้องยับยั้ง ในเรื่องนี้  

นายสิระ กล่าวว่าจากนั้น ไปที่แหลมพรหมเทพ เห็นรถตำรวจจอดมากมาย มีตำรวจ 6 นาย นั่งกินกาแฟกับผู้บริหารคอนโดฯดังกล่าว จึงเข้าไปถามว่ารู้หรือไม่ ว่า ส.ส จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบตามที่ชาวบ้านร้องเรียนมา  ตำรวจบอกว่า ทราบ รู้หรือไม่ว่าจัดเวทีชาวบ้านจำนวนไม่ต่ำกว่า 200 คน ทราบ  รู้หรือไม่ว่า ส.ส.สิระ ก่อนจะลงพื้นที่โดนขู่ฆ่า ทราบ แต่ทำไมไม่มา   

"รอง ผกก สภ.กะรน บอกไม่ว่าง ถามว่า โรงพักนี้ ตำรวจมีนายเดียวหรือ เหมาะสมเป็นผู้บริหารหรือไม่ การที่กินกาแฟกับผู้บริหารซึ่งมีหมายปิดแล้วเหมาะสมมั้ย และ บอกว่า ให้มาช่วยประเทศกัน  การพูดเสียงดัง เป็นเรื่องปกติ นี่คือผม ประชาชนไม่เข้าใจไม่เป็นไรที่ผมเสียงดัง มีคนขู่ปองร้ายผม ในการเข้ามาเรื่องที่ดิน"  

"ถามว่า สมควรมั้ย  การที่ชาวบ้านจัดเวที ต้องมีตำรวจมาวางกำลังดูแลชาวบ้านไม่ใช่หรือ หลังจากนี้ ได้ปรับความเข้าใจกันแล้ว เขาขอโทษ กอดคอจับมือเป็นน้องคนหนึ่ง ไม่มีอะไร ไม่ได้ติดใจแต่ขอให้มีความตั้งใจช่วยสนับสนุนงานของราชการด้วย"นายสิระ กล่าว

ส่วนการที่พล.อ.ประวิตร จะเรียกพบนั้น เป็นยุทธศาสตร์ของพรรค เป็นพรรคเดียวกัน ไม่เป็นไร ส่วน ส.ส.ในพื้นที่ภูเก็ต นั้นเขาติดต่องานกับ ปปส.ที่ลงพื้นที่ปราบยาเสพติดให้ภูเก็ตเป็นพื้นที่สีขาวปลอดยาเสพติด 

สำหรับที่ดินดังกล่าว มีชาวบ้านกะตะน้อย ตำบลกะรน ร้องเรียนว่า มีเอกชนใช้เอกสารสิทธิมิชอบก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยหลายอาคารในพื้นที่ และ ศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้มีคำพิพากษาเพิกถอนหนังสือรับรองประโยชน์ นส 3 ก. เลขที่ 1863 แปลงนี้ ว่า ออกโดยมิชอบ แต่ มีการอุทธรณ์คดีนี้ต่อศาลปกครองสูงสุด.

 

 

 

'อนค.'เปิดเว็บไซต์ให้ปชช.ตรวจสอบการทำงานส.ส.และร้องทุกข์

    
 

19 ส.ค.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า futureforwardparty.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์ทางการของพรรคอนาคตใหม่ ได้ทดลองเปิดให้บริการฟังค์ชั่น Open FWP Project ในเวอร์ชั่นเริ่มต้น(Beta version) ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการทำงานของ ส.ส. (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) ของพรรคอนาคตใหม่ เสมือนเป็นการเปิดพรรคการเมือง ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้   ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของผู้แทนของตนเองในบทบาทต่างๆ  โดยจะติดตามการดำเนินการทั้งในและนอกสภา รวมทั้งการดำเนินนโยบายต่างทีให้ไว้กับพี่น้องประชาชน

ในส่วนของการทำงานในสภาของพรรคอนาคตใหม่นั้น ประชาชนสามารถตรวจสอบได้จาก 1.Dashboard บอกถึงข้อมูลรายละเอียดประเด็นการอภิปรายในสภา สัดส่วนการเข้าประชุม และตัวผู้อภิปราย รวมไปถึงผลการลงมติ และญัตติต่างๆ พร้อมมีการระบุไว้อย่างชัดเจนในรูปแบบกราฟ ตั้งแต่สัดส่วนการเข้าประชุม เวลาในการอภิปรายในประเด็นต่างๆ,10 อันดับผู้อภิปรายในสภา,ความคืบหน้าแต่ละญัตติ 2.สามารถเลือกดูตัวกรอง (filter) ข้อมูลได้ 2 จุด คือ เลือกวันเดือนปีที่จะเข้าถึงข้อมูล และประเด็นในการอภิปราย โดยสามารถคลิกที่แถบสีเพื่อดูข้อมูลในประเด็นดังกล่าว และคลิกอีกครั้งเพื่อกลับสู่หน้าเดิม

ในส่วนของรายงานการทำงานในสภา ของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่  1.รายงานการทำงานในสภาของผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ โดยจะมีประวัติ สัดส่วนการเข้าประชุม ประเด็นการทำงาน และผลการลงมติ 2.สามารถเลือกดูตัวกรอง (filter) ข้อมูลได้ 2 จุด คือชื่อ ข้อมูลผู้อภิปราย และประเด็นการทำงาน เช่น การยื่นกระทู้ ยื่นญัตติ การปรึกษาหารือ และการอภิปราย โดยสามารถเลือกเลื่อนได้ตรงแถบสีเทาข้างหลังประเด็นการทำงานในสภา นอกจากนี้ยังมีในส่วนของรายงานการติดตามการรับเรื่องราวร้องทุกข์ 1.รายงานการติดตามเรื่องราวร้องทุกข์ในแต่ละช่วงเวลา ประเด็นการร้องทุกข์ การเกิดเรื่องร้องทุกข์ในแต่ละพื้นที่ 2.สามารถเลือกดูตัวกรอง (filter) ข้อมูลได้ 1 จุด คือ สัดส่วนการร้องทุกข์ในแต่ละเดือน โดยสามารถเลื่อนเลือกเดือนได้ตรงมุมขวาบน
 
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทางพรรคอนาคตใหม่ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการโดยระบุว่า โครงการดังกล่าวยังอยู่ในระยะทดสอบ,เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า ควรเปิดใช้ระบบผ่าน Browser บน Desktop Computer หรือ Laptop,เพื่อพัฒนารูปแบบการนำเสนอที่ดีขึ้น หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถแนะนำเราได้ที่ datacenter@futureforwardparty.org,ทีมงานจะมีการปรับปรุงข้อมูลทุกๆ 7-10 วัน หรือตามความเหมาะสมของสถานการณ์

สำหรับโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นตามที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคแถลงไว้เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2562 ว่า  โครงการดังกล่าวต้องการเปิดช่องทางให้ประชาชนติดตามการดำเนินการของ ส.ส.ทั้ง 81 คนของพรรค โดยมีวัตถุประสงค์ 1.ติดตาม 12นโยบายฐานรากทั้ง 12 นโยบาย ว่ามีการผลักดันนโยบายใดได้บ้าง 2.ความรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนตามที่เราหาเสียงไว้ 3.ต้องการกระตุ้นเตือนสมาชิก และ สส ของพรรค เพื่อให้ทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 4.เรื่องความโปร่งใส ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าเราทำอะไรบ้าง 5.เพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งเราต้องการให้พรรคอนาคตใหม่ มีชิวิตตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะตอนหาเสียงเท่านั้น โดยการทำงานต่อเนื่องทุกวัน

'ประวิตร'สวน'พูดได้ไง'ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยแลกเดินหน้าพูดคุยสันติสุข

    
 

ไม่หวั่นถูกถอดถอน'บิ๊กกุ้ย'ยันฟัน'รองเลขาฯปปช.'ปกปิดทรัพย์สินตามกม.

    
 

19 ส.ค.62-พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีนายประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ถูกชี้มูลความผิด​ ฐานปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินวงเงินกว่า 227 ล้านบาท โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และถูกกลั่นแกล้งว่า ขอให้มั่นใจ ยิ่งนายประหยัดเป็นคู่กรณีกับ ป.ป.ช. เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ป.ป.ช. ให้ความเป็นธรรมเต็มที่ 

พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ารไต่สวนเป็นไปตามกฎหมาย คณะกรรมการ ป.ป.ช. มั่นใจในสิ่งที่มีมติเป็นเอกฉันท์ไป และเปิดโอกาสให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เป็นการต่อสู้ตามปกติ การชี้มูลเป็นกระบวนการขั้นต้น ผู้ถูกชี้มูลยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ สามารถต่อสู้ทุกชั้น การเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องพิจารณาตามกฎหมาย ปัจจุบันคดีนี้ได้ส่งสำนวนให้กับอัยการแล้ว

ถามว่า นายประหยัดอ้างว่าไม่ได้เข้ารับการชี้แจงด้วยวาจาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า การจะให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงด้วยวาจาหรือไม่ ไม่ได้กำหนดว่าต้องชี้แจงด้วยวาจา แต่เป็นเรื่องในกฎระเบียบ จะพิจารณาตามความเหมาะสม ถ้าพยานหลักฐานครบถ้วนก็ไม่จำเป็นต้องเชิญใครเข้ามาชี้แจง ทุกครั้งปฏิบัติอย่างนี้​

ซักว่า ายประหยัดเรียกร้องให้สภาล่ารายชื่อถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า​ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ถ้าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด กฎหมายเปิดช่องให้สามารถฟ้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ โดยอาจใช้ ส.ส. และ ส.ว. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ส่งเรื่องให้ประธานรัฐสภาถอดถอน เป็นไปตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม​ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่หวั่นไหว จริงๆ แล้วคณะกรรมการ ป.ป.ช. หลายๆ คน ถูกฟ้องทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และในชั้นศาลปกครองมากมายอยู่แล้ว ดังนั้นไม่หวั่นไหว ถ้าหวั่นไหวมาทำหน้าที่นี้ไม่ได้​ ตนเชื่อมั่นในพยานหลักฐานของคดีนี้ที่ได้พิจารณา และสำนวนที่เจ้าหน้าที่เสนอขึ้นมา ครบถ้วนสมบูรณ์ พอจะชี้มูลได้ และเราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราได้ทำไป

ประชาธิปไตยล้นพรรค! 'ฟิล์ม รัฐภูมิ' ซบเพื่อไทยแล้ว

    
 

19 ส.ค.62 - ที่พรรคเพื่อไทย นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อดีตรองโฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไท นายชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัฒน์ อดีตเลขาธิการพรรคภาคีเครือข่ายไทย และ นายณัฐพงษ์ รอบคอบ อดีตสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไทย เดินทางเข้าสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค , นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ นายสุรชาติ เทียนทอง น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการ พรรค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มเพื่อไทยพลัส ให้การต้อนรับ นายรัฐภูมิ ได้สมัครสมาชิกแบบตลอดชีพ ซึ่งภายหลังการสมัครสมาชิก น.อ.อนุดิษฐ์ได้เป็นผู้สวมเสื้อคลุมของพรรคให้และคุณหญิงสุดารัตน์ ได้ติดเข็มกัดให้กับนายรัฐภูมิด้วย

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวต้อนรับว่า พรรคเพื่อไทยได้รับเกียรติจากคุณฟิล์มและคณะ ที่ได้เล็งเห็นว่าพรรคเพื่อไทย เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ซึ่งฟิล์มและคณะจะได้ใช้แนวคิดที่อยากจะพัฒนาชาติบ้านเมืองผ่านทางพรรคเพื่อไทย เราได้มีโอกาสคุณคุย ทราบว่าคุณฟิล์มและคณะมีความเชี่ยวชาญนอกจากด้านมีเดียแล้ว ยังมีความเชี่ยวชาญด้านดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ที่เป็นหนทางในการทำมาหากินในอนาคต ดังนั้น ความสามารถเหล่านี้จะเข้ามาเติมพลังนโยบายการทำงานของพรรคเพื่อไทย พร้อมทั้งร่วมกับพรรคในการเชื่อมพื้นฐานที่แข็งแกร่งของโลกไปสู่อนาคต และขอให้ผนึกกำลังทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่

“ ผมได้กลับมามองว่า พรรคการเมืองใดที่มีระบบการแก้ปัญหาที่เป็นมืออาชีพได้จริง ทำให้เจอพรรคเพื่อไทยได้คุยกับคุณหญิงสุดารัตน์ เจอบ้านใหม่ที่อบอุ่น ที่เป็นมืออาชีพของจริง มันทำให้ตนไม่ได้คิดนานเลยที่ตัดสินใจมาอยู่พรรคเพื่อไทย  สิ่งที่ต้องการคือต้องรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ และนำนโยบายไปปรับปรุงให้ใช้ได้จริง ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีข้อดีในการบริหารงาน 3 รุ่น รุ่นเก่า รุ่นกลาง รุ่นใหม่ ที่มาช่วยพัฒนาประเทศ มีนโยบายใดที่ดีอยู่แล้ว ก็ส่งเสริมให้ดีขึ้นไป ส่วนอะไรใหม่ๆก็เปิดรับและพัฒนาให้เท่าเทียม ” นายรัฐภูมิ กล่าว

เมื่อถามถึงข้อกังวลต่างๆที่จะหยิบยกตัวคุณฟิล์มทุกอย่างเป็นเรื่องการเมือง นายรัฐภูมิ กล่าวว่า 

ก่อนหน้านี้ค่อนข้างกังวล เกี่ยวกับอาชีพ ชื่อเสียงด้านการเเสดง แต่ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่หาเสียงเหือบ 1 ปี ทำให้หมดความกังวล เพราะบทสรุปเรื่องการเมืองประชาชนทุกคนจะเป็นผู้ให้คำตอบกับตัวเขา เชื่อว่ายุคนี้หมดแล้วการแบ่งข้างแบ่งฝ่าย ทุกวันนี้ทุกคนรอแสงสว่างว่าจะมีพรรคไหนเข้ามาปลดล็อคปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ เชื่อว่านโยบายทุกพรรคดีหมด แต่เราต้องมาวัดกันที่ ใครได้เร็ว และทำได้จริง ดังนั้นจึงไม่มีความกังวล ว่า การเข้ามาอยู่พรรคดัง ถูกด่า ถูกว่า จะถูกหยิบยกไปเกี่ยวโยงกับเรื่องอื่นๆเพราะตนเจอกับสิ่งเหล่านี้มาทั้งชีวิตตั้งแต่อยู่วงการบันเทิงมาอยู่การเมืองไม่มีอะไรแตกต่างและเชื่อว่าความบริสุทธิ์ใจ ความจริงใจ และนโยบายที่แก้ไขได้จริงคือคำตอบ

ถามถึงทำไมถึงไม่ตัดสินใจก่อนเลือกตั้งมาอยู่พรรคเพื่อไทย และจากนี้จุดยืนจะเป็นเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ นายฟิล์มกล่าวว่า จุดยืนของเหมือนเดิม ตนไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเอง ไม่ใช่ตัดสินใจเล่นการเมืองเพื่อหาทางรอด แต่ชีวิตตนหาทางรอดให้กับคนรักอยู่ตลอดเวลาและนั้นคือประชาชนที่ผมรัก ตลอดเวลาที่ทำงานบันเทิงตนช่วยเหลืองานสังคมตลอดเวลาเพราะตนรู้สึกคิดบุญคุณคนไทยตลอดว่า ที่ตนมีวันนี้ได้มีชิวิตที่ดีขึ้นใน ฟิล์มเป็นฟิล์ม เพราะคนไทย วันนี้ตนมองว่าทุกคนมีจุดยืนที่แตกต่างกัน ตนพยายามแสดงจุดยืนของตนว่าตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในพรรคการเมืองไม่จำเป็นต้องเข้ามาพรรคใหญ่ แต่ต้องการให้คนไทยเห็นว่าพรรคอะไรก็เปลี่ยนแปลงประเทศได้

เมื่อถามว่าเคลียร์ใจกับพรรครวมพลังท้องถิ่นไท ก่อนออกมาเรียบร้อยหรือไม่ นายรัฐภูมิ กล่าวว่า ออกมาไม่มีปัญหาอะไรเลย ส่วนตัวยังเคารพและรักผู้บริหารพรรคทุกคน ยังเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แต่เนื่องจากอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ซึ่งที่ผ่านมาตนเองได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และวันนี้ต้องแสดงจุดยืนชัดเจนโดยเฉพาะจุดยืนด้านประชาธิปไตย 

ถามว่าคุณฟิล์มจะเป็นแรงดึงดูดให้คนรุ่นใหม่สนใจพรรคเพื่อไทยเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เรามองคุณฟิล์มมีคุณค่าเราไม่ได้มองเรื่องการสื่อสารอย่างเดียวเพราะจากการคุยกัน ได้รู้ว่าคุณฟิล์ม มีความคิดตรงกัน ว่า การเป็นบุคคลสาธารณะของฟิล์ม ได้เห็นความเหลื่อมล้ำของคนทั้งประเทศ และด้วยอาชีพที่เป็นศิลปินมาก่อน เป็นอาชีพที่คล้ายกับนักการเมือง คือ เราเป็นมนุษย์พันธุ์เดียวกันที่มีหัวใจคือประชาชน

 

อภิปรายทั่วไป ไม่ลงมติ ปมถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ รอบนี้ “บิ๊กตู่” เลี่ยงไม่ได้

    
 

             เป็นอันว่า ปมปัญหา-ข้อคลางแคลงใจของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เรื่อง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ สุดท้ายพรรคฝ่ายค้านไม่รอผลการพิจารณาของ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่จะพิจารณาชี้ขาดปมปัญหาดังกล่าวว่าสุดท้ายจะส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินมีคิวพิจารณากันวันที่ 27 ส.ค.นี้ แต่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเลือกที่จะใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญทวงถามความชัดเจนจากพลเอกประยุทธ์กลางสภาฯ ผ่านช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ที่บัญญัติว่า

“สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติก็ได้”

          โดยทางพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นเรื่องต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา และได้แสดงเจตจำนงว่าต้องการอภิปรายในช่วงเดือนสิงหาคมนี้

          สาเหตุหนึ่งที่พอวิเคราะห์ได้ว่า การที่ฝ่ายค้านใช้ช่องทางดังกล่าว เพราะมองว่าหากจะเอาประเด็นดังกล่าวมาเป็นประเด็นหลักขอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี อาจจะยังเร็วเกินไป เพราะหากยื่นแล้วขอเปิดอภิปรายช่วงกันยายนก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ เท่ากับนายกฯ และรัฐบาลทำงานมาได้ไม่ถึง 3 เดือน แล้วฝ่ายค้านมาขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยที่ก็เป็นประเด็นละเอียดอ่อนทางการเมือง และยังไม่รู้ว่าสุดท้ายผลประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน วันที่ 27 ส.ค. ทางที่ประชุมจะเอาอย่างไร จะยื่นศาล รธน.หรือไม่ และหากยื่นไปแล้ว ทางศาล รธน.จะว่าอย่างไร จะรับหรือไม่รับคำร้อง

เพราะมองในทางหนึ่ง หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง ก็อาจทำให้การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจอาจมีผลทางเทคนิคและเนื้อหาการอภิปราย คืออภิปรายได้ไม่เต็มที่ ต้องอภิปรายกันแบบยั้งๆ เพราะเป็นไปได้ว่า หากแตะลงรายละเอียด ซักถามจี้มาก พลเอกประยุทธ์ก็ย่อมตีกรรเชียงได้ว่า ฝ่ายค้านไม่ควรถามมาก เพราะเรื่องอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว

ดังนั้นเมื่อไม่มีความชัวร์มากนัก ไม่รู้ว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะว่าอย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญจะมาทางไหน แต่ฝ่ายค้านเห็นว่าประเด็นปมถวายสัตย์ฯ ยังสามารถกดดันพลเอกประยุทธ์ได้ เลยไม่อยากเสียของ เพราะรัฐธรรมนูญให้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้แค่ปีละหนึ่งครั้ง ก็เลยจะรอยื่นซักฟอกไปช่วงปลายปี หลังเปิดสภาฯ เดือน พ.ย.ก็ยังได้

ประมวลจากสมมุติฐานการเมือง การวางหมากของฝ่ายค้านข้างต้น จุดดังกล่าวจึงน่าจะเป็นที่มาของการใช้ช่องทาง รธน.มาตรา 152 ของฝ่ายค้าน เพื่อเตรียมไล่บี้บิ๊กตู่กลางสภาฯ

ท่าทีของฝ่ายค้านต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าว สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยภายหลังนำรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้าน 214 ชื่อ จาก 7 พรรคฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปซักถามข้อเท็จจริง และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในกรณีข้างต้น โดยระบุพฤติการณ์ของพลเอกประยุทธ์ไว้ดังนี้

“กรณีดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ชัดต่อประชาชนทั่วไปและ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยอมรับ แต่ก็ยังไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง กลับเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดิน

จึงเกิดเป็นปัญหาเกี่ยวกับการเข้ารับหน้าที่จนส่งผลต่อเนื่องไปถึงความถูกต้องสมบูรณ์ของการแถลงนโยบายของ ครม.ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา

อีกทั้งการแถลงนโยบายในครั้งนั้นก็ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายไม่ละเอียดครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 อีกด้วย จึงขอเสนอเปิดอภิปรายทั่วไป เพราะหากปล่อยเนิ่นช้าไปอาจส่งผลกระทบเสียหายร้ายแรงต่อการบริหารราชการแผ่นดินได้”

 

 ...............................................................

 

19 สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน