*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3766
  • จำนวนผู้ชม : 2393310
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 24 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 256 , 14:41:23 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         กรณีพิพาทระหว่าง โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ลักชูรี เอาต์เล็ต กับทอท.น่าแปลกแทบไม่น่าเชื่อ เพราะฝ่าย

เซ็นทรัลฯลงทุนไปแล้วถึง 5 พันล้านบาท และใกล้จะใช้การได้อยู่รอมร่อ ดังรายงานข่าว

23ส.ค.62- นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3 )  ในฐานะผู้รับผิดชอบ กรมโยธาธิการและผังเมือง  เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบ ระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย  อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ  ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ   หลังทุ่มงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท และจะเปิดในวันที่ 31 ส.ค. นี้ ว่าการก่อสร้างชอบด้วยกฎหมายผังเมืองหรือไม่ เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างในพื้นที่ดินประเภท ประเภท ก. 1-10 พื้นที่สีเขียว (ประเภทชนบทและเกษตรกรรม) ห้ามก่อสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่  แต่กฎหมายผังเมืองก็มีข้อยกเว้นให้สามารถก่อสร้างอาคารต่างๆได้ไม่เกิน 2 พันตารางเมตร และพื้นที่ก่อสร้างต้องไม่เกิน  10 % ของพื้นที่ประเภท ก. 1-10 ทั้งหมด  ซึ่งเมื่อตนได้ลงพื้นที่แล้ว ก็จะรับทราบข้อเท็จจริงได้ชัดเจนขึ้

         น่าสังเกตว่า ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุญาตก่อสร้าง คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ  และ องค์การ

บริหารส่วนตำบลบางโฉลง ผู้อนุญาตการใช้พื้นที่ดังกล่าว ซึ่งไม่น่าจะมีศักยภาพที่จะพิจารณาระดับนี้ แล้วถ้าเรื่องจบลงตรงต้องทุบ

สิ่งก่อสร้างทั้งหมด อปท.ทั้งสองหน่วยจะรับผิดชอบไหวหรือ .....

 

รัฐบาลปริ่มน้ำฝ่ายค้านปริ่มขาดใจ

    

                 "บิ๊กป้อม" พูดถูกนะ

                ๕ รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐที่ยังเป็น ส.ส. ควรจะลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร   เพื่อเลื่อนลำดับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ขึ้นมาอีก ๕ อันดับ

                ในภาวะรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ สิ่งสำคัญที่สุดคือ รัฐบาลต้องมีเสียงในสภามากพอที่จะโหวตชนะฝ่ายค้าน

                แพ้คือเจ๊ง!

                นายกฯ ประยุทธ์ มีทางเลือกไม่มากนัก

                ไม่ "ลาออก" ก็ต้อง "ยุบสภา"!

                แม้การลาออกจากการเป็น ส.ส.ของ ๕ รัฐมนตรี จะไม่ใช่หลักประกันว่า รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจะปลอดภัย แต่อย่างน้อยเป็นหลักประกันว่ารัฐบาลจะมีเสียงมากพอ

                เกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมสภา

                ไม่ต้องทุรนทุราย เพื่อรวบรวมเสียงโหวต

                โดยเฉพาะการโหวตกฎหมาย

                หากเข้าใจหลักการแบ่งหน้าที่กันทำ

                ส.ส.ทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ

                รัฐมนตรีทำงานฝ่ายบริหาร           

                ก็ไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะเกาะเก้าอี้ แล้วไปตายเอาดาบหน้า

                ๕ รัฐมนตรีจะสร้างความมั่นใจให้แก่รัฐบาลในภาพรวมได้อย่างไรว่า ถึงเวลาโหวตกฎหมาย ทุกคนจะอยู่ในสภา

                รัฐมนตรีต้องเดินทางไปราชการต่างประเทศตรงกับช่วงเวลาโหวตกฎหมาย จะแก้ปัญหาอย่างไร

                เผื่อ ส.ส.เจ็บ ป่วย เข้าประชุมไม่ได้ เอาไว้หรือยัง

                ดังนั้นการลาออกจากเก้าอี้ ส.ส.จึงเป็นประโยชน์มากกว่า

                แต่ดูเหมือนว่า ๕ รัฐมนตรีไม่ยอมตามคำร้องขอของ "พี่ใหญ่"

                "สมศักดิ์ เทพสุทิน" บอกว่า

                “ถ้าเรายังเป็นอยู่ทั้งสองอย่างจะได้งานมากกว่ามั้ย หรือมีปัญหากับการปฏิบัติงานก็ต้องพิจารณากัน แต่ที่ดูๆ แล้ว คิดว่าที่เป็นอยู่นี้จะสามารถทำงานในภาพรวมทั้งหมดได้ดีกว่า

                ได้พูดคุยกันดูแล้ว เรื่องแบบนี้ไม่มีปัญหาอะไรหรอก เพราะทั้ง ๕ คน ไม่ได้มีปัญหาอะไร และมันจะได้เรื่องการประสานงานกับ ส.ส.และรัฐบาล รวมถึงกระทรวงต่างๆ ได้ดีกว่า    

                เวลารัฐมนตรีเข้าไปประชุมสภา ส.ส.เขาจะคึกคัก

                บางทีเขาก็จะฝากเรื่องงาน ปรึกษาหารืออะไรต่างๆ และความที่ ส.ส.ใหม่มีเข้ามาเยอะก็ไม่ได้คุ้นเคยรู้จักกัน จะได้เรื่องความสัมพันธ์และการประสานงาน ซึ่งมีความสำคัญสำหรับคนหมู่มาก

                ถ้ามี ส.ส.ใหม่ทั้งหมด แล้วรัฐมนตรีกับ ส.ส.ไม่รู้จักกัน การทำงานสองสามอย่างในเวลาเดียวกันจะทำไม่ได้"

                ยังไม่สมเหตุสมผล หากเทียบกับการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ

                ซึ่งถือว่าไม่ใช่ภาวะปกติ!

                อีกอย่าง พรรคพลังประชารัฐ มีประชุม ส.ส.ทุกสัปดาห์ มีเวทีให้รัฐมนตรีได้พบปะกับ ส.ส. สอบถามปัญหาสารทุกข์สุกดิบ อยู่แล้ว

                เว้นเสียแต่ ส.ส.ทั้ง ๕ คนไม่ยอมลาออกเพราะ เผื่อไว้ว่าหากปถูกปรับพ้นคณะรัฐมนตรี จะไม่กลายเป็นคนตกงาน

                และนี่คือสาเหตุหลัก!

                ฉะนั้น ๕ รัฐมนตรี

                สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

                สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

                ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

                พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

                สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

                ต้องเลือก!

                ระหว่างเสถียรภาพของรัฐบาล กับความมั่นคงในเก้าอี้ของตนเอง

                บริหารกระทรวงเก่ง

                ทำงานดี

                ไม่สร้างเรื่องฉาวโฉ่

                โอกาสถูกปรับออกแทบไม่มี

                ได้นั่งเป็นรัฐมนตรียาว

                ฉะนั้น....ถ้าคิดว่าตัวเองเจ๋งจริง อย่ากลัว!

                สำคัญไปกว่านั้น ยังสะท้อนถึงการเป็นนักการเมืองมีสปิริต ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง

                หันไปทางฝ่ายค้าน เรียกได้ว่า เป็นมือสมัครเล่นเสียส่วนใหญ่

                เพื่อไทยปรับพรรคครั้งใหญ่เพราะ ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ สอบตกหมด

                และเกือบทั้งหมดเป็นหัวกะทิของพรรค

                หางกะทิที่เหลือคือ ส.ส.เขต ยังมีปัญหาว่า ไม่มีใครนำใครได้

                "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" เอาไม่อยู่

                เหตุผลง่ายๆ แม้ "นายใหญ่" สั่งมา แต่ก็ไม่ใช่สายนายใหญ่

                เราจึงได้เห็น "พยศ" จาก ส.ส.อีสาน

                บวกกับร่วม ๒๐ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ไทยรักไทย พลังประชาชน ยันเพื่อไทย เป็นรัฐบาลมาโดยตลอด

                บทบาทฝ่ายค้านในสภาของเพื่อไทยจึงดูค่อนข้างสะเปะสะปะ

                หนักไปทางใช้ "ดาว(ร่วง)สภา" ใช้โวหารเสียดสีเป็นหลัก

                หนักเข้าปล่อย "เฟกนิวส์" กลางสภาก็มีให้เห็นมาแล้วหลายครั้ง

                พรรคอนาคตใหม่

                ความใหม่ของ ส.ส.คือปัญหาใหญ่ของพรรคนี้

                เท่าที่เห็นบ่อยครั้งคือ การไม่ยอมรับกติกา อ้างว่าล้าหลังต้องแก้ไข

                เลยไปถึงสปิริตทางการเมือง ที่ถูกบดบังเพราะอีโก้สูงเกินไป

                ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ แข่งกันแสดงศักยภาพของตนเอง ผ่านงานในสภา แต่หลายคนกลับเจอกระแสย้อนกลับ

                ไม่นับเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม การ "ปล่อยของ" หลายครั้งมักย้อนกลับเข้าหาตัว

                แต่นั่นไม่สำคัญเท่า

                สปิริตในระบอบประชาธิปไตย

                ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ส่วนใหญ่น่าจะเติบโตในช่วงความขัดแย้งทางการเมืองสูง ทำให้คนรุ่นนี้บางส่วนมีความอดทนต่อสิ่งรอบข้างค่อนข้างต่ำ

                วันที่โหวตว่าจะเพิ่มหรือไม่เพิ่ม คณะกรรมาธิการสิทธิความหลากหลายทางเพศ พฤหัสบดีที่ผ่านมา

                ฝ่ายที่เห็นว่าไม่ควรตั้งมี ๓๖๕ เสียง

                เห็นด้วย ๑๐๑ เสียง

                งดออกเสียง ๑๓ เสียง

                "ณัฐวุฒิ บัวประทุม" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ไปทวีตข้อความว่า

                “พวกเราแพ้โหวตไม่สามารถตั้งคณะกรรมาธิการสิทธิความหลากหลายทางเพศฯ ในสภาผู้แทนฯ  ได้ ได้แต่เพียงไปต่อท้ายกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรีฯ #อนาคตใหม่ จะแถลงข่าว

                และแสดงข้อมูลให้เห็นว่ามี ส.ส.จากพรรคใด ร่วมโหวตสนับสนุนพวกเราและร่วมสนับสนุนประเด็นความหลากหลายทางเพศอย่างจริงใจบ้างครับ”

                ในความหมายคือจะประจานว่า มีใครไม่ให้ความร่วมมือกับพรรคอนาคตใหม่บ้าง!

                เมื่อดูเสียงโหวตพบว่า ฝ่ายค้านเสียงข้างมากร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลโหวตว่า ไม่ควรตั้งกรรมาธิการชุดนี้

                นั่นเท่ากับว่า พรรคอนาคตใหม่ พร้อมที่จะประจาน พรรคเพื่อไทย!

                หรือนี่คือการเมืองของคนรุ่นใหม่

                ก็คงจะเป็นเช่นนั้น เพราะแทนที่จะจบในสภา กลับมีการสร้างวาทกรรมต่อเนื่องว่า พวก ส.ส.หัวเก่า ไม่เห็นความเท่าเทียมกันของมนุษย์

                ละเมิดความเป็นคน!

                ก่อนจะลุกลามไปกว่านี้ แกนนำพรรคอนาคตใหม่ ควรจะทำความเข้าใจกับประชาชนว่า...

                การตั้งหรือไม่ตั้งคณะกรรมาธิการสิทธิความหลากหลายทางเพศ เป็นคนละเรื่องกับการเคารพความแตกต่างทางเพศ

                รู้หรือเปล่าว่าสภาผู้แทนฯ ชุดนี้มีกรรมาธิการสามัญกี่คณะ

                ๓๕ คณะ

                คณะละ ๑๗ คน

                ถ้านับกรรมาธิการวิสามัญด้วยก็ร่วมร้อย

                ปัญหาที่มีมาตลอดคือ ส.ส.ต้องวิ่งรอกประชุมกรรมาธิการ เพราะแต่ละคนเป็นหลายคณะ

                หลายครั้งที่ประชุมสภาผู้แทนฯ โหรงเหรง เพราะ ส.ส.ติดประชุมกรรมาธิการ

                นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว 

                ยิ่งเพิ่มจำนวนกรรมาธิการไปเรื่อยๆ ปัญหาก็จะยิ่งตามมา

                เรื่องของเพศที่สาม สี่ ห้า ไปรวมอยู่ในกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรีฯ ซึ่งเป็นเรื่องของความเป็นมนุษย์ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

                เรื่องมีอยู่แค่นั้น

                แต่กลับกลายเป็นว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ไม่พอใจ และจะแฉว่ามีใครไม่เห็นด้วย

                คำถามคือ นี่เป็นการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย

                หรือ คั่งแค้นเพราะไม่ได้ตามใจอยาก.  

 ผักกาดหอม

เรื่องถึงศาล!'ไพบูลย์'ฟ้อง'บุญยอด'หมิ่นประมาท หาทรยศเสียงประชาชน

    
 

24 ส.ค. 62 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป(ปชช.) กล่าวถึงกรณีถูกนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีตสส. พรรตประชาธิปัตย์ กล่าวหาเป็นคนทรยศเสียงของประชาชน ผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่านายบุญยอด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยใช้ถ้อยคำในลักษณะมีการใส่ความ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำการใส่ความตนโดยวิธีโฆษณาในเฟซบุ๊กของนายบุญยอดเอง และมีการเผยแพร่ไปยังสื่อออนไลน์สาธารณะหลายแห่ง ทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง 

"ดังนั้นการกระทำของนายบุญยอด จึงเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 ฉะนั้น เพื่อประโยชน์ต่อการรักษาหลักการแห่งกฏหมาย จึงจะฟ้องดำเนินคดีกับนายบุญยอด ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยวิธีโฆษณาและป่าวประกาศในสื่อโซเชียลมีเดีย ไปยังศาลอาญาในเร็วๆนี้"

 

'หนูนา'ลั่น 2 รมต.พรรคชทพ.จะไม่ลาออกจากส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

    
 

 

24 ส.ค. 62 -  ที่วัดกัลยาณมิตร น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้กล่าวถึงการเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ฯไม่ครบตามรัฐธรรมนูญในเดือนกันยายนว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะมาชี้แจงเองหรือไม่นั้น ตนไม่ขอก้าวล่วง แต่ในส่วนของชทพ. ที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เฉพาะญัตติเปิดอภิปรายของ  214  ส.ส.ฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ตนได้กำชับไปยังส.ส.ของชทพ.ทุกคนเสมอว่า ต้องให้ความสำคัญกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในทุกวาระ อย่าขาดประชุม 

ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  2 รัฐมนตรีของพรรคก็ต้องกำหนดวาระงานของตนเองให้ดี ทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี หากมีธุระหรือใครขอเข้าพบก็ให้นัดหมายกันที่รัฐสภา 

“ชทพ.เรามีส.ส.น้อยเพียง 10 คนเท่านั้น สามารถบริหารจัดการได้ โดย 2 ส.ส.ที่ไปเป็นรัฐมนตรีของพรรค ไม่จำเป็นต้องลาออกจากส.ส. เพราะเชื่อมั่นว่า การทำหน้าที่รัฐมนตรีกับการทำหน้าที่ส.ส.จะไม่กระทบกัน” 

น.ส.กัญจนา กล่าวด้วยว่าส่วนกรณีพรรคเล็กยุบพรรคแล้วย้ายไปเข้าสังกัดพรรคใหม่เพื่อรักษาสถานะของส.ส.ไว้นั้น ตนคิดว่า หากการกระทำดังกล่าวไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หรือกฎระเบียบก็ถือว่า เป็นสิทธิที่จะสามารถทำได้ เพราะต้องยอมรับว่า เนื้อหาของรัฐธรรมนูญปัจจุบันการคงอยู่ของพรรคการเมือง ไม่ว่า เล็กหรือใหญ่ ค่อนข้างลำบาก ไม่ง่ายที่จะรักษาสถานะไว้ได้ จึงคิดหาทางรวมกับพรรคอื่น ดังนั้น หากไม่ผิดรัฐธรรมนูญตนก็คิดว่า เป็นสิทธิ.

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 

 

 

........................................................

พึ่งตื่นตรวจ'เซ็นทรัล วิลเลจ'รุกพื้นที่สีเขียวหรือไม่ มท.3ลั่นผิดจริงจัดการทันที

    
 

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า  ขณะเดียวกันบัดนี้ได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง  ไปหารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ  และ องค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง ผู้อนุญาตการใช้พื้นที่ดังกล่าวว่า การใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการนี้ถูกต้องตามกฎหมายผังเมืองหรือไม่  ซึ่งเชื่อว่าผลการหารือจะตอบกลับมาที่ตนภายใน1 เดือน     อย่างไรก็ตามจากการได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้น  การก่อสร้างอาคารต่างๆ ยังเป็นแบบขนาดย่อม ๆ  และมีการมาขอหลายครั้งหลายอาคาร และยังมีการสร้างลานจอดรถ ซึ่งตนก็จะไปดูว่า นับรวมเป็นพื้นที่ใช้สอย และการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่    ทั้งนี้จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ประกอบการโครงการนี้ด้วย และยืนยันว่าหากพบอะไรที่ผิดกฎหมายก็จะดำเนินการทันที อะไรถูกก็ว่าไปตามถูกอะไรผิดก็ไม่สามารถปล่อยไว้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีการวิ่งเต้นจะปรับเปลี่ยนกฎหมายผังเมืองให้พื้นที่ ประเภท ก. 1-10 พื้นที่สีเขียวไปเป็นพื้นที่ประเภทประเภท ก. 1-11  ซึ่งสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ได้ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน  พึ่งได้รับทราบจากสื่อมวลชน  
มีรายงานแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ (ทอท.)  ได้ทำหนังสือเลขที่ 12494/ 2562  ถึง ผู้จัดการสำนักงานประปาสาขาสุวรรณภูมิ การประปานครหลวง   เพื่อแจ้งให้ทราบว่าไม่อนุญาตก่อสร้างวางท่อประปาในพื้นที่
 โดยมีรายละเอียดพอสังเขปดังนี้  กล่าวคือ  บริษัทเซ็นทรัล พัฒนา ฯ เจ้าของโครการ เซ็นทรัล วิลเลจ  และขอวางท่อประปา ซึ่งอยู่ในพื้นที่งานก่อสร้างระบบไฟฟ้า และอาคารหลักหลังที่สองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  ซึ่งเป็นที่ ราชพัสดุ โฉนดเลขที่ 154871 และ 154873  ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี  จังหวัดสมุทรปราการ  ในการครอบครองของทอท. และ ทอท.ก็ไม่อนุญาต เพราะโครงการฯกำลังถูกตรวจสอบจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องว่าดำเนินก่อสร้างโครงการชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ต่อมาได้มีการบุกรุกล้ำ วางแนวท่อประปารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่  ซึ่งกรณีดังกล่าว ทอท. ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม   ด้วยเหตุนี้ ทอท.จึงขอให้สำนักงานประปาสุวรรณภูมิยุติการกระทำ และขนย้ายและปรับพื้นที่ให้อยู่สภาพเรียบร้อยภายในวันที่ 25 ส.ค.นี้  หากพ้นกำหนด ทอท.มีความจำเป็นดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป   อย่างไรก็ตาม ล่าสุดยังมีการรายงานว่าการก่อสร้างโครงการฯรุกล้ำและถมที่ดินทับลำรางสาธารณะขวางกั้นทางเดินของน้ำด้วยอีกด้วยหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงาน  สำหรับโครงการ เซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ลักชูรี เอาต์เล็ตระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย  หลังบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN)   ได้ ทุ่มงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาทบนพื้นที่ 100 ไร่ หรือ 4 หมื่นตารางเมตร  พร้อมขนแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 130 แบรนด์ที่จะทยอยเปิดในวันที่ 31 ส.ค. นี้  

.....................................................

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน