*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3765
  • จำนวนผู้ชม : 2392814
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 307 , 13:34:35 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน พุธทรัพย์ , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

 

 

ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'

    
 

              ยินดีด้วยครับ....

 

                กับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย "คุณสมพงษ์ อมรวิวัฒน์"

                กับตำแแหน่ง....

                "ผู้นำฝ่ายค้าน" ในสภาผู้แทนราษฎร

                "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว

                เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศให้ทราบทั่วกัน เมื่อวาน (๒๑ ส.ค.๖๒)

                และก็ต้องยินดีกับ "พี่ใหญ่" รองนายกฯ "พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" ด้วย

                ที่ท่านยังอยู่ดี-มีสุข

                ไม่ได้ลื่นล้มในห้องน้ำรัฐสภา จนหามเข้าห้องไอซียูในโรงพยาบาล อย่างที่ขบวนการปล่อย Fake  News ว่อนโซเชียล เมื่อวาน

                ท่านรัฐมนตรีกระทรวงดีอี "พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์"

                ส่งหน่วยปราบข่าวปลอมไปลากคอคนโพสต์ข่าวนี้มาจัดการทีเถอะ

                มันสร้างฉาก-สร้างข่าว เป็นตุ-เป็นตะ ไม่เข้าใจว่าจะอิจฉาริษยา ตามล่า-ตามแค้นตระกูล ๓ ป.ไปถึงไหน

                มีคนตกใจ โร่มาถาม ยังกะว่าผมเป็น ทส.ลุงป้อมงั้นแหละ

                ไอ้ผมก็งง ตอบไม่ถูก.....

                เพิ่งเห็นไปนั่งเป็น "แม่บ้านใหญ่" พลังประชารัฐ กระปรี้-กระเปร่า ยิ้มกรุ้มกริ่ม อารมณ์ดีกว่าสมัยตู่  ๑ เป็นไหนๆ

                แล้วจู่ๆ พี่ใหญ่จะถูกห้องน้ำน็อกได้ยังไง?

                ก็ถามเขาว่า "ล้มที่ไหน?"

                เขาบอก "ที่ห้องน้ำสภา"

                ผมก็ว่า...ไม่ใช่มั้ง แบบนี้ใครคงแกล้งปล่อยข่าวมากกว่า เพราะลุงป้อมไม่ได้เป็น ส.ส.จะไปสภาทำไม?

                เขาก็ยืนยัน.....

                ไม่ปล่อย..ไม่ปล่อย..นี่ไง แล้วให้ผมดูรูปที่แชร์กันต่อๆ มาในเฟซเขา

                เป็นรูปชายคนหนึ่งกำลังนั่งเขียนหนังสือ มีข้อความประกอบว่า "น้องคนเล็กบิ๊กป้อมกำลังเซ็นอนุญาตให้ผ่าตัดสมอง"

                เออ...ดูมันทำ!

                แต่ผมก็ยังรู้สึกว่า "นี่..ข่าวปลอม" แต่ตอนนั้น ยังไม่มีข้อมูลข่าวสารจากแหล่งเชื่อถือได้ยืนยันถึงความเป็นจริง

                จนได้ตรวจเช็ก พบที่คุณ Wassana Nanuam นักข่าวสายทหารที่ตามติดลุงป้อมโพสต์และมีคนแชร์ ว่า

                "Fake News ....

                ปล่อยข่าวปลอม 'ลุงป้อม' ล้มในห้องน้ำที่สภา เมื่อช่วงเที่ยง ที่ผ่านมา...."

                นั่นแหละถึงได้แน่ใจ ข่าวลุงป้อมเข้าห้องไอซียู เป็นข่าวปลอม

                แต่ข่าวลุงป้อม ไอ เลิฟ ยู ไม่แน่!

                พูดถึงพลเอกประวิตร เที่ยวนี้ ฟอร์มรองนายกฯ รัฐบาลเลือกตั้ง ดูเป็นหลัก-เป็นฐาน กว่าตอนรัฐบาล คสช.ชนิดผิดหู-ผิดตา             

                บท "พี่ใหญ่" ที่ถอยจากกองหน้า ลงไปเป็นกองหลัง คุมประตูให้ "น้องเล็ก" ไม่ต้องพะว้า-พะวัง ในพรรคพลังประชารัฐ

                ถือว่า เป็นยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี รับมือรูปแบบการเมืองเลือกตั้ง "ร้อยคน-ร้อยใจ-ร้อยต้องการ" ได้เหมาะเหม็ง ลงตัว

                และ "ลุงป้อม" เล่นบทนี้ได้ดีทีเดียว

                ไม่ดีอย่างเดียว....

                ยังเป็นการ "เซฟตัวนายกฯ" ให้อยู่เหนือปัญหาทางกลเกมการเมืองระบบรัฐสภา ทั้งจากซีกค้านและซีกรัฐบาล

                อีกทั้งการรักษาระยะถี่-ห่างการให้สัมภาษณ์และการตอบคำถามนักข่าว

                จากที่ลุงป้อม ที่เป็นหมูให้นักข่าวต้อนเข้าเล้า

                เที่ยวนี้ ลุงป้อม "มาดใหม่" นอกจากไม่ตกหลุมคำถามรุกไล่แล้ว

                ยังเป็น "หมูเขี้ยวตัน" ถามยาว-ตอบสั้น ขวิดนักข่าวที่ถามแบบ "มีเบื้องหลัง" หงายท้อง-หงายไส้

                ก็หนักใจแทนคุณสมพงษ์ "หัวหน้าฝ่ายค้าน"

                งานล้ม "รัฐบาลประยุทธ์" เห็นจะตึงมือซะแล้ว!

                ไม่ง่ายเหมือนที่เสนาธิการพรรค สรุปในโต๊ะประชุม

                อีกอย่าง....

                เมื่อดูไปแล้ว รัฐบาลพลังประชารัฐ มุมุ่งทำงานรากฐานประเทศ

                ไม่มีจุดมุ่งหมาย ทางตั้งเป้าเป็น "ศัตรูถาวร" ของเพื่อไทย ชนิดต้องห้ำหั่นให้ตกตายกันไปข้าง ไม่ว่าปัจจุบัน-อนาคต

                และหลายต่อหลายคนในพลังประชารัฐ ก็ไปจากเพื่อไทย ด้วยมุ่งหมายความคล่องตัวทางทำงาน

                ไม่ได้ไปจากเหตุทะเลาะขัดแย้ง ถึงขั้นผีไม่เผา-เงาไม่เหยียบ

                เมื่อมองซ้าย-ขวา เพื่อไทยคงเห็นแล้ว

                ๑.พลังประชารัฐ-เพื่อไทย เดินถนนร่วมสายกันได้

                ๒.เพื่อไทย อยู่ช่วงกองทัพเสียศูนย์ รบ รังแต่สูญเสีย

                ๓.เพื่อไทย ขืนยังอยู่ใน "คราบทักษิณ" รบอีก ก็แพ้อีก

                ๔.อนาคตใหม่ "คล้ายแนวร่วม"..........

                แต่แท้จริงแล้ว ทางการเมืองเรื่องอำนาจ อนาคตใหม่ คือ "หอกข้างแคร่" ของเพื่อไทยโดยตรง

                สรุปแล้ว สถานการณ์ "เพื่อไทย" วันนี้ เป็นว่า "ศึกนอก" ไม่เป็นปัญหาเท่า "ศึกใน"!

                เพื่อไทย นโยบาย-เป้าหมาย "ชนะ...เพื่อเป็นรัฐบาล"

                แต่อนาคตใหม่ นโยบาย-เป้าหมาย "ชนะ...เพื่อเปลี่ยนประเทศ"!

                "เพื่อไทย" ยุคนี้ ไม่ชังชาติ แค่ชังการเสียอำนาจ ยังไงก็ ไม่ทะลุกรอบไปไกลขนาดนั้น

                มองกันถึงแก่นแล้ว เพื่อไทย-อนาคตใหม่ ทั้งนโยบาย ทั้งเป้าหมาย ต่างกันชนิดหน้ามือกับหลังมือ

                แต่เมื่อยังไม่ถึงเป้าหมาย ทั้งสอง เพียง "รักษาจุดร่วม-สงวนจุดต่าง" ในทางร่วมเดินเท่านั้น

                ถึงเป้าหมายวันไหน........

                "ใครฆ่าใครก่อน" นั่นเป็นสิ่งจริงแท้!

                แต่ก็นั่นแหละ "ขิงแก่" ย่อมเผ็ดกว่า ใช่ว่า..ระดับบริหารเพื่อไทย จะไร้เดียงสาถึงขั้นยอมให้ "รุ่นใหม่-นรกแตก" พาไปตาย

                ถ้าสังเกต จะเห็นกิริยาสันถวะระหว่างอนาคตใหม่-เพื่อไทย จากใกล้ ยิ่งถอยห่างกันออกไปเรื่อยๆ

                เกมเปิดอภิปรายนายกฯ เรื่องถวายสัตย์.......

                เพื่อไทยเปิดเพื่อ "ถนอมจุดร่วม" พรรคหัวฝนและพวกเด็กเล่นไม้ขีดที่รบเร้าเท่านั้น

                เพราะเพื่อไทยรู้ ยังไงๆ ก็กัดไข่นายกฯ ไม่เข้า

                แต่เมื่อพรรคร่วม แค้นนายกฯ "แค้นนัก-แค้นหนา" อยากกัด..ก็ปล่อยให้กัด

                แต่ที่หวังจะฟัดให้จมเขี้ยวน้ำนม นั้น ก็คิดกันไปตามประสา "ทารกการเมือง"

                คิดสะระตะแล้ว รัฐบาลประยุทธ์ ยังไงก็อยู่ยาว!

                "ยาว" ในที่นี้ ไม่ใช่ในความหมาย ๔ ปี "ครบเทอม"

                แต่หมายถึงว่า ระยะแรกนี้ เพื่อไทย จะเล่นบท "ขึ้นภูดูเสือกัดกัน" ไปเรื่อยๆ ก่อน

                แล้วคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ภายหลัง

                คือ อนาคตใหม่ ในความเป็น "หอกข้างแคร่" ของเพื่อไทย

                แต่เพื่อไทยไม่อยู่ในฐานะจะจัดการอะไรได้

                จำต้องเล่นบท "น้ำขุ่นอยู่ข้างใน-น้ำใสอยู่ข้างนอก" แบบหวานอม-ขมกลืน

                โดย "ไม่ยืมมือก็เหมือนยืมมือ" ฟากรัฐบาลและกระบวนการกฎหมาย จัดการพวกนมการเมือง "เพิ่งแตกพาน" นี้แทน

                การเมืองไม่ต่างการศึก ไม่ย้อนยอก

                แต่คนในการเมือง-การศึก ต้องมีเล่ห์ เหมือนมีดต้องมีคม ลูบแล้วบาดมือ นั่นจึงจะเป็นมีด

                ถ้าลูบแล้วเรียบกริบ ไม่บาดมือ นั่นสากกะเบือ!

                ดังนั้น ใครรักจะอยู่ในวงสายสิญจน์การเมือง ต้องมีคม

                การเมืองประชาธิปไตย ตอนนี้ พรรคฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล กำลังเล่น "ซักส้าว"

                รู้จักมั้ย..ซักส้าว น่ะ.......              

                "ซักส้าวเอ๋ย ซักส้าว มะนาวโตงเตง ขุนนางมาเอง ว่าจะเล่นซักส้าว มือใครสั้นเอาเถาวัลย์ต่อเข้า มือใครยาว สาวได้สาวเอา"

                ฉะนั้น การเมืองช่วง "ข้าวเรียงเม็ด" ใครจะอยู่-จะไปแบบไหน กับขั้วไหน ทางใกล้ หรือทางไกล

                ก็อยู่ที่ใครเป็น "มีด" เป็น "สาก" นั่นแหละ!

อุตุเตือนทุกภาคยกเว้นใต้ฝนตกหนักต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าทะลัก กทม.ต้องพกร่ม

    
 

22 ส.ค.62- กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง  ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย 

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 22-23 สิงหาคม 2562 ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ราบเชิงเขาในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่. 

 

'ซักฟอกลม'ปมถวายสัตย์ได้แค่ 1 วัน ประธานวิปรัฐบาลขู่ฝ่ายค้านพูดวกวนซ้ำซากจะขอปิดอภิปรายทันที!

    
 

22 ส.ค.62 - ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ และการแถลงนโยบายรัฐบาลโดยไม่ระบุที่มาของแหล่งเงิน ว่า ประธานสภาฯได้รับเรื่องไว้แล้ว และจะบรรจุเป็นกรณีพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ ดังนั้น การอภิปรายน่าจะอยู่ช่วงต้นเดือนก.ย.นี้ 

นายวิรัช กล่าวว่าส่วนจะเป็นวันไหนนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งว่าจะหารืออีกครั้งหนึ่ง แต่ในส่วนของรัฐบาลได้ขอไปดูในเรื่องเกี่ยวกับญัตติที่เปิดอภิปรายและข้อเสนอแนะ ซึ่งมี 2 เรื่อง คือเรื่องถวายสัตย์และเรื่องเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับนายกฯ แต่เกี่ยวกับรัฐมนตรี 

"ดังนั้น หากฝ่ายค้านถามรัฐมนตรีคนใด รัฐมนตรีคนนั้นจะเป็นผู้ตอบ แต่ถ้าถามเรื่องโดยตรงต่อนายกฯ ก็คิดว่านายกฯคงจะมาตอบ "

ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่าในส่วนของรัฐบาลจะดูการอภิปรายให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับและเสนอแนะได้บ้าง แต่ถ้ามีอะไรที่ขัดกับข้อบังคับก็คงต้องทักท้วง ส่วนเรื่องเวลาในการอภิปราย ตนคิดว่าถ้าดูตามญัตติที่เสนอมา คิดว่า 1 วันน่าจะเพียงพอและครบถ้วนแล้ว เพราะมีหัวข้อการอภิปรายเพียงแค่นี้ และการจะอภิปรายนอกกรอบในเรื่องที่เสนอมา ก็คงพูดไม่ได้ และหากผู้อภิปราย อภิปรายวกไปวนมา เราก็คงต้องขออนุญาตปิดการอภิปราย เพราะหากเกินกว่านี้ ตนคิดว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า 

อย่างไรก็ตาม หากการอภิปรายไม่พูดซ้ำในเรื่องเดิม มีเรื่องใหม่ ก็อาจจะอนุโลมให้พูดได้ แต่ยืนยันว่า 1 วันเพียงพอแล้ว โดยเริ่มประชุมในเวลา 09.30 น. คาดว่าในช่วงเย็นคงเสร็จสิ้น

เมื่อถามว่า หากนายกฯมาตอบญัตติดังกล่าวด้วยตัวเอง จะมีการตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกฯหรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า ถ้าเป็นการถามอยู่ในกรอบคงไม่มีอะไร และอย่าไปถือว่าเป็นองครักษ์หรืออะไรเลย แต่เราคอยดูให้การอภิปรายอยู่ในกรอบข้อบังคับ. 
 

'นายกฯ' ห่วงไฟป่าอเมซอนลุกลามหนัก รัฐบาลพร้อมสนับสนุนช่วยเหลือ

    
 

22 ส.ค.62 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ติดตามข่าวสถานการณ์ไฟไหม้ป่าอเมซอนในประเทศบราซิล ซึ่งเป็นผืนป่าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยไฟป่าลุกลามพื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางกิโลเมตร และเกิดขึ้นต่อเนื่องยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยไปยังรัฐบาลและประชาชนชาวบราซิล พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนความช่วยเหลือ เช่น หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละออง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะได้ประสานกับรัฐบาลบราซิลต่อไป

ทั้งนี้ ไฟป่าทำให้เกิดกลุ่มควันและฝุ่นพิษปกคลุมนครเซาเปาโล ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราต้องให้ความสำคัญ เป็นความท้าทายที่โลกต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา เพราะไม่เพียงส่งผลต่อเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อมนุษย์ด้วย

'นายกฯ' ประทับใจวงสวนพลูคอรัสโชว์เพลง 'เห่เรือ' ชวนร่วมพิธีเปิดประชุมสุดยอดอาเซียน

    
 

22 ส.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู และคณะผู้ฝึกสอน จำนวน41 คน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ภายหลังได้รับรางวัลชนะเลิศสาขา Open Choirs ในมหกรรมดนตรีนานาชาติ Llangollen International Musical Eisteddfod 2019 สหราชอาณาจักร

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู ที่นำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมแบบไทยไปเผยแพร่และแข่งขันในเวทีระดับโลก ประสบความสำเร็จได้รางวัลชนะเลิศ ถือเป็นตัวแทนของเยาวชนที่สร้างชื่อเสียงมาสู่ประเทศ รัฐบาลยืนยันว่าให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสถาบันทางสังคม ร่วมปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดี ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้พระราชทานแนวพระราโชบายในการสืบสาน พัฒนา ต่อยอด มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ สร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติ ส่งเสริมวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของไทย มีให้คุณค่าสู่สากล

'สิระ' หอบเอกสารร้องดีเอสไอลุยสอบคอนโดรุกป่าภูเก็ต ลั่นงานนี้มีคนติดคุกแน่


    
 

22 ส.ค.62 - ที่กรมสอบสวนนายสิระ​ เจนจาคะ ส.ส.เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อยื่นหนังสือขอให้ดีเอสไอรับกรณีการสร้างคอนโดมิเนียม เดอะ พีค รุกพื้นที่ป่า ในอำเภอกะรน​ จังหวัดภูเก็ต เป็นคดีพิเศษ โดยมี พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พ.ต.ต.วรณัน​ ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ รองโฆษก กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้รับเรื่อง

นายสิระ กล่าวว่าต้องการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษเนื่องจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่สามารถดำเนินการได้แล้ว เพราะมีกลุ่มอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ขนาดตนเองลงพื้นที่ก็ยังเจอเหตุการณ์ตามคลิปที่เกิดขึ้น  และมีเจ้าหน้าที่อีกหลายชุดที่ลงไปตรวจสอบก็ไม่สามารถทวงคืนพื้นป่าได้ โดยวันนี้ได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบ ในประเด็นการออกเอกสารสิทธิ์นส.3 ก ได้มาถูกต้องหรือไม่ รวมถึงการขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องหรือไม่ มีใครที่มีส่วนร่วมในการออกเอกสารบ้าง

นายสิระ กล่าวว่าหลังจากเป็นข่าวและมีคำสั่งให้โครงการดังกล่าวยุติการก่อสร้างแต่พบว่าทางโครงการยังมีการตกแต่งภายในและไม่ได้หยุดจริง ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของทางเทศบาลและคำสั่งทางปกครองของศาลปกครองชั้นต้นที่ให้เพิกถอนนส.3ก ที่ดินแปลงนี้ ยืนยันว่าการตรวจสอบในครั้งนี้ไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อน ชาตินี้ทั้งชาติตนมีผลประโยชน์เพียงพอแล้ว และไม่ได้เพิ่งเริ่มมาทำหลังได้รับเลือกเป็นส.ส. แต่ทำมาก่อนหน้านี้แล้วหลายเรื่อง ซึ่งก็ได้รับความเป็นธรรมมาตลอด

"เรื่องนี้ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้ผลกระทบไม่ใช่แค่มีดินโคนและน้ำประปาไหลลงมาแต่ตนเห็นว่า ไม่ใช่ความเดือดร้อนธรรมดา แต่ถือว่าเป็นภัยพิบัติแล้ว โดยได้หารือกับส.ส.พลังประชารัฐในพื้นที่แล้วว่าจะร่วมกันทำงาน ส่วนคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนตั้งใจปล่อยคลิปนี้เอง เพื่อให้คนสนใจผืนป่าผืนนี้  และตนได้ใช้ต้นทุนทั้งชีวิตเพื่อแลกกับพื้นป่าผืนนี้ ผมขอย้ำงานนี้ต้องมีคนติดคุกแน่"นายสิระกล่าว 

'บิ๊กตู่'ปิดฝึกปฎิบัติการทางทะเลขอทุกฝ่ายรักษาผลประโยชน์ชาติ

    

21 ส.ค.62 ๐ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ มาลงบนเรือหลวงอ่างทอง บริเวณอ่าวไทยตอนบน จังหวัดระยอง เพื่อเป็นประธานพิธีปิดการฝึกปฏิบัติทางทะเลของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในนามของผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยทันทีที่มาถึง นายกรัฐมนตรี ได้ชมการฝึกบริหารวิกฤติระดับชาติ การฝึกสาธิตประมงผิดกฎหมาย โดยเมื่อได้รับแจ้งได้มีการนำเรือเพื่อปิดเทียบ เพื่อตรวจสอบ พร้อมชุดสหวิชาชีพทางหัวเรือของเรือหลวงอ่างทอง เพื่อตรวจค้นอาวุธและตรวจสอบประวัติบุคคลที่อยู่ภายในเรือ รวมถึงชมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ลอยอยู่กลางทะเล โดยใช้เรือขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และการขนย้ายทางเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะนำกลับมาที่เรือหลวงอ่างทอง เพื่อทำการรักษา ซึ่งเรือหลวงอ่างทอง ได้ถูกจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนามทางเรือ ขีดความสามารถระดับ 2 ขณะที่ภารกิจสุดท้ายเป็นการขจัดคราบน้ำมันในทะเล ซึ่งสอดคล้องกับอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีการขนถ่ายน้ำมัน โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ขนสารเคมีโปรยลงบนทะเล ที่ทำให้น้ำมันแตกตัวและจมลงทะเล ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนจะสลายไปเองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจ ขณะเดียวกันนายกฯ ได้สอบถามชาวบ้านที่มาร่วมฝึกว่าประกอบอาชีพอะไร และสภาพความเป็นอยู่เป็นอย่างไร มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วหรือไม่ ขอให้ทุกคนใช้จ่ายยึดหลักประหยัด เงินที่ให้ในบัตรแม้จะเล็กน้อยแต่ก็เพียงพอกับการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ขอให้ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวให้โอวาทเจ้าหน้าที่อีกว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมรับชมการฝึกซ้อมในวันนี้ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงรับสั่งและเน้นย้ำ ให้มีการเตรียมแผนหลัก แผนรอง และแผนเผชิญเหตุ ทั้งนี้การรักษาผลประโยชน์ของชาติมีหลายมิติ ทั้งทางทะเล ทางบก ทางน้ำและอากาศ ซึ่งทั้งหมดเป็นหน้าที่ของทุกคนอยู่แล้ว โดยต้องไม่มีการปล่อยปะละเลย ต้องเสียสละ อดทน และเป็นที่พึ่งให้ประชาชนให้ได้ทุกโอกาส อย่างไรก็ตาม วันนี้ได้มาเห็นการทำงานร่วมกันของพลเรือน ทหาร ตำรวจและประชาชน แล้วมีความสุข นี่คือประเทศไทยของเรา โอกาสและศักยภาพมีจำนวนมาก หากมีปัญหากันเองก็จะทำอะไรไม่ได้

"มีใครเบื่อนายกฯหรือไม่ เพราะตนพูดนานอาจเบื่อ แต่ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อแผ่นดิน ผืนน้ำ และประชาชน ซึ่งหน้าที่ของเราทุกคนคือต้องเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

 

นักการเมืองไม่ทราบฝ่าย?

    

               ลีลาเยอะจริงๆ

                คงเป็นการตลาดการเมืองกระมัง

                "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" นำทีม ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ รวม ๖ คน แถลงข่าว หลังมีข่าวว่า ๔ ส.ส.ของพรรคจะย้ายค่าย

                ไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

                "ขอพูดชัดๆ ว่า ส.ส.๖ คน ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ยังเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีใครแตกแถวไปไหน 

                แต่บางกรณีที่เป็นความเห็นร่วมกันของพรรคฝ่ายค้านนั้น ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่จะใช้เอกสิทธิ์พิจารณาการลงมติที่อาจสวนทางกับพรรคร่วมรัฐบาลในบางประเด็น 

                จะไม่ค้านแบบหัวปักหัวปำ 

                ไม่ต้องมาถามว่าจะเป็นฝ่ายค้านอิสระหรือไม่ แต่เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์การทำงานของพวกเราว่า รักษาคำพูดหรือไม่

                ขอให้สบายใจได้ หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคเศรษฐกิจใหม่พร้อมเข้าร่วมด้วยแน่นอน การตัดสินใจของ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่จะเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมด"

                ครับ...คำแถลงของ "มิ่งขวัญ" ฟังอย่างไรก็ไม่ชัด               

                แล้วเป็นอะไร?

                ฝ่ายค้านอิสระหรือ?

                คำถามคือ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจกันแน่

                ย้อนกลับไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ต้นตอข่าวย้ายขั้ว ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น "นิยม วิวรรธนดิฐกุล" รองหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ 

                "นิยม" ให้สัมภาษณ์เสียงดังฟังชัดว่า

                "พรรคเศรษฐกิจใหม่ที่มี ส.ส. ๖ คนนั้น มีบางส่วนจะย้ายไปร่วมงานกับรัฐบาล แต่ผมและคุณมิ่งขวัญนั้นจะยังคงทำงานเป็นฝ่ายค้านต่อไป สำหรับรายละเอียดต่างๆ นั้น ขอให้รอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการก่อน"

                ฟังแบบไม่ต้องแปลความ เสียงข้างมากในพรรคเศรษฐกิจใหม่ คือ ๔ เสียง ย้ายขั้ว

                "ภาสกร เงินเจริญกุล" เลขาธิการพรรค ๑ ใน ๔ เสียง แถลงข่าวเวทีเดียวกับ "มิ่งขวัญ" ก็บอกใบ้ชัดเจน

                "ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาลก็ต้องทำงานร่วมกัน บางครั้งพรรคก็มีความอึดอัดใจ การทำงานไม่ราบรื่น

                เช่น ปัญหาปากท้องก็ไม่พูดถึง พูดถึงแต่เรื่องการเมือง ซึ่งผมเห็นว่ามันจะไม่มีทางเสถียรได้ ๑๐๐%  และประชาชนก็ไม่อิ่มท้องขึ้น

                ดังนั้นประเด็นทางเศรษฐกิจก็เป็นเอกสิทธิ์ของพรรคเหมือนกัน บางเรื่องที่อยากใช้คำว่า ๗ พรรคฝ่ายค้านให้มาคุยกัน เพื่อให้เห็นด้วย ก่อนที่จะอ้างชื่อพรรคเศรษฐกิจใหม่รวมไปด้วย"

                ก็หมายความว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกับ ๖ พรรคฝ่ายค้านที่เหลือ

                และน่าจะจริงตามนั้น!

                เพราะในพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มี ส.ส.ของพรรคเศรษฐกิจใหม่แม้คนเดียวไปร่วมงาน

                ทั้งที่งานนี้ถือเป็นงานสำคัญของพรรคฝ่ายค้าน!

                สรุปนับจากนี้ไปคงจะมีฝ่ายค้านผลุบโผล่เป็นรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ

                โหวตเสียงทีคุยกันที เศรษฐกิจใหม่จริงๆ.

 

ไฟโหมป่าอเมซอนบราซิลครั้งใหญ่เห็นถึงอวกาศ

  • วันที่ 21 ส.ค. 2562 เวลา 15:38 น.

ไฟโหมป่าอเมซอนบราซิลครั้งใหญ่เห็นถึงอวกาศ

ป่าอเมซอนของบราซิลเจอไฟป่าโหมหนักนับสัปดาห์ ก่อให้เกิดควันไฟกลุ่มใหญ่จนมองเห็นได้จากอวกาศ ทั้งยังปกคลุมเซาเปาโลมืดมิดไม่ต่างจากตอนกลางคืน

สถาบันวิจัยอวกาศแห่ชาติของบราซิล (INPE) เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่าตั้งแต่เดือน ม.ค.-ส.ค. เกิดไฟป่าในแถบป่าอเมซอนแล้วกว่า 72,843 ครั้ง เพิ่มขึ้น 83% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติเมื่อ 6 ปีก่อน และหากนับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้ว เกิดไฟป่าถึง 9,500 ครั้ง

Daniel Schneider@BiologistDan

The number of forest fires in the Amazon Rainforest in is up 82% from last year. The fires are purposely set by ranchers to clear land. They then burn out of control. The Bolsonaro govt has eliminated restrictions on burnings. This must be stopped! . RT

View image on Twitter
 
ขณะที่ภาพถ่ายทางดาวเทียมขององค์การนาซาเผยให้เห็นกลุ่มควันไฟกลุ่มใหญ่ปกคลุมรัฐโรไรมาทางตอนเหนือสุดของประเทศ และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กระแสลมได้พัดพาควันไฟป่าจากรัฐอามาโซนาสและรอนโดเนียมาถึงเมืองเซาเปาโลซึ่งอยู่ห่างออกไปถึง 2,700 กิโลเมตร จนท้องฟ้าทั้งเมืองมืดมิดทั้งที่เป็นตอนกลางวัน โดยควันไฟป่าปกคลุมท้องฟ้าเมืองเซาเปาโลอยู่ราว 1 ชั่วโมง ด้านผู้คนในเมืองพากันแชร์ภาพท้องฟ้าในเวลาดังกล่าวเต็มโลกโซเชียล ส่งผลให้แฮชแท็ก #PrayforAmazonia ติดอันดับยอดนิยมในโซเชียลมีเดีย

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 

หน้าแรก / Columnist อินไซด์สนามข่าว ปิดตำนานหน่วยงาน‘เสือกระดาษ’

ปิดตำนานหน่วยงาน‘เสือกระดาษ’

21 Aug 2019
 
งานคุ้มครองผู้บริโภค งานใหญ่ครอบจักรวาลในหน่วยงานเล็กอย่าง“สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)” อยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี ภารกิจไล่ตั้งแต่ตรวจฉลากสินค้าบนถังสังฆทาน ยันสู้กับอสังหาริมทรัพย์ หรือบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ภายใต้งบประมาณที่ถูกหั่นลงทุกปี
เป็นหนึ่งในภารกิจของรัฐบาล ที่ภาคประชาชนกำลังจับจ้องความเด็ดขาดเอาจริงเอาจังของ “เทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” หลังได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล สคบ. และประธานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ในรัฐบาล “ประยุทธ์ 2”

ที่ผ่านมาผมเคยเห็นปรากฏการณ์ความฟิตในงานคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐบาลมาหลายแบบ รมต.ประจำสำนักนายกฯ บางท่าน เรียกประชุม คคบ.ปีละ 2 ครั้ง ปรากฏข่าวกับการตรวจกระเช้าของขวัญปีใหม่ บางท่านฟิตจนข้าราชการสนุกกับงานไปด้วย

 

เทวัญ ลิปตพัลลภ

เพราะเรียกประชุมเกือบทุกเดือน ก็ทำให้การส่งเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนได้รับการเยียวยาแก้ไขจำนวนมาก ก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การทำงานของแต่ละคน

ที่เกริ่นมา ผมมีโอกาสไปนั่งฟังเจ้าหน้าที่ สคบในพื้นที่พัทยา สะท้อนปัญหาของงานคุ้มครองผู้บริโภค ที่นับวันยิ่ง เอาไม่อยู่” มีสารพัดหลากหลายปัญหา หนึ่งในนั้นเขาเล่าให้ฟังว่า ปี 2562 มีคดีที่มีผู้บริโภคร้องเรียนมายัง สคบมากที่สุดในเทศบาลเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีคือ คดีอสังหาริมทรัพย์ เพราะมีโครงการอาคารชุด-คอนโดมิเนียมเกิดขึ้นจำนวนมาก ปัจจุบันยังมีการขอใบอนุญาตก่อสร้างกว่า 500 ฉบับและพบว่าแต่ละโครงการแอบแฝงโฆษณาเกินจริง

เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังและยกตัวอย่างว่า อย่างเช่นคอนโดมิเนียม จะมีป้ายหรือ ใบโบรชัวร์ ระบุว่า  “EIA Approved” หมายความว่าผ่านการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ อีไอเอ EIA ผ่านเรียบร้อยแล้วแต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบจริง ท้ายที่สุดก็ไม่มีการทำ EIA ตามที่กล่าวอ้างในโฆษณา ทำให้แนวโน้มอีก 2-3 ปีข้างหน้า คดีผู้บริโภคของพัทยาจะพุ่งสูงขึ้น โดยข้อร้องเรียนด้านอสังหาริมทรัพย์จะรั้งอันดับ เพราะบริษัทผู้สร้าง ไม่ทำ EIA ให้เรียบร้อย เหมือนที่ลงไว้ในโฆษณา

ด้วยความที่เป็นเมืองใหญ่ ที่ไม่รู้ตรงไหนจะไปเหยียบเท้าใคร สิ่งที่สคบ.ทำได้ คือ รับเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน หรือ ผู้บริโภคก่อนซื้อต้องตรวจสอบสัญญา เช่น ใบขออนุญาตมีเลขที่ชัดเจนหรือไม่ รวมถึงการทำ EIA เพราะหากไม่ทำ EIAก็จะไม่ได้ใบอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้าง ตามพ...อาคารชุด

รมต.เทวัญ เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนสายทำเนียบ ในช่วงเข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ ยืนยันหนักแน่นว่า สคบ.ในยุคใหม่ที่ตัวเองกำกับดูแลจะทำให้ดี และขอให้รอดูว่าจะเป็นที่พึ่งของประชาชน และไม่ใช่เสือกระดาษแน่นอน แต่ขอเวลาทำงานก่อน

ฟังท่านรมต.แล้วก็พอจะเบาใจได้กับภารกิจเพื่อผู้บริโภค แต่ก็ ต้องรอดูกันยาวๆ ว่าจะเข็นผลงานด้านนี้ออกมาได้ขนาดไหน เพราะว่ากันว่าทำงานแบบนี้ใช้พลังเยอะ เพราะมี ตอ” อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทำดีก็ได้รับดอกไม้ชื่นชม ทำไม่ดีสะดุดก็เจอตอ ไม่เชื่อลองเริ่มที่พัทยาก่อนก็ได้

อินไซด์สนามข่าว โดย จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

August 22, 2019
หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค / การค้า - การเกษตร / ไม่ง่าย! ส่อยื้อสูตรเคาะประกันรายได้ชาวสวนยาง 60 บาท/กก.

ไม่ง่าย! ส่อยื้อสูตรเคาะประกันรายได้ชาวสวนยาง 60 บาท/กก.

21 Aug 2019

ยังไม่จบ! นัดประชุมใหม่ 23 ส.ค. ยิ่งเคาะ เงินยิ่งพุุ่ง ประกันรายได้ชาวสวนยาง กก.ละ 60 บาท  งบบานกว่า 3.7 หมื่นล้าน กยท.ชงเสนอเหมาเข่งจ่ายตรงเลียนโมเดลโครงการ 1,800 บาท/ไร่ ผ่าน ธ.ก.ส. ขณะอีกฟากอยากให้ซื้อขายจริง แอบหวังราคายางพุ่งโค้งสุดท้ายช่วยรัฐประหยัดค่าใช้จ่าย เดือด! ชาวสวนเคว้ง “เฉลิมชัย” เดินหนีไร้คำตอบ รอเก้อ

วันที่ 21 ส.ค.62 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” วันนี้เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ยังไม่สรุปตัองรอผลการประชุมครั้งต่อไป แต่ยืนยันว่ายังคงนโยบายรายได้ประกันสวนยางแผ่นรมควันชั้น 3  กิโลกรัม ละ 60 บาท

ด้านนายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการฯ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวยืนยันว่า กยท.ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลตามที่ได้หาเสียงไว้วันนี้กรอบแนวทางนโยบายเริ่มมีความชัดเจนยิ่งขึ้นมาจากคำแนะนำฝ่ายต่างๆ คาดว่าในวันที่ 23 ส.ค.นี้ จะมีบทสรุปที่ชัดเจนมากกว่าวันนี้

ขณะที่แหล่งข่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงแนวทางสูตรการจ่ายเงินชดเชยประกันรายได้ มีการเสนออยู่หลายสูตร ก็คือ การคิดคำนวณรายได้ชาวสวน 240 กก./ไร่/ปี มาคำนวณส่วนต่างแล้วเหมาจ่ายตรง เลียนโมเดล จ่าย 1,800 บาท ผ่าน ธ.ก.ส. แต่ก็มีเสียงท้วงติง หากจ่ายเท่ากันราคายางปรับขึ้นในช่วงเดือน ที่ 2 เกษตรกรที่จ่ายก่อนหน้านี้จะโวย เพราะคนหลังได้จ่ายเงิน บวกราคายางเพิ่ม จะได้อานิสงส์ 2 เด้ง ไม่ยุติธรรม

อีกด้านหนึ่งรัฐบาลก็ลดภาระลง แล้วเกษตรกรจะต้องขายยางจริงต้องมีใบเสร็จยืนยันแล้วรับรองว่าซื้อขายยางจริง ไม่เช่นนั้นถ้าจ่ายอย่างแรกเกษตรกรไม่ต้องกรีดยางก็ได้อานิสงส์ไปด้วย ซึ่งไม่ถูกต้อง ดังนั้นสูตรประกันรายได้ชาวสวนยางยังสรุปไม่ได้

สำหรับวันแรก (วันที่ 13 ส.ค.)  การเคาะรายได้ยางแผ่นรมควันชั้น3 งบประมาณที่จะต้องกู้ผ่าน ธ.ก.ส.จ่าย 3.5 หมื่นล้าน ขณะที่ประชุมวันที่ 2 (วันที่ 21 ส.ค.) เคาะงบที่ 3.7 หมื่นล้านบาท ส่วนประชุมครั้งที่ 3 ในวันที่ 23 ส.ค.ก็ ต้องรอลุ้น!งบประมาณจะบานออกอีกเท่าไร ส่วนเกณฑ์การดำเนินงาน (ราคาประกันรายได้ -ราคาอ้างอิงชนิดยางประจำเดือน) *ปริมาณผลผลิตยางตามเนื้อที่กรีดยาง โดยให้ ธ.ก.ส.จ่ายเงินชดเชยรายได้ตามเกณฑ์กลางอ้างอิงให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางตามอัตราที่คณะอนุกรรมการกำหนหดหลักเกณฑ์การอ้างอิงได้กำหนดเดือนละ 1 ครั้ง

ด้านนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสาวยางแห่งประเทศไทย (สยยท.) กล่าวว่า เห็นภาพเสนาบดีตอบคำถามความรู้สึกไม่กล้าสู้หน้า แทนที่จะให้ความหวังกับเกษตรกรนิดหนึ่ง ต้องทราบเป็นอย่างดีว่าเกษตรกรรอความหวัง ผมคิดว่าอาจจะยังไม่มั่นใจ แต่ก็ควรที่จะประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรับทราบว่าได้ 100% หรือ 90% รับรองว่าได้แน่ เพราะการหนีปัญหาตรงนี้ผมเห็นว่า โครงการประกันรายได้ขาวสวนยาง 60 บาทต่อกิโลกรัมไม่มั่นใจว่าโครงการนี้จะเกิดได้จริง ทำได้จริง เพราะเข้าใจว่ารัฐบาลไม่มีเงิน เพราะการใช้เงินตรงนี้ค่อนข้างมหาศาล ไม่ใช่น้อย “ตามปกติทุกโครงการที่หาเสียงไว้ ก็ย่อมต้องทราบว่ามีคนที่รอคอยอยู่ไม่ใช่น้อย อย่างชาวสวนนับล้านคน เปรียบเหมือนคนรอคอยฝน กำลังตั้งเค้าแล้วอยากให้ตกลงมาไม่ใช่แค่ลมพัดก้อนเมฆเท่านั้น หรือลมพัดผ่านไปโดยไม่ได้รับอานิสงค์จากฝนเลย “

 


 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน